เหมยฮวา องค์หญิงคู่แผ่นดิน{สนพ. เฟยฮุ่ย}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 131,665 Views

  • 615 Comments

  • 2,411 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,924

    Overall
    131,665

ตอนที่ 4 : บทที่4 ฉบับรีไรท์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    17 เม.ย. 62



                ที่สวนอาหารกลางแจ้งแห่งหนึ่งซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยร่มเงาของแมกไม้อันร่มรื่น เย็นสบาย หญิงสาวร่างเล็กบอบบางกำลังก้าวนำหญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานลัดเลาะตามทางเดิน เพื่อตรงเข้าไปยังโต๊ะด้านใน


                ทันทีที่มองเห็นคนซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะ หญิงสาวก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลัง พร้อมกับก้มลงไปหอมแก้มเขาพลางเอ่ยทักทาย


รอนานไหมคะ พี่ฟง


ไม่นานหรอกจ้ะ ที่รักฮั่นฟงยิ้มหวาน มองคนรักที่ผละไปยังเก้าอี้ตัวข้างๆ เขา ก่อนจะหันไปเห็นผู้เป็นแม่ของเธอที่เดินตามมาติดๆ จึงรีบลุกขึ้นกล่าวคำทักทาย “สวัสดีครับ คุณแม่”


“สวัสดีจ้ะ” หานมี่เล่อทักกลับ “อิงอิง สำรวมหน่อยลูก ที่นี่เป็นที่สาธารณะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่งาม” เธอไม่วายตำหนิบุตรสาวขณะอ้อมไปนั่งเก้าอี้อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ   


หญิงวัยกลางคนเหลียวมองสำรวจไปรอบๆ ตัว พบว่าภายในสวนอาหารมีแขกที่เข้ามาใช้บริการอย่างบางตาเนื่องจากยังเป็นช่วงบ่าย อีกทั้งบริเวณที่ทุกคนนั่งอยู่ก็มีกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายแวดล้อมอยู่โดยรอบ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เธอจึงถอนหายใจเบาๆ และมีสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น


“ความจริงแม่ไม่อยากให้มานัดเจอกันในที่อย่างนี้เลย มันไม่ปลอดภัย รู้ไหม”


“แหม... คุณแม่ก็ขี้ระแวงเกินกว่าเหตุ ไอ้นู่นก็กลัว ไอ้นี่ก็กลัวไปหมด หนูไม่เห็นจะมีอะไรน่าเป็นห่วงเลย...” หลิวอิงแย้ง


                เรื่องอย่างนี้มันต้องรอบคอบเอาไว้ก่อนไม่ใช่เหรอ... เอาเถอะ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าหานมีเล่อพูดตัดบท


                แล้วจะไม่ทานอาหารกันก่อนเหรอคะ


                รีบคุยให้จบๆ ไปเถอะ แม่ไม่อยากให้ใครมาเห็นพวกเราอยู่ด้วยกัน... ยิ่งสองสามวันมานี้แม่รู้สึกว่านังเหมยฮวามันมีท่าทีแปลกๆ ไป เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามันจะระแคะระคายเรื่องของอาฟงกับลูกแล้วเธอตั้งข้อสังเกตตามสิ่งที่เห็น


                คงไม่หรอกครับ ผมเองก็โทรคุยกับเธออยู่ทุกวัน... ตอนแรกก็นึกสงสัยอยู่นิดหน่อย แต่พอลองตะล่อมถามดูถึงได้รู้ว่าเธอเริ่มคิดถึงบ้านขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อยากกลับไป เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอผมอีก หึๆฮั่นฟงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี


                ดูท่ามันจะหลงพี่ฟงเอามากๆ เลยนะคะ อิงอิงก็หวังว่าพี่ฟงจะไม่ได้ไปรักมันเข้าจริงๆ ล่ะหลิวอิงทำแก้มป่อง พูดจากระเง้ากระงอด


                ไม่มีทางหรอกจ้ะ ที่รักเขาหันไปดึงแก้มคนรักเบาๆ พี่จะไปชอบผู้หญิงที่มีเลือดชั่วๆ ของคนญี่ปุ่นไหลอยู่ในตัวได้ยังไง ถ้าคุณแม่ไม่บอกให้ทำอย่างนี้ มีเหรอที่พี่จะไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างเธอ”    

          

ถ้ายังไงก็รีบจัดการมันให้เร็วๆ หน่อยเถอะนะ อาฟง แม่กลัวว่ามันจะไหวตัวทันเสียก่อน... คุณตาก็ไม่น่าเอาเรื่องพินัยกรรมมาพูดกันตอนนี้เลย...” หานมี่เล่อส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจ “ทีแรกแม่ก็วางใจแล้วว่าถ้าคุณตาตาย ทุกอย่างคงตกเป็นของเราสองแม่ลูก ที่ไหนได้ พอได้ไปเจอพินัยกรรมเข้าโดยบังเอิญเมื่อปีก่อน ถึงรู้ว่าคุณตาไม่ได้คิดจะตัดพ่อตัดลูกกับนังมี่ลู่จริงๆ แต่ก็ยังวางใจที่มันอยู่ญี่ปุ่น ไม่เคยติดต่อกลับมาเลยตลอดยี่สิบกว่าปีนี้ แม่ยังภาวนาขอให้มันตายอยู่ที่นั่นเสียด้วยซ้ำ...” เธอระบายความในใจ


“แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ คุณตาจะมาล้มป่วย แล้วร่ำร้องให้แม่ตามตัวมันกลับมาที่นี่อีก ช่วงหลังๆ มานี้คุณตาเองก็ล้มป่วยออดๆ แอดๆ ถ้าเกิดตายไปจริงๆ เราสองแม่ลูกต้องลำบากแน่ๆ แม่ถึงได้วางแผนนี้ขึ้นมา... ส่วนนังเหมยฮวา ถ้ายังอยู่ต่อไป ต่อให้คุณตาไม่แก้พินัยกรรม ในฐานะทายาทตามกฎหมายของมี่ลู่ มันก็ต้องได้ทุกอย่างไปอยู่ดี แม่ถึงต้องหาทางกำจัดมันไปพร้อมๆ กันนี่แหละ”


                แล้วคุณแม่อยากจะให้ผมทำยังไงต่อดีล่ะครับฮั่นฟงถามต่อ


                คุณแม่เตรียมแผนการเอาไว้แล้วค่ะ พี่ฟง... แต่งานนี้ต้องพึงฝีมือพี่ฟงล้วนๆ เลยนะคะ” หลิวอิงชิงพูดขึ้นบ้าง


“พี่ต้องทำยังไงบ้างจ๊ะ”


“พี่ฟงต้องหาทางล่อมันออกไปที่ลับตาคน ส่วนอิงอิงกับคุณแม่จะหาพวกนักเลงขี้ยาไปรุมข่มขืนแล้วฆ่ามันทิ้ง แต่ที่สำคัญคือพี่ฟงคงต้องลงทุนเจ็บตัวหน่อยนะคะ...”


                หมายความว่าพี่จะต้องโดนพวกมันซ้อมจนสลบไปใช่ไหม...” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่มีปัญหา ถ้าแลกกับค่าแรงตามที่คุณแม่เคยบอกไว้ ต่อให้แขนหักสักข้างก็ยังคุ้ม ขอแค่อย่าให้หน้าตาผมเสียโฉมไปก็พอแล้วครับ คุณแม่...” เขาหันไปบอกหานมี่เล่อพลางหัวเราะเบาๆ เป็นเชิงขำขัน “ว่าแต่เรื่องคนขับรถคนนั้นล่ะครับ ไว้ใจได้แค่ไหน ผมกลัวเขาจะถูกจับได้แล้วซัดทอดมาถึงพวกเรา...” ฮั่นฟงยังกังวลใจเล็กน้อย


“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อาฟง... แกเป็นแผนสำรองที่ทำให้มั่นใจว่านังมี่ลู่จะตายแน่ๆ เท่านั้น แม่ไม่ได้บอกอะไรกับมันเลย แค่ให้มันขับรถชนนังมี่ลู่แบบจังๆ เท่านั้น รับรองไม่มีใครสงสัยเด็ดขาดว่าพี่สาวของแม่จะถูกคุณหมอหนุ่มที่บังเอิญผ่านไปเห็นและช่วยปฐมพยาบาลให้ อุดปากอุดจมูกจนขาดใจตายคาที่ โฮะๆๆ” หัวเราะอย่างสาสมใจ


                ความจริงวันนั้นคุณแม่ไม่เห็นจำเป็นต้องให้พี่ฟงพลอยยุ่งยากไปด้วยเลย แค่ทิ้งคุณป้าเอาไว้ให้นอนพะงาบๆ อยู่อย่างนั้น ไม่นานก็ตายไปเองนั่นแหละ หญิงสาวอดห่วงไม่ได้ว่าคนรักของเธอจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย


                เพราะลูกคิดตื้นๆ อย่างนี้ไง อิงอิง... แม่ถึงไว้ใจลูกไม่เคยได้” หญิงกลางคนถลึงมองบุตรสาวด้วยแววตาหงุดหงิด จนหลิวอิงถึงกับหน้าเสีย “ถ้าวันนั้นนังมี่ลู่เกิดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด การลงมือครั้งที่สองจะทำให้คนเกิดความสงสัยทันทีว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ แม่ถึงต้องให้มันหมดโอกาสรอด 100% อีกอย่างการดึงอาฟงมาเล่นละครเป็นคนช่วยชีวิตแม่ ก็จะทำให้อาฟงมีโอกาสตีสนิทกับนังเหมยฮัวได้ง่ายขึ้น ทีแรกแม่ยังกลัวด้วยซ้ำว่าอาฟงจะทำให้มันหลงเสน่ห์ไม่ได้ คิดว่าขอแค่ได้เป็นเพื่อนมัน พอจะหลอกให้มันออกมาเจอตามแผนสักครั้งก็พอ ไม่นึกเลยว่าแฟนลูกคนนี้จะมีฝีมือเรื่องผู้หญิงไม่เบา ยังไงลูกก็ระวังตัวเอาไว้บ้างล่ะ อิงอิง” ท้ายประโยคทำทีเป็นกระเซ้าคนรักของบุตรสาวแบบทีเล่นทีจริง


“คุณแม่อย่าล้อเล่นอย่างนั้นสิครับ ถึงผมจะเพิ่งคบกับอิงอิงแค่ปีกว่าๆ แต่ที่ผ่านมาผมก็จริงจังกับเธอมากนะครับ” ฮั่นฟงเสียงอ่อย


ก็แน่ล่ะสิ... ในเมื่อบุตรสาวของเธอหมดเงินหมดทองไปกับการคบหาเขาตั้งมากมายนี่นา หานมี่เล่อคิดในใจ


“นี่นับว่าโชคดีจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้แม่ห้ามไม่ให้อิงอิงพาแกไปแนะนำกับคุณตา... ไม่อย่างนั้นแผนของเราคงไม่ราบรื่นขนาดนี้”


“แค่หนูเที่ยวกลางคืนอาทิตย์ละไม่กี่วันคุณตายังทำเหมือนกับหนูออกไปขายตัว ถ้ารู้ว่ามีแฟนมีหวังบังคับให้หนูไปบวชแน่ๆ” หลิวอิงเสริม พานสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคน


                แต่ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าที่โต๊ะตัวหนึ่งหลังกระถางต้นไม้ใกล้ๆ กันนั้น ยังมีร่างของหญิงสาวในชุดรัดกุม สวมหน้ากากอนามัย และใช้หมวกแก๊ปปิดทับเรือนผมยาวสลวยเอาไว้จนมองคล้ายเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังนั่งกัดฟัน กำหมัดแน่น ฟังบทสนทนาอยู่อย่างเงียบๆ


ดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงก่ำและวาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้น ร่างระหงสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกเกลียดชังและเศร้าสะเทือนใจไปพร้อมๆ กัน เมื่อได้ยินทุกอย่างมากพอที่จะมั่นใจแล้ว ก่อนที่ใครคนหนึ่งในโต๊ะของฮั่นฟงจะหันมาเห็นเข้า เธอก็ฉวยโอกาสตอนที่เด็กเสิร์ฟรับรายการอาหาร รีบลุกเดินหนีออกมา แล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถยนต์สีครีมคันเดิมซึ่งจอดรออยู่ไม่ห่างจากร้านอาหารมากนัก


                ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ทันทีที่สองแม่ลูกแต่งตัวออกจากคฤหาสน์ อากินะก็รีบขึ้นรถที่ฮาดะขับมาจอดรออยู่ เพื่อสะกดรอยตามจนถึงที่ร้านอาหารแห่งนี้ เธอไม่คิดเสียด้วยซ้ำว่าทั้งคู่จะนัดพบกับฮั่นฟงเพื่อวางแผนฆ่าเธอ ซึ่งมันก็ทำให้เธอยิ่งโกรธแค้นและเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิมอีกนับร้อยนับพันเท่า


นานกว่าหนึ่งชั่วโมงที่หญิงสาวเอาแต่นั่งเคร่งเครียด ขมวดคิ้วมุ่นอยู่ภายในรถราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ขณะที่เวลาแต่ละวินาทีผ่านไป ทั้งศีลธรรมและความดีงามในจิตใจเธอก็ค่อยๆ ตายไปทีละน้อย


ถูกแล้ว... หานมี่เล่อ หลิวอิง และฮั่นฟง ไม่จำเป็นต้องฆ่าเธอซ้ำ ตอนนี้เหมยฮวาที่พวกเขาเคยรู้จักก็ได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว เหลือเพียงแค่ ฮานาดะ อากินะ บุตรสาวคนเดียวของหัวหน้าแก๊งยากูซ่าผู้ยิ่งใหญ่ของคิวชู และเธอก็กำลังจะตอบแทนศัตรูของเธอด้วยสิ่งที่ยากูซ่าสมควรทำ


“คุณหนูครับ พวกมันออกจากร้านมาแล้ว...” ฮิเดะที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับหันมาบอก


“ดีแล้ว... รอให้มันออกรถก่อนแล้วค่อยๆ ขับตามผู้ชายไป อย่าให้รู้ตัว...” อากินะออกคำสั่งเสียงราบเรียบ เย็นชา


“ทราบแล้วครับ” ฮาดะขานรับ


จากนั้นไม่นานชายฉกรรจ์ก็เข้าเกียร์ และนำรถยนต์เคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ โดยไม่รู้เลยว่าคุณหนูอากิผู้เรียบร้อยและอ่อนโยนของเขาตั้งใจจะทำสิ่งใดต่อไป


***

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก


                เสียงเคาะประตูอพาร์ตเมนต์เรียกให้ฮั่นฟงเดินไปส่องตาแมวหน้าห้อง แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่นั่นก็คืออากินะ คนรักกำมะลอของตน ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ปั้นสีหน้าให้เป็นปกติ เปิดออกไปทักทายด้วยท่าทางแปลกใจ


“อ้าว อากิ... คะ...คุณมาที่นี่ได้ยังไงกันครับ...


“ตกใจเหรอคะ ทำหน้าซีดเซียวอย่างกับเห็นผีแน่ะ” หญิงสาวยกมือลูบใบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ


“คุณรู้จักอพาร์ตเมนต์ของผมได้ยังไงกันครับเนี่ย ฮ่ะๆ” ฮั่นฟงยกมือลูบท้ายทอย ทำเป็นหัวเราะเก้อๆ


                “แค่ตามหาที่อยู่ของคนรัก ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับฉันหรอกค่ะ ฮั่นฟง...”


“จะยังไงคุณก็น่าจะโทรมาบอกผมก่อนนะครับ ผมจะได้เก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยกว่านี้สักหน่อย...”


“ถ้าบอกก่อนก็ไม่ใช่การเซอร์ไพรซ์น่ะสิคะ” เธอพูดพลางเดินแทรกชายหนุ่มเข้าไปภายในห้องอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะถอดเสื้อโค้ตออกสางพาดไว้บนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ฮั่นฟงเห็นอย่างนั้นก็ทำท่าจะปิดประตูห้องแล้วเดินตามเธอเข้าไป แต่ยังไม่ทันไรอากินะก็หันมาห้ามเอาไว้เสียก่อน “อ๊ะๆ อย่าเพิ่งรีบปิดสิคะ เซอร์ไพรซ์ของฉันยังไม่หมดเลยนะ คุณหมอ...”


“คุณยังมีอะไรจะเซอร์ไพรซ์ผมอีกเหรอครับ” เขาชะโงกหน้าออกไปมองทางเดินหน้าอพาร์ตเมนต์ หากทันใดนั้นร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำ สวมแว่นกันแดดและถุงมือหนัง ก็ผลักประตูให้เปิดกว้าง พร้อมกับพุ่งเข้ามาล็อกตัวและปิดปากเขาเอาไว้จนไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรนขัดขืน


“อื้อ!...” ฮั่นฟงพยายามส่งเสียงร้อง แต่ถูกฮิเดะใช้ดักต์เทปหรือเทปกาวผ้าคาดปากเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่เปิดโอกาสให้ขอความช่วยเหลือได้แม้แต่คำเดียว


“จับมันนอนราบลงไปบนพื้น!” หญิงสาวสั่ง ขณะเดียวกันก็เดินเข้าไปที่เตียงนอนด้านใน แล้วหยิบหมอนใบหนึ่งติดมือกลับมา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกกดตรึงแขนขาเอาไว้กับพื้นเรียบร้อยแล้ว เธอก็ก้าวไปยืนคร่อมอยู่เหนือร่างของชายหนุ่ม “แกคงสงสัยใช่ไหมว่าฉันกำลังจะทำอะไรกับแก ฮั่นฟง...”


“อื้อ!... อื้อ!...” แพทย์หนุ่มสะบัดหน้าไปมาแทนคำตอบ ดวงตาของเขาเหลือกลานด้วยความหวาดกลัว แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในวินาทีนั้นก็ไม่มีเวลาที่จะคาดเดาคำตอบอีกแล้ว


“ฉันก็แค่จะทำสิ่งเดียวกับที่แกทำกับแม่ของฉันยังไงล่ะ ไอ้คนสารเลว!” พูดจบเพียงเท่านั้น อากินะก็ใช้หมอนที่อยู่ในมือ ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดกดลงไปบนใบหน้าอดีตคนรัก


ร่างของฮั่นฟงพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสนเท่าที่จำทำได้ แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของชายฉกรรจ์ถึงสองคนได้ ไม่ช้าแขนขาทั้งสองคู่ก็เริ่มอ่อนแรงและหยุดนิ่งไปในที่สุด


หญิงสาวกดหมอนค้างอยู่อย่างนั้นอีกนานนับนาที กว่าจะยกขึ้นแล้วโยนมันทิ้งไป ขณะจ้องมองใบหน้าที่ยังหวาดผวาสุดขีดกระทั่งวินาทีสุดท้าย ด้วยดวงตาที่มีหยดน้ำเอ่อคลอ


“รบกวนฮาดะซังกับฮิเดะซังเก็บกวาดหลักฐานทั้งหมดด้วยนะคะ หนูขอตัวกลับไปรอที่รถก่อน”


“ครับคุณหนู” ลูกน้องคนสนิทของบิดารับคำพร้อมกัน


เธอค่อยลุกขึ้นยืนอย่างคนอ่อนระโหยโรยแรง พลางยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ จากนั้นจึงเปิดประตูเดินออกจากห้องไปเงียบๆ


น้ำตาที่หลั่งในครั้งนี้... เพื่อผู้เป็นแม่


ไม่ใช่เพื่อผู้ชายชั่วช้าอย่างฮั่นฟง... เธอบอกกับตัวเองเช่นนั้น


***

อากินะกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหานในเวลาพลบค่ำ หลังจากจัดการให้ฮั่นฟง เสียชีวิตโดยไม่รู้สาเหตุในระหว่างนอนหลับแล้ว เธอยังต้องเตรียมการเรื่องตั๋วเครื่องบินเพื่อจะเดินทางกลับญี่ปุ่นอย่างเร่งด่วนอีกด้วย


เมื่อเธอเห็นหานเหอรุ่ยกำลังนอนหลับอยู่บนตั่งมุกในห้องโถงรับแขก ในสภาพใบหน้าอิดโรยและหม่นหมอง หญิงสาวก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงเดินไปทรุดตัวนั่งข้างๆ แล้วเขย่าแขนเบาๆ


                คุณตาคะ...


                อ้าว... กลับมาแล้วเหรอ ไปไหนมาบ้างล่ะวันนี้...อดีตนายพลผู้ชราถามด้วยน้ำเสียงทั้งรักและเอ็นดู ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง


อากาศเย็นอย่างนี้ คุณตาไม่ควรมานอนอยู่ข้างล่างทั้งๆ ที่ไม่มีผ้าห่มนะคะ... มาค่ะ หนูจะพาไปส่งที่ห้อง...” สองมือยื่นไปช่วยประคองอีกฝ่าย


“ตาเผลอหลับไปเฉยๆ น่ะ ตั้งใจว่าจะนั่งรอหนูกลับมากินข้าวเย็นพร้อมกัน แต่ดันหลับไปได้ยังไงไม่รู้ สงสัยจะแก่เต็มทีแล้ว ฮ่ะๆๆ”


ได้ยินถ้อยคำของผู้เป็นตา หยดน้ำตาก็รื้นขึ้นมาแทบจะทันที อากินะต้องรีบยกมือปาดใบหน้าเร็วๆ พลางนั่งลงข้างๆ หานเหอรุ่ย พูดกับเขาเสียงสั่นเครือ


     “คุณตา... อุตส่าห์มานั่งรอหนูอยู่ที่นี่...”


                ไปๆ ไปทานข้าวกันเถอะ วันนี้ตาให้อาหงทำกับข้าวที่เราชอบหลายอย่างเลยนะ” เขาหมายถึงแม่ครัวเก่าแก่ที่ทำงานอยู่ในคฤหาสน์


                แล้ว... เอ่อ คุณน้ากับอิงอิงล่ะคะ...ถามแล้วก็ต้องหรุบตาลงต่ำ ซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในใจ


                เฮ้อ!... อย่าไปถามถึงสองคนนั้นเลย ลองได้ออกไปด้วยกันแล้วล่ะก็ กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกๆ โน่นล่ะ อย่าไปห่วงพวกมันเลย...ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเดินนำไปยังห้องอาหาร จนหญิงสาวต้องรีบลุกตามไปช่วยประคอง


                อากินะเดินตามอีกฝ่ายไปจนถึงที่หมายก็พบว่าบนโต๊ะมุกกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายชนิดอย่างที่ตาของเธอบอกไว้ไม่มีผิด ล้วนแต่เป็นอาหารจีนที่เธอเคยบอกกับเขาว่ามีรสชาติถูกปาก ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างที่ทั้งคู่รับประทานอาหารร่วมกัน หานเหอรุ่ยยังคอยเอาอกเอาใจ ตักนู่น คีบนี่ มาใส่ในจานของเธอไม่ยอมหยุด ทำให้หญิงสาวที่นั่งมองอยู่ เกิดความรู้สึกระอายใจอย่างบอกไม่ถูก


ทั้งๆ ที่ผู้เป็นตาก็รักและเอ็นดูเธอมากขนาดนี้ แต่เธอก็ยังคิดที่จะฆ่าบุตรสาวและหลานสาวของเขาให้ตายตกตามมารดาเธอไป ไม่อยากคิดเลยว่าตอนที่อีกฝ่ายรู้ความจริงทุกๆ อย่าง เขาจะยังมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูอย่างนี้อีกหรือไม่ หรือจะกลายเป็นเกลียดชังจนอยากเอาชีวิต และเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เธอก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าตัวเองจะรู้สึกเช่นไร จะเจ็บปวดแค่ไหน และจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร


แต่สิ่งที่อากินะตัดสินใจลงไปแล้ว ไม่มีวันที่เธอจะเปลี่ยนแปลงโดยเด็ดขาด


***

                หลังจากใช้เวลาในคืนสุดท้ายพูดคุยเป็นเพื่อนหานเหอรุ่ยจนดึกดื่น พาเขาไปส่งที่ห้องนอนแล้ว อากินะก็เดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เธอตัดสินใจเดินไปเปิดลิ้นชัก หยิบกระดาษกับปากกาออกมาเขียนจดหมาย เพื่อบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นกับมี่ลู่ผู้เป็นแม่


เมื่อผ่านเรื่องในค่ำคืนนี้ไปแล้ว เธอคงไม่สามารถอยู่สู้หน้าและบอกเล่าทุกอย่างให้เขาฟังได้ เพราะเธอกำลังจะกลายเป็นหลานชั่วที่ฆ่าน้าสาวและลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง


                อากินะยืนรอเวลาอยู่บนระเบียงห้องนอนจนเกือบตีสอง เธอก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าคฤหาสน์ ทอดสายตามองลงมาเบื้องล่างก็เห็นสองแม่ลูกกำลังเดินพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกัน ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน ความรู้สึกเดือดดาลก็พุ่งพล่านขึ้นมาในหัวใจ


หญิงสาวเดินกลับจากระเบียงเข้าไปในห้องนอน แล้วล้วงมือเข้าไปใต้หมอน หยิบดาบสั้นแบบญี่ปุ่นที่ขอยืมมาจากฮาดะออกมาถือซ่อนไว้ด้านหลัง แล้วเปิดประตูออกจากห้องของตนอย่างเงียบกริบ ขณะนั้นบรรยากาศชั้นล่างของบ้านเต็มไปด้วยความมืดสลัว เธอจึงก้าวเดินลงบันไดไปทีละขั้น ทีละขั้น ดวงตาแข็งกร้าวมองฝ่าไปในความมืด


                เอ๊ะ! ไฟดับหรือเปล่าคะคุณแม่... ทำไมเปิดสวิตช์แล้วก็ยังไม่ติดเสียงหลิวอิงเอ่ยถามอยู่ทางหน้าประตูใหญ่


มันจะดับได้ยังไงกัน ไฟหน้าบ้านก็ยังสว่างอยู่เลยไม่ใช่เหรอหานมี่เล่อแย้ง สองมือก็ช่วยบุตรสาวคลำหาสวิตช์ไฟเพื่อลองเปิดด้วยตัวเองอีกครั้ง


                จริงด้วยสิคะ สงสัยคัตเอาต์จะตัดหรือเปล่า... แต่ก็ช่างมันเถอะ ว่าแต่คืนนี้คุณแม่มือขึ้นจังเลยค่ะ ได้กำไรมาตั้งหลายหมื่น ยังไงก็อย่าลืมแบ่งมาเป็นค่าขนมของหนูบ้างนะคะ


                จะพูดจะจาอะไรในบ้านก็ให้มันเบาๆ หน่อยเถอะย่ะ เดี๋ยวคุณตาตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าจะได้ซวยกันไปหมดดุผู้เป็นลูกสาวแล้วก็ควานมือลงไปในกระเป๋าสะพาย เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดไฟส่องไปรอบๆ


                คุณตาก็เหมือนกัน เมื่อไหร่จะตายๆ ไปสักทีก็ไม่รู้หลิวอิงขมุบขมิบปากบ่น ก่อนจะเดินลงส้นเท้าตรงไปยังห้องอาหาร “คุณแม่ก็... จะยืนอยู่อีกทำไมล่ะคะ มาช่วยส่องทางให้อิงอิงหน่อย อิงอิงจะไปหาน้ำดื่มเย็นๆ สักแก้ว”

 

ตราบใดที่แกต้องทนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับแม่ ห้ามพูดเรื่องอย่างนั้นเด็ดขาด ปากมีหูประตูมีช่อง เข้าใจไหม... เฮ้อ! จริงๆ เลยนะลูกคนนี้เธอส่ายหน้าไปมาเบา พลางหันโทรศัพท์มือถือส่องไฟไปทางลูกสาว


                ขณะเดียวกัน ที่บันใดกลางบ้านขั้นสุดท้าย ไม่ห่างจากหานมี่เล่อนัก ร่างระหงของคนที่รออยู่ก็กำลังย่างเท้าเข้าไปหาเธอทีละก้าวด้วยจิตใจแน่วแน่ กว่าที่อีกฝ่ายจะสังเกตเห็นความผิดปกติ อากินะก็เข้ามาหยุดยืนในระยะประชิดเสียแล้ว


                “อุ๊บ!... อ๊อก!ๆๆ...” หญิงสาวฉวยโอกาสที่สายตาตนเองปรับเข้ากับความมืดได้ก่อน ตรงเข้าไปปิดปากผู้เป็นน้าจากทางด้านหลัง แล้วใช้ดาบสั้นเชือดลำคอของเธออย่างรวดเร็วและแม่นยำ


ขณะที่ร่างในวงแขนกำลังดิ้นกระเสือกกระสน พร้อมกับสายโลหิตที่พุ่งทะลักจนเปียกปอนไปทั้งตัว อากินะก็ยังคงกดฝ่ามือบนใบหน้าหานมี่เล่อแน่น รอจนกระทั่งแขนทั้งสองข้างของหญิงวัยกลางคนที่พยายามดิ้นรนต่อสู้ ห้อยตกลงข้างตัวแล้ว เธอจึงยอมปล่อยผู้เป็นน้าให้ทรุดลงไปนอนกระตุกบนพื้น


แต่เพียงเท่านั้นก็ดูจะยังไม่หนำใจ หญิงสาวจึงกุมดาบด้วยสองมือแล้วปักลงไปกลางหัวใจของผู้เป็นน้าอีกครั้ง แล้วจึงกระชากดาบคืน พร้อมกับหันมองไปยังทิศทางของห้องอาหารด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยแววอำมหิต


                 นาทีต่อมา ขณะที่หลิวอิงเดินกลับออกจากห้องอาหาร เธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าโทรศัพท์มือถือของมารดาถูกวางทิ้งไว้บนพื้น แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้า แสงสว่างจากโทรศัพท์เครื่องนั้นก็ส่องให้เห็นร่างของหานมี่เล่อที่นอนจมอยู่บนกองเลือด


“กรี๊ด!! คุณแม่... อ๊อก!...” กรีดร้องได้เพียงคำเดียว มือข้างหนึ่งก็รวบปิดใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้แน่น ดาบสั้นในมือถูกเสียบเข้าไปจากทางด้านหลังจนทะลุถึงหน้าท้อง ก่อนเพชฌฆาตจะดึงมันกลับออกมา


                หลังจากแน่ใจว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอเสียชีวิตแน่นอนแล้ว อากินะก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปที่ห้องของตนเอง เพื่อชำระล้างคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย แล้วผลัดเปลี่ยนเป็นชุดที่รัดกุม โดยไม่ลืมที่จะหยิบจดหมายที่เธอเขียนไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน ตั้งใจจะวางทิ้งไว้ให้ตาของเธอ


                หญิงสาวเปิดประตูห้อง รีบก้าวลงบันไดไปยังห้องโถงชั้นล่าง ไม่วายหยุดมองร่างไร้ลมหายใจของสองแม่ลูกอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะนำจดหมายไปวางบนโต๊ะมุกกลางห้อง เสียงแหบแห้งที่เธอคุ้นเคยมาตลอดหลายวันนี้ก็ดังขึ้น


                นั่นใครกัน หยุดอยู่ตรงนั้นนะ


เพราะเสียงกรีดร้องของหลิวอิงทำให้หานเหอรุ่ยสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ กว่าจะลุกจากเตียงนอนและคลำหาสวิตช์ไฟภายในห้องก็เสียเวลาไปมากโข ไม่เพียงเท่านั้นเมื่ออดีตนายพลผู้ชราพบว่าไฟฟ้าภายในบ้านถูกตัดจนหมด เขาก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้น จึงเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบปืนพกและกระบอกไฟฉายติดตัวมาด้วย


ทีแรกเขาตั้งใจจะใช้มันแค่เพียงข่มขู่ผู้บุกรุก แต่เมื่อไฟฉายในมือข้างหนึ่งสาดไปเห็นร่างของบุตรสาวคนเล็กและหลานสาวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือกและนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง หานเหอรุ่ยก็ร่ำร้องออกมาอย่างคนไม่มีสติ


“อาเล่อ!... อิงอิงหลานตา!


“คุณตา...” อากินะร่ำร้องเรียกผู้เป็นตาอย่างไร้สำเนียง ราวกับถ้อยคำทุกอย่างถูกกลืนหายไปในลำคอ และทันใดนั้น...


                ปัง!!!!!


                เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างของหญิงสาวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาที่เบิกกว้างมองเห็นเพียงลำแสงจากปลายกระบอกปืนสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด แล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับสติที่ค่อยๆ รางเลือนลงทุกขณะ สิ่งสุดท้ายที่เธอจดจำได้ก็คือการยกมือข้างที่กุมหน้าอกขึ้นมามองอย่างงุนงง และไม่เข้าใจว่าทำไมมันจึงเปียกชุ่มไปด้วยเลือด


                คะ...คุณตา...เอ่ยได้เพียงเท่านั้น ร่างระหงก็หงายหลังล้มลงไปกับพื้น มืออีกข้างที่ถือจดหมายเอาไว้ กำแน่นไม่ยอมปล่อย พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบลงไปในที่สุด...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #596 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 03:09

    นางเอกเราล้างแค้นหมดทุกคนสุดท้ายตัวเองก็โดนตาแท้ ๆ ยิงตาย กรรมเวรจริง ๆ แล้วคุณตาแก่แล้วใครจะดูแล สงสารคุณตาจริง ๆ

    #596
    0
  2. #595 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:16
    สงสารคุณตา แล้วงี้คุณตาจะอยู่กะใคร
    #595
    0
  3. #594 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:01
    รออ่านนะคะ
    #594
    0
  4. #92 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 17:16
    หวังว่าคนเป็นคนละคนกับน้องสาวที่ทรยศในชาติที่แล้วนะคะ
    #92
    0
  5. #35 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 22:23
    555555 ขำน้องนางเอกอะ
    #35
    0
  6. #7 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 20:37

    5555 ขำนางเอก มาบ่อยๆๆๆๆนะคะ

    #7
    0