คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #5 : ความทรงจำในอดีตที่ปรากฏขึ้นมา
..... ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนหดหู่ของบริเวณโดยรอบ หิมะที่โปรยปรายอยู่รอบบริเวณสุสานทำให้เห็นแต่สีขาวโพลนเต็มไปหมด
ซากุระซากิ เซ็ตซึนะที่ในมือถือถังน้ำที่ใส่ดอกเบญจมาศสีขาว เธอเดินตรงไปในสุสานก่อนจะหยุดอยู่ที่ป้ายหลุมอันเป็นเป้าหมายของเธอ ป้ายหินนั้นเขียนเอาไว้ว่า
อาโอยามะ ซึรุโกะ
.... หัวหน้าตระกูลอาโอยามะรุ่นสี่สิบ
........ พี่สาวอันเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้า
ไม่ต้องถามคนสลักป้ายก็รู้ว่าคนที่เป็นคนสั่งต้องเป็นโมโตโกะ ท่านพี่คนรองของเธออย่างไม่ต้องสงสัย เธอเดินไปที่ป้ายหลุมศพนั้นและวางดอกไม้ลง เซ็ตซึนะสังเกตว่าป้ายหลุมศพของพี่เธอสะอาดเรียบร้อยกว่าคนอื่นๆ บางทีท่านพี่โมโตโกะอาจจะมาเป็นประจำก็ได้ คิดแล้วเซ็ตซึนะก็รู้สึกละอาย เธอก้มตัวโค้งน้อยๆ เป็นการทักทายหลุมศพของท่านพี่ของเธอ
“สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านพี่ซึรุโกะ”
“หนูไม่ได้มาหาท่านพี่ตั้งนาน ขอโทษด้วยนะค่ะ”
แม้มันจะเหมือนว่าเธอพูดอยู่คนเดียว แต่ในสามัญสำนึกของเซ็ตซึนะที่อยู่ตรงหน้าคือท่านพี่ซึรุโกะที่กำลังฟังเธออยู่
เซ็ตซึนะสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะพูดกับป้ายหลุมศพของซึรุโกะต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองว่า
“ท่านพี่ค่ะ หนูมีเรื่องจะมาสารภาพ....เมื่อหลายวันก่อนหนูทำตัวเป็นปิศาจเผลอทำร้ายคนที่หนูรักไป....หนูหน่ะ เลวมากๆเลยใช่ไหมค่ะ?”
“ท่านพี่เองก็มองดูหนูอยู่ใช่ไหมค่ะ? ถ้าท่านพี่ฟื้นขึ้นมาได้ คงต้องจับหนูลงโทษเป็นแน่....”
....พูดถึงตรงนี้ ภาพเก่าๆในวัยเด็กของเธอก็ผุดขึ้นมา ตอนที่เธออยู่กับท่านพี่ทั้งสอง ทั้งฝึกดาบ กินข้าว เที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ภาพแห่งความสุขเหล่านั้น
แม้มันไม่อาจจะย้อนมันกลับคืนมาได้อีก แต่ได้แค่คิดเธอก็สุขใจ เซ็ตซึนะปัดหิมะที่เกาะอยู่ที่ป้ายหินออกเอานำน้ำมาราดทำความสะอาดป้ายหลุมศพด้วยความตั้งใจก่อนจะพูดกับหลุมศพของพี่ของเธอต่อ
....ในขณะนั้นเอง สตรีคนหนึ่งสวมชุดฝึกดาบของสำนักชินเมริวกำลังเดินเข้ามาในมือหอบผ้าและดอกเบญจมาศสีขาวเหมือนเซ็ตซึนะ ทว่าเมื่อเธอเห็นเซ็ตซึนะที่กำลังมาเคารพหลุมศพ สตรีคนนั้นตกใจเล็กน้อย เธอหลบและรีบซ่อนตัวทันที ท่าทางคงไม่อยากให้เซ็ตซึนะได้เจอเธอ แล้วเธอก็แอบมองเซ็ตซึนะอยู่เงียบๆ และขณะนั้นเซ็ตซึนะที่กำลังเคารพหลุมศพก็คุยกับท่านพี่ที่จากไปของเธอต่อ.....
“ท่านพี่โมโตโกะเอง ก็คงมาหาท่านพี่ซึรุโกะบ่อยๆ ท่านพี่โมโตโกะคงจะโกรธหนูอยู่.....ทำไมทุกคนที่หนูรักถึงโกรธหนูและเดินจากหนูไปหมดเลยหล่ะค่ะ..............”
“ ก็เพราะหนูมันไม่ดีเอง หนูมันเป็น....ไอ้ลูกครึ่งปิศาจสิน่ะค่ะเมื่อยามที่สันดานปิศาจในตัวหนูมันโผล่ขึ้นมาใครมันจะไปรับได้ จริงไหมหล่ะค่ะ.... ”
“แต่เฉพาะท่านพี่ซึรุโกะเท่านั้นที่ไม่เคยทอดทิ้งหนูเลย แม้จะรู้ว่าหนูจะเป็นตัวอะไรก็ตามท่านพี่ก็ยังสละชีวิตเพื่อปกป้องหนูไว้... ”
............แล้วเซ็ตซึนะก็เริ่มน้ำตาซึม ความทรงจำเรื่องที่เธอกลายเป็นปิศาจเต็มตัวกำลังกลับเข้ามา ภาพที่ตัวท่านพี่ซึรุโกะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
เพราะต้องการช่วยชีวิตปิศาจอย่างเธอเอาไว้ จนสุดท้ายการช่วยนั้นต้องสังเวยด้วยชีวิตของท่านพี่เอง
แต่แล้วเธอก็รีบเอามือปาดน้ำตาทิ้งและทำตัวให้เป็นปกติ
เธอตั้งใจแล้วว่าจะไม่มาร้องไห้ต่อหน้าหลุมศพของท่านพี่ของเธออีกเด็ดขาด...........
............สตรีที่ซ่อนตัวอยู่ก็เอามือปิดปากตัวเองกันเสียงร้องของตนที่จะออกมา เพราะเธอเองก็กำลังจะเริ่มร้องไห้ คำพูดของเซ็ตซึนะที่พูดกับหลุมศพของท่านพี่เธอนั้นสะเทือนใจยิ่งนัก............
“แต่....ไม่ต้องเป็นห่วงน่ะค่ะ หนูจะเข้มแข็ง ไม่ให้ท่านพี่ต้องเป็นห่วงหนูอีก ถึงหนูเหงาขนาดไหนหนูก็จะทน เพราะมันเป็นบาปกรรมที่หนูก่อขึ้นมาเอง ...”
ว่าแล้วเธอก็นั่งลงข้างๆป้ายหลุมศพเอาหลังพิงแล้วเหม่อมองไปบนฟ้า ที่วันนี้มันท้องฟ้าช่างโปร่งใสเหมือนกับจิตใจของเธอยามที่ได้กลับมาหาท่านพี่ซึรุโกะ
ทุกครั้งที่เธอทุกข์ใจ ถ้าได้มาที่นี่เรื่องหม่นหมองในจิตใจมันจะจางหายไปทันที
“และก็ท่านพี่ค่ะ หนู..........คิดถึงท่านพี่มากๆเลยหล่ะค่ะ”
..............สตรีที่ซ่อนตัวและแอบดูเซ็ตซึนะมองไปที่นักดาบชินเมริวร่างบางอยู่นาน ใจเธออยากจะออกไปเจอกับเซ็ตซึนะแต่อีกใจก็ห้ามตัวเองเอาไว้
ที่เธอทำได้ตอนนี้คือเฝ้ามองแค่นั้น ทว่าคราวนี้เมื่อเธอมองไปที่เซ็ตซึนะอีกครั้ง เธอถึงกับเบิกโพล่ง ด้วยความไม่แน่ใจเธอจึงเลยเพ่งดูอีกครั้ง
สิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่นั้นหายไปแล้ว ไม่ผิดแน่ที่เธอเห็นเมื่อสักครู่ ร่างรางๆของสาวผมยาวดำขลับในชุดฝึกดาบชินเมริวสีแดงขาวเหมือนเธอ แล้วยังสายตาอันอ่อนโยนที่มองไปทางเซ็ตซึนะและลูบหัวผู้ที่นั่งพิงหลุมศพอย่างทะนุถนอมเช่นนั้น....!!
เซ็ตซึนะเองที่นั่งอยู่นานก็ลุกขึ้น เธอโค้งคำนับหลุมศพช้าๆเป็นการอำลาก่อนจะพูดว่า
“ท่านพี่ซึรุโกะ หนูต้องไปแล้วหล่ะค่ะ ฝากทักทายท่านพี่โมโตโกะด้วยน่ะค่ะ”
แล้วเซ็ตซึนะก็เก็บเอาถังน้ำแล้วคำนับหลุมศพพี่ของเธอก่อนเดินจากไป สักพักสตรีในชุดฝึกดาบชินเมริวที่ซ่อนอยู่ก็เดินมาที่หลุมศพเช่นกัน
เธอจ้องมองหลังของเซ็ตซึนะที่จากไปก่อนจะวางดอกเบญจมาศที่นำมา และเทเหล้าราดหน้าหลุมศพเป็นการคารวะ ก่อนที่จะพูดกับป้ายที่อยู่ตรงหน้าว่า
“สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านพี่..................”
“ไม่ว่าจะผ่านไปนานขนาดไหน ท่านพี่ก็ยังดูแลเซ็ตซึนะอยู่เสมอ ใช่ไหมค่ะ?”
อาโอยามะ โมโตโกะที่ตอนนี้อายุราวยี่สิบปีมองไปที่หลุมศพของท่านพี่ของเธอ
ภาพที่เธอเห็นแม้จะชั่วครู่แต่เธอก็มั่นใจ นั้นต้องเป็นวิญญาณของท่านพี่ซึรุโกะของเธอไม่ผิด
โมโตโกะในตอนนี้กลายมาเป็นหัวหน้าของตระกูลแล้วแต่เธอไม่เคยคิดจะไปทำงานให้ตระกูลเธอเลย โมโตโกะไม่ติดต่อกับใครอีกทำตัวสาบสูญ งานทุกอย่างเธอมอบให้อาโอยามะคนอื่นจัดการแทน
สถานะภาพของเธอในตอนนี้จึงไม่ต่างไปจากนักดาบพเนจร
โมโตโกะนั่งลงใกล้ป้ายหลุมศพ เธอเทเหล้าให้เธอหนึ่งจอกและท่านพี่ของเธออีกหนึ่งจอกก่อนเธอกระดกมันขึ้นมาดื่ม แล้วพูดกับท่านพี่ของเธอว่า
“ท่านพี่เนี้ยใจร้ายจังน้า ดูแลแต่เซ็ตซึนะอยู่คนเดียว ข้าน้อยใจแล้วน้า”
โมโตโกะพูดจบก็เทเหล้าแล้วกระดกขึ้นมาดื่มอีก แม้เธอจะพูดเหมือนน้อยใจแต่เธอไม่ได้อิจฉาอะไรหรอก
ดีแล้วหล่ะที่ท่านพี่ดูแลเซ็ตซึนะอยู่ เธอซะอีกแม้ยังมีชีวิตอยู่กลับไม่เคยจะได้เจอกับน้องสาวคนเล็กของเธอตรงๆเลยซักครั้ง
แต่โมโตโกะก็ไม่รู้หรอกว่าในตอนนี้ ร่างของสตรีที่จางจนแทบจะมองไม่เห็นอันเป็นร่างเดียวกับที่เธอเห็นสักครู่นี้ กำลังนั่งข้างๆเธอและหยิบเหล้านั้นขึ้นมาดื่ม
พลางหันมองมาที่โมโตโกะ ร่างนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วลูบแก้มของโมโตโกะราวกับบอกว่า
อย่าน้อยใจไปเลย ฉันก็ดูแลเธอเหมือนกันนั้นแหล่ะ.............
............................................................................................................................................................................................................
...... หลังจากไปเยี่ยมหลุมศพของท่านพี่ซึรุโกะ เซ็ตซึนะเองก็ไม่มีที่ไป
ความจริงก็มีแต่เธอไม่กล้าไปต่างหาก
สองสามวันมานี้เธอเฝ้าแต่คิดถึงความผิดที่เธอได้ก่อไว้ ความผิดอันร้ายแรงที่แม้แต่ตัวเธอยังมิอาจให้อภัย ระหว่างทางก็ตระเวนไปตามหาข่าวเกี่ยวกับท่านพี่โมโตโกะของเธอด้วยแต่ก็คว้าน้ำเหลว
....เมื่อไม่มีที่ไป เซ็ตซึนะจึงนั่งเล่นอยู่ที่ริมแม่น้ำ
สายตาเหลือบไปมองเด็กผู้หญิงสองที่วัยไล่เลี่ยกัน เด็กคนนึงแต่งชุดกิโมโนน่ารัก อีกคนนึงท่าทางห้าวแต่งชุดยูกาตะสีน้ำเงินกำลังเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน
ทำให้เธอคิดถึงตัวเองและโคโนจังตอนเด็กๆ คิดถึงเรื่องที่เล่นด้วยกันและอะไรต่อมิอะไรมากมาย แล้วพลันก็นึกไปถึงคืนนั้น.....แค่คิดหน้าก็เริ่มแดงขึ้นทันที
.... คืนนั้น....ทำไมเรากล้าแบบนั้นน่ะ?
แล้วภาพที่ตัวเองจูบริมฝีปากของโคโนกะก็อยู่ในหัว หัวใจของเซ็ตซึนะเริ่มเต้นตึกตัก หายใจหอบเหมือนตอนที่เธอถอนรสจูบครั้งแรกของกันและกันมาจากคุณหนูของเธอ ร่างกายที่ควรจะรู้สึกหนาวกลับเริ่มร้อนผ่าวเพราะมันกำลังพาตัวเองกลับไปในคืนนั้น พลันมือก็เอื้อมไปที่ริมฝีปากตัวเองแล้วคิดถึงคุณหนูของเธอ
คุณหนูจะคิดอย่างที่ดิฉันคิดรึเปล่าน่ะ....
.....ไม่หรอกไม่มีทาง คุณหนูต้องโกรธเราอยู่เป็นแน่และคงไม่ให้อภัยเธอด้วย แล้วภาพที่โคโนกะร้องไห้ก็ผุดขึ้นมา เซ็ตซึนะชะงักความคิดตัวเองทันที
ที่เธอทำไปคืนนั้น ทำไปทำไมเธอยังไม่เข้าใจตัวเองเลย จะเพราะ หน้ามืด? โมโห? โกรธ? ทนไม่ไหว? ความต้องการ? ปรารถนา?
แต่จะด้วยเหตุใดก็ตามมันเป็นสิ่งที่ข้ารับใช้อย่างเธอไม่สมควรทำอยู่ดี แล้วต่อจากนี้เราจะมองหน้าคุณหนูยังไงเนี้ย เราเองก็ไม่น่าจะโมโหกับเรื่องนั้นเลย ความจริงเรื่องที่คุณหนูไม่ใส่ใจในเรื่องความเป็นลูกครึ่งของเธอก็เป็นสิ่งที่เธอชอบในตัวคุณหนู ไม่สิ...เธอชอบที่คุณหนูไม่เคยคิดกับใครในแง่ลบต่างหาก มีแต่เธอนั้นแหล่ะที่ชอบมองทุกอย่างในแง่ลบไปหมด....
......ยิ่งคิดเซ็ตซึนะก็ยิ่งกลุ้มใจแล้วก็ล้มตัวลงนอนพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยปนหนักใจกับความสัมพันธ์ของเธอกับคุณหนูที่มันคงจะกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้เป็นแน่
่........ เฮ้อออออ จบกัน...ทุกสิ่งทุกอย่าง แกทำลายมันไปเองโดยแท้ เซ็ตซึนะเอ๊ยยย
................................................................................................................................................
..... ทางด้านพวกเนกิ วันนี้เป็นวันถึงกำหนดกลับของพวกตนแล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววของเซ็ตซึนะ พวกเนกิเลยพยายามติดต่อเอาทางการ์ดบัคดิโอ้
ทว่าเหมือนเซ็ตซึนะจะรู้เลยไม่ได้พกติดตัวเอาไว้ อาซึนะที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มดูออกว่าเพื่อนของเธอสองคนต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ๆ
แต่เธอก็รู้จักนิสัยของโคโนกะดี ต่อให้เค้นขนาดไหน ถ้าเจ้าตัวจะไม่บอกก็เอาออกมาไม่ได้ เห็นทีต้องไปเค้นเอากับคุณเซ็ตซึนะซะแล้วหล่ะมั้ง อาซึนะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ดีๆของทั้งสองคนต้องห่างเหินกันอีก
ด้านเนกิเองก็เดินมาทางโคโนกะ เขากระซิบบอกกับโคโนกะว่า
“เอ่อ คุณโคโนกะครับ อย่าลืมที่บอกไว้น่ะครับ”
“จ๊า~ ไม่ลืมหรอก”
โคโนกะยิ้มตอบตกลงอย่างอารมณ์ดี ในมือถือกระเป๋าเสื้อผ้าชูมันไว้ต่อหน้าเนกิพาเอาเนกิลนลานรีบให้โคโนกะเอาลงแทบไม่ทัน
เมื่อดูเหมือนว่าเซ็ตซึนะจะไม่กลับมาตามนัด และกระเป๋าเสื้อผ้าของเซ็ตซึนะเจ้าตัวก็เอาไปด้วย ทั้งหมดก็เลยพากันกลับโดยไม่รอ
เพราะยังไงเซ็ตซึนะก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว และไม่น่าเชื่อว่าคนที่พูดประโยคนั้นออกมาคือโคโนกะ
แม้จะยังสงสัยแต่อาซึนะก็รีบขึ้นรถไฟชิงคังเซนกลับไป รร.มาโฮระ เพราะพรุ่งนี้มันเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของปีนั้นเอง
.....................................................................................................................................................
ในห้องเรียน 2-A
“คุณคู”
“มาฮ้า~”
“คุณโคโนเอะ”
“มาจ้า~”
“คุณซาโอโตเมะ”
“มาค่ะ~”
“คุณซากุระซากิ”
“...........................”
“เอ่อ...คุณซากุระซากิ”
“...........................”
“อืม ยังไม่มาอีกหรือครับเนี้ย”
“คุณซาซากิ”
“มาค่า มาเสมอ~”
.......โคโนกะที่มองไปที่โต๊ะของเซ็ตซึนะที่ว่างเปล่าแล้วถอนใจ
เฮ้ออออ นี่เซ็ตจังไปไหนของเขาน่ะ นี้ก็จะสองอาทิตย์เข้าไปแล้ว.....
เซ็ตจังนี้หล่ะก็ชอบคิดมากอยู่เรื่อย ถึงฉันจะโกรธก็เถอะแต่ก็ไม่น่าถึงขนาดหนีเรียน เพื่อหลบหน้าเลยนี่นา....จะไปหาที่หอพักก็ดันไม่อยู่สงสัยยังไม่กลับมาจากเกียวโตหล่ะมั้ง....
...จะว่าไปฉันเองก็ผิดเหมือนกันน่ะ เซ็ตจังอาจจะมีเหตุผลของเขาก็ได้ตอนนั้นเซ็ตจังถึงได้โมโหขนาดนั้น แต่ฉันกลับทำเป็นมองข้ามมันไป
เฮ้อออ ฉันเนี้ยมันเลวจริงๆเลย ไม่เข้าใจเซ็ตจังแล้วยังมีหน้าไปตบเขาอีก.....สมควรให้เซ็ตจังโกรธใส่เราแล้วหล่ะ
ถ้าเซ็ตจังกลับมาแล้วเย็นชาใส่ฉันเหมือนแต่ก่อนอีก...ฉันคงไม่มีหน้าไปขอเซ็ตจังคืนดีแล้วหล่ะ...
.....การเรียนการสอนดำเนินต่อไปจนจบวัน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเซ็ตซึนะจะกลับมา ถึงตอนแรกๆตัวเองจะโกรธแต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความเป็นห่วงและสำนึกผิดแทน ตอนนั้นฉันไม่น่าทำใจแข็งทิ้งเซ็ตจังมาแล้วกลับมาก่อนเลย
ฮืออ~~ ถ้าเกิดเซ็ตจังเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงหล่ะ? ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวล เธอเลยตัดสินใจไปหาคุณตาของตนที่ห้องทำงานเพื่อถามข่าวเรื่องเซ็ตจังของเธอทันทีที่เลิกเรียน
เมื่อเดินจะไปถึงหน้าประตู
โคโนกะที่กะจะเคาะประตูอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงการโต้เถียงเกิดขึ้น
“หมายความว่ายังไงที่จะให้ฉันเลิกการจัดพิธีไตรเวทย์ห่ะ! เอชุน!”
“ก็เพราะผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดเลยนี่ครับ พวกมารที่มีอยู่ในตอนนี้ก็น้อยกว่าแต่ก่อนลงตั้งเยอะ แล้วพวกที่คิดการใหญ่ก็ถูกพวกเรากวาดล้างไปหมดแล้ว!! โคโนกะไม่จำเป็นต้องเสียสละถึงขนาดนั้นในฐานะผู้ที่ถูกเลือกอีก!!”
“แล้วเธอจะไปรับประกันได้ยังไงว่าพวกที่เหลือไม่คิดที่จะทำตาม อ้อ..ใช่สิเพราะเธอมันเอาแต่คิดง่ายๆแบบนี้ ทำให้แม้แต่โคโนมิลูกสาวของฉัน เธอยังปกป้องเอาไว้ไม่ได้เลย!!!! และถ้าตอนนั้นไม่มีพวกเซ็ตซึนะคุงมาช่วย โคโนกะก็คงต้องตายไปด้วยใช่ไหม!!!”
“อึ๊ก...........”
“ความจริงเธอไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายแล้วด้วยซ้ำ ถ้ายังดื้อจะมาให้เลิกทำพิธีอีก ฉันจะไม่ให้เธอมายุ่งกับพิธีนี้เลย รวมถึงไม่ให้เจอหลานสาวฉันอีกด้วย!!”
“คุณพ่อ........คุณพ่อไม่มีสิทธิ์!”
“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์! โคโนกะเป็นหลานฉันโดยศักดิ์และสายเลือดไม่เหมือนเธอที่เป็นคนนอกมาก่อน เข้าใจไหม?!? ”
“...........................................”
...............โคโนกะที่แอบฟังอยู่นานถึงกับเข่าทรุด
....นี้ท่านพ่อกับท่านตาพูดเรื่องอะไรกัน? แล้วอยู่ๆหัวใจของเธอก็เต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
....ร่างกายหมดเรี่ยวแรงอย่างไร้สาเหตุ
เธอทรุดลงที่หน้าประตูเหมือนกับว่าเธอได้ฟังเรื่องต้องห้ามยังไงยังงั้น แต่ดูเหมือนว่ามีคนกำลังจะเดินผ่านมาเธอจึงรีบลุกขึ้นมาซ่อนตัวและเดินออกไปจากที่นั้นทันที
........ อะไรกันท่านแม่ล้มป่วยตายไม่ใช่เหรอ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ท่านพ่อของเธอปกป้องท่านแม่ของเธอไม่ได้หล่ะ?? แล้วไอ้พิธีไตรเวทย์นั้นคืออะไร?? .......ขณะที่เดินใจลอยใช้ความคิด แต่สมองกลับอัดแน่นไปด้วยความคิดที่สับสน ถึงในจิตใจลึกๆของเธอจะบอกให้หยุดคิดแต่ว่า
ฉัน...ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร แล้วเซ็ตจัง เซ็ตจังก็รู้เรื่องนี้ด้วยงั้นสิ??? เดินๆไปสักพักเธอก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องสมุด.....ถึงมันจะหริบหรี่ก็เถอะ
......โคโนกะมองไปที่ห้องสมุดแล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปทันที
.............ทันทีที่เข้าห้องสมุดโคโนกะค้นหาหนังสือที่เธอพยายามตามหาทันที
“มันจะมีไหมน่า ต้องมีสิ ต้องมี นี้มันห้องสมุดรร.มาโฮระเชียวน่ะ”
“มองหาหนังสือเล่มไหนอยู่เหรอค่ะ คุณโคโนกะ?”
มิยาซากิ โนโดกะที่ตอนนี้ในมือถือหนังสือหอบใหญ่เดินเข้ามาทักโคโนกะที่กำลังหาหนังสืออยู่ โคโนกะสะดุ้งมองไปคนที่ทักเธอ สักพักเหมือนเธอนึกอะไรขึ้นมาได้
“อ๊ะ! โนโดกะจัง ฉันลืมไปเลยว่าโนโดกะอยู่ชมรมห้องสมุดนี่นา~~”
“อ๊ะ....ก็ใช่ค่ะ”
“งั้น...................ช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหมจ๊ะ~”
โคโนกะมองไปที่โนโกะด้วยสายตาแห่งความหวัง เธอจูงมือโนโดกะไปคุยเรื่องที่เธอจะขอร้องทันที
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“เล่มนี้หล่ะมั้งค่ะ? แหม หาอยู่ตั้งนานเชียว”
หลังจากที่ใช่เวลาอยู่นานนับชั่วโมง โนโดกะก็ค้นหาสิ่งที่โคโนกะต้องการได้สำเร็จนี่ขนาดเป็นคนของห้องสมุดยังใช้เวลาเป็นชั่วโมง ถ้าเธอเป็นคนหาเองจะขนาดไหนเนี้ย
ว่าแล้วโคโนกะก็เปิดอ่านทันที่
ทว่า ภาษาที่เขียนแม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่ก็เป็นตัวอักษรโบราณอ่านยากมากทีเดียว แค่หน้าแรกเธอก็ถอดใจแล้ว
“หวา~~ อ่านไม่รู้เรื่องเลย”
“ค่ะ ดิฉันก็ว่าอย่างนั้น ดิฉันเองก็ไม่นึกว่าคุณโคโนกะจะสนใจพิธีกรรมของเวทย์สมัยเอโดะน่ะค่ะเนี้ย ภาษามันอ่านยากจะตาย”
“นั้นน่ะสิ แล้วฉันจะทำยังไงดีหล่ะเนี้ย~”
“อืม~~.......”
โนโดกะนิ่งคิดไปสักพักก็เหมือนเธอคิดอะไรได้ เธอเดินหายไปสักพักใหญ่ก่อนจะกลับมาพร้อมหนังสือหนาพอดูเล่มนึง
“ดิฉันว่า คงต้องอ่านเล่มนี้ประกอบหน่ะค่ะ ถึงจะเข้าใจ”
“เห~.....”
เล่มที่โนโดกะหยิบมาเป็นพจนานุกรมอักษรโบราณที่ว่าด้วยเรื่องภาษาคาถาเวทย์โดยเฉพาะ อืม มันเหมาะที่จะเอามาอ่านคู่กันจริงๆด้วย
เพราะเมื่อโคโนกะลองอ่านคู่กันพลิกไปพลิกมาสักพักมันก็อ่านเข้าใจได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
“แหม โนโดกะจังเนี้ยเก่งจัง แป๊บเดียวก็รู้ว่าต้องอ่านเล่มนี้คู่กับเล่มนี้”
“เออ.....ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ ความจริงเคยมีคน..อุ๊บ!”
โนโดกะที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป เธอรีบปิดปากของเธอทันที โคโนกะที่จับสังเกตได้ก็ร้อนใจ นี่มีคนเคยอ่านเล่มนี้มาก่อนเธอหรือนี่ แถมโนโดกะจังยังรู้จักอีก.....ใครกันน่ะ?
“ใครกันจ๊ะ มีคนขอยืมอ่านมาก่อนใช่ไหม?”
“เอ่อ...คือ..”
มาถึงตอนนี้โนโดกะเริ่มกระอักกระอ่วมใจ ดูท่าเธอลำบากใจอะไรบางอย่าง โคโนกะเองก็อยากรู้ว่ามีใครบ้างที่รู้เรื่องพวกนี้ เธอจึงเค้นถามจากโนโดกะทันที
“โนโดกะจัง คนที่เคยขอยืมอ่านคือใครกันน่ะ?”
“เอ่อ..คือ ที่จริงเล่มนี้มันยืมกลับไปไม่ได้หรอกค่ะ........”
“แล้วทำไมโนโดกะจังทำเหมือนปกปิดอะไรบางอย่างหล่ะ?....”
“เอ่อคือ....”
โนโดกะมองซ้ายมองขวาและรีบลากตัวโคโนกะไปหาที่ๆไม่มีคนทันที โคโนกะที่โดนลากไปเลยมึนงง นี้มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวเหรอ? แค่เอาหนังสือที่ไม่ให้ยืมออกไปหน่ะ?
“เอ่อคือ เพราะเห็นว่าเป็นคุณโคโนกะน่ะค่ะ ดิฉันถึงบอก”
“เอ๋?”
“เพราะถ้าเป็นคนอื่น แม้แต่คุณครูเนกิ ดิฉันก็ไม่บอกหรอกค่ะ”
“คือ ตอนแรกที่เขาจะขอไปยืมอ่าน ดิฉันก็ไม่ให้หรอกค่ะ แต่ท่าทางเขาอยากจะได้มันมากเลยอ้อนวอนดิฉัน ดิฉันก็เลยใจอ่อนให้ไป แล้วอีกอย่างเขาขอร้องว่าไม่ให้บอกใครว่าเขายืมหรือเอาไปอ่านหน่ะค่ะ”
“เห~ ทำตัวลึกลับจัง”
“ค่ะ แล้วก็ได้โปรดอย่าถามดิฉันเรื่องนี้อีกเลยน่ะค่ะ แค่นี้ดิฉันก็ทำผิดต่อคุณคนนั้นมากพอแล้ว”
พูดจบโนโดกะที่มีสีหน้ารู้สึกผิดจนโคโนกะรู้สึกได้
โคโนกะไม่อยากให้อีกฝ่ายลำบากใจอีกเธอจึงไม่ถามต่อแม้จะเสียดาย
เธออยากจะรู้ว่าใครกันเป็นคนเคยยืมไป บางทีอาจจะรู้เรื่องพิธีไตรเวทย์ก็ได้และเธอก็จะยังมีเรื่องที่จะขอร้องเช่นกัน
“เอ่อ ถ้างั้นฉันขอ...........”
“ค่ะ...........เอาเป็นว่าคุณโคโนกะเอาหนังสือเล่มนี้กลับไปอ่านได้แล้วกัน เอาไปสักเดือนก็ได้ค่ะ คุณคนนั้นเขาก็ใช้เวลาอ่านประมาณนั้น
เพราะยังไงหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่ดิฉันทำงานที่นี้ก็ไม่มีใครเคยเอามาอ่านเลยนอกจากคุณสองคน”
“เย้~ ขอบใจมากๆน่ะ โนโดกะจัง~”
“แล้วกรุณาอย่าทำชำรุดเสียหายเด็ดขาดเลยน่ะค่ะ”
“จ๊ะ ขอบใจมากเลยน้า~~”
...........
โคโนกะที่ได้หนังสือที่เธอต้องการโดยได้รับอนุญาตให้เอาไปได้เป็นเดือน นี้แสดงว่าไอ้เล่มนี้คงอ่านยากมากๆเลยสิน่ะ แล้วใครกันน่ะที่เป็นคนที่ยืมเล่นนี้ไปอ่านก่อนหน้าเรา แถมยังไม่ให้บอกใครซะด้วย ด้วยความอยากจะรู้เรื่องโดยเร็ว
โคโนกะรีบกลับไปที่ห้องของเธอทันที ซึ่งก็โชคดี วันนี้เนกิมีประชุมและอาซึนะแปะโน้ตเอาไว้บอกว่าตนมีสอบซ่อมจะกลับมาตอนดึก
“เอาหล่ะน่ะ...................”
โคโนกะวางหนังสือเล่มที่ยืมมาวางไว้บนโต๊ะ เธอสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะรวบรวมความกล้าและเปิดมันอ่านอย่างตั้งใจทันที
........................เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแม้จะอ่านได้เพียงสิบหน้า แต่นั้นก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้เรื่องคราวๆเกี่ยวกับพิธีไตรเวทย์ เผ่าสามเผ่าในอดีต และผู้ถูกเลือก และที่ทำให้เธอตกใจก็คือ มีชื่อของตระกูลเธอที่เป็นผู้ถูกเลือกถึงเจ็ดในจำนวนกว่ายี่สิบกว่าคน บันทึกนี้ค่อนข้างนานเกือบจะร้อยปีข้อมูลจึงยังไม่มีมาถึงปัจจุบัน เธอได้แต่ถอนใจที่สุดท้ายคงรู้อะไรเกี่ยวกับท่านแม่ของเธอและสิ่งที่พวกท่านพ่อเถียงกันได้ไม่มาก เพราะมันเขียนไว้ชัดเจนว่าผู้ถูกเลือกจะรู้ตัวตั้งแต่ยังเด็ก
ถ้าเธอเป็นผู้ที่ถูกเลือกจริง.....ทำไมเธอไม่รู้หล่ะ? หรือที่เธอฟังมาจะเข้าใจผิด และแล้วเมื่อเธอพลิกไปอีกในหน้าถัดไป
พบว่ามันถูกคั้นด้วยกระดาษบางๆ แต่กระดาษนั้นกลับดูไม่เหมือนกระดาษของหนังสือเล่มนี้เลย ท่าจะถูกเก็บจนลืมเอาไว้ซะล่ะมั้ง อ่ะ...มีเขียนอะไรไว้ด้วย
ขออ่านหน่อยแล้วกันน้า~~ แล้วโคโนกะก็ลองเปิดอ่านดู
เมื่ออ่านเสร็จเธอก็ต้องตกใจกับสิ่งที่อยู่ในกระดาษบางๆนั้น แล้วอยู่ๆตัวทั้งตัวของเธอก็กระตุกขึ้นมาทันที
“อ๊ะ!”
โคโนกะที่อยู่ๆก็ควบคุมร่างกายไม่ได้นอนทรุดไปข้างๆทันที
ลมหายใจเริ่มติดขัด ความรู้สึกจุกจนแน่นหน้าอก แล้วสติของเธอก็เริ่มรางเลือน สิ่งที่เธอเห็นจากที่ควรจะเป็นห้องนอนของเธอค่อยๆกลายเป็นสีขาวพร่าๆ
แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพที่ครั้งนึงเธอคุ้นตายิ่งนัก.....
...................................................................................................................................
ในมโนภาพของโคโนกะ
........ในคฤหาสน์คันไซ บ้านเกิดของเธอ
“ท่านแม่ๆ ไอ้นี้คืออะไรค่ะ?”
โคโนกะตอนเด็กในชุดกิโมโน ชูเอากระดาษแผ่นนึงที่เธอได้มาจากท่านตาของเธอให้แม่ของเธอดู
โคโนเอะ โคโนมิที่กำลังจะเริ่มร้องไห้รีบปาดน้ำตาก่อนที่จะหันมาฝืนยิ้มกับลูกสาวตัวน้อยและตอบคำถามของเธอ
“กระดาษไตรเวทย์จ๊ะลูก”
“เหรอค่ะ? แล้วทำไมมันมีชื่อของหนูด้วยหล่ะ?”
สิ้นคำถามที่ดูไร้เดียงสา โคโนมิที่ได้ฟังเข้าก็ร้องไห้เข้าสวมกอดลูกของเธอทันที
“มัน....มันแสดงว่าลูกเป็นผู้ที่ถูกเลือกน่ะจ๊ะ?”
“เห~~”
โคโนกะในวัยเยาว์ร้องอย่างแปลกใจ เธอไม่รู้หรอกว่าที่แม่ของเธอพูดมันคืออะไร แต่ที่เธอกำลังงงก็คือทำไมท่านแม่ของเธอถึงร้องไห้ต่างหาก
“ท่านแม่......ท่านแม่ร้องไห้ทำไม?”
เอชุนที่ดูลูกสาวของตนที่อยู่ในวัยเล็กมองสองแม่ลูกด้วยความปวดใจ เขาหันไปถามพ่อตาของเขาโคโนเอมอน ที่ยืนอยู่ใกล้ๆทันที
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณพ่อ?!! ทำไมโคโนกะถึงกลายเป็นผู้ถูกเลือกหล่ะ?!!”
แต่ดูเหมือนโคโนเอมอนที่มองดูหลานสาวตัวเองด้วยสายตาที่เศร้าหมองก็หาคำตอบให้ไม่ได้เช่นกัน ทำไมกระดาษไตรเวทย์ถึงแสดงผลเยี่ยงนี้ นี้เขาต้องเสียทั้งลูกและหลานสาวไปทั้งสองคนเชียวหรืออออ!!
แต่เขาลองมาทุกอย่างแล้ว เขาพยายามหาคนที่ใกล้เคียงและน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแต่ก็ไม่ได้ จนในที่สุดต้องมาลงที่โคโนกะ ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่กลัวจริงๆ
โคโนกะเป็นผู้ถูกเลือกคนที่รุ่นที่สามสิบห้าของพิธีที่สืบทอดกันมากว่าสามร้อยปี!!
“ฉัน......ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วจริงๆ....”
โคโนมอนที่นิ่งไปนานตอบเอชุนอย่างจนปัญญา โคโนกะที่ฟังผู้ใหญ่คุยกันก็ยิ่งไม่เข้าใจ เธอหันไปถามแม่ของเธอทันที
“ท่านแม่ ผู้ถูกเลือกคืออะไรค่ะ??”
โคโนมิที่กำลังร้องไห้พยายามหยุดตัวเอง เธอฝืนยิ้มและตอบคำถามของลูกน้อยโดยพยายามข่มเสียงเครือของตนและพูดว่า
“ผู้ถูกเลือกก็คือ ผู้เสียสละอันยิ่งใหญ่ยังไงหล่ะจ๊ะ”
...............................
แล้วภาพที่โคโนกะเห็นก็ค่อยจางหายไป มันกลับเป็นภาพอีกภาพนึง
ซึ่งเป็นภาพที่เธอนอนกับท่านแม่ของเธอในห้องนอนในคืนที่แม่ของเธอถูกฆ่าตาย เป็นช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อันเศร้าสลด...
“แล้วเซ็ตจังก็ใช้ดาบไม้ฟันมันจนทรุดไปอย่างนี้เลย~”
โคโนกะในชุดกิโมโนเตรียมเข้านอนทำท่าจับดาบแล้วฟันกลางอากาศเหมือนกับตอนที่เซ็ตซึนะช่วยตนในห้องลับเมื่อคืนวานไม่มีผิด โคโนมิที่ฟังลูกอย่างตั้งใจอยู่นานก็ยิ้มให้กับท่าทางของลูกสาวก่อนจะเรียกลูกสาวให้เข้ามาใกล้ตน ซึ่งโคโนกะก็วิ่งเข้าไปกอดท่านแม่ของตนทันที
“ท่านแม่ เซ็ตจังเนี้ย เท่มากๆเลยเน้ออ~~”
“จ๊ะ เท่มากๆเลย”
โคโนมิที่ตอบรับเห็นด้วยลูบหัวลูกของเธอด้วยความเอ็นดู ซึ่งโคโนกะเองก็ท่าทางจะชอบที่จะให้ท่านแม่ทำเช่นนั้น เธออ้อนเข้าไปนอนตักของแม่เธอทันที แล้วโคโนกะก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“หนูอยากเจอกับเซ็ตจังเร็วๆ หนูจะได้เล่นกับเซ็ตจังอีก”
“ท่าทางลูกจะชอบเซ็ตจังมากๆเลยน่ะจ๊ะ”
โคโนมิที่เห็นลูกของตนเอ่ยถึงเซ็ตซึนะบ่อยๆก็พูดขึ้นทำเอาโคโนกะที่นอนอยู่บนตักเริ่มหน้าแดง แต่ถึงจะรู้สึกเขินอายแต่เธอก็พูดความรู้สึกของเธอที่แท้จริงให้ท่านแม่ของเธอทันที
“ค่ะ!~ หนูชอบเซ็ตจังที่สุดเลย~~”
โคโนมิที่ได้ฟังคำตอบของลูกของเธอก็ยิ้มดีใจที่ในที่สุดลูกของเธอก็มีเพื่อนที่ทำให้รู้เธอไม่ต้องรู้สึกเหงาได้ซักที
โคโนมิที่สายตามองไปที่ลูกน้อยที่ตัก เธอพูดบางอย่างที่เป็นถ้อยคำที่แม้จะเลื่อนหายไป แต่มันยังอยู่ในใจของโคโนกะมาตลอดชีวิต
“จำไว้น่ะโคโนกะ เมื่อใดก็ตามที่เรามีคนที่เราชอบหรือคนที่เรารักอย่ารีรอที่จะบอกหรือทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการ ก่อนที่จะสายเกินไปนะลูก......”
............................................................................
แล้วภาพทั้งหมดก็จางหายไป
โคโนกะที่ตอนนี้ในสายตาเห็นห้องนอนของตัวเองในสภาพตะแคงขวางก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลับมาจากมโนภาพทั้งหมดแล้ว เธอค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นก่อนที่จะพยายามเรียบเรียงทุกอย่างที่เห็น
ตอนนี้เธอจำได้แล้ว เธอเข้าใจหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดที่เธอพยายามหามันคืออะไร
ภาพต่างๆที่สมองของเธอได้กักมันไว้เริ่มหลั่งไหลเข้ามา ภาพที่แม่ของเธอถูกฆ่าตาย ภาพของเซ็ตจังที่ร่างถูกฟันต่อหน้าเธอ ภาพต่างๆแม้จะยิ่งดูยิ่งเจ็บปวดแต่เธอก็ต้องนึกถึงมันให้หมด จนเมื่อเวลาผ่านไปในบรรยากาศของห้องอันเงียบงันน้ำตาของสาวผมสีช็อคโกแล็ตกำลังไหลรินพร้อมๆกับเสียงสะอื้นไห้ ผนึกที่เก็บกักอดีตอันเจ็บปวดของเธอได้แตกสลายไปอย่างสมบูรณ์ และแทนที่ด้วยความเสียใจในความเดียงสาของตนเมื่อยังเด็กที่ทำให้ท่านแม่ของเธอต้องตายจากไป
ความเศร้าโศกเสียใจกลับถาโถมเข้ามาหาเธออีกครั้ง
เหมือนเมื่อวันที่จัดงานศพของท่านแม่ของเธอ แต่ยามนี้มันต่างออกไปเพราะยามนี้ข้างกายเธอไร้ซึ่งองครักษ์ที่คอยมาปลอบเธอเหมือนแต่ก่อน
....ไม่มีเซ็ตจังที่คอยฉุดเธอให้หลุดออกมาจากความเศร้าเหมือนแต่ก่อน.....
............................................................................................................................................................................
เช้าวันรุ่งขึ้นในห้องเรียน 2-A ก็ดำเนินการสอนตามปกติ....เซ็ตซึนะเองก็ยังไม่มาเรียนเหมือนเดิม
โคโนกะที่เริ่มเป็นห่วงและเธอเองก็มีเรื่องที่จะต้องคุยกับเซ็ตจังก็เริ่มร้อนใจ เมื่อคืนกว่าเธอจะทำใจกับความทรงจำที่แสนเศร้านั้นก็นานพอสมควร
มันทำเอาเธอร้องไห้หนักไปเกือบทั้งคืน ดีที่พวกเนกิคุงไม่ทันสังเกตเห็น ทว่าโคโนกะก็พยายามทำตัวเป็นปรกติเพราะเธอไม่อยากให้ใครอื่น
นอกจากเซ็ตจังมารู้เรื่องนี้อีก ไม่แม้แต่รูมเมททั้งสองคนของเธอก็ตาม และเมื่อเข้ามาในห้องเธอทักทายทุกคนในห้องที่กำลังจับกลุ่มคุยกันทันที
“อรุณสวัสดิ์จ๊า~ ทุกคน~”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ อ๊ะ..คุณโคโนกะเป็นอะไรไปค่ะ ตาแดงช้ำเชียว อย่างกับไปร้องไห้มาอย่างนั้นแหล่ะ..”
โนโดกะที่ทักทายตอบเมื่อสังเกตเห็นตาของอีกฝ่ายก็ถามด้วยความเป็นห่วงและกังวลทันที รึว่าไอ้หนังสือที่เธอให้ยืมไปมันจะมีส่วนทำให้โคโนกะเป็นแบบนี้แต่มันไม่ใช่นิยายเรื่องเศร้าอะไรนี่นา.....
โคโนกะเองที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายกังวลก็ยิ้มแบบไร้เดียงสาและตอบกลับไปว่า
“อ้อ เมื่อเช้าตอนทำกับข้าวฉันซุ่มซ่ามเผลอทำแป้งเข้าตาตัวเองหน่ะ น้ำตาเลยไหลมาไม่หยุด ฉันมันก็เป็นอย่างนี้ประจำหล่ะจ๊ะ ”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง ถ้าไม่ใช่เพราะ...เอ่อ เรื่องหนังสือนั้น ดิฉันก็เบาใจแล้วหล่ะค่ะ”
โนโดกะที่ได้ฟังก็โล่งใจเพราะซื่อตามคำพูดของอีกฝ่ายซะสนิท
โคโนกะก็ยิ้มให้กับโนโดกะอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนพลางหันไปหาทุกคนในวงวงสนทนาและทำตัวปกติต่อ...
“ นี่ๆ โคโนกะ รู้เรื่องนี้รึเปล่า?”
ซากุระโกะที่ดูเหมือนจะเป็นคนกำลังเล่าเรื่องอยู่ทักขึ้น
“เห~ เรื่องอะไรเหรอ?”
“ก็เรื่องเวรไปรดน้ำที่เรือนกระจกหลังโรงเรียนน่ะสิ”
“เอ๊ะ มีด้วยเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
โคโนกะได้ยินก็แปลกใจ ร้อยวันพันปีพวกเธอไม่ได้ได้ไปที่นั้นสักครั้ง จะเคยพูดถึงได้ก็น้อยเต็มที ก็ที่นั้นขึ้นชื่อลือชาว่าน่ากลัวจะตาย
“สงสัยมันจะพึ่งมีน่ะ อารู~” คูที่กำลังเคี้ยวซาลาเปาตุ้ยๆพูดขึ้นมา
“แล้วเนี้ย พวกของห้องเราครึ่งห้องแรกต้องไปดูแลเรือนนั้นวันนี้หน่ะ” ซากุระโกะพูดต่อพลางหันหน้าไปทางมาโดกะที่ดูกำลังทุกข์ใจ
“ใช่ๆ ตอนแรกฉันก็ดีใจที่ไปกันได้ตั้งครึ่งห้องไปกันเยอะๆจะได้อุ่นใจแต่ว่า........”
มาโดกะที่ดูจะกลุ้มใจกับเรื่องไปเรือนกระจกเธอหันไปมองรอบๆและพูดขึ้นว่า
“พวกครึ่งห้องแรกที่ไว้ใจได้ กลับอยู่ทำเวรไม่ได้ซักคน”
“เห?~”
“ก็นักเรียนในครึ่งห้องแรก มันตัดที่เลขที่ที่คุณซากุระซากิพอดีเลยใช่ม้า” มิสะที่อยู่ครึ่งหน้าเหมือนกันพูดขึ้นบ้าง
“พวกเราตอนแรกที่นึกว่าจะได้พึ่งองครักษ์ของเธอก็เบาใจ แต่นี้เขากลับไม่มาตั้งเป็นอาทิตย์แล้ว วันนี้ก็ด้วย เซ็ตซึนะเขาไปไหนหน่ะโคโนกะ”
คาสึมิที่อยู่ครึ่งหน้าและรู้เรื่องของพวกโคโนกะเป็นอย่างดีเอ่ยถามขึ้น แต่ตอนนี้แม้แต่โคโนกะเองก็ยังไม่รู้ว่าเซ็ตจังของเธออยู่ไหนก็ทำหน้าสลด เธอส่ายหน้าแล้วบอกว่า
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เซ็ตจังไม่ติดต่อมาเลย”
คาซึมิได้ยินก็แปลกใจ อ้าวเขาเป็นบอดี้การ์ดให้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมโคโนกะยังไม่รู้แหล่ะ? แล้วคาซึมิที่แอบดูใบหน้าโคโนกะที่พูดถึงเซ็ตซึนะด้วยใบหน้าเศร้าก็เริ่มเดาทางได้
“อ๊ะ ทะเลาะกับบอดี้การ์ดส่วนตัวเหรอจ๊ะ คุณหนูโคโนกะ”
คาซึมิแซวทำเอาโคโนกะสะดุ้งเล็กๆแต่ก็ยังทำตัวให้เป็นปกติ และตอบกลับไปว่า
“เปล่าซะหน่อย~ เซ็ตจังเขาไปทำธุระต่างหาก”
“ว้า! งี้ก็แย่น่ะสิเรา ที่นั้นน่ะได้ข่าวว่ามีสัตว์ป่าอันตรายอยู่ด้วย”
ยูนะที่ถือเป็นคนแรกของครึ่งหน้า(ไม่นับหนูซาโยะหรอกเนอะ) เธอบ่นทันที
“อ้าว ก็เรายังมี อาซึนะกับคูไม่ใช่เหรอ?~”
โคโนกะที่เข้าร่วมวงสนทนาหลังสุด เอ่ยถามอย่างสงสัย
“วางนี้อั๊วม่ายว่าง อั๊วต้องไปประชุมชมรม อั๊วเปงประธางนี้ ขาดม่ายล่ายหรอก อาลู~”
“แล้วคุณอาซึนะก็.................”
อาโกะพูดจบก็หันไปทางอาซึนะที่กำลังอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่เพียงแค่อาซึนะเท่านั้น พวกติงต็องเรนเจอร์ทุกคนยกเว้นคู ต่างอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน
“พวกติงต็องส์เรนเจอร์สอบเมื่อวางม่ายผ่านหมดยกเว้งอั๊ว เลยต้องสอบอีกรอบวันนี้หล่าเน้อ~”
“แง~ เหลือแต่ผู้หญิงที่น่ารักและอ่อนแอกันทั้งน้านเลย ฮือออออ แล้วจะไปป้องกันตัวจากไอ้พวกสัตว์ป่าที่นั้นได้ยังไงกัน~”
มาโดกะที่กลุ้มใจมากนานร้องขึ้นด้วยความกังวลทันที
อ๊า~ งี้ก็หมดตัวช่วยแล้วน่ะสิ โคโนกะคิดอย่างนั้น เดิมทีเธอกะจะไปขอร้องคุณคาเอเดะให้ไปด้วย
เพราะคุณคาเอเดะเป็นถึงนินจาและชอบช่วยเหลือคนอื่นต้องยอมไปด้วยแน่ๆ แต่นี่คาเอเดะเองก็ต้องมีสอบเหมือนกัน
ยูเอะที่อ่านหนังสือไปนั่งฟังไปก็หันมาทางฮารุนะ เพื่อนรักของตนที่เป็นเวรเหมือนกันด้วยความเป็นห่วงว่า
“แล้วเธอจะทำยังไงหล่ะ ฮารุนะ? ฉันเองก็ชักเริ่มเป็นห่วงแล้วน่ะ”
แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงโมโนโทนตามสไตล์แต่ก็แฝงด้วยความห่วงใย ฮารุนะได้ยินก็ส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง
แล้วคาสึมิก็สอดส่ายสายตาไปมาก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“สงสัยหน้าที่บอดี้การ์ดจำเป็น คงต้องให้คนที่ดูแมนที่สุดในกลุ่มสามคนเป็นซะแล้วหล่ะ”
พูดจบเธอก็หันหน้าไปทางยูนะ มิโซระและอากิระทันที ทั้งหมดก็เช่นกัน ทำเอาทั้งสามคนถึงกับสะดุ้งกับสายตาของทุกคนที่คาดหวังไว้ที่พวกเธอ
“วะ..ว่าไงน่ะ ฉันนี่น่ะ? แมน?”
ยูนะพูดไปชี้ที่ตัวเอง นี้ฉันถูกมองว่าเป็นทอมบอยมาตลอดเลยหรือนี่
อาโกะที่ต้องไปทำเวรเหมือนกันก็จับมือของยูนะเอาไว้แล้วพูดเหมือนกับฝากความหวังว่า
“ช่วยหน่อยน่ะจ๊ะยูนะ ตอนนี้ฉันพึ่งได้แต่เธอเท่านั้น”
“อ่ะ...ตะแต่...” ยูนะเองที่ถูกอาโกะจับมือก็กระอึกกระอักทำอะไรไม่ถูก
“แล้วฉันหล่ะ ฉันดูแมนเพราะแค่ทรงผมเนี้ยน่ะ? ” มิโซระที่โดนเหมือนกันเถียงขึ้น
ผมที่สั้นซอยจนเหมือนผู้ชายของเธอกำลังสร้างปัญหาให้เธอซะแล้ว เธอเป็นแค่แม่ชีฝึกหัดน่ะยังไม่เคยออกสนามเลย แม้ทุกคนจะไม่รู้ก็เถอะจะให้สวดมนต์ไล่สัตว์ป่าที่จะเข้ามาทำร้ายรึไง?
อากิระเองก็เหงื่อตกเช่นกันเมื่อรู้ว่าจะต้องเป็นบอดี้การ์ดจำเป็น นี่เธอเป็นนักกีฬาว่ายน้ำน่ะไม่ใช่นักกีฬาฟันดาบ จะไปสู้กับใครเขาได้ยังไง
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันอีกคนด้วยหล่ะ?”
“ก็อากิระน่ะ ดูนิ่งเป็นผู้ใหญ่ที่สุดน่ะสิ ต้องปกป้องพวกเราได้แน่นนอน! เนอะ พวกเราตกลงตามนี้!”
“เฮ!~~”
แม้เหตุผลจะฟังดูข้างๆคูๆ แต่ดูเหมือนอากิระกับมิโซระก็อ่อนใจยอมรับหน้าที่จำเป็นที่ถูกโบ้ยมาให้ในที่สุด ยูนะที่อาโกะฝากความหวังไว้ก็เช่นกัน
ทว่าทุกคนก็ดูจะลืมบุคคลอีกคนไว้ด้านหลัง
เธอพยายามยกมือเรียกความสนใจอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครสนใจ ท่าทุกคนจะลืมเธอไปแล้วจริงๆ แต่ก็ช่างเถอะยังไงเย็นนี้เธอก็มีธุระต้องรีบไปเหมือนกัน ว่าแล้วชาช่ามารุก็เดินกลับไปนั่งที่ข้างมาสเตอร์ของเธอเงียบๆ
(นี่ทุกคนลืมชาช่าจริงๆหง่ะ? ใจร้าย~~)
.........................................................................................................................................
............เย็นนั้นหลังเลิกเรียน
ทุกคนที่มีเวรไปเรือนกระจกเตรียมตัว(และใจ)กันพร้อม นำโดยอากิระที่หยิบไปยืมดาบไม้เคนโด้ของชมรมเคนโด้มาเพื่อความอุ่นใจ มิโซระเองแม้จะเป็นหนึ่งในแม่ชีสายบู๊ฝึกหัดแต่ในเมื่อเรื่องนี้เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ เธอเลยเตรียมการ์ดบัคดิโอ้เอาไว้เผื่อฉุกเฉิน ยูนะเองที่แม้จะยังเคืองๆที่ถูกหาว่าเป็นแมนอยู่แต่เพื่ออาโกะเพื่อนรักของเธอยูนะก็เลยเปลี่ยนไปใส่ชุดบาสที่ใช้ซ้อมเพื่อจะได้คล่องตัวขึ้น
.............(ใส่แล้วจะได้อะไรขึ้นมาเนี้ย?)
“เอาหล่ะ ทุกคน ไปกันเถอะ!”
อากิระที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มบอดี้การ์ดจำเป็นเรียกทุกคนให้ไปที่เรือนกระจกทันที เธอถือดาบเคนโด้ไว้ในท่าพร้อมใช้และเดินนำ ตามมาด้วยมิสะ มาโดกะ โคโนกะ ฮารุนะ คาสึมิ อาโกะและ ยูนะกับมิโซระที่เดินตามคอยระวังหลัง
“แหมๆ คุณอากิระเวลาเอาจริงก็ดูเท่เหมือนกันน้า~”
โคโนกะที่เดินตามชมบอดี้การ์ดจำเป็นที่นำหน้าทำเอาอากิระที่ทุกทีนิ่งขรึมเริ่มออกอาการเขินเล็กน้อย
“นั้นสิๆ ไว้งานแข่งว่ายน้ำคราวหน้า พวกเราชมรมเชียร์จะไปเชียร์ให้สุดเสียงเลย”
มิสะที่เห็นด้วย รีบสนับสนุนคำพูดของโคโนกะทันที
“หง่ะ ทีฉันไม่เห็นชมมั่งเลย” ยูนะที่เดินตามหลังตะโกนขึ้นมาด้วยความน้อยใจ
“ยูนะก็เท่เหมือนกันน่ะ ขอบใจน่ะที่ยอมทำหน้าที่นี้”
อาโกะที่ดูจะเป็นคนกลัวกับการไปเรือนกระจกที่สุดหันไปให้กำลังใจยูนะ
ง่าให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนฉัน...แล้วยูนะก็ไม่บ่นอะไรอีก
...........จนเมื่อไปถึงเรือนกระจกด้วยความปลอดภัย
ดูเหมือนทุกคนจะคิดมากไปเองเพราะตลอดทาง ไม่เห็นจะมีอะไรให้กลัวนอกจากป่ารอบๆเท่านั้น
แต่กระนั้นทุกคนก็รีบกันทำเวรรดน้ำต้นไม้จนกระทั้งเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จมันก็จวนจะมืดแล้ว แล้วทุกคนก็เตรียมตัวกลับด้วยความหวาดระแวงเหมือนเช่นขามาอีกครั้ง......
“ง่า~ มืดจัง น่ากลัวอ่ะ” ฮารุนะที่เห็นบรรยากาศรอบๆร้องขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกน่า เดินเกาะกลุ่มจับมือกันไว้แล้วกันจะได้ไม่หลง”
อากิระที่ดูจะทำหน้าที่ของตนได้ดีพูดขึ้นแล้วเดินนำกลับทันที แล้วทั้งหมดก็พากันเดินกลับจากเรือนกระจกจนกระทั้งเดินไปได้สักพักใหญ่
จนใกล้จะถึงที่หมาย คาสิมิที่เป็นคนหูดีได้ยินเสียงอะไรบางอย่างก็พูดขึ้น
“นี่! ได้ยินเสียงอะไรไหม?”
“เสียงอะไรหล่ะ?”
แล้วทุกคนก็หยุดฟัง เสียงแซ่กๆดังมาจากด้านหลังของพวกเธอ
สักพักก็มีอะไรบางอย่างกระโจนออกมาจากต้นไม้ ร่างที่พวกเธอเห็นในแสงสลัวๆตอนใกล้มืดก็คืออะไรซักอย่างที่ตัวใหญ่มากๆ แล้วทำท่าจะเข้ามาทำร้ายพวกเธอ...
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!”
คราวนี้ทั้งกลุ่มพากันวงแตกทันที วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง อากิระเองแม้จะมีดาบไม้อยู่ในมือแต่ก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูก เพราะไอ้ตัวที่อยู่ข้างหน้ามันจะเป็นสัตว์ก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงแต่ตัวมันใหญ่มากทีเดียว
“ก๊าซซซซซซซซซ!!!”
“ตะ..ตัวอะไรกันเนี้ย??”
และแล้วไอ้ตัวที่ไม่สามารถระบุสัญชาติและเผ่าพันธุ์ก็เริ่มวิ่งไล่ทุกคนทันที พาเอาทุกคนแตกตื่น อาโกะเองที่วิ่งหนีสะดุดเอากับรากไม้ล้มลง ทว่าตอนนี้ไอ้ตัวที่ว่ากำลังจะใกล้ตัวเธอเข้ามาแล้ว
“กรี๊ดดดด ช่วยด้วยยยย~”
อาโกะกรี๊ดขอความช่วยเหลือสุดเสียง อากิระที่มีอาวุธคนเดียวในมือ แม้จะกลัวแต่เธอเอาดาบฟาดใส่มันเต็มแรงทันทีทำเอามันชะงัก
ทว่าดูเหมือนมันจะไม่รู้สึกเจ็บหรือสะดุ้งอะไรด้วยซ้ำทำเอาอากิระที่มั่นใจว่ามันต้องโดนเต็มๆตะลึงทันที แต่มันเองก็ไม่สนใจในตัวอากิระแต่พุ่งไปยังอาโกะที่ล้มลงแทน
อาโกะที่เริ่มหวาดกลัวกับภัยที่มาถึงมองร่างดำทมึนที่กำลังเข้าใกล้เธอด้วยสีหน้าซีดเผือก จนกระทั้ง..
“ส่งมือมาอาโกะ!”
ก่อนที่มันจะเข้าไปใกล้อาโกะแค่คืบ ยูนะที่อาศัยแรงสปีดจากการฝึกบาสพุ่งเข้าไปใกล้แล้วฉุดอาโกะขึ้นมาทันที มิโซระเองที่แอบหยิบการ์ดบัคดิโอ้มาใช้ เธอรีบทุ่มแรงทั้งหมดกระโดดดึงพวกยูนะที่อยู่ในอันตรายให้พ้นระยะห่างจากไอ้ตัวนั้นอีกคน
“โห....แรงกระโดดสุดยอดเลย~ เธอน่าจะไปอยู่ชมรมบาสน่ะ”
ยูนะที่โดนมิโซระฉุดอยู่ร้องชมแต่มิโซระที่รู้ว่าพลังมันไม่ได้มาจากตัวเธอ มันมาจากการ์ดต่างหาก เธอก็รีบปฏิเสธและเตือนทันที
“นี้มันใช่เวลาชวนเข้าชมรมที่ไหนกันเล่า ดูเหตุการณ์ซะมั้งสิ”
“แฮ่ะๆ”
เมื่อพลาดเป้าไปจากอาโกะมันหาเหยื่อใหม่ทันที ก่อนจะพุ่งความสนใจไปที่พวกโคโนกะที่อยู่ใกล้มันที่สุดแทน จนมิสะ คาสึมิ และโคโนกะต้องรีบหนีแทบไม่ทัน ทว่าดูเหมือนพวกเธอกำลังจะจนมุม เพราะพวกเธอถูกต้อนให้มาที่หน้าผาซะแล้ว
“แย่แล้ว! ไม่ทางหนีแล้ว!”คาสึมิที่เริ่มรู้ว่าถึงทางตันก็เริ่มตกใจ
“จะทำยังไงดีหล่ะ?”มิสะเองที่เห็นเหมือนกันก็ลนลาน เริ่มหาทางหนี
โคโนกะที่ตกอยู่ในสภาพไม่แพ้ทั้งสองคนก็เริ่มกลัวจนเข่าอ่อน
....ไอ้ตัวที่ไล่ต้อนพวกเธอเมื่อเห็นว่าเหยื่อหมดหนทางก็หันพุ่งเข้ามาทันที
เมื่ออันตรายใกล้เข้ามาตรงหน้า โคโนกะนึกถึงคนๆเดียว
คนๆเดียวที่เธอไว้ใจ
คนๆเดียวที่จะคอยปกป้องเธอไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม..................
“ช่วยด้วยยยเซ็ตจังงง!!!!!!”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“วิชาลับสำนักดาบชินเมริว!!! สัตตะศาตราผ่าซากุระ!!!!!!!!!!!”
....... สิ้นเสียงชื่อกระบวนท่า ซากุระซากุ เซ็ตซึนะที่ในมือมีดาบยูนางิฟันร่างปริศนาที่จะเข้าทำร้ายพวกโคโนกะจนมันล้มลงในพริบตา ทำเอาทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นตกตะลึงก่อนจะดีใจที่ไอ้ตัวนั้นถูกจัดการได้สำเร็จ
“ไชโย! จัดการมันได้แล้ว”
“เยี่ยมไปเลย! สมเป็นคุณซากุระซากิ”
แม้ทุกคนจะร้องยินดีและชื่นชมเซ็ตซึนะที่จัดการมันได้ แต่ดูเหมือนเซ็ตซึนะจะไม่สนใจกับคำพูดเหล่านั้นเลย ต่างคนเริ่มหาเพื่อนของตัวเองที่วิ่งหนีกระจายไป
แต่เซ็ตซึนะตรงไปที่โคโนกะ คนๆเดียวที่เธอตั้งใจจะปกป้องเท่านั้น เธอมองคุณหนูของเธอด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่จ้องคุณหนูของเธอเขม็ง
เธอนั่งคุกเข่าขาเดียวในท่าของซามูไรทำความเคารพเจ้าหญิงของตนก่อนที่จะก้มหน้าพูดขึ้นมาว่า
“ขออภัยที่ดิฉันมาช้า! ดิฉันมีความผิด! สมควร....”
แต่ไม่ทันที่จะพูดจบ โคโนกะที่กำลังร้องไห้เข้าสวมกอดองครักษ์ของเธอทันที
“เซ็ตจังบ้า! หายไปไหนมาตั้งนาน! ฉันกลัวแทบตายแน่ะรู้ไหม!! ไม่รู้หล่ะ.....ฉันไม่ให้อภัย ไม่ให้อภัยจริงๆด้วย!~”
แม้ปากจะพูดอย่างนั้นแต่โคโนกะก็กอดเซ็ตซึนะไว้แน่นและร้องไห้ไม่หยุด ความรู้สึกอัดอั้นทุกอย่างที่เธอพยายามเก็บงำมาตลอดสองอาทิตย์พรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาและแรงกอดนั่น เซ็ตซึนะเองแม้แรกๆจะกระอักกระอ่วมจนหน้าแดงที่อยู่ๆคุณหนูมากอดตน
แต่ก็กอดตอบ เธอปลอบองค์หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอว่า
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะคุณหนู เรื่องเลวร้ายทุกอย่างมันจบลงแล้ว”
แต่ดูเหมือนทั้งสองจะลืมไปว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน คาซึมิที่มองดูฉากโรแมนติกอยู่นานแซวก็ขึ้นทันที
“แหมมมม~ องครักษ์กับองค์หญิงกอดกันกลมไม่เกรงใจพวกเราเล้ยยยยย~~”
“ฮิ้วววววววววววว~~~”
ไม่เพียงแค่คาสึมิ ทุกคนในที่นั้นต่างแซวทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน
จนผู้ที่ถูกแซวทั้งอายม้วนและหน้าแดง แต่ทั้งสองก็ยังไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายออกจากอ้อมกอดของตนเลย
แล้วซักพักซาโตมิในชุดเสื้อกราวน์ก็วิ่งเข้ามาด้วยอาการหอบแฮ่ก สายตาของเธอลุกลี้ลุกลนเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างและถามทุกคนที่อยู่ที่นั้นทันที
“นี่ๆ พวกเธอเห็นหุ่นยนต์ของฉันผ่านมาแถวนี้ไหม๊? ฉันทดลองแล้วอยู่ๆมันก็หลุดออกมาจาก.............กรี๊ดดดดดดดด หุ่นเมก้าโรบ็อททาโร่หมายเลขสี่ของช้าน~~~~”
ซาโตมิที่หันไปเห็นไอ้ตัวที่มาทำร้ายทุกคนเข้ารีบวิ่งไปดูมันทันที เธอสำรวจรอบๆแล้วแล้วร้องเสียงหลงเพราะหุ่นนั้นถูกเซ็ตซึนะฟันซะจนมันยับเยินไม่เป็นชิ้นดี ที่แท้มันเป็นของซาโตมิเองหรอกหรือ?
คาสึมิที่รู้ดังนั้น จึงส่งสายตาอาฆาตแค้นมาซาโตมิ พลางกัดฟันกรอดและพูดขึ้นมาว่า....
“นี่~~ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของเธอเองหรอกเหรอ ซาโตมิ๊!~”
“ช่ายๆ ฮือออ แล้วใครเป็นคนทำมันจนพังอย่างนี้หล่ะ~~ ฮือออออ ใจร้ายที่สุดเลยยยยยย”
“จะใครก็ช่าง แต่ทั้งหมดเนี้ยเธอต้องรับผิดชอบ!!”
มิสะที่โดนไอ้หุ้นนี้หลอกซะกลัวหัวหดเริ่มหันมาที่ซาโตมิทันที อากิระที่แค้นเช่นกันใช้มือจับดาบเคาะมันเข้ากับมืออีกข้างหมายจะใช้งานมันอีกครั้ง ยูนะเองก็แอบกำหมัดเช่นเหมือนกัน ทั้งหมดพร้อมใจกันรุมเข้ามาใกล้ซาโตมิที่เป็นต้นเหตุวุ่นวายของเรื่องทั้งหมดทันที
ซาโตมิได้แต่มองทุกคนที่ส่งสายตาอาฆาตแค้นด้วยหน้าตาซีดเผือก
“ทะ..ทุกคนเป็นอะไรไป???~~~~ แล้วนี่ฉันทำผิดอะไรเนี้ยยยย~~~”
............แล้วซาโตมิผู้น่าสงสารก็ถูกทุกคนลงทัณฑ์
.....เฮ้ออออ ซวยโดยแท้เล้ยยยย~~
..........................................................................................
..... เมื่อทุกคนต่างแยกย้ายกลับห้องของตนไปหมดจนเหลือเพียงแค่สองคน เซ็ตซึนะและโคโนกะที่นั่งนิ่งอยู่นานโดยไม่ทำอะไรกันเลยนอกจากนั่งจับมือของอีกฝ่ายไว้แน่นและมองไปที่บรรยากาศอันเงียบสงบของยามค่ำโดยรอบ มันสร้างความสุขใจเล็กๆให้กับคนทั้งสองโดยที่พวกเธอไม่รู้ตัว
เรื่องที่พวกเธอทะเลาะกันเมื่อหลายวันก่อนไม่มีมารบกวนในหัวเลยสักนิด จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดโคโนกะก็เป็นคนเปิดปากเริ่มบทสนทนาเป็นคนแรก
“เซ็ตจัง...”
“....ค่ะ คุณหนู”
เซ็ตซึนะเองที่นิ่งอยู่นานเธอก็มีเรื่องจะพูดมากมายเช่นกัน แม้เธอรู้สึกเสียดายถ้าต้องหยุดเวลาแห่งความสุขตรงนี้เอาไว้ แต่ในเมื่อมันถึงเวลาของมันแล้ว เธอจึงตอบรับคุณหนูของเธอด้วยรอยยิ้มน้อยๆของเธอด้วยความยินดี...
“ฉันมีอะไรบางอย่างจะให้เซ็ตจังดู แต่ตอนนี้ช่วยไปรอฉันที่ห้องของเซ็ตจังก่อนจะได้ไหม?”
แม้จะไม่เข้าใจว่าคุณหนูของเธอจะเอาอะไรให้เธอดู แต่เธอก็ตกปากตอบตกลง เธอกลับไปรอที่ห้องของเธอโดยที่โคโนกะก็ขอตัวกลับไปที่ห้องของเธอเช่นกัน
.....รออยู่ในห้องพักของตนอยู่นานนับชั่วโมง จนกระทั้งโคโนกะเข้ามาหาที่ห้องของเธอในที่สุด คุณหนูของเธอถือเป้ใบโตของตัวเองมาด้วย
เมื่อโคโนกะนั่งเข้าที่เธอสูดลมหายใจลึกๆก่อนที่จะเริ่มเปิดประเด็นทันที
“เอาหล่ะ ฉันจะเริ่มแล้วน่ะ เซ็ตจัง”
แม้จะยังไม่รู้ว่าคุณหนูของเธอจะพูดเรื่องอะไรหรือเอาอะไรให้ดูเซ็ตซึนะก็นั่งนิ่งรอความด้วยความตื่นเต้นอยู่เงียบๆ
“เซ็ตจัง ฉัน................จำได้แล้วว่า ท่านแม่ของฉันตายยังไง”
สิ้นประโยคเซ็ตซึนะเบิกตาโพลง อ้าปากค้างทันที เธอตกใจที่อยู่ๆคุณหนูของเธอพูดเรื่องนี้ โคโนกะเองที่ดูสีหน้าขององครักษ์ของเธอก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นตกใจเอามากๆ แต่....ที่เธอจะพูดมันยังไม่หมดแค่นั้น
“แล้ว ฉันก็จำได้แล้วว่า ฉันได้ถูกกำหนดให้เป็นผู้ถูกเลือก...ต่อจากท่านแม่ของฉัน”
มาถึงตอนนี้เซ็ตซึนะที่อึ้งอยู่หมดแรงไปทันที ตัวทั้งตัวของเธอเย็บวาบ รู้แล้ว....จำได้แล้ว.....ได้ยังไง...???
“แล้ว......ฉันรู้เรื่องของพิธีไตรเวทย์แล้วหล่ะ”
สิ้นประโยคไป เซ็ตซึนะที่ตกใจมากอยู่แล้วก็ตะลึงยิ่งๆขึ้นไปอีก
... ห๊ะ ว่าไงน่ะ? รู้เรื่องพิธีไตรเวทย์แล้วด้วย!!! เซ็ตซึนะถามสวนขึ้นไปทันที
“คะ..คุณหนู คุณหนูรู้เรื่องพิธีนั้นได้ยังไงค่ะ? ใครกันเป็นบอกมาคุณหนู? หรือมีพวกปิศาจคิดจะมาทำร้ายคุณหนูแล้ว...”
“ป่าวหรอก ฉันเริ่มสะกิดใจเมื่อตอนฟังท่านพ่อกับท่านตาเถียงกัน แล้วก็.........”
แล้วโคโนกะก็หยิบของในเป้ออกมามันคือหนังสือที่เธอไปขอยืมมาจากโนโดกะนั้นเอง
“อ่ะ..นั้นมัน...”
เซ็ตซึนะที่เห็นสิ่งที่คุณหนูเอาออกมาก็มองตาค้าง นี้หน่ะเหรอ?สิ่งที่คุณหนูจะเอามาให้ดู มันเกินกว่าที่เธอคาดเอาไว้จริงๆ...
“คุณหนู....คุณหนูอ่านมันแล้ว?”
“จ๊ะ อ่านไปได้นิดหน่อย แล้วอยู่ๆพอเห็นกระดาษนี่”
โคโนกะหยิบเอากระดาษที่เหน็บเอาไว้ให้เซ็ตซึนะดู
มันคือกระดาษไตรเวทย์ที่เธอเคยได้ตอนเด็กนั้นเองเพียงแต่มันไม่ใช่ชื่อของเธอ มันเป็นของรุ่นที่ยี่สิบที่บังเอิญเหน็บเอาไว้
“ความทรงจำทั้งหมด.....ทั้งที่ท่านแม่ถูกฆ่าตายและที่เซ็ตจังถูกทำร้าย มันกลับมาแล้ว”
พูดจบเธอก็ก้มหน้านิ่งด้วยแววตาเศร้าสร้อยและเริ่มที่จะร้องไห้ออกมา เซ็ตซึนะเองเมื่อเห็นอาการอันเศร้าโศกของคุณหนูก็เอื้อมมือจะเข้าไปปลอบ
....แต่เธอชะงักเล็กน้อย....มัน..จะเหมาะไหมน่ะ ?
แต่คุณหนูในตอนนี้คงรู้สึกเศร้ามากแน่ๆ
...เราคงทำอะไรอื่นไม่ได้นอกจากคอยอยู่ข้างคุณหนูเท่านั้น แล้วเซ็ตซึนะก็ตัดสินใจเข้าไปกอดปลอบคุณหนูของเธอในที่สุด
“คุณหนูค่ะ....เรื่องเมื่อตอนนั้นดิฉันเสียใจจริงๆที่ไม่สามารถช่วยท่านแม่ของคุณหนูเอาไว้ได้ แล้วที่ความทรงจำของคุณหนูกลับมาส่วนหนึ่งต้องมาจากความบกพร่องของดิฉันเป็นแน่ คุณหนูต้องมาทุกข์ใจกับอดีตอันเลวร้าย....มันคงจะเจ็บปวดมิใช่น้อย ดิฉัน...ดิฉัน..”
มาถึงตรงนี้เซ็ตซึนะก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก เธอไม่รู้จะปลอบใจคุณหนูของเธอยังไงในเมื่อความทรงจำในช่วงเวลานั้นของคุณหนูกลับคืนมาวันเวลาที่เจ็บปวดนั้นต้องทำให้คุณหนูทรมานเป็นแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงจิตใจของคุณหนูของเธอมากขึ้น
แต่แล้วโคโนกะก็เอานิ้วชี้แตะไปที่ริมฝีปากขององครักษ์ของเธอให้ไม่ต้องพูดอะไรต่ออีก เธอเงยหน้าจ้องไปที่ตาของเซ็ตซึนะแล้วก็ถามขึ้นว่า...
“เซ็ตจังใช่ไหม ที่เป็นคนไปขอยืมหนังสือเล่มนี้มาจากคุณโนโดกะ”
“อ่า...........ค่ะ”
เซ็ตซึนะรับโดยสดุดี...... โคโนกะก็คิดในใจ คิดแล้ววว....
ใครมันจะไปสนใจเรื่องนี้และเป็นคนที่โนโดกะจังรู้จักอีกนอกจากเซ็ตจัง ว่าแล้วเธอก็ก้มตัวไปซุกพิงที่หน้าอกขององครักษ์ของเธอและกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น
ซึ่งเซ็ตซึนะก็เต็มใจและไม่ขัดขืนแต่อย่างใด ในยามนี้เธอควรเป็นห่วงเรื่องจิตใจของคุณหนูให้มากที่สุด.....
“แต่.......ที่ฉันพูดว่าไม่ให้อภัยเมื่อเย็นน่ะ ฉันพูดจริงน่ะ”
“เห!”
เซ็ตซึนะที่ฟังและกอดปลอบคุณหนูอยู่ก็แปลกใจจนเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองแทบไม่ทัน แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ สงสัยคุณหนูคงยังโกรธเรื่องวันนั้นกระมัง
.....แค่คิดถึงเรื่องวันนั้นหน้าก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง เธอลืมไปเสียสนิท
ตั้งแต่รู้เรื่องสุดช็อคเมื่อกี้ เซ็ตซึนะรีบปล่อยตัวคุณหนูของเธอและนั่งคุกเข่าก้มหัวขอโทษคุณหนูของเธอด้วยอาการลนลานทันที
“ ดะ..ดิ..ดิฉันสมควรตาย! คะ..คืนนั้นดิฉันหน้ามืดทำผิดต่อคุณหนูจริงๆ ! คุณหนูไม่ต้องอภัยให้ดิฉันก็ได้!จะลงโทษดิฉันจะฆ่าจะแกงยังไงก็ได้..ดิฉันๆ.....”
เซ็ตซึนะที่ก้มหน้าก้มตาขอโทษเริ่มจะลนลานจนพูดอะไรไม่ถูก โคโนกะเองก็ค่อยๆเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ช้าๆ เธอเอื้อมมือมาเชิดปลายคางของเซ็ตซึนะให้เงยขึ้นมามองเธอ ทำเอาองครักษ์สาวมองหน้าองค์หญิงด้วยความงงงัน และโคโนกะเองก็มองแววตาของผู้ที่สับสนเบื้องหน้าด้วยสายตาที่แปลกออกไปจากทุกที....
“แน่นอน ..................ฉันไม่อภัยให้เซ็ตจังหรอก”
พูดจบโคโนกะก็ค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้องครักษ์ของเธอช้าๆ ทำเอาเซ็ตซึนะที่เห็นอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ตนเริ่มใจเต้นตึกตักจนทำอะไรไม่ถูก นี่คุณหนูของเธอคิดจะทำอะไรน่ะ?? .....
“อืออ?~”
แล้วเซ็ตซึนะได้คำตอบของเธอในที่สุด
เธอช็อคเบิกตาโพลงจนร้องออกมาจากลำคอด้วยความตกใจ เพราะในตอนนี้ริมฝีปากของเธอถูกปิดด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย....คุณหนูกำลังจูบเธอ!!!
คุณหนูไม่ได้โกรธเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ?
หรือคุณหนูไม่ให้อภัยเธอที่เธอไปจูบคุณหนูด้วยการมาจูบตอบ???
ในหัวของเซ็ตซึนะตอนนี้กำลังสับสนเพราะการกระทำอันยากจะอธิบายของอีกฝ่าย
.....แต่แค่เพียงครู่เดียวเธอก็เปลี่ยนจากความตกใจและสับสนเป็นการตอบรับด้วยอาการเคลิ้มแทนเพราะริมฝีปากที่มาสัมผัสเธอนั่นมันยั่วยวนเธอซะเหลือเกิน แล้วอยู่ๆ....คุณหนูของเธอก็ถอนริมฝีปากที่เซ็ตซึนะโหยหาออกมาซะก่อน ทำเอาเซ็ตซึนะที่กำลังเคลิบเคลิ้มมองตามด้วยความเสียดายและทำท่าจะเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แต่ถูกโคโนกะเอานิ้วชี้แตะห้ามริมฝีปากขององครักษ์เธอที่กำลังเข้ามาใกล้เอาไว้...
“ อ๊ะๆ เซ็ตจังพูดเองน่ะว่าจะให้ลงโทษยังไงก็ได้หน่ะ? ฉันจะลงโทษฐานที่เซ็ตจังกลับมาช้า ปล่อยให้ฉันรอตั้งสองอาทิตย์”
คำพูดว่าจะลงโทษ.... ??
เซ็ตซึนะที่ยังมีแววตายของความเสียดายมองคุณหนูของเธอด้วยความไม่เข้าใจ
โคโนกะที่ยิ้มอย่างมีเลตนัยก็ไม่พูดอะไรอีก เธอผลักองครักษ์ของเธอให้นอนหลังไปติดกับพื้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จะโน้มตัวเธอทับไปตัวขององครักษ์ที่อยู่เบื้องล่างทันที เซ็ตซึนะที่ได้แต่นอนลงตามที่ถูกชักพาก็เริ่มตื่นตระหนก เธอถามคุณหนูของเธอด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักว่า
“คะ..คะ...คะคุณหนู คุณหนู จะทะ..ทำอะไรค่ะ?”
โคโนกะที่ได้ฟังเสียงอันสั่นเครือของอีกฝ่ายก็ยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแกล้งตอบด้วยน้ำเสียงน้อยใจปนกระแหน่กระแหน่ว่า...
“ก็......ลงโทษไง แหม~ ที่ตอนเซ็ตจังทำอย่างนี้ ฉันยังไม่มีโอกาสได้ถามซักคำเลยน่ะ”
เซ็ตซึนะที่ได้ฟังอีกฝ่ายพูดเรื่องเมื่อวันนั้นถึงกับสะอึกตัวทั้งตัวร้อนผ่าวเพราะความอาย ก็ตอนนั้นเธอโมโหนี่นา
...แต่พอเซ็ตซึนะจะอ้าปากเถียงก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยริมฝีปากของคุณหนูอีกครั้ง ริมฝีปากที่สัมผัสกันนั้นเริ่มดูดดื่มและร้อนแรงขึ้น
เมื่อโคโนกะโน้มตัวเองกดริมฝีปากให้แนบแน่นกว่าเดิม ในหัวของเซ็ตซึนะตอนนี้เริ่มว่างเปล่าเธอไม่สนแล้วว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง รู้แต่ว่าสิ่งที่เธอคิดฝันมาตลอดมันกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า....และเธอจะไม่ปล่อยมันให้หลุดลอยไป
ว่าแล้วเซ็ตซึนะก็เริ่มจูบตอบคุณหนูของเธอขึ้นมาบ้าง มือค่อยๆเอื้อมไปกอดตัวคุณหนูที่นอนทับเธออยู่เข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม เธออยากสัมผัสมากกว่านี้ อยากรู้สึกถึงตัวคุณหนูให้มากกว่านี้ โคโนกะก็เช่นกัน เธออยากได้เซ็ตจังให้เป็นของเธอ
แล้วโคโนกะก็ค่อยๆเอาลิ้นสอดเข้าไประหว่างริมฝีปากคู่บางขององครักษ์ของเธอทันที
“อื้ออออออออออออ~~~”
เซ็ตซึนะตกใจจนร้องครางเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นที่สอดเข้ามา แม้จะตกใจแต่เธอก็เผยอรับลิ้นนั้นเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกเสียวซ่านผ่านมาในตัวองครักษ์สาวเมื่อลิ้นนั้นได้บุกรุกเข้ามา มันตวัดเล่นกับลิ้นของเธอไปมาราวกับชักชวนยั่วลิ้นของเธอให้ตอบกลับมัน
เซ็ตซึนะที่ตอนแรกแม้จะยังไม่ค่อยกล้า แต่เมื่อโดนลิ้นนั้นเลียเข้ามาที่ลิ้นของเธอและสอดเข้ามามากขึ้นจนเธอรู้สึกเหมือนถูกลิ้นนั้นยั่วยวนจนทนไม่ไหว เธอก็ค่อยๆใช้ลิ้นของเธอสัมผัสมันเป็นการตอบกลับก่อนจะสอดมันกลับไปหาคุณหนูของเธอเช่นกัน โคโนกะที่แม้จะเป็นฝ่ายเริ่มยังอดครางด้วยความพอใจกับรสสัมผัสที่องครักษ์ของเธอมอบมาให้ไม่ได้......
แต่ดูเหมือนองครักษ์สาวไม่ต้องการเพียงแค่นั้น เธอดึงตัวของคุณหนูเข้ามาใกล้เพื่อที่จะได้เพิ่มสัมผัสที่เธอปรารถนาให้มากขึ้นไปอีกให้สมกับความคิดถึงที่เธอมีกับคุณหนูมาตลอดสองอาทิตย์ จนฝ่ายโคโนกะที่รู้ว่าองครักษ์ของเธอตกอยู่ในกำมือของเธอโดยสมบูรณ์ เธอจึงแกล้งถอนริมฝีปากของเธอออก
ทำเอาเซ็ตซึนะร้องครางด้วยความรู้สึกเสียดาย...................
“อ๊ะ...........อ๊า~~”
เซ็ตซึนะได้แต่มองไปที่คุณหนูของเธอด้วยสายตาเว้าวอนให้อย่าหยุดความต้องการที่มีอยู่ในใจเธออีก
แต่โคโนกะที่ต้องการให้องครักษ์ของเธอรู้สึกแบบนั้น เธอก้มลงมามองทาสรักของเธอผู้อยู่เบื้องล่าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงของผู้มีชัยว่า
“อย่าได้ใจนักซี่ ฉันเป็นผู้ลงโทษน่ะ....เซ็ตจังห้ามขยับ”
แล้วโคโนกะก็เริ่มส่งสายตาเจ้าเล่ห์......เธอค่อยเอานิ้วมือเรียวยาวแตะไปที่หน้าผากขององครักษ์ของเธอก่อนที่จะค่อยๆไล่ไปที่ จมูก แก้ม และริมฝีปาก เจตนาที่จะเคลื่อนนิ้วของเธอไปช้าๆและแผ่วเบา ทำเอาเซ็ตซึนะที่ถูกสัมผัสตัวสั่นสะท้านตามสัมผัสนั้นไปด้วย แล้วนิ้วนั้นก็ค่อยๆเลื่อนไปที่ปลายคาง ไล่ไปเรื่อยๆจนถึงลำคอก่อนจะไปหยุดที่กระดุมคอเสื้อนักเรียนของเซ็ตซึนะ นิ้วนั้นค่อยๆปลดกระดุมเม็ดบนอย่างช้าๆ และดึงเน็คไทของเธอออก
.....เซ็ตซึนะที่กำลังถูกเปิดเสื้อให้เห็นจนเกือบจะถึงผ้าคาดหน้าอกของเธอหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ หายใจเข้าออกถี่มากขึ้นเพราะความตื่นเต้นนี้คุณหนูของเธอจะทำอะไร?.....หรือว่า??
แค่เริ่มคิดเซ็ตซึนะก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัว....ห๊ะ!....ไม่จริงน่า!........
แต่ดูเหมือนสิ่งที่คิดไว้อาจจะจริง เพราะตอนนี้คุณหนูกำลังจูบที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนก้มลงไปจูบที่ซอกคออย่างแผ่วเบา
โคโนกะละเลียดไล่ริมฝีปากของเธอจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ
ลมหายใจอุ่นๆกระทบลำคองามขององครักษ์สาวทำเอาเธอสั่นไปทั้งตัว
“อือ~..อื้ออออออ~~~”
เมื่อสัมผัสที่คุณหนูของเธอมอบให้สุดจะทน เซ็ตซึนะเริ่มร้องครางออกมาโดยไม่รู้ตัว
จนเมื่อริมฝีปากของโคโนกะมาถึงที่หมาย เซ็ตซึนะก็ตกต้องเมื่อเธอต้องรู้สึกถึงความเจ็บแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“อึ๊ออออ~~”
มันเป็นความเจ็บที่เล็กน้อย แต่ทำให้เธอสะท้านไปทั้งตัวทีเดียว เพราะคุณหนูของเธอดูดตรงที่เธอของเธออย่างแรง....และเมื่อโคโนกะเงยหน้าขึ้นมามอง เธอหัวเราะคิกด้วยความดีใจกับผลงานของตัวเอง เธอเอานิ้วไปแตะรอยแดงๆที่เธอพึ่งทำกับองครักษ์ของเธอเบาๆ
“ฮิๆ.....คิสมาร์กนี่น่ารักจัง~~ ฉันเองนี่ก็เก่งเหมือนกันน่ะ~”
เก่งสิ..........เก่งมากๆด้วย
เซ็ตซึนะคิดในใจขณะที่นอนหายใจหอบมองคุณหนูของเธอที่คร่อมเธออยู่ด้านบน แต่โคโนกะกลับเอาเน็คไทที่ถอดมาปิดตาเซ็ตจังของเธอเอาไว้ทำให้มองไม่เห็น พร้อมกับสั่งว่า
“ห้ามเอาออกน่ะ ห้ามถาม ห้ามลุกขึ้นมาด้วย”
“?????....”
เซ็ตซึนะที่ตอนนี้มองไม่เห็นอะไรก็เริ่มงงยิ่งกว่าเดิม นี้คุณหนูของเธอคิดจะทำอะไรอีก แค่สิ่งที่ผ่านไปเมื่อครู่ก็ทำเอาเธอเป็นบ้าจนควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว แล้วเซ็ตซึนะที่ตอนนี้จะทำได้ก็เพียงแค่ฟังเสียงเท่านั้นก็เงียบๆและนอนรอคุณหนูของเธอ แล้วเธอก็ได้ยินเสียง....
“...แซ่ก....แซ่ก...”
(ท่าทางคุณหนูจะเอาของออกจากกระเป๋า)
“อืม......ใหญ่ไปรึเปล่า? เซ็ตจังจะรับไหวไมน้า~~”
(ห๊ะ! ใหญ่ไปรึเปล่า? รับไหวไหม? ....? อย่าบอกน่ะว่า......ว่าเป็น.......ไอ้นั้นน่ะ!!!~ คะ..คุณหนูเอาจริงรึเนี้ย?????)
“อ๊ะ เกือบลืมๆ.....ต้องมีเทียนด้วย~...”
(ทะเทียน!...คะ..คะ..คะคุณหนู.....ชะ..ชอบแบบซาดิส??????? ยะ...แย่แล้วววว เอาไงดี ?? ดันบอกไปแล้วว่ายอมให้ถูกลงโทษทุกอย่าง...)
“อืม~ ไฟแช็คๆ อ่ะเจอแล้ว~~~”
“แชะ! แชะ! แชะ!”
(หง่ะ.......จะ..จะจุดแล้ว คุณหนูเอาจริง จริงๆด้วย~~ นะนี่เรา....ตะ..ต้องยอมซะแล้วหล่ะมั้ง......ฮืออออ /เสียงร้องไห้ปนแอบดีใจของซากุระซากิ เซ็ตซึนะ???)
ขณะที่เซ็ตซึนะเริ่มไปต่างๆนาๆด้วยความตื่นเต้นจนหัวใจเต้นโครมคราม เธอหวั่นวิตกว่าสิ่งที่คิดจะเป็นความจริง แต่แล้วโคโนกะก็พูดขึ้นว่า
“เซ็ตจัง~~ ลุกขึ้นมาได้แล้ว~~”
“เอ๋!~~~~~~~”
เซ็ตซึนะสะดุ้งตัวลุกขึ้นมาทันที ภาพที่เธอเห็นก็คือ..............................
“จ๊างงงงง~~~~~ แฮปปี้เบิร์ดเดย์จ้า~ เซ็ตจางง~”
“เหหหหหหหหหหหหห!!!!!!!!!!~~~~~~~”
เซ็ตซึนะร้องเสียงหลงด้วยความแปลกใจสุดขีด
อ่ะ วันนี้ 17 มกราคม วันเกิดเธอเองนี่น่า ลืมสนิทเลย และตรงหน้าของเซ็ตซึนะก็คือ เค้กช็อคโกแลตที่ดูหน้ากินมากๆขนาดสองปอนด์ ด้านบนมีเทียนที่จุดเอาไว้ปักโดยรอบและเขียนเอาไว้ว่า
“HAPPY BIRTHDAY!! SET-CHAN~”
แถมมันยังมีรูปปีกน่ารักอยู่หลังชื่อเธออีก......นี่...นี่คุณหนู...ทำให้เธอหรือนี้ ?
เซ็ตซึนะอึ้งตื้นตันจนทำอะไรไม่ถูก
โคโนกะที่มององครักษ์ของเธออยู่นิ่งไปจึงท้วงติงเซ็ตจังของเธอทันที
“เซ็ตจัง~ รีบอธิษฐานแล้วเป่าเทียนสิ เดี๋ยวมันจะเลยเที่ยงคืนซะก่อน ตั้งใจขอพรด้วยหล่ะ~”
“อ๊ะ! ค่ะ! ค่ะ!”
แม้จะยังไม่หายงงและตื้นตันแต่เซ็ตซึนะก็มองหน้าคุณหนูที่ถือเค้กสักพัก ก่อนที่จะหลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเทียนวันเกิดของเธอทั้งหมด แล้วโคโนกะก็ถามองครักษ์ของเธอว่า
“เซ็ตจัง อธิษฐานอะไรจ๊ะ?”
“อ่า.................”
เซ็ตซึนะสบตาคุณหนูของเธอแว่บนึงแล้วหน้าแดงก่ำหลบสายตาคุณหนูของเธอทันที... ถึงจะกระดากปากแต่เธอก็พูดในสิ่งที่เธออยากจะพูดกับอีกฝ่ายมาตลอดหลายวันนี้อีกครั้ง...
“ดิฉันอธิษฐาน ขอให้คุณหนูยกโทษให้เรื่องเมื่อ...เอ่อ... วันที่ดิฉัน เอ่อ....”
พูดได้แค่นั้น...เซ็ตซึนะก็อายซะจนไม่กล้าพูดต่อ แต่โคโนกะก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะขอโทษเรื่องตอนที่อยู่เกียวโต เธอยิ้มๆก่อนจะพูดว่า...
“ก็ได้ๆ คำขอของเซ็ตจังจะเป็นจริง แต่ก็ต่อเมื่อ.................”
พูดยังไม่ทันจบประโยค โคโนกะก็ปรี่เข้าไปนั่งที่ตักขององครักษ์ของเธอทันที ทำเอาเซ็ตซึนะกระอึกกระอักถึงกับทำตัวไม่ถูกที่อยู่ๆคุณหนูก็เข้ามาชิดกับตนขนาดนี้.......(แต่เมื่อกี้เราพึ่งจูบกันไปนี่น่ะ.....อ่า~~)
แต่คุณหนูของเธอก็ดูไม่สนใจ เธอยิ้มอย่างไร้เดียงสาโดยที่มีเค้กช็อคโกแลตก้อนนั้นอยู่ในมือ อีกมือก็ถือช้อนเอาไว้ เธอหันมาพูดกับองครักษ์ที่เธอนั่งตักอยู่ว่า
“....ก็ต่อเมื่อให้ฉันลงโทษเซ็ตจัง ด้วยการให้เซ็ตจังกินเค้กนี้ให้หมด เข้าใจไหม?~”
แม้น้ำเสียงจะขึงขังตอนท้าย แต่เซ็ตซึนะก็ไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด
อ้อ ที่แท้ไอ้คำว่ารับไหวไหมคงเป็นขนาดเค้กหล่ะมั้ง.....จะว่าไปเราคนเดียวจะกินหมดรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย สำหรับคนเดียวมันก็ใหญ่มากอยู่น่ะ แล้วเค้กวันเกิดมันก็ต้องมีเทียนอยู่แล้ว
เรานี้....เอาแต่จะคิดไปแบบเรื่องอย่างว่า.........อ่า ดูกลายเป็นพวกโรคจิตเลยแฮ่ะ ด้วยความคิดของเซ็ตซึนะที่รู้สึกผิดที่คิดอะไรเลยเถิดกับโคโนกะทำเอาเธอรู้สึกละอาย และคุณหนูของเธอก็เอาช้อนตักเค้กแล้วหันมาป้อนเธอทันที
“เซ็ตจัง อ้ามมมมม~”
“อ่ะ..อ่า คุณหนู ดิฉันกินเองได้ค่ะ”
“ไม่เอา~ ฉันจะป้อนเซ็ตจัง นี้เป็นการลงโทษ”
มันเป็นการลงโทษตรงไหน? แม้จะแย้งในใจแต่เมื่อมันเป็นคำสั่งของคุณหนูของเธอก็ขัดไม่ได้ เซ็ตซึนะอ้าปากรับเค้กที่คุณหนูป้อนเข้ามาด้วยความเขินอาย แล้วเซ็ตซึนะก็เบิกตาโต
“อ่า เป็นอะไรไปเหรอเซ็ตจัง มันไม่อร่อยเหรอ?”
โคโนกะที่รอดูอาการขององครักษ์ของเธอเริ่มกังวล ก็มันเป็นเค้กวันเกิดก้อนแรกที่เธอทำให้เซ็ตจัง ถ้ามันไม่อร่อยก็แย่น่ะสิ
“ไม่ใช่หรอกค่ะ มันเป็นเค้กช็อคโกแลตที่อร่อยที่สุด เท่าที่ดิฉันเคยกินมาเลยต่างหาก”
เซ็ตซึนะที่ชิมรสชาติของเค้กก็ชมทันที อืม ก็มันอร่อยจริงๆนี่นา แถมคุณหนูเป็นคนป้อนด้วย......(//^^//)
“ดีจัง ฉันตั้งใจทำเต็มทีเลยน่ะ~”
“เห! คุณหนูเป็นคนทำเองเลยเหรอค่ะ....”
“อื้ม ฉะนั้นเซ็ตจังต้องกินให้หมดน่ะ อ่ะอ้ามมม~~”
แล้วคุณหนูก็ตักเค้กอีกคำมาป้อน เซ็ตซึนะก็อ้าปากรับด้วยความยินดีแม้จะยังเขินๆอยู่
อื้ม เค้กนี้ อร่อยที่สุดในโลกเลย อ่ะ...ไม่ได้แล้ว...เราต้องทำอะไรซักอย่าง...
“เอ่อ คุณหนูค่ะ”
“จ๊ะ?”
“.........ขอบคุณค่ะ สำหรับเค้ก”
หลังคำขอบคุณ ทั้งคู่ก็ต่างมองตากันและกันอยู่เนิ่นนาน.......สายตาแทนคำต่างๆมากมายที่ดูจะมากกว่าแค่คำว่าขอบคุณ
โคโนกะที่นั่งอยู่บนตั้งเซ็ตซึนะเริ่มอายขึ้นมาบ้าง ก่อนที่คุณหนูของเธอจะพูดในสิ่งที่ทำให้เซ็ตซึนะต้องช็อคสะดุ้งเฮือกหน้าแดงจนเกือบจะสำลักเค้กที่กินเข้าไปแทบไม่ทัน
“เอ่อ...........เซ็ตจัง คืนนี้....ฉันค้างนอนด้วยน่ะ~”
“(o_O)!!!!”
........ท่าทางในสารานุกรมฉบับของซากุระซากิ เซ็ตซึนะคงต้องจับคำว่าโคโนเอะ โคโนกะ ไปอยู่ในหมวด “บุคคลที่ปั่นหัวเธอได้มากที่สุด” เข้าไปอีกหมวดหนึ่ง
ทำไมคุณหนูชอบแกล้งเธอจังน่ะ อยู่ๆก็มายั่วเธอแล้วสักพักก็มาเซอไพร์วันเกิด แล้วไอ้ที่บอกว่าจะนอนค้างด้วยน่ะ มันจะมีอะไรนอกเหนือจากนั้นหรือป่าวหล่ะเนี้ย?????......... โอ้ยยย~ ปรับอารมณ์ไม่ทันจิงจิ๊งงงงงงงงงงงง
ความคิดเห็น