แด่โลกสีเทาที่ไม่มีใครเข้าถึง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    20

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

สำหรับฉันที่ทำไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจ แต่ที่ฉันทำเพราะมันคือการแสดงออกว่าฉันรักตัวเองและฉันกำลังสู้กับมัน แต่ฉันไร้กำลังที่จะสู้กับมัน แล้วฉันควรทำอย่างไร? เวลาที่ความเจ็บปวดมันถาโถมเข้ามาประดั่งคลื่นยักสึนามิ ฉันทำได้แค่ร้องไห้และกอดตัวเอง ..


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีคะ 
ที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาจากเตียงเน่าๆของตัวเอง มาเขียนเพื่อบอกเล่าความรู้สึกของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าคะ
หลายคนอาจจะหนักกว่าเรา หรืออาจจะเจอปัญหาแตกต่างกันออกไป แต่อยากเป็นคนหนึ่งที่อยากบอก 
ผู้ป่วยโรคนี้ว่า คุณไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะ อย่างน้อยก็มีพวกเรานี้แหละ ที่จะสู้อยู่ด้วยกัน และอยากเป็นปลายกระบอก
ที่บอกให้คนภายนอกที่อาจจะยังไม่เข้าใจหรือว่าอาจจะเข้าใจแล้วแต่ก็ยังเข้าไม่ถึง ให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกตรงนี้คะ
อาจจะไม่ใช่บทความที่ดี แค่ก็หวังว่าจะมีประโยชน์บาง อย่างน้อยหากใครที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเอง
หรือคนรอบข้าง อย่างน้อยอยากให้คนรอบข้าง ช่วยเหลืออยากถูกวิธีคะ ส่วนตัวคิดว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่คิดมากในการจะไปหาหมอ
แต่ว่า ผู้ใหญ่บางส่วนอาจจะยังมีมุมมองที่แตกต่างและยังไม่เข้าใจอีกมาก โดยเฉพาะตัวดิฉันเองที่เจอมากับตัว
ยังไงก็ขอสร้างประโยชน์แม้ว่าจะมีอยู่นัอยก็ตาม ขอบคุณคะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 10 ม.ค. 62 / 17:05

บันทึกเป็น Favorite


แด่โลกสีเทาที่ไม่มีใครเข้าถึง
วันที่10 มกราคม 2562
มันยากนะ ที่จะต่อสู้กับความรู้สึกแย่ๆของตัวเอง ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีใครต้องการ บางทีเราเองยังตอบคำถามคัวเองไม่ได้เลย ว่าเราต้องการอะไร หรือตัวเราเป็นอะไร? เวลาเราปรึกษาหรือต้องการความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เขาก็ช่วยเหลือเราในรูปแบบที่เขาคิดว่าเขาช่วยแล้ว แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราไม่ได้ต้องการให้ใครมารู้สึกเข้าใจเรา เพราะเราเคยยืนในจุดที่ไม่เข้าใจโรคซึมเศร้า เมื่อเรามายืนในจุดที่เข้าใจโรคซึมเศร้า เราจึงรู้ว่าเขาไม่สามารถมายืนในจุดที่เรายืนได้ เราไม่ขออะไร เพียงแค่อยากให้ยืนข้างๆและช่วยเหลือเราอย่างถูกต้องเท่านั้นเอง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ  ไม่รักตัวเองบ้างละ ไม่ได้เป็นซึมเศร้ามึงแค่เครียด เป็นโฮมซิก บ้างละ เป็นคนคิดเยอะบ้างละ ถามคำเดียว ทั้งหมดที่กุอดทนให้มีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้กุยังอดทนไม่พออีกหรอ?
     ทุกอย่างมันดูแย่ไปหมด ยิ่งตะโกนเท่าไหร่เหมือนยิ่งห่างไกลออกไปมากเท่านั้น มันวนอยู่ที่เดิมซ้ำซาก อยากให้รับรู้ไว้ว่า พวกเราไม่ได้อยากจะจมอยู่ในวนเวียนแบบนี้หรอก แต่เราติดอยู่ในน้ำวนที่ออกมาเองไม่ได้ ไม่มีใครอยากจะทนทุกข์หรือหยิบยืนความตายให้ตัวเอง เราทุกคนรักตัวเองในรูปแบบที่แตกต่างต่างกันไป เรามีคนที่เรารักและรักเรา แต่เราเลือกเองไม่ได้ เหมือนเวลาคุณหิวข้าวคุณเลือกที่จะหิวหรือ? หรือเวลาคุณเป็นโรคอะไรสักอย่าง คุณเลือกที่จะเป็นหรือ? เราเองก็เช่นกัน  เราตื่นมาด้วยความรู้สึกที่ดิ่งลงลึกและยากที่จะลุกขึ้นมา ถ้าคุณมีคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้าแล้วถ้าคุณเห็นรอยยิ้มหรือความร่าเริงอันนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่ามันคือ “ของปลอม”
ฉันเองคนหนึ่งที่ฝืนยิ้มเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข ฉันต้องทำเพื่อให้พวกเขาไม่กังวล แล้วจะยังบอกอีกมั้ยว่า เราไม่คิดถึงคนข้างหลัง หลังจากที่ต้องหลอกคนรอบข้างว่าไหวแล้ว เราเองที่ต้องมาทรมานทุกครั้ง เพราะมันยิ่งดิ่งลงไปลึกเกินกว่าที่จะตะกายตัวเองขึ้นมา  ฉันต้องการที่จะรักษาตัวเอง แต่น่าเสียดายที่คนรอบข้างของฉันเขาไม่ได้กระตื้อรื้อรนที่จะฉันไปหาหมอ แต่เขาเลือกที่จะปรึกษาผู้คนรอบข้างและแน่นอนแหละว่า คำตอบมันย่อมออกมาหลากหลาย หนึ่งในนั้น คือ โรคโฮมซิก อาจจะเป็นเพราะว่าฉันมาเรียนต่อต่างประเทศ มันเลยทำให้เขาเข้าใจว่า ฉันน่าจะเป็นโรคนี้ เพราะมันดันมีบางจุดที่คล้ายกัน เช่น ไม่อยากเข้าสังคม เบื่อ เศร้า กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่จุดที่ต่างกันชัดเจน คือ โรคโฮมซิก คือไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนของโลกคุณจะคิดถึงบ้าน คุณอยากกลับบ้าน คุณคิดว่าบ้านคือที่สงบสุดแล้ว ตอนนั้นที่ฉันได้ยินคำตอบจากคนในครอบครัวว่า ฉันน่าจะเป็นโรคโฮมซิก โดยพวกเขาไม่ได้ถามหมอสักคำ ฉันคิดในใจเลยว่า ไอ้โรคโฮมซิกอะไรนี้ มันดิ่งจนอยากตายด้วยรึป่าว?  ก่อนอื่นโรคซึมเศร้าอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุแต่ที่แน่ๆคือ โรคนี้มันเกิดจากการทำงานของสื่อประสาทในสมองผิดพลาดจึงทำให้พวกเขาเศร้าและทุกข์ทรมานโดยที่พวกเขาเลือกไม่ได้ มันก็เหมือนกับหลายๆโรคที่มีสาเหตุต่างกันไป แต่แค่เรามองไม่เห็นชัดเจนนักจากทางกายภาพ มันจึงทำให้ภายนอกเราคือ คนที่มีสุขภาพดีปกติครบทุกอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ครอบครัวของฉันปักใจเชื่อเช่นนั้น ฉันเองก็ได้แต่บอกตัวเองว่า มันคงจะยากแล้วแหละที่จะให้พวกเขาช่วยเหลือฉัน. 
     มีคำๆหนึ่งที่มักใช้ได้เสมอในทุกยุคทุกสมัยคือ ตัวเรารู้จักตัวเองดีที่สุด ใช่ ฉันรู้จักตัวเองดีว่าตอนนี้ฉันเป็นอะไร สมัยนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อน ข้อมูลหรือความรู้ต่างๆมันหาได้ง่ายๆทางอินเตอร์เน็ต ฉันเริ่มทำแบบสอบถามต่างๆตามเว็บที่น่าเชื่อถือของโรงพยาบาลและพบว่าฉันเข้าเกณฑ์เป็นโรคซึมเศร้า แต่เมื่อฉันบอกกับคนในครอบครัวและให้ผลจากการทำแบบทดสอบนั้นให้พวกเขาดู กลับกลายเป็นว่า ฉันเอาตัวเองหมกมุ่นอยู่กับมัน ฉันไม่รู้ว่าผู้ป่วยคนอื่นๆจะพยายามบอกคนรอบข้างแบบฉันหรือไม่ แต่สำหรับฉันที่ทำไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจ แต่ที่ฉันทำเพราะมันคือการแสดงออกว่าฉันรักตัวเองและฉันกำลังสู้กับมัน แต่ฉันไร้กำลังที่จะสู้กับมัน แล้วฉันควรทำอย่างไร?  เวลาที่ความเจ็บปวดมันถาโถมเข้ามาประดั่งคลื่นยักสึนามิ  ฉันทำได้แค่ร้องไห้และกอดตัวเอง เมื่อการกอดตัวเองไม่ได้บรรเทาฉันก็เลือกที่จะทำให้ร่างกายเจ็บเพื่อจะลดความเจ็บปวดทางจิตใจ แผลแล้วแผลเล่า เป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ ฉันไม่รู้ว่าสุดท้ายจุดจบของฉันมันจะไปจบที่ตรงไหน ฉันไม่มั่นใจในตัวเองเสียเลย แต่ฉันคิดว่าถ้าวันหนึ่งฉันต้องตายจากไป ฉันอยากบอกเล่าสิ่งที่ฉันเผชิญ อยากบอกโลกภายนอกที่สดใสนี้ว่า โลกสีเทาของพวกเราๆเข้าใจว่ามันยากที่พวกคุณจะเข้าใจ ไม่เป็นไร แต่ขอแค่ใช้ใจฟัง และช่วยเหลือพวกเขาอย่างถูกต้อง อย่าได้อาย ที่ลูก หลาน หรือคนรักของคุณ จะเป็นโรคนี้ อย่าให้ความอายของคุณหรือความไม่เข้าใจอย่างแท้จริง มาทำให้คุณละเลยคนที่คุณรัก เพราะเวลาที่พวกเขาจากไปแบบไม่มีวันกลับ ตอนนั้นแหละ คุณจะเข้าใจอย่างดีเลยหล่ะว่าความทรมานมันเป็นอย่างไร?

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Skmecury จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น