นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 6 : ข้อความที่ทิ้งไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    7 เม.ย. 59


         “ข้าแค่ไม่เข้าใจ มนุษย์กล่าวว่าฟางฮวาโซ้วเป็นสัญลักษณ์ของความรัก 

         แต่ทำไมถึงไม่เคยได้ดวงใจที่รักมาครอบครอง”


   ผ้าผืนนั้น

                ดูคล้ายกับผ้าธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อสัมผัสดูถึงรู้ว่าเป็นหนังแกะ เพราะว่าถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วแต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นสาบของหนังแกะอยู่

   ข้ากางมันออกเพื่อดูอย่างละเอียด ด้านในมีตัวอักษรและคราบเลือดรอยใหญ่ปรากฏอยู่

                ตัวอักษรแต่ละแถวที่ปรากฏอยู่ในนั้นดูเลือนลางไปบ้าง แต่ก็ยังคงจับใจความได้ มือที่ถือไว้สั่นเทาไร้เรี่ยวแรง คล้ายกับตัวอักษรเหล่านั้นโยกตัวไปมา ความรู้สึกเศร้าหมองถาโถมเอ่อล้นขึ้นมาจุกอกยามอ่าน

                “วันนั้นที่จากกัน ข้าเสียใจมากที่จะไม่มีโอกาสพบเจ้าอีก ใครจะล่วงรู้ชะตาฟ้าลิขิต ให้เราสองต้องพรากจากกัน เป็นเพราะข้าดีกับเจ้าไม่พอ วันนี้จึงต้องชดเชยด้วยชีวิต ข้าแค่หวังว่าเมื่อเจ้าฟื้นคืนวิญญาณจะดูแลลูกข้า ถึงตายข้าก็ตายตาหลับ

      สายตาข้าเหม่อลอย ท้ายข้อความนี้ไม่ได้ลงชื่อใดๆ แต่กลับเขียนไว้เพียงสามคำสั้นๆว่า “ถึงฟางฮวา”

                 ข้าสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ราวกับตั้งสติ ยังคงเงียบงัน ปรายสายตากลับมามองตัวอักษรนั้นอีกครั้ง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ข้านิ่งอึ้งไปครู่ ยกผ้าผืนนั้นขึ้นมาแนบอก มือสั่นไม่หยุด หัวใจยังคงเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมา

                “น้องเสา เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า” หานจึชวนวางมือลงบนบ่าข้า สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

                 ข้าฝืนยิ้มให้เขา

       “หน้าตาแบบนี้ แย่ยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก ตกลงว่าในผ้านั้นเขียนอะไร เอามาให้ข้าดูซิ” เขายื่นมือมาทางข้า มือข้างหนึ่งคล้องเข้ามาที่เอวหมายรั้งข้าไว้

     ข้าถอยหลบเขาด้วยความตกใจ เท้าข้างหนึ่งอ่อนยวบไปทางด้านหลัง ตูดกระแทกลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น ร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ยกเข่าขึ้นกอดอยู่อย่างนั้น ร่างสั่นไม่หยุดเมื่อความทรงจำหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวราวกับดอกเห็ด

                คืนนั้น ฟางฮวาพูดกับข้าว่า “ข้ามีคนรู้จักอยู่คนหนึ่ง เขาหลงรักคนที่ไม่สามารถฝากชีวิตไว้ได้”

                “คนที่เขารักมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังทำเหมือนแมลงเล่นไฟ เขาเหมือนตกอยู่ในขุมนรก ตายเสียดีกว่าอยู่ ในที่สุดเขาก็ตายอย่างทรมาน ฝังไว้ท่ามกลางป่าเขา”

                ท่ามกลางแสงจันทร์ เขายิ้มออกมาด้วยแววตาเศร้าหมอง

                “ข้าแค่ไม่เข้าใจ มนุษย์กล่าวว่าฟางฮวาโซ้วเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แต่ทำไมถึงไม่เคยได้ดวงใจที่รักมาครอบครอง”

                เดิมทีข้าคิดว่าตัวเองลืมถ้อยคำเหล่านี้ไปเสียแล้ว แต่ยามนี้ถ้อยคำเหล่านี้กลับชัดเจนวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด

                ตอนนั้นข้าก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเป็นแค่คนรู้จัก ทำไมฟางฮวาได้ถึงมีท่าทางเสียใจถึงเพียงนั้น

                ที่แท้ บางที เรื่องที่เขาเล่าอาจจะเป็นเรื่องของตัวเขาเอง

        ข้าพินิจมองท่าทางของโครงกระดูกที่อยู่ในท่านั่งพิงสุสานราวกับปกป้องสุสานนี้ไว้ จะต้องเป็นเพราะคนผู้นี้ทำผิดต่อคนในหลุมศพไว้เป็นแน่

                ในโลกนี้ บางทีอาจจะไม่ใช่ฟางฮวาโซ้วทุกตนจะชื่อฟางฮวา

    แต่ที่ข้ารู้ก็คือ อาจารย์ของข้าชื่อ ฟางฮวา

        เป็นไปได้ที่โครงกระดูกตรงหน้าจะยอมตายเพื่อเขา

                 และผ้า ก็ทิ้งไว้ให้เขา

                 ข้าแค่ไม่เข้าใจตรงประโยคที่เขียนว่า “เมื่อเจ้าฟื้นคืนวิญญาณจะดูแลลูกข้า….

                คนที่ฝังอยู่ในหลุม แท้จริงแล้วคือใครกันแน่นะ

        ยังมีอีกอย่างที่ข้าสงสัย

                 ข้าลุกขึ้น เดินย้อนกลับไปตรงจุดที่มีของเล่นฝังไว้ ย่อกายลงขุดดินเบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจเศษดินที่กระเซ็นขึ้นมาบนกายแม้แต่น้อย เศษดินเม็ดเล็กๆยัดเข้ามาเต็มเล็บทั้งสิบจนรู้สึกเจ็บไปหมด ความเจ็บปวดลามเลียจากปลายนิ้วไปยังหัวใจ

         “เจ้าบ้าไปแล้ว” มือข้าถูกคนข้างๆยื้อไว้ จนข้าต้องเงยหน้าขึ้นมามองเขา

     คิ้วเขาขมวดปม ใบหน้าแฝงความเจ็บปวดไปด้วย “เจ้ากำลังหาอะไร?

                  “อย่าห้ามข้า….

           บางสิ่งบอกข้าว่า ภาพที่ข้าเห็นในหัวเป็นเรื่องจริง

         แต่เมื่อโดนเขายื้อยุดอย่างนั้น ทุกอย่างกลับเหลือเพียงความว่างเปล่า

                  ข้าทำได้แค่นั่งเหม่อมองของเล่นพวกนั้น

                  แล้วไม้แดงอันนั้นทำไมถึงไม่อยู่แล้วล่ะ

        “น้องเสา ข้ารู้ว่าตอนนี้ข้าพูดออกมาอาจจะไม่ค่อยดี” หานจึชวนเอ่ยเสียงแผ่ว ถอนหายใจออกมาเฮือกนึง เขาย่อกายลงข้างข้า เอ่ยเสียงแผ่วเบา “เรามารบกวนเขาพักผ่อนอย่างนี้ ซักวันจะต้องได้รับผลกรรมนะ”

                  ดูเหมือนข้าในยามนี้จะไม่รับรู้อะไรแล้ว

         เขาจับมือข้าไว้แน่น แววตาอ่อนโยนผุดรอยยิ้ม เอ่ยเสริมต่อ “ฟางฮวาน่าจะใกล้กลับมาแล้ว พวกเราควรกลับได้แล้ว”

                  ข้าพยักหน้ารับ ถ้าฟางฮวารู้ว่าข้ามาที่นี่ล่ะก็ เขาต้องเชือดข้าเป็นแน่

      เขาจับมือข้าไว้แน่น ฉุดข้าขึ้นมาจากพื้น โอบแขนเข้ามาตรงเอวข้าเมื่อเห็นข้าทำท่าจะล้ม หัวเราะขึ้นมานิดนึง “น้องเสา ร่างกายเจ้าช่างอ่อนแอจริงๆ มือข้ามือเดียวก็กอดเจ้าได้ทั้งเอว”

                   ข้าอึ้งไปนิด สติยังไม่กลับมาอย่างสมบูรณ์

                   รู้สึกได้ถึงมือเขาที่ยังลูบไปมาอยู่ตรงสะโพกข้า

                   “อี๋” เขาส่งเสียงร้องขึ้นมา ก้มหัวลงดมผมข้า มือชี้มาพร้อมกับหัวเราะ “กลิ่นเจ้าตอนนี้ เหมือนกลิ่นหลุมศพไม่มีผิด”

              ชิ กลิ่นเจ้าน่ะซิเหมือนกลิ่นหลุมศพ ข้าค้อนใส่เขา

                   ชี้ไปทางด้านหลังเขา ให้เขาเดินกลับหลังไปทางนั้น เมื่อถึงตีนผาข้าก็ใช้กำลังสิบส่วนแบกเขาขึ้นไปด้วยความรวดเร็ว

       

                   เมื่อกลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดเสียแล้ว

                   ฟางฮวานั่งรออยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตรงห้องโถง มือนึงถือถ้วยชา ยกขึ้นซดนิดนึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาที่พวกเรา ไม่เอ่ยอะไรซักคำ

                   ในใจข้ารู้สึกแปลกๆ รีบนั่งลงบนโต๊ะกินข้าว มือคว้าตะเกียบขึ้นมา ก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่เอ่ยอะไรเช่นกัน

                   หานจึชวนเดินกระโผกกระเผลกเข้ามาที่โต๊ะ ไม่รู้จะนั่งตรงไหนดี

                   “จึชวน นั่นขาเจ้าเป็นอะไรรึ?

                   ฟางฮวาก้มศีรษะลงเป่าบนน้ำชาที่อยู่ในถ้วย เขยิบฝาถ้วยเลื่อนปิดนิดนึง เอ่ยถามเสียงเรียบ

      “พวกเจ้าสองคน ไปไหนกันมารึ?

                   อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นยะเยือกลงทันทีทันใด

********************************************************************************

                 บรรยากาศรอบข้างเงียบลงทันใด สายตาร้อนๆของเขาส่งมาที่ข้า คล้ายกำลังนั่งอยู่ในกองไฟที่ลุกโชน ในขณะที่ข้าตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อไป

                “น้องเสาออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้ามา” หานจึชวนเอ่ยยิ้มๆ นั่งลงข้างข้า “เขาเห็นว่าข้าเพิ่งมาอยู่ ยังไม่ค่อยรู้จักเส้นทางแถวนี้ เลยมีน้ำใจไปเป็นเพื่อน แต่ข้างนอกฝนตกพื้นลื่น ข้าไม่ทันระวังก็เลยลื่นล้ม” พูดจบก็ปรายตามองมาที่ข้านิดนึง “ไม่เกี่ยวกับน้องเสา”

     ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่ตั้งใจจะช่วยข้าหรือว่าอย่างไร ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเขากำลังมีแผนการจะตลบหลังเปิดโปงข้าอยู่ก็ไม่รู้ ข้ามองขึ้นไปเบื้องบน พูดไม่ออกไปครู่  ก่อนจะก้มลงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป

    ฟางฮวาหัวเราะออกมานิดนึง รู้สึกได้ถึงสายตาที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกอึดอัดที่มองกลับมาที่ข้า

    “อย่างนั้นรึ

    เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา บริสุทธิ์เหมือนน้ำเสียงยามปกติ แต่กลับเต็มไปด้วยความสงสัย โดยรวมคือ ทำให้คนฟังรู้สึกคล้ายกำลังโดนทรมาน

        ข้ายังคงก้มหัวกินข้าว ทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาถาม ใจเต้นตูมตามไม่หยุด

            เจ้าหานจึชวนนี่ก็ไม่เลวแหะ โกหกขึ้นมานี่คิดได้เป็นข้อข้อ

        “เสาเอ่อ เสียงฟางฮวาเรียกขึ้นเบาๆ

                 ข้าตัวสั่นนิดนึง เงยหน้าขึ้นมองเขา

        “อย่ามัวแต่กินหมั่นโถว วันนี้ข้าทำแค่นี้ เหลือให้จึชวนนิดนึง” ฟางฮวายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไผ่ มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ แววตาเยียบเย็นมองมาที่ข้า

    เจ็บปวด

                “ไม่เป็นไร ข้ากินเนื้อแทน” หานจึชวนว่าพลางใช้อีกมือหนึ่งจับแขนเสื้อไว้ อีกมือหนึ่งยกตะเกียบเตรียมคีบ

                ตะเกียบยังไม่ทันถึงเนื้อ เขาก็ถูกสายตาดุดุของข้าเขม่นใส่

       เขาชะงัก ตะเกียบในมือสั่นเล็กน้อย เปลี่ยนไปคีบแตงกวาดองข้างๆยัดเข้าปากแทนอย่างเงียบๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก

                ฮึ่ม อย่าคิดว่าอาจารย์ดีกับเจ้านะ จริงๆแล้วเขาแค่กลัวว่าข้าจะกินแต่หมั่นโถว แล้วเจ้าจะกินเนื้อข้าหมดต่างหาก

    ต้องเป็นอย่างนี้แน่ ข้าคิดในใจ

                 ข้าเงยหน้าขึ้นมองฟางฮวา แล้วก็หันไปมองหานจึชวน รู้สึกโมโหหานจึชวนขึ้นมาอย่างแรง ข้าแกล้งทำเป็นโน้มตัวไปด้านหน้าจะคีบกับข้าว แต่เท้ากลับเหยียบเข้าไปที่เท้าเขาเต็มแรง

                “โอ้ย” หานจึชวนร้องขึ้น

                “เป็นอะไรรึ ปวดขารึ มา ฟางฮวาลุกขึ้น เรียกเขาเข้าไปหา “ข้าดูให้”

                 ข้าถึงกับอึ้ง เมื่อหานจึชวนวางตะเกียบลงทันใด หันมามองข้าด้วยสายตายิ้มเยาะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกระโผกกระเผลกไปหาฟางฮวา

                 ฟางฮวาลุกให้เขานั่งแทน ย่อตัวลงด้านหน้าเขา มือหนึ่งเลิกชายชุดคลุมเขาออก กดมือลงไปตรงขาเขา หานจึชวนในยามนี้คิ้วที่ขมวดปมคลายออก หันหน้ามองมาทางข้า ยิ้มราวกับเยาะ

                 “เจ็บหรือไม่

                 “ไม่เจ็บ”

        “ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก ยังไม่ถึงกระดูก ทายาก็หาย” เขาเอ่ยบอก กดลงอีกจุดนึงถามต่อ “ตรงนี้ล่ะเจ็บไหม”

        “เจ็บ”

                 ข้าวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงลั่น ไม่มีอารมณ์กินข้าวอีกต่อไป หันกายจะเดินหนีไปจากตรงนี้ แต่ไปได้ไม่ไกลนัก เสียงฟางฮวาก็ดังขึ้นเบื้องหลัง

    “เสาเอ่อ วันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีหงุดหงิดใช่หรือไม่” น้ำเสียงเรียบเอ่ยขึ้น

            น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะที่ข้ามีความรู้สึกอยากจะวิ่งไปให้พ้นจากตรงนี้

                “คนกันเอง ไม่ต้องทำท่าเกรงใจขนาดนั้นมา มานี่ บังเอิญข้าถือเข็มเงินมาด้วย เดี๋ยวข้าจะฝังเข็มให้เจ้า ช่วงนี้เจ้าดูบวมๆ ดูอาการไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่”

                ข้าเกิดอาการหัวหมุนยืนไม่อยู่ขึ้นกะทันหัน

                ยิ่งไปกว่านั้น หานจึชวนที่กำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ยังเอียงตัวหันมามองที่ข้า แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “บวม? บวมตรงไหนรึ?

                “จะตรงไหนเล่า ถ้าไม่ใช่ตรงที่เขาเอามือบังอยู่ตรงนั้น” ฟางฮวาเอ่ยตอบ

                หานจึชวนลุกขึ้นนั่ง มองตรงมาที่หน้าอกข้า เหม่อไปครู่ด้วยแววตาสับสน

                อ๋าาาาาาาา อ๋าาาาาาาา

                คนผีทะเลสองคนนี้

    ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

        “นั่นเจ้าจะไปไหนรึ ในที่สุดฟางฮวาก็ไม่ใช้น้ำเสียงเรียบๆอีกแล้ว แล้วก็ไม่ได้ทำหน้าเหมือนคนเป็นอาจารย์เช่นกัน

                “ไปแช่ยาสมุนไพร” ข้าขมวดคิ้วเอ่ยตอบ ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรจะไปหรือไม่ไปดี

                “วันนี้ไม่ต้องแล้ว” เขามองมาที่ข้า มือล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ โยนอะไรบางอย่างที่หยิบออกมาให้ข้า

                ข้ายื่นมือออกไปคว้าสิ่งนั้นมาไว้ในมือด้วยความแปลกใจ รู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆในมือ ข้ามองขวดกระเบื้องสีขาวขนาดประมาณฝ่ามือในมืออย่างสงสัย ฝาขวดผนึกด้วยผ้าไหมสีแดง ดูน่ารัก

                 “อันนี้เป็นยาแก้พิษที่ข้าเพิ่งปรุงเสร็จวันนี้ ใช้น้ำหลังบ้าน ทำให้เปียก แล้วก็ทาไปที่ร่าง” เขายังยืนอยู่ตรงนั้น ส่งยิ้มให้ข้าด้วยแววตาอบอุ่น

                “ขอบคุณมากท่านอาจารย์”

                หานจึชวนมองมาที่เราสองคนอย่างแปลกใจ แต่ข้าไม่มีอารมณ์สนใจเขามากนัก ในใจตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

                สวรรค์ ในที่สุดข้าก็มียาแก้พิษ

                วินาทีต่อมา ดูเหมือนว่าข้าจะล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงหลังบ้านได้สำเร็จ

   ยอดหลิวสั่นไหวขึ้นลงตามแรงลม ข้าเดินลึกเข้าไปในป่าด้านหลัง แสงจันทราส่องลอดช่องว่างระหว่างใบหลิวลงมา ตกกระทบลงบนผืนน้ำ

                ข้ามองไปรอบด้าน ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกวางพับไว้บนโขดหินด้านข้าง ก่อนจะกระโดดลงไปในสายน้ำเบื้องล่าง ว่ายไปตรงกลางสระ

                ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูร้อนแต่ข้ากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหน็บหนาวไปทั้งร่าง ปกติน้ำในสระนี้จะเย็นตลอดทั้งปี แต่น่าแปลกที่กลับไม่เคยแข็งเป็นน้ำแข็งเลย สีเขียวมรกตของมันทำให้คนมองรู้สึกสบายตา ฟางฮวาเคยพูดไว้ว่า น้ำที่นี่เป็นน้ำที่ดีที่สุดในการปรุงยา

                ใช่แล้ว ยาล่ะ

                ข้ากางมือออก เทผงยาที่อยู่ในขวดออกมาในมือนิดนึง มืออีกข้างลูบมันลงไปบนไหล่

        น่าแปลก น้ำมันที่อยู่ตรงฝ่ามือดูเป็นของเหลวธรรมดาๆ แต่ซักพักกลับรู้สึกแสบร้อนขึ้นมาจนชาไปหมด ผิวสีดำค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง รู้สึกไม่ค่อยดีนัก

    ข้ารีบเอามือจุ่มลงไปในน้ำ รู้สึกสบายขึ้นมานิดนึง ปรายตามองขวดยานั้น ไม่กล้าใช้มันอีก

    ฟางฮวาบอกว่าวันนี้เพิ่งจะปรุงเสร็จ งั้นก็หมายความว่าข้าเป็นหนูทดลองยาล่ะซิ

    ข้าหมายจะกลับเข้าฝั่ง ไปถามฟางฮวาให้แน่ใจอีกครั้ง แต่จังหวะกำลังจะก้าวขึ้นฝั่งนั้น เท้าเบื้องล่างกลับเหยียบลงไปบนตะไคร้น้ำด้านล่างจนตัวหมุน ยาที่ถืออยู่ในมือลอยขึ้นไปในอากาศ สาดลงมาเต็มหน้า

                แสบๆ ร้อนๆ

                ข้าหลับตา รีบดำลงไปในน้ำ รู้สึกแสบไปทั้งใบหน้า

                ไม่ใช่ว่ายานี่ทำลายโฉมข้าไปแล้วนะ

                ตาที่หรี่เหลือเพียงครึ่ง ค่อยๆคลำเข้าไปจนถึงฝั่ง คว้าชุดที่อยู่บนโขดหินมาเช็ดหน้า ยากลำบากอยู่นานกว่าจะเปิดตาขึ้นได้ในที่สุด

                สายตาที่ค่อยๆชัดเจนขึ้นปรากฏภาพเท้าคู่หนึ่งอยู่เบื้องหน้า ข้ามองเลื่อนขึ้นไป ร่างในชุดคลุมลายดอกเหมยสีหน้าหลากอารมณ์ยืนอยู่เบื้องหน้า

                เขาย่อกายลง “เสาเอ่อ หน้าเจ้า” มือเขาแตะลงมาบนใบหน้าข้า สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย เขาเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้น ลูบเบาๆบนใบหน้าข้า มือเย็นๆของเขาทำให้ข้าถอนหายใจออกมาทีนึง

                แต่หน้าเขากลับแดงขึ้น

                ข้ามองตาของคนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เขาดูงุนงงยิ่งกว่าข้าเสียอีก

                เกิดอะไรขึ้น

                เขาค่อยๆถูเบาๆที่ใบหน้าข้า

                ในขณะที่ข้ารู้สึกได้ถึงใบหน้าที่เย็บเยียบ

                ดูเหมือนมีบางสิ่งลอกหลุดออกมา

********************************************

มาต่อแล้วววววนะคร้า

ขอแจ้งให้ทราบเรื่องหนึ่ง คือว่า ผู้แปลได้งานแล้วคร้า 

เพราะฉะนั้น คงจะไม่มีเวลามาอัพทุกวันแบบนี้อีกแล้ว (เค้าขอโทษ) TOT

แต่สัญญานะคะว่าจะมาอัพให้ได้อาทิตย์หนึ่งอย่างน้อยหนึ่งตอน และไม่ว่ายังไงจะแปลนิยายเรื่องนี้ให้จบให้ได้ค่ะ

เพราะว่าตกหลุมรักฟางฮวาไปเสียแล้วนี่เนอะ ^^


ขอบคุณคอมเม้นทุกคอมเม้นที่เป็นกำลังใจให้ 

 เพราะบางครั้งแปลไปแปลมาเงียบๆ ไม่รู้ว่าเอ่ คนอ่านเลิกอ่านเราไปแล้วหรือเปล่าน้า 555

ได้อ่านหลายๆคอมเม้นแล้วรุู้สึกดีมากจริงๆค่ะ มีกำลังใจในการแปลขึ้นมาเยอะเลย

สรุปคือ ขอบคุณมากสำหรับหลายๆกำลังใจที่มีให้กัน ^^


สุดท้ายขอบคุณเหมือนเช่นทุกครั้งที่เข้ามาอ่านนิยายแปลเรื่องนี้นะคะ 

รักคนอ่านทุกคนนะ แล้วเจอกันตอนหน้าคร้า ^^

สุ่ยจิง 7 April 2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1446 BB oi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:52
    สวยจนตลึงหรือเปล่า
    #1,446
    0
  2. #1324 SAOW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:04
    กำลังจะสวยสง่าแล้วสินะ คึคึ
    ว่าแต่จางจึหวนนี่ยังไง ตอนแรกๆยังดีอยู่เลย มาตอนนี้ยิ้มเยาะ?
    #1,324
    0
  3. #1218 Tangmoja (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 00:06
    นางเอกจะสวยแลัววว
    #1,218
    0
  4. #880 jib-john (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 00:20
    นี่มันเงาะถอดรูปมะนี่
    #880
    0
  5. #850 TiNa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:28
    เสาฮวาจาเป็นสาวแย้ว อิอิ
    #850
    0
  6. #266 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 11:08
    จะกลายเป็นคนสวยแล้วไหมมมม กรี๊ดดดดดดดดด ชอบแปลดีมาก รักเลย
    ฟางฮวาท่านสนใจเสาเอ๋อบางซิ
    #266
    0
  7. #175 ตามอ่าน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 00:45
    เดี๋ยวนะ

    อายุสิบห้าแล้ว หน้าอกบวมแล้ว

    แล้วมีประจำเดือนหรือยังเนี่ย

    อันที่จริงประจำเดือนน่าจะมาและหน้าอกน่าจะบวม เอ้ย ขึ้น ตั้งแต่อายุ 11-13 แล้วนะ

    คนเขียนเรื่องนี้คงเป็นพวกไม่ใส่ใจรายละเอียดไม่สนใจหาข้อมูลกระมัง



    #175
    1
    • #175-1 Shui Jing(จากตอนที่ 6)
      14 เมษายน 2559 / 09:06
      ขอบคุณสำหรับข้อสงสัยนี้นะคะ ผู้แต่งมีเขียนไว้ค่ะว่า นางเอกเราการเจริญเติบโตของร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ น่าจะเป็นผลมาจากตอนเด็กๆอดมือกินมิ้อค่ะ ผู้แปลลองหาข้อมูลมานิดนึงด้วยค่ะ เพราะสงสัยเหมือนกัน บทความหนึ่งบอกว่า เด็กผู้หญิงปกติจะเริ่มมีหน้าอกตอน 11-13 ค่ะ แล้วอีก 1-2 ปีจะเริ่มมี ปจด. เสาเอ่อเราไม่ค่อยปกติไง ห้าห้า พูดคร่าวๆคือ นางเริ่มมีนมตอนอายุใกล้จะ 15 ช้าไปนิดนึง เดี๋ยวอีกซักสองสามตอนจะมี ปจด. แล้วคร้า ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ^^
      #175-1
  8. #164 9namfon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:04
    นางจะแปลงกายแล้ว
    #164
    0
  9. #125 reader (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 19:45
    ขอบคุณที่แปลค่ะ

    อยากอ่านเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เราอ่านจีนไม่ออก แล้วก็หาที่แปลเป็น eng ไม่ได้เลย ดีใจมากที่มีแปลไทย ขอบคุณนะคะ
    #125
    1
    • #125-1 Shui Jing(จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2559 / 14:36
      ไปเจอในบอร์ดคนจีนแนะนำมาว่าเรื่องนี้สนุกมากค่ะ ก็เลยลองอ่านดู อ่านแล้วชอบมากมาย ก็เลยแปลเป็นไทย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^
      #125-1
  10. #124 ICE_BIEBER (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 16:53
    จะรอไรท์มาอัพต่อนะคะะ สนุกมากกๆ
    #124
    0
  11. #123 jumnaka285 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 16:13
    ในที่สุดนางก้อลอกคราบแล้ววว..รอๆๆ
    #123
    0
  12. #121 Nuatong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 14:13
    เย้ๆ นางจะสวยแล้ว

    #121
    0
  13. #120 Little38 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 08:55
    รอๆ กำลังสนุกเลย แต่ดีใจกับผู้แปลด้วยนะคะที่ได้งานแล้ว ขอให้ทำงานทุกอย่างๆราบรื่นนะคะ
    #120
    0
  14. #119 แคปพลีส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 01:53
    กำลังลอกคราบเลยเชียว ค้างสุดๆ 5555555
    #119
    0
  15. #118 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 00:53
    จะเป็นสาวแล้วสวยด้วย 555 พี่หานต้องรู้แน่ๆ ว่านางเป็นหญิง

    คงไม่เหมือนอาจารย์นะ 555
    #118
    0
  16. #117 Margaret Jibman (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 22:42
    ไรท์มาต่อเร็วๆนะค่ะ >< กำลังลุ้นนนนน
    #117
    0
  17. #116 kip (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 21:07
    เสาเอ่อร์....เป็นสาวแล้ว
    #116
    0
  18. #115 t_g_k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 20:49
    ผิวลอกแล้วว // เสาเอ่ออย่าไปเกลียดอะไรหวนจึชวนมากนักสิ5555
    #115
    0
  19. #114 Orathai9800 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 20:33
    รอออ. สนุกมากกกกก
    #114
    0
  20. #113 เดินเดินเดิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 20:29
    ผิวดำลอกแน่เลย อดทนรอไม่หายแล้ว อยากอ่านมากกกกก
    #113
    0
  21. #112 mikeyagubian (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 20:11
    ลอกคราบ?
    #112
    0
  22. #111 Pongtip Tip (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 20:03
    มาต่อด่วนค้างมากกก
    #111
    0
  23. #110 เงารางเลือน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 19:50
    ... ผิวหนังหลุดลอกเป็นแผ่นๆ=[]=!!!!!!????
    #110
    0
  24. #109 PIP'3 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 19:49
    นางเอกจะสวยแล้นนนนน
    #109
    0
  25. #108 wan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 19:18
    เสาเอ่อเราจะลอกคราบกลายเป็นสาวสวยแน่ ๆ เลย....เดาล้วน ๆ



    #ขอบคุณที่แปลให้อ่าน สนุกมาก ๆ

    #ยินดีด้วยที่ได้งานค่ะ \(^๐^)/
    #108
    0