ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 11 : ~๐(^-^)๐~ ปาร์ตี้รอบกองไฟ - ปราการปราชญ์!! ~๐(^-^)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ส.ค. 48



ทางเดินที่ยาวไปเรื่อยๆ คงจะไปสิ้นสุดที่ไหนซักแห่งในป้อม ผนังเก่าแก่จากสีเดิมเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้ง จวบจนถึงบัดนี้ก็เริ่มเลือนลางไปแล้ว ถึงแม้จะไม่มีหยักไย่เลยก็ตาม แม้นว่าจะดูแล ทำความสะอาดดีซักเพียงใด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องล่วงเลยไปตามกาล นั่นคือวัฏจักรของโลกที่ไม่ว่าใคร อะไร ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้น ร่างสูงเดินนำหน้ามาอย่างรีบร้อน ตามด้วยร่างบางของหญิงสาวที่เดินตามมาแทบไม่ทัน ข้อมือที่โดยจับแน่นเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆด้วยความเจ็บ จากตอนแรกรู้สึกชา หลังๆมาไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า แรงบีบข้อมือมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนหน้าสวยงอด้วยความเจ็บ



\"คาโล ปล่อยนะ!!\" เฟรินพูดพลางสะบัดข้อมือออก แต่ก็ไม่หลุด ยิ่งสะบัดเท่าไหร่ มือใหญ่ของคาโลก็ยิ่งบีบรัดข้อมือเธอมากเท่านั้น คาโลไม่ตอบอะไร เขายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ



\"ฉันบอกให้ปล่อยไงล่ะ ฉันเจ็บนะ\" เฟรินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความเจ็บที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆโดยที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดอะไร คาโลหันหน้ากลับมามองทันที



\"ขะ..ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ\" คาโลพูดแล้วรีบปล่อยมือออกจากข้อมือของเฟรินทันที หยาดน้ำตาหยุดเล็กๆไหลรินออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลคู่โต ไม่ใช่ว่าด้วยความเจ็บแต่อย่างใด มันเป็นความน้อยใจภายในจิตใจส่วนลึก ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงต้องทำรุนแรงถึงเพียงนี้ด้วย



\"ฉันขอโทษนะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่นึกว่าจะทำให้นายเจ็บขนาดนี้ ฉันแค่หึง ขอโทษ\" คาโลพูดพลางดึงเฟรินเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาที่เห็นเธอร้องไห้ จิตใจผมก็เหมือนกับว่าจะแตกหักเสียให้ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ ต่อให้เป็นผู้หญิงหน้าไหนผมก็ไม่สนใจเด็ดขาดแท้ๆ แต่ทำไมเธอคนนี้ถึงทำให้ผมเจ็บได้ถึงเพียงนี้



\"ไอ้บ้า!! นายมันบ้า บ้าๆๆ บ้าที่สุดเลย\" เฟรินด่าทอชายหนุ่มผู้ฉวยโอกาสกอดเธอพลางใช้กำปั้นทุบอกเขาอย่างไม่นึกเกรงใจ แต่คาโลก็ยังโอบกอดเฟรินไว้



หลายนาทีผ่านไปเนิ่นนานเหมือนผ่านไปเป็นปี น้ำตาที่เคยหลั่งไหลออกมาหยุดไปแล้ว แต่คาโลก็ยังกอดเฟรินไว้ในอ้อมกอด ซึ่งเฟรินก็พยายามขัดขืนเต็มที่ เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกเอาเปรียบอยู่ แต่อย่างว่าแรงผู้ชายย่อมมีมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้ใครซักคนมาช่วยเหมือนกัน แต่ใครกันเล่าจะเดินผ่านมาในเวลาอย่างนี้ และดูเหมือนว่าพระเจ้าจะทรงปรานีเธออย่างมากเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น แต่มันเป็นเสียงที่รบกวนโสตประสาทคาโลอย่างมาก



\"เฟริน!!~\" เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้เฟรินมีโอกาสผละออกจากวงแขนกำยำได้อย่างง่ายดาย พอหมุนตัวไปดูก็นึกอยากขอบใจเขาขึ้นมาจับใจช่างเป็นเวลาที่พอเหมาะเสียจริง



\"มีอะไรหรอแอส\" เฟรินถามพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้แอสมากขึ้น คาโลเองก็ชักสีหจน้าไม่พอใจ แต่ก็เดินตามไปด้วยความเป็นห่วง



\"อ๋อ ไม่ได้มาหลายวันแล้วน่ะ พอดีช่วงนี้ปราการปราชญ์ยุ่งมากรเองการจัดงานประชุมผู้ปกครอง วันนี้หยุดก็เลยถือโอกาสมาหาซะหน่อย อ้อ!!..เกือบลืมแน่ะ ฉันได้เป็นคนฝึกสอนเรื่องมารยาทการต้อนรับให้พวกเธอด้วยนะ\" แอสพูดอย่างอารมณ์ดี ต่อจากนี้ไปราวๆ 2 อาทิตย์จะได้เจอหน้าเฟรินตลอด คิดแล้วรอยยิ้มบางๆก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า ส่วนคาโลก็ยิ่งไม่พอใจเข้าไปอีก วันนี้ช่างเป็นวันแสนซวยของเขาจริงๆ เจอศัตรูหัวใจถึงสองคน



\"จริงหรอ ดีจังเลย!!\" เฟรินร้องออกมาอย่างดีใจ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย



\"แล้วฝึกที่ไหนล่ะ\" เฟรินถามอีกครั้ง ในใจภาวนาให้ฝึกที่ปราการปราชญ์ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าจะพูดถึงปราการปราชญ์ก็ถือเป็นหอพักที่รวยมากเป็นอันดับ 2 อยู่แล้ว เพราะงั้นก็คงมีทรัพย์สินของมีค่าเยอะแน่นอน คิดแล้วมือไม้ชักจะอยู่ไม่สุขซะแล้วสิ



\"ก็ที่ปราการปราชญ์น่ะ ตอนเย็นหลังกินข้าวเสร็จทุกวันจนกว่าจะถึงวันงาน\" แอสตอบ พอได้ยินคำตอบที่ตรงใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตก็พราวระริกอย่างคนมีความหวัง



\"นี่ เฟริน ไปเล่นข้างนอกกันมั้ย หิมะตกหนักมากเลยล่ะเมื่อวาน แล้วตอนนี้ทุกคนก็กำลังเล่นกันอยู่ข้างนอกน่ะ\" แอสพูด ถ้าสังเกตดีๆดูเหมือนว่าเฟรินจะดีใจจนอยากจะวิ่งออกไปซะเดี๋ยวนี้เลย แต่คาโลก็ดึงแขนไว้ซะก่อน



\"ไปสิไป แต่เดี๋ยวฉันไปรับคาเรก่อนนะ แล้วจะตามไป นายไปรอข้างนอกก่อนก็ได้\" เฟรินพูด แอสพยักหน้ารับ แล้วเดินจากไป ส่วนเฟรินก็มุ่งหน้าไปห้องลอเรนซ์ด้วยความเร็วเท่าที่ขาเรียวสวยของเธอจะทำได้



~ห้องลอเรนซ์~



\"เฮ้อ!!\" คาเรถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ 20 กว่าแล้วของช้านี้ เด็กชายนั่งอยู่ขอบหน้าต่างด้วยความเบื่อหน่าย มองลงไปข้างล่างที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน คนในป้อมอัศวินหลายคนที่รูจักกำลังเล่นปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน อยากจะลงไปเล่นด้วยใจจะขาด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะท่านแม่สั่งไว้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเบื่อขึ้นทุกที หันหน้าหนีออกมาจากหน้าต่าง แล้วลูบหัวเจ้าลูกหมาตัวน้อยที่นอนหลับอยู่บนตักอย่างเอ็นดู



ลอเรนซ์มองเด็กชายอย่างสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะปล่อยให้ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะสัญญากับน้องสาวไว้แล้ว แต่เห็นเป็นอย่างนี้มาเกือบๆ 3 วันแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ทุกอย่างก็เพื่อความปลอดภัยของเขาเอง



\"คาเร มาหาป้ามา\" ลอเรนซ์เรียก นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยตวัดมามอง แล้วเนอุ้มเจ้าลูเรนซ์ที่หลับปุ๋ยอยู่เข้ามาหา



\"มีอะไรหรอฮะ\" คาเรถามพลางเอียงหัว ความรู้สึกเบื่อหน่ายเมื่อกี้ถูกกลบไว้จนมิดแทบจะไม่เห็น สำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ถือว่าเก่งมากๆที่สามารถเก็บสิ่งที่ตัวเองรู้สึกไว้ได้



\"เปล่าหรอกจ้ะ\" ลอเรนซ์ตอบพลางลูบหัวคาเรอย่างปลอบโยน ความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านฝ่ามือบางของหญิงสาวไปหาเดก็กชาย เขารับรุดี ว่าป้าลอเรนซ์เป็นห่วงเขาแค่ไหน เพราะฉะนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าป้า เขาถึงพยายามเก็บความรู้สึกไว้ยังไงล่ะ



ก๊อก ก๊อก!!~ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เรียกให้สายตาของคนที่สองหันกลับไปมอง ลอเรนซ์มีท่าทีหวาดระแวงอยู่ไม่น้อย ส่วนคาเร นัยน์ตาของเด็กน้อยพราวระริกอย่างดีใจ เขารู้ดีว่าใครอยู่หน้าห้อง แต่จะให้บอกป้าลอเรนซ์ว่าท่านพ่อท่านแม่อยู่ห้องเลยก็ไม่ได้ เลยได้แต่อยู่เงียบๆอย่างเดียวเท่านั้น รอเวลาที่ป้าจะเดินไปเปิดประตูให้ท่านพ่อท่านแม่เข้ามา



\"ใครคะ\" ลอเรนซ์ตะโกนถามออกไป มือถือมีดสั้นเตรียมพร้อม



\"พี่ลอเรนซ์ฮะ ผมเอง\" เสียงหวานตะโกนกลับมา ถึงแม้ว่าจะหวานขนาดไหน แต่ลักษณะคำพูดก็ยังเป็นคนเดิม ลอเรนซ์ถอนหายใจอย่างโล่งอก ลดมือที่ถือมีดลง แล้วเดินไปเปิดประตูให้เฟรินและคาโลเดินเข้ามาในห้อง



\"ท่านพ่อ ท่านแม่!!\" คาเรร้อง แล้ววิ่งเข้ามากอดเฟรินทันที เฟรินก็กอดคาเรไว้เช่นกัน รอยยิ้มอย่างจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อยในรอบ 3 วันมานี้ แม้ลอเรนซ์จะพยายามทำให้คาเรยิ้มซักแค่ไหน รอยยิ้มที่ได้กลับมาก็เป็นเพียงรอยยิ้มที่ฝืนๆเท่านั้น



\"เป็นไงบ้างคาโล\" ลอเรนซ์หันกลับไปถามชายหนุ่มอีกคนที่เดินเข้ามาด้วย แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำ



\"ดีขึ้นแล้วครับ\" คาโลตอบสั้นๆ ลอเรนซ์พยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปมองเฟรินกับคาเรที่ยังกอดกันไม่เลิก



\"ท่านพ่อหายดีแล้วใช่มั้ยฮะ\" คาเรผละจากเฟริน แล้ววิ่งเข้าไปกอดคาโลอีกคน คาโลก็รับร่างของเด็กน้อยไว้ แล้วอุ้มขึ้นมา นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาทันที



\"พ่อหายดีแล้วล่ะ คาเรอยู่ที่นี่คงเบื่อใช่มั้ย\" คาโลถามกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่หาได้ยากเย็น คาเรพยักหน้าหงึกๆอย่างเต็มที่ คาโลยิ้มเล็กน้อยกับความน่ารักของลูกชาย



\"งั้นไปเล่นข้างนอกดีกว่านะ ไปใส่เสื้อเพิ่มอีกชั้นก่อน ไม่งั้นไม่ให้ไปนะ\" คาโลพูด แล้ววางคาเรลงให้ยืนกับพื้น



\"เย้ๆๆ\" คาเรร้องออกมาอย่างดีใจ พลางวิ่งวุ่นไปทั่วห้องหาเสื้อกันหนาวใส่ ไม่นานนักคาเรก็ใส่เสื้อกันหนาวเรียบร้อย



\"พี่ลอเรนซ์ไปด้วยกันสิฮะ\" เฟรินเอ่ยปากชวนพี่สาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมห้อง



\"เดี๋ยวตามไปจ้ะ ตองไปช่วยลูคัสก่อน ไม่งั้นคงงอนแน่ๆเลย\" ลอเรนซ์ตอบกลับมาพลางกลั้วหัวเราะ เฟรินเองก็เช่นกัน ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ จากคนที่เคยขี้หงุดหงิดเย็นชา กลับกลายมาเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน เข้าใจถึงจิตใจของคนอื่น ด้วยเวลาเพียงปีเดียวเท่านั้น



\"งั้นพวกเราไปก่อนนะฮะ รีบตามมานะ\" เฟรินพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับคาโลและคาเร เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ลอเรนซ์ก็ทิ้งตัวผ่อนคลายอยู่บนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า หนังสือที่เคยถือไว้เป็นฉากบังหน้าหล่นลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาสีทองปรือลงเรื่อยๆจนหลับไปในที่สุด พรุ่งนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ อะไรบางสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากพระเจ้าเพียงผู้เดียว...!!





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





พอเดินออกมานอกป้อม ลมเย็นก็พัดผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างในสวนหลังป้อมขาวโพลนไปหมด มีคนจำนวนไม่มากนักที่เล่นกันอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นปี 6 ทั้งนั้น จะมีปี 1 ก็แค่ 4 คนเท่านั้น แถมด้วยแอสอีกคน ร่างเล็กของเด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาคิลที่ยืนคุยกับเรนอนอยู่อย่างร่าเริงทันที เฟรินและคาโลยืนมองคาเรวิ่งเล่นอย่างมีความสุขอยู่นาน รอยยิ้มอย่างมีความสุขผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งสอง



ผ่านไปซักพักใหญ่คาโลก็สังเกตเห็นว่าร่างบางของหญิงสาวผู้ยืนอยู่ข้างๆสั่นขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากเรียวสวยสีกุหลาบเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเพราะความหนาว เขาลืมไปซะสนิทเลยว่าวันนี้บังคับให้เธอใส่กระโปรง แถมเสื้อที่ใส่อยู่ก็บางซะด้วยสิ คิดแล้วก็พึมพำอะไรบางอย่างเสื้อโค้ตตัวยาวสีน้ำตาลก็มาโผล่ในมือพร้อมกับถุงมือ และหมวกหนังสีดำ



\"ใส่ซะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา\" คาโลยื่นของทั้งสามอย่างให้เฟริน เธอเอื้อมมือที่กอดอกไว้ออกมารับ แล้วสวมมันเข้าไปทันที



\"ขอบคุณนะ\" เฟรินพูดพลางหอมแก้มชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เสียงกระซิบที่ข้างหู รอยจุมพิตที่ประทับไว้ที่แก้มทำให้เจ้าชายน้ำแข็งหน้าขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย เฟรินยิ้มน้อยๆ แล้วเดินลุยหิมะลงไปเล่นกับคิล คาเร และเรนอน ทิ้งเจ้าชายที่ยืนค้างด้วยความตกใจไว้ตรงนั้น



พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงมาเรื่อยๆ ท้องฟ้าสีฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนแลดูสวยงาม นกมากมายบินไปบินมาเพื่อจะกลับรังกอดฟ้ามืด เฟริน คาเร และคาโลนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากเล่นปาหิมะกันมาทั้งวัน แม้แต่เจ้าชายน้ำแข็งก็ยังเล่นไปกับเขาด้วย คนอื่นก็นั่งพักเช่นเดียวกัน คิลกับเรนอนที่มุมหนึ่ง มาทิลด้ากับโร วอร์ช่ากับไคน์ โซกับไนฟ แองจี้กับซีบิล มาด้ากับลูคาซัส ไม่เว้นแม้แต่ลอเรนซ์กับลูคัสที่ตามลงมาทีหลัง เพราะลอเรนซ์เผลอหลับไป ส่วนคนที่ไม่มีคู่ก็นั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน



หลังจากผ่านไปไม่นาน ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีส้มอ่อนๆ ก็กลับกลายเป็นสีดำสนิท ดวงดาวจำนวนมากส่องประกายระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้า พระจันทร์เต็มดวงสวยงามทำให้คืนนี้เป็นคืนที่สว่างมาก ร่างของคนหลายคนยังคงอยู่สนาม เสียงพูดคุยหัวเราะเฮฮาดังขึ้นอย่างไม่มีเว้นระยะ นี่เป็นคือสุดท้ายแล้วที่พวกเขาจะได้เล่นสนุกกันอย่างนี้ คงจะอีกนานนักกว่าจะได้เล่นอย่างนีอีก เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้ไปถึงจะไม่มีการเรียนการสอน แต่ว่าก็ต้องเตรียมงานประชุมผู้ปกครองที่จะจัดขึ้นในอีกไม่ถึง 2 อาทิตย์ข้างหน้า ทุกคนต่างยุ่งๆกันทั้งนั้น



\"นี่ จุดกองไฟเถอะ แล้วเรามาปาร์ตี้รอบกองไฟกัน ฉันหิวแล้ว\" เฟรินเสนอความคิดขึ้นมา ตอนนี้ไหล่ของคาโลคือที่พักพิงที่ดีที่สุดสำหรับเธอ เพราะหลังจากเล่นกันไม่หยุดต่อจากเมื่อตอนเย็น เรี่ยวแรงที่เคยมีก็หายไป เพราะยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยง



\"ฉันเห็นด้วย\" เสียงสนับสนุนดังมาจากนักฆ่ารักสนุก นัยน์ตาสีม่วงพราวระริกอย่างตื่นเต้น ฉับพลันกองไฟเวทย์ก็ถูกจุดขึ้นที่กลางสวนด้วยฝีมือของอดีตซาตานแห่งป้อมอัศวิน นาทีต่อมา อาหารและเครื่องดื่มมากมายก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะตัวหนึ่ง เท่านี้ปาร์ตี้ก็พร้อมแล้ว



ทุกคนทยอยเดินไปตักอาหารกันอย่างหิวโหย ไม่เว้นแม้แต่เจ้าตัวยุ่งที่ถึงแม้จะหมดแรงแล้ว แต่เมื่ออาหารห่างแค่เอื้อมก็เหมือนกับว่าเรี่ยวแรงที่หายไปนั้นกลับมาเรียบร้อย อาหารจานที่ 1 ลงท้องไปด้วยสถิติเพียง 5 นาทีกว่าๆได้ พอจานที่สองสปีดก็เริ่มลดลงเวลาจึงอยู่ที่ 10 นาที และพอจานที่สามมาถึงก็ใช้เวลาถึง 15 นาที



เมื่อท้องอิ่มกันแล้ว กิจกรรมต่างๆก็เริ่มขึ้น เริ่มด้วยเกมส์วิ่งไล่จับที่เรนอนเป็นคนเสนอขึ้นมา เล่นเอาทุกคนพากันหอบด้วยความเหนื่อย พอหายเหนื่อกยันแล้วก็เริม่เกมส์ที่ 2 คือเกมส์หาของที่โร เซวาเรสเป็นคนเสนอ และมันก็เป็นคนชนะ ช่างเป็นเกมส์ทำให้อดีตหัวขโมยนึกเจ็บใจเสียจริง พอเข้าสู่เกมส์ที่สาม จำนวนคนเล่นก็น้อยลงเรื่อยๆ จนไม่มีใครมีแรงพอที่จะเล่นอีกต่อไป



ทุกคนจึงมานั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ เรื่องราวมื่อครั้งอดีตถูกนำมาเล่าขานกันใหม่ เรียกทั้งเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ ไม่เว้นแม้แต่คาโล และพอมาถึงเรียงผี ซึ่งเฟรินคัดค้านอย่างหนัก ด้วยความขี้กลัวของหัวขโมยที่ใครก็รุว่ามันกลัวนักกลัวหนา ยิ่งทำให้คนอยากแกล้งเข้าไปใหญ่



\"ไม่เอานะ ไม่เอา\" เฟรินปฏิเสธเต็มที่ แต่คนอื่นกลับยิ้มอย่างขำๆ



\"โธ่ เฟริน นายจะกลัวอะไรหนักหนา\" คิลพูดด้วยน้ำเสียงขำๆ อดยิ้มที่อมแทบจะไม่อยู่ๆแล้วเพราะตลกเจ้าหล่อนที่กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง



\"ไอ้บ้า แกก็รูว่าฉันกลัว แล้วยังจะมาล้อเล่นอีกเรอะ\" เฟรินด่ากลับไปพลางสบถต่ออีกยาวเหยียด ซึ่งถ้าไม่ฟังดีๆก็คงจะไม่รู้เรื่อง เพราะเจ้าหล่อนสบถได้เบามากๆ



\"เอาน่า อย่าทะเลาะกันเลย เอ้า เฟริน ฉันให้\" ครี้ดพูดขวางศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น พลางยื่นขวดสีเขียวๆให้เฟริน ซึ่งเธอก็รับมันมาไว้ในมือ แล้วหันไปมองหน้าครี้ดอย่างสงสัย



\"ไม่ต้องสงสัย แกก็รู้ว่าอะไร อย่างแรงเชียวนะเนี่ย ไม่เมาให้มันรู้ไป\" ครี้ดบรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพ เฟรินมองหน้าครี้ดอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจยกมันขึ้นเตรียมกระดก แต่แล้วเสียงขัดก็ดังขึ้น



\"นี่พวกนาย จะทำอะไรก็เกรงใจฉันกับลูคัสหน่อยสิ อาจารย์ประจำป้อมก็นั่งอยู่นะ\" ลอเรนซ์พูดขึ้นมา เฟรินรีบลดขวดเหล้าลงทันที ทุกคนมองลอเรนซ์อย่างอ้อนวอน แต่สีหน้าหล่อนก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง



\"เอามาให้ฉันดื่มก่อนสิ\" ลอเรนซ์พูดออกมาในที่สุด ทุกคนจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ เฟรินยื่มขวดเหล้าให้ลอเรนซ์ เธอรับมันมา แล้วกระดกเข้าปากทันที ถ้าจะพูดถึงเหล้านี่ล่ะก็แรงมากๆ แค่อึกเดียวก็ล้มลงไปนอนแล้ว แต่นี่ลอเรนซ์ดื่มไปเกือบๆครึ่งขวดยังนั่งทำหน้าตาเฉยอยู่ได้ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนอย่างมาก



\"ไม่ต้องงงหรอก ลอรี่น่ะ ดื่มเก่งมาก เพราะงั้นไม่ต้องคิดไปเมาเลย ขนาดเหล้าเพียวๆ 4 ขวดยังไม่เมา แค่นี้น่ะน้อยเกินไป ตอนยังเป็นผู้ชายเวลาแข่งกันทีไร ฉันก็แพ้ลอรี่ทุกที คอแข็งมากๆ\" ลูคัสอธิบายพลางทำสีหน้าจริงจัง ลอเรนซ์ดื่นมันจนหมดขวด แล้ววางขวดลง ใบหน้าของรุ่นน้องทั้งหลายแสดงความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด



\"อย่าโทษคนอื่นสิลูคัส นายคออ่อนเองต่างหากล่ะ ครี้ดมีอีกรึเปล่า\" ลอเรนซ์พูด ใบหน้ายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ครี้ดไม่รอช้าควักออกมาจากกระเป๋าอีกขวดทันที



\"เฟริน ดื่มบ้างสิ\" ลอเรนซ์พูดแล้วยื่นขวดที่รับออกมาจากครี้ดให้เฟริน เธอรับมันมาไว้ในมือ แล้วขึ้นกระดกทีเดียวหมด และทุกคนก็แปลกใจอีกตามเคย ลอเรนซ์นี่ลูคัสอธิบายแล้วว่าคอแข็ง แต่เฟรินนี่สิทำไมมันไม่เมา ผู้หญิงป้อมนี่ช่างน่ากลัวเสียจริง



\"เฮ้อ พวกนายไม่ต้องมองอย่างนั้นหรอกน่า ตอนฉันเป็นผู้ชายแล้วเที่ยวตะลอนไปกับพ่อน่ะนะ ฉันดื่มมากกว่านี้อีก เหล้าแรงกว่านี้ฉันก็เคยดื่มมาแล้ว แค่นี้ไม่ท่าไหร่หรอก\" เฟรินตอบอย่างภูมิใจ ครี้ดกระพริบตาปริบๆ แล้วควักขวดเหล้าออกมาอีกหลายสิบขวด ไม่รู้ว่ากระเป๋าหมอนี่ใส่อะไรไว้บ้างกันแน่ เหล้ายังคงโผล่ออกมาจากกระเป๋าเรื่อยๆ ไม่มีหมดซะที



หลังจากดื่มกันไปได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็เมากันเรียบ จะยกเว้นก็แต่ลอเรนซ์กับเฟรินที่คอแข็งกว่าเพื่อน ดื่มเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เมา คาโล ซีบิล คาโอที่ไม่ดื่ม ส่วนคาเรห้ามดื่มโดยเด็ดขาดด้วยคำสั่งของคาโอ นอกนั้นก็นอนแผ่กันอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ



\"แล้วจะเอาไงดีเนี่ย ปล่อยให้พวกมันหนาวตายกันเลยมั้ย ง่ายดี\" เฟรินพูดออกมา พลางเอาเท้าเขี่ยเจ้านักฆ่าปัญญาอ่อน แถมคออ่อนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น



\"ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายดีกว่า จัดการส่งทุกคนไปที่ห้องให้หมด นายทำได้ใช่มั้ยคาโล\" ลอเรนซ์เสนอขึ้นมาแล้วหันไปถามคาโลที่ยืนอยู่ข้างๆเฟริน คาโลพยักหน้ารับ แค่เวทย์เคลื่อนย้าย ไม่เท่าไหร่หรอก



\"ผมก็ทำได้ครับ เดี๋ยวผมช่วย\" คาโอพูดขึ้นมา ลอเรนซ์หันไปมองแวบหนึ่ง แล้วก็พยักหน้า



\"แล้วแอสล่ะฮะ จะทำยังไง\" เฟรินถามขึ้นมาอย่างสงสัย จะเข้าไปในปราการปราชญ์ตอนมืดๆเนี่ยนะ ถ้าไม่โดนจับก็ดีน่ะสิ



\"ให้นอนห้องคิลแล้วกัน งั้นก็ลงมือได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายกันหมด\" ลอเรนซ์พูด แล้วเริ่มบริกรรมคาถาเช่นเดียวกับคาโอ และคาโล ผ่านไปราวๆ 10 นาที ทุกคนก็กลับไปอยู่ที่ห้องเรียบร้อย จะเหลือก็แต่ลอเรนซ์ เฟริน คาโล คาโอ ซีบิล และคาเร ลอเรนซ์ใช้เวทย์เก็บกวาดข้าวของให้สะอาด แล้วดับกองไฟเวทย์



\"เรียบร้อยหมดแล้วล่ะ ขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะ\" ลอเรนซ์พูด เฟรินพยักหน้ารับ แล้วเดินอุ้มคาโลเข้าป้อมไปก่อน ตามด้วยคาโล และคาโอ สุดท้ายก็ซีบิลและลอเรนซ์ที่สำรวจสถานที่ทั้งหมด แล้วแยกย้ายกลับห้องตัวเอง





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





เช้าวันใหม่มาเยียนพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่สาดแสงเข้ามาในห้อง ร่างของนักฆ่าขยับไปมาเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาสีม่วง แล้วภาพแรกที่เข้ามาในโสตประสาท ก็ทำเอาคิลร้องออกมาเสียงหลง



\"เฮ้ย!!\" เสียงร้องที่ดังลั่นไปถึงห้องข้างๆและห้องถัดไปอย่างไม่ยากเย็น พูดง่ายๆคือได้ยินแทบทุกห้องในชั้นก็ว่าได้ ทำให้เจ้าชายที่นอนอยู่ห้องข้างๆ และเจ้าหญิงตัวยุ่งที่นอนอยู่ห้องถัดไปตื่นขึ้นมาจากนิทราอันแสนสุข



\"ไอ้คิล แกจะตะโกนทำบ้าอะไรแต่เช้าวะ\" เฟรินโผล่หน้ามาถามด้วยความหงุดหงิด กำลังฝันดีอยู่แท้ๆเลย มันดันร้องซะดังขนาดนั้น



\"มันมานอนอยู่บนเตียงฉันได้ไง\" คิลพูดพลางชี้ไปที่แอสที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างๆ



\"อ๋อ พอดีเมื่อวานนี้พวกฉันจะจัดการส่งพวกแกกลับห้องน่ะ แล้วที่นี่ก็ไม่รู้จะส่งแอสกลับปราการปราชญ์ยังไงดี ก็เลยให้นอนห้องแกไง เข้าใจแล้วใช่มั้ย\" เฟรินอธิบายพลางหาวอย่างง่วงนอน นี่มันยังเช้าอยู่เลยนะเนี่ย ทำไมเธอต้องตื่นมาด้วยเรื่องแค่นี้ด้วยนะ



\"แล้วทำไมต้องมานอนห้องฉันล่ะ\" คิลถามอีกครั้ง



\"ไอ้บ้า แล้วแกจะให้นอนห้องฉันรึไงกันล่ะ ฉันขี้เกียจอธิบายให้แกฟังแล้ว ไปนอนต่อดีกว่า\" เฟรินพูด แล้วปิดประตูกลับห้องตัวเองไป คิลเกาหัวน้อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป





ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วที่ห้องอาหารคับคั่งไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาทานอาหารกันแต่เช้า แต่ก็ไม่มีวี่แววของปี 6 คนใดลงมาย่างกรายเลยแม้แต่น้อย รวมถึงลอเรนซ์ ลูคัส มาด้า ลูคาซัส ซาลิสซ่า และคาโอด้วย แต่พอช่วงสายของวัน ห้องอาหารก็ว่าง เหลือเพียงปี 6 ปี 1- 4 คน และลูคัสกับลอเรนซ์เท่านั้น ทุกหมดลงมาทานข้าวเหมือนนัดกันลงมา คาเรกับแอสนั่งเล่นกันอย่างสนุกสนานที่มุมหนึ่งของโต๊ะ เพราะกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าคาเรกับแอสจะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยไม่สนใจใคร



\"นี่แอส ที่จะให้ไปฝึกน่ะ ต้องผู้หญิงทุกชั้นปีรึเปล่า\" เฟรินถามขึ้นอย่างสงสัย แอสละสายตาจากการเล่นกับคาเร ก่อนจะตามพร้อมรอยยิ้ม



\"ไม่หรอก เอาแค่ปี 1 กับปี 6 น่ะ\" แอสตอบแล้วหันกลับไปเล่นกับคาเรต่อ ส่วนเฟรินก็นั่งโอดครวญต่อไป ด้วยความที่ไม่อยากจะไปฝึกอะไรเลยซักนิด



หลังจากการกินข้าวเช้าที่เฟรินอยากจะยืดให้มันยาวนานไปอีกเท่านาน แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะถึงจะกินช้ายังไง ก็ต้องโดนลากไปอยู่ดี สาวๆทั้ง 9 คนของป้อมอัศวินปี 1 และปี 6 ก็พร้อมจะเดินทางไปยังปรากการปราชญ์ โดยมีแอสนำทางให้อย่างยินดี





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





สมแล้วที่เป็นป้อมที่รวยเป็นอันดับสองของโรงเรียน ทุกอย่างดูหรูหราโอ่อ่าไปหมด ถึงแม้จะไม่สู้ปราสาทขุนนาง แต่ก็ยังดีกว่าป้อมอัศวินอยู่ดี ตามพนังมีภาพวาดต่างๆแขวนประดับตลอดทางเดิน รวมถึงรูปปั้นต่างๆที่ถ้าเอาไปขายจริงๆคงจะได้ราคาน่าดู พรมสีแดงสดปูลาดยาวไปที่ใดก็ไม่อาจรู้ได้ โคมไฟระย้าที่ห้อยอยู่ข้างบนส่องแสงสว่างอย่างทั่วถึง บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าปราการปราชญ์มีรสนิยมการแต่งโถงทางเดินอย่างมาก



แอสเดินนำพวกเฟรินไปที่สุดท้ายเดิน ประตูบานใหญ่อยู่เบื้องหน้า เมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นห้องๆหนึ่งที่กว้างใหญ่มาก คงไว้สำหรับจัดงาน ประชุม หรือไม่ก็ฝึกซ้อมงานต่างๆ ภายในห้องประกอบไปด้วยเวทีขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า ตรงกลางห้องเป็นที่ว่างกว้างขวาง มีพรมปูทอดจากเวทีไปยังที่นั่งที่อยู่ด้านหลังห้องเหมือนทางเดินเข้างาน ที่นี่คงจะใช้ฝึกการต้อนรับเป็นแน่



\"เดี๋ยวนั่งรอกันตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา\" แอสพูด แล้วหายออกจากห้องไป หญิงสาวทั้ง 10 จึงนั่งลงที่โต๊ะทางด้านหลังห้อง เฟรินลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆ พลางคิดประมวลราคาข้าวของในใจ ถ้าเอาไปขายล่ะก็ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 100000 คราวน์แน่นอน



\"คุณเฟรินคะ คิดอะไรมันออกมาทางสายตานะคะ\" เรนอนเอ่ยเตือนอย่างรู้ทัน



\"เฟจังล่ะก็ ยังไม่เลิกนิสัยเดิมอีกหรอ\" วอร์ช่าถาม แต่สายตาของเธอก็มองสำรวจไปรอบๆเช่นเดียวกัน แต่มันผิดกับเฟริน เธอมองอย่างชื่นชม ศิลปะความงาม การจัดตกแต่งที่ลงตัว ทุกอย่างดูดีไปหมดจนหน้าแปลกใจ



\"ว่าแต่ทำไมต้องเจาะจงเอาปี 1 กับปี 6 ด้วยนะ\" แองจี้พูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิดใจ ทำให้ทุกคนฉุกคิดขึ้นมาได้ มีเหตุผลอะไรที่จะเอาเฉพาะปี 1กับปี 6 นะ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยด้วยซ้ำ ปราการปราชญ์กำลังคิดอะไรกันแน่



\"ฉันก็ว่ามันแปลกอยู่นะ ตั้งแต่ได้ยินแอสตอบแล้ว ทำไมต้องให้มาที่ปราการปราชญ์ด้วย ทั้งๆที่ซ้อมที่ป้อมอัศวินก็ได้ ในเมื่อทางปราการปราชญ์ก็ไม่ต้องฝึกซ้อมอะไรนี่นา\" มาทิลด้าพูดเสริมขึ้นมา ความสงสัยจึงค่อยๆก่อตัวขึ้นมาอีก



\"พวกเธอมีความเห็นว่าไงบ้าง\" มาทิลด้าหันไปถามอีก 8 คนที่เหลือที่คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เฟรินไม่ได้ตอบอะไรกลับมา มาทิลด้าจึงมองเลยไปที่เรนอน เธอแค่ยิ้มบางๆเท่านั้น ต่อมาก็แองจี้ เธอส่ายหัวเล็กน้อย ตามมาด้วยวอร์ช่า เธอไม่ตอบอะไรเหมือนเฟรินเลย หลายคนผ่านไปจนมาถึงคนสุดท้ายคือมาด้า แต่เธอก็ตอบมาว่าไม่ขอแสดงความคิดเห็น เฟรินจึงสรุปขึ้นมาเอง



\"ฉันว่ารอถามแอสเลยดีกว่า คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆน่ะ\" เฟรินพูดขึ้นมา แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆอย่างสบายใจ แต่ในใจของเธอกลับสงสัยมากกว่าคนอื่นมากนัก



ไม่นานเกินรอ ระหว่างที่กำลังคิดไปต่างๆนานา เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยตอบกลับไปแม้แต่น้อย ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง...!!





...................................................................................................................................................................................





อัพจบแล้วค่า



100% ช่างยาวนานมากมายเลยล่ะ



ตอนต่อไปพวกเฟรินต้องรับบทหนักมากเลยค่ะ



แต่เรื่องอาราย



ก็ต้องขออุบไว้ก่อนนะคะ



ลองทายกันดูเล่นๆก็ด้ายค่า



ซารังแฮโย..น้า^^





                                                                            >>Minnie~Moonie<<





353 ความคิดเห็น

  1. #320 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 / 22:56
    ใครกันนะคะ
    #320
    0