ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 13 : ~๐(O_o)๐~ งานประชุมผู้ปกครอง ~๐(o_O)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ส.ค. 48



ยามเช้าที่อากาศสดใส ถึงแม้มันจะหนาวจนทำให้คนที่ขี้เซาไม่อยากลุกจากที่นอน แต่เธอก็ต้องจำใจลุกขึ้นมาแต่เช้า น้ำค้างเกาะอยู่ที่ยอดหญ้าสะท้อนแสงตะวันสวยงามราวเพชรล้ำค่า ทุกสรรพสิ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะที่ตกหนักเมื่อคืนนี้ แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วทำให้ความหนาวบรรเทาลงไปบ้าง ถึงแม้จะยังเช้าขนาดนี้ แต่เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสายทั้งในและนอกโรงเรียน ขบวนรับเสด็จถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต หน้าสุดของแต่ละแถว หัวหน้าหอพักทั้งหลายยืนยิ้มอยู่ข้างหน้า จะยกเว้นก็เพียงแต่หัวหน้าป้อมอัศวินที่ยืนหน้าเครียดอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าสวยกวาดสายตาไปเรื่อย มองหาหญิงสาวคนสำคัญที่เฝ้าคิดถึงมาหลายวัน แต่มองเท่าไหร่ๆก็ไม่เจอเธอซะที ความกังวลว้าวุ่นในใจที่สงบลงไปบ้างแล้ว กลับคืนมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่



เสียงแตรยาวดังขึ้น บ่งบอกถึงการเสด็จของกษัตริย์องค์แรก ธงของแอเรียสถูกยกขึ้นก่อนตามลำดับพิธีที่ได้ฝึกซ้อมกันมาอย่างถี่ถ้วน ช้างบินลงมาจอด ณ ที่กว้างที่จัดไว้ให้ ร่างอ้วนของชายวัยกลางคนเดินลงมาจากช้างบินแล้วยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ผู้ที่เข้าไปรับเสด็จของคิงริชาร์ดแห่งแอเรียสปรากฏตัวขึ้น ผมสีทองสวยถูกเกล้าขึ้นไว้เป็นมวน ประดับประดาด้วยไข่มุกสีขาวราวหิมะ นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยแย้มรอยยิ้มเฉกเช่นริมฝีปากสีกุหลาบที่ยิ้มอย่างที่ถูกฝึกมา ชุดเกาะอกสีขาวยาวกลอมพื้นที่สวมใส่ ถึงแม้ว่ามันจะรุ่มร่ามไปนิดสำหรับสาวห้าวอย่างเธอ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยซักนิด



แองจี้เดินนำคิงริชาร์ดเข้าไปข้างในท่ามกลางสายตาของชาวป้อมอัศวินที่เฝ้าดูอยู่ ความสง่างามที่มีมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ทุกคนแสดงสีหน้าออกมาแบบเก็บไม่อยู่ แล้วแตรยาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง ธงของอเมซอนถูกยกขึ้น นาทีต่อมาขบวนกองทัพที่มีแต่ผู้หญิงก็เคลื่อนเข้ามาในบริเวณโรงเรียน คิงเฮลด้าเสด็จลงมาจากรถม้าแสนหรู โดยมีลูกสาวคนสวยช่วยจูง มาทิลด้าดูเปลี่ยนไปมาก เธอดูมีอำนาจมากขึ้น ความสง่างามที่ใครเห็นเป็นต้องตะลึง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเปลี่ยนไปหมดอย่างไร้เหตุผล



มาทิลด้าปรายตามามองพวกคาโลเล็กน้อย แต่ก็ตวัดสายตากลับไป แล้วเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับเสด็จแม่ของเธอ เสียงที่ดังต่อมาดังขึ้นทันทีที่คิงเฮลด้าและมาทิลด้าก้าวเข้าไปข้างในแล้ว ธงของโคมิเน่ถูกยกขึ้น ม้าจำนวนมาวิ่งเข้ามาในเขตโรงเรียน เมื่อมันหยุดเรียบร้อยหมดแล้ว วอร์ช่าก็ปรากฏตัวขึ้นจากที่ไหนก็ไม่รู้ เสด็จแม่ยิ้มให้เธอพลางกอดด้วยความคิดถึง เธอเองก็ยิ้มตอบเช่นกัน พอเสด็จแม่ปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดแล้ว วอร์ช่าเดินนำเสด็จพ่อและเสด็จแม่เข้าไปข้างในอย่างรู้หน้าที่



เสียงแตรยังคงดังไปเรื่อยๆ คาโลยืนนิ่ง สายตายังคงกวาดมองไปรอบๆเช่นเคย นึกเป็นห่วงเจ้าตัวยุ่งที่ยังไม่ปรากฏตัวใจจะขาด แต่จะละทิ้งหน้าที่ไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี จะพาลเสียเกียรติคาโนวาลซะเปล่าๆ จนมาถึงขบวนเสด็จที่มาเกือบรองสุดท้าย ธงของเวนอลและเจมิไนปลิวไสวไปมาร่วมกัน รถม้าพร้อมคณะทหารที่ติดตามเคลื่อนที่เข้ามาในที่ลานกว้าง ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นถึงจักรพรรดินีเดินลงมาจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างามเกินวัย ตามติดมาด้วยเจ้าชายโรเวนแห่งเจมิไน ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาจากรถม้าอย่างสนิทสนม แล้วร่างของสาวน้อยผมสีทอง นัยน์ตาสีส้มก็ปรากฏขึ้นข้างหน้า โซเดินนำทั้งสองเข้าไปข้างในอย่างเงียบๆ



ความแปลกใจบังเกิดขึ้นในใจของทุกคนทันที ทำไมจักรพรรดินีกับเจ้าชายโรเวนถึงมาด้วยกัน นี่คือคำถามแรก ซึ่งผู้ที่รู้อยู่แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ด้วยความคาดไม่ถึง ไม่นึกว่าทั้งคู่จะกล้ามาด้วยกัน ก็สร้างความประหลาดใจให้พวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่คำถามยังไม่จบเพียงเท่านี้ คำถามที่สองที่ตามมาคือ พวกเขามาทำไม มาทำอะไรที่นี่ นี่มันงานประชุมผู้ปกครองนะ แต่คำถามนี่กลับไม่มีคำตอบออกมาจากปากใครแม้แต่น้อย ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองมาทำไม



เสียงแตรยาวดังขึ้นอีกครั้ง หยุดความคิดของทุกคนให้กลับไปสนใจที่เดิม ธงของคาโนวาลกำลังโบกสะบัดอยู่ในขณะนี้ ตามรายการแล้วคาโนวาลถือเป็นประเทศรองสุดท้ายที่มาร่วมงาน แต่ประเทศสุดท้ายนี่สิที่ไม่มีบอกซักนิดว่าที่ไหน รถม้าและม้าจำนวนมากเคลื่อนเข้ามาอย่างช้าๆ พอรถม้าจอดสนิท ชายผู้เป็นที่หนึ่งในคาโนวาลก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีที่องอาจเฉกเช่นชายชาตินักรบ หญิงสาวผมสีม่วงปรากฏตัวขึ้น นัยน์ตาสีม่วงดูสดชื่นขึ้นเยอะ เมื่อเธอรู้ว่าต้องต้อนรับใคร ด้วยความที่สนิทชิดเชื้ออยู่แล้ว ทำให้ความรู้สึกเกร็งที่มีอยู่จางหายไป เธอแย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน เล่นเอาคนแถวนั้นเป็นลมไปหลายรายเลยทีเดียว เธอหันมามองหน้าคิลเล็กน้อย ยิ้มให้อย่างทุกทีที่อยูด้วยกัน แล้วเดินนำคิงบาโรเข้าไปข้างใน



ความประหลาดใจเริ่มแล่นขึ้นในสมองอีกครั้ง ตามกำหนดการยังมีอีกขบวนที่ยังมาไม่ถึง แต่รอแล้วรอเล่า แหงนหน้ามองบนฟ้า มองตรงไปข้างหน้าก็ไม่มีวี่แววของขบวนเสด็จขบวนสุดท้ายเลย จนเสียงๆหนึ่ดังขึ้น เสียงร้องของมังกรหลายตัว ที่ถ้าลองฟังดูดีๆแล้วคงจะเป็นฝูงเลยก็ว่าได้ดังขึ้นจากบนฟากฟ้า ทุกคนจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองด้วยความสนใจ ฝูงมังกรดำปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า ก่อนที่จะบินลงมายืนนิ่งที่พื้น ฝุ่น ควัน ตะลบอบอวลไปหมดจนมองแทบไม่เห็นอะไร จนเวลาผ่านไป ฝุ่นเริ่มจางลง ปรากฏให้เห็นร่างของชายวัยราวๆ 30 ที่ไม่ว่ากี่พันปีก็ไม่เคยแก่ขึ้นแม้แต่น้อย ผมสีดำสนิทถูกถักเป็นเปียพันไว้รอบคออย่างที่ทำประจำ นัยน์เนตรสีดำกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างต้องการหาบางอย่าง แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการหา



เดมอส!! ขบวนเสด็จสุดท้ายที่มาเหนือความคาดหมายอย่างมาก ใครๆคงจะคิดไม่ถึงว่าเจ้าปีศาจเอวิเดสผู้เกรียงไกรจะเสด็จมาร่วมงานประชุมผู้ปกครอง แถมไม่ได้มาคนเดียวอีกต่างหาก ยังพาราชินีจันทราผู้งดงามมาด้วย เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่ยังไม่เคยได้ยลโฉมของเธอ ถึงความงามที่ไม่อาจหาใครเปรียบได้ของราชินีจันทรา และแล้วมนตร์สะกดก็ค่อยๆคลายออก ทุกคนแปรเปลี่ยนความสนใจไปที่ผู้ต้อนรับของขบวนนี้ทันที



เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากที่ไหนไม่มีใครทราบ ผมสีน้ำตาลยาวสลวยถูกปล่อยยาวอย่างสวยงาม นัยน์ตาสีน้ำตาลกำลังแย้มรอยยิ้มเช่นเดียวกับริมฝีปากสีกุหลาบอย่างไม่เคยทำมาก่อน แต่ถูกฝึกมาให้ทำ ใบหน้าไม่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายหรืออะไรทั้งสิ้น มีเพียงรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ดึงดูดสายตา รอยยิ้มที่ถ้าถูกจ้องมองกลับมาอาจจะทำให้ละลายเอาได้ง่ายๆ



เธอเดินเข้าไปใกล้เสด็จพ่อของเธอช้าๆ ก้าวเท้าช้าๆอย่างไม่เคยเป็นก่อน หยุดอยู่ข้างหน้าประมาณ 5 ก้าว ถอนสายบัวให้ความเคารพ เงยหน้าขึ้น แล้วแย้มรอยยิ้มอีกครั้ง พอกับริมฝีปากเรียวที่เอื้อนเอ่ยออกมา



\"เชิญเสด็จตามหม่อมฉันเข้าไปข้างในเพคะ เสด็จพ่อ\" เสียงหวานเอ่ย คนถูกเชิญยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ นึกประหลาดใจว่าใครหนอที่ทำให้พระธิดาตัวยุ่งที่เกลียดการเป็นกุลสตรีเข้าไส้เปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ อยากจะขอบคุณซะเหลือเกิน เอวิเดสพยักหน้า แล้วเดินตามเฟรินที่ก้าวเดินไปช้าๆอย่างเป็นกุลสตรีเข้าข้างในไป ท่ามกลางสายตาของคนที่รู้จักเฟริน เดอเบอโรว์ดี



มันไม่ใช่เฟรินนน!!~ เสียงตะโกนดังกึกก้องในใจของทุกคนพร้อมกัน เมื่อกี้คงเป็นแค่ความฝัน ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆล่ะก็พวกเขาน่าจะตื่นได้แล้ว ตื่นจากความฝันที่เพ้อเจ้อซะที แต่ต่อให้หยิกแก้ม หรือตีตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงก็ย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ



ใบหน้ารูปสลักของเจ้าชายน้ำแข็งดูดีขึ้นมาก เมื่อเห็นคนที่เฝ้าคิดถึง เฝ้าห่วงหามาหลายวัน ริมฝีปากเรียวแย้มรอยยิ้มอย่างสบายใจ นึกอยากจะไปขอบคุณคนที่ทำให้เจ้าหล่อนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ซะเหลือเกิน แต่ต่อให้เธอเป็นยังไง จะก๋ากั่น จะดื้อแค่ไหน เขาก็รักเธอที่เธอเป็นเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง บางครั้งก็เคยถามใจตัวเองดูเหมือนกัน ว่ารักคนอย่างนี้เข้าไปได้ยังไง แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็เป็นเพียงความรู้สึกรัก รักมาก รักมากขึ้นทุกวัน รักจนหมดใจอย่างที่ชาตินี้คงรักใครคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว...!!





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ภายในห้องรับรองที่ถูกจัดไว้อย่างหรูหรา ห้องทั้งห้องถูกเปลี่ยนเป็นสีสว่างตาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นวอลเปเปอร์ โต๊ะ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โซฟาที่ถูกบุด้วยผ้าเนื้อดีจำนวนมากตั้งอยู่รอบๆ โคมไฟระย้าที่ส่องสว่างไปทั่วห้องอย่างหน้าอัศจรรย์ แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านั้นก็คือ เสียงหวานใสที่กำลังคุยจ้ออย่างสนุกสนานด้วยท่าทีสุภาภเรียบร้อยต่างหาก



\"เสด็จพ่อไม่เห็นบอกลูกเลยนะเพคะ ว่าจะมา\" หญิงสาวผู้เรียบร้อยขึ้นจนน่าแปลกใจเอ่ยอย่างงอนๆ



\"ก็พออยากจะให้ลูกตกใจนี่นา ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับลูกหรอเฟลิโอน่า\" เอวิเดสถามอย่างเป็นห่วง เช่นเดียวกับลูน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งที่เธอใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเปลี่ยนให้หลานสาวคนนี้เรียบร้อยขึ้นมา แต่มันก็ไม่เป็นผล แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหลานสาวที่แก่นแก้วของเธอถึงเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ



\"เปล่าหนิเพคะ ลูกปกติดี แล้วโกโดมไม่มาด้วยหรอเพคะ\" เฟรินตอบแล้วเอ่ยถามไปถึงเจ้ากวางที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในห้องด้วย



\"อ๋อ เดี๋ยวมา พ่อใช้ให้ทำงานซักหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็กลับมา\" เอวิเดสตอบ แล้วเอื้อมมือไปรับเครื่องดื่มจากบริกรชายที่เพิ่งเดินผ่านไป พอบริกรชายคนนั้นเดินผ่านไปก็มองเหลียวกลับมาไม่หยุด จะเพราะใครก็ไม่ได้นอกจากหญิงสาวผู้ซึ่งตอนนี้กลายเป็นที่หมายปองของเหล่าเจ้าชายทั้งหลายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย



\"เพคะ เดี๋ยวลูกขอตัวนะเพคะ ขอไปคุยกับเจ้าพี่คาโลก่อน\" เฟรินพูดแล้วยิ้มออกมาอ่างไม่ขัดเขินเท่าไหร่ เอวิเดสกับลูน่ามองอย่างแปลกใจแต่ก็พยักหน้าตกลง ร่างบางของสาวน้อยก็เดินจากไปทันที



\"ท่านพี่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฟลิโอน่ารึเปล่า\" ลูน่าถามด้วยความเป็นห่วงหลานสาวของเธอเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรอ คนที่ต่อให้ตายก็ไม่ยอมเรียกคาโลว่าเจ้าพี่แน่นอนเนี่ยนะ จะเรียกได้อย่างไม่อายปากแม้แต่น้อย



\"ไม่รู้สิ ถ้าจะเกิดขึ้นจริง คงจะมีสมองส่วนไหนกระทบกระเทือนแน่นอน\" เอวิเดสพูดออกมาพลางวินิจฉัยโรคของลูกสาวตัวยุ่งอย่างเล่นๆ



\"โธ่ ท่านพี่ล่ะก็อย่าพูดเล่นๆสิ จริงจังนะเนี่ย\" ลูน่าตอบกลับมาพลางกลั้วหัวเราะ ถึงแม้จะทำใจยากหน่อย แต่หลานสาวคนที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วล่ะ



ร่างบางของหญิงสาวเดินไปทั่วงานอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตสอดส่ายไปทั่วอย่างต้องการหาใครบางคน แล้วเธอก็พบเขาจนได้ คนที่ยืนอยู่ที่มุมห้องกับคิล โร และคิงบาโร เฟรินก้าวเท้าไปช้าๆอย่างมั่นใจ



\"ถวายพระพรเพคะ\" เฟรินเอ่ยด้วยเสียงหวานหยาดเยิ้ม และถอนสายบัวช้าๆอย่างอ่อนช้อย แต่ก็แฝงไปด้วยความสง่างามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทั้ง 4 จ้องมองเธอพลางกระพริบตาปริบๆอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง



\"เอ่อ..มีอะไรติดหน้าหม่อมฉันหรอเพคะ\" เฟรินถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ หน้าเธอมีอะไรติดอยู่รึไงนะ จ้องอยู่นั่นแหละ



\"ปะ..เปล่าไม่มีอะไร งั้นพ่อขอตัวก่อนนะ\" คิงบาโรพูด แล้วเดินจากไป เปิดโอกาสให้เด็กๆได้พูดคุยกันต่อ



\"เฟริน นายเป็นอะไรรึเปล่า\" คิลถามอย่างไม่แน่ใจ... นี่ใช่เพื่อนตูรึเปล่าวะเนี่ย!!  นัยน์ตาสีม่วงบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเต็มที่



\"เปล่าหนิคะ คุณคิล ฉันไม่ได้เป็นอะไร\" เฟรินตอบกลับมา ทำเอาคิลอึ้งไปเลย นักฆ่าหนุ่มถึงกับคอตก ไม่นึกว่าเพื่อนตัวเองที่ไม่เจอหน้า ไม่ได้คุยกันแค่อาทิตย์กว่าๆจะเปลี่ยนไปขนาดนี้



\"นายแน่ใจหรอเฟริน\" โรถามย้ำอีกครั้ง ขอทานถึงกับเหงื่อตกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนจะมาไม้ไหนกันแน่ เดาใจไม่ถูกจริงๆ



\"เปล่าเพคะเจ้าพี่โร หญิงไม่ได้เป็นอะไร\" เฟรินตอบพลางทำหน้าใสซื่อ ชนิดที่ทำเอาชายหนุ่มทั้งสามหน้าแดงกับความน่ารักของเธอ



\"เป็นไรกันหรอคะ\" เฟรินถามอย่างงงๆ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรนี่นา ทำไมต้องหน้าแดงกันด้วยนะ



\"ปะ..เปล่า ว่าแต่นายไปทำอะไรมาหรอ\" คิลถามขึ้นอีกครั้งพร้อมกับปรับสภาพสีหน้าให้กลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง



\"เปล่าค่ะ ก็แค่ฝึกธรรมดา มีอะไรรึเปล่าคะคุณคิล\" เฟรินตอบกลับมาเสียงใส นักฆ่าได้แต่ส่ายหัวในใจ ปกติก็ออกจะเหมือนผู้ชายซะเหลือเกิน แต่ตอนนี้สิ ยิ่งแย่กว่าผู้หญิงซะไม่มี



\"เอ่อ..คิล เราไปกันเถอะ ให้เฟรินคุยกับคาโลดีกว่านะ\" โรพูด แล้วลากคิลออกไปจากตรงนั้นทันที ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุม 1 สาว 1 หนุ่มอย่างน่าอึดอัด ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย ตั้งแต่นักฆ่าและขอทานจากไป



\"เกิดอะไรขึ้น\" คำถามเรียบง่ายดังออกมาจากปากของเจ้าชายน้ำแข็งก่อน เฟรินช้อนตามามองอย่างชั่งใจ แต่คำพูดของคาเดียก็ดังขึ้นในหัวทันที \'ห้ามใครไปบอกก่อนล่ะ\'



\"ไม่มีอะไรหรอกเพคะ เจ้าพี่คาโล\" เฟรินตอบกลับไป ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อทันที เจ้าพี่อย่างนั้นหรอ สงสัยว่าคนฝึกมันคงจะเอาอะไรผิดปกติให้มันกินเข้าไปแน่ๆเลย มันเรียกเขาว่าเจ้าพี่อย่างนั้นหรอ วันนี้คงจะถึงกาลอวสานของโลกแน่ๆ



\"เจ้าพี่เป็นอะไรไปหรอเพคะ ไม่สบายรึเปล่า\" เฟรินถามพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นจนคาโลต้องถอยหลังกลับไป มือบางแตะที่หน้าผากชายหนุ่มข้างหนึ่ง และหน้าผากตัวเองอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด



\"ก็ไม่ได้เป็นไข้หนิเพคะ\" เฟรินตอบพลางทำหน้ามุ่ย นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตฉายแววไม่เข้าใจขึ้นมาทันที



\"ไม่มีอะไรหรอก ไปหาท่านพ่อกันเถอะ\" คาโลพูด แล้วเดินนำเฟรินไปก่อนเพราะไม่อยากให้หญิงสาวเห็นใบหน้าที่กำลังแดงก่ำของเขา



\"รอหญิงด้วยสิเพคะ เจ้าพี่\" เฟรินร้องตาม แล้ววิ่งไปเกาะแขนคาโลที่เดินนำไปก่อนอย่างถือสิทธิ์



\"มันเกิดอะไรขึ้นกับเฟรินกันแน่\" คิลเปรยขึ้นมาเบาๆพลางยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ นัยน์ตาสีม่วงสวยจับจ้องไปที่เฟรินกับคาโลที่กำลังทักทายแขกเหรื่ออยู่



\"ฉันก็ไม่รู้ ฉันว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างแน่\" โรตอบกลับมา เขาเองก็มองเฟรินอยู่เหมือนกัน แปลกมากๆที่คนอย่างเฟรินจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน



\"ช่างเถอะ เดี๋ยวคาโลก็จัดการเองแหละ ไปหาเรนอนดีกว่า\" คิลพูด แล้วเดินจากไปทันที โรมองตามนักฆ่าปัญญาอ่อนไป แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า นี่น่ะหรอ คู่แข่งคนสำคัญของเขา เฮ้อ!!~ ไปหามาทิลด้าบ้างดีกว่า ว่าแล้วขอทานก็เดินไปตามหาเจ้าหญิงแห่งอเมซอนทันที





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





\"ไง เจ้าชายคาโล วาเนบลี ไม่เจอกันซะนานเลยนะ\" เอวิเดสกล่าวทักทายก่อน เฟรินและคาโลหยุดเดินแล้วยืนอยู่ข้างหน้าเขา เขาไม่เคยคิดจะขัดขวางหากลูกสาวสุดที่รักจะรักใครซักคน แต่คนๆนั้นต้องเป็นคนที่ดีและเหมาะสมกับลูกสาวเขาเท่านั้น ไม่งั้นก็อย่าได้หวังเลย



\"ถวายบังคมพระเจ้าค่ะ\" คาโลพูดแล้วโค้งคำนับอย่างเคารพบุคคลตรงหน้าที่เป็นว่าที่พ่อตาในอนาคต



\"ไม่ต้องพิธีรีตรองอะไรขนาดนั้นก็ได้ ว่าแต่คิงบาโรล่ะ ไม่มาด้วยหรือ\" เอวิเดสพูดแล้วมองหากษัตริย์ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน แต่ในเมื่อสงครามสงบลง คงไม่มีเหตุจำเป็นอีกต่อไปที่ต้องทะเลาะกันให้เสียเวลา



\"ท่านพ่ออยู่ทางนั้นกระหม่อม เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปตามมาให้\" คาโลพูดแล้วเดินไปหาพ่อของตัวเองที่กำลังคุยกับคิงริชาร์ดที่มุมหนึ่งของห้องอย่างสนุกสนาน



\"คาโลดีกับลูกรึเปล่า เฟลิโอน่า\" เอวิเดสเอ่ยถาม เฟรินเบนสายตามามองแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยความมั่นใจ พร้อมคำถามอย่างสงสัย



\"เพคะเสด็จพ่อ เจ้าพี่คาโลดีต่อลูกมาก ทำไมหรอเพคะ หรือว่าท่านพ่อทรงไม่ชอบเจ้าพี่\" ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตมองลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทอย่างต้องการหาคำตอบที่อยู่ในใจบุรุษผู้เป็นใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหน้า



\"ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อแค่ถามเฉยๆ\" เอวิเดสตอบปัด พอดีกับที่คาโลและคิงบาโรเดินมาถึง พร้อมด้วยคิงริชาร์ดที่ติดซอยห้อยตามมา ความจริงคิงริชาร์ดไม่ได้มีส่วนร่วมในงานนี้เลยด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินว่าราชินีจันทรากับจักรพรรดินีวิเวียนนานีย่าจะมาก็แทบจะเขียนจดหมายส่งมาว่าจะมาร่วมงานด้วยแทบไม่ทัน ชายผู้ซึ่งแต่ก่อนเคยหล่อเหลากระชากใจสาวกลับกลายเป็นเพียงคนแก่พุงโย้ บ้าผู้หญิง แต่ถึงแม้ว่าจะแก่ซักแค่ไหน แต่ทางด้านฝีมือแล้วมันไม่ได้ลดน้อยลงเลย หนำซ้ำยังมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย



การพูดคุยระหว่างสามกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และหนึ่งราชินีผู้ไม่เคยพ่ายเป็นไปอย่างเมามันส์ จนคนเป็นลูกทั้งสองได้แต่ยืนเงียบอยู่อย่างเดียว ประตูห้องรับรองถูกเปิดออกพร้อมกับลอเรนซ์และลูคัสที่เดินจูงมือคาเรเดินเข้ามาข้างใน ทั้งสามเดินตรงมาที่ที่พวกเฟรินกำลังยืนคุยกันอยู่ เมื่อคาเรเห็นชัดว่านั่นคือท่านแม่กับท่านพ่อของตัวเอง ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที



\"ท่านแม่!!\" คาเรร้องออกมาพลางวิ่งมากอดเฟรินแน่นอย่างคิดถึง



\"คาเรเป็นยังไงบ้างลูก พี่หญิงลอเรนซ์ดูแลลูกดีรึเปล่า\" เฟรินถามพลางกอดเด็กชายแน่นเช่นกัน ความคิดถึง ความเป็นห่วง ความกังวลใจที่เคยมีเหือดหายไปหมดเมื่อเห็นคาเรอยู่ตรงหน้าอย่างปลอดภัย



\"ดีฮะ ท่านแม่ไปไหนมาฮะ ผมคิดถึงท่านแม่มากเลย ท่านพ่อก็ไม่ยอมไปหาผมด้วย พอผมไปหาก็บอกให้ผมกลับไปอยู่กับป้าลอเรนซ์\" คาเรพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ทำเอาคนขี้ใจอ่อนสำนึกผิดขึ้นมาทันตา



\"พ่อขอโทษนะคาเร ตอนนั้นพ่อเป็นห่วงแม่ของลูกมากจริงๆก็เลยไล่ลูกกลับไป เข้าใจพ่อนะ\" คาโลพูดพลางอุ้มเด็กชายขึ้นมา



\"ฮะ ผมไม่โกรธท่านพ่อหรอก\"คาเรตอบแล้วยิ้มแก้มแทบปริอย่างมีความสุข



\"มันหมายความว่ายังไงเฟลิโอน่า\" เสียงเย็นราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเฟรินและคาโลหยุดชะงักทันที พวกเขาลืมไปซะสนิทเลยว่ายังมีคนอื่นอยู่ด้วย



\"ว่ายังไงล่ะคาโล\" คิงบาโรถามขึ้นบ้าง เสียงเย็นเหยียบไม่แพ้กันเลย เฟรินยิ้มเจื่อนๆ ส่วนคาโลก็อึ้งไม่รู้จะตอบยังไงดี แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอ่ยตอบกลับไป ฟิวส์ของสองกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ขาดเสียแล้ว



\"อธิบายมาเดี๋ยวนี้!!~\" คิงบาโรและจ้าวปีศาจเอวิเดสเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันอย่างน่ากลัว และด้วยพระสุรเสียงอันดังก้อง ทำให้คนทั้งงานหันมามองเป็นตาเดียวกัน เสียงซุบซินนินทาจึงดังขึ้นทันที



\"เอ่อ.. ท่านจ้าวกับท่านอาบาโรไปคุยกันที่ห้องข้างๆดีกว่านะเพคะ เดี๋ยวเรื่องมันจะไปกันใหญ่\" ลอเรนซ์พูดเชิงแนะนำ ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย ลอเรนซืจึงเดินนำทั้งหมดไปที่ห้องรับรองขนาดเล็กข้างๆห้องใหญ่





ห้องรับรองข้างๆ ถึงแม้จะเป็นห้องเล็กๆและมีเพียงแค่แสงไฟสลัวๆจากเตาผิงเท่านั้น แต่มันก็เหมาะทีเดียวสำหรับพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว คิงบาโรและจ้าวปีศาจเอวิเดสนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกัน จำเลยที่ถูกกล่าวหาทั้งสองนั่งอยู่โซฟาตรงกลางพร้อมกับร่างเล็กของเด็กชาย ลอเรนซ์ ลูคัส คิงริชาร์ดและราชินีจันทรานั่งอยู่ห่างๆ เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง ความเงียบเริ่มปกคลุมในห้อง ต่างฝ่ายต่างรอให้คนอื่นพูดออกมาก่อน แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมาซะที จนความอดทนของจ้าวปีศาจหมดลง



\"ว่าไงล่ะเฟลิโอน่า อธิบายมาสิ ว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่\" เอวิเดสเอ่ยออกมาอย่างพยายามสงบอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดออกมา นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องเขม็งไปที่จำเลยทั้งสอง



\"คือว่า.........\" เฟรินกำลังจะตอบ แต่ก็โดนคาโลปรามไว้ก่อน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอธิบายเองด้วยน้ำเสียงแน่วแน่



\"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ.....................................................\" คาโลเล่าไปเรื่อยๆ แม้เมื่อหันไปมองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วจะไม่มีแววเชื่อเลยซักนิด แต่ยังไงมันก็เป็นเรื่องจริงอยู่วันยังค่ำ



\"เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ล่ะครับ\" คาโลพูดจบแล้วก็เงียบไป เฟรินนั่งลุ้นอยู่ข้างๆอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าของผู้ที่ได้รับฟังเรื่องเหลือเชื่อทั้งสองเคร่งเครียดอย่างพิจารณาสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดเมื่อกี้



\"จริงหรอ ลูน่า\" เอวิเดสหันกลับไปถามราชินีจันทราที่นั่งอยู่ข้างหลังด้วยใบหน้าจริงจัง ราชินีจันทราพูดมีความสามารถมองเห็นอนาคคได้แย้มรอยยิ้มแล้วพยักหน้า



\"งั้นหรอ คาเรสินะ มานี่ซิ\" เอวิเดสตรึงตรองอีกนิดหน่อย แล้วหันไปเรียกเด็กชายที่หน้าเหมือนคาโลยังกะแกะออกมาจากพิมเดียวกันให้เข้ามาหา เด็กน้อยทำหน้าหวาดๆเล็กน้อย แต่พอเฟรินลูบหัวนิดหน่อย รอยยิ้มอย่างร่าเริงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาจ้าวปีศาจผู้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น



\"น่ารักจริงๆ สมเป็นลูกเฟลิโอน่ากับคาโล\" เอวิเดสพูดพลางอุ้มเด็กน้อยขึ้นมานั่งบนตักอย่างเอ็นดู ดูแล้วเด็กคนนี้ก็น่ารักไม่เบา ถึงข้างนอกจะเหมือนคาโล แต่ข้างในกลับเหมือนเฟรินอย่างน่าเหลือเชื่อ



\"อย่าโกรธท่านพ่อกับท่านแม่เลยนะฮะ ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย\" คาเรพูดอย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้าของเด็กน้อยดูจริงจังขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องของท่านพ่อท่านแม่สุดที่รัก



\"ตาไม่โกรธคาโลกับเฟลิโอน่าหรอก คาเรไม่ต้องคิดมากนะ\" เอวิเดสพูดอย่างร่าเริง คาเรจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ แล้วโผเข้ากอดคนที่เพิ่งเป็นท่านตาแน่น



\"คาเร มาหาปู่บ้างสิ\" บาโรก็เป็นไปกับเอวิเดสด้วย ทั้งสองเล่นกับหลานคนใหม่อย่างสนุกสนาน จนลืมทุกอย่างไปหมดรวมถึงเรื่องการประชุมผู้ปกครองด้วย เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานคละคลุ้งไปกับบรรยากาศในห้อง จนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น



ก็อก ก็อก!!



\"เชิญค่ะ\" ลอเรนซ์ตอบกลับไป แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางอย่างหญิงสาววัยกลางคนเดินเข้ามาในห้อง ริมฝีปากเรียวสวยกำลังแย้มรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี ผมสีเงินถูกมัดรวบไว้อย่างสวยงาม นัยน์ตาสีทองสวยกวาดไปทั่วห้อง แล้วเดินไปนั่งลงข้างๆราชินีจันทรา



\"คาเดีย เจ้ามานี่ได้อย่างไร\" คิงบาโรเอ่ยถามด้วยสุรเสียงที่แปลกใจ ทุกคนมองหล่อนตาค้าง ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนจะมาซักคน แต่ถ้าจะพูดถึงคนที่ชอบทำให้คนอื่นตกใจล่ะก็ ต้องหล่อนอยู่แล้วล่ะ



\"ข้าก็มางานประชุมผู้ปกครองน่ะสิ\" คาเดียตอบกลับไปอย่างกวนๆ ถึงจะเป็นสามี ภรรยากัน แต่คู่นี้ก็ยังคงกัดกันเหมือนเมื่อครั้งเพิ่งเริ่มรู้จักกันใหม่ๆ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 22 ปีแล้วก็ตาม ถึงจะเห็นอย่างนี้ แต่ทั้งคู่ก็รักกันมากทีเดียว ที่ต้องแยกจากกันก็เพราะงานของแต่ละคน คาเดียตั้งปกครองสโนวแลนด์แทนท่านพ่อของเธอ ส่วนบาโรก็ต้องดูแลคาโนวาล จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ทั้งสองคนก็ยังรักกันเช่นเดิม แถมยังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป



\"เจ้านี่กี่ปีๆก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ\" คิงบาโรเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะอย่างไม่ค่อยจะมีใครได้เห็นนัก นอกจากริชาร์ดเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมากว่า 20 ปีแล้ว



\"ท่านก็ไม่เปลี่ยน ยังคงเฉยชาเหมือนเดิม ข้าไม่นึกแปลกใจเลยที่คาโลมีนิสัยอย่างนี้ ดีนะที่มีเฟริน ไม่งั้นคาโลต้องเหมือนท่านตอนเราเจอกันครั้งแรกแน่ๆเลย\" คาเดียพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างขำๆ นึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน ครั้งนั้นเธอตามเสด็จพ่อของเธอมางานที่คาโนวาล แล้วก็ได้เจอชายหนุ่มผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้าสวยเข้า เขาดูเย็นชาจนถึงนึกอยากจะแกล้งให้สาสมกับความเย็นชา สาวสวยสาวเท้าเข้าไปแล้วเริ่มคุยหยอกล้อด้วยก่อน แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของทั้งสองที่มไว่จะนานเท่าหร่ก็เรียกรอยยิ้มได้เสมอ



\"มีคนเคยพูดไว้ว่า \'คนที่เอาเรื่องเก่าๆมาพูด มีแต่คนแก่เท่านั้นแหละ\' นึกไม่ถึงว่าไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี เจ้าจะแก่ขึ้นถึงขนาดนี้นะคาเดีย\" คิงบาโรพูดด้วยสุรเสียงที่หยอกล้อ ทำเอาคนทั้งห้องจ้องมองอย่างประหลาดใจ



\"แหม ถ้าข้าจะแก่ล่ะก็ ท่านคงจะแก่กว่าข้าเยอะ เพราะอายุของข้าน่ะหยุดอยู่ที่ 20 ต้นๆเท่านั้นแหละ\" คาเดียพูด แล้วราชินีและกษัตริย์ที่ไม่ได้พบกันหลายปีก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้



ทุกคนทยอยกันออกไปจากห้องไป ปล่อยให้ทั้งสองหยอกล้อกันต่อไป เพราะมันก็นานมากแล้ว ที่ท่านทั้งสองไม่ได้พบเจอกันเลย งานราชกิจที่ยุ่งเหยิงซะจนเวลาจะดูแลตัวเองยังแทบไม่มี แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงความห่วงใย และความคิดถึงที่ทั้งคู่มีให้แก่กันและกันเสมอมา



\"เรื่องจบอย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะ เฮ้อ เหนื่อยจริงๆเลย\" เฟรินพูดออกมาพลางบิดขี้เกียจอย่างลืมตัว คาโลมองด้วยสายตาประหลาดใจแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยออกมา



\"ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่\"



\"อ๋อ คือว่าท่านแม่มาที่โรงเรียนเมื่อราวๆ 2 อาทิตย์ก่อน ท่านถูกเชิญมาช่วยฝึกสอนและพักอยู่ที่ปราการปราชญ์ แล้วท่านแม่ยังเป็นคนออกคำสั่งให้พวกฉันอยู่ที่นั่น และกางเขตอาคมไม่ให้พวกนายเข้ามาด้วย\" เฟรินตอบอย่างสบายๆ ขาเรียวก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มิน่าล่ะ เขตอาคมถึงได้แน่นหนาซะขนาดนั้น



\"เฮ้ย ลืมไปเลย งานประชุมผู้ปกครองล่ะ\" เฟรินร้องออกมา ทำเอาคาโลถึงกับหน้าซีดไปด้วย นี่พวกเขาโดดงานประชุมกันมาหรอเนี่ย ตายแน่ๆงานนี้ ว่าแล้วทั้งขาเรียวและขายาวก็ก้าวเดินไปยังห้องจัดงานด้วยความเร็วสูง แต่พอไปถึงหน้าประตู นักฆ่าผู้ถูกทอดทิ้งให้เดียวดายก็พูดประโยคที่ทำเอาทั้งสองต้องซวยไปอีกหลายวันแน่ๆ



\"งานจบแล้วล่ะ พวกนายโดดงาน เพราะฉะนั้นพวกฉันจึงให้พวกนายรับเรื่องงานในป้อมอัศวินทั้งหมดไปทำ ห้ามโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น\" คิลพูดแล้วยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะเดินจากไปทันที ปล่อยให้เจ้าชายปล่อยเจ้าหญิงนึกเจ็บแค้นในใจ





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





คืนนี้ท้องฟ้าสว่างไปด้วยพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องสว่าง ดวงดาวนับล้านที่กระพริบแสงแพรวพราวอยู่บนท้องฟ้า เหมือนกับจะยินดีในบางที่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า แต่มันก็บอกเป็นนัยๆอีกว่าคงจะไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมดแน่ ห้องรับรองแขกของป้อมอัศวินถือเปิดใช้งานอีกครั้ง หลังจากไม่มีใครใช้มานาน เริ่มจากห้องแรกห้องของจ้าวปีศาจเอวิเดส ความจริงแล้วกำหนดกลับต้องเป็นหลังจากเสร็จงานประชุมผู้ปกครอง แต่ด้วยความที่อยากจะอยู่กับหลาน จึงตัดสินใจอยู่ต่อโดยไม่สนใจคำทัดทานของเจ้าโกโดม โคมุสตัวน้อยเลย



ตามมาติดๆด้วยห้องที่สอง ห้องของคิงบาโรและควีนคาเดีย คิงบาโรเองก็มีกำหนดกลับหลังจากงานเลิก แต่ก็ตัดสินใจอยู่ต่อเพราะไม่ได้เจอหน้าภรรยาสุดที่รักนานมากแล้ว และอีกอย่างจะยอมให้เอวิเดสทำคะแนนกับหลานคนเดียวได้อย่างไร เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด ห้องที่สามเป็นของราชินีจันทรา ลูน่า เกรเดเวล รายนี้ก็ไม่ได้มีเรื่องติดพันอะไรที่นี่ แค่จะรอกลับพร้อมพี่ชายเท่านั้นเอง และแน่นอนว่าถ้าเธอไม่อยู่คอยบังคับให้พี่ชายกลับล่ะก็ ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนถึงจะยอมกลับ



ห้องที่ 4 ห้องของคิงริชาร์ดแห่งแอเรียส รู้สึกว่าจะเจาะจงพักห้องนี้โดยเฉพาะ เพราะห้องที่ 3 เป็นของราชินีจันทราและห้องที่ 5 ก็เป็นห้องของจักรพรรดินีวิเวียนนานี่แห่งเวนอล ห้องสุดท้ายเจ้าชายโรเวน ฮาเวิร์ดยึดไปครอบครอง ความจริงแล้วคือป้อมอัศวินมีห้องรับแขกแค่ 6 ห้องเท่านั้นเอง



ภายในห้องพักของคิงบาโรและควีนคาเดีย ร่างบางของหญิงสาววัยกลางคนยืนอยู่ขอบหน้าต่าง นัยน์ตาสีทองคู่สวยจับจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปเรื่อยๆ ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสมชาติชาตรีของคิงบาโรเดินออกมาจากห้องน้ำ เขามองดูเธอเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปโอบกอดเธอจากด้านหลัง



\"ท่านจะทำอะไรน่ะ\" คนถูกฉวยโอกาสโวยพร้อมกับพยายามเกาะมือใหญ่ที่ล้อมรอบเอวอยู่ออก แต่คนถูกถามกลับไม่ตอบกลับมา เขาแค่ยิ้มเฉยๆ แต่ไม่ได้ยิ้มธรรมดา เขายิ้มอย่างมีความสุข ความสุขที่ไม่ได้มีมานานแสนนาน



\"เจ้าคิดยังไงกับเฟลิโอน่า\" เสียงทุ้มเอ่ยถาม คาเดียจึงหยุดดิ้นทันที ใบหน้ามนสวยหันกลับไปมองสบตาสีฟ้าคู่สวยอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถามที่ถูกถามมา



\"ข้าว่านางน่ารัก เหมาะสมกับคาโลเป็นที่สุด ถึงแม้จะต้องปรับปรุงเรื่องนิสัยและมารยาทอีกนิดหน่อยก็เถอะ แต่ข้าเชื่อว่านางจะต้องเป็นควีนที่ดีของสามดินแดนแน่นอน และข้าก็ไม่คิดว่าคาโลจะสามารถรักใครได้อีกนอกจากนาง เหมือนกับว่านางและคาโลถูกฟ้าประทานให้เกิดมาคู่กัน แล้วท่านล่ะมีความเห็นว่ายังไงบ้าง\" คาเดียพูด มือเรียวบางเสยผมสีเงินสวยที่ลงมาปรกหน้าขึ้น แล้วหันไปถามคนฉวยโอกาสที่ยังกอดเธอไม่ยอมปล่อย



\"ข้าไม่มีความเห็น ในเมื่อเจ้าเห็นด้วยข้าก็ไม่คิดจะขัดแย้ง แล้วแต่เจ้าจะเห็นสมควรแล้วกัน\" คิงบาโรตอบกลับมา ถึงแม้ทุกครั้งที่เจอหน้า หรือพูดคุยกัน เขาจะเย็นชาต่อลูกชายซักแค่ไหน แต่เขาก็อยากให้ลูกชายของตัวเองมีความสุข



\"ตอนแรกข้านึกว่าท่านจะคัดค้านซะอีก ว่าแต่ปล่อยเถอะ ข้าจะนอนแล้ว\" คาเดียตอบกลับมาแล้วเริ่มเกาะมือใหญ่ออกอีกครั้ง



\"ข้าไม่ปล่อยง่ายๆหรอก ราตรีนี้ยังอีกยาวนัก\" คิงบาโรตอบพร้อมกับนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก ทำเอาหญิงสาวผู้ถูกเอาเปรียบตัวแข็งทื่อทันที อายุก็มากแล้วยังจะทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองอีก!!~ เธอนึกต่อว่าคนชอบฉวยโอกาสในใจ แต่เปลือกตาก็ปรือลงในนาทีต่อมา รสสัมผัสที่อ่อนหวานที่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน ชายผู้ซึ่งมอบมันให้กับเธอเมื่อนานมาแล้ว กำลังมอบมันให้เธออีกครั้งด้วยความรักที่มากขึ้นกว่าเมื่อครั้งก่อนมากมาย





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาถึง แสงอาทิตย์ที่จับขอบฟ้าเพียงน้อยนิดแลดูสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความทรงอำนาจ เพราะเพียงน้อยนิด แต่ก็ทำให้แผ่นดินที่มืดสนิทสว่างขึ้นมาทันตา หมอกในยามเช้าทำให้อากาศหนาวเย็นจนไม่อยากลุกจากที่นอน หิมะที่โปรยปรายอย่างหนักเมื่อคืนทำให้พื้นดินทุกย่อมหญ้าขาวโพลน เพราะอากาศที่หนาวเย็นจัด ร่างบางจึงเบียดเข้าไปใกล้ร่างสูงมากขึ้นเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น คนถูกเบียดลืมตาตื่นขึ้นมามองร่างบางแล้วยิ้มน้อยๆ อ้อมแขนแข็งแรงดึงร่างนั้นมาไว้ในอ้อมกอด แล้วปรือนัยน์ตาหลับไปอีกครั้ง



แสงแดดในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องกระทบร่างสูงและร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอด คนตัวโตกว่ารู้สึกตัวก่อน นัยน์ตาสีฟ้าสวยมองสบไปยังใบหน้ามนที่แสนจะคิดถึง ใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมานานแสนนาน รสสัมผัสหวานล้ำที่ได้สัมผัสไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยพอซักที พอมองไปมองมาก็ราวกับต้องมนตร์สะกดจนไม่สามารถละสายตาไปได้ เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ดูจากนาฬิกาแล้วตอนนี้คงจะ 8 โมงครึ่งได้แล้วกระมั้ง แพขนตาหนากระพือขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีทองสวย เธอแย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนส่งมาให้ และยังไม่ทันได้ปริปากพูดอะไรออกมา ฝ่ายคนตื่นทีหลังก็พูดขึ้นมาซะก่อน



\"อรุณสวัสดิ์ ท่านมองหน้าข้าทำไมหรอบาโร หรือว่ามันมีอะไรติดอยู่\" คาเดียเอ่ยปากพูดพลางมองหน้าชายที่รักที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างขำๆ ทำเอาเส้นอารมณ์ของเธอขาดผึงทันที



\"ท่านทำไมชอบกวนโมโหข้านักนะ ข้าล่ะเหนื่อยใจจริงๆ\" เธอพูดอีกครั้งพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ความจริงมันก็คิดถึงอยู่หรอกนะเวลาไกลกัน แต่พอมาอยู่ใกล้กันแล้วทำอย่างนี้ก็ทำเอาเธออารมณ์เสียทุกทีเลยสิน่า



\"เอาเป็นว่าข้าขอโทษแล้วกันนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโมโหเจ้าหรอกจริงๆ\" บาโรตอบกลับมา แล้วจุมพิตลงไปที่หน้าผากเนียนขาวอย่างแผ่วเบา



\"ไม่เป็นไร ข้าก็รู้นิสัยท่านดี เรื่องแค่นี้ข้าไม่จริงจังหรอก\" คาเดียตอบกลับมา แล้วลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ ผ้าห่มหลุดออกจากตัว เผยให้เห็นร่างอรชนในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวสีขาว ไหล่มนลาด ลำคอระหง ขาวเรียวสวย ไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปี เธอคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง



\"จะไปไหน\" คำถามสั้นเรียบดังออกมาจากปากของคนที่ลุกขึ้นมาตาม



\"ไปอาบน้ำ ท่านจะไม่อาบรึไง นี่ก็สายมากแล้ว ปล่อยให้คนอื่นรอกินข้าวคงจะไม่ดีนัก\" คาเดียตอบ แล้วก้าวเท้าฉับๆจะเดินเข้าห้องน้ำไป แต่มือใหญ่ก็คว้าเอวไว้ได้ทัน ลากลงมากดกับเตียงนอนขนาดใหญ่อีกครั้ง



\"ท่านจะทำอะไรน่ะ\" เธอเริ่มโวยขึ้นมา แต่คนถูกถามกลับไม่ตอบ นัยน์ตาสีฟ้าสวยฉายแววเจ้าเล่ห์เฉกเช่นเมื่อคืน ใบหน้ารูปสลักโน้มลงมาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดใบหน้า แล้วริมฝีปากเรียวก็ประกบเข้ากลับริมฝีปากสีกุหลาบ ความหวานล้ำที่ตักตวงตั้งแต่เมื่อวานแล้วยังไม่รู้สึกพอ มาถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่รู้สึกพออยู่ดี คนถูกเอาเปรียบที่ตอนแรกพยายามขัดขืน ปรือนัยน์ตาลงต่ำอย่างยอมแพ้ มือใหญ่ปล่อยข้อมือบางสองข้างที่จับไว้ เลื่อนไปที่สายชุดนอน ค่อยๆปลดมันออกช้าๆอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนว่าคนจะถูกเอาเปรียบจะรู้ตัว ลืมตาตื่นขึ้นมา และอาศัยจังหวะที่คนเอาเปรียบเผลอ รวบรวมแรงที่มีอยู่ทั้งหมด ผลักร่างสูงออกไป



\"บ้า!!\" คำดุออกมาจากปากคนถูกเอาเปรียบ แล้วร่างบางก็เดินเข้าห้องน้ำไปทันที คนถูกผลักซะกระเด็นลุกขึ้นมาจากพื้นนั่งลงที่เตียงอีกครั้ง นึกเสียดายในใจ ไม่น่าเผลอเลย รอยยิ้มที่หาได้ยากกำลังแย้มอย่างอารมณ์ดี





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ห้องอาหารดราก้อนเต็มไปด้วยนักเรียนจำนวนมาก แขกกิตติมศักดิ์ของป้อมอัศวินจึงได้เปิดห้องพิเศษใหม่ โดยมีผู้ร่วมทานอาหารเพิ่มคือ อาจารย์ประจำป้อมทั้งสองและนักเรียนป้อมอัศวินปี 6 ภายในห้องอาหารถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยหรูเกินกว่าจะเป็นป้อมอัศวิน อาหารมากมายถูกวางไว้กลางโต๊ะ แต่ก็ยังทานไม่ได้ เพราะคนยังมาไม่ครบ ที่หัวโต๊ะเอวิเดสกำลังนั่งเล่นกับคาเรอยู่อย่างสนุกสนาน ทุกคนนั่งประจำที่กันหมดแล้ว จะเหลือก็แต่บาโรและคาเดียที่ยังไม่มา



\"หิวข้าวจังเลย\" เฟรินเปรยออกมาเสียงดังลั่น คาโลส่งสายตามามองอย่างดุๆ แต่แค่สายตาแค่นี้จะทำให้คนอย่างเฟริน เดอเบอโรว์กลัวได้ก็แปลกแล้วล่ะ เฟรินจึงหันไปคุยกับนักฆ่าที่นั่งอยู่อีกข้าง



\"คิล งานที่แกว่าน่ะ มันงานอะไรวะ\" เฟรินถามอย่างต้องการคำตอบ แต่นักฆ่าแค่ยิ้ม แล้วตอบกลับมาอย่างกวนพระบาท



\"เดี๋ยวแกก็รู้เอง\" แล้วก็หันกลับไปคุยกับเจ้าหญิงเรนอนคนงามต่ออย่างไม่คิดที่จะกลับมาสนใจเพื่อนอีกเลย



\"คาโล ท่านพ่อกับท่านแม่ทำไมยังไม่มาซะที\" เฟรินหันกลับไปถามอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างตัว คาโลหันมามองแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร อ่านจากสายตาได้ว่า \'ไม่รู้\'



\"หิวข้าว!!~\" เฟรินร้องออกมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดออก และเสียงหวานดังลอดเข้ามาข้างในก่อนที่จะปรากฏตัว



\"เฟริน ร้องออกมาอย่างนั้นไม่ได้นะ\" ร่างบางปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับร่างสูงของกษัตริย์ผู้สูงส่งแห่งคาโนวาลเดินเคียงคู่กันมา คิงบาโรหยุดเดิน แล้วดึงเก้าอี้ออกมาให้คาเดียนั่ง แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ถัดไป



\"ก็หนูหิวข้าวนี่คะ\" เฟรินตอบพลางปรับเสียงให้หวานจับใจ คาเดียยิ้มน้อยๆ ส่วนคนอื่นก็เตรียมจะให้รางวัลออสการ์มันซะเลย รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี!!



\"ทำไมท่านแม่กบัท่านพ่อลงมาช้าล่ะคะ มีอะไรรึเปล่า\" เฟรินเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป แต่ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของผู้ถูกถาม เธอเงียบ ใบหน้าสวยขึ้นสีเรื่ออ่อนๆด้วยความอาย ซึ่งทุกคนสรุปในใจว่า \'มันต้องมีอะไรแน่ๆ\' แต่เธอก็ปรับให้เป็นปกติในเวลาต่อมา



\"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ทานอาหารกันดีกว่านะ\" คาเดียพูด ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วการทานอาหารเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างเฮฮา เสียงพูดคุยดังขึ้นตลอดการทานอาหารโดยไม่มีใครคิดจะหยุด จนเวลาผ่านไปเกือบๆชั่วโมง ทุกคนจึงแยกย้ายกันออกไปยังที่ที่ตัวเองอยากไป จ้าวปีศาจเอวิเดส คิงบาโร คาเดีย ราชินีจันทรา เฟริน คาเร และคาโลไปที่สวนหลังป้อมอัศวินอันเงียบสงบตามที่คาเดียเสนอมา



สายลมเย็นพัดผ่านไป ทำให้ร่างเล็กของเด็กน้อยสั่นด้วยความหนาว แต่ความอยากเล่นที่มีมากกว่าทำให้อดกลั้นความหนาวไว้ แล้วเริ่มลงมือเล่นปั้นตุ๊กตาหิมะ โดยมีท่านตา ท่านปู่ ท่านย่า เล่นเป็นเพื่อน...............................





...................................................................................................................................................................................





จบแล้วค่า ในที่สุดก็ 100% จนได้



ตอนต่อไปนะคะ



เราจะมาดูความน่ารักของคาเรกันนะคะ



แล้วไม่ใช่แค่คาเรอย่างเดียว



รวมถึงความเห่อหลานของเอวเดส บาโร และคาเดียด้วยค่ะ



ติดตามตอนต่อไปนะคะ



I LoVE YoU So MuCH





                                                                                       >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #343 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 23:14
    แล้วสรุปโรเวนกะวิเวียนมาทำไม??
    #343
    0
  2. #341 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:17
    ท่านปู่ ท่านตา น่ารักเชียว
    #341
    0
  3. #332 mybook (@melovebook) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2555 / 17:57
    น่ารักมากมายค่ะ
    #332
    0
  4. #307 Kochan De' BlackStone (@loveshinichikun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 13:34
    น่าร้ากกก
    #307
    0