Mon amour[ Sephcarl ] Identity V

ตอนที่ 9 : la curiosité

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62

     ร่างบางตื่นขึ้นมาในยามเช้าที่มีแสงแดดสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวโปร่ง ตางัวเงียเริ่มจับแสงแดดได้ อืม...... เมื่อลืมตาขึ้นมาเขาพบกับห้องนอนสีเทาขาวดูสง่า ตกแต่งตามสไตล์ผู้ดีมีฐานะ การก้าวเดินลงมาจากเตียงอาจจะยากลำบากนิดหน่อยสำหรับเขาเองแล้ว ที่กำลังมึนๆหัวอยู่นิดๆพลางหันมองไปรอบห้อง ที่เก้าอี้สี

ขาวนุ่มๆมีเสื้อพาดไว้อยู่สงสัยว่าจะเตรียมไว้ให้เขากระมัง....แต่น่าแปลกใจเสียจริงที่มันดูพอดีกับตัวเขาเองเสียจนอดคิดไม่ได้ว่าเคยวัดขนาดตัวไว้แล้วจริงๆ ร่างบางสาวเท้าเข้าห้องน้ำ ก่อนที่จะใช้มือกดล็อคประตู กระจกบานใหญ่ที่ทำให้เห็นรูปร่างของเขาอย่างชัดเจน เสื้อผ้าที่เขาใส่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นคนละชุดกับเมื่อคืนนี้...

เค้าไม่ได้ความจำสั้นขนาดที่จำอะไรไม่ได้ เขาจำได้ว่าเขามาที่คฤหาสถ์ของคุณโจเซฟ ในสภาพที่น่าอเน็จอนาถใจเหลือเกินเต็มทนล่ะนะ...แต่หากชุดใหม่นี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโจเซฟ...

เขาเห็นเข้าแล้วหรอ

“-/////-“แค่คิดหน้าก็ร้อนฉ่าออกมาเสียแล้ว

บ้าจริงยังดีที่เขาไม่ได้ถอดผ้าปิดปากออกและแกะยางที่รัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงออก แต่ก็เหม็นกลิ่นอ้วกชะมัด...ให้ตายสิ ขอบคุณสำหรับการมีสัมมาคารวะของชายผู้ดีคนนี้จริงๆแต่เหตุการณ์นี้มันก็ช่วยไม่ได้ที่การปิดบังใบหน้าของเขาต้องแลกมากับการดมอ้วกของตนเองล่ะนะ มือบางๆปลดผ้าปิดปากออกรีบซักล้างมันให้สะอาดทันที ก่อนที่จะชำระร่างกายที่เหนียวเหนอะหนะของตนเองให้เรียบร้อย และเดินออกมาจากประตูห้องน้ำ ‘สภาพเขาเมื่อคืนน่ะเละ...เละมากๆ’

ชายที่คลุมผ้าเช็ดตัวท่อนล่าง เผยให้เห็น

ซิกแพ็คบางๆ ผมที่ยาวประไหล่ และใบหน้าอันหวานราวกับสตรี เพียงแต่เขาเป็นผู้ชายนะ!

อย่าเข้าใจผิดล่ะ เขาสวมเสื้อผ้าที่ได้รับมาอย่างทนุถนอม เสื้อนี้มันเป็นชุดสูทสีเทาปกติที่เขาชื่นชอบในการใส่มันมากกว่าตัวอื่นๆ แต่ดูใหม่กว่า

คงออกไปจากห้องไม่ได้แล้วสินะ โดยปราศจากผ้าปิดปากนี่... ที่กำลังตากอยู่...เห้อออ

ร่างบางสะบัดผมเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง

“ดูซิมีอะไรให้ใช้บ้าง”

ที่เห็นอยู่ก็มียางรัดผมที่ไม่ใช่โบว์แบบคุณโจเซฟ

แต่เป็นแบบที่ปกติเขาใช้?บังเอิญเกินไปแล้ว

มีน้ำหอมสัก20-30กลิ่นได้ โอ้โห เยอะเกินไปแล้ว...

แต่ก็ยังดีที่รัดผมได้แล้วกันน่ะนะ...

มือที่ฉีดน้ำหอมเข้าตรงลำคอสีขาวนวลบ่งบอกได้ว่าเขาคงไม่อยากให้เจ้าตัวคฤหาสถ์ได้กลิ่นตัวของเขาเป็นแน่ ก็คุณแนร์บอกไว้นี่นะ ว่าคุณโจเซฟน่ะจมูกดีมากจึงไม่อยากให้คนแบบนั้นดูถูกเอาได้น่ะสิ

.

.

.

ไหนๆเขาก็ออกจากห้องไม่ได้ก็ขอซนหน่อยก็แล้วกัน ในมือเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมาพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน แต่ก็คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเขาเองสินะ เพราะจากปฏิกริยาคนรอบข้างแล้วถ้าเห็นคนที่รู้จักก็คงทักทายเป็นอย่างดี แต่นี่...ไม่มีใครรู้จักเขาสักคน คงเป็นสิ่งที่แสดงได้ว่าในรูปคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเอซอป คาร์ล...

ตู้เสื้อผ้าที่ดูโบราณแต่กลับไม่มีฝุ่นเกาะคงมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้เป็นอย่างสม่ำเสมอ

ขอถือวิสาสะก็แล้วกันนะ

“???”ความสงสัยเข้าครอบงำเมื่อเขาเจอชุดแบบเดียวกัน จะมีคนรสนิยมเหมือนเขาขนาดนี้เลยหรือ หรือว่าทั้งหมดที่ว่าเราอยู่ปี2018ทั้งหมดคือฝัน ฝันที่สมจริงอย่างนั้นหรือ หรือปกติเราอยู่กับคุณโจเซฟอยู่แล้ว? คำถามอยู่ในใจมากมายไปหมด แต่เมื่อเขาก้มลงไปหาของในลิ้นชักก็พบกับแมสปิดปากสีดำแบบเดียวกับเขานั่นแหละ ตอนนี้ความสงสัยยังไม่สู้กับการไปพิสูจน์ เขาจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องไปตามหาความจริง

.

.

.

.

.

.

.

.

ขาเรียวยาวก้าวมาตามทางเดินอันแสนกว้างไกล ผ่านรูปภาพมากมาย คงเป็นฝีมือของเขาเอง

ไม่ใช่ใครอื่น รูปภาพก็ดูมีชีวิตชีวาเสียราวกับมีชีวิตจริง แค่ดูก็ทำเอาขนลุกขนพองสยองเกล้าแล้ว

เขาพบประตูบานหนึ่งหลังจากที่เดินตามทางเดินมาได้สักระยะหนึ่ง เขาก็คงต้องไปสำรวจเช่นเคย...

‘เอี๊ยด’ เสียงประตูที่ดังขึ้น คาร์ลพยายามทำให้มันเบาที่สุดแล้วนะ เบาได้แค่นี้จริงๆ

เขาพบห้องสีน้ำเงินขาวที่สุดแสนจะดูเรียบง่ายแต่หรูหราดูแพง

คาร์ลเป็นเด็กขี้สงสัย และช่างอยากรู้อยากเห็น

คำพูดนี้ก็คงเป็นความจริงเช่นเคยว่าเเล้วเขาก็เดินไปที่ประตูห้องห้องหนึ่ง ตัดสินใจเปิดมันออกก่อน ไม่รู้อะไรดลใจเขาให้มาที่ห้องนี้ แต่สุดท้ายแล้วเขาเองก็ต้องทำมันอยู่ดี ด้วยความสงสัยล่ะนะ ชีวิตเขาไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วนี่...

เสียงเท้าของชายหนุ่มก้าวเดินลงไปตามบรรไดชั้นล่างห้องฉายไฟสีแดง ดูหน้ากลัวราวกับในหนังสยองขวัญ แต่สำหรับคาร์ลแล้ว เฉยๆมากเสียกว่า ความตายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วล่ะนะ

ห้องล้างฟิล์ม..ใช่ล้างฟิล์มรูปถ่าย และตอนนี้ที่เขากำลังเจออยู่ก็คงไม่พ้นรูปที่หน้าสยดสยองรูปหนึ่งของแจ็คและนาอิบ

รูปภาพของแจ็คที่ไร้หน้ากากใส่กรงเล็บเหล็กยาวน่าสะพรึงกลัวและนาอิบที่อยู่ในอ้อมแขนของชายที่สวมกรงเล็บนั่น ก็คงมีแต่อาวุธแบบนั้นสินะ ที่ฆ่าคนตายได้แถมยังรู้ถึงอนาโตมี่ของศพถือว่าความรู้รอบด้านและไม่ธรรมดาเสียจริง

ถ้าไม่ติดเสียว่าเขาเองนี่แหละที่กำลังจะเป็นเหยื่ออีกรายที่ไปพบเห็นเหตุการณ์ที่โบสถ์นั่นเข้า...

เขารีบก้าวเท้าออกมาเพราะกลัวก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับมา มือบางใช้ล็อคประตูเรียบร้อยก่อนที่จะหันหน้าออกจากประตู

“!!!!!”

“เด็กดื้อ..เจ้านี่มันช่างซนเสียจริง” ให้ตายสิเข้าของห้องดูเหมือนจะรู้เรื่องหมดแล้วสินะ

“จะฆ่าปิดปากผมหรือครับ?”

“ไม่ ฉันจะไม่ฆ่าเธอ”หน้าของฆาตรกรหนุ่มผู้นั้นถูกยื่นเข้ามาใกล้ชายหนุ่มเรื่อยๆ

“-////-!!”

“น่าแปลกใจที่เจ้าไปมีท่าทีแปลกใจ ซ้ำยังเขินอายอีกด้วย”

“อึก!”ตอนนี้คอเขาถูกกันด้วยดาบ

“เด็กน้อย ทำไมเธอถึงรั้นกับผมแบบนี้ล่ะ”

เขาปล่อยดาบลงพร้อมเดินไปที่เตียงนอนของเขา

ตบข้างๆตัวเองเพื่อเป็นสัญญานบอกให้ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเดินมานั่งด้วย ซึ่งดูเหมือนคาร์ลจะรู้มันดี

“อันที่จริง ผมตั้งใจจะบอกเธออยู่แล้วแหละ..แต่เธอดันมาเห็นเสียก่อน”

“...คุณ..ไม่กลัวผมเอาไปบอกใครงั้นหรือครับ..”

ร่างสูงผลักร่างเล็กลงบนเตียงอย่างเสียหลัก

“ถ้าเธอบอก ผมจะลงโทษเธอ...โทษฐานที่เป็นเด็กดื้อ...”เขาพูดพร้อมเอาหน้ามาใกล้

ใบหน้าบางๆสัมผัสกัน ปากของคาร์ลรู้สึกได้ถึงความอุ่นๆที่ผ่านผ้าปิดปากมา

“รับปากกับผมนะครับ..รับปาก..อย่าบอกใครนะ”

“ค...ครับ...”จะว่าเขาเขลาไร้สติปัญญาอย่างไรก็ได้แต่คำพูดเช่นนี้ถ้าไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอก

ว่ามันคล้อยตามง่ายเพียงใด และไม่ยอกก็คงรู้

เขาควรต้องเตรียมใจที่จะรับมือกับชายผู้นี้แล้วหล่ะ หากจะใจเต้นให้ฆาตรกรแล้วก็คงหันหลังกลับไม่ได้ แต่การทำงานก็ยังเป็นเหมือนเดิม เพียงแต่คงเข้าไปยุ่งกับคดีมากไม่ได้แล้ว...

.

.

.

.

.

.

.

มีเพียงสองคนที่นั่งอยู่ในโถงกินข้าวอันกว้างใหญ่ นั่นสินะ มีแค่สองคน

“ไม่ไกลไปหน่อยเหรอครับ”คนตัวสูงพูด

ก็เขาน่ะนั่งห่างกันหัวโต๊ะกับท้ายโต๊ะเลยนะ

“เขยิบมานั่งนี่สิครับ...”

“ค...ครับ!?”

“ผมพูดว่าเขยิบมานั่งนี่สิครับ...”

“...”

“หรือคุณจะมานั่งบนตักของผมก็ได้นะผมไม่ถืออะไรอยู่แล้ว...”

“ม...ไม่ครับ!”ร่างบางที่เขินอายเดินมานั่งข้างๆกับอาหารสุดหรูที่แบบว่าชาตินี้หรือชาติหน้าจะมีโอกาสได้กินหรือเปล่านะ ถ้าไม่มีชายผู้นี้มาชวนน่ะ...

การตักอาหารดูผิดแปลกไปเสียหน่อยสำหรับการกินแบบลิดใต้ผ้าปิดปากขนาดนั้นน่ะ

“ลำบากหรือเปล่าครับ...ผมหันหน้าหนีก็ได้นะ”

“ม...ไม่ต้องหรอกครับ ผมโอเค...”

“ผมเต็มใจนะ...”

“ง...งั้นช..ช่วยรบกวนทีนะครับ”ก็คาร์ลน่ะดูยังไงก็รู้ว่าหิวการกินแบบนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้กินเร็วขึ้นเสียด้วยอย่างไรแล้วก็คงต้องช่วยไปก่อนล่ะนะ

“ค....คือ...”

“ครับ?”

“คุณโจเซฟ..เห็นหมดเลยหรอครับ...”

“ครับ???”

“ที่..ป..เปลี่ยนเสื้อเมื่อวานน่ะ..เห็นหมดรึเปล่าครับ!”

“อ่า...ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่พวกโรคจิตวิตถารขนาดนั้นนะครับ”แน่นอนว่ามันคงจะดูไม่สุภาพ

บุรุษแน่ๆหากไปลุกล้ำเส้นส่วนตัวของชายหนุ่มดังนั้นไม่เสี่ยงจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

“คาร์ล ผมอยากพาเธอไปที่ๆหนึ่ง..ไม่ทราบว่าสะดวกหรือเปล่า?”

“วันนี้ล่ะก็ ผมไม่มีงานครับไปได้...”

“นายอยากรู้เรื่องของพวกเราเพิ่มไหม ขอบคุณที่ยอมรับว่าผมเป็นฆาตรกรนะ ผมล้วนมีเหตุผลอย่าเกลียดกันเลยนะครับ..”

“ถ้าผมเกลียดคุณป่านนี้ผมคงจะทำร้ายคุณทั้งแต่คุณ...”

“ครับ?”

“ป...เปล่าครับ!!”ใบหน้าเขอนอายนั่นน่ะมีใครเคยบอกเอซอปหรือเปล่าว่ามันช่างไม่ได้เนียนเอาเสียเลย

“ฮ่าๆงั้นผมก็จะไม่ใส่ใจเถิดนะครับ หวังว่าถ้าไปแล้วคุณอาจจะได้ความรู้มากยิ่งขึ้น...เกี่ยวกับพวกเรา..และตัวผมเองด้วย”

“ค...ครับ...”

.

.

.

.

.

.

ทั้งสองลงมาจากรถม้า รถประจำของท่าน

เดอร์ซอลนิเย่ร์ ที่สาวๆผู้ใดเห็นก็คงตาลุกเป็นฟืนไฟแน่ๆ

“คาร์ล...”

“ครับ..”

“เสื้อคลุมที่ผมได้ให้ไว้ ผมอยากให้คุณใส่มันนะ”

“ครับ?”

“ถือว่าเป็นคำขอร้อง ที่จะทำให้เธอปลอดภัยขึ้นมาหน่อย ฉันไม่ไว้ใจไอ้พวกเศษเดนนั่นจริงๆ”

เอาจริงๆเขาเองก็อยากใส่คู่กันด้วยนั่นแหละ มันดูน่ารักดี

“ค..ครับ”

ถึงแม้มันจะปกป้องได้ดีแต่สำหรับไอ้พวกที่แส่หาเรื่องที่ไม่ใช่เจ้าถิ่นแล้วยังอวดดีน่ะ อภัยไม่ได้จริง..

.

.

.

.

.

.

วันนั้นโจเซฟได้รับสายจากคนรู้จักคนหนึ่งคาร์ลอยู่ในอันตรายเขารู้แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ได้แค่รีบโทรไปหาแฝดนรกสองพี่น้องนั่นที่ช่วยคุมและอยู่ใกล้ที่สุดแล้ว หวังว่าจะไปช่วยทันนะ...

เขารีบออกมาจากบ้านพร้อมสวมเสื้อคลุมก่อนที่จะขึ้นรถม้าไป ไม่ทันแน่ๆได้เพียงภาวนาให้สองพี่น้องนั่นช่วยทันทีเถอะนะ ได้โปรด....

.

.

รถม้าแล่นมายาวไกลเหลือเกิน จนเขาชายตามองไปรอบนอกเห็นร้านขายน้ำหอมเจ้าประจำที่รู้จักกันดีอยู่แล้วกับรถม้าที่มีคนของเขานั่งประจำอยู่ที่แล่นออกไปพอดีเมื่อมาถึง สงสัยเขาคงต้องจอดแวะเยี่ยมเยียนสาวผู้นี้เสียหน่อย...

เสียงแรกที่ได้ยินจากปากของส่วผู้ดีคนนี้ก็อาจจะแปลกหูฟังไม่สบายหูเสียหน่อย

รอดแล้วกู..

“ไม่ทราบว่ารอดจากอะไรหรอครับ..?”

“ก็ท่านเดอ....”

“!!!!!”

“ก็ท่านเดอชอสจากกรมตำรวจน่ะสิคะ ตามตอแยดิฉันทุกวันจนละเหี่ยใจ คนอะไรเกาะหนึบอย่างกับปลิง”

“กระนั้นช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมคนของปมจึงไปอยู่ในรถม้าของคุณได้”

“ค่ะ...”

.

.

.

.

.

นึกแล้วก็น่าฉุนที่เจ้าสองพี่น้องนั่นดูแล้วเอซอปของเขาไม่ได้พอ ปล่อยให้เดินจนขาลากขาชา

พวกเจ้านี่นะ...

เสียงฝีเท้าก้าวเดินไปภายในกรมตำรวจ

“ลมอะไรหอบนำท่านเดอ์ซอลนิเย่ร์ผู้สูงส่งมาถึงนี่กัน...”น้ำเสียงประชดประชัดของสารวัตรสก็อตแลนยาร์ดดังขึ้น

“ข้าแค่มาคุมนักโทษ ที่ทำคนของข้าเสียหาย..”

“ครานี้คงไม่สามารถอนุญาตให้ท่านลงมือเองได้ โปรดเข้าใจ”ก็ครั้งที่เเล้วเขาน่ะเล่นเอาเจียนตาย

“ครับ ผมทราบดี...”

“กระนั้นจงตามผมมา”โจเซฟเดินตามชายผู้นั้นไปจนถึงหน้าประตูเหล็ก..

“ผมจะย้ำอีกครั้งว่าอย่าลงมือ..”

“แน่นอน..”คำสัจออกจากปากของเขาแล้วมีหรือที่จะคืนคำ สารสัตรเองก็รู้ดีจึงปล่อยเขาเข้าไปได้

.

.

.

.

.

เสียงสาดน้ำปลุกนักโทษคุมขัง11คนจากภวัง

“ตื่นมารับผลกรรมได้แล้วพวกเจ้า!”นักคุมผู้น้องตะโกนขึ้น

เสียปลดประตูห้องขังดังขึ้น

พวกมันต่างเดินออกมากรู

“ไอ้เจ้านักคุมโง่เขลา ปล่อยออกมาแล้วอย่าคิดว่าข้าจะหนีออกไปไม่ได้นะโว้ย!”

สิ้นเสียงลูกน้องของมัน10คนต่างก็วิ่งกรูมาทำร้ายอู่จิ้ว

“น้องฟ่าน!!!”

ไม่ทันใดเจ้าพวกนั้นก็เดิรกลับไปตามทางของมัน

ราวกับถูกสะกดจิต

“น่ะ...นี่มันอะไรกัน ลูกพี่!”

“ถอยไปซะ!!”หัวหน้าของพวกมันวิ่งจะไปชกปี่อ้านแต่โชคดีที่ยังหลบทันแต่ก็วิ่งไปของหลังเสียแล้ว

“กระดิ่—-“

“อ....โอ้ย!”เสียงร้องครวญดังมาจากข้างหลัง

มิใช่ใครไหน

เป็นโจเซฟที่กำลังยืนใช้มือจับข้อมือของนักโทษนั่นอยู่

“ตาเฒ่าแคระขาสั้น!”อู่จิ้วร้องขึ้น

“น้อยๆหน่อยอู้จิ้ว ส่วนสูงข้าในตอนนี้มิได้ต่างกับเจ้ามากเลย”

“หากข้ามาไม่ทันคงเสียเกียรติประวัติของพวกเจ้าเป็นแน่แท้ หยินหยาง”

“เจ้าจะลงโทษมันเองหรือไม่?”ผู้คุมคนพี่พูด

“เกรงว่างานนี้คงจะไม่ได้ เขาสั่งห้ามข้ามา”

“น่าเสียดาย เดนนรกพวกนี้เจ้าน่าจะลงมือเองแท้ๆ”

“ข้าก็เสียดายเช่นกัน”

“ตามข้ามา”

.

.

.

.

.

.

เสียงโอดครวญของชายฉกรรทั้ง11คนยังดังไม่หยุดหย่อน การทรมาณที่แสนน่าหดหู่ ใช้แส้ฟาดแล้วก็สาดน้ำเกลือใส่ พวกนี้น่ะยังเล็กน้อย

ข้อหาที่มาทำให้คนของเขาแปดเปื้อนถ้าเกิดเขาลงมือเองก็คงพิการไม่ก็มรณา โจเซฟที่นั่งดูอยู่อย่างสงบเสงี่ยมลุกขึ้น พลางเดินไปที่หัวหน้าของพวกมัน นัยน์ตาสีฟ้าที่ตอนนี้เป็นสีแดงสดช่างหน้ากลัวเหลือเกิน เท้าของเขากดทับลงไปที่อกของชายผู้นั้น...

“นี่ก็แค่คำเตือนครับ หากคุณยุ่งกับคนของผมอีก

อย่าหาว่าผมไม่เตือนเสียแล้วกัน...”โจเซฟออกแรงที่เท้า ก่อนที่ร่างหนาจะสลัดเอารองเท้าราคาแพงออกจากเศษขี้ดินชั้นต่ำอย่างพวกมัน

“อ้อแล้วก็...กรุณาจดจำชื่อนี้ไว้ในกระบาลโล่งๆของคุณด้วยนะครับ ผมน่ะชื่อ เดอซอลนิเย่ร์”

สีหน้าหวาดกลัวของพวกมันทำผมแทบคลั่ง555

พอเห็นอย่างนี้แล้วกลัว ไม่สมเป็นชายชาตรีเลยแม้แต่น้อยนิด....

.

.

.

.

ผมเดินออกมาจากที่ๆเต็มไปด้วยความโสมมนั่นก่อนที่จะเดินกลับไปกล่าวสักประโยคสองประโยคให้คุณสารวัตรที่ผมคุ้นชินเป็นอย่างดี

“ลาก่อนนะครับ...”

“อ้อ!แล้วก็ บทลงโทษของหยินหยาง ที่ผมบอกไปน่ะ วานด้วยนะครับ”รอยยิ้มบนใบหน้าที่ดูไม่จริงใจเผยออกมา มันเป็นยิ้มแบบเเสยะมากกว่า

ปกติ

.

.

.

.

.

คาร์ลเดินเข้ามาในโบสถ์แห่งหนึ่งที่ตกแต่งราวกับวิหารของชาวกรีก ช่างสวยงาม หรูหราเหลือเกิน เขาเดินตามโจเซฟเข้ามาภายใน

“มาถึงแล้วเหรอเจ้า...โจเซฟ”

“คุณรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าผมจะมา...”

“แน่นอน”

“บอกสาวกแสนรักของคุณด้วยนะครับว่าอย่าฟังคำของท่านผู้นี้มาก เขาน่ะกล่อมเก่งจะตายไป”โจเซฟเอ่ยหยอกล้อ

คาร์ลเหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนอ่า...เสื้อคลุมที่เขาคุ้นเคย คุณฮัสเตอร์? อิไล?

เพียงแต่ขาถูกแทนที่ไปด้วยหนวดปลาหมึก..ใช่หนวดปลาหมึก แต่ก็ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยนะ

คาร์ลหันกลับมาพบกับร่างของโจเซฟ ที่เป็นสีขาวดำ เป็นรอยแตกระแหงตามตัว ดูสุขุมและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน

“เจ้าหนุ่มน้อยรู้เรื่องราวหมดเเล้วงั้นสินะ...”

“ไม่งั้นข้าจะพาเขามาได้อย่างไรกัน”

“วาจากวนบาทาเช่นนี้น่าฆ่ายิ่งนัก”

“ฮ่าฮ่า เผื่อท่านจะลืมว่าฆ่าเป็มนิรันดิ์”

“ช่างน่ากริ้วยิ่งนัก!”

“ท่านฮัสเตอร์!!”

“ว่าไงหนุ่มน้อย?หืม?”

“ม...มีคนอยู่.ค..ครับ”

“ว๊าาาาา!ให้ตายสิไม่สนุกเลยน้าาา”

หมอกสีขาวปกคลุมทั่วบริเวณภายในวิหาร

ก่อนที่จะจางหายไปท่ามกลางสายตาของผู้ที่อยู่ที่นี่

ปรากฎร่างของคนที่เขารู้จักดี

“นาอิบ??”

“แจ็ค...ปล่อยนะ อึก..ฉันอายเขาาา”

“น่าน่า...อยากไปเล่นกับเพื่อนหรอครับ?”ร่างสูงปรากฎขึ้นในท่าทีที่กำลังโอบกอดภรรยาของเขาอยู่..

“อืออ!ปล่อยฉันนะ”

“ฮ่าฮ่าก็ได้ครับ แปปเดียวนะ”

“อือ รู้แล้วน่า!”

ล่องหน โอพระเจ้า นี่มันอะไรกันเนี่ย....

.

.

.

.

.

ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายที่นั่งจ้องคนของตัวเองเดินเล่นและคุยกันอย่างสนุกสนาน...จนคิดเสียได้ว่าอีกไม่นานก็คงมีชมรมแม่บ้านตามสามีกันแน่ๆ แล้วอย่าลืมชวนลักกี้มาด้วยล่ะฮ่าฮ่า

“ดูท่าสนิทกันไวเหลือเกินนะ”แจ็คพูดขึ้น

“เอซอปดูพูดคุยได้เยอะขึ้นมากเจ้าว่าไหม”ชายเสื้อคลุมสีเหลือง

“ตั้งแต่17ปีที่แล้วที่เขาหายไปน่ะหรือ...เจ้ายังจำได้อีกนะ ฮ่าฮ่า”โจเซฟพูด

“คาร์ล ผมว่าเราควรไปได้แล้วนะครับ”

“อ๊ะ จริงด้วยครับ!”

“พวกเราคงต้องลาไปก่อน ท่านฮัสเตอร์ แจ็ค ไว้เจอกันคราวหลัง หวังว่าเราจะพบปะกันโดยหน้าที่ของสามีสักวันหนึ่งนะครับ ฮ่าฮ่า”ก็เหลือ นี่แต่โจเซฟนี่แหละ ที่ยังไม่ได้แต่งงานน่ะ แต่อีกไม่นานหรอกนะ เพราะคนที่เฝ้ารอก็มาถึงแล้วนี่นะ

คงสักวันหนึ่งนั่นหล่ะ...

.

.

.

.

.

.

นี่ก็คงถึงเวลาที่ต้องจากกันแล้วสินะ...

“ค...คุณโจเซฟครับคือว่ากว่าจะกลับไปนะ..”

“ครับ?”

“มันดึกหรือเปล่าครับ..คือ”

“อยากให้ผมนอนด้วยหรอครับเด็กดี”

“ม...ไม่ครับคือม...ไม่ใช่ไม่อยากแต่มันไม่สบายนะครับ มันแคบน่ะ...”

“ฮ่าๆ ผมมีคฤหาสถ์อีกหลังอยู่แถวนี้ไม่ต้องห่วงนะครับ”นั่นสินะคาร์ลสบประมาทคนรวยไปหรือเปล่า

“แต่ถ้าอยากมานอนกับผมก็ได้เสมอนะครับ...”

“-////-“โถ่อาการหน้าแดงเนี่ยอยากโยนออกไปไกลๆเลย

“ฮ่าๆไม่แกล้งแล้วครับ ผมต้องไปแล้วนะ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”

.

.

.

.

.

ชายหนุ่มผมสีเทามองรถม้าและปลายผมของชายรูปงามละไปจนสุดสายตาก่อนที่จะเดินเข้ามาในบ้านของตนเอง

“!!!!!”

______________________________________

หายไปนานเลย หลังจากที่เผลอลบนิยายและดราฟที่9หายไป กลับมาเพิ่มตอนนี้ให้แล้วนะคะ


แล้วก็รายละเอียดผ้าปิดปากด้วย ตอนก่อนอาจจะไม่ได้พูดถึงตอนกินข้าวของน้องคาร์ลค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #25 เงา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 19:20

    ใครคือผู้บุกรุกหนูจะไปฆ่ามานนนน//ถือดาบเตรียมแทง


    ปู่คงลดค่าตัวแน่เลยใช่มั้ยคะไรท์//มองไรท์ด้วยสายตา

    แปลกๆ

    ปล.ใครทำร้ายคาร์ลน้องชั้นมันจะต้องไม่ตายดี หึหึ

    //หัวเราะแบบฆาตกรโรคจิต

    #25
    0
  2. #22 Muffin_Kun (@Muffin_Kun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:58
    ชายโจ ได้บทหน่อยนี่ครองทั้งตอนเลยนะ
    #22
    0
  3. #21 นอนดึกทุกวัน (@0903660142) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:49

    ว่าตอนรำจวนแถโจเซฟว่าตลกแล้วพอเจอสมาคมแม่บ้านหยุดขำไม่ได้555+

    #21
    0