[fic my hero academia/BNHA] What if I’m Kaminari

ตอนที่ 23 : บัคตัวที่ยี่สิบเอ็ด ฝึกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    8 เม.ย. 63



 

วันแรกของการฝึกงานไม่ได้มีอะไรมาก ก็เขาไปพบกับฮีโร่เอ็นเดเวอร์ หรือเอ็นจิซัง—เจ้าตัวให้เรียกแบบนั้น คนที่มีหนวดลุกเป็นไฟมองประเมินเขาขึ้นๆลงๆสองสามทีแล้วหันไปมองลูกชายตัวเอง มองไปมองมาจนพอใจก็บอกให้ไซด์คลิกของตัวเองพาเราเดินชมตึกแล้วก็พาไปที่พัก ห้องพักของฮีโร่ฝึกงานที่นี่ก็เหมือนของไซด์คลิก เห็นว่าฮีโร่อันดับสองไม่ค่อยรับใครมาฝึกงานเท่าไหร่

 

แล้วก็จริงๆแล้วโชโตะคุงที่เป็นลูกชายก็มีห้องส่วนตัวอยู่ที่นี่แล้วนะ แต่คนหัวสองสีบอกว่ามันไม่เท่าเทียมเลยมานอนห้องพักข้างๆกัน

 

ตกเย็นก็มีการตรวจตารอบเมือง เป็นเมืองที่กว้างจังเลยนะ แถมมีฮีโร่อยู่เยอะด้วย คนเราชอบคิดว่าถ้ามีฮีโร่เยอะวิลเลินจะน้อย แต่จริงๆแล้ว ถ้ามีฮีโร่เยอะวิลเลินก็จะเยอะตามด้วยเหมือนกัน สองอย่างนี้มันแยกกันไม่ได้ ถ้าไม่มีวิลเลินฮีโร่ก็ไม่มีงาน แต่ถ้าไม่มีฮีโร่ก็อาจจะไม่มีคนที่ผิดหวัง ถูกทอดทิ้ง รู้สึกไม่เท่าเทียม จนกลายเป็นวิลเลินเลยก็ได้—จริงๆก็มีทฤษฎีนึงที่เขาเคยอ่านเจอ ในหนังสือเล่มนั้นบอกเอาไว้ว่าจริงๆแล้วฮีโร่เป็นสร้างวิลเลินขึ้นมาให้ตัวเองมีงาน ไม่ก็โยนความผิดให้แล้วเข้าไปจับกุมเพื่อให้ตัวเองมีชื่อเสียง…

 

‘คนเราไม่มีใครขาวบริสุทธิ์หรือดำสนิทได้หรอก จะมีก็แต่สีเทาที่เข้มหรืออ่อนต่างกันไปเท่านั้น’ —เขาเชื่อว่าถ้าไม่ใช่เด็กทารกแรกเกิดแล้วล่ะก็ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางขาวบริสุทธิ์ได้ เพราะคนเรามีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเห็นแก่ตัว’ อยู่ไงล่ะ

 

อาจจะดูเป็นความคิดที่แปลกไปหน่อยแต่เขาค่อนข้างเห็นใจวิลเลินนะ มีอยู่ไม่น้อยเลยที่ไม่ได้อยากเป็นแต่บริบทของสังคมทำให้จำเป็นต้องเป็น ฉนั้น เขาก็อยากจะเป็นฮีโร่ใต้ดินที่ได้ช่วยคนจริงๆ —ช่วยทุกคนที่กำลังเรียกหาความช่วยเหลือโดยไม่แบ่งแยก ไม่ให้มีใครต้องมาสูญเสียคนที่รัก หรือครองครัวไปเหมือนตัวเขาอีก ถึงตัวคนเดียวจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ว่าก็จะไม่ทิ้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือที่อยู่ตรงหน้าแน่นอน

 

 

การเดินตรวจตารอบเมืองอนุญาตให้ใส่ชุดคอสตูมได้เพื่อความคล่องตัว เขาเดินตามหลังเอ็นจิซังข้างๆกับโชโตะคุง ตามข้างทางไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น จริงก็เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงดึกมากด้วยล่ะ ยังไม่ได้เวลาออกมาเพ่นพ่านของวิลเลิน —จริงๆเขาคิดว่าถึงเดินตรวจเวลานี้ไปก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่ แถมถ้ามาเดินแบบนี้ทุกวันเขาว่าวิลเลินที่มีสมองหน่อยก็คงจำตารางเวลาเดินตรวจได้ ถ้าอย่างนั้นการที่วิลเลินจะทำอะไรก็ง่ายขึ้นมากเลยนะเพราะรู้ตำแหน่งที่ฮีโร่จะไปอยู่แล้วนี่นา

 

 

 

เมื่อตรวจตาเสร็จเอ็นจิซังก็ปล่อยให้พักผ่อนอิสระ เขาไปอานำ้สระผมที่ห้องนำ้ชายตรงสุดทางเดินชั้นนี้ เดินกลับห้องพร้อมผ้าเช็ผมที่คลุมอยู่บนหัวเปียกๆ ก็สวนทางกับโชโตะที่ไปคุยกับพ่อตัวเองมา

 

“อาบนำ้สบายตัวมั้ย” ฝั่งคนหัวสองสีเริ่มทักมาก่อน —น่าแปลกนิดหน่อย

 

“อืม อาบนำ้หลังเหนื่อยมาทั้งวันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ” เขาตอบพร้อมกับกดตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ริมทางเดินกลับห้อง “โชโตะคุงก็ไปอาบนำ้เถอะ ฉันจะกลับห้องแล้ว เราอยู่ห้องติดกันมีอะไรก็มาเรียกได้นะ”

 

 

เดินกลับมาถึงห้องตัวเองก็ขยี้ผมให้พอหมาดๆแล้วกละโดดขึ้นเตียง มาฝึกงานแบบนี้ไม่มีเวลาลงคลิปเลย ถึงจะมีอัดสำรองไว้แล้วฝากฮิโตชิลงแต่ว่า คงไม่ได้ไลฟ์สตรีมเกมลงแบบที่ทำประจำแน่ แต่เรื่องแค่นี้คงไม่ถูกสงสัยหรอกใช่มั้ย …ใช่มั้ย?

 

นอนกลิ้งไปกลิ้งมาไถโทรศัพท์อยู่บนเตียงก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

“เข้ามาได้เลย ไม่ได้ล็อก”

 

ได้ยินเสียงประตูเปิดแล้วก็ปิดลง ไม่ได้หันไปมองเพราะคิดว่าเป็นโชโตะคุง แต่พอเข้ามาแล้วไม่ได้ส่งเสียง หรือเดินเข้ามาใกล้ จึงหันไปมอง

 

“เอ็นจิซัง?” แปลกใจจริงๆ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนคนนี้

 

เขารีบลุกขึ้นมานั่งให้เรียบร้อย ปั้นหน้าจริงจังแล้วก้มหัวทำความเคารพ

 

เอ็นจิซังยกมือขึ้นประมาณว่าไม่เป็นไร แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือที่ปลายเตียง

 

“ฉันมีเรื่องจะคุณกับเธอน่ะ ไม่เกี่ยวกับงานหรอก”

 

“ครับ” เขาพยักหน้าตอบ

 

“ก็แค่อยากจะขอบคุณเรื่องที่ทำให้เจ้าลูกชายยอมใช้ข้างซ้ายน่ะ” เอ็นจิซังพูดอย่างจริงจังแล้วก้มหัวให้นิดๆ —จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีขนาดนั้นนี่นา

 

“ไม่ครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย” เขารีบส่ายหน้าตอบพัลวัน “เรื่องนั้นต้องไปขอบคุณอิซึคุคุงสิครับ มิโดริยะ อิซึคุคุงน่ะ ผมไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะครับ”

 

จะให้รับไว้ได้ไง คนที่เป็นคนพูดจนคนหัวสองสียอมใช้ข้างซ้ายน่ะคืออิซึคุคุงนะ เขาไม่ได้ทำอะไร แค่ไปสะกิดซำ้อีกทีก็เท่านั้นเอง

 

“ยังไงก็ต้องขอบคุณเธออยู่ดี” คงเห็นเขาไม่ยอมรับคำขอบคุณแน่ๆเลยเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ที่โรงเรียนเจ้าลูกชายฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ”

 

เขาเล่าเรื่องที่โรงเรียนของโชโตะคุงให้เอ็นจิซังฟัง ฝ่ายนั้นฟังเงียบๆ บางช่วงก็มีแอบยิ้มมุมปากบ้าง แต่ก็รีบตึงหน้ากลับอย่างรวดเร็ว —จริงๆก็เป็นคุณพ่อที่ห่วงลูกชายอยู่นี่นา ซึนเดเระสินะ

 

.

.

.

 

 

“เดนกิ พอดีว่า—“

 

 

คุยกันอยู่เพลินๆ(ถึงจะมีเขาพูดดยู่คนเดียวก็เถอะ) ก็ถูกขัดด้วยคนที่เปิดประตูเข้ามาใหม่

 

“ตาแก่ ทำไมมาอยู่ที่นี่” คนหัวสองสีรีบเดินตรงเข้ามายืนคั่นระหว่างเขากับเอ็นจิซัง

 

เอ็นจิซังมองปราดผ่านลูกชายตัวเองแล้วเลยมาสบตากับเขา

 

“งั้นไว้คราวหน้าค่อยคุยกันต่อ” เขาพยักหน้ารับ แล้วเจ้าตัวก็เดินออกไปเลย ไม่สนใจลูกชายตัวเองเลยซักนิด

 

คนหัวสองสีเดินเข้ามาจับตัวเขาพลิกซ้ายพลิกขวา มองสำรวจตั้งแต่หัวยันเท้าแล้วย้อนจากเท้าขึ้นมามองหัวอีกที จนเขาเริ่มมึนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้พอก่อน

 

“เขาทำอะไรนายรึเปล่า” เขาส่ายหัวตอบดิ๊กๆ

 

“ว่าแต่โชโตะคุงมาหาฉันทำไมหรอ?”

 

“อยากคุย… พอดีว่ามีเรื่องจะปรึกษาน่ะ” พูดไปเกาแก้มตัวเองไปด้วย เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจขนาดนั้นเลยหรอ

 

“เอาสิ เรื่องอะไรล่ะ”

 

 

 

โชโตะคุงเล่าเรื่องปัญหาครอบครัวของตัวเองให้ฟัง ทั้งพ่อที่ไม่รักแม่ อยากจะเอาชนะออลไมท์อย่างเดียว ทั้งแม่ที่ต้องป่วยเพราะพ่อ เครียดจนถึงขั้นสาดนำ้ร้อนใส่โชโตะจนเป็นแผลเป็น… ถูกพ่อกดดันแล้วก็ใช้เป็นเครื่องมือครอบครัวเหมือนจะแตกแยกมีแต่ปัญหา

 

ฟังจบแล้วก็พอจะเข้าใจว่าทำไมก่อนหน้านี้โชโตะคุงถึงได้ปฏิเสธด้านซ้าย —อัตลักษณ์ไฟที่เหมือนของพ่อซะขนาดนั้น แต่ว่านะ…

 

“โชโตะคุง เรื่องครอบครัวฉันคงช่วยอะไรไม่ค่อยได้หรอกนะ…” คู่สนทนาทำหน้างง

 

“ฉันน่ะ เสียคุณพ่อกับคุณแม่ไปตั้งแต่พึ่งอายุได้สิบสองปี ก่อนเข้าม.ต้นพอดี” เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

“ตอนนั้นเป็นวันก่อนวันเกิด คุณพ่อคุณแม่พาฉันไปธนาคาร แล้วก็มีวิลเลินบุกเข้ามาพอดี ตอนนั้นระเบิดของวิลเลินกลุ่มนั้นเกิดลั่นขึ้นมา ทั้งคู่เอาตัวมาบังระเบิด… ปกป้องฉัน แล้วพวกท่านก็เสียชีวิตในวันนั้น”

 

เขาหันมาสบนัยน์ตาสองสีอย่างจริงจัง

 

“หลังจากนั้นมาฉันก็อยู่ตัวคนเดียว… ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด ความทรงจำของพวกท่านก็พร่าเลือนมากแล้ว” ดวงตาสีทองหลับลง กลิ่นไอความเศร้าจางๆกระจายออกมารอบๆตัว

 

“ที่จะบอกก็คือ โชโตะคุงโชคดีมากเลยนะ ที่ทั้งคุณพ่อแล้วก็คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหากัน ทะเลาะกันบ้าง แต่ยังไงก็เป็นครอบครัว การพูดคุยกันช่วยได้จริงๆนะ คุยกันโดยทิ้งอคติและทิฐิของทุกฝ่าย ถึงอาจจะไม่สามรถแก้ปัญหาได้ใรทันที แต่อาจจะเข้าใจกันมากขึ้นก็ได้นะ… คุยตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาสได้คุย อย่าให้เป็นเหมือนฉันเลย” ประโยคสุดท้ายพูดเสียงเบาหวิว

 

เงยหน้าขึ้นมาสบตากับโชโตะคุงอีกครั้ง ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

 

“ก็ไม่ได้บอกให้ไปคุยทันทีหรอก แต่ว่าถ้าลดอคติลง อาจจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้…”

 

คนตัวสูงกว่าเหมือนคิดอะไรอยู่แล้วก็จะพูอะไรซักอย่าง แต่เขาชิงตัดบทก่อน

 

“นี่ก็ดึกแล้ว โชโตะคุงไปนอนได้แล้วล่ะ ฉันก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”

 

ว่าแล้วก็ดันหลังโชโตะคุงให้ออกจากห้อง ทิ้งท้ายด้วยการบอกราตรีสวัสดิ์ แล้วปิดประตูล็อกห้อง

 

 

 

เขาคิดว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้แล้ว… มันก็ผ่านมาเกือบสี่ปี แต่ทำไมพอวันนี้มาเล่าให้โชโตะคุงฟัง มานึกถึงมันอีกครั้ง ขอบตาถึงได้ร้อนผ่าวขนาดนี้นะ

 

อุส่าคิดว่าทำใจได้ คิดว่าจะเข้าใจ คิดว่าจะไม่เศร้าหรือร้องไห้ให้กับเรื่องนี้แล้วแท้ๆ

 

นั่งลงกอดเข่า ซุกหน้าลงกับเข่าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ —จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะมาร้องไห้แบบนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่มองดูเขาจากบนฟ้ามาเห็นเขาร้องไห้ พวกท่านคงจะไม่สบายใจแน่ๆ…

 

 

 

 

.

.

.

.

.

 

คนที่ยืนพิงประตูแอบฟังคนในห้องจนถึงก่อนหน้านี้เดินกลับห้องตัวเอง ใบหน้าครุ่นคิดดูจริงจัง

 

—เป็นเด็กที่ดีจริงๆ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเขาจะได้เด็กมาสอนวิชาชีวิตแบบนี้ ตัวเล็กแค่นั้นแต่ความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่าตัวเขาเสียอีก คิดไม่ผิดจริงๆที่รับมาฝึกงานด้วย

 

มุมปากของคนตัวสูงหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม ดูเหมือนเจ้าลูกชายจะได้เพื่อนที่ดีมากจริงๆ แต่… ดูจากปฏิกิริยาตอนนั้นแล้ว —หรือจะไม่ใช่แค่เพื่อนกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

###มาลงเย็นอีกแล้ว งานยังคงเยอะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไรท์มีข่าวร้ายจะบอก

 

คือตอนแรกไรท์บอกเอาไว้ใช่มั้ยว่างานกับสอบของไรท์จะจบในวันที่สิบ แต่ว่าเมื่อกี้อาจารย์ติดต่อมาบอกว่าหลังส่งงานนี้(ที่ทำอยู่) จะแจกงานใหม่เพิ่มให้ และยังไม่ได้กำหนดเดดไลน์ไว้ด้วย

 

ฉะนั้นต้องขออภัยรีดเดอร์ทุกคนล่วงหน้าจริงๆ ถ้าเกิดต้องเลื่อนกำหนดลงนิยายแบบเต็มที่ออกไป แต่ไรท์ก็จะพยายามมาลงให้ได้วันละหนึ่งตอนนะคะ(แต่ถ้าหายไปซักวันคือโดนกองงานทับตาย) แต่ไม่ทิ้งแน่นอน

 

วันนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบก่อน ไว้เจอกันค่ะ บายยยยยยย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,140 ความคิดเห็น

  1. #1133 หนูสวยมาก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:42
    คุณพ่อดูขี้ชิปจังเลยนะคะ
    #1,133
    0
  2. #1110 Jecelyn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:23
    ลูกสะใภ้พ่ออ่ะค่ะ555
    #1,110
    0
  3. #1074 Don't disappoint (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 13:35
    พ่อรู้ทันว่ะ
    #1,074
    0
  4. #1051 25-ploy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:30

    ใช่ค่ะ!! เขาไม่ใช่เพื่อนกันแต่เป็นผั----(สัญญาณขาดหาย)

    #1,051
    0
  5. #1016 MitsukiCarto (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 06:26
    ลูกสะใภ้ในอนาคตค่ะคุณพ่อ~
    #1,016
    0
  6. #933 Panichsara (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 12:52
    ไม่ใช่เพื่อนหรอกค่ะเอนจิซัง55555555
    #933
    0
  7. #342 เจ้าแห่งการ(ดอง)นิยาย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:16

    รอนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ... คุณพ่อไฟเขียวแล้วต่อไปก็เหลือแต่ให้คุณลูกสารภาพกับคุณน้องยอมรับนี่แหละค่ะ555

    #342
    0
  8. #311 kandam007 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 12:32
    ลูกสะใภ้จ้าาา ชงคู่นี้5555
    #311
    0
  9. #310 โยชิน่อน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 06:08
    เป็นลูกสะใภ้!!!!!!
    #310
    0
  10. #309 Go-die (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:53
    ชั่วขณะหนึ่งเรือผีก็แล่นเข้าหัว...
    #309
    0
  11. #308 Light_Star (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 23:45
    เห้ยยยยยแกกก พ่อเค้าไฟเขียวแล้วอะ เหลือแกอะโชโตะะะะ
    #308
    0
  12. #307 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 23:18
    หืมมมมม
    #307
    0
  13. #306 skydown9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 22:48

    ขุนพ่อไฟเขียวแล้ว-รีบทำเลยโชโตะ!!//สู้ๆนะไรท์พักบ้างก็ดีนะเราไม่รีบ
    #306
    1
    • #306-1 skydown9(จากตอนที่ 23)
      7 เมษายน 2563 / 22:49
      *ทำคะแนนๆ//ลืมเขียน
      #306-1
  14. #305 MonthakanKasa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 22:47
    ตอนนอก"_" อยากให้ใช้คำว่าผมหรือเดนกิเเทนจะดีกว่านะคะ ใช่คำว่าเขามันเหมือนบุคคลที่สามมาเล่าเรื่องเลยรู้สึกแปลกๆ
    #305
    0
  15. #304 primmi10 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 22:39

    ฮิโตชิเรือแกกำลังจะโดนชนแล้ววว
    #304
    0
  16. #303 Android Wc (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:49
    เจ้าพ่อบ้าไฟเขียวแหละโชโตะเพราะงั้น 1 สัปดาห์ที่มีจ้องจีบเดนกิให้มีโมเม้นต์ให้ได้นะ
    #303
    0
  17. #302 sisinasi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:36
    โชโตะทางพ่อสดวกพุ้งชนเลยลูก
    #302
    0
  18. #301 Jenwaree_1037 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:27
    เอนเดฟเวอร์ดูออกนะ555 //เอาใจช่วยไรท์จากมรสุม(งาน)นะคะ
    #301
    0
  19. #300 one outs (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:26
    เตรียมต้อนรับลูกสะใภ้เลยค่าา
    #300
    0
  20. #299 Abซินthe (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:26
    เตรียมสินสอดเลยค่ะเอ็นจิซัง5555
    #299
    0
  21. #298 Aprilis34 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:25
    แหม ขุนพ่อตาดีเหมือนกันนะคะ แบบนี้จากเอนจิซังก็คงเปลี่ยนเป็นคุณพ่อ อุ๊บ ลั่น
    #298
    0
  22. #297 Barnab_y (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 21:20
    เอนจิซังค่ะ เรือมันก็มีหลายเรืออยู่นะคะ เลยไม่แน่ใจว่าจะเชียร์เรือนี้รึป่าว เพราะส่วนตัวก็อยากได้ฮาเร็มน่ะค่ะ เอนจิซังโชโตะซังอย่าโกรธกันเลยนะคะ (• ▽ •;)
    #297
    0
  23. #296 SN Sinam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:39
    ฮั่นแหน่
    #296
    0
  24. #295 HONEY QUEEN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:29
    เรียนท่านพ่อนะคะ คุณชายโชโตะอยากได้น้องเป็นภรรยา แต่น่าเสียดายที่ติดโซน ท่านพ่อช่วยน้องด้วยค่ะ
    #295
    0
  25. #294 I-Hate-Exams (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:25
    รู้สึกอยากปลอบน้องยังไงไม่รู้อ่ะ ไม่อยากให้เศร้าเลย
    #294
    0