ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 26 : ~๐(U_U)๐~ หัวใจที่มั่นคงและเสียสละ ~๐(U_U)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ต.ค. 48



ภายในโดมที่ควรจะมืดสนิทกลับมีแสงดาวมากมายที่พราวระริกอยู่ฟากฟ้า ฟากฟ้าที่ราวกับของจำลอง แต่มันคือความจริง แสงจันทร์สาดส่องลองไปที่กลางห้องพร้อมกับร่างสูงของบุรุษลึกลับปรากฏตัวขึ้น ข้างตัวตือนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่บัดนี้ทรายไหลลงสู่เบื้องล่างหมดไปแล้ว คาโลกับคิลก้าวเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หวาดหวั่น หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้มาสาย ทรายมันเพิ่งหมดไปตอนพวกเขาย่างเท้าเข้ามา



\"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละเจ้าชาย\" ชายลึกลับกล่างอย่างเงียบขรึม ขาทั้งสองคู่ที่หวังจะเดินเข้าไปให้ใกล้มาที่สุดหยุดชะงักเองราวกับบางสิ่งมาตรึงเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่ก็สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ที่ขา มันรัดแน่นอย่างไม่มีทางหลุดไปได้ ชายลึกลับเดินถอยหลังไปหลังก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาตอนนี้ราวๆ 2 เมตรเท่านั้น



\"ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านมาสายเจ้าชายคาโล\" เสียงนั้นเอ่ยถามราวกับมันเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น \"ท่านมาสายไปหลายนาทีคาโล วาเนบลี สัญญาก็คือสัญญา ในเมื่อท่านไม่รักษาสัญญา ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องรักษาสัญญาเช่นเดียวกัน\" ชายผู้นั้นเอ่ย แล้วเดินไปจับนาฬิกาทรายขึ้นมาดู



\"เจ้า...\" ปากที่กำลังจะโต้เถียงหุบลงทันที เมื่อชายคนนั้นสะบัดมือเพียงนิดเดียว ร่างของคนแปลกหน้าทั้ง 7 ก็ปรากฏขึ้น สองคนแรกคือคนที่อยู่ตรงน้ำพุ ส่วนอีก 5 คน คือคนที่ขัดขวางพวกเขาไม่ให้มาถึงที่นี่ได้ทันเวลา ส่วนร่างที่นอนอยู่บนแท่น ก็ทำเอานัยน์ตาสีม่วงและสีฟ้าฉายแววตกใจขึ้นมาพร้อมกัน



ใบหน้าหวานที่เป็นห่วงแสนห่วงซีดเผือด ริมฝีปากสีกุหลาบแห้งผากเหมือนไม่ได้รับน้ำ เปลือกตาปิดสนิทเหมือนคนนอนหลับ แต่ถ้าดูดีๆแล้วเธอไม่ได้รับ แต่ไม่มีแรงพอที่จะลืมตาขึ้นมาต่างหาก จังหวะการหายใจเร็วกว่าปกติ ร่างกายสั่นน้อยๆอย่างที่ถ้ามองไกลก็คงจะไม่เห็น



ทรมาน! เจ็บปวด!



ความรู้สึกบ่งบอกทันที ราวกับหัวใจบีบรัดเข้ามา เลือดไหลเวียนไม่สะดวก การหายใจก็ติดขัด จนต้องใช้ปากเพื่อหายใจช่วย เหมือนกำลังจะตาย!! ร่างบางที่ตอนแรกนอนอยู่นิ่งๆ ขดตัวเข้าหากัน มือกุมหน้าอกอย่างเจ็บปวด เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรผมสีน้ำตาลไหม้ ใบหน้าเหยเกแสดงความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด



\"เฟริน!!\" เสียงร้องของคาโลและคิลดังขึ้นพร้อมกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตลืมขึ้นทันที เบนหน้าไปมองเพื่อนรักทั้งสองที่ยืนมองอยู่ห่างๆอย่างเข้ามาไม่ได้ รอยยิ้มที่ซีดเซียวบ่งบอกว่าเธอไม่มีแรงเหลืออีกต่อไปแล้ว ก่อนที่เลือดสีแดงสดจะพุ่งพรวดออกมาจากปาก ร่างบางที่เคยทรมานจนตัวโยนก็หยุดพักหอบหายใจรัว ความทรมานที่มากเกินทนทำเอาเธออยากจะตายไปซะตอนนี้เลยจริงๆ



ชุดสีขาวสวยที่หญิงสาวสวมใส่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดของเธอเอง ภาพที่ทำให้สองหนุ่มสะเทือนใจยิ่งนัก ใบหน้าของนักฆ่าแสดงออกถึงความเจ็บใจ มองร่างบางของเพื่อนสนิทด้วยความเจ็บปวด ส่วนใบหน้าของเจ้าชายคาโลกลับแสดงออกถึงความเจ็บปวด หากแต่ไม่ได้เจ็บที่ร่างกาย มันเจ็บที่ใจ นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างของหญิงสาวที่รักอย่างเจ็บใจ แม้แต่คนที่รักก็ยังปกป้องไม่ได้



นัยน์ตาสีฟ้าตวัดไปมองชายลึกลับที่ยังยืนอยู่นิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไรเลย ก่อนที่จะตวาดลั่นอย่างอดไม่อยู่ \"แก!! แกต้องตาย\" พลันท้องฟ้าที่แสนสวยงามราวกับปั้นแต่งก็เริ่มแปรเปลี่ยน เมฆดำเข้าบดบังพระอาทิตย์และพระจันทร์จนมิด ลมพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ มือใหญ่กำแน่น ก่อนที่พันธนาการทั้งหมดจะหลุดหายไป พ่อมดปิศาจแห่งคาโนวาลคืนชีพแล้ว...!!



นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยที่มีแววดุเสมอจางหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความเย็นชาและว่างเปล่า ขาก้าวเดินเข้าไปใกล้บุรุษแปลกหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไปยืนอยู่ข้างหน้าชายคนนั้น แต่ไม่มีความหวาดกลัวใดๆถูกแสดงออกมา สีหน้าภายใต้ผ้าคุลมยังคงราบเรียบและรอยยิ้มที่มุมปากก็ยังไม่จางหายไป แต่แววตากลับท้าทายและพราวระริกอย่างสนุกสนาน



\"ท่านแน่ใจแล้วหรือคาโล วาเนบลี ท่านแน่ใจแล้วหรือที่คิดจะต่อกรกับข้า\" ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆแม้แต่น้อย เขากำลังโกรธหรืออะไรกันแน่..?? ชายผู้นี้ช่างน่ากลัวจริงๆ



\"เจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่\" เสียงเย็นดังมาจากปากเจ้าชายน้ำแข็ง นัยน์ตาสีฟ้าที่ว่างเปล่าตวัดไปมองบุรุษตรงหน้าอย่างโกรธแค้น



\"ท่านแน่ใจแล้วหรือที่ท่านคิดจะต่อกรกับข้าน่ะ\" ชายคนนั้นถามย้ำ ความสงสัยปรากฏขึ้นในแววตาของเจ้าชายทันที แต่ตอนนี้ต้องพาเฟรินกลับมาก่อน ชายหนุ่มคิดก่อนจะผละออกจากชายแปลกหน้า แล้วเดินเข้าไปใกล้แท่น



\"หยุดนะคาโล วาเนบลี!!\" เสียงตวาดดังออกมาจากชายแปลกหน้าผู้อารมณ์ดีเสมอ แต่คาโลยังไม่สนใจ ขายาวยังคงก้าวเดินต่อไป \"ข้าบอกให้หยุด\" เสียงนั้นลงต่ำจนน่ากลัว ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น เรียกให้ใบหน้ารูปสลักเบือนไปมองอย่างตกใจ



อ๊ากกก!!~



เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังกึกก้อง คาโลรีบหันไปมองต้นเสียงทันที คิล!! ชื่อของเพื่อนสนิทดังก้องในใจ ร่างของนักฆ่าถูกบางอย่างที่มองไม่เห็นบีบรัดแน่น เลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาจากมุมปาก ใบหน้าคมแสดงออกถึงความเจ็บปวด แต่เจ้าตัวยังคงพยายามสะกัดกลั้นอาการไว้ ถึงแม้ขาจะยืนแทบไม่อยู่แล้วก็ตาม



\"คะ..คาโล ปะ..ไปช่วยเฟริน กะ..ก่อน\" เสียงแผ่วเบาดังออกมาจากปากนักฆ่าอย่างติดๆขัด แม้แต่แรงที่จะพูดในตอนนี้ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้จะไม่มีบาดแผลตามตัว แต่ภายในกลับบอบช้ำอย่างแสนสาหัส



คาโลมองคิลอย่างลังเล แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีม่วงมุ่งมั่นของเพื่อนรัก ก็ต้องตัดใจเดินเข้าไปใกล้แท่นมากขึ้นอีก อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น นิดเดียวก็จะถึงตัวเธออยู่แล้ว อีกเพียง 5 ก้าว



\"ข้าบอกให้เจ้าหยุด คาโล วาเนบลี\" เสียงนั้นทรงอำนาจขึ้นเรื่อยๆ ความใจเย็นและความสนุกที่มีเมื่อครู่จางหายไปเสียแล้ง ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมกำลังฉายแววหงุดหงิดใจอย่างถึงที่สุด และในที่สุดความอดทนของบุรุษแปลกหน้าก็หมดลง มือกำแน่นราวกับต้องการบีบรัดบางอย่าง พร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดที่ดังกึกก้อง



อ๊ากก!!



เสียงร้องของคิลดังขึ้นอีก คราวนี้ดูท่าว่าบาดแผลภายในของคิลคงทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เลือดสีแดงพุ่งพรวดออกมาจากปาก ใบหน้าซีดเซียว ขาที่แข็งแกร่งหมดแรงจนทรุดลงนั่งกับพื้น เสียงหอบหายใจรวดดังไม่ขาดสาย ร่างสูงของเจ้าชายรีบถลาเข้าไปดูอาการเพื่อนทันที



\"คิล!! นายเป็นไงบ้าง\" คาโลถามอย่างร้อนรนพลางประคองเพื่อนให้ทรงตัวอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นตอนนี้คิลคงล้มลงนอนกองกับพื้นแล้วเป็นแน่ นัยน์ตาสีม่วงมองเจ้าชายอย่างดุๆแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน



\"ทำไมนายไม่ไปช่วยเฟริน\" คิลเอ่ยว่า ทั้งๆที่บอกให้มันไปช่วยเฟรินก่อน มันกลับไม่ยอมฟังแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่ามันกินอะไรเข้าไปถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ ทั้งๆที่ปกติมันไม่เคยเป็นอย่างนี้



\"นายนั่นแหละ ไม่ไหวแล้วยังเป็นห่วงคนอื่น\" คาโลตำหนิบ้าง ทำเอานักฆ่าสะอึกอย่างพูดไม่ออก มันก็จริงที่ตัวเขาเองก็ยืนแทบไม่ไหวแล้ว แต่ว่าดันไปห่วงยัยเจ้าหญิงจอมยุ่งนั่น



\"ฉันว่านายพักก่อนแล้วกัน ที่เหลือฉันจัดการเอง\" คาโลพูด แล้วพยุงนักฆ่าหนุ่มไปนั่งพิงเสาที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ก่อนที่จะผละเข้ามาทางแท่นที่เฟรินนอนอยู่อีกครั้ง ดูเหมือนคราวนี้จะไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป ร่างสูงของบุรุษที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้ายืนนิ่ง นิ่งซะจนน่าแปลกใจ



คาโลเดินไปยืนข้างแท่นพลางมองร่างบางที่นอนอยู่บนนั้นอย่างห่วงใย นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตลืมขึ้นมาดูว่าใครเข้ามาใกล้เธอ แล้วเมื่อเห็นใบหน้ารูปสลักของคนคุ้นเคย เธอก็ยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน คาโลเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวไว้ พลันก็สลายหายไปกับตา เหลือเพียงเศษดินที่เขากำไว้ในมือ



\"คะ..คาโล\" เสียงเรียกอย่างอ่อนแรงดังมาจากข้างหลัง นัยน์ตาสีฟ้าตวัดกลับไปมองทันที ก่อนที่มันจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ..!!



ภาพเบื้องหน้าที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาทำเอาใจหล่นวูบไปเลยทีเดียว ชายแปลกหน้าที่ดูมีอำนาจที่สุดลอคคอเฟรินไว้แน่น และดูท่าทางว่าเฟรินจะไม่สามารถหลุดออกมาได้เองแน่นอน เสียงหอบหายใจดังรัวท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีที่กำลังจะผ่านพ้นไป



\"วันนี้จะมีคนจากไปเพียงคนเดียวเท่านั้น....\" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาจากปากของชายแปลกหน้า \"ข้าให้เวลาเลือกแล้วกัน ว่าระหว่างเจ้า 3 คน ใครจะจากไป เชิญพวกเจ้าตกลงกันเองแล้วกัน\" ถึงแม้จะพูดจบแล้ว แต่ชายแปลกหน้าก็ยังไม่ยอมปล่อยเฟรินเสียที



\"ข้าลืมบอกไป ข้าให้เวลาพวกเจ้าตัดสินใจกัน 1 นาทีนะ อย่าเกินล่ะ ไม่งั้นก็ไปด้วยกันหมด\" คำลงท้ายที่ดูเหมือนต้องการเน้นย้ำเป็นพิเศษ ทำเอาร่างบางลืมตาโพล่งขึ้นมาทันที



\"งั้นข้าไปเอง\" เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างมั่นคง เธอจะไม่ยอมให้เพื่อนของเธอเป็นอันตรายเด็ดขาด ไม่มีทาง ถ้าหากมีใครต้องตายจริงๆ คนๆนั้นขอให้เป็นเธอเองก็แล้วกัน



\"ไม่ได้นะ ฉันเอง\" คาโลเอ่ยขัดขึ้นมาทันที คนหนึ่งเพื่อนรัก อีกหนึ่งก็คนที่เขารักหมดใจ ถ้าหากเสียคนใดคนหนึ่งไป แล้วเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ขอตายซะเองยังจะดีกว่า อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องตาย แล้วเขาก็มั่นใจว่าเพื่อนรักคนเดียวจะสามารถดูแลเธอได้แน่นอน



\"พวกนายไม่ต้องทั้งคู่เลย ฉันเองดีกว่า\" คิลเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น ถึงแม้เรี่ยวแรงจะไม่มีเหลือแล้ว แต่สติของเขายังปกติดี สมองสามารถรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าเฟรินตายไปซักคน คาโลมันคงไม่เป็นอันทำอะไรแน่ และถ้าหากคาโลตายไป เฟรินมันก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน คนควรจะจากไปคงจะต้องเป็นเขา เพราะอย่างน้อยคาโลมันก็ต้องดูแลเฟรินเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพื่อนคนแรกและเพื่อนรัก ถึงแม้ต้องตายก็ต้องปกป้องไว้ให้ได้



\"พวกเจ้าจะเถียงอะไรกันหนักหนา กะอีแค่มีคนใดคนหนึ่งต้องจากไปเท่านั้นเอง เอาล่ะเหลือเวลา 30 วินาทีสุดท้าย เลือกเอาแล้วกันนะ\" ชายแปลกหน้าพูดอย่างหน่ายๆพลางส่ายหัวอย่างรำคาญ แต่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า รอยยิ้มกำลังปรากฏขึ้นที่มุมปาก



\"พวกนายอย่าโง่สิ คิล นายยังมีเรนอนรออยู่นะ คาโลถึงฉันจะตายไปแต่ในโลกนี้ก็ยังมีผู้หญิงสวยๆอีกเยอะ หน้าหล่อๆอย่างนายคงหาใหม่ได้ไม่อยากหรอก และอีกอย่างต้นเหตุของเรื่องนี้ก็เป็นฉันด้วย เพราะฉะนั้นฉันขอเป็นคนไปเอง\" เฟรินเอ่ยเนิบๆ ความตายนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนเราเกิดมาก็ต้องตาย แต่อย่างน้อยก็ขอตายอย่างมีค่า ขอตายเพื่อคนที่รักที่สุดทั้งสอง คนที่สอนให้รู้จักคำว่า \'รัก\' คนที่สอนให้รู้จักคำว่า \'เพื่อนแท้\' คนที่ต่อให้นานแค่ไหนก็ไม่มีวันลืม



ความเงียบเริ่มครอบคลุมอีกครั้ง ชายหนุ่มทั้งสองพูดไม่ออกราวกับมีบางอย่างติดอยู่ที่ลำคอ คำบางคำที่อยากจะพูดออกมา แต่มันก็พูดไม่ออกเสียที ต่างคนก็ไม่อยากให้ใครคนใดคนหนึ่งตายจากไป แต่หากต้องมีคนตายจริงๆล่ะก็ คนๆนั้นก็ขอให้เป็นตัวเองยังจะดีซะกว่า



\"เอาล่ะหมดเวลา ตกลงกันได้รึบัง หรือจะเอาคนสุดท้ายที่พูด สำหรับข้ายังไม่ก็ได้อยู่แล้ว เจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล  เจ้าชายคาโล วาเนบลี  นักฆ่าคิลมัส ฟีลมัส ใครจะตาย!!\"



\"ฉันเอง!!~\" สามเสียงตอบออกมาพร้อมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร



พวกเจ้านี่น้า เอาล่ะๆ ใครจะตายก็ว่ามา ข้าล่ะเริ่มเซงเต็มทีแล้ว\" เสียงทุ้มเอ่ยเร่งอย่างไม่ลดละ \"ในเมื่อพูดเจ้าตัดสินกันไม่ได้ ข้าจะถือว่าใครเป็นคนพูดว่าจะตายคนสุดท้ายคนนั้นก็ตายแล้วกัน เรื่องมากกันซะจริง\"



\"เอาล่ะเจ้าหญิงเฟลิโอน่า ท่านอยากจะพูดอะไรเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย ข้าให้อิสระท่านเต็มที่เลย\" ชายคนนั้นเอ่ยพลางปล่อยร่างบางของหญิงสาวให้นั่งลงกองกับพื้น เพราะขาเรียวไม่มีแรงพอที่จะยืนอยู่ได้



\"เฟริน..\" เสียงเรียกอย่างแผ่วเบาดังออกมาจากปากของเจ้าชายคาโลที่อยู่ไม่หาก พลางรีบเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้น มือใหญ่ดึงร่างบางเข้ามาโอบด้วยความห่วงหา



\"พาฉันไปหาคิลหน่อย\" หยิงสาวเอ่ยอย่างอ่อนเพลีย เธอรู้ตัวเธอเองดี ถึงแม้ไม่โดนฆ่าตาย แต่เธอก็คงจะไม่พ้นคืนนี้เป็นแน่ ข้างนอกไม่มีบาดแผล แต่ภายในกลับบอบช้ำจนแทบจะแตกสลายไป ทรมานและเจ็บปวดคงเป็นคำที่ง่ายเกินไปสำหรับการอธิบายความรู้สึกของเธอตอนนี้



คาโลพยักหน้า แล้วช้อนร่างบางขึ้น ก่อนจะอุ้มหญิงสาวไปนั่งลงข้างๆนักฆ่าหนุ่มที่นั่งพิงเสาอย่างหมดแรงเช่นเดียวกัน



\"เฟริน ทำไมนายทำอย่างนี้..\" คิลเอ่ยอย่างดุๆ ถึงแม้มันจะกล้าบ้าบิ่นขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ไม่เคยนึกซะทีว่ามันจะบ้าขนาดนี้ หญิงสาวเจ้าของชื่อไม่ยอมตอบอะไร เธอเพียงแค่ยิ้ม ยิ้มอย่างไม่เคยยิ้มมาก่อน ยิ้มอย่างอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ยิ้มอย่างต้องการบอกแทนคำจากลา



\"คิล นายเป็นเพื่อนคนแรกของฉัน นายคอยช่วยเหลือฉันเสมอมา ไม่ว่าจะเสี่ยงเกิน 50% แค่ไหน แต่นายก็ยังคอยช่วยฉัน มีเรื่องสุดท้ายที่ฉันอยากจะขอร้องนาย นายจะรับปากฉันได้มั้ย\" คำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้าเท่านั้น เฟรินยิ้มอีกครั้ง อย่างน้อยเกิดมาชาตินี้เธอก็ยังมีเพื่อนดีๆที่คอยช่วยเหลือเธอ เกิดมาชาตินี้คงไม่เสียชาติเกิดแล้วจริงๆ



\"ถ้าฉันตายไปแล้ว นายต้องดูแลคาโลมันดีๆนะ อย่าให้มันเศร้า อย่าให้มันเสียใจร้องไห้ ให้มันหาผู้หญิงสวยๆ เก่งๆซักคนแต่งงานด้วย มีลูกซัก 2 คน เวลามันไม่สบายก็บังคับมันกินยาด้วยล่ะ แล้วก็ให้มันมีความสุขมากๆ ไม่งั้นฉันที่ดูอยู่ข้างบนนั้นคงไม่มีความสุข\" เฟรินพูดพลางทำหน้ายิ้มแย้ม แต่ชายหนุ่มทั้งสองกลับไม่ได้รู้สึกสนุกไปด้วยเลยแม้แต่น้อย



\"นายรับปากกันฉันแล้วนะ อย่าผิดสัญญาล่ะ\" เฟรินเอ่ยแล้วโอบกอดเพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันกลับไปหาอีกหนึ่งหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง ใบหน้ารูปสลักที่ปกติจะดุอยู่เสมอไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



\"คาโล...\" เสียงเรียกอย่างอ่อนแรงดังเรียกให้ชายหนุ่มรีบขยับกายเข้ามาใกล้มาขึ้น ก่อนที่หญิงสาวจะทิ้งตัวลงนอนซบไหล่อย่างเหนื่อยล้า มือใหญ่ลูบศีรษะอย่างเบามือ



\"ถ้าฉันตายไปจริงๆล่ะก็ นายต้องหาแฟนใหม่นะ นายห้ามร้องไห้ ห้ามเศร้า ฉันรู้ดีว่าถึงจะบอกนายไปตอนนี้นายก็คงไม่ฟังอยู่ดี แต่ฉันอยากให้นายเข้าใจว่าถึงนายจะเศร้าแค่ไหน ฉันที่จากไปแล้วก็คงกลับมาหานายไม่ได้อีก นายต้องเข้มแข็ง เพื่อคาโนวาล เพื่อป้อมอัศวินของเรา เพื่อเพื่อนทุกๆคน และเพื่อฉันที่จะเฝ้ามองดูนายจากข้างบน ฉันเกือบลืม แล้วนายก็ห้ามแช่แข็งป้อมนะ ฉันยังไม่อยากให้ป้อมอัศวินเปลี่ยนเป็นป้อมน้ำแข็ง.......\" เฟรินพูดพลางกลั้วหัวเราะในช่วงท้ายๆ แต่ยิ่งหัวเราะมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำร้ายตัวเธอมากขึ้นเท่านั้น เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาจากริมฝีปากบาง



\"หยุดเถอะ..หยุดพูดเถอะเฟริน\" คาโลห้ามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด



\"ไม่ได้..ฉันต้องพูดก่อนที่จะไม่ได้พูดอีกแล้ว\" เฟรินปฏิเสธพลางเอามือแตะริมฝีปากชายหนุ่มเป็นเครื่องหมายว่า ฉันไม่เป็นไร ฉันยังไหวอยู่ \"นายจำได้มั้ย วันแรกที่เราเจอกัน นายพูดกับฉันว่า \'หัวขโมยก็ยังคงเป็นหัวขโมยอยู่วันยังค่ำ ย่อมเป็นพระราชาไปไม่ได้\' ตอนนั้นน่ะฉันหมั่นไส้นายมากเลยล่ะ แล้วนายจำได้รึเปล่า ตอนที่เราแข่งหมากกระดานเกียรติ์ยศกัน จนถึงวันนี้ฉันยังแทบไม่เชื่อตาตัวเองเลย ว่านายจะกล้าขนาดไปเกี้ยวคิงแห่งปราสาทขุนนาง แล้วยังตอนนั้นอีกตอนที่ทุกคนรู้ว่าฉํนแปลงร่างเป็นผู้หญิง ยังสงสารรุ่นพี่คนนั้นอยู่เลย ป่านนี้จะยังคิดว่าฉันเป็นเรนอนอยู่รึเปล่านะ..........\"



หญิงสาวยังคงพรรณาเรื่องราวเก่าๆทั้งหลายต่อไป ตั้งแต่วันแรกที่เธอได้รู้จักคนนี้จนถึงวันนี้ก็ 6 ปีมาแล้ว จากความไม่ชอบขี้หน้ากลายมาเป็นเพื่อน จากเพื่อนก็เป็นเพื่อนสนิท และจากเพื่อนสนิทก็กลายเป็นความรักที่ขาดกันไม่ได้ ผู้ชายที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเธอ ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่พ่อที่เธอรักหมดใจ ผู้ชายคนแรกที่สอนให้เธอรู้จักความรักในฐานะผู้หญิง ผู้ชายที่ได้ชื่อว่า ก้อนน้ำแข็งเดินได้บ้างล่ะ เจ้าชายน้ำแข็งไส และอื่นๆอีกมากมาย ผู้ชายที่เสมอๆจะเย็นชา แต่ก็เป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยนกับเธอเสมอ ความรู้สึกที่มีต่อบุรุษที่อยู่ตรงหน้านี้มันมากล้นเกินจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดนอกจาก....



\"ฉันรักนาย\" เสียงหวานแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหู ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย คำพูดคำเดียวที่ทำเอาหัวใจละลาย เสียงหวานๆที่ฟังแล้วรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนตร์สะกด \"แล้วนายล่ะรักฉันรึเปล่า\" คราวนี้หญิงสาวถามกลับมาบ้าง เจ้าชายหนุ่มหน้าขึ้นสีเรื่อด้วยอาย แต่ก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เอ่ยคำที่ตราตรึงไว้ในใจตลอดไป..ชั่วนิรันดร์



\"ฉันรักเธอ....\"



ริมฝีปากทาบทับลงบนริมฝีปากบาง จูบสุดท้ายที่มอบให้แก่กัน ความถวิลหาซึ่งกันและกันทำให้ร่างกายร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก รสสัมผัสหวานล้ำที่ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืม เช่นเดียวกันเธอที่จะไม่ลบเลือนไปจากหัวใจฉัน...



\"เอาล่ะๆ พอได้แล้ว หมดเวลาแล้วเจ้าหญิง ท่านคงไม่คิดผิดสัญญากับข้า เหมือนที่คนรักท่านทำหรอกนะ\" ชายแปลกหน้าเอ่ยเรียบๆ คาโลจึงถอนริมฝีปากออก ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต



\"ถึงท่านจะจ้องข้าอย่างนั้นก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกเจ้าชาย เหมือนถึงเวลาตาย คนเราก็ต้องตาย ไม่มีใครฝืนลิขิตแห่งสวรรค์ได้ ท่านอย่าลืมสิ เจ้าหญิงเฟลิโอน่ามีเลือดปิศาจเพราะงั้นนางก็อยู่ได้ยาวนานกว่าคนปกดติธรรมดาเยี่ยงท่านแน่นอน นี่ถือว่าข้าช่วยท่านนะ เพราะเมื่อท่านตายจากไป แต่นางยังคงความสาวอยู่ แล้วนางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร หรือท่านที่อยู่บนสวรรค์จะทนเห็นนางเศร้าโศกเพราะคนที่นางรักค่อยๆตายไปทีละคนได้หรอ\" ชายหนุ่มนิ่งคิด เขาไม่เคยคิดถึงข้อนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เคยคิดจริงๆ



\"เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น..บอกลากันเป็นครั้งสุดท้ายซะ\"



\"คาโลพยุงฉันลุกหน่อย\" เสียงหวานร้องเรียก ชายหนุ่มเบือนหน้าไปมอง แล้วพยุงร่างบางขึ้นยืน \"นายอย่าผิดสัญญานะ ถ้านายผิดสัญญากับฉันล่ะก็ ฉันจะลงมาหักคอนาย\" เฟรินพูดเล่นทีจริงทีอย่างไม่คิดมาก เธอรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึงเข้าซักวัน แต่ก็ยังอดใจหายไม่ได้ที่มันมาถึงเร็วกว่านี้ ทั้งๆที่ยังมีเรื่องที่เธอยังไม่ได้ทำอีกมากนัก นึกแล้วก็เสียดาย ไว้ชาติหน้าค่อยเที่ยวต่อคงจะไม่เสียหาย



\"ลาก่อนเจ้าหญิง\" เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ เกิดลูกพลังบางอย่างขึ้นบนมือ มันมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจากเพียงจุดเล็กๆ จนมีขนาดเท่าลูกฟุตบอล และถูกส่งตรงเข้าปะทะร่างบางที่ยืนหันหลังอยู่





เปรี้ยง!!





เพียงเสี้ยววินาทีที่ลูกพลังนั้นจะปะทะร่างบางที่ยืนหันหลังอยู่ ร่างสูงของชายหนุ่มก็ดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น แล้วเอาร่างกายของเขาเองรับลูกพลังนั้นแทน เพียงชั่ววินาทีสุดท้ายของชีวิตที่จะต้องจากเธอไป ทำไมฉันถึงรู้สึกว้าเหว่เดียวดายเช่นนี้ ทั้งๆที่น่าจะดีใจไม่ใช่หรอที่ได้ตายเพื่อเธอ ได้ปกป้องเธอ..คนที่ฉันรักหมดใจ  แต่ทำไมถึงยังอาลัยโลกนี้ ถึงยังไม่อยากจากเธอไป....



ดวงตาปิดสนิทอย่างรับรู้ความเจ็บปวดที่กำลังจะมาเยียน แปลก!! ทำไมถึงไม่เจ็บอะไรเลย ทำไมถึงยังเหมือนเดิม หรือว่าเธอจะตายไปแล้วจริงๆ มีคนเคยบอกไว้ว่าเวลาที่คนเราตายไปแล้วจะไม่รู้สึกอะไร มันคงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ขอลืมตามองสวรรค์หน่อยแล้วกัน สวรรค์ที่ท่านแม่อยู่ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเหงาอีกต่อไป



เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โต กระพริบตาปริบๆเพื่อปรัยระดับสายตา ก่อนจะมองไปรอบๆอย่างสงสัย นี่เธอก็ไม่ได้อยู่บนสวรรค์นี่นา มันยังเป็นโดมอยู่เลย นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตไล่ไปเรื่อยๆ จนไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าที่จับจ้องอยู่แล้ว



\"คาโล มันเกิดอะไรขึ้นหรอ\" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มให้เธอเท่านั้น รอยยิ้มที่เปรียบเสมือนรอยยิ้มครั้งสุดท้าย รอยยิ้มแห่งความสุขที่ถ้าไม่มีเธอคนนี้ ก็คงไม่มีเขาที่สามารถยิ้มได้อย่างนี้แน่นอน



\"คาโล!! นายเป็นไรไปน่ะ\" เฟรินร้องออกมาเสียงดัง เมื่อร่างสูงที่โอบกอดเธอไว้อย่างอบอุ่นล้มลงกับพื้น ดีที่เธอพยุงไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นก็คงลงไปนอนราบกับพื้นเป็นแน่



มือบางจับหลังของคาโลไว้ ก่อนที่จะสัมผัสถึงบางสิ่งที่ชื้นแฉะราวกับน้ำ ใบหน้าหวานตวัดไปมองที่มือตัวเองทันที ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ น้ำที่เธอสัมผัสไม่ใช่สิ่งใด มันคือ..เลือด!! เลือดสีแดงสดที่ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มสวมใส่ออกมา บ่งบอกได้ถึงเหตุการณ์เพียงไม่ถึงนาทีที่เธอหลับตาลงรับความตาย



\'มันคงเข้ามาบังเธอไว้สินะ โง่จริงๆ\' หญิงสาวสบถด่าในใจรัวเป็นชุด ถึงแม้ในใจจะหงุดหงิดกับการทำอะไรไม่เข้าเรื่องของชายหนุ่ม แต่ใบหน้าหวานกลับเป็นห่วงเป็นใยอย่างมาก นัยน์ตาสีน้ำตาลมีน้ำเอ่อล้นที่ขอบตา ก่อนที่มันจะร่วงไหลลงมาอาบแก้ม



\"บ้า!! บ้าที่สุดเลย นายทำอย่างนี้ทำไมคาโล!!\" เฟรินแปดเสียงลั่นพลางเอามือทุบอกคนตัวสูงที่นอนราวอยู่กับพื้นโดยมีเธอเป็นหมอนหนุนตัก ใบหน้ารูปสลักยังคงยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ความสุขเพียงหนึ่งเดียวคือการได้ปกป้องเธอ ถึงแม้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตก็ตาม



\".............\" ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมา เฟรินซบลงตรงอกกว้าง หยาดน้ำตาไหลรินลงมาไม่ยอมหยุด ริมฝีปากสีกุหลาบพึมพำว่าคนที่นอนซบไม่ยอมหยุด มือบางกุมมือใหญ่ไว้แน่นราวกับว่าถ้าปล่อยไปเขาจะหลุดลอยจากเธอไปตลอดกาล



คิลที่นอนพิงเสาอยู่ไม่ไกลนักเบนหน้าหนีอย่างไม่อาจยอมรับความจริงได้ นักฆ่าที่เห็นการตาย การฆ่าฟันมามากมาย แต่เมื่อมาถึงคราวเพื่อนของตัวเอง จิตใจมันก็ไม่อาจบังคับให้ชินชาได้ อยากจะเข้าไปดูหน้ามันเป็นครั้งสุดท้าย แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อ ความเจ็บปวดที่เคยมีจางหายไปหมด เหลือแต่ความชา ความเจ็บลึกลงไปยังก้นบึ้งของหัวใจ พร่ำโทษตัวเองที่ไม่อาจช่วยเพื่อนไว้ได้



ส่วนเพื่อนรักอีกครั้งที่ดูเหมือนตอนนี้จะเสียสติไปแล้วยิ่งน่าเป็นห่วง อยากจะเข้าไปปลอบ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเรี่ยวแรงมันเหือดหายไปหมดแล้ว หวังเพียงมันคงไม่คิดอะไรสั้นๆขึ้นมา ไม่อยากนั้นคาโลมันได้มาบีบคอเขาตายแน่ที่ไม่อาจดูแลเฟรินมันได้



\"คาโล ฮึก. มันไม่จริงใชมั้ย นายบอกฉันสิว่ามันไม่จริง ฮือๆ\" เสียงหวานที่เอ่ยออกมาปนไปด้วยความเจ็บปวด ราวกับหัวใจจะแตกสลาย ทำไมถึงคิดโง่ๆ ทำไมถึงเอาตัวเข้ามาบังไว้ ทำไมไม่ปล่อยให้เธอตายๆไปซะ ทำไมถึงทำอย่างนี้!! ไม่ว่าจะเฝ้าถามซักเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากร่างสูงที่นอนนิ่ง ใบหน้ารูปสลักซีดเผือด ร่างกายเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆอย่างน่ากลัว



\"นายเคยบอกใช่มั้ยว่าไม่ให้ฉันห่างนายไปไหน ฉันจะทำตามที่นายบอก ฉันจะตามนายไป ไม่ว่าจะไกลซักแค่ไหน ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหานาย\" ร่างบางพยายามบังคับร่างกายที่สั่นเทาให้หยุดสั่น ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา



นัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้างด้วยความตกใจ \'ให้ตายสิ!! คิดแล้วไม่มีผิด\' นักฆ่าหนุ่มสบถในใจ ก่อนจะตะโกนห้ามร่างบางที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่มันก็สายไปเสียแล้ว ผ่าปฐผี..ดาบในตำนานปรากฏขึ้นบนมือหญิงสาว เธอวางมันไม่ข้างกาย ก่อนที่จะก้มลงไปประทับจุมพิตที่ริมฝีปากที่เย็นเหยียบเป็นครั้งสุดท้าย



ยกดาบที่หนักขนาดผู้ชายบางคนยังยกไม่ไว้ขึ้นมาทาบไว้ที่ลำคอระหงของตัวเอง หยาดน้ำตาที่เคยมีจางหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้มขาวเนียนเท่านั้น



\"ลาก่อนนะคิล นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีมา\" เฟรินหันไปบอกคิลที่นั่งพิงเสาอยู่ เธอรู้ดีว่ามันจะเข้ามาขวาแน่นอน เลยร่ายเวทย์ง่ายๆที่ทำให้ร่างกายมันขยับไม่ได้ซัก 5 นาที



\"อย่านะเฟริน!! นายอย่างทำบ้าๆนะ!! นายลืมแล้วหรอ!! คาโลมันตายเพราะจะปกป้องนายนะ!! ทำไมนายถึงทำอย่างนี้!! ถ้าคาโลมันรู้มันจะรู้สึกยังไง!!\" คิลพยายามร้องห้าม แต่ใบหน้าหวานกลับไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ตอนนี้เธอไม่ได้ยินสิ่งต่างๆรอบตัวอีกต่อไปแล้ว หวังเพียงแค่จะได้เจอเขาคนนั้นอีกครั้ง คนที่เธอรักหมดใจ และอยู่ด้วยกันไปชั่วนิรันดร์



\"ฉันรักนายนะ..คาโล\" เสียงหวานพึมพำข้างหู ผ่าปฐผีที่ถูกวางพาดลำคอไว้ตอนแรก ขยับเข้ามาใกล้จนติด ก่อนที่หญิงสาวจะออกแรงกด เลือดสีแดงเริ่มไหลรินออกมาจากบาดแผลออย่างน่ากลัว ฉันกำลังจะไปหานายคาโล นายรอฉันด้วยนะ เฟรินหลับตาลง ก่อนที่จะออกแรงกระตุกผ่าปฐผี ลาก่อนทุกคน ลาก่อน.. ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบให้ตลอดมา..



\"เฟริน!!~\" เสียงทุ้มของนักฆ่าหนุ่มที่อยู่ไม่ห่างไปนักร้องออกมาดังลั่น เมื่อร่างบางล้มลงนอนซบบนอกเพื่อนรักที่จากไปแล้ว น้ำใสๆหลั่งไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป การทำใจที่จะยอมรับว่าเพื่อนทั้งสองจากไปแล้วนั้นมันยากแสนยาก เพื่อนสองคนในชีวิตของเขาจากไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับตลอดกาล...!!







ย้อนกลับไปเมื่อวานก่อน <วันที่เฟรินบาดเจ็บ>





\"นาย..โร นายก็หลอกพวกเราใช่มั้ย\" แองจี้ถามอย่างอารมณ์บูด โรยิ้มแหยๆ พลางยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้



\"ฉันเปล่านะ ถ้าจะโทษก็ไปโทษท่านจ้าวเถอะ เพราะแผนนี้เป็นแผนของท่านจ้าว\" โรพูดแล้วรีบเดินจากไปทันที ก่อนที่จะโดนรุมประชาทัณฑ์จ้าวปิศาจเอวิเดส ท่านนะท่าน หลอกกันได้ลงคอ!!



\"แล้วเราจะเอายังไงกันต่อไปล่ะ\" แองจี้หันไปขอความเห็นเพื่อนๆ จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อหลงเชื่อมาเต็มเปา ถูกหลอกจนไม่เหลือชิ้นดี น่าจะยกรางวัลตุ๊กตาทองให้อีกซักตัวจริงๆ



\"ไปหาท่านจ้าว คงมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้ ต้องเค้นความจริงออกมาให้หมด\" มาทิลด้าเสนอ ทุกคนก็พยักหน้าเก็นด้วยเช่นกัน และทั้งหมดก็ยกขโยงไปยังห้องรับแขกแห่งพระราชวังคาโนวาล



ก๊อก!! ก๊อก!!



เสียงเคาะประตูอย่างมีมารยาทดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก เจ้าหญิงมาทิลด้าแห่งอเมซอนเดินเข้ามาคนแรก ตามด้วยเหล่าลิงทะโมนป้อมอัศวิน นัยน์ตาสีดำรัตติกาลของเจ้าของห้องเบือนมามองเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจแผ่นกระดาษตรงหน้าต่อ



\"คือว่า.....\" มาทิลด้าเอ่ยออกมาอย่างอ้ำอึ้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอจะรู้สึกเสียความมั่นใจเท่านี้มาก่อนเลย พระพักตร์ของจ้าวปิศาจเบือนมามอง ก่อนจะแย้มรอยยิ้ม แล้วตรัสถามอย่างเป็นมิตร



\"มีอะไรหรอ\"



\"พวกหม่อมฉันมาพบท่าน เพราะต้องการถามเรื่องเฟรินน่ะเพคะ ท่านจ้าวยังมีเรื่องปกปิดพวกเราอยู่รึเปล่า\" มาทิลด้าเอ่ยถามอย่างพยายามระวังคำพูดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้



จ้าวปิศาจแห่งเดมอสถอนหายใจเล็กน้อย งานนี้เขารู้อยู่แล้วว่าทำเองไม่ได้ ยังไงก็ต้องให้คนพวกนี้ช่วยสินะ แต่จะให้ 1 ใน เหยื่ออยู่ในนี้ไม่ได้



\"คิล เจ้าช่วยไปตามโรให้ข้าหน่อยจะได้มั้ย บอกว่าข้ามีเรื่องด่วนจะคุยกับเค้า\" ท่านจ้าวตรัสเชิงขอร้อง นักฆ่าพยักหน้า แล้วออกจากห้องไป ต่อให้ตายก็หาไม่เจอหรอกคิลมัส เพราะว่าข้าใช้โร เซวาเรส ออกไปนอกพระราชวัง เพื่อเตรียมการบางอย่าง



ปังง!!



เสียงประตูปิดลงเป็นสัญญาณว่าชายหนุ่มผู้ถูกหลอกจากได้ไปแล้ว นัยน์ตาสีดำรัตติกาลละทิ้งประตูแล้วกันมาจับจ้องที่เหล่านักเรียนป้อมอัสวินปี 6 ที่นั่งหน้าสลอนกัน



\"เอาล่ะ เรื่องนี้มันสำคัญมาก ฉันยอากจะขอความช่วยเหลือจากพวกเธอ ที่ให้คิลออกไปก่อน เพราะเขาเป็นหนึ่งในหมากของเรา ส่วนโร ฉันบอกแผนนี้เรียบร้อย ตอนนี้โรกำลังออกไปเตรียมบางสิ่งให้ฉัน....\" สุรเสียงดังก้องกังวาลไปทั่วห้อง ใบหน้าของป้อมอัศวินทุกคนงออย่างไม่เข้าใจ มันยากเกินกว่าที่จะพูดออกมาได้



\"ฉันจะทำการทดสอบคาโล วาเนบลี และคิลมัส ฟีลมัส โดยอย่างแรกพรุ่งนี้เช้าฉันจะไปพาตัวเฟลิโอน่าออกมาจากห้องนั้น แล้วพาไปซ่อนไว้ที่ห้องพักของฉันเอง ต่อจากนั้นซีบิล ช่วยทำให้จดหมายไปถึงมือคาโลอย่างเป็นธรรมชาตและน่าสงสัยมากที่สุด แต่ต้องตอนที่คาโลอยู่คนเดียวเท่านั้น โดยเนื้อความในจดหมายจะต้องพาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งคนๆแรกที่คาโลจะไปหาคือคิล..แน่นอน เรนอนพยายามกันคิลให้อยู่แต่ในห้องไว้ เพราะถ้าคิลออกไปข้างนอก เรื่องนี้คงจะไม่จบง่ายๆแน่...\" เรนอนและซีบิลพยักหน้ารับ แต่ความสงสัยมันก็ยังคงอยู่ ท่านจ้าวจะทดสอบคิลกับคาโลไปเพื่ออะไรกันแน่ มันต้องมีเหตุผลซักอย่าง เหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจบอกพวกเขาได้



\"ต่อจากนั้นตอนเที่ยงคืนคาโอกับโรจะไปรออยู่หน้าน้ำพุกลางเมืองเพื่อบอกเล่าวิธีเดินทางให้คาโลและคิลฟัง หลังจากที่พวกนั้นเริ่มเดินทางก็จะไปเจอกับสถานที่ต่างๆที่ฉันจัดขึ้น ที่แรกเป็นทุ่งดอกลิลลี่ ต่อจากนั้นฉันมั่นใจว่าทั้งสองต้องเดินจากไปจากตรงนั้น แล้วมุ่งหน้าต่อ ที่ต่อไปก็คือทะเลทราย ที่นั่นจะแห้งแล้งจนผิดปกติ ไม่มีโอเอซิส สองคนนั้นจะเหนื่อยจนเผลอหลับไป...\"



นัยน์เนตรสีดำกวาดมองไปรอบๆ ก่อนเอ่ยต่อ \"ต่อจากนั้นซอร์โรกับอาชูร่าช่วยกันพาคาโลและคิลไปพักที่กระโจมชายป่าที่ฉันสร้างขึ้น คราวนี้ก็ถึงคิวเธอ แองเจลีน่า เธอต้องเปลี่ยนสีผม สีตาให้เหมือนเฟลิโอน่าทุกอย่าง แล้วรวมถึงนิสัยให้เรียบร้อยอย่างเรนอน พยายามดึงรั้งสองคนนั้นไว้ หากไม่ไหวให้ออกมาบอกเดทที่รออยู่ข้างนอก เดทจะไปบอกครี้ด มาทิลด้า วอร์ช่า ไนฟ และกัสที่รออยู่ในป่าให้ดำเนินการแผนต่อไป...\" ทุกคนพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่



\"พอคิลกับคาโลเข้าไปในป่าชื้นแฉะแล้วจะเจอกับสัตว์ประหลาดในตำนาน และถ้าสองคนนั้นผ่านพ้นมาได้ก็จะมาเจอกับพวกเธอทั้ง 5 คนที่รออยู่ พยายามถ่วงเวลาสองคนนั้นไว้ให้นานที่สุด ห้ามทำให้บาดเจ็บเด็ดขาด ฉันว่าพวกเธออยู่ด้วยกันมานานแล้วคงรู้ว่าใครถนัดอะไรอยู่แล้ว เพราะงั้นก็คงไม่อยาก พอใกล้หมดเวลาซัก 1 นาที ให้พวกเธอกลับมาที่โดม รอสองคนนั้นมาถึง และปราการด่านสุดท้ายคือประตูที่ถูกลงอาคมไว้ คาโลจะยอมถอนใจหรือไม่ ในเม่อวเลาเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป\"



ท่านจ้าวอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พลางยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบ ท่ามกลางสายตามองมา ป้อมอัศวินกระพริบตาปริบๆ แต่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ถ้าพวกเขาไม่ทำและใครจะทำกันล่ะ เรื่องนี้คงจะสนุกน่าดู..!!



\"เอาล่ะ พวกเธอไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ ฉันมีอะไรต้องทำอีกเยอะ\" จ้าวปิศาจตรัสอนุญาตแล้วหันหน้ากลับเข้าไปทำงานเหมือนเดิม มาทิลด้ามองอย่างชั่งใจ ถึงขั้นนี้แล้วคงจะปฏิเสธไม่ได้เป็นแน่ คงต้องทำตามอย่างเดียว



\"งั้นพวกหม่อมฉันของทูลลาเพคะ\" มาทิลด้าเอ่ยทำความเคารพก่อนจะเดินออกไป แล้วตามด้วยชาวป้อมอัศวินทียังทำหน้าเอ๋อๆอยู่ แผนการกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ ดำเนินไปตามแผนของผู้เป็นใหญ่แห่งเดมอส รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากยอางพอใจ ก่อนจะฮัมเพลงเล่นอย่างสบายใจ







~กลับมาสู่เวลาปัจจุบัน~





เหล่าผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหลายต่างมองภาพทั้งสองที่นอนอยู่บนพื้นอย่างไม่กระพริบตา นี่มันผิดแผน..!!~ จิตใจกำลังตะโกนบอกในใจ แต่ภาพสะเทือนใจข้างหน้าทำให้ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ แม้แต่น้ำตาซักหยดก็ไม่ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะไม่เสียใจ แต่มันตกใจ นี่พวกเขาผิดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตเข้าแล้ว!!



\"ท่านจ้าว หม่อมฉันไม่เข้าใจ มันไม่ตรงตามแผนนะเพคะ\" มาทิลด้าที่อยู่ในชุดคุลมสีดำสนิทเอ่ยร้องออกมาทันทีอย่างอดรนทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว นัยน์ตาสีม่วงของนักฆ่าเบนมามองอย่างไม่เข้าใจ นั่นเสียงอขงมาทิลด้า..เขาจำได้แน่นอน ไม่มีทางผิดเด็ดขาด



\"หม่อมฉันก็เห็นด้วยเพคะ นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนที่ท่านทรงเล่าให้พวกเราฟังกัน\" เสียงอีกเสียงหนึ่งดังตามขึ้นมาทันที แล้วเสียงนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากแองเจลีน่าที่อยู่ในชุดหญิงสาวชาวบ้าน ถึงแม้สีผมกบัสีตาของเธอจะยังเป็นของเฟรินอยู่ แต่เสียงและบุคลิกก็แสดงออกถึงความเป็นเธอได้เป็นอย่างดี



\"มันหมายความว่ายังไงกันแน่??\" คิลถามออกมาอย่างสงสัย นัยน์ตาสีดำสนิทมองใบหน้านักฆ่าอย่างปลงตก ถอนหายใจ ก่อนจะพูดความจริงออกมา ความจริงของแผนการทั้งหมด ความจริงภายในใจจ้าวแห่งปิศาจที่ยิ่งใหญ่อย่างเขา ความจริงในใจคนเป็นพ่อของลูกสาวอย่างเขา...!!





...................................................................................................................................................................................





ครบแล้วค่าๆ 100% ค่ะ



แหะๆๆ หลังจากผิด 6% สุดท้ายเสร็จก็แทบจะเป็นลม



ปวดหัวมากๆเลยล่ะค่ะ สงสัยไข้จะขึ้นอีก ไม่รู้ว่ามูนไปทำอะไรไว้กับใครรึเปล่า



พอกลับมาจากเที่ยวก็ไม่สบายอีก ฮืออๆๆTT^TT



พรุ่งนี้จามาอัพให้นะคะ^^



Love Love..คนอ่านมากมาย^^





                                                                                  >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #275 Be3 คุง (@Laureate) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2552 / 22:18
    ร้องไห้เลยนะเนี่ย ทำไมเล่นแบบนี้อ่ะ

    โห~ เศร้าเลย
    #275
    0
  2. #268 The beccard (@Amezon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 / 14:02
    ฮือๆๆ ซึ้งมากๆ ร้องไห้เลยนะเนี่ย(พูดจริงๆ)อ่านฟิคบารามอสมามากมายหลายเรื่อง แต่มีแค่สองเรื่องที่ร้องไห้ เรื่องแรก เป็นเฟรินสละชีวิตเพื่อยุติสงคราม(ซาเรส&คาโนวาล อาเธอร์โดนอำนาจสมบัติอาถรรพ์ครอบงำ) ร้องไห้ประมาณว่าน้ำตาเนี่ยไหลพรากไม่หยุดเลย ซึ้งสุดๆ ส่วนอันที่สองก็อันนี้แหละ คงจะร้องไห้น้ำตาพรากเหมือนกันถ้าไม่ติดที่ว่าพี่กับน้องอยู่ในห้องด้วย เลยร้องไม่มาก(บวกหันหลังให้จะได้ไม่เห็น) เป็นคนบ่อน้ำตาตื้นสุดๆ แต่ สุดยอดมากๆ ซึ้งกินใจสุดๆ ToT
    #268
    0
  3. #263 fong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2551 / 21:12
    หนุก...
    #263
    0