Mon amour[ Sephcarl ] Identity V

ตอนที่ 11 : le choc

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62


รถที่ออกจากบ้านของเด็กหนุ่มมาได้ไม่ไกลนัก ถูกจอดอยู่ที่ด้านหน้าของบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่ชายในคราบผู้ดีฝรั่งเศษจะก้าวขาลงไปจากรถ
‘ก๊อก ก๊อก’เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านหลังนั้น ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก
“เชิญเข้ามาก่อนสิคะ คุณเดอร์ซอลนิเย่ร์”
“ขอบคุณครับ”
“ทางนี้ค่ะ...” หญิงสาวเดินนำโจเซฟมาที่ห้องรับแขกก่อนที่ทั้งสองจะนั่งคุยกัน
“ที่ผมสั่งทำ ไม่ทราบว่าเสร็จหรือยังครับ จะได้มานำไปด้วยเลย...ไวโอเล็ตต้า
“อ้อ!...ชุดของพ่อหนุ่มสุดหล่อคนนั้นน่ะหรือ”
“ใช่ครับ...แล้วก็กรุณาเติมคำว่าของผมลงไปข้างหลังจะเป็นพระคุณมาก”
“ฮ่าฮ่า ท่านอย่าได้หึงหวงไปเลย ข้ามิได้ชอบเขาหรอก”
เด็กน้อยช่างกลอยู่ชั้นบนสินะครับ”
“รู้ดี...”
“กระนั้นผมจะไม่รบกวนเวลาของคุณมาก ขออนุญาตรับมันไปนะครับ”
“จ้ะ....”
ร่างของหญิงสาวผมยาวที่ชอบสวมเสื้อคลุมสี
หม่นๆเดินหายเข้าไปในบ้านก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับของในมือ
“นี่จ้ะ!”
“ขอบคุณนะครับ”
‘กริ๊ง กริ๊ง’ เสียงโทรศัพท์บ้านของเธอดังขึ้น...
“ขอเวลาสักครู่...”
“ครับ”โจเซฟรับคำ
เธอเดินไปที่ชั้นวางโทรศัพท์ก่อนที่จะหยิบหูขึ้นมา
“สวัสดีค่ะ ฉันไวโอเล็ตต้าเอง”
...
อู่จิ้วหรอ?มีเหตุใดกัน”
...
“อะไรนะ! เดี๋ยวข้าจะบอกเขาให้ ขอบใจเจ้ามากนะอู่จิ้ว”
เสียงของโทรศัพท์กระทบกับที่วางเป็นสัญญาณว่าถูกวางสายไปแล้ว ชายผู้ดีที่นั่งจิบชาอยู่พลางๆรับรู้เกตุการณ์ตรงหน้าอย่างสงบเสงี่ยม
เพราะถ้าเจ้าของบ้านยังไม่บอกก็ควรรอให้เป็นมารยาทสักนิด ถ้าเป็นเรื่องด่วนจริงก็คงได้ยินในไม่ช้านี้แล....
.
.
.
.
.
.
.
“คุณเดอร์ซอลนิเย่ร์....”หญิงสาวพูดขึ้นหลังจากนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามชายผมสีขาวแล้วนั่งเงียบไปครูหนึ่ง
“มีอันใดก็จงรีบบอกมาเถิดครับ หนักเบาจะได้รีบๆแก้ไข”
“ได้โปรดใจเย็นกับสิ่งที่ดิฉันต้องการจะบอกได้หรือไม่คะ?”
“เหตุใดผมจะปฏิเสธ เมื่อมาดมัวแชลก็รู้ว่าผมเป็นคนใจเย็นอยู่แล้ว”
“หากแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของเอซอปสินะคะ...”
“....”ชายเงียบไปครู่หนึ่ง ข้อนี้เขาลืมคำนึงถึงมันไปเลย แต่ก็คงต้องพยายามทำใจเย็น ไม่งั้นคงไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ผมไม่รับประกันว่าผมจะไม่ใจร้อน แต่ผมจะพยายามนิ่งให้ได้มากที่สุด เป็นอันตกลงไหมครับ”
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”
“ตอนนี้เอซอปอยู่ที่โรงพัก...เขากำลังถูกบังคับให้เป็นผู้ต้องสงสัยคดีเดอะริปเปอร์...
แจ็คนั่นแหละ อู่จิ้วบอกว่าเขาถูกยัดเยียดข้อกล่าวหา เพราะมีแฟ้มเหยื่ออยู่ในลิ้นชัก กว่าขาวดำจะรู้เรื่องพวกเขาก็เห็นหน้าของเด็กหนุ่มอยู่ตรงประตูห้องขังเสียเเล้ว...”เธอได้ยินมาจากอู่จิ้ว ที่พูดด้วยน้ำเสียงตกใจอย่างยิ่ง
“ใครกัน?ที่ทำแบบนี้..”
“คนที่ท่านก็รู้ดี...สารวัตรสก็อตแลนยาร์ด...”
ให้ตายสิ สู้กับรุ่นพ่อแล้วยังจะต้องมาสู้กับรุ่นลูกอีกหรอ เขาล่ะเบื่อหน่ายกับอะไรแบบนี้จริงๆ
ต้องมานั่งใช้ปัญญากับผู้โง่เขลา งานสบายชัดๆ
“ครั้งนี้เขาสั่งห้ามให้ท่านรู้เห็น...และเขาคงไม่ปล่อยไว้แน่ถ้าเกิดรู้ว่าอู่ฉางบอกท่าน...”
“เขาจะมีปัญญาทำอะไรได้ หึ! น่าสมเพชเหมือนกับบิดาไม่ผิดเพี้ยน”
“ท่านกำลังอารมณ์ร้อน...”เสียงนี้เตือนสติ
โจเซฟได้ก่อนที่เขาพลั้งมือทำอะไรลงไปบ้างแน่นอนว่าคงหาหลักฐานยากยิ่งกว่าริปเปอร์เสียอีก ก็เขาน่ะไม่ทิ้งหลักฐานไว้ในโลกภาพถ่ายอยู่แล้ว ก่อนจะออกมาก็มีเวลาเหลือเฟือเก็บกวาดห้องเสียด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องกลัวผู้คนที่เฝ้าหน้าห้องอีกด้วย ราวกับเป็นคดีฆาตร

กรรมในห้องปิดตาย ที่อาจจะเป็นไปไม่ได้ตามหลักทฤษฎีของเหล่านักสืบ

“เอาเถิดมาดมัวร์แชล ผมจะพยายามหาทางช่วยเขาเอง เพียงแต่ตอนนี้ผมไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี....หัวผมราวกับสมองปิดการใช้งานอย่างยิ่ง ไร้การควบคุมเหลือเกิน...”ครั้งนี้มีเอซอปเป็นเดิมพันด้วยแล้วแน่นอนว่าคิดหนักยิ่งกว่าคราที่ปราบบิดาของสวะชิ้นนี้เสียอีก
“จะต้องมีทางออกของตนเองแน่ๆเจ้าค่ะ อย่าใช้เลือดนำเขาออกมาก็เพียงพอ เป็นข้าๆคงจะไม่ภูมิใจและเคืองท่านมาก..”
“ขอบใจสำหรับการทำให้ข้าใจเย็นขึ้น...”
“ได้เสมอเจ้าค่ะ ป่านนี้เด็กของข้าและของท่านคงรอนานแล้ว...จงไปหาวิธีการช่วยเขาเถิดค่ะ
หากต้องการความช่วยเหลือสิ่งใดข้าจะช่วยท่านเอง”
“ขอบคุณมากครับ มาดมัวร์แชล...”
ก่อนที่โจเซฟจะขอลาออกมาก่อนและเตรียมตัวจะไปช่วยคาร์ล ทำอย่างไรดี?เต็มหัวเลย เขาไม่น่าทิ้งคาร์ลไว้คนเดียวเลย ทุกอย่างมันจะไม่เกิดหากเขาอยู่ด้วย แต่ให้มาโทษตัวเองตอนนี้ก็คงสายไปแล้ว เพราะฉะนั้นต้องรีบหาทางช่วยก่อน
พรุ่งนี้ค่อยบุกไปหาหลักฐานอีกทีที่โรงพักส่วนวันนี้ก็ต้องไปถามหาข่าวคราวของความโสมม ที่ที่ไอสารเลวนั่นยักยอกเงินและทำความชั่วร้ายกับสตรีไม่ต่างจากพวกนักเลงสวะพวกนั้น....
ที่ริปเปอร์ไล่เข่นฆ่าโสเภณีเป็นเพราะผู้หญิงเหล่านั้นต้องการปลดทุกข์ของตนเอง ซึ่งเมื่อมีผู้
รับเคราะห์ในการโดนกล่าวหา ก็คงไม่พ้นกับไอพวกที่ชอบทำร้ายโสเภณี ทำให้เหล่าโสเภณีรอดจากการถูกกระทำชำเราเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นสารวัตร

สก็อตแลนยาร์ดก็รู้จักกับพวกนั้นดีและพยายามแก้ต่างออกมาให้เพราะสนิทกัน ทำให้ไอพวกนั้นหลุดออกมาตากตารางทุกที

ผมว่าความไว้ใจที่ให้ไปก็คงไร้ค่าสินะ จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังไม่มีจิตสำนึกอีก
.
.
.
.
      ที่ที่แรกที่โจเซฟจะไปคือโรงน้ำชา...ฟังไม่ผิดหรอก โรงน้ำชาที่นี่ไม่ใช่ศูนย์รวมความโสมมแต่มีเพียงผู้ที่รู้เรื่องเบื้องลึกภายในส่วนของสถานบันเทิงหลายแห่งและมีเส้นสายพอควร เธอสามารถเข้าออกสถานที่บันเทิงใดได้อย่างอิสระเพียงแค่เอ่ยนามก็ทราบแล้ว ว่าเธอน่ะโด่งดังแค่ไหน แต่ถึงจะอยู่ในวงการแบบนี้เธอก็ไม่ปล่อยให้โรงน้ำชาของเธอสกปรกไปด้วยกามรมณ์ของชายที่ไม่รู้จักพอหรอกนะ ยิ่งเธอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์แด่เฮเลน่า อดัมส์เพียงผู้เดียวแล้ว สัจจะของเธอน่าเคารพยิ่งกว่าสิ่งใด มิหนำซ้ำเธอยังรังเกียจพวกผู้ชายที่น่าอัปยศอดสูพวกนั้นเสียอีก
เขาเดินเข้าไปภายในด้วยความต้อนรับของพนักงานอย่างดีที่จ้องด้วยสายตาราวกับจะกลืนกิน แต่มากสุดก็คงเป็นแค่เศษของเล่นแหละ ตอนนี้เขาเองก็มีเอซอปแล้ว ยิ่งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขายิ่งอารมณ์ขุ่นมัวเข้าไปใหญ่ พวกนางเหล่านั้นพาเขาเข้าไปในห้องรับแขก VIP ก่อนที่ประตูบานเลื่อนจะเปิดออกมา
“สวัสดีเจ้าค่ะท่านเดอร์ซอลนิเย่ร์”หญิงสาวงามในชุดกิโมโนสีชาด ในมือถือพัดปลิวไสวอยู่
“เรียกผมเช่นปกติก็ได้ครับผมไม่ถือมาดมัวแชลมิชิ-โกะ”
“เช่นนั้นก็จงเล่าธุระมาเถิดเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องด่วนแน่แท้ ที่ท่านอุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่”
“เข้าเรื่องเลยนะครับ ผมมาตามหาเบาะแสของคดีข่มขืนของสารวัตรคนปัจจุบัน”
“อะไรทำให้ท่านเปลี่ยนใจกันเจ้าคะ ทีแรกข้าคิดว่าท่านจะปล่อยเขาไปเสียอีก”
“ตอนแรกผมก็กะจะทำเช่นนั้น แต่เอซอปของผมกำลังโดนกล่าวหา เขาต้องทนอยู่ในคุก ผมต้องช่วยเขาให้เร็วที่สุด”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะพยายามช่วยท่านเท่าที่จะทำได้ ส่วนหลักฐานเกรงว่าท่านจะต้องไปหาเอง ข้าบอกได้เพียงตำแหน่งเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วครับ ช่วยบอกมาเถิด”ถ้ามันเป็นหนทางที่จะช่วยเขาได้ โจเซฟก็คงต้องยอมรับมัน
“ถนนไวท์แซน...คุณไปตรงซอกซอยนั้นจะพบกับบ้านที่มีหลังคาสีน้ำตาลอยู่...บอกเค้าว่าข้าบอกให้ท่านไปพบเขา...ขอให้ช่วยได้ในเร็วไวนะเจ้าคะ”
“ผมก็หวังเช่นนั้น มาดมัวร์แชล”
“หมดธุระแล้วดิฉันขอตัวนะเจ้าคะ”
“ครับผมก็จะไปแล้วเช่นกันคงไม่ได้อยู่นาน ขอลาเลยแล้วกัน”
“เช่นนั้นก็ลาก่อนนะเจ้าคะ”
“ครับ”
.
.
.
.
.
.
.
สายตาชายหนุ่มผมสีขาวไล่เรียงมาตั้งแต่บ้านหลังแรกยันหลังที่5เค้าพบกับบ้านหลังคาสีน้ำตาลจริงๆแล้วก็ยังมีเพียงหลังเดียว ราวกับว่าทำมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกให้คนที่จะติดต่อธุระเข้าไป
เสียงประตูไม้เก่าๆถูกเปิดขึ้น เสียงฝีเท้ารวมกับเสียงไม้ผุๆพังๆ มีหยากไย่ ดูเหมือนทิ้งร้าง
จะมีคนอยู่แน่หรือ บ้านโทรมแบบนี้ เห็นแล้วก็แขยงไม่เหมาะกับคุณชายเจ้าสำอางอย่างเขาสักเท่าไร แต่หนทางยังอีกยาวไกล ก็ต้องฟันฝ่าไปเสียหน่อย ว่าพลางเดินตรงเข้าไปพบกับห้องๆหนึ่ง น่าแปลกใจที่ว่าข้างในดูหรูหราราคาแพง
ขนาดเขาเองยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น...ราวกับคนละโลก
“นึกว่าใครท่านเดอร์ซอลนิเย่ร์ผู้โด่งดังนี่ ฮ่าฮ่า”
“....”เขามิได้ตอบอะไร
“ดูสิเจ้าคูเปอร์ มีคนดังมาหาเราแหนะ สงสัยคงต้องการความช่วยเหลือเสียแล้วกระไร”เธอพูดพร้อมกับเอามือลูบหัวสุนัขขนสีน้ำตาลเข้มตัวเล็ก
“เข้าเรื่องเลยนะครับ มิชิโกะเธอให้ผมมาที่นี่
ผมมาเพื่อหาหลักฐานการข่มขืนของเขา และผมก็รู้ว่าคุณมีมัน คุณเองก็เป็นตากล้องเยี่ยงผม คงรู้สินะครับ ถ้าเกิดเรื่องอู้ฉาวความสัมพันธุ์ของคุณกับเขาหลุดออกไป ผลกระทบชื่อเสียงของคุณจะเกิดอะไรขึ้น”
“หึ! นายนั่น ฉันรักเขาแทบตาย...เขาก็ทิ้งฉันไปทุกที มีค่าเวลามันเหงาเพียงนั้นแหละ น่าเสียดายที่งานนี้ผลกระทบทางจิตใจของฉันยังมีอยู่...ไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือถ้าจะมาพูดกันตรงๆเยี่ยงนี้?”
“ขออภัยกับความเป็นคนตรงไปตรงมาของกระผมด้วยแล้วกันนะครับ แต่เขาทำร้ายคนของผม ผมคงไม่อ่อนข้อให้”
“55555สมดั่งเป็นผู้รักความยุติธรรมและสงบจริงๆ แต่งานนี้มันไม่ฟรีนะ ถ้าคุณต้องการมัน ฉันหาให้ได้อยู่แล้ว เขาค่อนข้างไว้ใจฉันมากเลยทีเดียวเพราะคิดว่าฉันรักเขามาก แต่เขาก็ทรยศเขาทั้งๆที่ฉันยอมทุ่มทั้งกายใจให้ ไอสารเลวนั่น!”
“คุณต้องการเท่าไร?”
“30ปอนด์ก็เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตแล้ว”
“ได้ งั้นผมจะได้เมื่อไหร่?”
“คุณต้องรองานของฉันก่อน เขาวานให้ฉันไปถ่ายวันพรุ่งนี้กว่าจะได้ก็ประมาณ5วันแล”
5วันแค่คิดเอซอปของเขาก็คงนอนรอบนเตียงนอนที่แสนไม่สบายกายขนาดนั้น เขาล่ะอยากไปกระชากคอไอเลวนั่นมากระทืบให้จมดินจริงๆ
“โอเค ผมจะรอ...”เขาปลอบประโลมตัวเอง
โจเซฟเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นโดยทันที   ก็ผู้หญิงคนนั้นน่ะ เธอไม่ได้รักสารวัตรจริงๆเสียหน่อย สิ่งที่เธอรักคือเงินของเขา รายได้ แล้วก็ตัวเองเท่านั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ในเมื่อเขาเองก็หลงรักเอซอปขนาดที่สามารถแลกชีวิตได้เลย เด็กคนนี้น่ะ คนที่เขาฟูมฟักมาตั้งแต่เด็กๆ แถมผู้หญิงคนนั้นหน้าชาและด้านมากขนาดที่ทนดูคนรักของตัวเองกระทำมิดีมิร้ายกับหญิงอื่นได้ มีที่ไหน คงจิตวิปริตไปเสียแล้วล่ะ แต่นี่ก็มืดค่ำแล้วกว่าจะมาไวท์แซนได้ก็ปาไป2ชั่วโมงไหนจะกลับอีกคงไปถึงประมาณ2-3ทุ่มกระมัง รีบกลับๆไปนอนแล้วรุ่งขึ้นจะได้ตื่นมาช่วยเอซอปเร็วๆเสียดีกว่า
“รอก่อนนะเอซอป”ท่ามกลางหิมะที่โปรยลงมาตัวเล็กของเขาคงหนาวมากเลยสินะ...รอแป๊ปนึงนะ ฉันจะพยายามช่วยเธอให้เร็วที่สุด
.
.
.
.
.
.
.
นี่ก็วันที่สองแล้ววันนี้เขาต้องบุกสถานีตำรวจจริงๆสินะ ก่อนอื่นก็ต้องทำใจและสมาธิให้ดีก่อนไม่งั้นสติแตกไปสารวัตรมีอันสิ้นชีพแน่แท้ แต่ที่นั่นก็มีอู่จิ้วกับปี่อ้านอยู่ก็คงใช้กระดิ่งสะกดจิตอีกเป็นเช่นเคย เขาเดินขึ้นมาบน

รถม้าที่คนขับรถประจำขับอยู่ ไม่รู้ว่าเบื่อหรือไม่แต่ก็ยังดีที่ไม่เกิดในฐานะทาส โจเซฟคิดอย่างนั้นแต่ชีวิตนี้ถึงรวยก็จะไร้ความหมาย การมีเงินไม่ได้ทำให้เขามีความสุข...ถ้าไม่มีเอซอปทุกอย่างก็เงียบเหงา เขาไม่รู้จะมีเงินไปทำไมถ้าไม่มีเอซอป

คิดอะไรไปเพลินๆรถก็จอดที่หน้าสถานีตำรวจ
โจเซฟสูดหายใจ ลดความโกรธาในจิตใจก่อนที่จะก้าวเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้น
“อ้าว!ดูสิว่าใครมา มีอันใดหรือขอรับ?”
“เอาคนของข้ามาขังด้วยเหตุใดกัน?ไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อยนิด”
“จุ๊ๆ นั่นเป็นผู้ต้องสงสัยชั้นหนึ่งเลยนะคุณผู้ชายฮ่าฮ่าฮ่า”เสียงยียวนกวนบาทานี่น่านำรองเท้าราคาแพงไปฟาดที่ปากแต่ลืมไปว่ารองเท้าของเขายังมีค่ามากว่าจิตใจของคนๆนี้เลย
“ไม่มีหลักฐานมันตัวเขา เขาเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยนีครับ”สันดานหยาบโลนของผู้ชายคนนั้นยั่วโมโหโกรธาเป็นเท่าตัว
“แสดงว่าคุณยังไม่ทราบเรื่องประวัติของผู้ตายหรือครับ?”
“เรื่องใบประวัตินั่นผมทราบแล้ว แต่เป็นไปไม่ได้เลยหรือว่าช่างแต่งหน้าศพจะมีรายชื่อของคนที่เขาแต่ทุกคนเพื่อที่จะติดต่อญาติผู้ตายได้ถูก”
“คุณกำลังหาเรื่องแก้ตัวแทนเขานะครับคุณชาย”
“แค่ใช้หลักการเองครับ หากมีสมองใคร่ครวญทุกคนก็ทำได้มิใช่หรือ ฮ่าฮ่า”
“นี่คุณหลอกด่าผมงั้นรึ มากเกินไปแล้วนายเดอร์— 

ซอลนิเย่ร์!”

“เห~?แต่ผมยังไม่ได้กล่าวถึงคุณเลยนะครับ อย่ารีบร้อนปัดป่ายไปก่อนชี้ตัวสิครับ”
“หนอย!แก!!!!”เขากำหมัดแน่นและเตรียมชกที่ใบหน้าอันงดงามเบื้องหน้า แต่มือเร็วยาวจับไว้ทัน สายตาสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“ป....เป็นไปได้ไงกัน?”รวดเร็ว รวดเร็วจนกระพริบตา

มองไม่ทัน ทักษะของเขาดีมาก ดีเสียยิ่งกว่าตำรวจ หรือที่พ่อบอกไว้ว่าอย่ายุ่งกับผู้ชายคนนี้จะเป็นเรื่องจริง

“ผมจะเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณคิดจะดึงเขาไว้ใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้น เราก็จะได้เห็นดีกัน”โจเซฟคลายมือจากสารวัตรผู้นั้น ข้อมือของเขาเป็นสีม่วงเข้ม อีกนิดมือคงด้านชาไปเสียแล้ว
“ขอตัวนะครับ...”ครั้งนี้ดูเหมือนว่าโจเซฟคิดผิด
ว่าปี่อ้านและอู่จิ้วจะมาห้ามสงครามประสาท
แต่ถ้าคิดว่ามาที่นี่แล้วไม่ได้อะไรล่ะก็คุณคิดผิด
ขาเรียวยาวก้าวมาที่ห้องเก็บของที่ปิดตาย
อยู่ตรงริมสุดของห้องน้ำ มือเรียวยาวหยิบกล้องของตนเองมาจากด้านหลัง พร้อมกับกดลงไปที่ชัตเตอร์ ปรากฎรูปภาพขนาดใหญ่. เขาไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าไป มีเวลาเท่าใดก็ได้ที่จะอยู่ในนั้น ภาพที่ถูกถ่ายนะช่วงเวลานั้นจะคงอยู่และจะหายไปหลังจากที่เขาเดินออกมา มีโอกาสแช่ไว้ครั้งเดียวต่อ1ช่วงเวลา ถ้าถ่ายใหม่ก็เปลี่ยนเป็นข่วงปัจจุบันในโลกปัจจุบัน การกระทำของเขาในโลกภาพถ่ายมีผลต่อปัจจุบันมากล้น...
เขาก้าวเดินมาที่โต๊ะทำงานของสก็อตแลนยาร์ดก่อนที่จะค้นหาเอกสารการฉ้อโกงในลิ้นชัก
ดีที่เขาใช้โอกาสตอนที่สก็อตแลนยาร์ดเผลอฉกกุญแจลิ้นชักลับมาได้ เขาจึงได้เอกสารการฉ้อโกงมาส่วนหนึ่ง
คุณนายวินสัน? ใบเสร็จการให้สินทรัพย์?”
อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้มากมากมีเป็นปึกพอให้สาธยายได้ทั้งชาติ
พอเขาได้มาแล้วก็ขอแวะไปเยี่ยมเยียนหนุ่มน้อยหน่อยก็คงดี...
ไม่รีรอเขาเดินไปตามโถงยาวไปแบะพบกับกรงขังกรงหนึ่งซึ่งก็คงไม่ใช่ใครนอกเสียจาก
เอซอป เอซอปของเขา คิดถึง ไม่รู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไรกับเขา แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ตลกด้วยสักเท่าไร เอซอปจากไปตั้งแต่6ขวบแล้วเพิ่งกลับมา ไม่เข้าใจว่าฟ้าต้องการอะไรถึงได้แยกเธอไปจากเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาห่วงหาเธอมากแค่ไหนใครจะหยั่งรู้ เขามองเห็นชายสองคนยืนอยู่หน้ากรงเหล็กยักษ์ อย่างน้อยเขาก็สบายใจได้แล้วอย่างหนึ่งว่าขาวดำจะไม่ปล่อยให้คนของเขาเหงาเล่นๆ แต่ได้โปรดรอหน่อยนะคาร์ล
ฉันจะรีบเคลียร์ให้เร็วที่สุด เขามองเข้าไปในกรงเห็นกับชายผมสีเทาราวกับควันทำสีหน้าเจื่อนๆอยู่ ใครๆก็ดูออก โจเซฟยิ่งรวดร้าวกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก เขามองเข้าไปก่อนที่ใช้มือจับกรง
“โอ๊ย!” กรงของขาวดำไม่ธรรมดา พวกเขาลงอาคมไว้สินะ ช่างน่าขำเสียจริงที่โจเซฟไม่เคยใส่ใจกับเรื่องแบบนี้ แต่นี่ทำให้เขารู้แล้วล่ะว่าที่นักโทษออกไปยาก ก็เพราะกรงนี่ไม่มีวันบิดเบือน กำแพงห้องทุบเท่าไรก็ไม่แตก สองแฝดนี่มันนรกชัดๆ ใครจะไปนึกว่าอู่จิ้วคนติดพี่จะมีมุมที่นิ่งสุขุมและดูขึงขังรักกฎเกณฑ์เช่นนี้
หากจะมาช่วยก็คงเป็นเวลาที่ทั้งสองเปิดปิดกรง
ด้วยความที่ปี่อ้านเป็นผู้ตรงต่อเวลามากๆจึงทำให้โจเซฟคาดเดาออกว่าเวลาใดบ้าง นั่นก็คงง่ายต่อการเขามาพาตัวคาร์ลออกไปเป็นที่สุด
แต่นี่คงได้เวลาออกไปแล้วล่ะ ไม่งั้นไม่ดีแน่หากทั้งคู่มาพบเข้า ระหว่างทางออกโจเซฟล็อคกุญแจอย่างดี เก็บของเข้าลิ้นชักอย่างเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินผ่านร่างที่ถูกทำให้ค้างไว้ ของคนที่เขาเกลียด อัดสักหมัดสองหมัดคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
เมื่อเขาออกมาพร้อมเอกสารทุกอย่างในโลกจริงก็แสดงผล แสดงว่าลิ้นชักนั่นได้มีเอกสารหายไปเรียบร้อย สารเลวนั่นก็ต้องมีบาดแผล
โจเซฟรีบออกมาพร้อมกับรีบเดินไปที่รถม้า
“นี่เราอยู่ในนั้นนานมากเลยหรือนี่ มืดค่ำอีกแล้ว”
เขาคงทำอะไรมิได้นอกจากวิ่งไปหาที่พักใกล้ๆโรงพักไว้ก่อนเพื่อจับตาดูและดูความเป็นอยู่ของคาร์ลของเขาด้วย
.
.
.
.
.
.
.
.
วันนี่ก็ย่างเข้าวันที่สี่ ถ้าถามว่าเมื่อวานโจเซฟนั่งทำอะไร ก็คงบอกว่าครุ่นคิดเกี่ยวกับแผนการการช่วยสุดที่รักของเขาออกมา โดยมิมีผู้ใดบาดเจ็บ แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ควรเสียเท่าใด เนื่องจากเมื่อวานเค้าทราบมาจากสายสืบว่าอู่จิ้วจะเปิดประตูทุก 6:00และ18:00นาฬิกา มันจึงคุ้มค่าที่จะเสี่ยงชิงตัวออกมา คงจะไร้สติเป็นเเน่แท้ เพราะตอนนี้เขาคิดถึงคาร์ลมากไม่ว่าวิธีใด ขอจงให้คาร์ลกลับมาเขาก็จะยอม ตั้งแต่เมื่อวานที่นั่งครุ่นคิด เขาเองก็กะว่าช่วงเช้านี้จะไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ๆเป็นศูนย์รวมฮันเตอร์เพื่อไปขอพรแด่รูปปั้นอันศักดิ์สิทธิ์ที่เขาว่าขอพรได้จริงๆ ครั้งเมื่อเอซอปจากไปเขาเศร้าโศกและกลายเป็นคนนิ่งเงียบมาแต่บัดนั้น เขาไม่เชื่อเรื่องรูปปั้นนี้ผู้ใดบอกว่าศักดิ์สิทธิ์จะจริงหรือเท็จ เขาไม่เคยคิดที่จะเคารพบูชา จนกระทั่งผ่านมาราวๆ15ปี วันที่เขาเข้าวิหารช่วงเช้า เขาเข้าไปขอพรกับรูปปั้น เขาทนไม่ได้กับการที่ขาดเด็กน้อยของเขาไป แต่นั่นก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพากลับมา จึงใช้เวลากว่า2ปีในการรอคอย เพราะโจเซฟไม่ได้นับถือมาก่อนจึงต้องทำการเปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้นวันนี้เอซอปประสบทุกข์เป็นความผิดเขาเองที่ไม่ดูแลให้ดี...แต่ก็คงต้องไปขอพรก่อน
.
.
.
.
.
.
ชายผู้สวมเสื้อคลุมสีเหลืองทองนั่งคุยกับคนบนตักอย่างสนิทสนม เมื่ออยู่ที่วิหารพวกเขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวผู้ใดมาพบเห็นรูปร่างอันน่าสะพรึงของพวกเขา หนวดปลาหมึกลากยาวลงไปถึงพื้น
“ท่านฮัสเตอร์ นิมิตข้าสัมผัสได้”
“อันใดรึคนดี?”
“ขณะนี้คุณโจเซฟกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่”
“เหตุอันใดกันเล่า”
“ข้า...สัมผัสได้ เอซอป! มีควันสีดำล้อมเขาอยู่
คงเป็นลางร้ายแน่ๆท่านฮัสเตอร์”
“โอ๋ เจ้าอย่าได้กลัวในโชคชะตาของพวกเขาเลย
สักวันก็ต้องมีวันได้อยู่คู่กันแล เหมือนเจ้ากับข้า”
“ท....ท่านฮัสเตอร์!!!”ร่างสูงกระชับกอดให้แน่นยิ่งขึ้น แถมเอาหน้ามาพูดแถวตรงคอชวนจั๊กจี้
“แหมๆรู้สึกว่าจะรู้เรื่องที่ข้าจะมาแล้วสินะ”แขกที่เพิ่งมาก้าวเข้ามาในวิหาร
“แต่ข้าว่าข้าเข้ามาเห็นของดีเข้าเสียแล้วล่ะ ฮ่าฮ่า”
“มีธุระอันใด?”ฮัสเตอร์กล่าวขึ้น
“ข้าขอมาขอพรแก่รูปปั้นมิได้หรือท่านผู้ยิ่งใหญ่”
“เช่นนั้นก็จงได้...ตามมา”สิ้นเสียงพวกเขาก็เดินมาจนถึงห้องใหญ่ๆอีกห้องหนึ่ง
“ช่างรบกวนเวลาข้ากับอิไลเสียจริง ข้าไปล่ะ”
“รักภรรยาจังเลยนะครับ ฮ่าฮ่า”
.
.
.
.
.
การขอพรเป็นไปได้ด้วยดี ก่อนที่เขาจะออกมากล่าวบอกลาให้คู่รักในวิหาร...รายต่อไปที่จะไปหาคือที่บ้านของคาร์ล การพูดถึงรอยนิ้วมือเป็นไปไม่ได้เลยในหลักการที่ถูกยัดเยียดหลักฐาน แถมคาร์ลเองก็ชอบใส่ถุงมือเป็นประจำจึงไม่แปลกนักที่รอยนิ้วมือจะไม่ติดกับกระดาษประวัติที่เขาถูกกล่าวหา ทั้งไม่ได้ทำ ทั้งใส่ถุงมือ
ถือว่าสมองของสก็อตแลนยาร์ดก็ยังทำงานได้อยู่ แต่อีกไม่นานคงไม่แล้วล่ะ ถึงคราลงโทษมันเมื่อไหร่ เขาเองนี่แหละที่จะไปกระทืบมันเองด้วยสองเท้า
.

.

.

.

.


บ้านหลังกลางๆที่ไม่ถือว่าเล็กมากหรือใหญ่โตมโหฬารขนาดคฤหาสถ์ เขาก้าวเท้าเข้าไป เพราะไม่ได้อยู่มาจวบ4วันแล้ว แถมยังมีกองกระดาษอยู่บนพื้นเต็มไปหมด เป็นการรื้อค้นที่น่าโมโห นอกจากสันดานเสียแล้วยังไร้สัมมาคารวะอีกด้วย ก็ไม่แปลกพ่อเขาเองก็เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับลูก สก็อตแลนยาร์ดก็ไม่ผิดเสียทีเดียว

       เขาเดินตรงไปในห้องนอนของเอซอปก่อนที่จะใช้ลางดูว่าจุดไหนพอจะมีหลักฐานบ้าง ร่างสูงยังคงเดินวนหาอยู่ในห้อง ห้องนอนกลิ่นหอมหวนที่ทำเขาแทบสติแตก คิดถึง...คิดถึงมากๆ เขาก็ไปพบกับสิ่งที่หล่นอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นของสารวัตรนั่นอีกด้วย เขาหยิบถุงมือมาสวมก่อนที่จะจับมันลงไปในกล่อง สีขาวที่เขาเตรียมไว้เผื่อเจออะไรแบบนี้ ซองเล็กๆที่บรรจุฝิ่นไว้เป็นสิ่งที่น่าจะมีรอยนิ้วมือของเจ้าของไว้เป็นแน่แท้เชียว วันพรุ่งนี้ถ้าหลักฐานครบก็คงไปแจ้งที่กรมตำรวจใหญ่ได้แล้ว
.
.
.
.
.
โจเซฟรีบเดินทางกลับมาถึงห้องพักที่ตนเองจองไว้ใกล้ๆโรงพักเรียกได้ว่า เดินข้ามถนนไปสักนิดก็ถึงแล้ว ในเวลา5โมงเย็น55นาที ดูเหมือนว่าเจ้าขาวดำยังไม่เปิดประตูสินะ ถ้าเขาถ่ายภาพตอนที่คาร์ลอยู่นอกกรงคงเป็นไปไม่ได้ที่จะลักตัวคาร์ล ออกมาเพราะอู่จิ้วต้องจับแขนคาร์ลไว้ตลอดแน่ๆการที่เขาลงอาคมแบบนี้ไม่มีทางที่จะจับต้องคาร์ลในโลกภาพถ่ายได้เลย นอกเสียจากตอนกรงเปิดแล้วคาร์ลเองก็จะหลุดจากการควบคุมของปี่อ่านและอู่จิ้ว
เวลาเดินไปช้าๆท่ามกลางความนิ่งเงียบและจดจ่อของตากล้องคนนี้...17:56 17:57 17:58
17:59 5 4 3 2 1....แชะ!!!
ไม่รู้ว่าตรงเวลาหรือไม่เเต่ก็ต้องลองดูกันแล้วล่ะ
เขาก้าวเท้าเขาไปก่อนที่จะเดินเข้าไปในโรงพักอย่างหน้าตาเฉย อดนึกขำถึงหน้าตาของสก็อตแลนยาร์ดไปมิได้ ตาม่วงช้ำ มีรอยฟกช้ำสีเขียวทั่วร่างกาย น่าอดสูเสียจริง เมื่อเขาเดินตามโถงยาวมาในกรงก็พบร่างหนุ่มสีขาวยืนนิ่งกำลังเปิดประตูออกพร้อมกับคาร์ลที่นั่งอยู่แล้วน้ำตาซึมเปื้อน เขาเห็นแล้วเป็นอันต้องสติแตกแน่แท้ เขารี่วิ่งเข้าไปกอดร่างที่นิ่งของคาร์ล ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา ข้าผิดเองข้าขอโทษ...คาร์ลผมมารับตัวเธอแล้วนะ เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นโดยอุ้มคาร์ลในภาพถ่ายกำลังจะเดินออกมาจากในกรง
ขณะที่เขาเดินออก ก็โดนกับประตูที่เหมือนมีธาตุอากาศกั้นขวางอยู่มองไม่เห็น แต่ฝ่าไปไม่ได้
ไร้สติเเต่เพียงนี้เลยหรือ ตาเฒ่า
“...”
“ยังดีที่ข้าเห็นความผิดปกติของสก็อตแลนยาร์ดที่ตัวม่วงเขียวได้โดยไม่มีผู้ใดทำร้ายซึ่งนั่นก็เป็นได้เพียงอย่างเดียว”
“เจ้าเป็นผู้มีสติปัญญามากกว่านี้นะโจเซฟ”
ปี่อ้านกล่าว
“มาถึงขนาดนี้แล้วอย่ามาตายน้ำตื้นเลย อดทนรอไปหน่อยเถิดหนา”
“ท่านพี่พูดถูก รุ่งขึ้นเจ้าก็จะมีหลักฐานแล้วอีกไม่กี่วันดอกหนา พวกเราจะดูแลเอซอปให้”
“ยังดีที่พวกข้าสืบหาถิ่นที่พำนักของเจ้าได้แล้วนำเราเข้ามาในนี้ ไม่งั้นคงวุ่นวายกันยกใหญ่”
“บอกผมสิ ว่าเขาจะอยู่ดี...”หลังจากที่เงียบไปนาน ชายหนุ่มก็เริ่มพูดขึ้น
“ขึ้นชื่อว่าคุกแล้ว การไม่มีการทะเลาะวิวาทคือสิ่งดี ส่วนอาหารความเงียบเหงาสิกัดกินใจเขา สก็อตแลนยาร์ดสั่งห้ามให้เจ้าเข้าไป เจ้าคงต้องรีบๆในเร็ววัน”
“วิธีไหนก็ได้ตาเฒ่า แต่อย่าไร้สติแบบนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงเขาแต่นี่ไม่ใช่ตัวเจ้าเลย “
“ข้าเข้าใจเเล้วข้าขออยู่กับเขาสักประเดี๋ยวหนึ่งได้ฤๅไม่?”
“เช่นนั้นก็ย่อมได้” ร่างสูงของโจเซฟทรุดลงกับพื้นก่อนที่เขาจะโอบร่างเล็กไว้ น้ำตาเริ่มพรั่งพรูออกมา ไม่รู้ว่าชีวิตนี้เขาอาภัพอะไรหนักหนาชีวิตเขาปราศจากเอซอปไปหลายปี ยังคงต้องมาเผชิญกับเรื่องราวพวกนี้อีก...ช่างโชคร้ายยิ่ง
ไม่รู้ว่าสายใยที่เชื่อมพวกเขาไว้ จะยังอยู่หรือไม่ ครั้นที่เทพเจ้าบอกว่าจะประทานคู่ครองให้เขาแลกกับการอยู่กับชีวิตอันอมตะที่ต้องโดดเดี่ยว คราแรกเขาปฏิเสธ ที่จะเลี้ยงเด็กทารกเพิ่งเกิดคนหนึ่ง แต่พอนานๆไปเขาก็เริ่มตกหลุมรักเด็กชายคนนั้น เพราะเจ้าได้บอกกับเขาไว้ว่า วิญญาณชายผู้นี้จะลงมาเกิดเป็นคู่ครองคู่กับเขาตลอดไป แต่ถ้าเกิดการอยู่ร่วมกันของพวกเขามีอุปสรรคอย่างนี้ราวกับฟ้าดินจะกลั่นแกล้งให้เขา

ทรมาณ เขาก็คงต้องน้อมรับผลกรรมของตนเอง ด้ายสีแดงถูงผูกโยงไว้ที่นิ้วก้อยของทั้งคู่

ดูเป็นตำนานรักที่แสนจะน้ำเน่า แต่ในความเป็นจริงความรักที่จืดชืดของชายแก่กับหนุ่มน้อยก็คงเป็นความรักที่นิ่งเงียบแต่มีความสุข วันวานยังหวนมาเช่นเคย เขาลุกขึ้นพร้อมกับพยักหน้าให้อู่จิ้ว ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากตรงนี้
เขาไม่อยากเห็นน้ำตาคนรักอีกแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
ปาเข้าไปวันที่6....เมื่อวานโจเซฟนำหลักฐานทั้งหมดไปแจ้งแก่กรมตำรวจใหญ่ เขาเองก็มีวาจาคำพูดง่ายต่อเขาในการที่จะโน้มน้าวจิตใจคน ปากของโจเซฟถูกออกแบบมาด้วยความสุขุม ความมีเหตุผล ความอ่อนโยน และสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้คนปกติทั่วไปหลงไหลในคำพูดของเขา และถูกมารยาเล่นงานเอาเสียอย่างง่ายดายวันนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงแค่เฝ้ารอหมายจับและบุกไปพรุ่งนี้พร้อมกับกุมตัวไอสารเลวมาลงทัณฑ์ให้จงได้ งานนี้คงลำบากน่าดูถ้าเกิดมาสารวัตรคนเก่งอย่างจะลองมาหนีคุกปิดตายดูบ้าง อาจโดนนักโทษในกรงซ้อมก็เป็นไปได้ แต่เรื่องนี้ก็ยังมีคนคนหนึ่งที่ยังไม่รู้ เป็นคนที่สำคัญต่อเรื่องราวอย่างมาก แต่สะเออะไม่อยู่ทุกที ริปเปอร์...
กำลังอยู่กับภรรยามีความสุขเป็นแน่แท้เชียว แต่ก็คงจะดีกว่าเพราะถ้าเกิดเขารู้เข้าคงออกฆ่าหญิงสาวเพื่อช่วยเพื่อนของเขานำคนรักออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งก็คงไม่ดีถ้าเกิดมันต้องเปื้อนเลือดของใครสักคนแล้วนำคาร์ลออกมาอีกทั้งโจเซฟก็กลับมาที่คฤหาสถ์อีกหลังที่อยู่ใกล้ๆบ้านของคาร์ลด้วย เขาไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่บ้านเล็กๆหลังนั้นอีกแล้ว
     วันนี้ก็คงจะเป็นวันเอื่อยเฉื่อยอีกวันนึง เขากินข้าวไม่ค่อยลงถ้านึกถึงอีกคนที่กำลังลำบากอยู่ในตารางนั่น ป่านนี้ตัวเล็กของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง กินอยู่นอนหลับหรือไม่ สบายดีไหม เขากังวลไปหมด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะปรากฎร่างของหญิงสาวที่เดินเข้ามา
เทรซี่?”เจ้าหนูช่างเครื่องกลคนรักของไวโอเล็ตต้า
“สวัสดีค่ะคุณเดอร์ซอลนิเย่ร์ ดิฉันแค่นำของที่คุณไวโอฝากมาให้ค่ะ”
“ครับ???”
“สิ่งนี้ค่ะไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรแต่ได้โปรดรับไว้เถิดนะคะ”
“วันนี้เธอไม่ว่างหรือ?”
“ใช่ค่ะ เขาเลยให้ฉันมาแทน”
“ขอบใจเจ้ามากนะ เทรซี่”
“ดิฉันหมดธุระแล้วขอลากลับก่อนนะคะ”
“ครับ”
เธอรีบเดินจากไปทางประตูทิ้งให้โจเซฟนั่งอยู่
ด้วยความสงสัยเขาจึงหยิบมันขึ้นมาดู ว่าสิ่งที่ได้รับมาคืออะไร เขาใช้มือค่อยๆเปิดกล่องสีดำที่ได้มา ข้างในปรากฎขวดยาสีฟ้าๆพร้อมสรรพคุณ
‘ฝากยานี่ให้เอซอปด้วยนะ มันช่วยบรรเทาอาการอ่อนแรงเหนื่อยล้าให้หายจากอาการมึนฉันวานให้เอมิลี่ทำมาให้แต่ฉันคงเอาไปให้ไม่ได้เอาเป็นว่าฉันฝากเทรซี่ต่อไปให้ก็แล้วกัน’
เมื่ออ่านข้อความจบเขาก็เก็บยานั่นไว้ในกระเป๋าเป้ทันที ต้องขอบคุณผู้หญิงจริงๆที่ละเอียดอ่อนกับเรื่องนี้มากเหลือเกิน คาดว่าพรุ่งนี้เขาคงได้ไปหาเอซอปแล้วล่ะ
“อีกไม่นาน...อีกไม่นานจริงๆ”
.
.
.
.
.
.
มาถึงแล้วสินะ...หลังจากเมื่อวานที่เขาได้รับซองจดหมายจากกรมตำรวจเข้าเขาก็ได้เตรียมตัวบุกให้พร้อม วันนี้ถึงวันที่ต้องเข้าจับกุมแล้ว ภาพวันวานที่บุกจับพ่อของเขายังไม่เลือนลางไปถูกทับแทนด้วยรูปลูกชาย ที่เดินตามรอยพ่อ....
   น่าเศร้าที่พ่อของเขาได้ถ่ายทอดนิสัยอันไม่ควรจะเป็นให้แก่เด็กที่ไร้เดียงสา ที่อนาคตน่าจะดีกว่านี้
แต่กลับพังพินาศเพราะความเห็นแก่ตัวของมันลูกเดียว ครอบครัวของสารวัตรไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก เหตุผลที่เขาจับสารวัตรคนก่อนเข้าตารางก็เพื่อปกป้องเด็กคนนี้...ที่โตมาทำร้ายคู่ครองของเขา แม่ของสารวัตรถูกพ่อของเขาทุบตีจนเลือดคลั่งในสมองตาย เหตุการณ์ในวันนั้นยังติดตรึงในดวงตาของเด็กน้อยที่น่าสงสาร แม่ของเขาเป็นโสเภณี ทำให้ถูกดูถูกดูแคลนจากเพื่อนๆมากมาย แต่สติปัญญาความเฉลียวฉลาดทำให้เพื่อนๆยอมรับในตัวเขาเอา อายุก็ย่างเข้าประมาณโจเซฟ ไม่สิ เรียกได้ว่าเหล่าโจเซฟไม่เคยจางหายไปจากโลก ใบหน้าของโจเซฟถูกทำให้คงที่ในวัยเยาว์30ปี เป็นใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเอาการ เอาซึ่งตรงๆโจเซฟสามารถหยุดเวลาใบหน้าและร่างกายได้ แต่ไม่สามารถยื้อหยุดความตายได้แม้แต่น้อย...หยุดได้เพียงสังขารอันเยาว์วัยของชายหนุ่มเพียงเท่านั้นเอง
เขาได้เดินทางมาถึงในช่วงเช้าของวันนั้นเองพร้อมกับเหล่าตำรวจมากหน้าหลายตาอีกมากมาย ครั้นพอไปถึงพวกเขาก็รวบตัวสารวัตรสก็อตแลนยาร์ดโดยทันดี
“หนอย!แกนะแก!!จำเอาไว้เถอะ”โจเซฟมองตอบกลับวาจาอันไม่ไพเราะเสนาะหูนั่นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่เขาจะมองคนที่เดินลับสายตาไป
‘แอ๊ด~’เสียงประตูเหล็กเสียงสีกับผนังเปิดออก
ดึงความสนใจจากชายผมขาวได้เป็นอย่างดี
ปรากฎร่างบางผมสีเทายืนอยู่หลังผู้คุมสายตาที่มองมาด้วยน้ำตาเจิ่งนองที่ขอบตา ตอนนี้มันไหลรินลงไปเป็นหยดๆก่อนที่จะรู้ตัวอีกที่ร่างเขาก็ถูกร่างเล็กวิ่งเข้ามากอดเสียแล้ว น้ำตาของคนเล็กทำเอาเขาสลดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...
.
.
.
.
.
.
.
______________________________________
จบไปแว้วว เวลามาเขียนมีน้อยนิดจริงๆค่ะ
เนื่องจากการบ้านกองมโหฬารไหนจะสอบอีกอะไรอีก ยังไงก็จะพยายามไม่ค้างนานไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #30 นอนดึกทุกวัน (@0903660142) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 06:45

    แจ็คนายไปไหนเนี่ย​ ปล่อยให้ตาเฒ่าวุ่นวาย​อยู่คนเดียว

    #30
    0
  2. #29 AK_OR (@blackkeys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:08
    ฮรึกกก แง้~!!!!!! /กระโจนกอดไรต์
    #29
    0