คัดลอกลิงก์เเล้ว

[นิทานปรัมปรา] ชุด สาวน้อยหมวกแดง

นิทานธรรมดา เนื้อเรื่องที่ธรรมดา และตัวละครที่ธรรมดา และจบลงอย่างธรรมดา

ยอดวิวรวม

45

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


45

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 เม.ย. 58 / 16:54 น.
นิยาย [Էҹ] ش ǹǡᴧ [นิทานปรัมปรา] ชุด สาวน้อยหมวกแดง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เข้ามา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 เม.ย. 58 / 16:54


{{ สาวน้อยหมวกแดง }}
 

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ภายในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนภูเขาใหญ่ ล้อมรอบด้วยป่าทึบที่สูงเกินกว่าจะมองเห็นโลกภายนอกได้ ยังมีครอบครัวที่แสนสุขเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะทุกเมื่อเชื่อวัน และยิ่งมีความสุขมากกว่าวันไหนๆ เมื่อวันนี้ภรรยาสาวแสนสวยได้ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยน่ารัก เด็กน้อยถูกตั้งชื่อเอาไว้ว่า “อาร่า”

         

          เวลาสามปีถัดมา เด็กน้อยควรที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา..เหมือนอย่างครอบครัวอื่นๆ เพียงแต่ว่า แม่ของเธอก็ได้ตายจากไป พ่อของเธอก็ดู เปลี่ยนไป...จนเหมือนเป็นคนละคน

 

          พ่อของเธอมักจะหงุดหงิดง่ายขึ้น ถ้าเธอทำอะไรผิดแม้เพียงเล็กน้อย เธอก็จะถูกตีไปซะหลายที อีกทั้งเนื่องด้วยเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และหมู่บ้านของเราก็เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ไร้ชื่อเสียง ไม่นานนักพ่อก็ถูกปลดตำแหน่งในหน้าที่การงาน...พ่อตกงาน จากนั้นวันวันหนึ่งพ่อก็จะไม่ทำอะไรเลย นอกจากการนั่งดื่มเหล้าที่ร้านเหล้าประจำหมู่บ้าน

 

          ต่อมา เด็กน้อยตัวเล็กคนนั้นได้เติบโตขึ้นขึ้นเป็นเด็กสาวแสนสวย และยิ่งมีใบหน้าคล้ายกับผู้เป็นแม่ของเธอ...ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธอเกิดมาได้สามปี ...นี่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์วันนั้น วันที่อาร่าถูกทำร้ายอย่างทารุณโดยพ่อของเธอเอง เพียงแค่วันนั้นที่เธอร้องไห้อ้อนวอน เพียงแค่วันนั้นที่เธออยากให้แม่กลับมา เพียงแค่วันนั้นที่พ่อทิ้งเธอไป

 

          เพียงแค่วันนั้นเพียงวันเดียว ที่ทำให้เด็กสาวที่เคยที่รอยยิ้มสดใส ต้องกลายเป็น เด็กสาวที่เฉื่อยชากับทุกสิ่ง ราวกับเป็นผีตายซากที่ภายใต้หน้าอกกลวงโบ๋ ไร้ซึ่งหัวใจ

 

          เวลาสิบหกปีต่อมาไวราวกับเรื่องโกหก อาร่าใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ อย่างไร้จุดมุ่งหมาย เธอได้รับความสงสารจากผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง เธอจึงได้เป็นบุตรบุญธรรมของคนคนนั้น เธอได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งหนึ่ง เธอได้พบเจอผู้คนมากมาย ซึ่งพร้อมที่จะมาเยี่ยวยาหัวใจอันตายด้านของเธอ

 

          แต่เด็กสาวกลับไม่สนใจใยดีในสิ่งเหล่านั้น เธอก็ยังคงทำตัวแบบเดิมๆ ถึงแม้ว่าจะน่าเสียดายรูปลักษณ์แสนสวยงามของเธอ ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ เพียงไม่นานจำนวนขุนนางที่เดินทางมาสู่ขอตัวอาร่าไปเป็นภรรยาก็ลดหายตายจากไป แทบจะในทันทีที่พวกเขาได้เห็นอาร่า

 

          เด็กสาวที่เคยมี

 

ผิวขาวใสราวกับไข่มุก

ดวงตากลมโตสีฟ้าใสเปล่งประกาย

                             ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับลูกเชอร์รี่

                                                เรือนผมตรงยาวสยายถึงสะโพกสีบลอนด์ทอง

 

บัดนี้กลายเป็น

 

ผิวขาวซีดราวกับซากศพ

                             ดวงตาเรียวเล็กที่หรี่มองอย่างหม่นหมอง

                                                ริมฝีปากซีดที่แห้งกรังและแตกแขนง

                                                                    เรือนผมยุ่งฟูเปื้อนโคลนที่ถูกตัดสั้นประบ่าอย่างลวกๆ

 

          เหนือสิ่งอื่นใด อาร่าได้สวมคลุมตัวโคร่งปิดบังร่างกาย และสวมฮู้ดสีแดงคลุมหัวของเธออีกชั้นหนึ่ง นั่นยิ่งทำให้เหล่าผู้ที่พบเห็น ต่างไม่อยากเข้าไปเฉียดใกล้และพากันหลีกหนีอาร่ามาตลอด

 

          อาร่าได้ฉายาจากเด็กๆ ภายในหมู่บ้านว่า “แม่มดหมวกแดง”

 

          เมื่อเริ่มมีข่าวลือ ก็เริ่มมีคนถ่ายทอดกันเป็นลูกโซ่แบบปากต่อปาก เพียงไม่นานนัก อาร่าก็ถูกตราหน้าว่า เป็นแม่มดร้ายน่ารังเกียจ เธอเป็นตัวซวยที่ต้องถูกกำจัดออกไปให้พ้นพ้นจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

 

          แน่นอนว่า มีคนเกลียดก็ต้องมีคนรัก

 

          อาร่าได้ถูกช่วยจากการตามล่าของคนในหมู่บ้าน จากผู้ใหญ่ใจดีคนนั้น ผู้ที่ได้รับเลี้ยงเธอในฐานะบุตรบุญธรรม เขาพาอาร่าไปอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้เล็กๆ กลางป่า แล้วก็จากไป ไม่เคยกลับมาหาเธออีก..ทิ้งเธอไว้ภายในป่าอันว่างเปล่าแห่งนี้

 

          อาร่าใช้เวลาเพียงไม่นานนักในการปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ บางทีการที่เธอถูกไล่ออกมาแบบนี้มันก็ดีนะ เมื่อเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เธอรู้สึกสงบมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยหากมีใครมาเห็นเธอตอนนี้ ก็คงไม่นึกว่าเธอเป็นผีดิบ..อะไรนั่นอีกแล้ว

 

          “บ็อก บ็อก” ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาจากความมืด สองมือยกขึ้นขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มมองหาต้นเสียงของเสียงประหลาดที่ได้ยิน

 

          “บ็อก บ็อก” สายตาก็จับจ้องไปทางประตูหน้า ที่เริ่มมีเสียงตัวอะไรกระแทกประตูแรงขึ้น แรงขึ้น

 

          “ใครเหรอคะ?” ฉันลุกลงจากเตียงหลังเล็ก แล้วเดินตรงไปยังประตูหน้าที่ใกล้เพียงไม่กี่ก้าว

          พลั๊กกกก ทันใดนั้นเอง

          “แฮก แฮก แฮก แพร่บบบ” เจ้าหมาน้อยตัวเขื่องที่มีขนาดตัวใหญ่ประมาณครึ่งตัวของฉันก็พุ่งเข้ามา ทำเอาฉันล้มลงไปนอนราบกับพื้น แถมยังมาเลียกันอีก!

 

          “ห..หยุดก่อนนะ เจ้าหมาน้อย เรามาจากไหนกันหือ?” หมาน้อยมองหน้าฉันอย่างฉงนราวกับไม่เข้าใจคำพูด และมันก็ตั้งหน้าตั้งตาเข้ามาเลียฉันต่อ ไล่ตั้งใบหน้าลงไปถึงลำคอ ทำเอาฉันใช้มือดันผลักเจ้าหมาน้อยนี่ออกจ้าละหวั่น

 

          “นี่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ! รู้ไหม?” ฉันพูดเสียงดัง ออกแนวบ่นซะมากกว่า

 

          “...บะ..บ้อก” หมาน้อยเสียงเบาลงด้วยความที่ถูกฉันบ่น ดูแล้วก็น่าสงสารจัง

 

          “งั้นให้แค่วันนี้วันเดียวนะ เอ้า มานี่มา...อุ๊บ!!” เมื่อฉันพูดเสร็จ หมาน้อยก็เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดพุ่งชาร์จเข้าใส่ฉันอย่างจัง ทำเอาฉันอดบ่นด้วยความเอ็นดูไม่ได้

 

          จากวันนี้ชีวิตของฉันก็มีสีสันมากขึ้น พวกเรามักจะออกตระเวนไปตามแนวชายป่าด้วยกัน บ้างก็ไปเล่นน้ำที่น้ำตกเจ็ดชั้น บ้างก็ไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่บนยอดเขา

 

          วันเวลาแห่งความสุขที่ฉันไม่เจอมันมานาน ตั้งแต่ฉันยังเด็ก และฉันก็หวังว่า มันจะไม่หมดลงภายในเร็วๆ นี้นะ

 

          “ฉันจะไปเก็บดอกไม้ตรงนั้นนะ เราว่าดีไหมละ..หมาน้อย บ้านเราจะได้มีดอกไม้สวยๆ ใส่แจกันไง” ว่าแล้วฉันก็วิ่งไปที่ทุ่งดอกไม้สีขาวที่เห็นอยู่ไม่ไกล โดยที่ไม่ทันระวัง ด้านหน้าของฉันก็ปรากฏร่างหมาป่าตัวใหญ่ที่สูงสักสองเมตรยืนจังก้าอยู่ ฉันได้แต่นั่งอึ้งและขยับตัวไม่ได้อยู่ตรงนั้น

 

          “แฮ่ แฮ่ แฮ่งงงง!!” แล้วหมาน้อยก็มาช่วยฉัน มายืนอยู่ข้างหน้าฉัน คอยปกป้องฉันที่นั่งอยู่ข้างหลัง ทั้งๆ ที่ขาตัวเองก็สั่นแท้ๆ!

 

          “โฮกกกกก” แล้วหมาป่าก็พุ่งเข้ามาเพื่อขย้ำร่างเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้าฉัน!!

 

          ติ๋ง ติ๋ง

 

          ติ๋ง

 

          เสียงใสของหยดน้ำหยดลงบนพื้น แล้วสาดกระเซ็นไปโดนดอกไม้สีขาวและย้อมมันให้กลายเป็นสีแดงดั่งสีของเลือดสด น้ำใสๆ ไหลออกจากดวงตาสีฟ้าที่กลับมาใสและเปล่งประกาย

 

          “ดะ..ดีจัง เราไม่เป็นอะไรนะ? อึก!” แย่จังเลย..แบบนี้ก็พูดไม่สะดวกน่ะสิ ฉันมองหมาน้อยด้วยความรักใคร่เอ็นดู พร้อมกับปลอบประโลมหมาน้อยที่สั่นเทาตัวนี้ให้สงบลง ถึงแม้ว่ามันจะสั่นมากขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดก็ตาม

 

          “บ็อก...บ็อก!!” เสียงหมาน้อยที่ร้องมาอย่างเป็นห่วง แต่ว่าทำไม? ถึงฟังดูเบาจังเลยนะ เมื่อเช้าฉันให้กินเข้าน้อยไปหรือเปล่านะ?

 

          “ฉันนี่..ช่างเป็นเจ้าของที่แย่ซะจริงๆ นะเนี่ย” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันได้พูดออกไป ก่อนที่จมลงสู่ความมืดมิด...อีกครั้งหนึ่ง

 

          เพียงไม่นานนัก ทุกอย่างก็หยุดนิ่งราวกับไร้สิ่งสั่นไหว รวมถึงร่างเด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดที่ย้อมที่ด้วยเลือดสีแดงสดของตัวเธอเอง ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มครั้งสุดท้าย ยังคงตราตรึงอยู่ภายในสายตาของผู้เฝ้ามอง

 

          และหมาน้อยตัวนั้น ตัวที่ไม่มีกำลังพอที่จะปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเองได้ หมาน้อยตัวนั้นสั่นเทา และไม่อาจทำอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้ได้อีกแล้ว

 

          “เจ้าผู้ขี้ขลาดเอ๋ย เจ้าเองก็ต้องการกำลังอยู่หรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ ซึ่งทำให้หมาน้อยละความสนใจจากผู้เป็นนายมาได้ชั่วครู่

 

          “มานี่สิ แล้วเจ้าจะได้กำลังอย่างที่เจ้าต้องการ”

 

          “..............” หมาน้อยเดินเข้าไปหาคนตรงหน้า ซึ่งเขาค่อยๆ เอามือมาแตะบนหน้าผากของหมาน้อย ทันใดนั้นแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว และซึมหายลงไปในหน้าผากของหมาน้อย เขาเห็นดังนั้นแล้วจึงจากไป

 

          จากนั้นร่างของหมาน้อยก็เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยที่ขาหนังและขาหลังของมันเริ่มยาวขึ้น จนสามารถพับและงอได้ หน้าของมันเรียวยาวขึ้น ขนบนตัวเริ่มหายไปหลายจุด ผิวหนังสีเทาเริ่มเปลี่ยนมาเป็นสีเนื้อ จนในที่สุด ร่างที่เปลี่ยนจรเสร็จสมบูรณ์ของหมาน้อยก็คือ ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

 

          “อ๊า อ๊ากก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” เสียงร้องของหมาน้อยในวันนั้น ดังกังานราวกับจะใช้แทนเพลงสวดส่งดวงวิญญาณให้อาร่า ซึ่งได้จากไปอย่างสงบ

✟ Rest In Peace

…DNE EHT…

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ใบพัดกังหันลม จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น