นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 9 : สมุดภาพโป๊

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    17 เม.ย. 59



                ข้ามองแผ่นเงินเป็นปึกและทองคำก้อนเล็กๆหลายก้อนที่ส่องแสงแวววับจับตาอยู่บนโต๊ะ กลืนน้ำในปากลงคออย่างยากลำบาก อยากจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่ก็เปลี่ยนใจชักมือกลับเสีย ลังเลอยู่พัก มองใบหน้าเขา

                เขาคลี่ยิ้มขึ้น “ออกมากะทันหัน ไม่ทันได้พกเงินมาเยอะ รวมๆกันทั้งหมดนี้ น่าจะราวๆทองคำสองก้อนได้”

                ข้ากระพริบตาปริบๆ ในหัวว่างเปล่า เมื่อเงินสองก้อนกลายเป็นทองสองก้อนไปเสียชิบ “คือ

                ข้ากัดฟันแน่น จิกเล็บเข้าไปในเนื้อของตนเองแรงๆอย่างไม่เชื่อสายตา

                เจ็บบบบ

                 กวาดทองคำและแผ่นเงินเหล่านั้นเข้าไปในแขนเสื้อ

                “คุณชายเป็นคนตรงไปตรงมาดีจริงๆ มา เรามาดื่มกันอีกแก้ว” เขายกยิ้ม ยันกายขึ้นเติมเหล้าให้ข้าเพิ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆของบุรุษเพศที่ลอยมาตามลม ทำเอาข้ามึนงงอย่างบอกไม่ถูก

                ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่า ชายผู้นี้ ช่างงามสง่าจริงๆ

                “ใช่แล้ว คุยกันมาตั้งนาน ข้ายังไม่ทราบว่าคุณชายชื่อเสียงเรียงนามใด” แม้แต่ท่าทางการรินเหล้าของเขาก็ยังงามสง่า ดูมีการศึกษาไปเสียหมด

                “เสา

                เขาหยุดลงมองมาที่ข้า

                ข้ากรอกตาไปมา มองไปที่แก้วหยกในมือ หัวเราะขึ้น “แซ่เสา ชื่อ หยู่” (คำว่าหยู่ แปลว่าหยกในภาษาจีนค่ะ)

                อยู่ข้างนอกแบบนี้ อย่าพูดความจริงหมดเสียจะดีกว่า ดูท่าทางคนผู้นี้จะมาจากต่างเมือง ถ้าเกิดภายหลังเขารู้ความจริงว่าราคายาที่ข้าขายให้ร้านยาไม่ใช่ราคานี้ แล้วตามมาเอาเรื่องเข้าจะลำบาก

    ข้าก้มศีรษะลงดื่มอีกจอก เหลือบตาขึ้นมองเขา “คุณชายล่ะชื่ออะไร”

                เขาคลี่ยิ้ม มองมาที่ข้าอย่างมีความหมาย “ผู้น้อย” เสียงอบอุ่น ผ่านริมฝีปากบางๆนั้นเปล่งออกมาทีละคำ “หน่งหยู่”

                เอ๋

                ข้ากลั้นไม่ไหวจริงๆ

                เหล้าในปากพ่นออกมาเต็มหน้าเขา

        ข้าบอกข้าชื่อ เสาหยู่

                เขาบอกเขาชื่อ หน่งหยู่

                ทำไมมันฟังดูแปลกๆจัง

                เขาก้มศีรษะลงซับเหล้าบนเสื้อ ดูไม่ใส่ใจเท่าใด มองมาที่ข้าด้วยแววตาราวกับสายน้ำเย็นเฉียบ

                ข้าหดตัวหลบสายตาเขา พลิกกายไปอีกด้าน ลอบคิด

                ข้าคิดมากไปเองหรือเปล่า ทำไมดูไปดูมาเริ่มรู้สึกว่าชายผู้นี้ไม่ธรรมดา

                ดูเหมือนเขาจะดูออกถึงความกังวลของข้า เขาวางตะเกียบที่กำลังคีบอาหารให้ข้าลง คลี่ยิ้มขึ้น “บอกตามตรง จริงๆแล้วข้าเป็นแพทย์หลวงอยู่ในวัง ที่ออกมานี่ก็เพื่อมาหาสมุนไพรและยาหายาก ไม่คิดว่าจะมาพบกับคุณชายเสาโดยบังเอิญ คุณชายอายุยังน้อย แต่กลับมีความรู้ด้านพิษเลิศล้ำ ในกายยังมียาวิเศษมากมาย ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะขอร้องอยู่เรื่อง

                เขานิ่งไปครู่ ราวกับเป็นเรื่องยากที่จะกล่าว

                ข้าปรายสายตามองเขา ไม่เอ่ยอะไรออกมา ยังคงยกเหล้าในจอกของตนขึ้นดื่ม

                เหล้านี้ช่างหอมจริงๆ

                แม้ว่าจะหอมหวานสู้เหล้าดอกไม้ที่ข้าหมักให้อาจารย์ไม่ได้ แต่ก็ไม่เลว ข้าดมเหล้าที่อยู่ในจอกนิดนึง หรี่ตาปรือ ยกเข้าปากอีกจอก

                ใบหน้าเขาดูลำบากใจ อ้ำอ้ำอึ้งอึ้งไม่กล้าเอ่ยปาก “อีกหน่อยถ้ามียาดีๆ ข้าหวังว่าคุณชายจะขายให้ผู้น้อยได้หรือไม่”

        “ตกลง” ข้าเอ่ยตอบ

                เจ้าให้ราคาสูงขนาดนี้ ไม่ขายให้เจ้าแล้วข้าจะขายให้ใครล่ะ

                เขาดูดีใจมาก “คุณชายเสาช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ ข้าชอบใจท่านยิ่งนัก อยากจะสาบานเป็นพี่น้องกับท่านจริงๆ”

        โรคจิต!!

                คุยกันไม่กี่คำ อยากจะมาสาบานเป็นพี่น้องกับข้า

                เขายืดกายขึ้น ยื่นมือมาจับแขนข้าไว้แน่น สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความชื่นชม

                ข้าอยากจะสะบัดมือเขาทิ้ง แต่กลับทำไม่ได้

                ดวงตาเขาวาววับขึ้น “ไม่คิดเลยว่ากำลังภายในของน้องเสาจะแกร่งกล้าถึงเพียงนี้”

        ข้าปรายตามองเขาที่กำลังจับชีพจรข้าอยู่ ยกมือโบกไปมา ถอยหลังไปนิด “มิกล้าๆ รู้วรยุทธ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เก่งกาจอะไร ”

        เขายกยิ้มขึ้น เอ่ยเสียงแผ่วเบา “หมู่บ้านนี้อะไรก็ดีไปหมด วันนี้ข้าเดินเล่นในเมือง บังเอิญเดินไปเจอร้านขายยาเข้า คิดไม่ถึงว่ายาจิ่วเซียงหยู่โหล่วในร้านจะขายแค่เพียงเงินสองก้อนเท่านั้น จะเป็นไปได้อย่างไรกัน เจ้าว่าไหมน้องเสา”

                ทำไมจะเป็นไปไม่ได้

                ก็ปกติฟางฮวาเก็บแค่เงินสองก้อนเท่านั้น

                “จริงซิ ข้าอยากจะถามอะไรจากเจ้าหน่อย” ดูเหมือนเขาจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

    เขายัดกายขึ้นรินเหล้าเติมให้ข้า ในขณะที่สายตากลับจับจ้องไปยังเบื้องล่างโรงเตี้ยม

    เหล้าล้นจนเต็มจอก แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว

                “คุณชายหน่งหยู่?

        “ขออภัย ไม่เลอะเสื้อเจ้าใช่ไหมน้องเสา” ท่าทางเขาดูแปลกๆ เขามองไปรอบข้าง ประชิดตัวเข้ามาใกล้ข้า เอ่ยกระซิบขึ้น “เจ้ารู้จักชายที่มีไฝอยู่บนใบหน้าหรือไม่”

                มือเขาจุ่มลงไปในจอกเหล้า นิ้วมือเรียวยาวยกขึ้นจิ้มไปตรงใต้หางตา ตรงตำแหน่งไฝน้ำตา

                ข้าสะดุ้งสุดตัว ความสนใจผุดขึ้นทันควัน

                “ท่านต้องการหาคนผู้นี้รึ? คนที่มีไฝอยู่ตรงนี้มีไม่เยอะหรอก”

                เขายกแขนขวาขึ้น ชี้ไปตรงใต้ตาซ้าย

                ไฝน้ำตาของอาจารย์อยู่ทางตาด้านขวา

        แต่ถึงแม้จะเป็นด้านเดียวกัน ข้าก็ไม่บอกหรอก

                “ข้าอยู่ในราชสำนักเคยได้ยินมาว่า สิ่งวิเศษที่สูญหายไปนานสิบกว่าปีได้กลับมาปรากฏขึ้นแถบนี้ ดังนั้นจึงออกมาค้นหา เล่ากันว่ามีโซ้วอยู่ชนิดหนึ่งชื่อว่าฟางฮวา สามารถแปลงกายอยู่ในรูปมนุษย์ได้ แม้ว่าข้าจะไม่เชื่อเรื่องประหลาดๆอะไรพวกนี้ก็ตาม แต่ก็ลองออกมาสำรวจดู” เขาส่ายหัว รอยยิ้มแฝงไปด้วยความหม่นหมอง “ฮ่องเต้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ใช้ยาอะไรก็ไม่ดีขึ้น ข้าในฐานะข้ารับใช้จึงต้องหาหนทาง ข้าจึงออกมาตามหาฟางฮวาโซ้ว ดูว่ามีทางจะเอาไม้ฟางฮวามาได้หรือไม่”

        “ไม้ฟางฮวาไม่ใช่ช่วยรักษาพิษได้หลายชนิดหรอกหรือ?

        หรือว่า

                เขามองมาที่ข้าด้วยสายตาแปลกใจ “น้องเสาความรู้กว้างไกลจริงๆ แม้แต่เรื่องนี้ก็ยังรู้”

                ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร วันวันมีแต่คนพูดเรื่องนี้กับข้า

                แต่ข้าทำได้เพียงกล่าวถ่อมตน “มิกล้า มิกล้า คนเรียนพิษอย่างข้า ต้องรู้เรื่องพวกนี้บ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

        เขายิ้มขึ้น ในขณะที่ข้ายิ้มไม่ออก ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ทรงประชวรอยู่เพราะว่าถูกพิษหรือนี่?

                 ถ้าเกิดค้นกันขึ้นมาจริงๆ พวกเราคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขเป็นแน่ นิสัยของอาจารย์แบบนั้น อย่าให้เขาออกมาข้างนอกบ่อยๆจะดีกว่า

                “งั้นคุณชายหน่งหยู่วางแผนจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่หรือ” ข้าคีบกับข้าวเข้าปาก ดื่มอีกอึก

        ไม่มีเสียงตอบจากเขา

                 ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นเขากำลังมองลงไปยังที่ที่หนึ่งเบื้องล่างอย่างใจจดใจจ่อ

                 ใจหายวูบขึ้นมา

                 ตายแล้ว ไม่ใช่ว่าอาจารย์ออกมาเดินเล่นในเมือง แล้วโดนเขาเห็นเข้านะ

        แต่ถ้าวันนั้นที่เขาออกมาเดินเล่นจริงๆมาถึงล่ะก็ คงต้องรอฝนบนฟ้าคงจะตกลงมาเป็นสีเลือดเสียก่อนล่ะมัง

                 ข้าหันกายไปมองยังทิศทางที่เขามองอยู่ หรี่ตาลงจับจ้องเบื้องล่างที่คนไม่เยอะแต่กลับดูคึกคัก จุดหลักอยู่ตรงหองข้ามโรงเตี๊ยม ด้านหน้าหอนั้นเปิดประตูไว้ หญิงสาวในชุดลายดอกงามตายืนอยู่ด้านหน้า มือถือผ้าเช็ดหน้าบางๆ สะบัดขึ้นลงไปมา เดินเข้าไปหาเหล่าชายหนุ่มที่เดินผ่านไปมาราวกับเชื้อเชิญ

                 ข้าจับจ้องชุดพลิ้วไหวงดงามของสตรีเหล่านั้นอย่างอิจฉา ข้าสวมชุดของผู้ชายมาตลอดชีวิต แต่ไหนแต่ไรไม่เคยได้เห็นชุดที่งดงามเช่นนี้มาก่อน เอวและก้นคอดกิ๋วได้รูปที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนั้น ทำเอาคนมองนึกคิดจินตนาการไม่มีที่สิ้นสุด

                “หรือว่านี่จะเป็นที่ที่อาจารย์เรียกว่า โรงเย็บผ้า? มิน่าล่ะกิจการดีขนาดนี้” ข้าเอ่ยออกเสียงโดยไม่รู้ตัว

                เสียงเขากระแอมไอขึ้นเบาๆ

                “น้องเสา อันนี้เขาไม่เรียกว่าโรงเย็บผ้า” หน่งหยู่เงยหน้าขึ้นมาจ้องข้า “เป็นสถานที่ที่ผู้ชายมาหาความสุขต่างหากเล่า ได้ยินมาว่าหอนี้เป็นหอที่ดีที่สุดในแถบนี้ ชื่อว่าหอจุ้ยเฟิง”

                “อ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว เป็นที่ดื่มเหล้าใช่หรือไม่ คุณชายมาบ่อยรึ?

        เขากระแอมไอขึ้นอีกครั้ง เบือนหน้าไปอีกทาง ใบหน้าแดงเรื่อ “ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น ยังมีเรื่องสกปรกกว่านั้น สรุปก็คือไม่ใช่ที่ที่คนมีความรู้ดีๆควรจะเข้าไป”

                เข้าใจแล้ว

                พูดมาซะยาว สรุปคือ เขาไม่เคยเข้าไป

        แต่ข้ากลับอยากเข้าไปดูเสียหน่อย

                ข้าลอบยิ้ม ไม่เอ่ยอะไรอีก ดื่มไปอีกจอก ดวงตาเริ่มหรี่ปรือ

                ปรายสายตามองคนรับใช้ของเขาคนนึงที่เดินเข้ามากระซิบบางอย่างข้างหูเขา

                “น้องเสา วันนี้ข้ามีธุระ คงต้องขอตัวก่อน”

                “ได้”

                เขายืนขึ้น ยิ้มให้ข้านิดนึง ชุดคลุมปลิวไสว งดงามจนคนมองไม่อาจละสายตา เขาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ลับสายตาไปกับคนรับใช้เหล่านั้น ไม่เห็นแม้แต่เงา

                ข้ายังคงนั่งอยู่บนโรงเตี้ยม กินๆดื่มๆอย่างมีความสุข ข้ายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบน้ำมันตรงปากนิดนึง ก่อนจะเดินลงไปยังเบื้องล่าง นึกกังวลเรื่องทองในมือว่ากลับไปจะไปทำบัญชีกับอาจารย์อย่างไร

                สายตาข้าเหลือบไปเห็นร่างๆหนึ่ง รูปร่างท่าทางแบบนั้นทำไมถึงคุ้นตาจริง

   นั่นหน่งหยู่ไม่ใช่รึ

    ข้ากำลังคิดจะเข้าไปทักทายเขา แต่ร่างเขากลับถูกสาวงามหลายคนกอดรัดเข้าไปในหอจุ้ยเฟิงนั่นเสียก่อน

        ข้าหวนนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของคนเจ้าหลักเจ้าการ ใบหน้านักบุญ เต็มไปด้วยความรู้ของเขา ไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงชั่วพริบตาถึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนได้ถึงเพียงนี้

        ข้าลูบคางตัวเองไปมา

                ที่แบบนี้ จะต้องมีอะไรพิเศษที่เขาไม่ได้พูดถึงเป็นแน่

                เท้าข้าหยุดลงตรงแผงขายของเล็กๆตรงข้ามหอจุ้ยเฟิง หันหลังให้ประตูนั้น ยืดตัวตรง ก่อนจะทนไม่ไหวต้องหันกลับไปมองทางประตูนั้นอีกครั้ง

                “คุณชายคุณชาย ท่านชอบอันไหนของร้านข้าน้อย ซื้อกลับไปซักรูปซิ”

                แขนเสื้อข้าโดนรั้งไว้

        อ่า

                สติข้ากลับมา ใบหน้าของเจ้าของแผงเล็กๆที่กำลังรั้งชายแขนเสื้อข้าไว้ขยายใหญ่ขึ้นในสายตา

                ข้ากวาดตามองภาพบนแผงนั้นที่ล้วนแล้วแต่เป็นภาพของผู้หญิง

                สวย

                แต่สู้ข้าไม่ได้

                “ไม่เอา”

        แขนเสื้อข้าถูกเขาดึงอีกครั้ง ข้ามองไปยังเจ้าของร้านที่ยังยิ้มกริ่มให้ข้าไม่เลิก “คุณชาย ท่านงามสง่าขนาดนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นคนมีความสามารถ” พูดจบก็ปรายสายตามองไปยังหอจุ้ยเฟิง หัวเราะขึ้นราวกับเข้าใจ “ข้ารู้ว่าท่านต้องการอะไร คงจะมาหาความสุขล่ะซิใช่ไหม?

                 ความสุขแบบไหนกัน?

        ข้ากระพริบตาปริบๆ ไม่ค่อยเข้าใจความหมาย แต่อยู่ข้างนอก ต้องรักษาความเป็นผู้รู้เอาไว้เสมอ

    ข้าคลี่ยิ้ม

                ดวงตาของเถ้าแก่ยิ่งวาววับขึ้นกว่าเดิม กุลีกุจอเรียกข้าไปดูสินค้าของเขา รีบหยิบสมุดภาพเล่มหนึ่งส่งให้ข้า

                “ข้ามีสินค้า ราคานี้” เขายกมือขึ้นทำนิ้วว่าเงินสามก้อน

                “ของดีนะ ช่างวาดจากหอนั้นเพิ่งจะวาดออกมา”

                ข้าหรี่ตาลงมองสมุดภาพในมือ ภาพผู้หญิงกับผู้ชายกอดรัดกันอย่างแนบชิด ที่สำคัญไม่ใส่เสื้อผ้า

                ข้าพลิกดูไปมา อ่าาาาา ล้วนเป็นภาพกอดรัดกัน ด้วยท่าทางในแบบต่างๆ

                น่าสนใจ

                ข้ารีบคว้าเงินในตัวส่งให้เถ้าแก่ กอดสมุดภาพไว้แนบอก

                “คุณชายค่อยๆเดิน”

       

    ข้าถือมันกลับมา ฮัมเพลงมาตลอดทางอย่างอารมณ์ดี จนประทั้งมาถึงบ้าน

                “อาจารย์”

                “หานจึชวน

                ในบ้านเงียบไปหมด

                เสียงพิณแผ่วเบาดังขึ้น

                รอยยิ้มบนใบหน้าข้าจางหายลง ลังเลอยู่เพียงครู่ ก่อนจะเดินไปทางสระน้ำหลังบ้าน

                ลมเบาๆพัดวูบมา ผสมผสานกับความเยือกเย็น น้ำในสระใสจนมองเห็นเบื้องล่าง กอไผ่สีเขียวแตกกิ่งก้านสาขา

   ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด

                ที่เพิ่มขึ้นมาคือร่างสองร่าง

                ร่างหานจึชวนกำลังก้มหน้าดีดพิณ

                ร่างฟางฮวานั่งซ้อนอยู่เบื้องหลังเขา มือซ้อนมือ สอนเขาดีดพิณ

                แสงอาทิตย์ส่องลอดใบไผ่ลงมากระทบยังร่างสองร่างนั้น สายลมพลิ้วแผ่วพัดพาดอกไม้เบื้องบนล่วงหล่นลงมาราวกับสายฝน

                ร่างในชุดขาวของทั้งคู่ มองดูงดงามราวกับเทพเซียน

                คิ้วงดงามของเขาดุจใบหลิวคลายออกอย่างมีความสุข ดวงตางดงามคู่นั้นทอแสงสดใสประดุจหยาดน้ำค้างยามฤดูใบไม้ผลิ

                ใจเบื้องลึกของข้าเจ็บแปลบขึ้น ภาพเบื้องหน้าสั่นไหวไปมา เท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ขาสั่นๆไม่มั่นคงทำเอาร่างหมุนไปหมด เกือบจะล้มลงไปในสระน้ำ เท้าสัมผัสได้ถึงสายน้ำเย็นช้ำที่เปียกอยู่

                ร่างกายอ่อนยวบทรงตัวไม่ไหว ทรุดกายลงนั่งข้างๆขอบสระ

                เสียงพิณหยุดลง

                “เสาเอ่อ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ข้ากับจึชวนรอเจ้าเสียตั่งนาน” เสียงแผ่วเบาของเขาเอ่ยขึ้นด้านหลังข้า

                แต่ใจข้ากลับไม่ยินดีซักนิด ร่างกายราวกับไร้ความรู้สึก ข้านิ่งไปพัก ก่อนจะยันกายลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่อยู่บนกายออกนิดนึง ตอบกลับเขาเบาๆ “อาจารย์”

                บางสิ่งบางอย่างร่วงตกลงไปในน้ำ

                สมุดภาพบางๆเปิดออก ลอยอยู่เหนือน้ำ

                “ยืนอึ้งอยู่นั่นแหละ ของร่วงแล้ว” ฟางฮวาที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ข้างข้าเสียตั่งแต่เมื่อไหร่เอ่ยเตือนขึ้น

                ยังไม่ต้องรอให้มันจมลงเบื้องล่าง

                เขาก็หยิบมันขึ้นมา

                ข้าอยากจะร้องห้าม แต่สมุดภาพนั้นอยู่ในมือเขาเสียแล้ว ข้าเห็นเขาสะบัดน้ำบนสมุดภาพนั้นไปมา พลิกเปิดดูข้างใน

                แย่แล้ว สมุดภาพโป๊ที่เพิ่งซื้อมาของข้า 

**************************************************

                สมุดภาพที่เปียกน้ำโซก ส่งผลให้กระดาษข้างในติดกันเป็นปึก

                “มันเอ่อคือ”

                ข้ายื่นมือหมายแย่งมันออกมาจากมือเขา

                เขาปรายสายตามองข้าแวบนึง ไร้ซึ่งความอ่อนโยนแต่ก็มิได้โกรธเกรี้ยว แต่กลับทำให้ใจข้าเต้นตูมตามไปหมด เขายืนอยู่เบื้องหน้าข้า ศีรษะก้มต่ำลง นิ้วมือเรียวยาวเปิดกระดาษที่เปียกชื้นจนแนบกันเป็นปึกนั้นคลี่ดูทีละแผ่น ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

                แม้ว่ารอยเส้นวาดจะจางลงเพราะเปียกน้ำไปบ้าง แต่ท่วงท่าอิริยาบถของบุคคลในภาพยังคงเด่นชัดดังเดิม

                ตามนิสัยของฟางฮวาแล้ว ภาพน่าอายแบบนี้ จะต้องทำให้เขาโมโหมากเป็นแน่

                ข้าก้มหัวต่ำ เหลือบตามองเขาอย่างกลัวๆ

                ไม่ห่างไปนัก หานจึชวนที่กำลังถือพิณเดินเข้ามาหาเราสองคนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสนใจในตอนแรกกลับหยุดเท้าลง แววตาแห่งความสงสัยฉายชัดขึ้นมาแทน

                สมุดภาพที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำทำเอาแขนเสื้อของฟางฮวาเปียกไปด้วย หยดน้ำเปียกโซกไหลจากสมุดภาพลงมาสู่ชายเสื้อเขา หยดกลับไปยังผืนน้ำเบื้องล่าง

                ราวกับหัวใจของข้าที่ตกลงไปอยู่ตะตุ่มเช่นเดียวกัน

                “นี่เจ้าซื้ออะไรมา” เขาเงยหน้าขึ้นมองข้า น้ำเสียงเรียบเอ่ยขึ้น ลดมือที่ถือสมุดภาพลงข้างกาย

                “เสาเอ่อ ไม่กล้าแล้ว” ข้าเอ่ยเสียงแผ่ว

                เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือกำสมุดภาพนั้นไว้แน่น ก้าวมาเบื้องหน้า ด้วยท่าทางที่ยามปกติข้าจะรู้สึกว่างามสง่ายิ่งนัก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกใจหายวาบ

                ตัวข้าสั่นระริก

       เท้าก้าวถอยหลัง

                แต่เขากลับคว้ามือข้าไว้ ดึงข้าเข้ามาในอ้อมแขน คลี่ยิ้มขึ้นยามซุกหน้าเข้ามาตรงซอกคอข้า ลมหายใจอุ่นๆกระทบเข้าตรงซอกคอ ทำเอาข้าขนลุกไปหมด

                “ขอบใจมาก

                อ่า

                เขาพูดอะไรนะ

       ขอบใจข้าทำไมกัน

                ยังไม่ทันที่ข้าจะเรียกสติตัวเองกลับมา ฟางฮวาก็ปล่อยข้า มือยังคงถือสมุดภาพนั้นไว้ หันไปหาหานจึชวน เอ่ยประโยคที่ทำให้ข้าแทบกระอักเลือดออกมา

    “ดูซิ เสาเอ่อซื้ออะไรมาให้ข้า แถมยังเลือกภาพที่ดูเร้าใจที่สุด กางออกทั้งที่เปียกๆให้หานจึชวนดู “ภาพจุดชีพจรของมนุษย์ เห็นไหม”

                ให้ตายซิ! ข้าอยากฆ่าตัวตาย

                “ใช่รึ” หานจึชวนเอ่ยพลางหันมามองหน้าข้า มือหนึ่งคว้ามุมสมุดภาพไว้ ปรายสายตามองมันนิดนึง  ก่อนจะหันกลับมามองข้าด้วยแววตากึ่งโกรธ

                ข้าคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกได้ถึงหน้าที่ตึงไปหมดของตนเอง

                “เอ่” ฟางฮวาร้องขึ้นมาคำ คลี่ยิ้มขึ้นนิด เงยหน้าขึ้นมองหายจึชวน ไฝใต้ดวงตาดูอ่อนโยนโดดเด่น “ถ้าเจ้าอยากได้ ครั้งหน้าก็ไปซื้อเอาเองใหม่ก็ได้ เล่มนี้ข้าให้เจ้าไม่ได้”

       ข้าอึ้งไปครู่ มองร่างสองร่างยื้อยุดสมุดภาพเล่มนั้นไปมา

                หานจึชวนปรายตาดุดุมองมาที่ข้านิดนึง มือหนึ่งจับอยู่ตรงมุมสมุดภาพนั้น ออกแรงจนนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด

                ในขณะที่ข้าได้แต่พูดไม่ออก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน

                วันนี้ ดูเหมือนอากาศไม่เลวแหะ

                ไม่กล้าสบสายตาดุๆของหานจึชวน ที่ส่งสายตาอาฆาตกราดมาที่ข้ารุนแรงมากขึ้น

                ดูเหมือนฟางฮวาจะสังเกตได้ถึงความแปรปรวนบางอย่างในใจของจึชวน เขาคลี่ยิ้มดูมีเสน่ห์ขึ้น อาศัยจังหวะที่หานจึชวนผ่อนแรงลง ดึงสมุดภาพเล่มนั้นออกมาจากมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ใช้ชายแขนเสื้อซับน้ำที่เปียกชุ่มบนสมุดภาพไปมา

                ข้าแทบจะสิ้นสติ เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาทั่วร่าง

                “อาจารย์ สมุดภาพเล่มนั้นเปียกแล้ว ท่านคืนให้ข้าเถอะ คราวหน้า” ข้ายิ้มกริ่มมองไปที่เขา “ข้าค่อยซื้อเล่มใหม่ให้ท่าน”

    “ไม่ได้” ฟางฮวาคลี่ยิ้มอ่อนโยนดูน่าหลงใหลขึ้น คนที่ปกติรักความสะอาดเรียบร้อยอย่างเขา กลับดูแลโอบอุ้มสมุดภาพเปียกชุ่มเล่มนั้นไว้แนบอก แถมไม่ลืมยกแขนเสื้อที่เช็ดสมุดภาพชื้นๆนั้นขึ้นมาเช็ดหน้าให้ข้าด้วย

   “ออกไปข้างนอกคงจะร้อนมากใช่หรือไม่ เหงื่อออกเยอะขนาดนี้ ในบ้านมีน้ำแข็งใสลูกเหมยอยู่ เดี๋ยวข้าจะยกมาให้”

   ข้าร้องไห้ในใจ

        ข้าร้อนซะที่ไหนกัน ข้าโดนท่านกับหานจึชวนทำให้ร้อนต่างหากเล่า

                “ส่วนเจ้านี่” เขาหมายถึงสมุดภาพที่เขาซ่อนไว้ในอกเสื้อเรียบร้อยแล้ว มือเรียวลูบคลำมันนิดนึง “นี่เป็นสิ่งแรกที่เสาเอ่อมอบให้ข้า ข้าจะดูมันวันละรอบก่อนนอน”

                เขาโบกแขนเสื้อไปมา เดินกลับไปที่บ้าน ดูเหมือนวันนี้เขาจะอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน

       ตาข้าเบิ้งกว้าง ปากอ้าค้าง พูดอะไรไม่ออก

                หนังสือภาพโป๊ของข้า โดนเขาเอาไปเสียดื้อๆ

       หานจึชวนทำตาโตทั้งโกรธทั้งขำมาให้ข้า “เดี๋ยวข้าค่อยกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง” ก่อนจะเดินตามร่างฟางฮวาไปทันที

                ลมวูบใหญ่พัดหอบใบไม้แห้งบนพื้นขึ้นมา

                ข้ายืนงงอยู่กลางสายลมนั้น

                เกาหัวตนเองเบาๆ อึ้งไปครู่ใหญ่

   ช่างมันเถอะ ไม่ต้องคิดมากแล้ว ทำเรื่องที่ควรจะรีบทำก่อนดีกว่า

                ข้ามองไปรอบด้านที่ปลอดคน ยกชายเสื้อคลุมตัวยาวของตนขึ้น วิ่งไปยังต้นอูถงต้นใหญ่ที่แตกกิ่งก้านสาขาอยู่ข้างบ้าน

       ข้าย่อกายลง หักกิ่งไม้บนต้นมากิ่ง ใช้มันขุดหลุมเล็กๆบนดิน หยิบห่อผ้าที่ห่อหุ้มแผ่นเงินและทองคำก้อนเล็กๆใส่ลงไปในหลุม

   หูผึ่งเงี่ยฟังสัญญาณสิ่งผิดปรกติที่จะเข้ามา ส่วนมือก็กลบดินลงในหลุม อำพรางจนเรียบร้อย

                นิสัยนี้ติดตัวข้ามาตั้งแค่เล็กจนโต ทำอย่างไรก็แก้ไม่หาย ตอนเป็นขอทานข้ากินไม่อิ่ม จึงมีนิสัยชอบเอาของมาฝังไว้ในดิน เป็นหลักประกันให้กับชีวิตในภายภาคหน้า จนทุกวันนี้ นิสัยนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน

        “น้องเสา นี่เจ้าทำอะไรอีกล่ะ” ไม่รู้ว่าร่างนั้นมายืนอยู่ด้านหลังข้าตั้งแค่เมื่อไหร่ เสียงเขาดังขึ้นบนหัวข้า เอ่ยถามขึ้นเบาๆ ทำเอาข้าตกใจ

                “หานจึชวน” ข้าโยนไม้ในมือทิ้ง กำดินไว้ในมือคันไม้คันมืออยากจะเอาดินสาดใส่หน้าเขาเสียซักกำมือ แต่ข้าก็อดทนอดกลั้นความคิดไว้ ทรุดกายลงนั่งบนดินเบื้องหลัง “เจ้าไม่ใช่ไปช่วยอาจารย์เหรอ มาที่นี่ทำไมกัน”

                เขามองมาที่ข้าอย่างจับผิด

                ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ยิ้มกริ่มให้เขา ค่อยๆแอบสาดดินที่อยู่ในมือเติมลงไปตรงปากหลุม

                “ของเล่นชิ้นนั้นของเจ้า เขาหรี่ตาลง ย่อกายลงมาใกล้ กระซิบเสียงแผ่ว “เป็นหนังสือโป๊ใช่หรือไม่”

                “รู้ดีจริงๆ อะไรก็ปิดเจ้าไม่มิด” ข้าอึ้งไปครู่ ก่อนเอ่ยถามขึ้น “แล้ว อะไรคือ หนังสือโป๊เหรอ”

                “ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย”

                เขาปรายตามองข้า มองไปตรงหลุมดินเบื้องหลังข้านิดนึง ลอบยิ้มขึ้น “อย่ามัวแต่นั่งอยู่เลย ของเล่นชิ้นนั้นข้าจะต้องไปเอากลับมาให้ได้ ไม่เคยพบเคยเจอศิษย์กตัญญูเช่นเจ้ามาก่อน ซื้อของแบบนั้นมาให้อาจารย์ตัวเอง”

            ลูกพี่ข้าซื้อมาให้ตัวเองต่างหาก อาจารย์จะเอา ข้าจะมีปัญญาทำอะไรได้

                กดดัน

        ข้าลุกขึ้น อาจจะเป็นเพราะนั่งนานไปหน่อย พออยากจะลุกขึ้นขากลับอ่อนแรงไร้กำลัง เรี่ยวแรงดูหายไปหมด บางสิ่งบางอย่างปั่นป่วนอยู่ในท้อง เอวร้อนวูบ ปวดแปลบขึ้นมาทันใด

                “ช่วยพยุงข้าหน่อยซิ”

                “เป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าดูไม่สู้ดี” เขาก้าวมาประชิดกายข้า ประคองร่างข้าเอาไว้ในอ้อมแขน ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะลงบนหน้าผากข้า “น้องเสา มีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า”

                ใช่ ไม่ค่อยสบาย

                ข้าผลักเขาออก เกาะต้นไม้ไว้แทน

                แต่เขากลับประชิดกายเข้ามายิ่งขึ้น หมายจะช่วยประคอง

                “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันรึ” เสียงเรียบเอ่ยขึ้น ละเอียดละมุนนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นจนเราสองคนตัวชา

                                                                  **************************************************

อัพแล้วน้าคร้า 100% สำหรับตอนนี้ ฉลองพรุ่งนี้เริ่มงานวันแรก 

ก่อนอื่นขอแอบกระซิบบอกว่า เรื่องนี้เป็น ชายหญิง แน่นอน 100% คร้า และฟางฮวาของเรารักผู้หญิงแน่นอน

อ่านถึงตอนนี้เดี๋ยวแฟนคลับตกใจหายไปหมด  ห้าห้า

เสาเอ่อเราไม่ค่อยธรรมดาจริงๆ นางซื้อหนังสือภาพโป๊มาาาา ห้าห้า

กลับมาด้วยความดีใจ ดันมาเจอภาพบาดตาบาดใจอีก TOT 

ฟางฮวาเราก็ช่างไร้เดียงสาจริงๆ เห็นสมุดภาพโป้เป็นภาพจุดชีพจร แถมฮาหนักตรงที่บอกว่าจะดูทุกคืนก่อนนอน 55

ตอนหน้าฟางฮวาจะรู้แล้วล่ะคะ ว่า'ผู้หญิง' คืออะไร ฟางฮวาเราก็ใกล้จะเข้าวังเต็มทีแล้ววว

อย่าลืมติดตามกันต่อนะคะ


เสริมเกร็ดเล็กน้อยเรื่องชื่อนางเอกหน่อยนะคะ ลืมอธิบายไว้ตอนพระเอกบอกว่านางเอกชื่อ เสาฮวา

นางเอกชื่อเล่นคือ เสาเอ่อ (勺儿) ชื่อจริงชื่อ เสาฮวา (勺嬅)

ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า เสาฮวา(韶华ที่แปลว่า ช่วงเวลาดีๆ

แจ้งไว้ให้ทราบ เพราะว่าตอนหลังๆจะมีการพูดถึงค่ะ


สุดท้าย รักคนอ่านทุกคนนะคะ

ปล. อาจจะมีการทยอยรีไรท์บทเก่าที่ยังมีพิมพ์ผิดอยู่นะคะ ถ้ามีการอัพเดตบ่อยๆโดยไม่ได้เพิ่มเนื้อหาก็ต้องขออภัยไว้ก่อนนะคะ

สุ่ยจิง 17 April 2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1326 SAOW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:47
    กุจะบ้าาาา นิยายนอมอลผสมกลิ่นอายความวายมาเต็ม 
    แต่เชียร์แบบคู่ ชาย-หญิงนะค้าาา 
    #1,326
    0
  2. #1219 Tangmoja (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 00:33
    ฮาจริงจัง555555
    #1,219
    0
  3. #1131 re - ann (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 11:36
    ตกใจมากนึกว่าชาตินี้ ฟางฮวาจะหลงรักหานจึชวนซะแล้ว
    #1,131
    0
  4. #906 jib-john (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:01
    ซึนไปอีกกก
    #906
    0
  5. #853 TiNa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 01:11
    โอ๊ย ฮาทากค่ะ จะดูวันละรอบก่อนนอน 5555
    #853
    0
  6. #605 มุกฝืด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 11:15
    ฮามากกกก
    #605
    0
  7. #451 Penguin[G] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 20:58
    ค่อยหายตกใจหน่อย อยากเห็นอ.หึง(จะมีช่วงเวนั้นไหมTT)
    #451
    0
  8. #353 ป้ารูซี่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 09:37
    ซือฟุ ตอนนี้ทำเอาขำมากกก
    น่ารักจิงๆ
    #353
    0
  9. #269 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 11:39
    ชีพจรนี้มันอยู่ตรงไหยคะ อะหือออออ น่ารักกมากกกก
    #269
    0
  10. #249 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 11:40
    ภาพ ภาพจุดชีพจร..ฟางฮวานี่ท่านใสซื่อจริงๆหรือเป็นเจ้าพ่อสตรอเบอรี่กันแน่????
    #249
    0
  11. #243 righ_dali (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 00:25
    สู้ๆนะคะ writer
    #243
    0
  12. #232 tar_j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 18:20
    มาอัพต่อไว้ๆน้าาาาา
    #232
    0
  13. #231 9namfon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 12:23
    นางเมนส์จะมาแล้ววว อาจารย์ ทีนี้ก็รู้สักทีนะ มาหาว่าเค้าผิดปกติอยู่นั้นแหละ
    #231
    0
  14. #230 siriwimolsukphop (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 09:29
    ไรต์อัพต่อไวๆน้าา~
    #230
    0
  15. #229 งุงิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 20:28
    ลั่นเลยที่บอกว่าจะดูก่อนนอนทุกคืนฮามาก
    #229
    0
  16. #228 งุงิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 20:28
    ลั่นเลยที่บอกว่าจะดูก่อนนอนทุกคืนฮามาก
    #228
    0
  17. #225 pair_narak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 02:01
    อ.จะตอบแทนเสาเอ๋อด้วยการอ่านวันละรอบ 5555555555
    #225
    0
  18. #224 แคปพลีส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:26
    คือรักผู้หญิงทำไมรักพ่อของเสาเอ่อล่ะคะ งง 5555
    ตลกมาก อจ จะดูก่อนนอนทุกคืน
    #224
    0
  19. #223 birumu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 19:34
    โอ้ยยย ตอนนี้ขำแรง 555
    #223
    0
  20. #222 PIP'3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 19:00
    สนุกกกกก
    #222
    0
  21. #221 NanaToT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:48
    ซือฟุ กรี๊ดดดดด รู้สึกผิดอย่างแรงงง
    #221
    0
  22. #220 ❥NightRabbit. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:43
    อ่านก่อนนอนทุกวัน... =?= 555555
    #220
    0
  23. #219 มีอานา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 18:04
    5555. รู้สึกเรื่องดราม่ากำลังจะมา^^;
    #219
    0
  24. #218 t_g_k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:26
    นางเอกเป็นระดูรึเปล่า?? // ฟางฮวาช่วงใสซื่อยิ่งนัก
    #218
    0
  25. #217 mikeyagubian (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 16:36
    เฮ้ยยยย เสี่ยวฟางทำไมช่างอ่อนต่อโลกเช่นนี้ _?_ ตอนต่อไปสงสัยงานเข้า 5555
    #คนแปลสู้ๆนะ
    #217
    0