ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 25 : ~๐(^O^)๐~ จดหมายลึกลับและการทดสอบ ~๐(^O^)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ต.ค. 48



ตอนนี้มูนอยุกรุงเทพค่ะ วันนี้ไปงานมหกรรมมาแล้วล่ะค่ะ



กรี๊ดดด!!>O< อยากจะกู่ร้องให้ก้องโลก ปกบารามอสใหม่สวยมากๆเลยค่ะ



เด๋วันกลับจะไปจัดการเหมาซะเลยดีมั้ยเนี่ย



อัพให้แล้วนะคะ ม่ายว่ากันนะคะที่อัพช้า เพราะม่ายมีคอมจริงๆ อยุกรุงเทพทำอารายก็ยากอะค่ะ



แล้วก็อีกเรื่อง เปลี่ยนนามปากกากลับเป็น >>Minnie~Moonie<< เหมือนเดิมนะคะ



รุสึกนามปากกาใหม่จะไม่เวิร์คเอาซะเลย ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ



รักคนอ่านมากมาย....จุ๊บๆ^^





                                                                                           >>Minnie~Moonie<<







...................................................................................................................................................................................





มือใหญ่หยิบกระดาษขึ้นมาดู และเมื่ออ่านข้อความย่อๆในกระดาษจบ นัยน์ตาสีฟ้าก็ฉายแววตกใจขึ้นมาทันที...!!~ ข้อความในจดหมายนั่นมีใจความว่า





                                                          เฟลิโอน่า เกรเดเวลอยู่กับพวกเรา



                              ถ้าเจ้าอยากได้นางคืนให้มาที่น้ำพุกลางเมือง ตอนเที่ยงคืนของวันนี้



                       เราจะส่งคนไปรับเจ้า แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องมากับเพื่อนที่คิดว่าสนิทที่สุดหนึ่งคน



                ถ้าหากเจ้าพาคนมาเกิน หรือว่ามาสายล่ะก็ ข้าก็ไม่รับประกันชีวิตของเจ้าหญิงคนสวยเช่นกัน






ข้อความในจดหมายหายไปทันทีหลังจากอ่านจบ กลับกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่าแผ่นเล็กๆเท่านั้น มือใหญ่ขย้ำกระดาษในมือ แล้วขว้างทิ้งไปอย่างอารมณ์เสีย ขาบาวก้าวฉับๆตรงไปยังห้องของใครบางคนอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก เมื่อพูดถึงเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวล่ะก็ ต้องไปเป็นไอ้หมอนั่นอยู่แล้ว ไอ้นักฆ่าปัญญาอ่อน....



ขายาวของชายหนุ่มหยุดลงที่หน้าประตูไม้สีขาวสะอาด มือเอื้อมไปเคาะประตู 3 ครั้งอย่างมีมารยาท แล้วเปิดผลักเข้าไปโดยไม่คิดจะรอคำอนุญาติของเจ้าของห้องแม้แต่น้อย ทันทีที่ร่างของเจ้าชายปรากฏเข้ามาในห้อง เจ้าหญิงคนงามก็รีบผละออกจากคนรักทันที



\"เอ่อ..นายมีอะไรหรอคาโล\" คิลเอ่ยถามเพื่อนพลางเอามือเกาหัวอย่างอายๆ ก็แน่ล่ะสิ ไอ้เพื่อนรักมันดันเข้ามาตอนจังหวะที่เขาจะจูบกับเรนอนพอดี มันน่านักนะ เข้ามาได้ถูกจังหวะซะจริง อีกแค่เซนต์เดียวเท่านั้นเอง แต่ถ้าขืนไปอารมณ์เสียใส่มันล่ะก็ มีหวังได้กลายเป็นปติมากรรมน้ำแข็งประดับวังแน่ๆ



\"เรนอนช่วยออกไปก่อนได้มั้ย ฉันไม่เรื่องจะคุยกับคิลซักหน่อย\" คาโลหันไปพูดกับหญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นน้องสาว เรนอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเดินออกจากห้องไป โดยไม่คิดจะเอ่ยถามอะไร เธอรู้นิสัยคาโล วาเนบลีคนนี้ดี ถ้าเขาอยากบอกก็จะบอก แต่ถ้าเขาไม่อยากบอก ต่อให้ตายก็ไม่มีทางบอกเด็ดขาด ส่วนตัวเธอเองก็ไม่ได้อยากรู้เรื่องคนอื่นมากมายนัก ถ้าไม่อยากบอกเธอก็ไม่อยากจะถามให้มันมากความ



\"ตกลงว่านายมีอะไรคาโล\" คิลถามพลางนอนลงบนเตียงแล้วกลิ้งไปกลิ้งมารอคอยคำตอบจากเจ้าชายผู้น้อยที่กลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก นัยน์ตาสีฟ้าสวยมองเพื่อนนักฆ่าอย่างชั่งใจ ไม่รู้ว่าเค้าคิดถูกหรือคิดผิดที่มาหามัน สงสัยคงจะคิดผิดจริงๆสินะ แต่เมื่อหลวมตัวไปแล้วจะทำอย่างไรได้ล่ะ...



\"เฟรินโดนจับตัวไป\" คาโลเอ่ยเรียบๆ เพราะถึงจะร้อนใจไป แต่กว่าเวลานัดหมายจะมาถึงก็อีก 14 ชั่วโมง จะรีบร้อนไปก็ไม่ได้การคงทำได้เพียงอย่างเดียวคือ รอ...



\"หา!!~ เฟรินโดนจับตัวไป แล้วนายยังทำหน้าเฉยชาได้อีกนะ\" คิลว่าพลางเด้งขึ้นมาจากเตียงทันที ร่างสูงของนักฆ่าเดินเข้ามาหาเจ้าชาย ถึงแม้ว่าเขาจะสูงไม่เท่าคาโล แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก อาจจะแค่ 4-5 เซนต์เท่านั้น



\"ฉันไม่ได้ทำหน้าเฉยชา แต่นายจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อกว่าจะถึงเวลาที่พวกนั้นนัดหมายก็อีกตั้งนาน\" คาโลตอบกลับมาอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด ไอ้เพื่อนบ้ามันว่าเค้าไม่เป็นห่วงอย่างนั้นหรอ ทั้งๆที่ห่วงจะตายอยู่แล้ว อยากจะไปหาใจจะขาด แต่ก็ทำไม่ได้



\"นายหมายความว่ายังไง\" คำถามถูกส่งมาจากนักฆ่า คิ้วเลิกขึ้นอย่างสงสัย นัยน์ตาสีม่วงฉายแววไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนรักพูด แต่ถึงอย่างไรมันคงไม่พูดออกมาพล่อยๆโดยไม่มีความหมายเป็นแน่



\"ก็หมายความอย่างที่ฉันว่า เฟรินถูกจับตัวไป แล้วก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งส่งมาที่ฉัน บอกว่าถ้าอยากได้ตัวเฟรินคืน ให้ไปที่น้ำพุกลางเมืองตอนเที่ยงคืน พร้อมเพื่อนที่สนิทที่สุดหนึ่งคน\" คาโลเอ่ยอธิบายเรียบๆ ความจริงเค้าก็ไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มันยืดยาวขนาดนี้ แต่ก็อย่างว่าถ้าไม่อธิบายให้แน่ชัดไป ก็คงต้องอธิบายให้มันฟังอีกรอบ



\"นายก็เลยมาหาฉันงั้นสิ??\" คิลถามขึ้นเสียงสูงอย่างอยากยั่วไอ้ก้อนน้ำแข็งตรงหน้าซักหน่อย งานนี้เค้าไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะแกล้งมันซักนิดก่อนที่จะตอบตกลง



\"งั้นฉันไปหาคนอื่นก็ได้..........\" คาโลว่า แล้วหมุนตัวกลับ เตรียมเดินออกจากห้องไป แต่นักฆ่าก็เข้ามาขวางหน้าไว้ก่อน แล้วยิ้มแหยๆ



\"โธ่ ฉันก็แค่ล้อเล่น นายจะซีเรียสอะไรขนาดนั้นคาโล\" คิลพูดแกล้งตัวพลางตบบ่าคาโลเบาๆ แล้วเดินไปนอนเล่นบนเตียงอีกรอบ ช่วงที่เวลาที่ยาวนานกำลังเริ่มขึ้น แต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนแทบไม่น่าเชื่อว่าวันๆหนึ่งมันผ่านไปช้าขนาดนี้ ทั้งๆที่ปกติเวลางานยุ่ง แปบเดียวฟ้าก็มืดแล้วด้วยซ้ำไป หรือว่าเขาทำงานจนลืมเวลากันแน่นะ





พระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำเรื่อยๆ ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนแลดูงดงาม หากแม้จิตใจกลับไม่มีเวลาจะมาชมทิวทัศน์ตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูขัดหูขัดตาไปซะหมด ไม่ว่าจะมองอะไรก็นึกอย่างจะเขวี้ยงมันทิ้งซะเหลือเกิน นาฬิกาที่เกือบจะปาใหมันพังเป็นรอบที่ล้านของวันโทษฐานที่มันเดินช้าถูกเลื่อนออกไปวางไกลมือเพราะกลัวจะยั้งมือไม่ไหว



ใบหน้ารูปสลักฉายแววร้อนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเวลาดำเนินไปใกล้ถึงเวลานัดหมายมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็รู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ยามนี้ฟากฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เหล่าดวงดาวต่างพากันออกมาส่องแสงระยิบระยับเต็มฟากฟ้า แสงจันทร์นวลผ่องทำให้นึกถึงผิวขาวเนียนของหญิงสาวผู้ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ใดกันแน่



นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยตัวดไปมองนาฬิกาที่บัดนี้อยู่ห่างตัวประมาณ 2 เมตรได้ บ่งบอกเวลา 3 ทุ่ม 45 นาที เหตุผลที่ต้องเอามันออไปมากขึ้นเรื่อยๆเพราะกลัวจะเผลอขว้างมันทิ้ง หลังจากที่พยายามห้ามตัวเองเป็นล้านรอบในหนึ่งวัน ทั้งๆที่ปกติเวลาออกจะผ่านไปเร็วแท้ๆ แต่วันนี้ราวกับสวรรค์กลั้นแกล้งให้มันเดินช้าลง ช้าลง



เอกสารมากายวางกองเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ทำจากไม้สักเนื้อดี ร่างสูงของเจ้าชายน้ำแข็งนั่งเอนหลังบนเก้าอี้นวมตัวสวย หลังจากต้องล้มเลิกความพยามยามที่จะทำงานไป เมื่อประมาณ 3 ชั่วโมงที่แล้ว เขาคิดว่าถ้าหากทำงานเหมือนทุกวัน เวลาคงจะผ่านเร็วขึ้นเป็นแน่ แต่เมื่อลงมืออ่านเอกสารไปได้ซักพักใหญ่ หันมามองดูนาฬิกาก็เพิ่งผ่านไปได้แค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง ทั้งๆที่เขารู้สึกว่านานแสนนนานแท้ๆ



หลังจากนั้นก็พยายามอยู่หลายครั้ง จนผ่านไป 3 ชั่วโมง ความพยายามครั้งสุดท้ายก็สิ้นสุดลง พร้อมกับเปลือกตาที่ปิดลงอย่างต้องการพักผ่อน จิตใจว้าวุ่นเกินกว่าจะสะสางงานตรงหน้าให้เสร็จไปในคราเดียว ทั้งๆที่ปกติคงจะเสร็จไปนานแล้ว แต่ก็อย่างว่างานราชกิจที่มีมากขึ้นๆเรื่อยอย่างไม่มีวันลดลง จนเคยคิดว่าถ้าโดดไปเที่ยวซักอาทิตย์หนึ่ง กลับมามันคงจะกองท่วมหัวเป็นแน่



เปลือกตาค่อยๆปิดสนิทลงเรื่อยๆ พร้อมกับสติสัมปชัญญสุดท้ายที่หลุดลอยไปในอากาศ การเข้าสู่ห้วงนิทราดูจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่ช่วยย่นระยะเวลาได้เยอะ เขาไม่รู้ตัวว่าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว หากแต่มันคงนานน่าดู เพราะเมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คิลเข้ามาปลุกเขาในห้อง



\"ได้เวลาแล้วหรอ\" เสียงติดจะงัวเงียนิดๆดังออกมาจากปากเจ้าชายน้ำแข็ง มือขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อปรับให้เห็นภาพข้างหน้าชัดขึ้น ใบหน้านักฆ่าถอยห่างออกไปพลางพยักหน้าเป็นเชิงว่า ใช่ นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยตวัดไปมองนาฬิกาซึ่งมันก็บ่งบอกเวลาที่น่าพอใจเหลือเกิน เพราะตอนนี้เป็นเวลา 5 ทุ่ม 45 นาทีแล้ว กว่าจะออกจากพระราชวังแล้วไปที่น้ำพุกลางเมืองคงจะใช้เวลาราวๆ 10 กว่านาทีได้



\"งั้นก็ไปกันเถอะ\" คาโลพูดแล้วลุกขึ้นจากกเก้าอี้ เดินออกไปพร้อมกับคิล โดยมีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าสวยเช่นเดียวกับของเจ้าชายน้ำแข็งกำลังมองร่างของทั้งสองที่เดินออกไปจากภายนอกหน้าต่าง คงจะไม่แปลกที่ไม่มีใครสังเกตเห็นคนๆนี้ ถึงแม้คืนนี้จะเป็นคืนจันทร์เต็มดวง แต่ก้อนเมฆก็ราวกับเป็นใจ มาบดบังแสงจันทร์จนมิด ชายผู้นั้นเฝ้ามองการกระทำของเจ้าชายหนุ่มตั้งแต่ต้นจนจบ และเมื่อเสียงประตูปิดลงบ่งบอกว่าทั้งคู่จากไปแล้ว ร่างนั้นก็หายวับไปราวกับเป็นเพียงอากาศ!!





น้ำพุกลางเมืองอยู่ในลานกว้างที่ติดกับสวนสาธารณะ ถือเป็นสถานที่พักผ่อนยามเย็นอันดับหนึ่งของเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีอะไรมาบดบัง ทำให้แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบน้ำที่อยู่ในน้ำพุได้อย่างเหมาะเจาะ จากตรงนี้สามารถมองเห็นดวงดาวนับล้านดวงที่ไม่สามารถเห็นตามบ้านเรือนได้ เพราะที่นี่เป็นที่โล่ง อากาศปลอดโป่ง สายลมอุ่นๆต้นฤดูร้อนพัดผ่านใบหน้าไป



นาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง ตีบอกเวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดีตอนที่คิลกับคาโลมาถึง แล้วที่หน้าน้ำพุก็มีร่างลึกลับสองร่างปรากฏขึ้น ทั้งสองใส่ชุดสีดำสนิทปกปิดใบหน้า ไม่มีส่วนใดของร่างกายที่จะโผล่ออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุม มีเพียงเสียงใบไม้ที่พริ้วไหวไปตามแรงลมเท่านั้น แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากบนฟากฟ้า



\"มาเร็วดีนี่เจ้าชาย ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่ผิดสัญญา พาคนมาเกินหรอกนะ\" เสียงนั้นฟังดูคุ่นๆหู แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเป็นเสียงใคร ทั้งคุ้นทั้งแปลก



\"แล้วเฟรินอยู่ไหน!!\" คาโลไม่สนใจทีจะตอบคำถาม แต่กลับตะโกนถามกลับไป แล้วนาทีต่อมาเค้าก็ได้ยินเสียงจุ๊ปาก ก่อนที่ชายผู้นั้นจะเอื้อนเอ่ยออกมาอีก



\"ใจเย็นๆเจ้าชาย เจ้าหญิงปลอดภัยดีในตอนนี้\" เสียงนั้นตอบกลับมาราวกับจะยั่วอารมณ์ที่เริ่มครุกกรุ่นให้ระเบิดออกมา แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่โง่พอที่จะกระโดดลงไปในหลุมพรางที่มันวางไว้อย่างแน่นอน



\"ในตอนนี้...เจ้าหมายความว่ายังไง??\" คาโลทวนคำและเอ่ยถามกลับไป เขาได้ยินไม่ผิดไปใช่มั้ย ในตอนนี้เท่านั้นหรอ มือใหญ่กำแน่นอย่างเจ็บแค้น ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากรอฟังอย่างเดียว นี่เขารอมาทั้งวันแล้ว แล้วยังต้องมาสนทนากับใครก็ไม่รู้ที่แม้แต่หน้าตาก็ไม่เห็นอย่างนั้นหรอเนี่ย



\"ก็หมายความอย่างที่ข้าพูด ท่านคงไม่โง่ใช่มั้ยคาโล วาเนบลี เจ้าหญิงจะปลอดภัยแน่ในตอนนี้ หลังจากนี้จนถึงพระอาทิตย์ขึ้น เจ้ามีเวลาเพียงน้อยนิดที่จะฝ่าฝันอุปสรรค และเมื่อผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายไปได้ เจ้าก็จะได้พบนางแน่นอน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าด้วย เพราะหากเกินเวลามาเพียงหนึ่งวินาที เจ้าหญิงคนสวยคงจะไม่สวยอีกต่อไปแน่ และไม่ต้องคิดว่าจะได้รับนางกลับไปอย่างปลอดภัย เพราะเจ้าจะได้เพียงแค่ร่างกายของนางเท่านั้นที่ข้าจะมอบคืน\" เสียงลึกลับเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะหลังจากพูดจบ ใบหน้าสลักฉายหงุดหงิดเต็มประดา หากแต่ยังต้องอดทนฟังต่อไป รอฟังว่ามันจะสั่งให้เขาทำอะไรต่อไป



\"เอาล่ะ เวลาก็เหลือน้อยมากแล้ว เพราะงั้นก็ขอให้ท่านโชคดีก็แล้วกันนะ รวมถึงเพื่นอท่านด้วย ข้าคิดว่าเขาคงมีประโยชน์ต่อท่านมาก เพราะอย่างน้อยมีนักฆ่าร่วมด้วยก็ยังดีกว่ามีนักดาบเป็นไหน แล้วอย่าลืมดูเวลาล่ะ ท่านคงไม่อยากรับเพียงร่างของคนรักคืนเป็นแน่ ลูกน้องของข้าทั้งสองจะเป็นคนชี้แจงแก่ท่านให้เรื่องถัดไป อย่างลืมคาโล วาเนบลี ข้าเฝ้ามองท่านตลอด จากบนนี้ ท่านไม่มีทางรอดพ้นสายตาข้าไปได้\" เสียงนั้นเอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกสิ่งจะเงียบไปอีกครั้ง



\"เชิญท่านทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ๆด้วย เพราะข้าคิดว่าข้าไม่อยากจะใช้เสียงที่ดังนัก มันจะเป็นการรบกวนคนที่เข้านอนไปแล้ว\" เสียงดังมาจากชายชุดดำผู้ยืนอยู่ทางขวามือ ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่ก็สัมผัสได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่!!



\"การทดสอบข้าก็ไม่รู้ว่านายข้าตระเตรียมอะไรไว้บ้าง แต่ก็คงขอให้ท่านโชคดีรอดปลอดภัยกลับมาก็แล้วกัน\" ชายอีกคนเอ่ย เสียงที่ฟังดูคุ้นเคยหูจนน่าแปลกใจดังออกมาราวกับต้องการอธิบายบางสิ่งที่มากกว่านี้ แต่มิอาจทำได้



\"เพียงท่านทั้งสองกระโดดลงไปในน้ำพุ ก็จะไปที่ทดสอบได้ในทันที\"



\"กระโดดลงไปเนี่ยนะ\" คิลถามอย่างงงๆ จะให้โดดลงไปหัวโหม่งก้นน้ำพุตายรึไงนะ



\"ใช่ ท่านไม่ต้องกลัวว่าจะตายเพียงเพราะโดดลงไปแล้วหัวแตกตาย เพราะก้นน้ำพุแห่งนี้ เป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะไปยังที่นั่นได้\" ชายอีกคนที่เงียบไปซักพักเอ่ยอย่างรู้ทัน \"ข้ารู้ว่าพวกท่านไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่หลังจากพวกท่านกระโดดลงไปแล้ว พวกข้าก็จะตามไปเช่นกัน เพียงแต่ว่าพวกข้าจะไปยังจุดสิ้นสุด แต่พวกท่านไปยังจุดเริ่มต้น\" คิลหันไปมองหน้าคาโล แต่ใบหน้าสลักยังคงเรียบเฉย แล้วพยักหน้ารับรู้เป็นระยะๆ



\"เอาล่ะ เสียเวลามากพอดูแล้ว เชิญท่านทั้งสองเถิด เวลาเหลือเพียง 5 ชั่วโมงกับ 50 นาทีเท่านั้น ขอให้ท่านโชคดี\" ชายอีกคนเอ่ยอวยพร แล้วถอยห่างออกมา ให้ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ คาโลมองหน้าคิลแวบหนึ่ง แล้วกระโดดลงไป คิลมองเพื่อนรักกระโดดลงไป แล้วก็กระโดดตามทันที เพราะยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว



ตู้มม!!



เสียงน้ำที่สาดกระเซ็นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หากแต่ไม่มีใครได้ยินเลยแม้แต่น้อย ชายชุดดำทั้งสองหันหน้ามามองกัน รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า มือของทั้งสองดึงหมวกที่ปกปิดใบหน้าออกไป..!! เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มสองคน ทั้งสองมองตากันพลางยิ้มกับความสำเร็จของพวกเขา หากมีใครมองลอดหน้าต่างออกมา ณ ช่วงเวลานี้ล่ะก็ แผนการทั้งหมดคงจะจบลงและล้มเหลวเป็นแน่..!!





ว่างเปล่า!! เบาหวิว!!



ความรู้สึกแรกบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เขารู้สึกราวกับร่างกายเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น รอบๆด้านก็มีแต่ความว่างเปล่า มีเพียงแสงสีขาวสว่างจ้าเท่านั้น แต่นาทีต่อมาทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป มองเห็นผู้คนกำลังจับจ่ายซื้อของกันอย่างรวดเร็วราวกับเร่งให้เวลามันเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเฝ้ามองต่อไปเรื่อยๆ มันราวกับว่าพวกเขากำลังย้อนไปในอดีต อดีตกาล!! ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาย้อนอดีตมากี่ร้อยปีแล้ว แต่ดูวี่แวว ชายลึกลับคนนั้นคงอยากให้ย้อนไปไกลกว่านี้เป็นแน่ แล้วมันจะไปหยุดอยู่ที่ใด..??



พลันภาพรอบด้านก็หยุดเคลื่อนไหว ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง มันคือที่ไหนก็มิอาจรู้ได้ เพราะสภาพแวดล้อมที่ดูแปลกตานี้ไม่มีความบ่งบอกว่าเป็นเอเดน เดมอส หรือสโนวแลนด์แม้แต่น้อย มันเหมือนกับว่ามันผสมปนเปกันไปหมดอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ ที่ที่พวกเขายืนอยู่คือทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าสาดส่องไปทั่ว เหล่าฝีเสื้อกำลังบินไปเกาะดอกไม้นั่นทีนี้ที ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เลยแม้แต่น้อย



\"เราอยู่ที่ไหน??\" คิลหันมาถามคาโลที่ยืนอยู่ข้างๆ และคำตอบที่ได้กลับมาก็เป็นเฉกเช่นทุกครั้ง คือความเงียบ นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยมองภาพข้างหน้าอย่างหาคำตอบเช่นเดียวกัน ที่นี่คือที่ไหนกันแน่??



\"ฉันว่าเราเดินไปอีกหน่อยดีกว่า เผื่อจะมีบ้านคน\" คาโลเอ่ยออกมาหลังจากหายอึ้งแล้ว คิงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสองบุรุษก็เริ่มออกเดินจากทุ่งหญ้าที่แสนสวยงาม แต่หลังจากเดินมาได้ซักพัก นั่นก็เป็นสิ่งดีที่บ่งบอกได้ว่า พวกเขาตัดสินใจผิดพลาด!! เพราะยิ่งเดินห่างไกลทุ่งออกมามากเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมที่สวยงามโดยล้อมกลับเปลี่ยนเป็นความแห้งแล้ง ทะเลทรายขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่ากินพื้นที่ไปขนาดไหนอยู่ข้างหน้าพวกเขา



\"แล้วจะเอายังไงต่อ จะกลับไปทางเดิม หรือจะเดินหน้าต่อไป\" คิงหันไปถามความคิดเห็นคาโล คาโลเงียบอย่างใช้ความคิดชั่วขณะ ก่อนที่สายตาเด็ดเดี่ยวมั่นคงจะฉายแววกล้าบนนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวย



\"เดินหน้าต่อ ถ้าหากเรากลับไปที่นั่น เราก็ย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหนซะที ทางเดียวคือ เดินหน้า\" คาโลเอ่ย แล้วเดินย่างก้าวเข้าไปในทะเลทรายอันร้อนระอุ แสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่อยู่เหนือหัวราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งมีชีวิตให้เป็นจุลในเวลาไม่นานนัก ลมร้อนพัดผ่านไปเรื่อยๆเอื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีว่ามันจะหยุดพัด ทั้งๆที่เหงื่อท่วมตัว แต่สองบุรุษยังก้าวเดินต่อเรื่อยๆ มองนาฬิกาเป็นพักๆ ซึ่งตอนนี้มันก็บ่งบอกว่าเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงเต็มๆแล้ว เหลือเวลาอีกเพียง 3 ชั่วโมง 45 นาทีเท่านั้น เกมที่เรียกว่า การทดสอบ ก็จะจบลง



ในที่สุดขีดจำกัดของร่างกายก็มาถึงที่สิ้นสุด ขาแข็งแรงทรุดลงกับพื้นอย่างไม่อาจก้าวต่อไป เหงื่อที่ไหลท่วมตัวเหนียวเหนอะหนะ ริมฝีปากแห้งผากเพราะขาดน้ำเป็นเวลานาน ทั้งสองทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหวังเพียงพักผ่อนให้ร่างกายหายเหนื่อยไปบ้าง แต่ดูเหมือนกับว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สติที่เคยมีอยู่เริ่มหลุดลอยไปทุกทีๆ จนในที่สุดทุกอย่างก็มืดสนิท





น้ำ!!



เสียงในใจตะโกนกู่ก้องราวกับเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในตอนนี้ ลำคอที่แห้งผากกลับชุ่มชื่นขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้จะรู้สึกมีแรงเพิ่มขึ้นแล้ว แต่ร่างกายที่ตรากตรำมานานก็ยังเหนื่อยล้าเกินไป เปลือกตาหนักอึ้งอย่างไม่อาจเปิดขึ้นได้ แต่เมื่อคิดถึงว่าตอนนี้จะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ ก็ทำเอาร่างสูงของเจ้าชายเด้งขึ้นมานั่งทันที



นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ เขาอยู่ที่ไหน?? คำถามผุดขึ้นในใจทันที รอบด้านที่ควรเป็นทะเลทรายกลับไม่ใช่อีกต่อไป ที่นี่นเหมือนอยู่ในกระโจมของพวกเร่ร่อน ก่นที่สายตาจะไปหยุดที่ร่างของเพื่อนนักฆ่าที่นอนอยู่ข้างๆอย่างไม่มีวี่แววจะฟื้นขึ้นมาแม้แต่น้อย และเมื่อมองถัดไปร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งก็สะท้อนเข้ามาในดวงตา



เธอกำลังแย้มรอยยิ้มราวกับดอกไมกำลังผลิบาน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตที่คุ้นเคย แต่ความรู้สึกกลับบอกไม่ใช่ เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ที่ยาวเลยหลังลงมา น่าจะบ่งบอกว่าเธอเป็นใคร แต่ถึงจะเหมือนกันซักแค่ไหน คนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็ไม่ใช่!!



\"ฟื้นแลวหรอ\" เสียงหวานใสดังออกมาจากริมฝีปากสีกุหลาบนั้น ใบหน้ามนดูจะคลายความเป็นห่วงขึ้นมาก นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นฉายแววโล่งอกอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย



\"ที่นี่ที่ไหน??\" คาโลเอ่ยออกมาลอยๆ



\"ที่นี่คือกระโจมของฉันเอง พ่อไปพบพวกนายนอนอยู่กลางทะเลทรายก็เลยพากลับมาน่ะ\" หญิงสาวตอบพลางยื่นแก้วน้ำส่งให้เขา คาโลรับมันมาไว้ในมือ แล้วดื่มลงไปรวดเดียวหมด แล้วเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนซึ่งก็ทำเอาใบหน้ารูปสลักฉายแววตื่นตระหนกขึ้เนมาทันที เมื่อนาฬืกาบ่งบอกเวลาตี 4 ครึ่ง เหลือเวลาอีกเพียง 1 ชั่วโฒงกับ 30 นาทีเท่านั้น



ร่างสูงรีบถลาเข้าไปยังร่างเพื่อนสนิทที่นอนหลับเป็นตายอยู่ ก่อนจะเริ่มปลุกอย่างร้อนใจ นัยน์ตาสีม่วงมองหน้าคาโลอย่างขัดใจ ทั้งๆที่เขากำลังฝันดีแท้ๆ ฝันถึงใบหน้าหวานของใครบางคนที่ยามคิดถึงเป็นต้องใจเต้นไม่เป็นส่ำ



\"คิล ไปกันได้แล้ว เหลือเวลาอีกแค่ 1 ชั่มโมงครึ่ง\" คาโลพูด ทันใดนั้นนัยน์ตาของนักฆ่าก็เบิกโพล่ง แล้วรีบลุกขึ้นทันที หญิงสาวมองปฏิกิริยาของสองหนุ่มข้างหน้าอย่างงงๆ พวกเขาจะรีบไปไหนกัน??



\"พวกนายจะรีบไปไหนกัน ร่างกายพวกนายยังไม่แข็งแรงเลยนะ และถ้าพวกนายจะเดินทางต่อ ก็ยังต้องผ่านป่าชื้นแฉะอีก พวกนายน่าจะพักที่นี่ซักคืน...............\" หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงป็นใย



\"ไม่เป็นไร ขอบคุณเธอมาก พวกเราดีขึ้นแล้ว ขอตัวล่ะ พวกเรามีเรื่องด่วนต้องทำจริงๆ\" คาโลเอ่ยขอบคุณ แล้วออกจากกระโจมไปพร้อมคิลทันที ร่างบางของหญิงสาวไม่ได้คิดจะออกไปรั่งพวกเขาไว้ เพราะรู้ว่าถึงทำไปคงจะไม่ได้อะไรขึ้นมา เธอแย้มรอยยิ้มอย่างสุขใจ ก่อนจะเดินออกไปหาบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อทีรออยู่ข้างนอก



\"สองคนนั้นไปแล้ว\" เธอเอ่ยสั้นๆ บุรุษผู้นั้นพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วเดินจากตรงนั้นไป เพื่อไปหาอีกบุรุษหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ในป่า บุรุษผู้จ้องรอคอยโอกาสเหมาะๆที่จะได้ลงมือเสียที..!!





บรรยากาศในป่าชื้นแฉะแห่งนี้สมชื่อมันจริงๆ เพราะไม่ว่าจะย่างก้าวไปที่ใด ก็มีแต่ดินเหนียวเท่านั้นที่รองรับน้ำหนักตัว ถ้าหากสังเกตดีๆแล้วล่ะก็ป่าไม้ล้วนแต่มีใบหนาทึม ต้นสูงใหญ่ทั้งนั้น กลิ่นไอดินลอยคละคลุ้งไปกับอากาศที่แสนจะทำให้เหนียวตัว หลังจากเจอทะเลทรายแสนโหดแล้วยังต้องมาเจอป่าชื้นแฉะอีก ทำเอานักฆ่าอารมณ์เสียอย่างถึงที่สุด



เมื่อครู่นี้เองที่เขาเกือบพลัดตกบ่อโคลนที่เหมือนถูกขึดไว้เป็นอย่างดี เหมือนมีการเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว แล้วก็ก่อนหน้านั้นอีก เขาก็เกือบเดินตกตกหลุมลึกที่ข้างล่างไม่ต้องบอกว่าน่าสยดสยองซักแค่ไหน เพราะมีแต่งูเลื้อยเต็มไปหมด และเรื่องที่น่าเจ็บใจสุดๆเห็นจะเป็นอยางอื่นไม่ได้นอกจากมีแต่เขาเท่านั้นที่โชคร้าย ส่วนคาโลกลับเดินสบายอย่างกับมีคนเปิดทางรออย่างนั้นแหละ



และแล้วความซวยที่ไม่มีที่สิ้นสุดของนักฆ่าก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เกือบตกบ่อโคลน ก็เดินบ่นไปตลอดทาง ทางข้างหน้าก็ไม่คิดจะลืมตาขึ้นมาดู มัวแต่ดูอะไรอยู่กับไม่รู้ ทำเอาเกือบโดนงูหงาบหัวเข้าให้ ดีที่เจ้าชายไหวตัวทันเข้ามาช่วยไว้ มิฉะนั้นนักฆ่ารูปหล่อก็คงไม่หล่ออีกต่อไป และแน่นอนคงจะไม่มีหน้าไปพบเจ้าหญิงคนงามอีกแน่



\"มองทางหน่อย\" เสียงดุสั้นๆดังออกมาจากปากเจ้าชายน้ำแข็ง นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววดุๆ แต่ก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้ผล เพราะโหมือนมันจะติดภูมิต้านทานจากเจ้าหญิงตัวยุ่งมาเต็มเปา



\"เอาเหอะน่า ถึงยังไงฉันก็ยังมีนายคอยช่วยอยู่ อีกอย่างนายคงไม่ยอมปล่อยเพื่อนที่แสนน่ารักอย่างฉันให้ตายในนี้แน่ๆ\" คิลพูดพลางกลั้วหัวเราะ แล้วเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าไปก่อน คาโลมองตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวกับความบ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมัน



หลังจากเดินมาอีกซักระยะหนึ่ง นาฬิกาบ่งบอกเวลาตี 5 ร่างของนักฆ่าก็หยุดกึกทันที นัยน์ตาสีม่วงมองกวาดไปรอบๆอย่างพินิจพิจารณาสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขาเสียเปรียบหากถูกโจมตี ในเมื่อมาถึงนี่แล้วยังมีอะไรที่ต้องกลัวอีกล่ะ



\"มีอะไรคิล\" คาโลถาม เขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกไปเองรึเปล่า หรือว่าคิลก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา บรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนนี่มันคืออะไรกันแน่ มีบางสิ่งกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ แต่ไม่อาจเจาะจงได้ว่ามันอยู่ที่ใด



\"มีบางสิ่งกำลังมา ด้วยความเร็ว........\" คิลเอ่ยขึ้นมาพลางใช้ความคิดอะไรที่สามารถเคลื่อนไปได้รวดเร็วขนาดนี้กัน แล้วความคิดก็หยุดชะงักเมื่อชื่อสัตว์ชนิดหนึ่งดังกึกก้องในหู หวังว่ามันคงไม่ใช่..............



พลันเสียงแหวกโพงหญ้าก็เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ สัตว์บางชนิดที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วชนิดไม่เห็นตัว หวังแต่ว่ามันคงไม่เป็นอย่างที่เขาคิด แต่แล้วร่างๆนั้นก็ปรากฏให้ประจักษ์แก่สายตา นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยและนัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้างอย่างตกใจ ถึงแม้จะมีเรื่องไม่คาดฝันมากมายเกิดขึ้น แต่นี่มันเกินที่จะคาดคิดไว้จริงๆ เพราะมันก็คือสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหมาป่า หัวกับห่างเป็นหมาป่าอย่างเห็นได้ชัด เขี้ยวที่แหลมคมพร้อมที่จะขย้ำคอคู่ต่อสู้ ส่วนลำตัวมันกลับผิดปกติ เพราะไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่มีรู้ร่างอันอจอาจของหมาป่าเหลืออยู่แม้แต่น้อย มันคือสัตว์ประหลาดในตำนาน...ราโอติคัส!!



ใบหน้าสลักของเจ้าชายน้ำแข็งฉายแววลำบากใจ ถึงแม้จะเคยศึกษาเรื่องมันมาจากหนังสือเป็นล้านๆรอบได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มไหนๆก็ไม่มีเขียนถึงจุดอ่อนของมันเลยแม้แต่น้อย และตามที่หนังสือกล่าวไว้ เจ้าตัวนี้ถือเป็นสัตว์ประหลาดที่เกือบจะสูญหายไปหมดแล้ว ไม่ใช่เพราะฝีมือมนุษย์เป็นแน่ หากแต่ภัยธรรมชาติ ไม่งั้นพวกมันก็ฆ่ากันเอง ตามลักษณะนิสัยของพวกมันแล้ว จะฆ่าฟันกันเป็นว่าเล่นในแต่ละวันด้วยซ้ำไป



\"นายจะเอายังไงคาโล\" คิลกระซิบถามเจ้าชายน้ำแข็งที่ยืนหน้านิ่วอย่างใช้ความคิดอยู่ข้างๆ เขาก็รู้เกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนี้พอสมควร หากแต่จะหาทางได้เล่าที่จะใช้กำจัดมันให้พ้นทางได้รวดเร็ว แต่ก่อนที่จะมีคำตอบตอบกลับมา ราโอติคัสก็พุ่งมาทางชายหนุ่มทั้งสองด้วยความเร็ว ถึงแม้มันจะตัวใหญ่กว่าหมาป่าธรรมดาถึง 2 เท่า แต่มันกลับวิ่งได้เร็วกว่าเป็น 100 เท่า



\"หลบ!!\" เสียงตะโกนดังออกมาจากปากนักฆ่า ก่อนผลักให้เจ้าชายหลบไปอีกทาง ส่วนตัวเขาเองก็เบี่ยงตัวหลบเช่นเดียวกัน ครั้งนี้ถือว่าโชคยังเข้าข้าง เพราะหากช้ากว่านี้อีกวิเดียว พวกเขาคงกระเด็นไปไกลหายกิโล



\"วีสกาย่า!!\" คฑาพิพากษาถูกเรียกออกมาตอนไหนคิลไม่ทันได้มอง แต่เมื่อคำว่า \'วีสกาย่า\' หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มแล้วล่ะก็ ครัง้นี้เขาคงไม่ต้องเสียแรงมากมาย



อากาศโดยรอบที่ชื้นแฉะแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นขึ้นมาทันที เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ในป่าเช่นนี้ ลมหนาวพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ ราโอติคัสมองรอบๆอย่างงงๆ ถือว่ามันฉลาดมากทีเดียวที่รู้ว่าบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปแล้ว ชันชนะกำลังจะโผเข้าสู่อ้อมกอดผู้มาเยียน



พลันพายุหิมะก็ก่อตัวขึ้น จากเล็กๆจนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พายุหิมะหายไปในนาทีต่อมา พร้อมกับการปรากฏกายของหมาป่าหิมะสีว นัยน์ตาของมันเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต ราวกับราโอติคัสรู้ดีว่ายังไงความพ่ายแพ้ต้องมาเยียนมันเป็นแน่ มันถอยหลังไปอย่างต้องการตั้งตัว ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต



ริมฝีปากเรียวของเจ้าชายบริกรรมคาถา หมาป่าหิมะเริ่มขยับเขยื้อนหลบการโจมตีของราโอติคัสอย่างคล่องแคล่ว เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเมื่อเหลือบมองนาฬิกาดู คิลก็ถึงกับร้องออกมาแทบไม่เป็นภาษา



\"คาโล เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง\" เสียงตะโกนบอกอย่างต้องเร่งของนักฆ่าดังขึ้นทันที คาโลมองไปนาฬิกาตัวเอง แล้วความจริงก็ประจักษ์ ตอนนี้เป็นเวลาตี 5 ครึ่งแล้ว อีกเพียง 30 นาที พระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้ว



ระหว่างที่คาโลกำลังสาละวนดูนาฬิกาอยู่นั้น เจ้าราโอติคัสก็ใช้จังหวะที่เขาเผลอ พุ่งเข้าโจมตีทันที โชคยังดีที่คาโลหลบได้ทัน แต่เขี้ยวของมันก็เฉียดแขนเขาไปนิดหนึ่งเช่นกัน เลือดสีแดงสดเริ่มหลั่งไหลออกมาจากบาดแผล สถานการณ์กำลังจะกลับตลปัตร!!



\"ดูท่าคงไม่มีเวลามาเล่นกับแกแล้วล่ะ ลาก่อน\" คาโลเอย่เรื่อยๆพลางลุกขึ้นจากพื้น ปากเริ่มบริกรรมคาถาอีกรอบ หมาป่าหิมะเริ่มพุ่งเข้าโจมตีราโอติคัส ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นป่า สัตว์ประหลาดในตำนานถูกสยบด้วยหมาป่าหิมะของพ่อมดปิศาจแห่งคาโนวาล ร่างไร้วิญญาณของมันนอนกองอยู่กับพื้น เลือดสีเขียวไหลรินออกมา แม้แต่นักฆ่าอย่างคิลที่เห็นการตายมานับครั้งไม่ถ้วน ยังอดสยองไม่ได้



\"ไปกันเถอะคิล เรายังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย อีกแค่ 30 นาทีเอง\" คาโลพูดพร้อมกับร่างของหมาป่าหิมะที่หายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ คิลพยักหน้า แล้วการเดินทางของสองหนุ่มก็ดำเนินต่อไป





ทางข้างหน้าไม่มีอุปสรรคอีกต่อไปแล้วหรือ เพราะจากตรงนี้ พวกเขาเห็นสถานที่หนึ่งที่คล้ายโดมอยู่ห่างไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร แต่จะยังนิ่งนอนตอนนี้ไม่ได้ เพราะเวลาเหลืออีกเพียง 15 นาทีเท่านั้น 15 นาทีสุดท้ายที่มันตะหงิดๆใจพิกล ทำไมมันถึงง่ายดายเช่นนี้



คิลเริ่มเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างสบายใจ หนทางข้างหน้าไม่มีสิ่งใดอยู่เลย ทำให้นักฆ่าเริ่มนอนใจ แล้วเดินสบายๆ ฮัมเพลงเรื่อยๆ แต่เจ้าชายกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น ความประมาทคือหนทางแห่งความตาย....





\"คาโล นายเลิกทำหน้ายอย่างนั้นซะทีเหอะ\" คิลพูดพลางทำหน้าไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เพื่อนสนิทยังหน้ามุ่ยอยู่ แต่หลังจากไม่ได้คำตอบกลับมา เขาก็กลับไปฮัมเพลงต่ออย่างอารมณ์ดี



เมื่อถึงตอนนี้พวกเขาเกือบๆจะถึงหน้าโดมนั่นแล้ว นักฆ่าปัญญาอ่อนยิ้มอย่างอารมณ์ดี ส่วนคาโลก็ส่ายหน้า เขาคงคิดไปเองจริงๆสินะ ไม่มีอะไรหรอกน่า อีกไม่ถึง 20 ก้าว เขาก็จะถึงสถานที่ที่เธอคนนั้นอยู่แล้ว



แต่แล้วความผิดที่ร้ายแรงที่สุดก็บังเกิดขึ้น ความนิ่งนอนใจของพวกเขา นำไปสู่หายนะ หายนะที่ต่อให้นึกเสียดายทีหลังคงทำได้เพียงร้องไห้เสียใจ เพราะความประมาทของพวกเขาเอง!!





ชายหนุ่มทั้งสองเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ความดีใจถาโถมเข้ามาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ จนต้องยิ้มออกมา ใบหน้าเบิกบานของเพื่อนสนิททำเอาเจ้าชายอดยิ้มออกมาไม่ได้เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะราบรื่นแล้วประสบความสำเร็จ



พรึ่บ!!



ทั้งสองหยุดชะงักทันที ไม่ใช่พวกเขาไม่รีบไป แต่เพราะมีบางอย่างกีดขวางทางอยู่ อยู่ดีๆร่างของคนแปลกหน้า 5 คนก็ปรากฏกายขึ้นหน้าทั้งสอง ดูจากรูปร่างแล้ว คงจะเป็นผู้หญิง 2 ผู้ชาย 3 เป็นแน่ แต่จุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไร??



\"ต้องการอะไร\" เสียงเย็นหลุดออกมาจากปากเจ้าชายน้ำแข็ง ใบหน้ารูปสลักบึ้งตึง สมองกำลังประมวลสถานการณ์อยู่ ดูจากคู่ต่อสู้แล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆหากจะเอาชนะภายในเวลาอันแสนสั้น  ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ทั้ง 5 ยังคงยืนขวางทางทั้งสองอยู่อย่างต้องการลองดี หรือเพราะอย่างอื่น..??



\"เอายังไงคาโล เหลือเวลาอีก 10 นาทีเอง\" คิลหนัหลังชนกับเพื่อนสนิท แล้วกระซิบถามแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียง 2 คน แต่มันกลับดังจนหน้าแปลก ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ในที่โล่งกว้าง ราวกับเป็นฉากที่ถูกจัดมา



\"นายจัดการหญิง 1 ชาย 1 ที่เหลือฉันจัดการเอง\" คาโลตอบกลับมาสั้นๆ คิลพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายไหนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งสองมองกันอย่างต้องการลองเชิง ฝ่ายคนแปลกหน้ายืนนิ่ง ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นไม่อาจบ่งบอกได้ว่ากำลังแสดงความรู้อย่างไรอยู่ แต่ใบหน้าของสองหนุ่มตอนนี้กลับร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด สายตาประเมินคู่ต่อสู้ ในขนาดเดียวกันสมองก็สั่งการรบ



ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงถึงสองคน แต่ก็คงจะประมาณไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้วพวกชอบทำตัวลึกลับจะไม่เอาผู้หญิงมาร่วมงานด้วย เพราะรังแต่จะสร้างปัญหา แต่คราวนี้กลับมีผู้หญิงถึง 2 คน ซึ่งถ้าจะให้ประเมินแล้วพวกหล่อนคงมีความสามารถไม่ต่างไปจากชายชาตรีเป็นแน่ รูปร่างที่อรชนนั้นไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอกถึงฝีมือเลยแม้แต่น้อย



และแล้วหลังจากลองเชิงกันอยู่นาทีกว่าๆ คิลก็รับรู้ว่าพวกขเม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว ถึงคราวที่ต้องลุยให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป ร่างของนักฆ่าเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว มุ่งไปยังเป้าหมายของเขาที่อยู่ไม่ห่างมากนัก มีดสั้นที่ถูกขัดเงาเป็นอย่างดีถูกดึงออกมาเพียงชั่ววินาทีเท่านั้น มีดสั้นถูกปาพุ่งเข้าใส่ร่างของคนลึกลับสองคนที่เป็นเป้าหมาย หากแต่....



ฉึก!!~



มันพลาดเป้า ทั้งสองกระโดดหลบได้ราวกับรู้ทางหมดแล้ว มีดทั้งสองจึงลงไปปักพื้น นักฆ่ามองทั้งสองอย่างตื่นๆ พวกนั้นจับทางเขาอออก หรือว่าอาจจะแค่โชคดีหลบพ้น?? มันเป็นยากที่จะบอกว่าเป็นเหตุผลแรกหรือเหตุผลสองกันแน่ นักฆ่ากัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ แล้วประจุไฟฟ้าก็เกิดขึ้นบนฝ่ามือ ครั้นเมื่อส่งมันไปทำร้ายสองคนตรงหน้า พวกนั้นก็หลบได้อีก มันเรื่องอะไรกันแน่!!



อีกด้านทางคาโล หลังจากมองศัตรูทั้งสามอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว ก็เหลือบลงไปมองนาฬิกาเหลือเวลาเพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้น ต้องจัดการพวกนี้ให้ได้ภายใน 5 นาที หลังจากที่วางแผนการและประเมินคู่ต่อสู้เสร็จแล้ว คฑาพิพากษาก็ถูกเรียกมาอยู่ในมือ ก่อนที่เจ้าของจะจัดการปักมันลงกับพื้น ริมฝีปากเรียวเริ่มบทบริกรรมคาถาอย่างำม่รีบร้อน กะใช้เพียงคาถาเดียวจัดการให้สิ้นทราบ โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ผ่านคลุมหน้าทั้งสามผืน รอยยิ้มกำลังบังเกิดบนใบหน้าของคนแปลกหน้าทั้งสาม



อากาศโดยรอบเริ่มหนาวเย็นขึ้นอีกครั้ง ต้นหญ้าเริ่มมีน้ำแข็งเกาะ ก่อนที่หิมะจะโปรยปรายราวกับสายฝน พื้นดินรวมถึงต้นไม้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวสวยงาม นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววมุ่งมั่น ก่อนที่คาถาสั้นๆจะถูกเอ่ยออกมา



\"วีสกาย่า!!\" คราวนี้ไม่ใช่หมาป่าหิมะอย่างทุกครั้งๆ คนแปลกหน้าทั้งสามก้าวถอยหลังไปอย่างผิดคาด พวกขเนกว่าเจ้าชายน้ำแข็งจะใช้หมาป่าหิมะ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ พายุหิมะเริ่มก่อตัวช้าๆอย่างน่าแปลก ไม่มีวี่แววของสัตว์ชนิดใดที่จะถูกเสกขึ้น



\"ความจริงฉันก็อยากเล่นเกมนี้นานๆนะ แต่ว่าฉันไม่มีเวลา\" เสียงยียวนอย่างไม่เคยเป็นดังมาจากเจ้าชายน้ำแข็ง คนแปลกหน้าทั้งสามหันไปมองหน้ากันอย่างต้องการคำตอบจากใครซักคน และหญิงสาวแปลกหน้าก็ก้มลงมองนาฬิกา เหลือเวลาอีกแค่ 2 นาทีเท่านั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่คาโลและคิลจะไปทัน



เธอหนัไปพยักหน้าให้เพื่อนทั้งสองเป็นเชิงว่า ไม่มีปัญหา ทั้งสามก็พร้อมใจกันหายหน้าไปทันที พายุหิมะที่ถูกสร้างขึ้นมาก็เสียเปล่าไปในที่สุด ใบหน้าสลักติดจะงงๆว่าทำไมพวกนั้นถึงยอมรามือง่ายๆ และมีบางสิ่งบอกให้เขาก้มลงมองดูนาฬิกา นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยเบิกกว้าอย่างตกใจ ก่อนที่จะเริ่มออกวิ่งไปอย่างสุดแรง



กลับมาทางนักฆ่าที่ดูเหมือนจะไม่สนุกเอาซะเลย เพราะงานนี้พวกมันรู้ทันเขาไปซะหมด ใบหน้าคมติดจะหงุดหงิดน้อยๆที่ไม่ว่าจะโจมตีไปทางใด พวกนั้นก็หลบได้ทันทุกครั้ง มือยังต่อสู้อยู่ แต่ปากกลับสบถออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มันกำลังยืดเวลา!! บางสิ่งบางอย่างตะโกนบอกเขาในใจ นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยตวัดไปดูเจ้าชายหนุ่มที่ควรจะอยู่ไม่ไกลนัก หากแต่ไม่มีร่างสูงนั้นอยู่เลย คนแปลกหน้าทั้งสามก็หายไปด้วย



ความกลัวเริ่มถาโถมเข้ามาจับใจ เพื่อนเขาหายไปไหน!! พลันสัญชาติญาณบ่งบอกให้เอี่ยวตัวหลบด้านขวา ดาบเล่มยาวที่คุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนก็ไม่รู้ เฉี่ยวเข้าที่เคย เลือดสีแดงซึมออกมาเล็กน้อย นักฆ่าก้มลงดูแผล ก่อนมองหน้าคู่ต่อสู้ทั้งสองอย่างชั่งใจ บางสิ่งบางอย่างบ่งบอกว่าตอนนี้พวกนั้นกำลังยิม้อยู่



คิลก้มลงมองนาฬิกา และเมื่อรู้ว่าเหลือเวลาอีกกี่นาที ก็ต้องสบถออกมาอย่างเสียไม่ได้ ให้ตายเถอะ!! อีกสองนาที นักฆ่าหนุ่มคิดพลางเหลือบไปมองที่โดม แล้วก็เห็นร่างของเจ้าชายวิ่งทักๆอยู่ เขาจึงเบนสายตากลับมา ยังไงคาโลก็ไปถึงอยู่แล้ว อยู่จัดการพวกนี้ซักหน่อยคงไม่เป็นไร



แต่เมื่อหันกลับไปดูคู่ต่อสูอีกครั้ง ร่างทั้งสองก็หายไป!! นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยเบิกกว้าง สายตาจับจ้องไปที่นาฬิกา เหลือเวลาอีกแค่ 1 นาทีเท่านั้น คาโลอยู่ห่างประมาณ 50 เมตร



เสร็จกัน!! หลงกลมันจนได้  คิดแล้วรีบวิ่งตามคาโลไปทันที เขาน่าจะรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าพวกนั้นแค่ต้องการถ่วงเวลาไว้ บ้าชิบ!! คิลตะโกนด่าตัวเองในใจ ก่อนที่จะเร่งความเร็วฝีเท้าให้มากขึ้น จนในที่สุดก็ห่างจากคาโลเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท้านั้น



ในที่สุดทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่ประตูใหญ่ทางเข้าโดม แต่มันไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไปแล้ว อีกเพียง 10 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น มือใหญ่เอื้อมไปผลักประตู แต่มันกลับ...เปิดไม่ออก!!~



คาโลมองประตูอย่างหน้าตื่น สมองหยุดนิ่งเหมือนไม่สั่งการอะไรอีกต่อไป ก่อนที่มือๆหนึ่งจะวางทาบทับลงบนไหล่กว้าง นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยเบือนไปมอง คิลยิ้มให้เขา ยิม้อย่างเชื่อมั่น ยิ้มอย่างไว้ใจว่าเขาต้องทำได้ คาโลพยายามตั้งสติ แล้วเริ่มบริกรรมคาถาเพื่อเปิดประตู และในที่สุดประตูก็เปิดออก...!!~





...................................................................................................................................................................................



และแล้วก็อัพ!!~ 100 % เจ้าค่ะ





353 ความคิดเห็น

  1. #348 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 17:46
    เนื้อเรื่องหายไปไหนอ่ะคะ จดหมายจากใคร ว่ายังไง งง
    #348
    0