ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 12 : ~๐(>O<)๐~ ฝึกโหด - กุลสตรี ~๐(>O<)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ส.ค. 48



ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วคงจะอายุราวๆ 20 กว่าๆได้ แต่คนที่ไม่เคยเห็นเธอ ตอบได้อย่างเดียวว่าคิดผิด ความจริงแล้วเธออายุราวๆ 40 แล้วด้วยซ้ำไป นัยน์ตาสีทองสวย ผมสีเงินที่ยาวลงมาถึงเอว ริมฝีปากบางกำลังแย้มรอยยิ้มอย่างเป็นใจดี เธอดูจะสวยขึ้นกว่าเมื่อครั้งที่แล้วที่พบกัน นั่นก็หมายถึงเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนนั่นเอง สาวๆทั้งหลายได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ เธอคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน คำถามแรกผุดขึ้นในสมองของแต่ละคน จะมีคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรอยู่แค่ 4 คน คือ โซ มาด้า ซาลิสซ่า และนาวิลล่าเท่านั้น



\"อ้าว อย่าอ้าปากค้างอย่างนั้นสิจ๊ะ มันไม่สุภาพนะ ลืมที่แม่สอนไปเมื่อ 3 ปีก่อนหมดแล้วหรอ\" คาเดียพูดพลางเดินเข้ามาใกล้พวกเฟรินที่นั่งอยู่ พอได้ยินคำพูดของคาเดียพวกเฟรินก็รีบหุบปากแทบไม่ทัน



\"ทะ..ท่านแม่มาที่นี่ได้ไงฮะ\" เฟรินเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย คาเดียยิ้มน้อยๆ เรื่องทำให้คนอื่นตกใจล่ะเรื่องถนัดของเธอ



\"ก็มางานประชุมผู้ปกครองไงจ๊ะ ทางปราการปราชญ์เค้าเชิญมาช่วยฝึกน่ะ แม่อยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำก็เลยมาน่ะจ้ะ\" คาเดียตอบอย่างร่าเริง ตอนแรกที่เธอได้รับจดหมายงานประชุมผู้ปกครองก็นึกอยากจะให้มันเลื่อนมาเป็นวันพรุ่งนี้ซะเลย แต่ก็ทำไมได้ พอเช้าวันต่อมา เธอก็ได้รับจดหมายจากปราการปราชญ์เรื่องขอให้มาช่วยฝึกซ้อมให้หน่อย เธอจึงตอบตกลงทันที



\"แล้วคาโลรู้ยังฮะ\" เฟรินถามต่ออย่างสงสัย ทำไมคาโลไม่เห็นจะบอกเธอเลยว่าท่านแม่จะมา หรือว่ามันจะยังไม่รู้นะ



\"ยังจ้ะ แม่กะจะเซอร์ไพรส์ตอนวันงานเลยน่ะ ขนาดบาโร แม่ยังไม่ได้บอกเลยน้า เพราะงั้นห้ามใครไปบอกคาโลก่อนล่ะ\" คาเดียตอบกลับมา แล้วกำชับแน่นหนาว่าห้ามใครไปบอกก่อน ในใจนึกถึงหน้าลูกชายและสามีว่าจะทำหน้ายังไง ถ้าเห็นเธอตอนวันงาน คงจะตกใจมากแน่ๆเลย



\"เอ่อ..ขอโทษนะครับ ท่านคาเดียจะเริ่มฝึกตอนไหนครับ เพราะเรายังมีเรื่องต้องทำกันอีกมาก\" แอสพูดขึ้นจังหวะขึ้นมา คาเดียจึงหันไปมองแล้วยิ้มให้อย่างเข้าใจดี เพราะเธอมาอยู่ปราการปราชญ์ได้ 2 วันแล้ว เห็นคนวิ่งพล่านกันไปทั่ว ทำนู่นทำนี่ ไม่ว่างเว้นกันเลย



\"จ้ะ จะเริ่มฝึกเดี๋ยวนี้แหละนะ\" คาเดียตอบ แล้วหันกลับมาจ้องพวกเฟรินอีกครั้ง เธอกวาดสายตาไปเรื่อยๆจนไปสะดุดตากับ 4 สาวหน้าใหม่ที่ไม่รู้จัก



\"ช่วยแนะนำตัวกันหน่อยได้มั้ย\" คาเดียพูดกับ 4 สาวอย่างใจดี ทั้ง 4 พยักหน้า แล้วเริ่มกล่าวแนะนำตัวเอง



\"หนูชื่อ โซเฟียค่ะ เรียกว่าโซ เฉยๆก็ได้นะคะ\"



\"หนูมาด้า\"



\"ซาลิสซ่าค่ะ\"



\"นาวิลล่าค่ะ\" พอทั้ง 4 แนะนำชื่อเสร็จ คาเดียก็ยิ้มอย่างพอใจ



\"งั้นเริ่มฝึกกันเลยดีกว่า ห้ามบ่นนะ\" คาเดียพูด แล้วแย้มรอยยิ้มที่เฟรินจดจำไว้ในใจตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนเลยว่า งานนี้เหนื่อยสุดยอดแน่ๆ





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





เริ่มจากอย่างแรกคือท่าเดิน การฝึกในความหมายของปราการปราชญ์คือเริ่มฝึกใหม่ทั้งหมด เหมือนหัดเด็กทารกให้เดิน ยืดหลังตรง ใบหน้าเชิดขึ้น ก้าวเดินช้าๆทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบ ทุกอย่างดูจะต้องทำให้สง่าไปหมด ไม่มีจุดบกพร่องใดๆสามารถรอดสายตาของคาเดียไปได้แม้แต่จุดเดียว การฝึกเดินนั้นใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงกว่าทุกคนจะเดินได้เรียบร้อย สมใจคนฝึก



\"เฟริน ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ ยืดหลังตรงเดี๋ยวนี้\" เสียงดุดังมาจากคาเดียที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ข้างๆ เธอมองไล่ไปเรื่อยๆจนถึงเฟรินที่ยืนคนสุดท้าย และเป็นจังหวะเดียวกันกบัที่เฟรินงอหลังเพื่อผ่อนคลาย



\"โธ่ ท่านแม่ฮะ อยู่ท่านี้ตั้งนาน มันก็เหนื่อยน้า\" เฟรินอ้อนเต็มที่ แต่ใช้สำหรับคาเดียไม่ได้ผลหรอก



\"ไม่ได้นะ เพราะวันจริงๆต้องเดินมาก และเพื่อไม่ให้เป็นการขายหน้าราชวงศ์วาเนบลี เฟรินต้องทำใหดีที่สุดนะ\" คาเดียดุกลับมา ใบหน้าดูจริงจังขึ้นมาทันทีที่พูดถึงราชวงศ์วาเนบลี ส่วนหญิงสาวผู้ถูกดุก็ก้มหน้างุดอย่างเขินอาย



\"เอาล่ะ ท่าเดินเอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน ต่อไปท่านั่งนะ\" คาเดียสั่งให้หยุดพลางวางแก้วน้ำชาลง แล้วลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามสมเป็นกุลสตรี



\"การนั่ง จะนั่งลงไปเลยแบบพรวดพราดไม่ได้ ต้องค่อยๆย่อตัวลงไป แล้วนั่งลงอย่างแผ่วเบา ขนาดนั้นอยู่ต้องยืดหลังตรง ใบหน้าเชิดขึ้นเหมือนตอนเดิน ขาห้ามกลางออกเด็ดขาด แล้วก็ที่สำคัญ ถ้าหากว่านั่งอยู่เฉยๆมือห้ามขยุกขยิก ต้องวางไว้บนตักเท่านั้น\" ว่าแล้วก็แสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง การจะเป็นเจ้าหญิงที่ดีนี่ไม่ใช่เรื่องงานเลยแฮะ...เฟรินแอบคิดในใจอย่างเบื่อหน่าย



\"เอาล่ะ ไหนลองนั่งให้ดูซิ\" คาเดียพูด แล้วเก้าอี้ 9 ตัวก็ปรากฏขึ้นข้างหลังทั้ง 9 สาว ทุกคค่อยๆบรรจงนั่งลงตามที่คาเดียสอน ซึ่งดูจากตอนแรกมันก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่พอนั่งลงไปแล้วเนี่ยสิ



\"เฟริน นั่งหลังตรงสิจ๊ะ แล้วนั่นมือน่ะวางให้ถูกที่\" เสียงตำหนิแรกตามมา ซึ่งเฟรินก็รับไปเต็มๆ คาเดียไล่สายตาต่อไปเรื่อยๆ จนถึง



\"มาด้า หน้าเชิดจ้ะ ห้ามก้มลงเด็ดขาดนะ\" คาเดียพูด แล้วไล่ไปจนสุดแถว เมื่อได้เป็นที่พอใจเธอแล้ว การฝึกนั่งก็ผ่านไป หัวข้อต่อไปที่เฟรินนึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายนัก



\"การพูดจ้ะ ห้ามรับคำด้วยคำว่า \'ฮะ\' ห้ามใช้แทนตัวเองว่า \'ผม\'  \'ฉัน\' หรือแม้แต่ \'หนู\' โดยเด็กขาด เพราะแขกที่มาในงานนี่ส่วนใหญ่จะเป็นกษัตริย์ ไม่เช่นนั้นก็เชื้อพระวงศ์ คำที่ใช้แทนตัวเองก็จะเปลี่ยนเป็น \'หม่อมฉัน\'  \'ลูก\' หรือ \'หญิง\' ส่วนคำที่ใช้ขานรับจะใช้ \'เพคะ\' เข้าใจนะ แล้วถ้าเกิดพูดกับคำที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ต้องขานรับด้วย \'ค่ะ\' คำใช้แทนตัวเองก็จะเป็น \'ดิฉัน\' หรือใช้ชื่อตัวเองก็ได้\" คาเดียกล่าวอธิบายอย่างเรียบๆ แต่เฟรินกลับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ งานนี้จะรอดมั้ยเนี่ย



\"ส่วนการจะเรียกคนอื่นก็ต้องใช้ \'ฝ่าบาท\'  \'ท่าน\'  \'เจ้าพี่\'  \'เสด็จพี่\' หรือ \'พี่หญิง\' เท่านั้นนะ ห้ามเรียกอย่างอื่นเด็ดขาด\" คาเดียพูด ทุกคนก็พยักหน้ารับ แล้วประโยคต่อมาที่เฟรินแทบอย่างจะกระโดดหนีออกจากห้องก็ดังขึ้น



\"เอาล่ะ ทีละคนนะ เริ่มจากเฟรินก่อนแล้วกัน ห้ามใช้แทนตัวเองว่าเฟรินนะ ต้องใช้เฟลิโอน่าเท่านั้น โอเคมั้ย เหตุการณ์แม่จะเป็นคนสมมุติให้\" คาเดียพูด เฟรินพยักหน้ารับอย่างจำใจ



\"เริ่มจากคุยกับคาโลนะ บนโต๊ะเสวยต้องพูดอย่างเป็นทางการ งั้นเริ่มได้\" คาเดียพูด แล้วพึมพำอะไรบางอย่าง แล้วเธอก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง



\"เฟริน\" เสียงที่ดังออกมาจากปากของคาเดีย กลับกลายเป็นเสียงของคาโลทันทีที่เอ่ยออกมาจากปาก เฟรินตาโตด้วยความตกใจ



\"พะ..เพคะ\" เฟรินขานรับตามที่ได้ถูกสั่งสอนมา



\"ทำไมไม่ทานอีกหน่อยล่ะ ทานแค่นี้อิ่มหรอ\" ประโยคต่อมาดังตามมาติดๆ ซึ่งเฟรินก็ยังปรับตัวให้คุ้นเคยไม่ได้อยู่ดี



\"คือว่าหญิงอิ่มแล้วเพคะ เจ้าพี่ทรงทานต่อเถอะเพคะ\" เฟรินพูดออกมาอย่างไม่รู้ตัว พอรู้ว่าพูดอะไรก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองจริงๆ



\"เอาล่ะ แค่นี้คงพอแล้ว ถ้าจะทำก็ทำได้นี่นา\" คาเดียพูด ตอนนี้เสียงของเธอกลับมาเป็นเสียงเดิมแล้ว เฟรินยิ้มแหยๆ แล้วนั่งลง เพราะคนต่อไปต้องเริ่มฝึกแล้ว



การฝึกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว พวกเธอยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย คาเดียหันไปมองนาฬิกาอย่างรู้เวลา ก่อนจะหันไปบอกแอสที่ยืนดูอยู่ข้างๆ



\"วันนี้พอแล้วล่ะ ส่งข่าวไปบอกทางป้อมอัศวินว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทั้ง 9 สาวจะอยู่ที่ปราการปราชญ์ สั่งห้ามทุกคนไม่ให้มาเยี่ยมโดยเด็ดขาด\" คาเดียพูดเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน แอสพยักหน้ารับ แล้วเดินออกจากห้องไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย



\"งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ คงหิวกันแล้วใช่มั้ย\" คาเดียหันกลับมาพูดกับพวกเฟริน แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนผิดกับตอนฝึกเมื่อกี้มากมายนัก





ห้องอาหารของปราการปราชญ์ช่างแตกต่างกับห้องอาหารดรากอนเสียนี่กระไร อาหารหรูเลิศมากมายวางเรียงรายอยู่ที่โต๊ะใหญ่กลางห้อง และอาหารเหล่านี้ก็ไม่ได้ดีแค่หน้าตาอย่างเดียวด้วย ด้านรสชาติมันก็อร่อยอย่าบอกใครเชียวล่ะ จนเจ้าหญิงตัวยุ่งอดใจไม่ไหวกินลงไปตั้ง 4 จานแน่ะ นักเรียนปราการปราชญ์ทั้งหลายต่างหันมามองเฟรินกันทั้งนั้น



\'อดอยากมาจากไหนเนี่ย ป้อมอัศวินไม่มีเลี้ยงรึไง\' นี่คือความคิดในใจของทุกคนที่จ้องมองเจ้าหญิงสองดินแดนกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยผ่านไปเมื่อครู่



\"อิ่มกันแล้ว งั้นไปที่ห้องแม่ดีกว่านะ เราจะนอนกันที่ปราการปราชญืจนกว่าจะถึงวันงาน\" คาเดียพูดอย่างอารมณ์ดี แต่ทั้ง 9 สาวน่ะสิ ไม่อารมณ์ดีด้วยเลยแม้แต่น้อย



\"แล้วเสื้อผ้าล่ะคะ\" เรนอนถามขึ้น จะให้ใส่ชุดเดิมตลอด 10 กว่าวันอยางนั้นหรอ



\"ให้แอสไปเอาแล้วจ้ะ เดี๋ยวก็คงกลับมา\" คาเดียตอบยิ้มๆ สีหน้าไม่บ่งบอกถึงความร้อนใจใดๆทั้งสิ้น



\"แล้วคาโลล่ะฮะ มันจะยอมหรอ\" เฟรินถามขึ้นมาอีกคน คาเดียขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ก่อนจะตอบด้วยเสียงราบเรียบ



\"ให้แอสไปบอกแล้วล่ะ คงไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วไปที่ห้องแม่กันดีกว่านะ\" คาเดียพูด ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แล้วเดินนำไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นบนสุด



หลังประตูสีขาวสวยบานใหญ่ เป็นห้องขนาดกว้าง มีเตียงอยู่ 5 เตียงด้วยกัน ล้วนแล้วแต่เป็นเตียงคู่ทั้งนั้น มีห้องน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางขวามือ กลางห้องเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ ไว้ใช้เขียนหนังสือหรือนั่งเล่นก็ได้ มีมุมห้องนั่งเล่นเป็นส่วนตัว เตาพิงขนาดกลางอยู่ที่ผนังตรงข้ามโซฟาขนาดใหญ่สองตัว โต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางมากมาย มีเก้าอี้ตั้งอยู่ 2 ตัว ตูเสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ถูกเตีรยมไว้ให้เก็บชุดของคน 10 คนได้พอดี ถ้าจะพูดให้ถูกมันก็เหมือนบ้านขนาดย่อมนั้นแหละ เพียงแต่ไม่มีห้องครัวเท่านั้นเอง



\"มาทิลด้านอนกับแองจี้เตียงขวาสุดนะ เตียงถัดมาก็เรนอนกับวอร์ช่า เตียงตรงกลางแม่นอนกับเฟรินนะ แล้วก็เตียงถัดไปเป็นโซกับมาด้า เตียงสุดท้ายซาลิสซ่านอนกับนาวิลล่านะ\" คาเดียพูดเองเออเองเสร็จสรรพโดยไม่สนใจหญิงสาวทั้ง 9 คนเลยแม้แต่น้อย



ก็อก ก็อก!!



เสียงเคาะประตูงขึ้นขัดจังหวะคาเดียที่กำลังอธิบายเรื่องต่างๆ เธอเดินไปเปิดประตูให้ผู้มาเยียน แอสเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า 9 ใบแต่ละใบก็จะบรรจุของใช้ส่วนตัวของแต่ละคนไว้



\"เป็นไงบ้าง เรียบร้อยมั้ย\" คาเดียถาม ขณธที่แอสวางกระเป๋าลงกองกันไว้ที่มุมห้องมุมหนึ่ง



\"เรียบร้อยครับ แต่คาโลโวยวายจะให้พวกเฟรินกลับลูกเดียวเลย\" แอสพูดอย่างเหนื่อยอ่อน การต่อปากต่อคำกับเจ้าชายน้ำแข็งทำให้เขาเสียพลังงานไปมากทีเดียว



\"งั้นหรอ เป็นห่วงกันจังเลยน้า\" คาเดียพูดพลางกลั้วหัวเราะอย่างถูกใจ



\"แถมยังมีคิล ไคน์ โร ซีบิล ไนฟ ลูคาซัส ฯลฯ อีก\" แอสพูดต่อ แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเพื่อผ่อนคลาย นึกย้อนไปเมื่อประมาณ 20 นาทีก่อน ตอนที่เขาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของป้อมอัศวินปี 6



แอ๊ดด!!



เสียงเปิดประตูดังขึ้น เรียกให้สายตาทุกคู่ที่อยู่ในห้องนั่งเล่นหันไปมอง ในใจเพียรภาวนาให้เป็นพวกเฟรินด้วยเถิด แต่ผู้ที่เดินเข้ามาในห้องกลับไปใช่พวกเฟริน แอสเดินเข้าในห้องพลางยิ้มน้อยๆ



\"นายมาทำไร\" คาโลถามเสียงเย็นเหยียบเมื่อรู้ว่าเป็นแอส



\"ก็มาบอกข่าวพวกนายน่ะสิ\" แอสตอบอย่างกวนๆ แล้วเสกเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าเหล่าป้อมอัศวินปี 6 ทั้งหลาย แต่ไม่ได้มีแค่ป้อมอัศวินปี 6 อย่างเดียว ลูคาซัสกับคาโอก็อยู่ด้วย เพราะเป็นห่วงพวกเฟรินไม่แพ้กัน



\"เรื่องอะไร??\" คิลถาม นึกอยากให้มันตอบมาเร็วๆ แต่มันก็ดันเล่นลิ้นซะนี่ ถ้าไม่ติดว่าอยากรู้เรื่องที่มันจะเอามาบอกล่ะก็ ป่านนี้เอามีดแทงมันไปแล้ว



\"พวกเฟรินจะไม่กลับมาที่นี่จนกว่าจะสิ้นสุดงานประชุมผู้ปกครอง\" แอสกล่าว ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที



\"ใครเป็นคนสั่ง!!\" คาโลถามเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจ มาดที่พยายามปั้นไว้เต็มที่เริ่มหลุดออกมาทีละน้อย



\"นายไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าเราขัดคำสั่งเขาไม่ได้เท่านั้นเอง ฉันมาที่นี่เพื่อมาเอาเสื้อผ้าของพวกเฟรินไปเท่านั้นเอง\" แอสพูดอธิบาย ลุกจากเก้าอี้ แล้วเดินไปที่ประตูห้อง เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นมา



\"หยุดก่อน!! กลับไปบอกคนนั้นว่าเฟรินต้องกลับมานอนที่ป้อมอัศวินเข้าใจมั้ย\" คาโลพูดอย่างมีโทสะ นัยน์ตาสีฟ้าสวยฉายแววเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด ไม่แพ้คนอื่นๆที่อยู่ในห้อง



\"ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เมื่อคำสั่งออกมาจากปากเขา นั่นคือคำประกาศิตพวกเราปฏิเสธไม่ได้ ขอตัวล่ะ\" แอสพูดแล้วเดินออกไปทันที อารมณ์ของทุกคนเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ



แอสเดินขึ้นไปตามห้องแต่ละห้อง จัดการเอาเสื้อผ้าและเครื่องใช้ของสาวๆใส่กระเป๋าทีละใบจนครบ 9 ใบ แล้วเดินออกไปทางหน้าป้อมเหมือนตอนมา แต่พอเดินออกมาจากป้อม เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากใครบางคน ร่างของคิลและคาโลปรากฏขึ้นข้างหน้าเขา



\"ฉันบอกนายแล้วว่าให้พวกเฟรินกลับมานอนที่นี่\" คาโลพูดเสียงเย็น แต่แอสยังคงเฉยๆอยู่เหมือนเดิม



\"ฉันบอกแล้วว่าทำไม่ได้ คนนั้นไม่อนุญาตฉันก็ทำไมได้\" แอสพูดอย่างไม่เดือดร้อนอะไร สายตาส่อแววท้าทายเต็มที่



\"เค้าคือใคร!!\" คาโลถามเสียงดังลั่น มาดที่เคยมีหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความโกรธที่พุ่งพรวดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่



\"ฉันบอกนายไม่ได้หรอก ไว้วันงานประมผู้ปกครองนายก็จะรู้เอง แล้วก็ไม่ต้องคิดจะเข้าปราการปราชญ์หรอกนะ เพราะเค้าคนนั้นไม่ให้นายเข้าไปแน่นอน ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ขอตัว\" แอสพูด แล้วเดินอ้อมไปอีกทาง แต่คิลก็เข้ามาขวางไว้อีกเช่นเดิม



\"พวกนายนี่พูดกันไม่เข้าใจรึไงนะ ฉันรีบ หลีกทางด้วย\" แอสพูดอีกครั้ง แต่คิลก็ยังไม่หลีกทาง คาโลค่อยๆย่างก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แอสถอนหายใจอย่างปลงๆ



\"พวกนายนี่ ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยนะ ขอตัวล่ะ\" แอสพูดแล้วพึมพำบางอย่างร่างของเขาก็หายไปจากตรงนั้นทันที คาโลและคิลสบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย แต่ก็ทำได้อย่างเดียวคือเดินกลับเข้าป้อมไป





\"งั้นหรอ รู้สึกว่าคาโลจะเดือดมากเลยนะ\" คาเดียถามพลางหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ ไม่ได้นึกทุกข์ร้อนใจอะไรทั้งสิ้น



\"ท่านแม่ฮะ อย่างนี้จะดีหรอ\" เฟรินถามขึ้นมา คาเดียเหล่ตามามอง ทำให้เฟรินรีบเปลี่ยนคำพูดทันที



\"ท่านแม่คะ ทำอย่างนี้จะดีหรอคะ\" เฟรินพูดแก้ ในใจนึกอย่างจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปซะรู้แล้วรู้รอดเลย



\"ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องคาโลเอาไว้ทีหลังเถอะ เรามีอะไรต้องทำกันอีกเยอะ พรุ่งนี้ก็ต้องฝึกหนักด้วย ไปอาบน้ำ แล้วเข้านอนกันได้แล้วล่ะ\" คาเดียพูด ทุกคนพยักหน้ารับ แล้วเรนอนก็เป็นคนเข้าไปอาบน้ำก่อนคนแรก ส่วนคนอื่นๆก็นั่งจับกลุ่มคุยกัน คาเดียออกไปกับแอส ไม่รู้ว่าไปไหน แต่นี่ก็เป็นโอกาสดีสำหรับพวกเธอที่จะพูดคุยกัน เพราะอยู่กับคาเดียตลอดพวกเธอทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด



\"จะเอายังไงดี\" มาทิลด้าถามขึ้นก่อน ท่าทางเธอร้อนใจไม่นอนเลย ถึงแม้ว่าปราการปราชญ์จะน่าอยู่ขนาดไหน แต่เธอก็ไม่เคยนึกอยากจะอยู่ที่นี่เลยซักครั้ง ป้อมอัศวินดีกว่าตั้งเยอะ



\"ฉันว่านะ..................................................\"





---------------------------------------------->> เชิญอ่านต่อได้แล้วค่า <<---------------------------------------------------





\"ฉันว่านะ เราหนีกันดีมั้ย\" เฟรินเสนอความคิดขึ้นมาหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน แล้วสมองอันน้อยนิดของอดีตหัวขโมยก็ปรากฏแผนที่ไม่เข้าท่าขึ้นจนได้ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันเรียกความสนใจจากทุกคนได้มากมายเลยล่ะ



\"นั่นสิ ถ้าเราหนีกลับป้อมตอนนี้ ท่านคาเดียไม่มีทางรู้แน่นอน ถ้าจะหนีจริงๆล่ะก็ ตอนนี้ล่ะโอกาสดี\" แองจี้พูดเสริมขึ้นมาอย่างเห็นด้วย นี่คงเป็นไม่กี่ครั้งในชีวิตที่แองจี้จะเห็นด้วยกับเฟริน



\"แล้วเรนอนล่ะ เธอยังอาบน้ำอยู่นะ\" วอร์ช่าถามขึ้นมา ทำเอาเฟรินหน้าจ๋อยทันที จริงสิ เธอไม่ทันได้คิดถึงเรนอนที่อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำเลยแม้แต่น้อย



\"เอาไงดีล่ะ\" มาทิลด้าถามขึ้น ทุกคนเงียบอีกครั้ง ความคิดและแผนต่างๆผุดขึ้นในหัวอดีตหัวขโมยไม่หยุด แต่ก็ไม่มีแผนไหนเข้าท่าเลย มาทิลด้า วอร์ช่า โซ และแองจี้ก็ช่วยกันคิดด้วย ส่วนรุ่นน้องทั้ง 3 ก็นั่งรอคำตอบของรุ่นพี่อย่างใจจดใจจ่อ



\"มีอะไรกันหรอคะ\" เสียงหวานดังขึ้นจากหน้าห้องน้ำ เรยีกให้หัวขโมยตัวยุ่งแย้มรอยยิ้มออกมา อย่างนี้แผนการหนีของเธอก็ไม่ล้มเหลวแล้ว



\"เราจะหนีฮะ เรนอน เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยฮะ\" เฟรินหันไปถามเรนอน หล่อนมองอย่างชั่งใจแวนหนึ่ง แล้วพยักหน้ารับ



\"งั้นไปกันเถอะ\" เฟรินพูด แล้วลุกขึ้นยืนอย่างมาดมั่น



\"แล้วเราจะหนียังไง ถ้าออกทางประตูมันก็ดูจะโจ่งแจ้งเกินไปนะ\" แองจี้พูดขัดขึ้นมา ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย ถ้าจะหนีออกไปทางประตูก็จะโดนจับได้ซะเปล่าๆ เฟรินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง



\"ทางหน้าต่างไง\"



\"หา!! ทางหน้าต่าง\" 8 สาวที่เหลือร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจ ที่นี่ชั้นบนสุดนะ ถ้าจะลงไปถึงข้างล่างก็ตั้ง 9 ชั้น แล้วจะลงไปยังไงเนี่ย



\"ใช่ เราจะใช้เวทย์ แองจี้เธอทำได้ใช่มั้ย ลอยตัวในอากาศน่ะ\" เฟรินพูด และหันไปถามแองจี้ที่ยืนอึ้งอยู่ ที่เรื่องอย่างนี้ล่ะเก่งนักนะ เรื่องอื่นไม่รู้จักใช้ความคิดซะมั้ง



\"ฉํนใช้ได้ แต่จะให้พาลงไปทีเดียว พร้อมกันหมดน่ะทำไมได้หรอก\" แองจี้ตอบ ใบหน้าของหัวขโมยตัวยุ่งจึงมุ่นทันที



\"ฉันก็ใช้ได้นะ โซก็ใช้ได้ใช่มั้ย\" วอร์ช่าพูดขึ้น แล้วหันไปถามโซที่ยืนอยู่ข้างๆ



\"ได้ ฉันก็ใช้ได้\" โซตอบกลับมา หัวขโมยแย้มรอยยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่แล้วเปิดมันออก ลมพัดกระโชกเข้ามาในห้อง เส้นผมสีน้ำตาลยาวพริ้วไหวไปตามแรงลม



\"งั้นไปกันเถอะ\" เฟรินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม แล้วกระโดดลงไปทันที แองจี้รีบบริกรรมคาถาทันที และเฟรินก็ลงไปถึงพื้นได้อย่างปลอดภัยจนได้ ตามต่อมาด้วยมาทิลด้า เรนอน ซาลิสซ่า นาวิลล่า มาด้า วอร์ช่า โซ และแองจี้ที่ช่วยส่งทุกคนลงไปหมดแล้ว



\"เอาล่ะ กลับป้อมเราดีกว่า\" เฟรินพูด แล้วก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า แต่อยู่ๆสติที่เคยมีก็เลือนหายไป เปลือกตาปิดสนิทเหมือนคนนอนหลับ ร่างบางของหญิงสาวค่อยๆล้มลงพื้นช้าๆ



\"คุณเฟริน\" เรนอนร้องออกมา แล้ววิ่งเข้าไปดูเฟรินเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ แล้วร่างของทุกคนก็ค่อยๆล้มลงกับพื้นทีละคนๆ



\"หนีไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ\" เสียงหวานเอ่ย แล้วร่างของทั้ง 9 สาวก็หายไปจากตรงนั้นทันที





เช้าวันใหม่มาถึง เมฆบดบังพระอาทิตย์จนเกือบไม่เห็นแสง หิมะโปรยปรายอย่างหนัก สายลมเย็นที่พัดผ่านร่างสูงไป ไม่ได้ทำให้ความร้อนใจที่มีอยู่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยฉายแววทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนเกือบจะผูกเป็นโบว์ ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่ค่อยได้เห็นนัก เล่นเอาหลายๆคนเข้าหน้าไม่ติดเลยทีเดียว



ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรนะ จะคิดถึงกันบ้างรึเปล่า จะรู้ไหมว่าฉํนแสนจะเป็นห่วงเธอเหลือเกิน อยากจะไปหา อยากจะไปอยู่ใกล้ๆ แต่เขตอาคมที่แข็งเกร่งที่ล้อมรอบปราการปราชญ์ไว้ทำให้ฉันเข้าไปหาเธอไม่ได้ ขอให้เธอปลอดภัยเถอะนะ



อีกทางด้านหนึ่ง ร่างบางของหญิงสาวทั้ง 9 นอนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ เพียงเพราะเวทย์ของคาเดียเท่านั้น ไม่มีใครสามารถหนีรอดไปได้แน่นอน ร่างบางของผู้อาวุโสกว่า นั่งขีดๆเขียนๆอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะ เหลือบมามองร่างของลูกสะใภ้เป็นบางครั้ง แล้วก็ได้แต่ยิ้ม เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆแน่ๆ



นาฬิกาบอกเวลา 8 โมงเช้า คาเดียวางปากกาลง แล้วกระดาษที่เพียรเขียนอยู่ชั่วโมงเต็มก็หายไปจากโต๊ะ เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่เตียง แล้วเริ่มปลุกทุกคนขึ้นมา เริ่มจากคนแรกที่ดูจะปลุกง่ายที่สุด เรนอน เพียงแค่สะกิดเบาๆ เธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว อย่างนี้คงจะเป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือนที่ดี ดูท่าตระกูลฟีลมัสคงจะหาลูกสะใภ้ดีกว่านี่ไม่ได้อีกแล้ว พอคนแรกลุกแล้ว คาเดียก็เดินไปที่คนต่อไป วอร์ช่า เธอคนนี้ก็เช่นเดียวกัน แค่สะกิดเท่านั้นก็ลุกขึ้นมานั่งแล้ว ดูท่าโคมิเน่คงจะเจริญรุ่งเรืองมาก ถ้าได้คนอย่างนี้เป็นราชินี



ว่าแล้วร่างบางของคาเดียก็เดินไปยังคนต่อไป มาทิลด้า รายนี่สะกิดยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ แต่ว่าพอเรยีกก็ยอมลุกแต่โดยดี เวนอล ทริสทอร์ กับอเมซอนคงจะมีราชินีที่ทำงานได้ทุกอย่างแทนกษัตริย์แน่ๆ แล้วก็ตรงไปคนต่อไป แองเจลีน่า โรมานอฟ รายนี้ก็ปลุกไม่ค่อยยากเท่าไหร่ แต่ก็ใช้เวลานิดหน่อย การปลุกยังคงดำเนินต่อไป จนไปถึงคนสุดท้าย ลูกสะใภ้สุดที่รักที่ยังนอนสลบไสลอยู่บนเตียงอยู่เลย



\"เฟริน ตื่นได้แล้วนะ\" เสียงหวานดังขึ้นพลางเขย่าตัวเบาๆ แต่เจ้าหล่อนก็ยังไม่ตื่นซะที



\"เฟริน!!~\" คาเดียเรียกเสียงดังขึ้นแต่ก็ยังไม่ตื่น พอคิดถึงอนาคตบารามอส เดมอส และคาโนวาลแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ จะรอดมั้ยเนี่ย คาเดียพยายามปลุก แต่เฟรินก็ยังไม่ยอมตื่นซะที จนแองจี้ทนไม่ไว รับอาสาปลุกให้เอง



โป๊ก!!~



เสียงคฑาในมือสาวน้อยกระทบลงไปบนหัวเจ้าหญิงขี้เซา เจ้าหล่อนเด้งขึ้นมาจากเตียงทันที พลางสบถอย่างไม่สมหญิง มือก็ลูบหัวตรงที่ถูกตีไม่เมื่อกี้อย่างเจ็บปวด



\"แองจี้ เธอตีฉันทำไมเนี่ย\" เฟรินพูดอย่างอารมณ์เสีย กำลังฝันดีแท้ๆเชียว คิดแล้วก็นึกหงุดหงิดในใจ



\"ก็นายไม่ตื่นเองนี่นา ท่านคาเดียปลุกตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมลุก\" แองจี้เถียงกลับมา เฟรินทำท่าจะเถียงกลับไป คาเดียจึงออกปากห้ามก่อน



\"ไปอาบน้ำกันได้แล้วนะ จะได้ไปกินข้าว แล้วเริ่มฝึกกัน อย่างที่แม่บอกนะ ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ โดยเฉพาะนิสัยตื่นสายที่ต้องแก้ด่วน\" คาเดียพูด แล้วท่อนสุดท้ายที่เฟรินต้องลอบกลืนน้ำลาย งานนี้จะรอดหรอเนี่ย





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





การฝึกซ้อมดำเนินต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน ทุกวันหลังจากฝึกเสร็จ พอกลับเข้าห้องสาวๆทั้งหลายก็นอนแผ่แล้วหลับไปทันทีด้วยความเหนื่อย การฝึกที่เฟรินนึกขยาดในใจ ชาตินี้จะไม่ขอทำอะไรอย่างนี้อีกแล้ว พอจะคิดหนีรอบสองก็กลายเป็นเหมือนเดิมอีก แผนทุกอย่างจริงถูกพับเก็บไปโดยปริยาย และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันสุดท้ายของการฝึก พรุ่งนี้ก็คืองานประชุมผู้ปกครองแล้ว



\"เอาล่ะจ้ะ หลังจากที่ฝึกกันมาอาทิตย์กว่า แม่ก็คิดว่าทกคนมีพัฒนาที่ดีขึ้น เวลาจริงๆก็ขอให้ทำได้อย่างนี้นะ แล้วไม่ต้องคิดจะแหกกฏนะจ๊ะ เพราะแม่ดูอยู่ตลอดเวลา วันนี้แอสจะเอาชุดมาให้ทุกคนลองดูนะ ว่จะใส่ได้กันรึเปล่า\" คาเดียพูด แล้วหลีกทางให้แอสเดินมายืนข้างหน้า ชุดทั้ง 9 ชุดปรากฏขึ้นทันที



\"ท่านแม่ฮะ เอ้ย คะ ไม่ใส่ไม่ได้หรอคะ\" เฟรินพูดขึ้น เมื่อเห็นชุดที่ต้องใส่ กระโปรงกระอกสีขาวยาวกลอมพื้นเหมือนกันหมด มีดอกไม้ติดอยู่ที่อกด้านขวา ที่กระโปรงช่วงล่างมีไข่มุกร้อยอยู่รอบๆ รองเท้าส้นสูง สูงประมาณ 2 นิ้ว บอกได้คำเดียวว่า รุ่มร่าม!!~



\"ไม่ได้จ้ะ ไปลองนะ แล้วออกมาบอกด้วยว่าต้องแก้ตรงไหน\" คาเดียพูดแล้วแย้มรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั่นช่างหน้ากลัวเหลือเกิน เฟรินทำหน้างอเล็กน้อย แต่ก็ยอมเข้าไปลองแต่โดยดี และผลก็ปรากฏออกมาคือ ไม่มีใครต้องแก้เลยซักคน ดูเหมือนว่าคาเดียจะกะไซส์ได้พอดีทุกคนเลย และที่คาเดียขีดๆเขียนๆหลายวันมานี่ ก็คือชุดพวกนี้นี่เอง



\"ไม่มีใครต้องแก้ก็ดีแล้วล่ะ ตอนแรกแม่คิดว่าจะไม่พอดีซะอีกนะเนี่ย ดีแล้วล่ะ\" คาเดียพูดอย่างพอใจ ส่วนเฟรินก็ได้แต่ยิ้มแหยๆอย่างเดียว



\"วันนี้เราจะเข้าคอร์สทำผิว ทำหน้า ทำผมกันนะจ๊ะ เรียกง่ายๆก็ทำทั้งตัวนั้นแหละ\" คาเดียพูโข้นต่อมา ซึ่งเฟรินแทบจะวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อประโยคต่อไปตามมา



\"อย่าคิดหนีนะเฟริน\"



\"โธ่ ท่านแม่คะ ก็ลูกไม่อยากทำนี่นา\" เฟรินพยายามอุทรณ์ แต่มันก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด และแล้วคอร์สดูแลร่างกายสุดโหดก็เริ่มขึ้น โดยมีเสียงร้องโอยครวญของเฟรินตลอดคอร์ส





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





~กลับมาดูทางด้านป้อมอัศวิน~



หลังจากที่สาวๆถูกพาตัวไปนี่ก็อาทิตย์กว่าได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างดูเงียบไปหมด ชีวิตชีวาที่เคยมีก็หายไป ความเหงาเข้ามาเยียนแต่ละคนอย่างช้าๆ ยิ่งบรรยากาศในป้อมยิ่งไม่ต้องพูดถึง หิมะโปรยปรายตลอดเวลาจนขึ้นสูงกือบเอวแล้ว ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวท่านหัวหน้าป้อมทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ซักคน



ถ้าเป็นเพียงแค่ไอเย็นกับหิมะอย่างเดียวก็คงไม่เท่าไหร่ แต่อากาศอึมครึม เพราะไอที่แผ่ออกมาจากนักฆ่าและขอทานเนี่ยแหละ ที่ทำให้มันน่ากลัวกว่าเดิม เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มีใครก้าวออกมาจากห้องแม้แต่คนเดียว เพราะออกมาเจอสภาพอย่างนี้นานๆเข้า ก็ทำเอาคนไม่รู้เรื่องจะบ้าตายไปกันหมด



\"เอาน่า พรุ่งนี้ก็วันประชุมผู้ปกครองแล้ว เดี๋ยวก็ได้เจอ\" ครี้ดพูดปลอบใจ ทุกคนต่างมานั่งรวมกันอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่มันก็เงียบเกินกว่าที่จะมีเสียงหัวเราะออกมาจากปากใคร



\"จริงสินะ พรุ่งนี้แล้ว อยากเจอหน้าจัง\" คิลพูดขึ้นมาอย่างเพ้อๆ จากนักฆ่าผู้รักสนุกกลับกลายเป็นักฆ่าที่เศร้าสร้อยไปในเวลาอาทิตย์เดียวเท่านั้น ทำไมโลกนี้ถึงชอบเล่นตลกนักนะ



\"พวกแกไม่ต้องคิดไรมากหรอก ถึงเวลาก็ได้เจอเองล่ะ ฉันไปดีกว่า อยู่นานๆแล้วชักรู้สึกแปลกๆแฮะ\" ครี้ดพูดแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมคนอื่นๆเหลือเพียงคาโล คิล โร ซีบิล ไคน์ ไนฟ คาโอ และลูคาซัสเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม



ทำไมเวลามันถึงผ่านไปช้าอย่างนี้นะ อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็ว อยากจะเจอหน้าเธอคนที่ฉันรัก อยากจะเข้าไปกอดหายให้คิดถึง อยากให้เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน คิดถึง อยากเจอเธอ แต่เราอยู่ไกลกัน ฉันเหงาอยากเจอเธอ... อยากเจอเธอเหลือเกิน.. ที่รักของฉัน





...................................................................................................................................................................................





อัพแล้วนะคะ



ต่อเน็ตตั้งนานแน่ะ



ต่อไม่ติดซะที กว่าจาได้อัพก็เลยปาเข้าไปเกือบๆ 3 ทุ่มครึ่งแล้วอ่าค่ะ



ขอโทษด้วยนะคะ



ตอนต่อไป เราก็มาดูผลงานของคาเดียกันดีกว่านะคะ



ว่าหลังจากผ่านไปอาทิตย์กว่าเฟรินจะเปลี่ยนไปได้แค่ไหน



Aisiteru..Na^^





                                                                                      >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #340 TaiNawansa (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 20:13
    แอบสงสัยว่าแอสเข้าไปเอาของใช้ส่วนตัวแต่ละคนมาได้ยังไง หุหุ
    #340
    0
  2. #331 mybook (@melovebook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2555 / 17:27
    เป็นกำลังใจสู้ๆค่ะ
    #331
    0
  3. #321 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 / 23:08
    สู้ๆนะสาวๆ
    #321
    0