นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 8 : ความจริงอันโหดร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    19 พ.ค. 59


วันนั้นที่จาก ข้าเสียใจมากที่จะไม่มีโอกาสได้พบเจ้าอีก ใครจะล่วงรู้ชะตาฟ้าลิขิต ให้เราสองต้องพรากจากกัน 

เป็นเพราะข้าดีกับเจ้าไม่พอ วันนี้จึงต้องชดเชยด้วยชีวิต 

หวังแค่ว่าเมื่อเจ้าฟื้นคืนวิญญาณจะดูแลลูกข้า ถึงตายข้าก็ตายตาหลับ...



แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยเห็นใครยิ้มแบบนี้มาก่อน

ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม ทว่ากลับดูเศร้าหมอง ทำให้คนมองอยากเข้าไปสัมผัสปลอบโยน แต่กลับทำมิได้ดั่งใจ ซอกหลืบลึกๆในใจเจ็บแปลบขึ้นมา

ยิ่งเขายิ้มงดงามเพียงใด ข้าก็ยิ่งเจ็บในหัวใจมากขึ้นเท่านั้น

“เจ้าเดาถูกแล้ว นี่คือไม้ฟางฮวา แต่ว่าไม่ใช่ไม้ฟางฮวาอย่างที่หลายคนรู้จักอันนั้น คนทั่วไปรู้เพียงว่าไม้ฟางฮวามีสรรพคุณรักษาพิษได้หลายชนิด แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทที่หนึ่งที่สามารถรักษาพิษได้ คือไม้ฟางฮวาที่เกิดจากฟางฮวาโซ้วตายแล้วเปลี่ยนสภาพ อีกประเภทหนึ่งคือไม้ฟางฮวาที่เกิดจากฟางฮวาโซ้วเกิดมาแล้วเหลือทิ้งไว้ในดิน อย่างที่สองนี้จะกำจัดได้แค่พิษจากงูและแมลงมีพิษเท่านั้น แต่กลับหายากมากกว่าแบบแรก”

ข้าขมวดคิ้ว เอ่ยถามขึ้น “เพราะเหตุใดกัน”

     เขาคลี่ยิ้มขึ้น “ก็เหมือนกับตอนพ่อแม่เจ้าให้กำเนิดเจ้าออกมา เขาจะเก็บรกเอาไว้หรือฝังไว้อย่างดี ไม้ฟางฮวาชนิดที่สองนี้ก็เช่นกัน”

      “แล้ว

   “ของสิ่งนี้มีค่ามาก เจ้าต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดี”

     ข้าพูดไม่ออก พูดไปพูดมา ก็เท่ากับว่า ไม้ฟางฮวาอันนี้ไม่สามารถรักษาพิษได้น่ะซิ

     “เจ้าไม่ชอบมันรึ” เขามองมาที่ข้า เอ่ยเสียงแผ่ว “แต่ว่าข้ากลับอยากมอบมันให้แก่เจ้า”

    เขาหัวเราะขึ้น

             ข้ามึนไปหมด ในหัวเต็มไปด้วยความมึนงง

             “อาจารย์ ท่านอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องซิ”

              เขาดูวิตก ใบหน้าเยือกเย็น ค่อยๆทรุดกายลงบนที่นั่ง สายตาจับจ้องมองไปเบื้องนอก

              ข้าทรุดกายลง เกาะมือลงตรงขาเขา ซุกตัวเข้าหาร่างนั้น

 “บอกข้าเรื่องพ่อของข้าเถอะ” ข้าเงยหน้ามองเขา มือที่จับอยู่ตรงขาเขาเขย่าเบาๆ

              มืออุ่นๆของเขาลูบไปมาอยู่บนผมข้า

     น้ำเสียงอ่อนโยนแต่เยือกเย็นจับขั้วหัวใจเอ่ยขึ้น

               “เจ้าไม่ใช่รู้แล้วรึ

          ร่างข้าสั่นน้อยๆ ภายในใจรู้สึกแปลกๆ ทรงตัวขึ้นหมายจะลุก อยากจะหนีไปให้พ้นเสียจากตรงนี้

        แต่กลับถูกมือเขาที่เคลื่อนมาวางตรงต้นคอ ดึงร่างข้าให้เข้ามาใกล้

                “เจ้าไปที่หลุมศพดินเหลืองมาแล้วใช่หรือไม่ร่างที่นั่งพิงหลุมศพอยู่นั่นก็คือบิดาของเจ้า เสาเอ่อ เด็กดี ความจำเจ้าดีขนาดนี้ทำไมถึงลืมเสียเล่า จำได้ไหมว่าแผ่นหนังที่อยู่ในอกเสื้อเขาเขียนไว้ว่าอย่างไร? เจ้าเห็นมันแล้วนิ”  นิ้วมืออุ่นๆของเขาไล้แผ่วเบาอยู่บนใบหน้าข้า เอ่ยมันออกมาทีละคำ

   “วันนั้นที่จาก ข้าเสียใจมากที่จะไม่มีโอกาสได้พบเจ้าอีก ใครจะล่วงรู้ชะตาฟ้าลิขิต ให้เราสองต้องพรากจากกัน เป็นเพราะข้าดีกับเจ้าไม่พอ วันนี้จึงต้องชดเชยด้วยชีวิต หวังแค่ว่าเมื่อเจ้าฟื้นคืนวิญญาณจะดูแลลูกข้า ถึงตายข้าก็ตายตาหลับ...

             เขาหลับตาลง เอ่ยออกมาทีละคำ ไฝน้ำตาสั่นไหวไปมา

                ข้าไม่รู้ว่าควรจะใช้น้ำเสียงหรือถ้อยคำไหนมาบรรยายท่าทางเศร้าโศกของคนตรงหน้า รู้เพียงแต่ว่าฟางฮวาในยามนี้ทำให้หัวใจข้าปวดร้าวแทนเขาไปด้วย มือข้ากำมือเขาไว้แน่น

    “อาจารย์

        เขาค่อยๆหันมามองข้า คลี่ยิ้มงดงามขึ้น “ความจำข้าไม่ค่อยดี แต่ข้อความเหล่านี้ ข้าจำมาช่วยชีวิต ไม่เคยลืม”

                ความจริงเหล่านี้โหดร้ายยิ่งกว่าคำโกหกหลายพันเท่านัก

       ข้านึกทบทวนความคิด

                พ่อของข้าตายเพื่อช่วยฟางฮวา สองคนนี้ชาติที่แล้วมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่นะ

                “เสาเอ่อ ข้ามาเกิดใหม่อีกชาตินึงแล้ว เรื่องราวในชาติที่แล้วข้าก็จำไม่ค่อยได้เสียเท่าไหร่ ข้าจำได้เพียงใบหน้าของพ่อเจ้ากับข้อความบนแผ่นหนังผืนนั้นที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ ให้ข้าดูแลเชื้อสายของเขา เจ้าเป็นลูกชายคนเดียวที่เขามี”

                ลูกชาย

                หยุดก่อน ข้าเป็นผู้หญิงต่างหาก

                อาจารย์ ท่านแน่ใจว่าความจำอย่างท่านจะไม่จำคนผิด?

                ข้ามองไปยังใบหน้าเปี่ยมยิ้มของเขา จมสู่ความเงียบ ยืดหลังตรง ซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนเขา

                ตัวเขาแข็งทื่อไปหมด กระชับร่างข้าในอ้อมแขน ไม่กล่าวอะไรซักคำ กลิ่นหอมอ่อนๆลอยกระทบมาแตะปลายจมูก ความอบอุ่นอ่อนโยนจากร่างเขาทำให้ข้าไม่อาจถอนตัวและหัวใจ

                ในใจข้าเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

                เรื่องนี้ตรงกลางจะต้องมีการเข้าใจผิดอะไรกันเป็นแน่

   แต่แม้ว่าอะไรๆอาจจะผิดมาตั่งแต่ต้น ข้าก็ไม่คิดอยากจะสนใจอีกแล้ว

               นั่นเป็นเรื่องในชาติที่แล้วของเขา ไม่เกี่ยวกับข้า

               ข้าแค่อยากจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

               แม้ว่าจะคิดอย่างนั้น แต่ใจกลับรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาไม่ได้ ข้าทำได้เพียงซุกศีรษะเข้าไปในอ้อมแขนเขามากขึ้น

               “ตอนเด็กๆ ถ้าเจ้าขี้อ้อนแบบนี้ก็ดีซิ” บรรยากาศอบอุ่นงดงามแผ่ซ่านอยู่รอบกายเราสองคน ฟางฮวาก้มศีรษะลงมายิ้มหวานละมุน มือลูบไปมาที่เส้นผมของข้า

      เสียงประตูเปิดออก

               ใบหลิวปลิวว่อนเข้ามาในห้องสองสามใบ ร่างหานจึชวนอยู่ด้านนอกประตู ในมือกำสมุนไพรไว้ มองมาที่พวกเราอย่างตกใจ บนไหล่มีกลีบดอกไม้สองสามกลีบติดอยู่

                ข้าอึ้ง

                แต่ฟางฮวาที่ไม่อึ้ง กลับผลักร่างข้าออก

                จนข้าร่วงไปกองอยู่บนพื้น

                อาจารย์ ท่านรังเกียจกันขนาดนี้เชียวหรือ

   เขาค่อยๆลุกขึ้น คล้ายรู้สึกได้ถึงความไม่เหมาะสม ค่อยๆก้มลงประคองข้าลุกขึ้น ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนด้านนอก 

   “เจ้าเข้ามามีอะไรหรือไม่”

                ดูเหมือนหานจึชวนจะเพิ่งเรียกสติกลับคืนมาเช่นกัน เขาชะงักไปครู่ มองไปที่สมุนไพรในมือพลางเอ่ย “ข้าจะเก็บสมุนไพรที่ตากไว้ ตากไว้นานแล้ว เงินในบ้านไม่ค่อยมีแล้ว ก็เลยจะมาเอายาจากท่านไปแลกของใช้จำเป็นในเมืองเสียหน่อย”

        สายตาเขามองมายังมือที่ประสานกันอยู่ของเราสองคน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ข้านิดนึง

                แต่ว่ารอยยิ้มนั้น กลับทำให้ข้ารู้สึกแปลกๆ

                คล้ายกับข้ากำลังทำอะไรไม่ดีลับหลังเขา

        ข้ารีบก้มหน้างุด

                ฟางฮวาเงียบงัน ควักบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ แบมือออก แล้วยื่นไปให้เขา

                ข้าปรายตามองขวดยาเล็กๆสามขวดในมือเขา เบี่ยงตัวขวางร่างที่กำลังจะเดินไปหาหานจึชวน รีบแย่งขวดยานั้นมาไว้ในมือ “อาจารย์ ท่านกับจึชวนอยู่ที่นี่แหละ เรื่องขายยาให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”

                ฟางฮวาคลี่ยิ้มขึ้น ไม่ได้เอ่ยอะไร ซึ่งข้าถือว่าเป็นการไม่ปฏิเสธ

                ที่ผ่านมา เขาไม่ยอมรับไม่ได้ว่า

                เขาอยู่อย่างสงบมาตลอด แน่นอนว่าเขาไม่คุ้นเคยเมื่อเข้าไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างในตัวเมือง มีอยู่ครั้ง ข้าเข้าไปในตัวเมืองกับเขา มีคนวิ่งมาชนเขา จากหนึ่งกลายเป็นสอง

                เขาได้แต่ยิ้ม

                ยกมือขึ้นชี้ไปที่ร่างของคนพวกนั้นที่กำลังเดินหายไปในฝูงชน บอกว่าเขาจำคนพวกนี้ได้และคุ้นเคยเป็นอย่างดี

                ข้าถามเขาว่าทำไม

       เขาบอกว่า โดนพวกเขาชนจนเป็นเรื่องปกติ ชินไปเสียแล้ว

                ข้าพูดไม่ออก ปรายตามองเขา

                เขาก้มหัวลง มือสัมผัสไปมาเบื้องล่าง ในหน้าเปื้อนยิ้ม ข้าไม่ต้องใช้สมองก็เดาได้ว่าถุงเงินตรงเอวของเขาถูกคนขโมยไปอีกแล้วอย่างแน่นอน

                หานจึชวนยิ่งอาการหนัก

                ในบ้านไม่มีเงิน เขาก็เอายาไปแลกเป็นสิ่งของมาหลายต่อหลายครั้ง ตอนแรกข้าคิดว่าให้เขาออกไป กลับมาก็คงไม่ได้เงินมาอยู่ดี สรุป

                ความสามารถในการหาเงินของเขาไม่เลว แต่ความสามารถในการใช้เงินกลับชนะโลด

   แค่เดินเข้าประตูมา ข้าก็รู้เลยว่าชายผู้นี้ใจป้ำขนาดไหน

   เขาซื้อมาหมด ไม่ว่าจะเป็นผ้าแพรสีสันงดงามหลายผืน ขนมและของว่างต่างๆ ฟืนสำหรับทำอาหาร ทุกอย่างล้วนบรรทุกอยู่เต็มรถม้า  ไม่เพียงแต่เงินที่ขายยาไม่เหลือ แถมในมือยังมีใบแจ้งหนี้เพิ่มมาด้วย

   ดังนั้น

   ข้ากรอกสายตาค้อนใส่ทั้งคู่ คว้าขวดยาหายากนั้นโดยไม่มีใครกล้าคัดค้านแต่อย่างใด ปลีกหลบทั่งคู่เดินออกมาจากห้อง ข้ายืดตัวตรง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกที่หลบออกมาได้

   หันกลับไปมองร่างสองร่างด้านในนิดนึง

   เฮ้อ!!!

   นี่ถ้าไม่มีข้าซักคน พวกเขาสองคนจะใช้ชีวิตกันอย่างไรนะ

*********************************

ยามบ่ายแก่ๆ ดวงอาทิตย์สาดแสงแรงกล้า แม้แต่ลมที่พัดมากระทบผิวกายก็ยังร้อนฉ่า

เสี่ยวเอ่อของร้านยาไป๋เฉ่าถางกำลังงีบหลับอยู่ ไม่พบแม้แต่เงาของเถ้าแก่ร้าน

ข้าขยับพัดในมือโบกไปมา เคาะลงไปที่โต๊ะไม้ทีนึงดังๆ

ได้ผล เมื่อเสี่ยวเอ่อสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาทันที ตาลีตาเหลือกมองมาที่ข้า

“ไปเรียกเถ้าแก่ของพวกเจ้ามา บอกเขาว่าข้ามียามาขายสนใจไหม”

“ขอรับ” เสี่ยวเอ่อรีบรับคำ ยังคงมองข้าอย่างมึนงงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะก้มหน้างุดเชื้อเชิญให้ข้านั่ง “เชิญคุณชายนั่งก่อน ข้าน้อยจะรีบไปตามเถ้าแก่มาให้”

ข้าคลี่ยิ้มขึ้นมานิด

เจ้าหมอนี่ จำข้าไม่ได้จริงๆ

ปกติเจ้านี่มักจะเรียกข้าว่า เจ้าลูกวัวดำน้อยตอนนี้กลับเปลี่ยนสรรพนามให้ข้าใหม่เป็น คุณชาย เสียแล้ว

ข้าสะบัดชายเสื้อคลุมไปด้านข้าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ เคาะนิ้วเบาๆลงบนโต๊ะ กวาดตามองไปรอบด้านอย่างเบื่อหน่าย ข้าหยิบขวดยากระเบื้องจากในแขนเสื้อออกมา เทยาเม็ดกลมๆสีดำลงบนมือหนึ่งเม็ด หยิบขึ้นดม รู้สึกได้ถึงกลิ่นของหญ้าหยู่เซิงและดอกไป๋ฮวา กลิ่นนี้เมื่อดมเข้าไปจะทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบาย

ยานี้น่าจะเป็นเซียวหมีซ่าน

เจ้าสิ่งนี้ขอเพียงแค่อมไว้หนึ่งเม็ดในปากเท่านั้น ไม่ว่าจะยาสลบร้ายแรงชนิดไหนก็ไม่มีผล

ข้าเทยาเม็ดกลมๆนั้นกลับเข้าไปในขวดตามเดิม

ที่จริงแล้วไม่ต้องเดาข้าก็รู้แล้วว่า ทุกครั้งฟางฮวาจะปรุงเฉพาะยาแก้พิษหรือยาบำรุงกำลังเท่านั้น

ข้าอยู่กับเขามานาน เรียนรู้เรื่องต่างๆจากเขามาไม่น้อย

ฟางฮวาเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเป็นยิ่งนัก ไม่ว่าพิษอะไรเขาก็ปรุงยาแก้ได้ เวลาผ่านไปข้าเองก็เริ่มปรุงยาหายากแปลกๆขึ้นมาได้เช่นกัน

เขาบอกว่า ต้วนฉางเฉ่าเจ็ดส่วนผสมกับอู่สือซ่านสามส่วนจะเป็นอันตรายถึงชีวิต

แต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น

             ข้าลองผสมตั่งแต่ ห้าต่อห้าส่วน สามต่อแปดส่วน สี่ต่อหกส่วน ถึงแม้ว่าผลที่ได้สามต่อเจ็ดส่วนแบบที่เขาบอกจะได้ผลดีที่สุด แต่ผลอื่นๆที่ได้กลับทำให้ข้าค้นพบอย่างอื่นที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน

             ข้าค้นพบว่า ถ้าอยากให้อวัยวะภายในทั้งห้าถูกทำลายทั้งหมด แต่ยังมีชีวิตรอด ต้องใช้สูตร สามต่อแปดส่วน

             ถ้าอยากให้ทรมานซักสามวันแล้วค่อยตาย อย่างนี้ต้องปรุงสี่ต่อหกส่วน

             แต่ถ้าจะให้ทีเดียวตายเลย ก็ต้องเป็นหนึ่งต่อเก้าส่วน ถึงจะประหยัดเวลาที่สุด

             ข้าถอนหายใจยาวๆออกมาเฮือกนึง เก็บขวดยาในมือเข้าไปในแขนเสื้อตามเดิม

             “ที่แท้นอกจากคุณชายหานแล้ว ยังมีคุณชายอีกท่าน ข้าเสียมารยาทจริงๆ ไม่ได้ต้อนรับท่านเป็นอย่างดี” เถ้าแก่ร้านเปล่งเสียงทักขึ้นยามเดินออกมาจากม่านด้านหลังร้าน

             ข้าปรายตามองเขา

             “วันนี้เอายาอะไรมาขายรึ?” เขารับยาในมือข้าไปเปิดดม แววตาเปล่งประกาย “ราคาเดิมหรือไม่?

        “แล้วแต่ท่านแล้วกัน”

             ข้าแย่งขวดยาในมือเขากลับมา โยนไปโยนมาอยู่ในมือราวกับเป็นของเล่น

             “คุณชาย ระวังหน่อย” เถ้าแก่ร้านดูตกใจ

             ข้าปรายตามองเงินสองก้อนในมือเขา ยิ้มเยือกเย็น ส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอ ยังคงโยนขวดยานั้นเล่นไปมา

             “ใช่ๆๆ น้อยไปนิด ข้าเพิ่มให้” เขายิ้มมุมปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หยิบเงินจากอกเสื้อขึ้นมาอีกสามก้อน รวมเป็นห้าก้อนวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าข้า

             ข้าคลี่ยิ้ม โยนขวดยาในมือให้เขา “ขอบใจนะเถ้าแก่”

             ข้ากวาดเงินเหล่านั้นเข้าไปในถุงเงิน แขวนไว้ตรงเอว ตบเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปด้วยความพอใจ

             สรุป

             ข้าโดนชน!

             ข้าลูบไปยังถุงเงินที่อยู่ตรงเอว และพบว่ามันว่างเปล่า

         หนอย ช่างเป็นอุบายอันแสนคุ้นเคยจริงๆ

             ข้าหมุนกายตามร่างอันคุ้นเคยนั้นไป เจ้าหัวขโมยกลุ่มนี้ ยุ่งกับใครไม่ยุ่งมายุ่งกับข้า

             “หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้าหัวขโมย”

             ยิ่งตะโกนร่างนั้นก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น ร่างกายกำยำแข็งแรงอุดมสมบูรณ์ สงสัยจะเป็นเพราะเงินที่ขโมยไปจากฟางฮวาบ่อยๆเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์ถึงเพียงนี้

     ข้ารวบรวมกำลังลมปราณ พุ่งตามไปอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนขนาดนี้ ยังต้องให้ข้ามาเสียกำลังแบบนี้ คอยดูนะ จับได้เมื่อไหร่ข้าจะยึดเอาเงินมันมาอีกซักสองสามก้อนเป็นค่าชดเชย

             เจ้านี่ดูจะฉลาดเฉลียวว่องไวไม่น้อย เลือกหนีไปทางที่มีคนพลุ่กพล่านวุ่นวายเสียด้วย

             ข้ารวบรวมลมปราณ เหินตัวตามไปอย่างรวดเร็ว

             ด้านหน้าปรากฏขบวนเกี้ยวขบวนหนึ่งขวางทางอยู่ ร่างลิบลับข้างหน้าที่กำลังจะหายไปในฝูงชน ทำให้ข้าต้องควักยาลูกกลอนจากอกเสื้อขึ้นมาเม็ดนึง ออกแรงดีดไปยังเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า

เจ้าหัวขโมยนั่นขาอ่อนล้มยวบลงไปยังขบวนเกี้ยวนั้นทันที ในขณะที่ยาเม็ดนั้นตกลงบนพื้นแตกกระจาย

ขบวนเกี้ยวสั่นไหวโกลาหลกันไปหมดทั้งขบวน

             ข้ายกแขนเสื้อของตนขึ้นปิดจมูก ก้มหน้าลงพื้น สาดผงสีขาวที่อยู่ในมือไปด้านหน้า ฟุ้งกระจายไปตามสายลม

คนที่มากับขบวนเกี้ยวดูตกใจ ร้องโวยวายขึ้น “ปกป้อง ท่านแพทย์หลวง” พูดไม่ทันจบคำ ตาที่ยังเหลือกกว้างอยู่ก็ล้มลงไปทั้งอย่างนั้น

ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เจ้าเด็กนั่น คนที่มากับเกี้ยวนั้นอีกเจ็ดแปดคนต่างก็ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

ข้าไม่สนใจ

ข้าเดินไปสำรวจร่างเจ้าเด็กหัวขโมยนั่น ลูบคลำไปทั่ว ได้ยินเสียงมันฮึมฮัมเบาๆในลำคอ มองข้าตาปริบปริบ

ในที่สุดข้าก็เจอถุงเงินของข้า

“คราวหน้าอย่าริขโมยของของคนอื่น ไม่งั้นข้าจะส่งเจ้าไปถึงหน้าประตูศาลเลย เข้าใจไหม” ข้าลุกขึ้นยืน เตะเบาๆไปที่ร่างนั้น แต่ร่างนั้นกลับหน้าแดงก่ำ แข็งเกร็งขึ้นมาทั้งร่าง ส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอไม่หยุด

เดี่ยวก่อน

เกิดอะไรขึ้นนิ

             เจ้าเด็กนี่ทำไมถึงหน้าแดงอย่างนี้ล่ะ ข้ามองไปยังร่างอีกหลายร่างที่นอนอยู่ ล้วนมีอาการเดียวกัน หน้าแดงก่ำ ส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอไม่หยุด

ข้าตัวสั่น เท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

            “น้องชาย เจ้าอายุยังน้อย ทำไมถึงลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้” เสียงใสกังวานราวกับหยกดังขึ้นจากในเกี้ยว  น้ำเสียงจริงจังเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ทำเอาข้าหน้าแดงไปหมด

            ข้าฮึมฮัมในคอ

            ผ้าม่านตรงเกี้ยวเปิดออก ร่างหนึ่งก้าวออกมา ร่างนั้นดูสุขุมเยือกเย็น ชายเสื้อคลุมสะบัดพลิ้วขึ้นลง

ข้าอึ้งไปเพียงครู่ เงยหน้าขึ้นมองร่างนั้น

            สง่างาม

             ข้าเองก็ไม่ได้ถูกพิษ แต่กลับรู้สึกราวกับเป็นไข้

    “คุณชายท่านนี้ ทำไมถึงหยุดเกี้ยวของข้าลง แล้ววางยาคนของข้าเช่นนี้เล่า” เขาคลี่ยิ้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอบอุ่น

             “ขออภัย พอดีข้าจะจับหัวขโมย ไม่มีทางเลือกจึงต้องทำเช่นนี้” ข้าส่งสายตาไปยังเจ้าเด็กหัวขโมยนั่น

             “เขายังเด็ก แม้จะทำผิดขนาดไหน ก็ไม่ถึงกลับต้องวางยาขนาดนี้” เขาขมวดคิ้วขึ้น ท่วงท่าราวกับนักบุญ

    พ่อนักบุญ ยาข้ามีตั่งเยอะแยะ ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าจะคลำไปเจอห่อไหนเข้า อีกอย่างถ้าไม่ใช่เพราะอารมณ์กำลังโมโหล่ะก็ ข้าก็คงไม่ลงมือหนักถึงเพียงนี้หรอก

             พูดไปพูดมา ตกลงว่าข้าใช้ยาชนิดไหนไปกันแน่นะ

หวังว่าจะไม่ใช่

       ข้าตัวชาวาบ หมุนตัวไปอีกทาง ไม่สนใจเขาอีก มือล้วงยาหลายห่อจากในอกเสื้อออกมาส่องกับแสงแดด แยกมันออกทีละอย่าง ผงเจ้าสำราญ’ ‘ผงคันคะเยอ’ ‘ผงลืมนาง ล้วนแต่ยังอยู่ทั้งนั้น

    หรือจะเป็น

             “ไม่ต้องดูแล้ว ยาที่เจ้าใช้คือ เมามายรำพันระเริงรัก

********************************


             เมามายรำพัน เป็นชื่อเหล้ามีชื่อชนิดหนึ่ง

เมามายรำพันระเริงรัก กลับเป็นชื่อยาปลุกอารมณ์มีชื่อเสียงชนิดหนึ่ง

สองอย่างนี้ข้าไม่มีทางจำสับสนเป็นแน่

เท่าที่รู้มา ยานี้ไม่มีทางแก้ ต้องทำอะไรอะไรซักอย่างนี่แหละถึงจะแก้ได้ ส่วนเรื่องที่ว่าไอ้อะไรอะไรซักอย่างนี่คืออะไร? ข้าเองก็อยากจะรู้อยู่เหมือนกัน ข้าเคยถามหานจึชวน เขาก็อ้ำๆอึ้งๆไม่ยอมบอกอะไร ถามฟางฮวา เขาก็ไม่เข้าใจ พาข้าไปค้นเองที่ห้องหนังสือ ให้ข้าหาอยู่ครึ่งค่อนวัน

พูดแล้วก็น่าแปลก บ้านนี้อะไรอะไรก็ไม่มี มีอยู่อย่างเดียวที่มีไม่ขาดก็คือสมุนไพร

ดังนั้น ข้าเลยลองทำยาแก้ด้วยตัวเองดูนิดนึง ตอนแรกกะว่าจะใช้กับหานจึชวน แต่คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะเอามาใช้ที่นี่เสียก่อน

        พลาดจริงๆ

                ข้าทรุดกายลง ตาปริบปริบมองร่างเจ็ดแปดร่างที่นอนกองอยู่บนพื้นอย่างจนปัญญา

        ชายผู้นั้นดึงร่างข้าออกมา เขาย่อกายลง กดจุดชีพจรให้หลายร่างที่นอนอยู่อย่างรวดเร็ว คนเหล่าหยุดร้องลง ใบหน้าแดงก่ำก็หายไปเช่นกัน

                ข้ารีบวิ่งเข้าไปขวางหน้าเขา เมื่อเห็นเขากำลังจะปรี่เข้าไปยังร่างเจ้าเด็กหัวขโมยนั่น

                “เจ้าจะทำอะไร”

                “ช่วยคน”

    “เมามายรำพันระเริงรัก ไม่มียาแก้พิษ”

   “ใช่ ไม่มี” เขาไม่ขัด “แต่ยานี้ผสมไม่สมบูรณ์ ข้าแก้ได้”

   ข้าแอบโมโหในใจ

   เขาบังอาจบอกว่ายาที่ข้าผสม ไม่ ส ม บู ร ณ์!

     ชิ!

                “ดีขึ้นแล้ว” เขาเงยหน้าขึ้น ยกแขนเสื้อขึ้นซับเม็ดเหงื่อบนใบหน้า

                ข้าแกล้งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มือหนึ่งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบซองยาออกมาซองหนึ่ง ปล่อยลงไปบนร่างของเจ้าเด็กนั่น

                เขาก้มศีรษะลง อึ้งไปครู่ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาใสสะอาดราวฤดูใบไม้ผลิเรียบเฉยมองมาที่ข้า

                ข้ารู้สึกได้ถึงใบหน้าร้อนผ่าวของตนเอง หลบสายตาเขาเสีย “แก้พิษซิ พ่อนักบุญ”

                ฮึ่มมม

                ให้มันรู้บ้างว่าพิษนี้เจ้าก็จะแก้ได้ พิษนี้ข้าเป็นคนปรุงเองกับมือ ไม่ค่อยมีคนรู้จัก คนที่จะแก้พิษนี้ได้ต้องมีความสามารถจริงๆ เพราะเจ้า ผงเจ้าสำราญนี้ไม่ใช่แค่ยาธรรมดาๆ

        เขายื่นมือออกไปจับชีพจรให้เจ้าเด็กนั่น สั่งคนติดตามคนหนึ่งไปหาอะไรบางอย่าง ในขณะที่คนที่เหลือช่วยจับตัวเจ้าเด็กที่เอาแต่หัวเราะไม่หยุดกดลงกับพื้น

                ซักพักร่างนั่นก็ถือน้ำเข้ามาชามหนึ่ง ราดลงไปบนเจ้าเด็กนั่น จนมันเปียกโซกไปหมด มันหยุดหัวเราะลง ลืมตาปริบๆ มองคนรอบข้างอย่างงุนงง

                “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว เชื่อข้านะ กลับบ้านไปซะ” เขายิ้มอย่างมีเมตตา ดูคล้ายกำลังพูดว่า ปีศาจร้ายไม่มีฤทธิ์ทำร้ายอะไรเจ้าอีกแล้ว

                ชิ ข้ายังสู้ได้อยู่นะ

                “เจ้าก็วางมือเสียเถอะ” มือเขากดลงบนมือข้าที่ยังควักอยู่ในแขนเสื้อ

                โดนเขาปรามเข้าให้ ความโมโหก็เริ่มคลายลงบ้างแล้ว

                แต่ ข้าสะบัดมือออก โปรยผงยาไปที่เจ้าเด็กนั่นอีกครั้ง

                มันหลับตาลง ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นดังเดิม

                ข้าหัวเราะขึ้น โบกมือไปมา “ไม่ต้องเกรงใจข้า ช่วยเถอะ”

                ร่างงดงามของเขาเหยียดตรง จับชีพจรให้เด็กนั่นอีกครั้งอย่างอดทน พลิกเปลือกตาออกดู ไม่เอ่ยอะไรออกมาซักคำ ดูคล้ายจะกลัวว่าตนเองจะถูกพิษไปด้วย

                จริงๆแล้ว คนผู้นี้มีจริยธรรมทางการแพทย์มากกว่าฟางฮวาหลายเท่านัก

                เขาไม่เหมือนฟางฮวา

                รายนั้นถึงแม้จะให้เงิน แต่ก็ยังยืนนิ่งดูดายไม่ช่วย

                ตามที่เขาเคยพูดไว้ก็คือ ถ้าวันไหนเสาเอ่อไม่ไหวแล้ว เขาถึงจะช่วย

                แต่จากที่ข้าคาดการณ์ หากข้ามีวันนั้นจริงๆขึ้นมา เขาคงจะนั่งดื่มชาเล่นหมากรุกอยู่กับหานจึชวน แล้วค่อยๆเดินมาดูใบหน้าของข้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนข้าตาย

            ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

                ดึงสติกลับมา

       ท่าทางจนปัญญาของบุรุษร่างงามตรงหน้าทำให้ข้าอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

                ข้าควักขวดยาสองขวดที่ยังไม่ได้ขายออกมาดมนิดนึง เลือกขวดนึง เทเม็ดยาใส่มือ ส่งให้เขา ทำท่าบอกใบ้ให้เขาเอาให้เจ้าเด็กนั่นกิน

                “สาม สอง หนึ่ง ตื่น”

                เจ้าเด็กนั่นสะลึมสะลือลืมตาขึ้น มันกระถดตัวถอยหลังออกห่างเราสองคนอย่างรวดเร็ว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ดูหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

                “จำไว้นะน้องชาย วันหลังถ้าข้ายังเห็นเจ้าขโมยเงินคนอื่นอีก ข้าจะให้เจ้าลองพิษชนิดอื่นดู”

                “ไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าแล้ว” กล่าวยังไม่ทันจบ เจ้าเด็กนั่นก็กระโดดลุกขึ้น วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

                ดูเหมือนว่าสูตรยาที่ฟางฮวาปรุงคราวนี้จะมีฤทธิ์ดีเสียเหลือเกิน ไม่เพียงแต่จะช่วยถอนพิษแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างร่างกายมันให้แข็งแรงยิ่งขึ้นอีก

        “คุณชาย ข้าขอถามนิดนึงได้หรือไม่ ยาวิเศษในมือท่านนี้ได้มาจากที่ไหนกัน” แววตาที่มองมาที่ข้าเต็มไปด้วยความสนใจขวดกระเบื้องในมือข้า

                  ข้าอึ้งไปนิด

                  เขาก้มศีรษะลงมาดมปากขวดนิดนึง คิ้วคลายออก “ยาชั้นเลิศ คุณชายพอจะมีเวลาคุยกับข้าซักครู่หรือไม่”

                  ข้ายังคงอึ้ง

                  สรุป

                  คุยซักครู่ก็คือ ข้าโดนเขาดึงเข้าไปในโรงเตี๊ยม

                  เขาสั่งอาหารและสุราชั้นเลิศมาหลายชนิด ดูเป็นคนใจกว้างอยู่ทีเดียว เขายืดกายตั้งตรงรินเหล้าให้ข้า ก่อนจะนั่งลงตามเดิม มือยังคงลูบไปมาอยู่ที่ขวดกระเบื้องเล็กๆบนโต๊ะ

                  “ขอถาม ยาพวกนี้คุณชายเป็นคนปรุงเองหรือ?

         ข้ายกแก้วขึ้นดื่มอึกนึง ปรายสายตามองเขา “อาจารย์ของข้าเป็นคนทำ”

        “อย่างนี้นี่เอง ขอถามชื่อของอาจารย์ท่านได้หรือไม่?

     ข้าส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอ ไม่สนใจเขา คว้าตะเกียบขึ้นมาคีบกับข้าวเข้าปาก ดื่มเหล้าเข้าไปอีกอึก

     เขายืดกายเทเหล้าเติมในแก้วของข้าจนเต็ม

     “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท”

        พูดจบ เขาก็นั่งลง มือยังคงลูบๆคลำๆขวดกระเบื้องขวดนั้นราวกับเสียดาย ข้าปรายตามองเขา รู้สึกตลกขึ้นมา

                “ข้าเองก็กำลังรำคาญว่ามันหนัก พกพาลำบาก กำลังว่าจะเอาไปขายที่ร้านยา ถ้าเจ้าชอบ ข้าก็จะขายให้เจ้าถูกหน่อยก็ได้”

                “จริงรึ?

                ข้าพยักหน้า

                สีหน้าและแววตาตื่นเต้นของเขาจางลง “แต่ครั้งนี้ข้าออกมาสำรวจนอกเมือง พกเงินติดตัวมาไม่มาก กลัวว่าคุณชายจะไม่ยอมสละของมีค่าขนาดนี้ให้กับข้า”

                ไม่ใช่มั้ง

                ข้ากวาดสายตามองคนตรงหน้า ปิ่นที่ปักอยู่บนศีรษะเขาทำมาจากหยกขาว เสื้อผ้าเนื้อดีดูมีราคา ตรงเอวยังมีไข่มุกทอแสงเปล่งปลั่งประดับไว้ ท่าทางดูงามสง่า คล้ายกับเป็นคุณชายจากตระกูลผู้ดีมีเงิน

        ใช่แล้ว ข้าจำได้ว่าตอนอยู่ในเกี้ยว คนพวกนั้นเรียกเขาว่า แพทย์หลวง

        อายุดูไม่เยอะ แต่กลับเต็มไปด้วยท่าทางสง่างามน่าเกรงขาม ไม่เหมือนคนไม่มีเงิน แค่เงินห้าก้อนจะไม่มีเชียวหรือ

                “…….

          เขายกมือขึ้นแตะข้าเบาๆนิดนึง “คุณชาย โปรดเสนอราคา”

                ข้าชะงักไปเพียงครู่ ยกมือขึ้นมาชูห้านิ้ว คิดไปคิดมาก็พับเก็บลงไปหนึ่ง “ราคานี้”

                สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ

                ข้าตบโต๊ะโครมใหญ่ “ไอหย่า ช่างเถอะ เห็นแก่อาหารบนโต๊ะนี้” ข้ายกสองนิ้วให้เขา “สองก็ได้”

                เงินสองก้อน

                “ทองคำสองก้อน” เสียงเขาเอ่ยขึ้น

                ก็จริง คนเราอย่าโลภให้มาก แค่อาหารบนโต๊ะที่กำลังกินอยู่นี่ น่ากลัวจะต้องใช้เงินสองก้อนเข้าไปแล้ว

                แต่ เดี๋ยวนะ

                ข้ากระพริบตาปริบๆ

                เขาเพิ่งจะพูดว่าอะไรนะ

                ทองคำสองก้อน? !!!!!

**********************************************


หน่งหยู่

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยคร้า ^^

100% คร้า 

อะไรยังไงกัน ! ฟางฮวาบอกว่าลูกของคนๆนั้นเป็นผู้ชาย แต่เสาเอ่อเราเป็นผู้หญิง

เสาเอ่อเราหลงรักอาจารย์เข้าไปเต็มหัวใจซะแล้ว แต่ฟางฮวาเรานี่ซิรักใครกันแน่ TOT

ใครชอบแนววาย อาจจะชอบเรื่องนี้ เพราะว่ากึ่งๆ วายนิดๆ ห้าห้า

รอตามกันต่อเนอะ ฟางฮวาของเราใกล้จะเข้าวังแล้ว


ตอนหน้า มาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเสาเอ่อซื้อหนังสือภาพโป้มา แล้วฟางฮวามาเห็นเข้าพอดี 55++ 

รับรองว่าน่ารัก ฮากระจาย ฟินจิกหมอนกันไปตามๆกัน 

สุดท้ายขอบคุณทุกๆคอมเม้นน่ารักๆทุกคอมเม้นนะคร้า อ่านแล้วมีความสุข ชอบมากมาย ^__^

สุ่ยจิง 14 April 2016


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1448 BB oi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:26
    ขอบคุณจ้าา
    #1,448
    0
  2. #905 jib-john (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 22:35
    มีจริยธรรมกว่าฟางฮวา 55555555
    #905
    0
  3. #852 TiNa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:57
    จะฮากันไปไหนนะ บ้านนี้ 5555
    #852
    0
  4. #268 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 11:30
    พี่เขารวยจริงค่ะ555555
    #268
    0
  5. #198 9namfon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 03:33
    555 ยัยเอ๋อ
    #198
    0
  6. #192 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 15:53
    หึ..เสาเอ่อ เจ้ายังกล้าว่าฟางฮวากับหานจึชวนอีกรึ ที่แท้เจ้าเองก็โดนเขาต้มมาตลอดเหมือนกันแหละว้า
    #192
    0
  7. #191 apthmv (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 15:09
    555+ฮามากค่ะ
    #191
    0
  8. #190 poppytoptop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 13:25
    อย่าชักศึกเข้าบ้านนะะะะะ
    #190
    0
  9. #189 AKASHI. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 09:39
    ง่อวววววว ทองคำ!!!
    #189
    0
  10. #188 NanaToT (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 08:22
    เงินมาผ้าไป เอ้ยย ยาไป!!!
    #188
    0
  11. #187 t_g_k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 07:40
    ทองเลยเรอะ O.O
    #187
    0
  12. #186 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 00:45
    หรือนี่จะเป็นผู้ท้าชิงพระเอก!!!
    #186
    0
  13. #185 PIP'3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 23:17
    สนุกกกกกกก
    #185
    0
  14. #184 พรพระพาย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:28
    แปลดีมากๆเลยค่ะ อ่านง่าย เนื้อหาก็สนุกน่าสนใจ แต่ขออนุญาตถามนิดนึงนะคะ อันนี้แปลจากจีนเลยเหรอคะ หรือว่าแปลจากอิ้ง (ถ้าแปลจากอิ้งขอแหล่งได้มั๊ยคะ อยากอ่านต่อไวๆเราจะลงแดงแล้ว 5555)
    #184
    2
    • #184-1 Shui Jing(จากตอนที่ 8)
      14 เมษายน 2559 / 22:46
      ขอบคุณมากคร้าที่เข้ามาติดตาม^^ แปลจากภาษาจีนคร้า เท่าที่ค้นดูไม่มีแปลเป็นอิ้งอ่าคะ หรือจะลองเสริซชื่อพินอินจีนดูก็ได้นะคะ Meng Luo fanghua. ค่ะ
      #184-1
    • #184-2 พรพระพาย(จากตอนที่ 8)
      16 เมษายน 2559 / 01:29
      อ่าา..ไม่มีอิ๊ง T_T เราจะรอไรเตอร์นะคะ สู้ๆ ^^
      #184-2
  15. #183 XinSin_SERA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 22:28
    ขาดทุนโดยตลอดซินะ
    #183
    0
  16. #182 Praowwii Vithayapat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 21:43
    ปกติถือว่าขายให้ร้านยาขาดทุนสิเนี่ย 5555
    #182
    0
  17. #181 ซาลาสซา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 21:25
    แพงกว่าที่คิด
    #181
    0
  18. #180 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 15:09
    แพทย์หลวง..หนึ่งในฮาเร็มหรือเปล่านี่ ว่าแต่จะเป็นฮาเร็มของใครระหว่างฟางฮวาและเส่าเอ๋อ
    #180
    0
  19. #179 อิชิมารุ คุมิโกะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 11:54
    หยิบผิดสินะ
    #179
    0
  20. #178 XinSin_SERA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 09:16
    อย่าบอกนะว่ายา ป-ลุ-ก น่ะ!?
    #178
    0
  21. #177 t_g_k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 07:13
    เมามายระพันระเริงรัก โอ้ว ชื่อ -.,-
    #177
    0
  22. #174 มีอานา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 22:41
    รอๆๆ ชอบจังเลย นิยายแปลเรื่องนี้ ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้!..
    #174
    0
  23. #173 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 22:33
    ชื่อยาถูกใจเราจริงๆ
    #173
    0
  24. #171 แคปพลีส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 21:48
    555555555555 ขำยา 
    ขอบคุณนะคะไรท์รีบมาต่อน้า รออยู่ จุ๊บๆ
    #171
    0
  25. #170 baby*-* (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:41
    นางเอกจะสร้างฮาเร็ม-w-แอบเชีย
    #170
    0