ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 21 : ~๐(-*-)๐~ ..รู้ถึงหู.. ~๐(-*-)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ก.ย. 48



ทางเดินที่ยาวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดมีเพียงแสงไฟสลัวๆจากคบเพลิงที่รายล้อมอยู่สองข้างทางเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท รัตติกาลมาเยียนแล้ว..!! วันนี้เป็นคืนเดือนมืด ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์หรือแสงจากดวงดาวสาดส่องเข้ามาถึงข้างใน ก้อนเมฆต่างบดบังเหล่าดวงดาวน้อยใหญ่ราวกับเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง..



ร่างสูงก้าวขาเดินให้ยาวขึ้นเผื่อว่าจะถึงที่หมายเร็วขึ้นบ้าง ใบหน้ารูปสลักฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีฟ้าสวยจับจ้องไปยังทางข้างหน้าอย่างมั่นคง เขาไม่เข้าใจจริงๆ อยู่ๆก็มีข่าวออกมา ข่าวที่ชวนปวดหัว จนพระราชวังคาโนวาลแห่งนี้ อาจจะได้ต้อนรับนักฆ่าก็เป็นได้ข่าวที่ประกาศไปทั่วคาโนวาลภายในเวลาเพียง 1 ชม. และป่านนี้คงจะทั่วเอเดนแล้วด้วย ข่าวการแต่งงานของเจ้าหญิงเรนอน ธีน็อท แห่งคาโนวาล..!! ภายในจิตใจว้าวุ่นเกินกว่าจะคิดส่งข่าวถึงเพื่อนนักฆ่าที่ตอนนี้ไม่อยู่ในเอเดน เขาคงต้องจัดการเรื่องทั้งหมดเองโดยลำพัง



หลังจากที่รู้ข่าว เขาก็พรวดพราดออกมาจากห้องทำงานทันที ทั้งๆที่งานตั้งกองเป็นภูเขา แต่ตอนนี้เรื่องสำคัญกว่ากลับเป็นเรื่องของคนที่ไม่เคยคิดจะให้ความสนใจ ขายาวยังคงก้าวต่อเรื่อยๆอย่างมั่นคงและรวดเร็ว พอใกล้ถึงที่หมายปลายทาง ก็ต้องหยุดมอง มีร่างใครบางคนอยู่ที่พื้น ใครกัน..?? ใครที่มานอนอยู่หน้าห้อง



คาโลคิดแล้วเดินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ แสงไฟจากคบเพลิงนั้นสลัวเกินไป จนต้องขยับเข้าไปใกล้อีก แล้วเมื่อสามารถเห็นได้ชัดว่าเป็นใคร ดวงตาสีฟ้าคู่สวยก็เบิกกว้าง ก่อนจะถลาลงไปนั่งข้างๆร่างนั้นทันที



\"เรนอน!! เรนอนเป็นไรไปน่ะ ฟื้นสิ ฟื้น!!\" คาโลส่งเสียงเรียกพลางเขย่าตัวหญิงสาวที่ดวงตาปิดสนิทอบ่างแผ่วเบา ร่างกายของเธอเย็นเฉียบ แต่มันก็ร้อนรุ่มราวกับไฟเช่นเดียวกัน นี่เธอนอนอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว ไม่มีใครเห็นรึไง



แต่ไม่ว่าคาโลจะตะโกนร้องเรียกหรือว่าจะเขย่าตัวเธอแรงซักแค่ไหน ก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลย ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างไม่ได้เห็นบ่อยนัก ช้อนร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขน แล้วลุกขึ้น เดินจากไปทันที



ต้องหาที่อุ่นๆให้เธออยู่ ไม่งั้นคงแข็งตายแน่ๆ ร่างกายดูจะอ่อนแอลงทุกที ใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดขาวซีดราวกระดาษเปล่า ริมฝีปากสีกุหลาบตอนนี้กลับกลายเป็นสีม่วงอ่อนๆไปแล้ว มือและนิ้วดูจะชาจนไม่มีความรู้สึก ทำให้คาโลรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีก ระหว่างทางก็ตะโกนเรียกนางกำนัลและนางสนองพระโอษฐ์ไปด้วย



ปังง!!~



เสียงประตูถูกเตะออกโดนเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ที่มือไม่ว่างพอที่จะใช้เปิด เขาเดินเข้าไปในห้องแล้ววางร่างบางของผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา จัดการห่มผ้าห่มที่หนาที่สุดเท่าที่จะหาได้ให้เธอ แล้วสั่งนางกำนัลไปจุดเตาพิง รวมถึงไปหาอะไรอุ่นๆมาด้วย ส่วนตัวเขาเองก็เดินไปหยิบคฑาพิพากษาออกมา แล้วจัดการเรียกลุงหมอออกมาเพื่อรักษาคนที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง



\"มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือนายท่าน\" เสียงแหบพร่าของลุงหมอดังขึ้น ก่อนที่ควันสีขาวจางๆจะกลายเป็นรูปร่างของชายสูงอายุคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าคาโล



\"รักษาเรนอน\" คาโลพูดสั้นๆ แล้วเดินออกไปรอข้างนอกให้ลุงหมอตรวจน้องสาวของเขา



ซักพักประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ลุงหมอไม่ได้ออกมาข้างนอก แต่เรื่องให้คาโลเข้าไปเอง พอเขาไปในห้องก็รู้สึกไดว้าอุ่นขึ้นมากแล้วทีเดียว แต่พอมองไปที่เตียงใหญ่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ร่างบางที่นอนอยู่กับพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดขึ้นตามไรผมสีม่วงสวยมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางลอดไรฟันดังออกมาต่อเนื่องเสียจนน่าเป็นห่วง



\"เรนอนเป็นไงบ้าง ลุงหมอ\" คาโลถามหลังจากพยายามละสายตามาจากน้องสาวที่นอนทรมานอยู่บนเตียง



\"เป็นไข้ขอรับนายท่าน ท่านเรนอนสภาพร่างกายไม่แข็งแรง เนื่องจากอยู่ในที่ที่อากาษหนาวเย็นนานเกินไป ความเครียดและเรื่องไม่สบายใจทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว\" ลุงหมออธิบายอย่างเรียบง่าย คาโลพยักหน้าเข้าใจ



\"งั้นข้าขอตัวนะนายท่าน ถ้าเหงื่อออกอย่างนี้อีกซักพักก็ฟื้นตัวแล้วล่ะ ให้ทานอาหารและพักผ่อนเยอะๆ แล้วก็อย่าอยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เดี๋ยวอีกซักวันหรือสองวันก็หาย\" ลุงหมอพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะหายกลับเข้าไปในคฑาเช่นเดิม คาโลสาวเท้าไปนั่งลงข้างเตียง แล้วหน้าคนที่มีศักดิ์เป็นน้องอย่างไม่เข้าใจ



\'นี่น่ะหรอคือเรื่องที่เธอพยายามปิดบังมาตลอด นี่น่ะหรอคือเรื่องที่กลุ้มใจ ทำไมถึงชอบทำอะไรโดยไม่ปรึกษานะ แล้วอย่างนี้จะให้บอกคิลมันยังไงล่ะ\' คาโลคิดในใจพลางส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจความคิดหญิงสาวตรงหน้า \'แต่ต้นเหตุคงจะไม่พ้นไอ้เจ้าชายแห่งสกอร์ปิโอที่น่าถีบเป็นที่สุด ผู้หญิงมีเป็นล้านไม่ชอบ ดันอยากแต่งงานกับเรนอน เดี๋ยวก็ได้โดนนักฆ่าลอบสังหาร\' คาโลคิดแล้วก็ด้แต่ส่ายหัวเมื่อนึกถึงภาพเพื่อนสนิทบุกข้าสกอร์ปิโอทำลายงานแต่งงาน



\"..คงต้องไปถามเสด็จพ่อ\" สรุปเองเสร็จสรรพก็เดินออกจากห้องไปทันที มุ่งตรงไปยังห้องเมื่อกี้ที่คิดว่าจะไปอยู่แล้ว แต่ดันเจอเรนอนซะก่อน เลยยังไม่ได้เข้าไป



ก๊อก ก๊อก!!



เสียงเคาะประตูดงัขึ้น ก่อนจะถูกเปิดออก ร่างสูงของพระโอรสเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์เนตรสีฟ้าสวยของผู้เป็นใหญ่ในคาโนวาลละขึ้นมามองอย่างสงสัย



\"มีอะไรคาโล\" คิงบาโรตรัสถามอย่างสงสัย ลูกชายของเขาแทบจะไม่เหยียบย่างเข้ามาในห้องนี้เลยแท้ๆ แต่ถ้าเข้ามาในห้องนี้ล่ะก็ แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนจริงๆ



\"เรื่องเรนอน.........\" คาโลพูดออกได้เล็กน้อย แต่คิงบาโรก็ตรัสขัดขึ้นมาราวกับรู้ทัน



\"พ่อเสียใจด้วยที่ต้องบอกว่ามันเป็นความจริง เรื่องนี้เรนอนเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ งานจะต้องถูกจัดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าอย่างแน่นอน\" คิงบาโรตรัสด้วยสุรเสียงเรียบราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ความจิรงพระองค์รู้สึกเสียใจไม่น้อย แต่ในเมื่อหลานสาวตัดสินใจไปแล้ว ก็คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีก ทางสกอร์ปิโอก็ตอบรับกลับมาแล้วด้วย



\"แม้แต่ท่านพ่อ??\" คาโลเอ่ยออกมาเป็นเชิงถาม นัยน์ตาสีฟาคู่สวยมองตรงเข้าไปยังนัยน์เนตรสีฟ้าคู่สวยของกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่อย่างต้องการคำตอบโดยไม่เกรงกลัว



\"ใช่ แม้แต่พ่อก็ทำไม่ได้\" คิงบาโรตรัสแล้วหันกลับไปสนใจราชกิจต่อ



\"แต่ท่านพ่อ...\" คาโลเอ่ยขึ้นอีก คราวนี้คิงบาโรเงยหน้าขึ้นมามอง นัยน์ตาเนตรฉายแววไม่พอใจ ก่อนจะตรัสออมาด้วยสรุเสียงที่พยายามเก็บอารมณ์ที่เดือดไม่แพ้กันไว้ข้างใน



\"เรนอนตัดสินใจแล้วคาโล ลูกไม่มีสินที่จะไปห้าม เพราะเรนอนเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกที่ควร เป็นสิ่งที่เธอพึงกระทำ เธอจึงตัดสินใจที่จะทำ พ่อไม่ได้บังคับเธอ เธอเป็นคนตัดสินใจเอง เพราะฉะนั้นลูกก็ต้องเข้ารบการตัดสินใจของเธอ ไม่เว้นแม้แต่พ่อเองก็เช่นกัน\" คิงบาโรตรัสเสร็จก็ก้มลงไปอ่านฎีกาต่อ คาโลนั่งเงียบไม่พูดอะไร นี่เขาจะทำอะไรไม่ได้เลยรึไงนะ



\"งั้นลูกขอตัว\" คาโลพูด แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่ทันได้เหลียวไปเห็นนัยน์เนตรของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคาโนวาล ที่เพียงแวบเดียว แวบเดียวเท่านั้นที่มีประกายขอร้อง ขอร้องให้เขาช่วยเรนอนเพราะตัวท่านเองไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





คาโลกลับมาถึงห้องในอีก 10 นาทีต่อมา เขาดีงเก้าอี้มาตั้งข้างเตียง แล้วทิ้งตัวลงนั่งพักอย่างเหนื่อยล้า ปัญหาต่างๆที่ประดังกันเข้ามาอย่างไม่หวังให้เค้าพักผ่อนเลย ทำเอาปวดหัวซะจนไม่อยากจะคิดมันอีกต่อไป เรื่องงบประมาณของคาโนวาลที่ต้องสะสาง เรื่องความยากไร้ของประชาชนแถบชายแดน เรื่องกบฏ เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน สารพัดเรื่องราวมากมายที่ต้องแก้ไข แถมยังมีเรื่องเรนอนเข้ามาอีก เขาควรจะทำยังไงต่อไปดี



ท่านพ่อต้องแบกรับหน้าที่นี้มา 20 กว่าปี ท่าจะยิ่งไม่เหลือกว่าเขางั้นหรอ นี่เขาเพิ่งเริ่มทำงานแค่เดือนกว่าเองนะ มือใหญ่เลื่อนขึ้นมากุถมขมับอย่างไม่รู้ตัว มันกลายเป็นท่าประจำของเขาไปเสียแล้ว หากว่าเขากลุ้มใจหรือคิดอะไรไม่ออกก็จะเอามือกุมขมับ แล้วเลิกคิดเรื่องนั้ เปลี่ยนไปคิดถึงหญิงสาวผู้อยู่ห่างไกลกันแทน



ใบหน้ารูปสลักเงยขึ้นด้วยสีหน้ามั่นคงกว่าเดิม เขาจะมัวมานั่งอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ต้องส่งข่าวให้คิลรู้ ว่าแล้วร่างสูงของบุรุษผู้ซึ่งมีเรื่องให้คิดมากมายก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ออกจากห้อง แล้วตรงไปยังห้องทำงานที่อยู่อีกฟากหนึ่งของพระราชวังทันที



ภายในห้องทำงานที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อให้ใช้ชั่วคราวไม่มีอะไรมากนัก มีโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้สักเนื้อดี เก้าอี้นวมตัวสวยที่ต่อให้นั่งทั้งวันก็ไม่เมื่อย ชั้นวางหนังสือสองสามชั้นที่มีหนังสือเรียงรายไปหมด ส่วนมากก็จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการปกครองแอละเรื่องเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนใหญ่ มีมุมเล็กๆที่ถูกจัดเป็นห้องนั่งเล่นไว้สำหรับพักผ่อน บนโต๊ะทำงานมีฎีกามากมายก่อนเรียงราย หนังสือแจ้งคำร้อง หนังสือร้องทุกข์ต่างๆมาอย่างไม่ขาดสาย ถูกจับไปกองไว้อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ



คาโลนั่งลงบนเก้าอี้นวมแล้วหยิบปากกาขนนกกับกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก แล้วเริ่มเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อที่จะส่งมันให้คิลกับเฟริน บางทีมันอาจจะยังไม่สายเกินไป อาจจะมีโอกาสที่จะยับยั้งงานแต่งงานนี้อยู่ พอเขียนเสร็จก็จัดการใส่ซอง แล้วเรียกนายทหารคนหนึ่งเข้ามา



\"เจ้าจงเอาจดหมายฉบบันี้ไปส่งเจ้าหญิงเฟลิโอน่า เกรเดเวล ที่พระราชวังเดมอส ด่วนที่สุด!! เข้าใจมั้ย??\" คาโลพูดกำชับ ทหารมองพระพักตร์เจ้าชายเล็กน้อย แล้วพยักหน้ารับ



\"พระเจ้าค่ะ\" นายทหารรับจดหมายจากพระหัตถ์เจ้าชายคาโล แล้วเดินออกจากห้องไป คาโลมองตามจนประตูถภูกปิดลง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมเช่นเดิม แล้วเริ่มสะสางงานทั้งหมดบนโต๊ะที่ไม่เคยคิดจะสะสางให้มันเสร็จ แต่คราวนี้ไม่แล้ว เขาต้องทำให้มันเสร็จ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ



    เวลาและสายน้ำไม่เคยรอใคร มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องตามมัน หากเราใช้เวลาอย่างรู้ค่า เราก็จะไม่เสียใจในภายหลัง..!!





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





แสงแดดลอดผ่านเมฆหมอกหนาทึบลงมากระทบพื้นอิฐสีแดงสวยในยามเช้า อากาศเย็นเพราะหมกที่ลงจัดเมื่อคืน ยังไม่มีใครออกมาจับจ่ายซื้อของเพราะมันยังเช้าเกินไป ทุกสรรพสิ่งเงียบไปหมด มีเพียงเสียงของนกน้อยที่ร้องเพลงขับขานราวกับวงโอเปร่าชั้นดีเท่านั้น



ที่หน้าพระราชวังแห่งเดมอสที่ควรจะมีเพียงชาวสวนที่กำลังรดน้ำ พรวนดินเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะยังมีคนอีก 3 คนและ 2 ตัวอยู่ที่หน้าพระราชวังด้วย



ร่างสูงของผู้มีศักดิ์เป็นราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเดมอสยืนอยู่ห่างจากประตูวังไม่มากนัก ตรงหน้าเขาคือร่างสูงไม่แพ้กับของบุรุษสองคนที่ยืนอยู่ข้างมังกรดำสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าเร็วที่สุดของเดมอส



\"รีบไปรีบกลับล่ะ\" สุรเสียงของจ้าวปิศาจดังขึ้นก่อน ทั้งสองพยักหน้ารับ วันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องเดินทางไปสืบข่าวทำกำหนด เพราะท่าโอ้เอ้กว่านี้คงจะไม่ได้กาล



\"พระเจ้าค่ะ พวกหม่อมฉันจะรีบกลับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหม่อมฉันทูลลา\" คิลพูด แล้วเดินไปที่ข้างมังกรก่อนจะขึ้นขี่มันอย่างชำนาญ



\"ขอให้พวกเจ้าปลอดภัย แล้วอย่าลืมล่ะ พาตัวกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม\" จ้าวปิศาจตรัสอีกครั้งเพื่อเน้นย้ำถึงบุรุษอีกคนที่ถูกกล่าวถึงในที่นี้



\"พระเจ้าค่ะ\" คาโอรับคำ ก่อนที่มังกรดำทั้งสองตัวจะถลาขึ้นฟ้าไป แล้วบินหายลับตาไปในที่สุด จ้าวปิศาจยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับไปไหน พระพักตร์เงยมองขึ้นไปบนฟากฟ้ากว้างใหญ่เบื้องหน้า



                                             ทุกสิ่งทุกอย่างคงต้องฝากไว้ที่เจ้า โร เซวาเรส..!!





จ้าวปิศาจยังคงยืนมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้นราวกับตกอยู่ในห้วงความคิดอันกว้างใหญ่ไพศาลพอๆกับท้องฟ้า แสงแดดเริ่มจ้าขึ้นเรื่อยๆประชาชนเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของกันแล้ว คงถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับเสียที นัยน์ตาเนตรสีดำรัตติกาลละจากฟากฟ้าเบื้องบน แล้วหมุนตัวกลับไปเข้าไปในวังทันที



แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวบริสุทธิ์พอๆกับเจ้าของห้องมากระทบร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง ร่างนั้นพลิกไปพลิกมาอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ยอมลุกซักที ทั้งๆที่หลับตาไม่ลงแล้ว แต่ก็ยังฝืนที่จะหลับโดยไม่เป็นผลแม้แต่น้อย หลังจากที่พลิกไปพลิกมาอยู่นานก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรู้ว่าหลับไม่ลงแล้วแน่นอน



เอี๊ยด!! ติ๋ง!!



เสียงหมุนปิดก๊อกน้ำดังขึ้นพร้อมกับเสียงน้ำที่หยดลงพื้นห้องน้ำ ร่างบางของเจ้าหญิงจอมยุ่งเดินไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวขึ้นมาพันกายไว้ ผมสีน้ำตาลไหม้ที่ยาวเลยกลางหลังมาแล้วเปียกชุ่มไปด้วยน้ำถูกผ้าขนหนูผืนเล็กกว่าพันไว้ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างเคยชิน ตั้งแต่กลับมาอยู่เดมอส ก็ทำให้เธอเสียนิสัย ทุกๆเช้าของทุกๆวันนางกำนัลจะมาแต่งตัวให้ ไม่เคยสายแม้แต่วันเดียวและวินาทีเดียว พวกนั้นมาตรงเวลาตลอด ทั้งๆที่บอกแล้วว่าไม่ต้องก็ได้ แต่พวกนั้นก็ยังตื้อบอกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ



และก็เป็นไปเหมือนทุกวัน พอก้าวออกมาจากห้องน้ำ ก็จะเจอเหล่านางกำนัลยืนหน้าสลอนอยู่ข้างเตียง พวกเธอยิ้มแล้วดึงเฟรินไปนั่งลงเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนที่คนหนึ่งจะเช็ดผม อีกคนหนึ่งเช็ดตัวและทาครีม ส่วนอีกคนก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเฉกเช่นทุกวัน



\"วันนี้องค์หญิงจะทรงสวมชุดไหนเพคะ\" หล่อนถามเสียงใสอย่างสนุกสนานราวกับได้เล่นตุ๊กตาบาร์บี้มีชีวิต แต่เฟรินกลับไม่สนุกไปด้วยเพราะถูกถามอย่างนีทุกวัน จนน่าเบื่อ



\"สีฟ้า\" เฟรินตอบกลับไปอย่างไม่ใสใจ เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ถ้ามีใครถามว่าจะใส่ชุดไหนก็จะตอบว่าสีฟ้าตลอด แล้วพอลองคิดย้อนกลับมาก็ได้แต่งงว่าทำไมต้องสีฟ้า จนเดี๋ยวนี้ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้



\"แต่เมื่อวานองค์หญิงก็ทรงสวมชุดสีฟ้านะเพคะ\" นางกำนัลพูดแล้วหยิบชุดสีขาวออกมาแทนที่จะเป็นชุดสีฟ้าอย่างที่เฟรินบอก คิ้วเรียวของคนถูกถามขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ



\"ถ้าข้าบอกแล้วเจ้าไม่ฟัง คราวหลังก็ไม่ต้องถามข้า ทำไมต้องคอยถามว่าวันี้จะใส่สีอะไร จะทำผมทรงไหน จะแต่งหน้าแบบไหน จะใส่รองเท้า เครื่องประดับสีอะไร ไม่เข้าใจเลยจริงๆ\" เฟรินตอบอย่างหงุดหงิด ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบชุดออกมาชุดหนึ่ง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ทำเอานางกำนัลทั้งสามหน้าเหวอด้วยความตกใจ



แอ๊ดด!!



เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ก่อนที่ร่าบางของผู้สูงศักดิ์จะเดินออกมาจากห้องด้วยในชุดหัวขโมยเต็มยศ เสื้อยืดตัวหลวมพราก กางเกงที่ยาวมากจนต้องพับขึ้นมาหลายทบ และผ้าคาดผมอันแสนเก่าแก่เต็มที่ นางกำนัลหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แต่เฟรินไม่ได้สนใจที่จะมอง เธอเดินผ่านนางกำนัลทั้งสามไป แล้วเดินออกจากห้องไปทันที



และเมื่อเดินออกมาจากห้องก็มาเจอเข้ากับนายทหารคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะมารอเธออยู่นานพอควรแล้ว พอเธอเดินออกมาก็รีบเข้ามาหาทันที



\"ถวายบังคมองค์หญิง มีจดหมายมาถึงองค์หญิงพระเจ้าค่ะ\" นายทหารโค้งคำนับแล้วกล่าวทูลด้วยท่าทีเคารพคนตรงหน้าอย่างมาก



\"ใครส่งมา??\" เฟรินถามอย่างสงสัย ใครกันนะที่กล้าส่งจดหมายมาถึงเดมอส



\"เจ้าชายคาโล วานเนบลีพระเจ้าค่ะ\" นายทหารตอบพลางยื่มซองจดหมายสีขาวให้เฟริน เธอรับมันมาดู ลายมือคาโลจริงๆด้วย ไม่ผิดแน่..



\"ขอบใจเจ้ามาก กลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อเถอะ\" เฟรินพูดแล้วยิ้มให้นายทหาร



\"หม่อมฉันทูลลา\" เขาพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินจากไป



ใบหน้าหวานยิ้มระเรื่ออย่างอารมณ์ดีที่สุดในรอบหนึ่งอาทิตย์มานี่ เธอก้าวเดินอย่งรวดเร็ว ไปเรื่อยๆยังห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียวเพื่ออ่านจดหมาย \'แค่ได้จดหมายทำไมเธอต้องดีใจขนาดนี้นะ\' หญิงสาวถามตัวเองในใจ แต่ไม่มีคำตอบได้ตอบกลับมา เธออารมณ์ดีเกินกว่าที่จะมาตอบคำถามงี่เงาในใจตอนนี้



หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างแผ่วเบา แล้วฉีกซองจดหมายออก เปิดจดหมาจยอย่างตื่นเต้น มันเป็นความรู้สึกที่เกินบรรยายจริงๆ แต่แล้วเมื่ออ่านจบใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที



                                                            เรนอนจะแต่งงาน



                                                                กลับมาด่วน!!..



                                                                             คาโล




ใบหน้าหวานเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาทันที \'จะทำไงดี ทำไงดีเนี่ย ต้องไปหาคิล หาคิล\' ไวเท่าความคิด เฟรินก็ลุกพรวดออกมาจากห้องไปทันทีโดยไม่ลืมเอาจดหมายคาโลไปด้วย ขาเรียววิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย จุดหมายคือห้องพักของทายาทนักฆ่า ระหว่างทางที่วิ่งไปผ่านผู้คนมากมาย พวกนั้นกล่าวทักเธอ แต่เธอไม่ได้ทักตอบด้วย เธอวิ่งผ่านพวกเค้าไปราวกับว่าไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่



แฮ่ก แฮ่ก



เสียงหอบหายใจดังรัวอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แต่ไม่มีเวลาอีกต่อไปแล้ว มือเรียวเอื้อมไปเคาะประตูทันที แต่ไม่ว่าเธอจะเคาะประตูหรือตะโกนดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครออกมาจากห้องเลยซักนิด ไม่ว่าจะเป็นห้องคาโอหรือห้องคิลก็เหมือน่วาจะไม่มีใครอยู่



\"โธ่เว้ย!!\" เฟรินสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เธอวิ่งออกจากห้องไป แล้ววิ่งไปทั่วพระราชวังเดมอสเพื่อหาตัวทายาทนักฆ่าที่ไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว



แต่ที่ต้องโทษมากที่สุดก็คงต้องเจ้าชายน้ำแข็งบ้านั่นต่างหาก ที่ไม่ระบุมาให้ครบ แล้วใครจะไปรู้เนี่ย ขนาดเขียนจดหมายยังสั้นเหมือนคำพูดอีก ดอกพิกุลมันไม่ร่วงออกมาจากจดหมายหรอกน่า คิดแล้วก็ได้แต่หงุดหงิดในใจอย่างเดียว แต่เท้าก็ยังไม่ได้หยุดวิ่งแต่อย่างใด เฟรินวิ่งไปรอบๆ เปิดห้องโน่นทีห้องนี้ทีไปเรื่อยๆ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน แต่ก็หยุดไม่ได้ จนกระทั่งเสียงๆหนึ่งดังขึ้น



\"เฟลิโอน่า!!\" เสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลัง ทำให้ขาเรียวหยุดกึกทันที เฟรินหมุนตัวกลับไปมองหน้าพระบิดาแล้วยิ้มเจื่อนๆ



\"ทำอะไรอยู่น่ะลูก พ่อเห็นลูกเข้าห้องโน่นออกห้องนี้มาตั้งนานแล้วนะ หาอะไรอยู่หรอ\" จ้าวปิศาจตรัสถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย



\"คือว่า..หาคิลอยู่ฮะ ไม่รู้ว่ามันไปไหนแต่เช้า คาโอก็ไม่อยู่\" เฟรินเอ่ยตอบกลับไป คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ



\"อ๋อ สองคนนั้นไปเอเดน\" จ้าวปิศาจตอบกลับมาด้วยสุรเสียงเรียบเฉยราวมันเป็นเรื่องปกติ



\"กลับไปเอเดน!!\" เฟรินทวนคำเสียงดังก้อง ใบหน้าหวานฉายแววฉงนปนตกใจขึ้นมาทันที



\"ใช่ กลับไปเอเดน ทำไมหรอ\" จ้าวปิศาจตอบแล้วถามอย่างหน้าตาเฉยๆ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก แต่ก็ไม่คิดจะบอกออกไปซักนิด



\"แล้วจะกลับมาตอนไหนฮะ\" เฟรินถามอย่างร้อนใจ แล้วเรื่องเรนอนจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าขืนคิลมันกลับมาไม่ทันจะทำยังไงดีเนี่ย



\"ทำไมหรอลูก\" เอวิเดสตรัสถามด้วยความสงสัย แต่เฟรินทำแค่เพียงยิ้มให้พ่อเท่านั้น



\"ไม่มีอะไรฮะ ผมขอตัวก่อน ถ้าพวกมันกลับมาแล้ว บอกว่าผมอยากเจอด่วนเลยนะฮะ\" เฟรินพูดแล้วเดินจากไปนที โดยไม่คิดจะตอบคำถามของจ้าวปิศาจเลย นัยน์เนตรสีดำรัตติกาลมองตามร่างบางระหงนั้นจนหายลับตาไปก่อนที่จะเดินไปยังห้องทำงานของตน





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





มังกรสีดำสองตัวบินพาดผ่านเมืองหน้าด่านไปอย่างง่ายดาย ปีกสีดำสนิทกระพือขึ้นลงเรื่อยๆอย่างเป็นจังหวะ ร่างของทายาทนักฆ่าและผู้วิเศษแห่งคาโนวาลยืนอยู่บนหลังมังกร เส้นผมสีเงินและสีดำลู่ไปด้านหลังตามแรงลมที่ปะทะเข้ามาไม่หยุด



\"แล้วจะทำอะไรก่อนดี สืบข่าวหรือว่าจะไปหาโร\" คิลถามขึ้น คาโอหันมามองอย่างชั่งใจ



\"ไปหาโรก่อน ถ้าหาเจอก็จะได้ข่าวด้วย\" คาโอตอบกลับมา คิลพยักหน้ารับ ฉลาด!! โรมันได้ฉายาห้องสมุดเคลื่อนที่อยู่แล้ว มีหรือเหตุการณ์ในเอเดนมันจะไม่รู้ ไม่มีทางหรอก



\"แล้วเราจะไปหามันที่ไหนล่ะ\" คิลถามกลับไปอีก คราวนี้คิ้วเรียวของผู้วิเศษเลิกขึ้นอย่างใช้ความคิด ขอทานย่อมเร่ร่อนไปทั่ว จะมีที่ไหนที่เขาจะไปบ้าง



\"ฉันยังไม่รู้\" คาโอตอบพลางใช้ความคิดต่อไปเรื่อยๆ



\"อเมซอน!!\" ชื่อเมืองนักรบที่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเก่งด้านการรบเป็นที่สุดหลุดออกมาจากปากทั้งสองพร้อมกันราวกับนัดหมาย ใช่แล้ว ถ้าจะมีที่ไหนที่ขอทานจะไป ก็คงจะเป็นอเมซอน โรต้องไปหามาทิลด้าแน่นอน



\"งั้นไปกัน\" คิลพูด แล้วคุมบังเหี ยนให้หันไปทางอเมซอนแทนที่จะเป็นเวนอลหรือทริสทอร์ การเดินทางเป็นไปด้วยดี คิลกับคาโอจึงถึงอเมซอนตอนประมาณเที่ยงคืนได้ ทั้งคู่ตกลงเข้าที่โรงแรมหนึ่ง พรุ่งนี้ถึงค่อยไปหามาทิลด้ากัน



รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยียน ทายาทนักฆ่าและผู้วิเศษตื่นแต่เช้าออกมาจากโรงแรมเพื่อไปตามหาตัวขอทานที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายซื้อของกันแต่เช้า ตัวเมืองอเมซอนที่เคยเงียบสนิทยามที่รัตติกาลมาเยียนกลับมาคับคั่งอีกครั้ง ด้วยผู้คนที่ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง นักฆ่าและผู้วิเศษเดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่เร่งรีบ ไปยังพระราชวังแห่งอเมซอน



\"มาพบใคร!!\" ทหารยามหน้าประตูถามเสียงเข้ม คิลและคาโอมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนนักฆ่าจะเป็นคนตอบคำถาม



\"เรามาพบเจ้าหญิงมาทิลด้า\" ทันทีที่ชื่อของมาทิลด้าหลุดออกมาจากปากนักฆ่า ทหารยามก็รีบเปิดทางให้แทบไม่ทัน พอเหยียบย่ำเข้ามาในพระราชวังได้เพียงหนึ่งก้าว ก็มีนางกำนัลออกมานำทางให้พวกเขา



ทั้งสองเดินตามนางกำนัลไปยังห้องๆหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเคยมาครั้งหนึ่งแล้วก็เถอะ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน พระราชวังแห่งอเมซอนใหญ่มากจริงๆ ตามพนังมีภาพวาดศิลปะหายากมากมาย พรมแดงปูยาวลาดไปยังห้องต่างๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกสิ่งทุกอย่างดูหรูหราและเข้ากันสมเป็นเมืองของผู้หญิงจริงๆ



\"เชิญเพคะ\" นางกำนัลกล่าวแล้วเปิดประตูให้คิลและคาโอ ทั้งสองเดินเข้าไปข้างในด้ายสีหน้าเรียบเฉย ภายในห้องมีโต๊ะวางอยู่กลางห้องที่นั่นมีร่างของคนสองคนนั่งอยู่ ร่างบางเป็นของเจ้าหญิงมาทิลด้าเจ้าบ้าน ส่วนร่างสูงเป็นของแขกกิตติมศักดิ์ที่มาขออยู่ในอเมซอนราวกับจะย้ายถิ่นฐาน พวกเขาคิดไว้ไม่เคยผิด มันมาอยู่ที่นี่จริงๆด้วย....



\"สวัสดีคิล คาโอ มาทำอะไรที่อเมซอนหรอ\" มาทิลด้าเอ่ยทักก่อนพลางหยิบถ้วยน้ำชสขึ้นมาจิบ



\"เรามาหาโรน่ะ มีเรื่องนิดหน่อย\" คิลตอบกลับมา หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมา



\"งั้นนั่งก่อนสิ\" มาทิลด้าพูด คิลกับคาโอจึงนั่งลงเก้าอี้ตัวตรงกันข้ามกับทั้งสองที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว



\"มีเรื่องอะไรก็ว่ามา\" โรเอ่ยขึ้นพลางวางถ้วยน้ำชาลง ใบหนาที่ยิ้มแย้มจริงจังขึ้นมาทันใด



\"คือท่านจ้าวอยากจะพบนาย เรื่องด่วนด้วย ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร\" คิลตอบน้ำเสียงเรียบเฉย



\"งั้นหรอ งั้นฉันคงต้องไปเดมอสสินะ ขอโทษนะมาทิลด้า\" โรพูดแล้วหันไปกล่าวขอโทษหญิงสาวที่นั่งข้างๆ



\"ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่คิล นายไม่ห่วงเรื่องตัวเองบ้างรึไง\" มาทิลด้าพูดแล้วหันไปถามคิลบ้าง ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงใหบน้างงๆของนักฆ่า เขาจะต้องเป็นห่วงเรื่องอะไร มีอะไรน่าเป็นห่วงรึไง



\"อย่าบอกนะว่านายยังไม่รู้\" มาทิลด้าพูดขึ้นอย่างเอือมระอา คิลส่ายหัวทันที



\"เรนอนกำลังจะแต่งงานกับเจ้าชายแห่งสกอปิโอร์เพื่อยับยั้งสงคราม\" มาทิลด้าบอกพลางส่ายหัว ปิดเทอมก็ไม่เคยอยู่ในเอเดนซะที ไปขลุกอยู่แต่เดมอสถึงได้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยไงล่ะ



\"อย่าล้อเล่นอย่างนี้สิมาทิลด้า ถ้าจะพูดตลกเรื่องนี้ฉันก็ขำไม่ออกหรอกนะ\" คิลพูดเล่นๆอย่างนึกว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นตลกๆธรรมดาเท่านั้น แต่เมื่อนัยน์ตาสีม่วงไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียว มันก็บ่งบอกทันทีว่าเธอไม่ได้ล้อเล่นอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคือเรื่องจริง..!!



\"งานจะจัดขึ้นวันไหน\" คิลถามอย่างร้อนรน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้ม รักสนุกไม่เหลือเคล้าเดิมอีกต่อไป ใบหน้าของทายาทนักฆ่าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที



\"อีกประมาณ 12 วัน\" มาทิลด้าตอบ เมื่อฟังคำตอบจบ คิลก็ลุกพรวดออกไปจากห้องโดยไม่คิดจะกล่าวลาแม้แต่น้อย คาโอจึงเร่งตามคิลออกไป รวมถึงโรด้วย





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





มังกรดำทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วที่สุดที่มันสามารถทำได้ แต่ถึงอย่างไรความเร็วนั้นก็ไม่ทันใจของชายหนุ่มที่ร้อนลุ่มอยากให้ถึงคาโนวาลโดยเร็วไปได้ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอบึ้งตึงจนหน้ากลัว นัยน์ตาสีม่วงฉายแววกังวลใจมาก มือใหญ่คุมบังเหียนไปเรื่อยๆพร้อมทั้งแรงความเร็วขึ้นจนถ้าไม่ยืนให้ดีคงจะตกลงไปแน่ๆ



\"คิล!!\" เสียงตะโกนเรียกดังมาจากด้านหลัง ทายาทนักฆ่าจึงหันไปมอง แล้วก็พบมังกรดำและมังกรพันธุ์ธรรมดาอีกตัวบินตามมาด้วยความเร็วที่หวังจะตามให้ทัน



\"มีอะไร!!\" คิลตะโกนถามกลับไปด้วยน้ำเสียงรีบร้อน มือยังคงเร่งคุมบังเหียนให้มังกรบินเร็วขึ้นอีก



\"นายจะไปไหนน่ะ!!\" คาโอตะโกนถามมา ถึงแม้ทิศทางก็บอกอยู่แล้วว่าต้องไปคาโนวาลแน่นอน แต่ยังไงก็ยังต้องถามอยู่ดี



\"ไปหาเรนอน พวกนายกลับเดมอสไปก่อนเลยก็ได้\" คิลตะโกนตอบกลับไป แล้วเร่งมังกรให้เร็วขึ้นอีก ลมกระโชกที่ตีปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกเจ็วแสบ แต่มันคงไม่เท่าหัวใจที่พอได้ยินว่าเธอคนนั้นจะแต่งงาน มันก็เหมือนกับว่าจะหลุดออกมาจากอก แล้วแตกสลายยังไงยังงั้นเลย



\"ไม่ พวกเราจะไปด้วย\" โรตะโกนตอบกลับมาด้วยเสียงแน่วแน่ คาโอมองโรแวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าปล่อยคิลไปคนเดียวก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขืนวู่วามมีหวังถูกแจ้งข้อหาบุกรุกพระราชวังแน่นอน



\"งั้นก็ตามใจพวกนายแล้วกัน\" คิลพูดแล้วหันหน้ากลับไปเร่งมังกรต่ออีกรอบ ขอให้ทันด้วยเถอะ ขอให้ทันด้วย เรนอน ทำไมเธอถึงใจร้ายอย่างนี้ ทำไมถึงไม่เคยบอกซักนิด ทำไม..!!~



...................................................................................................................................................................................





100% ค่ะ



มูนยุ่งมากมาย ขอย้ำและเน้นว่า \'ยุ่ง\' ค่ะ



งานเยอะมากๆเลย



จาพยายามอัพตอนพิเศษให้นะคะ



คงจะประมาณวันพรุ่งนี้ ไม่งั้นก็มะรืนอ่าค่ะ



ขอประทานอภัยจากนักอ่านทุกท่านค่า (_/l\\_)



รักคนอ่านมาก>_< แต่จารักมากกว่านี้ ถ้าคนอ่านไม่ฆ่ามูนตายเพราะผิดสัญญาTT^TT





                                                                                       >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #326 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2555 / 00:43
    เฟรินต้องไปคาโนวาลนะคะ
    #326
    0