ธิดาเทพ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,581 Views

  • 6 Comments

  • 103 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    43

    Overall
    2,581

ตอนที่ 4 : บทที่3 สัมผัสพิเศษ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 ม.ค. 62


จากลักษณะการแต่งกายดูอย่างไรก็ไม่ใช่สาวใช้อย่างแน่นอนแต่ว่านางเป็นใครนั่นล่ะประเด็นสำคัญ!!!

แม้จะซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างหลับตาลงไม่หันมองสิ่งที่เห็นแต่ทว่าก็ยังสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่ยังอยู่ตรงนั้น ภาพยังคงเด่นชัดในความคิดแม้ไม่จ้องมองก็สามารถมองเห็น!! เหตุใดต้องให้เห็น? มือบางขยุ้มอาภรณ์ของบิดาแน่นตามแรงอารมณ์และความรู้สึก

"เป็นอันใดไป" เขารับรู้ได้ถึงความกังวลในตัวของจินฮวา

"ท่านพ่อ... " เสียงสูดน้ำมูกดังซืดซาดจางยงเทียนจงก้มมองดูคนในอ้อมกอดก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู

"เช็ดเสีย" ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้บุตรสาว

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

"รับไว้เถิด"

"ขอบคุณนะเจ้าคะ"

"ไหนบอกพ่อซิว่าเจ้าเป็นอันใดไปอีกหรือเจ้าอยากออกไปสูดอาการข้างนอก"

"ท่านพ่อ..... สตรีที่สวมอาภรณ์สีดำผิวขาวใบหน้าสะสวยที่สำคัญแขนซ้ายสวมกำไลหยก คือใครเจ้าคะ"

ในที่สุดนางก็กลั้นใจถามออกไปเพราะความสงสัยอันมากล้นและนางไม่อยากติดอยู่กับความไม่รู้ไปตลอดชีวิตหากยังเห็นใครบางคนอยู่ในเรือนเช่นนี้ ยงเทียนชะงักงันไป

"เจ้าไปเห็นภาพวาดที่ใดมา"

"แล้วถ้าหากมิใช่เห็นภาพวาดเล่า"

"เหลวไหลแล้ว!! หากเป็นสตรีที่เจ้ากล่าวมา.... "

"นายท่านขอรับมีคนมาขอพบขอรับ"

"ข้าทราบแล้ว..... จินจิน เช่นนั้นพ่อขอตัวก่อนพ่อจะให้คนมาอยู่เป็นเพื่อน"

"...... " นางช็อคไปอีกครั้งร่างกายแข็งทื่อตั้งแต่ตื่นมากลับพบเจออะไรเช่นนี้ร่างกายและสติก็รับไม่ไหวหรอกยังทำใจไม่ได้ปรับตัวไม่ทันจริงๆ

ทว่าไม่มีโอกาสได้รั้งบิดาเอาไว้ท่านก็เดินหายออกไปจากห้องเสียแล้ว บรรยากาศชวนขนลุกกลับมาอีกครั้งจะแสร้งเป็นมองไม่เห็นก็ไม่ได้

.... ข้าจะทำอย่างไรดี

.... ก็ทำใจให้ชิน

นั่นคือเสียงที่ตอบกลับมาจากใครบางคน


ตำหนักธิดาเทพ... 


"คารวะธิดาเทพ"


"เป็นไงได้ข่าวเกี่ยวท่านฟางเซียนบ้างหรือไม่" เซียงชุ่ยรีบหันมาถามอย่างร้อนใจหนึ่งปีแล้วที่นางให้คนออกสืบข่าวการตายหัวหน้าธิดาเทพหลังจากที่หัวหน้าธิดาเทพหายไปครั้งนั้นรุ่งเช้าก็มีคนพบศพทางราชวังจึงจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ การตายที่เป็นปริศนามีเงื่อนงำเซียงชุ่ยไม่เชื่อเด็ดขาดว่าท่านเทพฟางเซียนจะฆ่าตัวตายเองอย่างข่าวลือที่มีคนปล่อยออกมา


"ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยขอรับ"


"ข้าจับพลังวิญญาณนางไม่ได้เลย... แล้วเรื่องที่ข้าให้ไปสืบอีกเรื่องล่ะ"


"เรื่องนี้เห็นทีจะยากแต่ข้าจะพยายาม"


"อืม" ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าของนาง "ขอบใจมาก"


"ขอรับ"


..... คนในคำนายมีปานรูปพระจันทร์เสี้ยวเจ้าอยู่ที่ใดกันแน่.... 



........................................................... 


3วันต่อมา.... 


จินฮวามาหยุดยืนอยู่หน้าวัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนหุบเขาห่างไกลบ้านเรือนผู้คนล่ำลือกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างพากันมาสักการะไม่เว้นแม้แต่ธิดาเทพจากวังหลวงที่มักจะมาชำระบาปหรือชะล้างสิ่งชั่วร้ายปัดเป่าความอัปมงคลหรือบางครั้งมารับพลังศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์


.... ธิดาเทพอันใดกัน? หยั่งรู้ฟ้าดินเช่นนั้นคงรวยไปแล้ว? 


แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อในโลกนี้มีสิ่งที่เหนือธรรมชาติอยู่จริงแม้แต่เรื่องวิญญาณและเหตุที่นางต้องถ่อสังขารมาถึงวัดแห่งนี้เพราะอะไรล่ะหากไม่ใช่สิ่งนั้นที่ห้องนาง สิ้นประโยคนั้นที่ใครบางคนตอบกลับมานางหาได้รอช้าไม่ตะโกนเรียกบ่าวรับใช้หน้าเรือนเข้ามาสอบถาม


'ที่ใดศักดิ์สิทธิ์ปัดเป่าความอัปมงคลได้'


'วัด ขอรับ'


'วัดใดจงนำทาง'


หลังจากวันนั้นที่นางแจ้งความประสงค์ออกไปท่านพ่อก็ไม่ขัดข้องเห็นดีด้วยจึงส่งนางมายังวัดแห่งนี้ทันทีหาไม่แล้วนางคงหวีดเสียงร้องลั่นเรือนและสลบไปอีกแน่ๆ


"คุณหนูเข้าไปด้านในกันเถอะเจ้าค่ะ" เว่ยเว่ยพึงจะฟื้นตัวจากอาการเจ็บตัวเดินเข้ามาประคองจินฮวา


พรึบ! 


ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าเขตวัดจู่ๆภาพบางอย่างนิมิตรขึ้นมาเป็นฉากๆมีไต้ซือกำลังนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำฐานรองนั่งเป็นดอกบัวสีขาวเส้นทางเข้าไปช่างคดเคี้ยวซับซ้อน... 


พรึบ!!! 


สถานที่สักการะเถวะรูปมีไต้ซืออาวุโสยืนสงบนิ่งรออยู่ตรงทางเข้า

ภาพทุกอย่างเลือนหายไป จินฮวาสะบัดไล่ศีรษะไปมาด้วยความมึนงง


..... สมองข้าคงเลอะเลือนไปมากแล้วกระมังคิดเป็นตุเป็นตะไต้ซือจะรอข้าได้อย่างไรไม่มีทาง


"คุณหนูเป็นอันใดเจ้าคะ"


"ปะ... เปล่ารีบเดินเถอะมีคนรอข้าอยู่ในนั้น"


"ใครรึเจ้าคะ"


"ไต้ซืออาวุโส"


"แต่ที่นี่มิมีใครนะเจ้าคะไต้ซือที่ดูแลวัดแห่งนี้ได้ข่าวว่าท่านออกเดินทางไปแสวงบุญยังไม่กลับมาที่นี่มีแค่ลูกศิษย์ที่ช่วยดูแลเท่านั้น"


"ข้าไม่รู้แต่มีคนรอข้า"


ทั้งสองประคองกันเข้ามาในวัดธรรมชาติที่สวยงามทำให้สตรีทั้งสองดูจะตื่นตกใจไม่น้อย


"อย่างกับสวรรค์แนะ... ดอกไม้ที่นี่ดูมีชีวิตนะเจ้าคะคุณหนู" เว่ยเว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสจินฮวาอดที่จะยิ้มตามไม่ได้จนเข้ามาลึกถึงอาคารด้านใน "โอ๊ะ!!! นั่น ไต้ซือ"


นางหันไปมองตามสาวใช้ก็พบกับไต้ซืออาวุโสจริงๆไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี นิมิตรภาพที่เห็นนั้นเป็นความจริงแต่ไม่แน่ว่าแค่ฟลุ๊คไปเองก็เป็นได้ นี่มิเท่ากับตอกย้ำว่านางวิปลาสไปแล้วหรือ? เห็นภาพหลอนเป็นฉากๆ


"นมัสการไต้ซือ ข้าน้อยนามว่าเว่ยเว่ยส่วนคุณหนูนามว่า..... "


"จินฮวา..... อมิตาพุทธ"  ไต้ซือก้มหัวให้จินฮวานิดนึงนางก็ทำตามเช่นกัน


"ไต้ซือ.... ระ... รู้ชื่อคุณหนูได้ยังไงเจ้าคะ" 


ดูเหมือนสาวใช้ของนางจะตื่นเต้นเกินเหตุจะไปยากอะไรท่านพ่ออาจจะส่งจดหมายมาก่อนแล้วรู้ชื่อข้าก็คงไม่แปลก จินฮวาคิดอะไรง่ายๆไม่ต้องซับซ้อน


"เชิญด้านในเถิด.. อาตมาจัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว"


เว่ยเว่ยงงงวยไม่เข้าใจว่าจัดเตรียมอันใดยังตกใจไม่หายสิ่งที่คุณหนูบอกตอนเข้ามาก็ว่าแปลกแล้วแต่ที่ไต้ซือรู้จักคุณหนูอีกถือว่าแปลกมาก ส่วนจินฮวายืนนิ่งสายตาจ้องมองอะไรบางอย่างไม่วางตา


.... ไหนเว่ยเว่ยบอกว่าไม่มีผู้ใดไง!!! ที่เดินกันไปมาเยอะแยะนี่ละใครกัน... 


"อย่าสนใจพวกเขาเลยตามอาตมามาเถอะ พวกเขามารับส่วนบุญ"


"ใครหรือเจ้าคะ... ไต้ซือ" เว่ยเว่ยร้องถามเสียงหลงหันมองไปรอบๆก็หาได้มีผู้ใดอื่นอีกไม่ ต่างจากจินฮวาที่คลี่ยิ้มคล้ายเยาะตัวเอง


... นี่ข้าเห็นภาพหลอนอีกแล้วหรือนี่!!!! 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น