นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 7 : ถอดหน้ากาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    10 เม.ย. 59


                เขาดูแปลกใจ

                แต่ข้าแปลกใจยิ่งกว่าเขาเสียอีก

                ข้าหรี่ตา ก้มหัวลงมองบางสิ่งบางอย่างดำๆในมือเขา คล้ายแผ่นหนังแผ่นเล็กๆ

                เขานิ่งอึ้ง มือนึงสะบัดชุดคลุมไปอีกด้าน ย่อเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ท่วงท่าประหนึ่งผู้สูงศักดิ์ สายตาจับจ้องมาที่ข้า ก่อนจะก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือตนเอง หันกลับมาสบสายตาข้าอีกครั้ง “ปกติเจ้าทาอะไรบนหน้าของเจ้ารึ

                ข้ามองสิ่งดำๆที่ค่อยๆซึมผ่านฝ่ามือเขาลงสู่สายน้ำเบื้องล่าง ก่อนจะค่อยๆมลายหายไปกับสายน้ำ ตัวสั่นเทาไปหมด มือค่อยๆลูบไปบนใบหน้าของตนเอง รู้สึกได้ถึงผิวลื่นคล้ายเต้าหู้ มือลอกบางสิ่งออกมาจากใบหน้า

                อี๋ หลุดมาอีกแผ่นแล้ว ข้าก็ไม่ใช่งู ทำไมถึงลอกคราบอย่างนี้ล่ะ

                ข้าก้มลงถูหน้าตนเองไปมา วักน้ำขึ้นล้างหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย บางอย่างดำๆคล้ายขี้ไคลหลุดออกมาเป็นแผ่นๆเต็มไปหมด เสียงขยับตัวด้านข้างดังขึ้น

                “น้องเสา” หานจึชวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสารแกมเยาะ “ทำไมถึงรุนแรงอย่างนี้ล่ะ

                ข้าหรี่ตาปรือ ขนตาเปียกชื้นไปหมด พยายามหรี่ตาขึ้นมองภาพตรงหน้าที่ยังคงพร่าเลือน

         พูดจบเขาก็เริ่มขยับมือไปมาอยู่บนหน้าข้า ร่างนั้นคุกเข่าหลังตั้งตรงดูงามสง่าอยู่บนฝั่ง ทอดสายตาแน่วแน่อยู่บนใบหน้าข้า ไม่สนใจชายแขนเสื้อที่จุ่มลงไปในน้ำจนเปียกชุ่มซักนิด ใบหน้านั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มองวนไปวนมาบนใบหน้าข้ามิถอนสายตา

                สายตาเขาทำให้ข้ารู้สึกแปลกๆขึ้นมา

                “หานจึชวน หยุดเดี๋ยวนี้เลย” ข้าถอยหลังหนีเขา “ข้าทำเอง”

                เขาประชิดเข้ามา คว้ามือข้าไว้ เอามือข้าไปวางไว้ตรงอกของเขาอย่างนุ่มนวล

                ราวกับถูกน้ำร้อนลวก อยากจะสลัดหนีมือเขา แต่เขากลับยิ่งกำมือข้าแน่นขึ้น จนข้าสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นโครมครามของเขาภายใต้เสื้อคลุม

        ข้าอึ้งไป ในขณะที่เขาผุดยิ้มขึ้นมา

        ดวงตาพร่าเลือนค่อยๆชัดเจนขึ้น ใบหน้าของคนตรงหน้าเปลี่ยนจากความแปลกใจเป็นความตื่นเต้น มือที่สัมผัสอยู่บนใบหน้าข้าสั่นน้อยๆ

                “ที่แท้น้องเสาก็มีใบหน้างดงามถึงเพียงนี้”

   แววตาตรงหน้าเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกไม่ดีแต่อย่างใด

                “ทำไมต้องแอบซ่อนสิ่งงดงามเพียงนี้ไว้ด้วย” เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

                ไม่ใช่ข้าต้องการปิดบัง แต่ตั่งแต่เด็กข้าก็เป็นเช่นนี้

        เขาหัวเราะขึ้นเบาๆ กวาดสายตาอยู่บนใบหน้าข้า ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาบนไหล่ที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แตะมือลงมาอย่างแผ่วเบา

        ข้าถอยหลังด้วยความตกใจ แต่เขากลับรั้งร่างข้าเอาไว้ไม่ให้ขยับ

   “เจ้า เจ้า เจ้า จะทำอะไร” ข้าเอ่ยติดติดขัดขัด

   “อย่าขยับ ข้าจะช่วยเจ้าทำความสะอาด” เขาส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ มือค่อยๆขยับไปมาเบาๆ ราวกับกำลังถอนขนให้ไก่ สักพักก็เสร็จ

    ตัวข้าสั่นไปหมด เกือบจมดิ่งลงไปในน้ำเบื้องล่าง

        เขาพูดไม่ผิดจริงๆ ตอนนี้ผิวดำๆของข้ากลับกลายเป็นสีขาวราวน้ำนม ดูแตกต่างราวกับเป็นคนละคน

                “แต่ว่า น่าเสียดายนิดนึง หน้าเขาเต็มไปด้วยความเสียดาย มือยังไม่หยุดวนเวียนอยู่ตรงไหล่ข้า

                พี่ชาย ถ้าเจ้ายังลวนลามข้าแบบนี้ต่อไป ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ

    แต่สีหน้าจริงใจของเขา ไม่ได้มีท่าทีอย่างที่ข้าคิดเลย

                อย่าบอกนะว่า

                ข้ายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้า ก้มมองไหล่ของตนเอง ก่อนจะก้มหน้าลงมองไปในเงาที่สะท้อนอยู่ในน้ำ เงาที่สะท้อนบนผิวน้ำดูเลือนราง ไม่ค่อยเหมือนตัวเองเสียเท่าไหร่

    อ๋า ไม่ใช่ว่าใช้ยาเยอะเกินไปนะ

        ข้ารีบลุกขึ้น เตรียมจะขึ้นไปบนฝั่ง แต่ยังไม่ทันขึ้นข้าก็ชะงักอยู่กับที่เสียก่อน

    ข้าจ้องไปที่เขา

    ในขณะที่เขาตกใจลงไปกองอยู่กับพื้น เงยขึ้นมามองหน้าข้าละล่ำละลัก “เจ้า เจ้า เจ้า

      ข้าก้มศีรษะลงมอง เห็นตนเองเปลือยอยู่

    ก็ปกตินิ อาบน้ำใครเขาใส่เสื้อผ้ากันล่ะ

        อยู่ในป่าลึกขนาดนี้ เรื่องธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆนานาก็ไม่เคยได้ใช้ อยู่กับฟางฮวาสองคนจนเคยชินกับการไม่แบ่งแยกชายหญิงไปเสียแล้ว โดนเขาสั่งสอนมาเกือบสิบปี ทำให้ธรรมเนียมบางเรื่องข้าก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

    บางครั้งข้าอาบน้ำ ฟางฮวาดีดพิณอยู่ข้างขอบสระ ต่างคนต่างทำเรื่องของตัวเอง ทำให้ข้าเห็นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติเคยชินไปเสียแล้ว

    แต่ดูเหมือนตอนนี้อะไรๆจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ระหว่างข้ากับอาจารย์ มีคนที่สามเข้ามาแทรก ทุกสิ่งเปลี่ยนไปหมด

    ในที่สุดก็มีคนพูดกับข้าถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง

    เมื่อความคิดข้ากลับมา หานจึชวนกำลังยืนอยู่บนโขดหิน มือสั่นน้อยๆยามชี้มาที่ข้า “เจ้า เจ้า ที่แท้เจ้าก็เป็นผู้หญิง” ในที่สุดเขาก็พูดจบ

        กวาดตาไปมาบนร่างข้า ดูเหมือนตกใจสุดขีด

             ใช่ ข้าเป็นผู้หญิง

    ข้าเดินขึ้นมาจากน้ำ พิสูจน์ให้เขาเห็น แกล้งประชิดกายใกล้เขามากขึ้น

    เขาดูยิ่งตกใจมากขึ้น “เจ้าเจ้าเจ้า มีอะไรพูดกันดีๆ หญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกัน” เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาเต็มหน้าเขา ทั้งโกรธทั้งอายจนหน้าหูแดงไปหมด ถอยหลังล้มลงไปบนโขดหินด้านหลัง

    ข้าก้าวเข้าไปประชิดกายเขา เห็นเขาทำตาโตใส่ ยื่นมือไปด้านข้างเขา ในขณะที่เขารีบกลิ้งหมุนไปอีกทาง ร่วงลงไปด้านล่างโขดหิน

    “นี่ คุณชาย เจ้านอนอยู่บนเสื้อข้า แล้วข้าจะใส่เสื้อยังไงล่ะ”

        หน้าเขาดูโกรธมาก ทำท่าจะต่อปากต่อคำ แต่ก็เปลี่ยนใจหมุนตัวไปอีกทาง หันหลังให้ข้าเสีย

    “เจ้าเป็นผู้หญิง ทำไมถึงใจกล้าอย่างนี้นะ”

     ข้าจัดการใส่เสื้อผ้าจนเสร็จ รัดเชือกตรงเอว  เดินไปหยุดอยู่ด้านหลังเขา “อาจารย์ไม่เคยเลี้ยงข้าแบบผู้หญิงมาก่อน” ข้าเอ่ยบอกอย่างไม่ใส่ใจ แกล้งเป่าลมเข้าไปในหูชายตรงหน้าเบาๆ

        “น้องเสา” เขารีบหันมาอย่างโมโห ใบหน้าแดงซ่านไปหมด

    ใจอ่อนลง เมื่อเห็นข้าส่งรอยยิ้มให้

    “ฮึ่ม สุภาพบุรุษที่ดีไม่มีเรื่องกับผู้หญิง”

     ลมโชยแผ่วเบา ใบหลิวปลิวไหว ใบไผ่พลิ้วแผ่ว กลิ่นไผ่ลอยตลบอบอวลไปทั่ว 

*****************************************

                หานจึชวนทำอย่างที่พูดจริงๆ สุภาพบุรุษที่ดีไม่มีเรื่องกับผู้หญิง

                เพราะไม่ว่าข้าจะแกล้งเขายังไง เขาก็เอาแต่ก้มหน้า ข้าโน้มใบหน้าประชิดเข้าหา เขาก็เบี่ยงหน้าหนี “เจ้า ออกไปไกลๆข้าหน่อย”

    “ชิ นึกว่าข้าเสียดายเหรอ” ข้าปรายตามองเขา โน้มตัวลงเด็ดใบหญ้าขึ้นมาคาบเล่น “แกล้งเจ้า แกล้งอาจารย์ยังสนุกกว่าเยอะ”

                ข้าล้วงมือเข้าไปในชายแขนเสื้อ รวบผมที่เปียกชื้นขึ้น หยิบปิ่นไม้แดงปักลงไป

                “หลายปีมานี้ ฟางฮวาไม่เคยเลี้ยงเจ้าแบบเด็กผู้หญิงจริงๆหรือ” เขาเอ่ยถามขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย นิ่งอึ้งไปครู่คล้ายยังงุนงง เพียงครู่สายตาตรงหน้าก็เปลี่ยนจากใบหน้าข้า เลื่อนขึ้นไปหยุดตรงศีรษะ

                “อาจารย์ของเจ้า เขาเป็นฟางฮวาโซ้ว ใช่ไหมล่ะ?

                ข้าปิดปากแน่น ไม่อยากจะสนใจเขาอีก ปรายตามองไปที่เขานิดนึง เดินไปโดยไม่สนใจเขาอีก

                เขาเดินตามมาทางด้านหลังข้า ไม่เอ่ยอะไรอีก ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าแผ่วเบา บางครั้งถึงได้ยินเสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบเบาๆใต้ฝีเท้า ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

                “ฟางฮวาหลีกหนีโลกภายนอก ชอบอยู่เพียงลำพัง แต่เขากลับรับเลี้ยงเจ้าไว้”

    สายลมแผ่วเบาพัดหอบกลิ่นหอมของสมุนไพรมาต้องปลายจมูก

    “เขาดีกับเจ้ามาก” เขาเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยต่อ “ถึงขั้นมอบไม้ฟางฮวาให้แก่เจ้า”

    ประโยคนี้ทำเอาข้าหูผึ่ง ข้าหยุดเท้าลง หันกลับมามองใบหน้าของคนเบื้องหลังที่ยังคงจับจ้องอยู่ที่ปิ่นปักผมบนศีรษะข้าไม่วางตา เขายืนนิ่งอยู่ตรงใต้ต้นหลิว ไม่ขยับซักนิด ราวกับร่างทั้งร่างเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่ง ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาแฝงความตื่นเต้นผสมลังเล

        ท่าทางของเขา ทำให้คนมองรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร

                 ข้าชะงักไปครู่ มือยกขึ้นแตะปิ่นบนศีรษะนิดนึง รีบชักมือกลับเมื่อเห็นสายตาวาววับของเขาที่มองมา “ปิ่นนี่ ทำจากไม้ฟางฮวาเหรอ แล้วมันสำคัญกับอาจารย์ข้ายังไงกัน”

        เขาส่ายหัว “เจ้าถามเขาเองจะดีกว่า”

    “เจ้าเคยเห็นไม้ฟางฮวาแล้วใช่ไหม” ข้าหรี่ตามองเขา พยายามจะหาอะไรบางสิ่งที่อยู่ในแววตานั้น “ปิ่นนี้ข้าปักอยู่ทุกวัน ทำไมวันนี้ถึงเพิ่งมาบอกข้า”

    ดูเหมือนเขาอยากจะยิ้ม แต่ว่ากลับยิ้มไม่ออก “ไม้ฟางฮวาเป็นของหายาก ว่ากันว่าสามารถรักษาพิษต่างๆได้สารพัด มนุษย์ต่างพยายามค้นหามัน แต่ก่อนข้าโชคดีได้เห็นครั้งนึง แต่ว่าไม่ค่อยเหมือนอันนี้ของเจ้าเสียเท่าไหร่ ข้าก็แค่เดาเอา ไม่กล้ารับประกัน แต่ดูจากที่ตอนนี้ร่างกายเจ้ามีการเปลี่ยนแปลงถึงเพียงนี้ น่ากลัวจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับมัน ดังนั้นข้าจึงเพิ่งแน่ใจ”

     ใจข้าโหวงเหวง

     “ข้าเมื่อยแล้ว ขอตัวก่อน” เขาก้มตัวลงกล่าวลา  

        ข้ามองร่างเขาที่ค่อยๆหายลิบไปจากสายตา ซักพักจึงค่อยๆเดินตามกลับเข้าบ้านไป

     ข้าปิดประตูห้องลง ดึงปิ่นบนศีรษะลงมาพินิจมองอย่างละเอียด ก้มหัวลงใกล้มัน สูดดมกลิ่นบนนั้น

    น่าแปลกที่ตอนนี้กลิ่นหอมกลับไม่แรงเท่าครั้งนั้น

                ไม้นี่เป็นไม้ฟางฮวาจริงๆเหรอ ดูไปก็ไม่ได้แตกต่างกับไม้แดงธรรมดาๆ

                ดูจากท่าทางของหานจึชวนเมื่อครู่ เดาได้ไม่ยาก ว่าเขากำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่

    เฮ้อ แต่สิ่งนั้นคืออะไรนะ

    ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางปิ่นในมือลงบนโต๊ะหนังสือ สายตาเหลือบไปเห็นกระจกเข้าพอดี ในใจที่เต็มไปด้วยความสงสัยค่อยๆเดินเข้าไป ความรู้สึกรอคอยแล่นขึ้นมาเต็มอก

                พูดตามตรง ข้ารู้เพียงว่าผิวข้าขาวขึ้นมาหน่อย แต่ใบหน้าของตัวเองยามนี้เป็นอย่างไรข้ามิรู้เลย

                เงาในกระจกค่อยๆสะท้อนเงาสลัวๆขึ้น ข้าค่อยๆเยื้องย่างเข้าไปใกล้ขึ้น ภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นไม่น้อย ร่างงดงามในชุดคลุมยาวของผู้ชายดูน่าพิสมัย ความสง่างามของบุรุษผสมผสานกับความอ้อนช้อยของสตรี ทำให้คนมองมิอาจละสายตา

                คิ้วนี้ เค้าโครงแบบนี้

                งดงามกว่าแต่ก่อนไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

        ลมเบาๆพัดเข้ามาจากทางด้านหลังวูบนึง

                “ถอนพิษแล้วหรือไม่?

                เสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง เงาของอีกร่างปรากฏขึ้นหลังกระจก เขายืนอยู่หลังข้า ไฝน้ำตาที่ทอดตัวอยู่ใต้ดวงตาคู่สวยนั้นทำให้คนมองเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

                “อาจารย์เข้ามาตั่งแต่เมื่อไหร่ ข้าไม่รู้ตัวซักนิด”

                “ข้าเพิ่งมาไม่นานเท่าใดนัก นึกถึงเจ้าขึ้น ก็เลยแวะมาดู” เขายึดไหล่ข้าไว้ หมุนร่างข้าหันไปหาเขา ก้มศีรษะลงมองข้า ก่อนจะยิ้มขึ้น

                ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น

                เขาอยู่ใกล้จนข้าสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่ตกกระทบลงบนใบหน้า รู้สึกจั๊กจี้อย่างบอกไม่ถูก เสียงหัวใจเต้นตูมตามราวกับจะทะลุออกมานอกอก เท้าถอยหลังออกห่างสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว มือที่เท้าลงบนโต๊ะเขียนหนังสือโดนบางสิ่งบนนั้น ตกลงไป

                “อ่ะ” ข้าอุทานออกมาเบาๆ ทำท่าจะก้มลงมองว่าอะไรตกลงไป

                แต่ถูกเขาหยุดไว้เสียก่อน เมื่อเขายกมือขึ้นมาแตะเบาๆที่ใบหน้าข้า นิ้วมือไล้เบาๆอยู่ตรงคิ้วคู่สวย

                ในขณะที่ข้าได้แต่กรอกตาไปมา

                น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน อบอุ่นชโลมใจยิ่งกว่าสายลมยามฤดูใบไม้ผลิ “ใบหน้าเจ้าคล้ายกับพ่อของเจ้ามากจริงๆ

                อ่า

                ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่นิ?

                ฟางฮวารู้จักคนในครอบครัวข้า อย่าบอกนะว่า

                “ท่านกับพ่อของข้าสนิทกัน?

                “มันกลายเป็นเรื่องในอดีตไปเสียแล้วล่ะ” เขายิ้มแห้งๆ แฝงไปด้วยความขื่นขม สายตายังคงจับจ้องมาที่ข้า “แต่ทุกวันนี้ ข้ากลับหวังแค่เพียงจดจำเค้าโครงของเขาได้”

                เขาไม่ได้พูดอะไรอีก สายตาเปลี่ยนไปจับจ้องที่ผมข้า เงียบขรึมลง

                ในขณะที่ใจข้าเต้นรัวราวกับกลอง

                แท้ที่จริงแล้วเขาตั้งใจเอาข้ามาเลี้ยง การเจอกันที่วัดร้างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจของเขา

    โครงกระดูกที่อยู่ข้างหลุมศพนั่น ผ้าผืนนั้นที่สั่งเสียก่อนตาย

                ดวงตาข้าเบิกโพรงด้วยความตกใจ เท้าถอยหลังไปชนโต๊ะหนังสือด้านหลังเข้าอย่างจัง คิ้วสวยขมวดแน่น เอวปวดไปหมด

                เขาดึงมือข้าไว้ ใช้แรงแค่เพียงเบาๆ ร่างข้าก็ปลิวเข้าไปในอ้อมแขนเขา ฟางฮวายิ้มขึ้น ลูบหัวข้าแผ่วเบาราวกับเป็นเด็กตัวน้อยๆ

        “หลายปีมานี้ นิสัยก็ใกล้จะคล้ายเขาแล้วเช่นกัน ซุ่มซ่ามแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ วันข้างหน้ายังต้องสร้างครอบครัวอีก”

                สร้างครอบครัว?

                ตลกแหละอาจารย์

                “ไม่ได้นะอาจารย์” ข้าโพล่งออกไปด้วยความตกใจ

                “ทำไมเล่า?” เขายกยิ้มมุมปากขึ้น

        เพราะว่า ไม่มีใครเขาพูดว่าให้ผู้หญิงไปสร้างครอบครัว มีภรรยามีบุตรกันน่ะซิ

                “ค่อยๆคิด ไม่ต้องรีบร้อน” เขาลูบผมข้าไปมา  

                ข้าก้มหัวลงหลบสายตาเขา “เพราะว่า ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนฟางฮวาตลอดชีวิต”

            พูดจบข้าก็แทบจะกัดลิ้นตัวเองทิ้ง รีบก้มหัวหลบสายตาเขา เพราะว่านี่เป็นครั้งแรก ที่ข้าเรียกชื่อเขาตรงๆว่า ฟางฮวา

        เขายิ้มขึ้น ใบหน้าดูอ่อนโยน ไม่ได้มีท่าทีโกรธที่ข้าเรียกชื่อเขาตรงๆแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังดูเพลิดเพลิน ไฝตรงหางตามองคล้ายหยาดน้ำตา

    “จะมีใครอยู่เป็นเพื่อนใครได้ตลอดชีวิตเล่า” น้ำเสียงมีน้ำหนักเอ่ยขึ้น

                  ข้าอึ้งไปนิด

                “อีกไม่กี่ปี เสาเอ่อก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ เจ้าไม่เหมือนกับข้า ไม่สามารถจะอยู่ข้างกายข้าไปได้ตลอด” เขาถอนหายใจออกมาเฮือกนึง พูดแล้วก็ดึงร่างข้าเข้าไปในอ้อมแขนอีกครั้ง

    ข้าหลับตาลง ซึมซับอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขา สัมผัสนุ่มนวลตรงผิวผ้า กลิ่นหอมอ่อนๆลอยเข้ามาประทะจมูกทำเอาใจเต้น ข้าเงยหน้าขึ้นมองหน้าฟางฮวา รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก

        ตอนมาแรกๆ ข้าสูงแค่เพียงหัวเข่าของเขา มาวันนี้ข้ากลับสูงถึงบ่าของเขาแล้ว แต่เขากลับยังเหมือนคราแรกที่ข้าเจอ ไม่มีเปลี่ยนแปลง

        เรียกเขาว่าอาจารย์ ข้ารู้สึกเสียเปรียบจริงๆ

                 ลมเบาๆพัดโชยเข้ามา กระดาษสาตรงหน้าต่างส่งเสียงแผ่ว คล้ายได้ยินเสียงหานจึชวนเดินอยู่ด้านนอก คงเตรียมเก็บสมุนไพรที่เอาออกไปตากแดดตั่งแต่ตอนสายๆเก็บเข้าบ้าน

                “เอ๊ะ” ฟางฮวาร้องขึ้นมาคำ สายตาจับจ้องไปที่จุดๆนึงบนพื้นเบื้องล่าง เขาปล่อยข้าออก ย่อตัวลงไป “เจ้านี่ ตกลงไปยังไม่แตก

                 เขาหยิบปิ่นไม้ขึ้นมาจากพื้น เป่าไปที่มันเบาๆอย่างทะนุถนอม “ครั้งหน้าถ้าทำมันตกล่ะก็ อย่าให้ข้าเห็นอีกล่ะ” พูดจบ เขาก็หยิบชายเสื้อของตัวค่อยๆเช็ดมันอย่างตั้งใจ ก่อนจะยกมันขึ้นมาปักลงไปบนผมข้า

        ข้าขนลุกไปหมด เมื่อเห็นปิ่นนั้น นึกถึงเรื่องที่เพิ่งพบเจอในวันนี้ขึ้นมา คว้าไปที่มือฟางฮวาแน่น

     “อาจารย์ ท่านมีอะไรปิดบังข้าอยู่ใช่หรือไม่”

                  เขาเงียบงัน

        “วันนี้ข้าขโมยดื่มเหล้าเจ้าไปครึ่งไห” เขามองมาที่ข้า

    “ไม่ใช่เรื่องนี้รึ? ข้าขุดหัวผักกาดที่เจ้าปลูกทิ้ง แล้วปลูกดอกเบญจมาศลงไปแทน ข้าคิดว่าอย่างที่สองอร่อยกว่าอย่างแรก”

                  “…………….

        ข้าโกรธแล้วนะ โกรธจริงๆแล้วนะ

        “ท่านก็รู้ ว่าข้าไม่ได้ถามถึงเรื่องพวกนี้” ข้ายกมือขึ้นแตะปิ่นปักผมที่อยู่บนศีรษะ หรี่ตาลง

    “ปิ่นอันนี้ทำจากไม้ฟางฮวาใช่หรือไม่ แล้วยังเรื่องของพ่อข้า ทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าอยากรู้เรื่องทั้งหมด”

                  ยิ้มเศร้าหม่นของเขาปรากฏขึ้น

*********************

อัพแล้วนะคร้าาาา 

ตอนนี้ครบ 100% จนได้

ฟินกันไหมอ่าาา แต่เขาฟินมาก ชอบอ่ะเวลาเสาเอ่ออยู่กับฟางฮวา คือมันแบบน่ารักอ่ะคู่นี้ >///<

เรื่องนี้นางเอกออกจะเปลืองตัวเสียหน่อยนะคะ เพราะว่านางป๊อบ 

ข้างหลังจะมีตัวละครอื่นๆ (หนุ่มๆ) โผล่ออกมาอีกเป็นฝูง 55

แต่นางเอกเราไม่ได้หลายใจนะคะ นางอยากเปลืองอยู่กับแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ 

ตอนหน้ามาลุ้นไปพร้อมๆกันว่านางเอกจะได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง 

จะมีตัวละครอีกตัวหนึ่งโผล่เข้ามาด้วยคร้า รอตามกันต่อไปนะคะ

สุดท้าย ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะคะ อาจจะไม่ได้ตอบ แต่อ่านทุกคอมเม้นนะคะ อ่านไปยิ้มไป น่ารักทุกคอมเม้นเลย ^_______^


สุ่ยจิง 10 April 2016




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1447 BB oi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:07
    ขอบคุณจ้าา
    #1,447
    0
  2. #1325 SAOW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:15
    อะไรยังไงคะ แล้วอย่างนี้ฟางฮวาจะรักนางเอกได้มะเนี่ย ยังไม่ลืมคนเก่าซะขนาดนั้น
    #1,325
    0
  3. #1159 Kratai Hime Chan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:39
    ตายล่ะ อยากบอกนะว่า ฟางฮวาชอบพ่อนางเอกแต่พ่อนางเอกมีเมียอยู่แล้ว
    #1,159
    0
  4. #904 jib-john (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 22:01
    ง่าทำไมส่อแววมาม่า ซือฝุเป็นไบเหรอ
    #904
    0
  5. #851 TiNa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:40
    จื่อชวนมาทำไมอะ ออกไป๊ ชิ่วๆ กขค ชัดๆอ่า ขัดอารมณ์ฟินตลอดเลย
    #851
    0
  6. #517 yaowarak_w (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 16:37
    ลุ้น ลุ้น กันต่อไปจ้า ^^
    #517
    0
  7. #450 Penguin[G] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 20:35
    ขอถามค่ะ แล้วตอนที่เท่าไหร่อ.ถึงจะเลิกใสซื่อคะ ปวดใจแทนเสาเอ่อล่วงหน้าเลย5555555
    #450
    1
    • #450-1 Shui Jing(จากตอนที่ 7)
      7 พฤษภาคม 2559 / 20:42
      ใสซื่อเป็นเอกลักษณ์ของฟางฮวาคร้า คงจะแก้ยาก ห้าห้า แต่อ่านไปหลังๆ ตอนที่ 10 นางจะรู้แล้วละคะว่าผู้หญิงคืออะไร
      #450-1
  8. #267 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 11:18
    ลอกคราบสมบูรณ์ จึชวนนี่ต้องการมาโด้ไม้หรือเปล่า นายเป็นคนไม่ดีเหรอ
    #267
    0
  9. #176 ตามอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 00:52
    ลอกคราบ สยองมาก

    อ่านแล้วเจ็บผิวแทน
    #176
    0
  10. #165 9namfon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:15
    เสาฮวา
    #165
    0
  11. #145 งุงิ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 23:22
    อาจารย์หลงรักพ่อนางเอกวายเบาๆชอบ
    #145
    0
  12. #144 กระต่าย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 16:58
    รอค่าาาา
    #144
    0
  13. #143 DragonEyEs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 14:30
    เดี๋ยวนะะะ ฟางฮวากับพ่อนางเอกนี่มันยังไงๆนะคะ 5555
    ฟางฮวานี่เลี้ยงนางเอกจนนิสัยจะแมนๆไปแล้ว
    โดนเห็นตอนโป๊ทั้งที แต่ชิลๆมากกก 555
    #143
    0
  14. #142 t_g_k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 07:31
    โอ้ยงง ฟางฮวาหลงรักพ่อนางเอกหรอ5555
    #142
    0
  15. #141 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 00:22
    โครงกระดูกชายคนนั้นอาจเป็นพ่อนาง และบางทีคนที่นำนางเอกไปทิ้งไว้อาจเป็นฟาวฮวาเอง

    โอ้ยซับซ้อนเกิน 555
    #141
    0
  16. #139 เดินเดินเดิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 21:41
    อาจารย์ท่านรักท่านพ่อของข้าใช่หรือไม่/มโน/ไม่น้าาาา
    #139
    0
  17. #138 Yuiyee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 21:36
    ทำไมรู้สึกมีรังสีสีม่วงออกมาจากฟางฮวา หรือว่าแอบรักพ่อนางเอกข้างเดียว!!
    #138
    0
  18. #136 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 12:26
    ลุ้นอยู่เหมือนกันนะว่าหานจึชวนจะตะโกนออกมาว่า เจ้าเป็นขันที หรือเปล่า 5555 ในที่สุดก็มีคนรู้แล้วว่านางเอกเราเป็นผู้หญิง
    #136
    0
  19. #135 Pjwp Weenus Pluemjai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 20:21
    หู้ยยย มาต่อเร็วๆน้าาา><
    #135
    0
  20. #134 suicuppum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 19:48
    ขอบคุณที่แปลนะคะ สนุกมาก >_<
    #134
    0
  21. #133 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 19:44
    ว้าวนางเอกเราถอดรูปแล้ว 555
    #133
    0
  22. #132 Orathai9800 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 18:49
    รออออิอิ
    #132
    0
  23. #131 PIP'3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 18:46
    ละมุนนนนน
    #131
    0
  24. #130 jumnaka285 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 18:19
    รีบเข้ามาอ่านอย่างไว...เง้ออออ รออัพต่อไป
    #130
    0
  25. #129 t_g_k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 17:56
    หานจึชวนเขินใหญ่เลยอ่ะ5555 ยัยเสากลายเป็นคนไม่อายไปแล้ว สงสัยฟางฮวาสอนดีไปหน่อย
    #129
    0