ตอนที่ 8 : บทที่7 สิ่งลี้ลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    15 ม.ค. 62


"คุณหนูเจ้าคะ... คุณหนู" จินฮวายังสลบไสลไม่ได้สติแม้เว่ยเว่ยจะพยายามเขย่าตัวแรงแค่ไหนก็ตาม จินฮวาก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น "คุณหนู"

"พอเถอะเว่ยเว่ยรอก่อนเถอะคุณหนูคงจะฟื้นขึ้นมาเอง" เฮ่ยฟงกล่าวเสียงเรียบก่อนจะตั้งใจหันมาบังคับรถม้าต่อในใจก็ยังตกใจไม่หายภาพที่เจอคุณหนูในวัดนางหมดสติลอยอยู่ในสระน้ำน่าแปลกมากร่างกายไม่จมลงไปในสระและภายในบริเวณวัดก็ไม่มีใครแม้นแต่คนเดียวตอนนี้เขารีบลงไปอุ้มร่างบางของคุณหนูขึ้นมาจากน้ำท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเว่ยเว่ยที่คิดว่าคุณหนูตัวเองตายแล้วกระทั่งเขาเอาร่างของคุณหนูมาวางลงขอบสระและตรวจดูชีพจรปรากฎว่านางยังหายใจปกติเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากเขาและเว่ยเว่ยจึงเร่งพาคุณหนูลงจากหุบเขา ความอัศจรรย์เกิดขึ้นอีกครั้งพอย่างก้าวออกจากวัดฝนที่เทกระหน่ำลงมากลับเหือดหายท้องฟ้าพลันปลอดโปร่งเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกเขาได้แต่เงียบงันกับเหตุการณ์ในครั้งนี้แสดงว่าวัดแห่งนี้สมกับคำล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

7วันต่อมา...

จวนเจ้ากรมการคลัง.... 


"ท่านหมอไข้จินจินลดหรือยัง" จางยงเทียนถามขึ้นอย่างร้อนใจ 7วันแล้วที่บุตรสาวป่วยไม่ได้สติหลังจากเดินทางกลับมาจากวัดครานั้นจินฮวาก็ไม่สบายอย่างหนักจนเขาต้องคว้านหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา


"ไจ้ลดลงแล้วขอรับใต้เท้า ข้าน้อยจะจัดยาให้อีกชุด"


"แล้วนางจะฟื้นตอนไหน" 


"รออีกหน่อยไข้ลดแล้วอีกไม่นานนางก็จะรู้สึกตัว"


"เข้าใจแล้ว" 


หลังจากท่านหมอจากไปจางยงเทียนก็ทรุดลงนั่งขอบเตียงมือหนายื่นไปลูบผมบุตรสาวเบาๆอย่างรักใคร่น้ำตาปริ่มๆจะไหลสงสารในความอาภัพของบุตรีเป็นที่สุดมารดาก็จากไปตั้งแต่ยังแบเบาะไหนจะมาป่วยเป็นโรคประหลาดหลับไปเป็นปีพอฟื้นขึ้นมาก็ต้องมาป่วยไข้อีกครั้งเขากลัวเหลือเกินหากว่าครั้งนี้นางไม่ฟื้นขึ้นมาหัวอกคนเป็นเช่นเขาคงจะเจ็บปวดเจียนตาย


"จินจินน้อยลูกพ่อ" ใบหน้าคมเข้มที่ยังคงความหล่อเหลาปรายตามองไปทางประตูทางเข้า"เว่ยเว่ย" น้ำเสียงห้วนๆใบหน้าเคร่งขรึม" หากลูกข้าไม่ฟื้นรู้ใช่หรือไม่ว่าจะเป็นเช่นไร"


"เจ้าค่ะ... ฮึก... บ่าวทราบเจ้าค่ะ" ร่างบางตัวสั่นหงกรู้ชะตาชีวิตของตนเองดีหากคุณหนูไม่ฟื้นนางก็คงจะไม่มีลมหายใจอีกต่อไปซึ่งก็ไม่ต่างจากเฮ่ยฟงที่ป่านนี้ถูกทำโทษโบยไปหลายครั้ง


"ดี... รู้แล้วก็ดี" จางยงเทียนสะบัดชายอาภรณ์ลุกขึ้นก้าวออกไปจากห้อง เว่ยเว่ยจึงรีบลุกขึ้นมานั่งข้างเตียงผู้เป็นนายปรนนิบัติดูแลเป็นอย่างดี



ใครบางคนในชุดอาภรณ์สตรีสีดำยืนนิ่งตรงปลายเตียงจินฮวาดวงตาดำมืดจ้องมองร่างงามเขม็งกลุ่มควันสีดำระเหยออกมาจากร่างที่เย็นชืดของตัวเองก่อนจะค่อยๆล่องลอยไปสู่หญิงสาวที่สลบไสลอยู่บนเตียง


เว่ยเว่ยถึงกับขนลุกซู่ตวัดสายตามองไปรอบๆห้อง จู่ๆก็หนาวยะเยือกขึ้นมาอีกทั้งบรรยากาศชวนหวาดผวา ร่างแน่งน้อยสั่นระริกไม่เคยพบเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนตั้งแต่อยู่ที่นี่... 


ปัง!  หน้าต่างปิดสนิททั้งๆที่ไม่มีแม้แต่ลม นางสะดุ้งโหยงหัวใจแทบหล่นไปอยู่ปลายเท้า


"ขะ... คุณหนู... ตะ... ตื่น... เถิดเจ้าค่ะ...เว่ยเว่ยกลัว.... แล้ว"


กลิ่นอายของความชั่วร้ายกระจายไปทั่วทั้งห้องในดวงตาดำมืดและร่างกายของใครบางคนยังคงมีกลุ่มควันสีดำแผ่ออกมา


ปัง!  


บางอย่างในห้องตกลงมาแตกพร้อมๆกับร่างของจินฮวาตะลึงพรวดลุกขึ้นนั่งดวงตาแข็งกระด้าง


"ออกไป!!! " นางตวาดแวดเสียงดังฟังชัดไม่หลงเหลืออาการเจ็บป่วยแต่อย่างใดดวงตาหงส์จ้องเขม็งไปที่ปลายเตียง เว่ยเว่ยถึงกับผงะหงายเงิบจนเป็นลมหมดสติไป "วิญญาณร้าย"


ใครบางคนยังคงยืนสงบก่อนที่กลุ่มควันสีดำจะค่อยๆจางหายไป


"ออกไป๊!!  ก่อนที่ข้าจะสาปส่งเจ้า"


ความรู้สึกบางอย่างจุกแน่นอยู่ที่ลำคอความเจ็บปวดความทรมานส่งผ่านมาจากใครบางคนที่ยืนมองจ้องนางไม่ลดละแม้กลิ่นอายความชั่วร้ายจะจางหายไปแต่ทว่าความเย็นยะเยือกยังคงทวีขึ้นเรื่อยๆ


"ข้า... มิรู้... ว่าเจ้า... ต้องการ... สิ่งใด... ออกไปจากห้องข้าเสีย"


"คืนนี้... พระจันทร์เต็มดวง" ใครบางคนพูดไว้แค่นั้นก่อนจะจางหายไป


ทุกอย่างกับคืนเป็นปกติร่างบางหอบจนตัวโยนเหงื่อแตกพลั่ก นางก็มิรู้ว่าเมื่อครู่ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงได้ลุกพรวดขึ้นมาทำเช่นนั้น ลองนึกทบทวนย้อนกลับไปอีกทีจำได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติบางอย่างที่ชั่วร้ายกำลังกล้ำกรายเข้ามาใกล้สัญชาตญาณบางอย่างในตัวลุกฮือขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้จนร่างกายกระตุกเฮือกร่างกายทุกส่วนล้วนตื่นตัวหัวใจสูบฉีดเต้นแรง


"เว่ยเว่ย... เว่ยเว่ย" 


นางก้าวขาลงจากเตียงก่อนจะทรุดตัวลงไปเขย่าตัวสาวใช้คนสนิทที่หมดสติไปเพราะความตกใจ


"เว่ยเว่ย... ตื่นเถิดเว่ยเว่ย... เฮ่ยฟงกำลังแย่" น้ำเสียงใสกังวานล่องลอยเข้าไปกระทบโสตประสาทของหญิงสาวแต่ทว่าร่างอรชรก็หาได้รู้สึกตัวไม่ "มีใครอยู่ด้านนอกหรือไม่"


"ขอรับ" 


"เข้ามาหาข้า"บ่าวรับใช้หน้าตาสะอาดสะอ้านค่อยๆก้าวเข้ามาอย่างสำรวม "มาใหม่รึ? "


"ขอรับ" 


"ไปเรียนท่านพ่อว่าข้าฟื้นแล้ว ตามหมอมารักษาเฮ่ยฟงเป็นคำสั่งข้า"


"ขอรับคุณหนู"


นางเดินหายไปหลังฉากกั้นรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดใหม่แม้จะเพิ่งฟื้นจากป่วยไข้มาก็ตามแต่ทว่าน่าแปลกที่ไม่ได้รู้สึกอ่อนแรงในร่างกายเบาสบายสมองโล่งกว่าหลายวันก่อนด้วยซ้ำไป


มีบางอย่างกำลังรอคอยนางให้ออกไป แต่จินฮวายังไม่พร้อมเผชิญคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงอย่างที่ใครบางคนบอกแม้นว่าไม่บอกนางก็รู้และยังรู้ด้วยว่าตนเองต้องทำสิ่งใด


..... อาบจันทรา.. 


พลังจากดวงจันทร์ที่เต็มดวงช่วยฟื้นฟูบางอย่างในร่างกายทว่านางก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไรรู้เพียงแต่ว่านางต้องอาบแสงจันทร์ในคืนนี้....... 


กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!! 


เสียงกรีดร้องโหยหวยดังลอยมาตามลมกระทบโสตประสาทของผู้ฟังได้ดี จินฮวาเพียงแค่ยืนนิ่งฟังเสียงนั้นอย่างสงบไม่รู้ว่าอีกกี่ราตรีหรือตลอดไปที่จะต้องเผชิญกับวิญญาณที่ตามหลอกหลอนทั้งยามตื่นยามหลับแม้ในใจลึกๆจะกลัวอยู่บ้างแต่ตั้งแต่ฟื้นมาครานี้ความหวาดกลัวเริ่มจืดจางไปจากใจเพราะความรู้สึกที่เคยได้รับตอนอยู่ในสระน้ำที่วัดตงไห่นั้นยังไม่เสื่อมสลายความรู้สึกที่ดวงวิญญาณส่งผ่านมาบอกเล่าความเป็นไปที่ต้องเผชิญทำให้นางเหมือนได้ตายแล้วเกิดใหม่ความรู้สึกเหล่านั้นเหมือนเกิดขึ้นกับตัวเองนางรู้สึกได้ทุกอย่าง อย่างที่ไต้ซือกล่าวสวรรค์ลิขิตไว้แล้วแม้ไม่อยากยอมรับแต่ทว่าก็ไม่อาจปฏิเสธได้... 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น