นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 3 : ไม้แดงปรากฏ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    2 เม.ย. 59

รอมาหนึ่งปี ในที่สุดวันที่ 10 เดือน 10 ก็มาถึง

แม้ว่าข้าจะทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ดีเลิศที่สุดในตัวข้า ก็คือ ความจำ ต่างกับฟางฮวาที่มักจะลืมเรื่องที่พูดหรือทำอยู่เสมอ เขาพูดอยู่เสมอว่า ทำไมคนเราต้องมัวนั่งจมอยู่กับความทุกข์ เรื่องบางเรื่องถ้าไม่ใส่ใจได้ ก็ลืมๆไปเสีย เพราะบางครั้งการลืมก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง

    เข้าใจยาก ว่าไหม

ข้าไม่ค่อยใส่ใจกับคำพูดเขานักหรอก ชายผู้นี้ มีอยู่แค่สองอย่าง หนึ่งไม่พูดไม่จา สองพูดคำที่ข้าไม่ค่อยเข้าใจ

             เฮ้อ ข้าถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ เหลือบตามองปฏิทินอีกครั้ง

             วันนี้เป็นอีกวันที่สำคัญ เพราะว่าฟางฮวาได้ให้คำสัญญาอย่างหนึ่งไว้กับข้า แม้ว่าคืนนั้นเขาจะเมาก็เถอะ ถึงกระนั้นอย่าคิดว่าจะบิดพลิ้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรเสียข้าก็วางแผนจะแอบตามเขาไปอยู่ดี

       เสียงฟางฮวาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่

                ข้าได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เตรียมห่อผ้าไว้ถุงหนึ่งรออยู่เงียบๆ สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูบ้านถูกปิดลง ข้ารีบทำปมตรงห่อผ้า สอดไม้เล็กๆเข้าไป รีบยกขึ้นสะพายบ่า แอบเดินตามคนเบื้องหน้าออกไปเงียบๆ

   เขาเดินไปตามทางที่ดูห่างไกลผู้คนยิ่งขึ้น มุ่งหน้าไปทางดงไผ่เขียวชอุ่ม ร่างในชุดสีขาวหายลับเข้าไปในป่าไผ่ ลายครั้งที่ข้าเห็นเขายกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผาก

                ข้าก้าวเท้าอย่างระวัง แต่ก็ยังมิวายเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งเบื้องล่างอยู่หลายครา แต่ดูเหมือนฟางฮวาจะไม่ได้ใส่ใจ ร่างเบื้องหน้ายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่บางครั้งข้าต้องรีบเร่งฝีเท้าตามเมื่อเห็นเพียงชายเสื้อพลิ้วไหวเล่นลมของเขาลิบลับอยู่เบื้องหน้า

                ในที่สุดก็เราก็ข้ามผ่านดงไผ่มาจนได้

       กลิ่นหอมของสมุนไพรและดอกไม้ตลบอบอวลถาโถมเข้ามากระทบจมูก

           ข้ารีบวิ่งตามเมื่อไม่เห็นร่างของฟางฮวาในสายตาแล้ว ก่อนจะตกใจจนต้องทรุดตัวลงหมอบกับพื้น เมื่อปรากฏหุบผาชันขึ้นเบื้องหน้า ด้านล่างหุบเขาปกคลุมไปด้วยดอกไม้ป่าหลากชนิด

       ฟางฮวาเหาะลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะหยุดลงอย่างสง่างาม

       มิน่าเล่า ข้าว่าแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่กลัวเลยว่าจะมีใครแอบตามมา ที่แท้เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครตามลงไปได้นี่เอง ข้าทำได้เพียงค่อนขอดอยู่ในใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะลงไป แต่ก็ทำได้เพียงนอนราบอยู่บนนี้เท่านั้น

               เบื้องล่างท่ามกลางดอกไม้และสมุนไพรแปลกตาหลากชนิดที่ปกคลุมไปทั่วปรากฏเนินดินสีเหลือง คล้ายกับสุสานของใครซักคน ร่างของฟางฮวายืนเหม่ออยู่ตรงนั้น

จริงๆแล้ว มองจากมุมสูงแบบนี้ก็ไม่เลวแหะ

  เขาก็ค่อยๆย่อกายลง มือหนึ่งวางไว้บนเข่า ในขณะที่อีกมือทำท่าขุดหาอะไรซักอย่าง การกระทำที่ดูไม่มีมารยาทนี้ กลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ในที่สุดเขาก็หยิบบางสิ่งออกมาจากดิน มองคล้ายกิ่งไม้สีแดง

    ข้าละสายตาจากกิ่งไม้นั้น มองไปที่เขาแทน ตกใจไปครู่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา

ข้าอยู่กับเขามาหลายปี แต่ไม่เคยมีซักครั้งที่จะเห็นท่าทางโดดเดี่ยวเช่นนี้ของเขา ราวกับเขากำลังจมดิ่งลงไปในห้วงความทรงจำที่มีแต่เขาเพียงผู้เดียว  ห้วงความทุกข์ที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้ ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงนิ้วมือเรียวยาวที่ยังเคลื่อนไหวสัมผัสเบาๆบนไม้แดงนั้น

    เขาผุดยิ้มเศร้าสร้อยขึ้นมา

    ภายหลังข้าถึงรู้ว่าไม้ท่อนนั้นก็คือ ไม้ฟางฮวา"

    ไม้ฟางฮวาก็คือฟางฮวาโซ้ว เป็นร่างหนึ่งของโซ้วที่อยู่ในรูปของกิ่งไม้ก็เท่านั้น

**********************

             ข้ารู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันหนักหน่วงที่ถาโถมเข้ามาเมื่อกลับมาจากป่าไผ่ บ้านทั้งบ้านเงียบสนิท ฟางฮวายังไม่กลับมา

    ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ หมุนตัวเข้าครัวเตรียมทำอาหารเย็น จัดการกับอาหารเย็นจนท้องอิ่มแปล้ กระเพาะอิ่มแต่อกกลับโหวงเหวง

สงสัยจะต้องหาอะไรทำฆ่าเวลา

แต่ฟืนก็ผ่าแล้ว น้ำก็ตักเรียบร้อยแล้ว จะให้ข้าทำอะไรอีกนอกจากนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงระเบียง

   ฟางฮวามักจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตำหนิข้าอยู่เสมอว่า ข้านอนเยอะเกินไป ก็เลยขี้เกียจ คนอื่นเขาเลี้ยงลูกกตัญญู แต่เขากลับเลี้ยงคุณชาย

            แต่จริงๆแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะตื่นแต่เช้ามืด หวังจะลุกขึ้นมาเตรียมทำกับข้าว ข้าก็จะพบว่าไฟถูกจุดเอาไว้อยู่ก่อนหน้าแล้วเสมอ เสื้อผ้าที่ต้องซักก็ถูกตากเรียบร้อยแล้วอยู่บนราว และเรื่องทุกเรื่องในบ้านถูกทำไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว

   ข้ารู้ว่า ฟางฮวาไม่อยากให้ข้าต้องทำงานหนัก อาจารย์เป็นคนดี ถึงแม้ว่าเขาจะชอบปากไม่ตรงกับใจ แต่ เขาก็เป็นคนที่ข้าอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต

             ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ข้าชะเง้อมองไปยังประตูใหญ่ เฝ้ารอฟางฮวาที่ยังไม่กลับมา

สมุนไพรและดอกไม้หลากสีหลายชนิดเติบโตเต็มที่ชูช่อเบ่งบานส่งกลิ่นหอมไปทั่ว แต่น่าแปลก บ้านที่ไม่มีเงาของฟางฮวา กลับไม่หอมเหมือนเช่นทุกครา ทำเอาข้ารู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

    โอ้ย! ทนไม่ไหวแล้ว

             ข้าโยนไม้กวาดในมือทิ้ง มุ่งหน้าเดินไปทางห้องหนังสือ เปิดประตูห้องเข้าไป

             ข้าอึ้งไปครู่ เมื่อเห็นสภาพห้องหนังสือที่รกไปหมดทั้งห้อง หนังสือหลายเล่มที่เคยวางอยู่บนชั้นหายไป ในขณะที่บางเล่มตกลงมากระจัดกระจายอยู่บนพื้น

ลมพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดไว้ พัดกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางพับอยู่บนโต๊ะหนังสือจนคลี่ออก

คล้ายภาพวาด

ข้าเคลื่อนกายเข้าไปดูอย่างอยากรู้

เบื้องหน้าปรากฏ รูปวาดที่ยังวาดไม่เสร็จ ท่ามกลางสายน้ำและภูเขา ชายหนุ่มรูปงามชุดขาวกำลังดีดพิณ ไฝน้ำตา

ดูสะดุดตา ริมฝั่งเป็นภาพของชายอีกคนกำลังเป่าขลุ่ย แต่ร่างนี้กลับยังเป็นเพียงแค่โครงร่าง เมื่อปลายผู้กันหยุดอยู่แค่นี้ ราวกับผู้วาดไม่อยากวาดต่อ

ข้าลังเลอยู่พัก ไม่กล้าแตะต้องมัน ในที่สุดข้าก็ตัดสินใจหันไปเก็บหนังสือที่ร่วงกระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาแทน ข้าหยิบมันขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนทีละเล่ม เตรียมแยกประเภทและเก็บเข้าตู้ดังเดิม

      เสี้ยวจังหวะที่กำลังยกแขนเพื่อเก็บหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นไปบนตู้นั้น ผ้าผืนหนึ่งกลับร่วงออกมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง พริ้วๆไหวๆตกลงไปบนพื้น

    ความตื่นเต้นผุดขึ้นมาทันที

    เพราะปกติแล้ว ของที่ซ่อนอยู่ในหนังสือนี้ถ้าไม่ใช่กลอนหรือเพลงจีบสาวก็ต้องเป็นคัมภีร์วิชาลับขั้นสูงเป็นแน่

    ข้าก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ปรายสายตามองไปทางประตูนิดนึงให้แน่ใจว่าผู้เป็นอาจารย์ยังไม่กลับมา

       

             ไฟสลัวๆในห้องทำให้ตัวอักษรที่ปรากฏบนนั้นดูเลือนราง ข้าจึงค่อยๆเคลื่อนกายไปตรงหน้าต่าง อาศัยแสงจันทราที่อยู่ภายนอกเป็นตัวช่วย

ฟางฮวาโซ้ว เป็นร่างแปลงหนึ่งของหงส์ อุปนิสัยรักสันโดษ ชอบอยู่เพียงลำพัง รูปร่างเหมือนมนุษย์ เป็นเพศผู้ทั้งหมด เชี่ยวชาญการปลูกดอกไม้และสมุนไพรหายาก คำว่าฮวามาจากดอกไม้ โบราณเรียกขาน ฟางฮวาโซ้ว”

อ๋าาาาาา ฟางฮวาโซ้ว?

งั้นก็หมายถึงอาจารย์น่ะซิ

             ข้าหรี่ตาลง ร่างพิงผนัง ยกผ้าในมือขึ้นมาให้เห็นชัดขึ้น อ่านต่อทันที

    “ฟางฮวาโซ้ว พูดน้อย ใบหน้าเหงาเศร้าสร้อย ผิวพรรณขาวหมดจดราวกับน้ำนม ร่างเต็มวัยจะมีกลิ่นหอม ใต้ตามีไฝน้ำตาสีแดง ยิ่งสีอ่อนอายุยิ่งน้อย ไฝน้ำตาจะมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแดงเข้ม ดำ และตายในที่สุด เมื่อฟางฮวาโซ้วตายจะเผาร่างของตัวเองเหลือเพียง ไม้ฟางฮวาซึ่งเป็นไม้หายากมีสรรพคุณรักษาพิษได้หลายชนิด วิญญาณฟางฮวาโซ้วจะสิงสถิตอยู่ในไม้นั้น

        ถ้านำไม้ฟางฮวาปักลงไปบนดิน นำสมุนไพรและกลีบดอกไม้บดละเอียดผสมกับหยาดน้ำค้างยามเช้า

1 เดือนต่อมาไม้ฟางฮวาจะกลายเป็นสีแดงเพลิง ดินกลายเป็นสีหยก

2 เดือนต่อมาสีไม้จะจางลง ตัวไม้จะแยกออกมาสี่แขนง

3 เดือนต่อมาไม้จะค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเป็นมนุษย์ ปรากฏเค้าโครงใบหน้าขึ้น ร่างอ่อนนิ่มและกลายเป็นสีขาว

4 เดือนต่อมา ร่างนั้นจะหลุดออกจากไม้ ก่อกำเนิดฟางฮวาโซ้ว

ฟางฮวาโซ้วจะเติบโตอย่างสมบูรณ์เมื่ออายุครบ 10 เดือน การเรียกวิญญาณจะต้องใช้เลือดของผู้เป็นที่รักในการเรียก

โซ้วเด็กที่เพิ่งเกิดจะไม่รู้ภาษามนุษย์ กินน้ำหวานดอกไม้ กลีบดอกไม้ และสมุนไพรนิดหน่อยเป็นอาหาร เติบโตเร็ว ไม่ถึงครึ่งปีโซ้วจะมีรูปร่างคล้ายเด็กปกติ เฉลียวฉลาด รู้ภาษามนุษย์ นับจากนี้ทุกๆสิบวันจะโตเท่ากับหนึ่งปีของมนุษย์ จนกระทั้งโตเต็มวัย ฟางฮวาโซ้วเมื่อโตเต็มวัยจะสามารถจดจำอดีตในชาติภพก่อนหน้าได้

ฟางฮวาโซ้ว เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ชีวิตลิขิตไว้ ต้องตกอยู่ในห้วงรัก ไร้ทางหลุดพ้น ฟางฮวาโซ้วที่บำเพ็ญตบะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความรักทางโลกจะสามารถบรรลุเป็นเซียนได้ แต่ถ้าฟางฮวาโซ้วตกอยู่ในบ้วงความรัก จะตกอยู่ในวังวนบ่วงรักไม่รู้จบสิ้น ไฝน้ำตาจะเปลี่ยนสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ  ฟางฮวาโซ้วที่ผิดหวังจากความรักทุกๆ 10 วันจะแก่ขึ้นเท่ากับ 1 ปีของมนุษย์ จนกระทั้งตายในที่สุด ยิ่งรักมากเท่าไหร่ไม้ก็จะยิ่งเป็นสีเข้มมากเท่านั้น ไม้ยิ่งเข้มยิ่งรักษาพิษได้ดี”

       เฮ้อ! ไม่เข้าใจ

           ข้าเกาหัวแกรก นึกโทษตัวเองที่ปกติไม่ตั้งใจศึกษาหาความรู้

  ข้าถอนหายใจยาว ตั้งท่าจะนำมันไปเก็บไว้ที่เดิม แต่น้ำเสียงเรียบเต็มไปด้วยความเข้มงวดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขัดขึ้น

          “เจ้ากำลังทำอะไร”

****************************


   ข้าเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นบนหน้าผากราวกับขโมยที่ถูกจับได้ ค่อยๆปล่อยผืนผ้าในมือลงไปบนพื้น ใช้เท้าเหยียบไว้เบื้องล่าง เอาชุดคลุมตัวยาวปิดทับไว้อีกที

             บางครั้งชุดคลุมยาวเกินตัวก็มีประโยชน์เหมือนกันแหะ

        ข้ายืดอก เอามือไขว้หลัง แกล้งถามเขาขึ้น “อาจารย์กลับมาแล้วหรือ วันนี้กลับมาเร็วจัง”

             ข้าปรายตามองไปข้างนอก ยิ้มแหยเมื่อหันกลับมาสบสายตาคมที่จ้องมองอยู่ของผู้เป็นอาจารย์ “ความจริงก็ไม่เร็ว ข้างนอกฟ้ามืดหมดแล้ว”

             ข้าหุบยิ้ม รู้สึกว่าตัวเองยิ่งพูดก็ยิ่งผิด

             “เจ้าเข้ามาทำอะไรในห้องหนังสือข้ารึ?

    “ก็ข้าเห็นมันรก ข้าก็เลยจะช่วยจัดให้” ข้าขยับตัวนิดนึง ชี้ไม้ชี้มือไปตรงกองหนังสือเบื้องหลังมั่วๆ

    ฟางฮวาก้าวเข้ามา มองผ่านข้าไปทางด้านหลัง สายตาจ้องมองกระดาษภาพวาดที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่มือข้ากำลังชี้ไป

             ตายแล้ว!!! ข้าดันชี้มือมั่วไปที่ภาพนั้นพอดี

             ข้าหัวเราะแหย

             ยังไม่ทันได้ลดมือลง ข้าก็ถูกฟางฮวาลากออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว

             ร่างเขาดูเรืองแสงอบอุ่นท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องกระทบลงมา แต่ทว่ากลับดูเยือกเย็น ปกติฟางฮวาจะเป็นคนที่เก็บซ่อนอารมณ์ของตนไว้ภายใน ไม่แสดงออกมาให้คนอื่นรู้ ทำให้บางครั้งแม้แต่ข้าก็ยังเดาใจเขาไม่ถูก แต่ฟางฮวาในยามนี้กลับกลายเป็นอีกคน คนที่ข้าไม่คุ้นเคย ความรู้สึกโดดเดี่ยวผ่านมือเขาพุ่งตรงมาที่ข้า

   กลิ่นเหล้าจางๆลอยมากระทบจมูก

            เขาแอบดื่มเหล้าอีกแล้ว

            “เจ้าก็รู้ ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างในแววตาข้า ดวงตาเยือกเย็นมองมาอย่างสำรวจ “ข้าไม่ชอบให้มนุษย์มาแตะต้องของของข้า”

            “เสาเอ่อ ทราบ” ข้าก้มหัวลงอย่างยอมรับผิด “ท่านยังไม่ชอบแตะต้องตัวมนุษย์”

ดังนั้น ขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ

ข้าเอ่ยบอกเขาพยายามดึงมือของตนให้หลุดจากมือเขา

            เขายกยิ้มมุมปาก  “เจ้าจะไปไหนรึ? มืออุ่นๆที่จับมือข้าไว้ดูคล้ายไม่อยากปล่อย

            ผู้ชายคนนี้ แค่ดื่มเข้าไป ก็กลายเป็นคนพูดเยอะ แถมยังเกาะติดคนอื่นแจ

            “ข้าก็จะไปยกเหล้ามาให้ท่านน่ะซิ” ข้าเอ่ยตอบ

   ได้ยินดังนั้นเขาจึงยอมปล่อย ดวงตาคู่สวยยิ้มกลิ้มอ่อนโยนราวกับดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว

    

             ฮึ่ม!! ดื่มให้เมาไปเลย

             ข้าย่อตัวลง ขุดไหเหล้าที่หมักไว้ในดินใต้ต้นหลิวขึ้นมา ลอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่า นิสัยอย่างฟางฮวาคืนนี้ดื่มเมาพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา มิวายจะลืมเรื่องคืนนี้จนหมด รวมทั้งเรื่องที่เพิ่งตำหนิข้าด้วย

             ข้าเลือกหยิบไหที่ใหญ่ที่สุด เหล้าเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ใช้สูตรที่ฟางฮวาสอนข้าหมัก นับว่าเป็นของหายากยิ่ง เพราะว่าใช้ดอกไม้กับน้ำผึ้งมาหมักเป็นเหล้า

    ข้าเดินไปหยิบชามกระเบื้องมาวางเตรียมไว้บนโต๊ะหิน นั่งหรี่ตาเท้าคางรอฟางฮวามา

             ฟางฮวามาแล้ว

ในที่สุดข้าก็เข้าใจว่าอะไรที่เรียกว่า พันจอกไม่เมา เมื่อเขารินเหล้าใส่จอก ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า

             ลมเย็นพัดโชยแผ่วเบา พัดพากลิ่นหอมของดอกไม้ผสมผสานปนเปกับกลิ่นหอมอ่อนๆของสุรา จนแม้แต่ข้าเองก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองก็เริ่มเมานิดๆแล้วเหมือนกัน

    แต่ฟางฮวา ยิ่งดื่มกลับยิ่งสนุก

             บางสิ่งบางอย่างแผ่ซ่านขึ้นบนใบหน้าของเขา ทำให้คนมองรู้สึกปวดร้าวระคนสงสารจับใจ

    บางทีอาจจะเป็นเพราะใบหน้าแสนเสน่หานี้ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขากำลังเมา

    ข้าเขยิบเข้าใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว ถามออกไปประโยคหนึ่ง “อาจารย์ วันนี้ท่านไปไหว้หลุมศพของใครกัน ทำไมท่ามกลางทุ่งสมุนไพร ถึงมีผืนดินว่างเปล่านั้น”

              ข้าชะงักปาก เมื่อนึกได้ว่าหาเรื่องเข้าเสียแล้ว ถามยังนี้ก็เท่ากับบอกให้ฟางฮวารู้ล่ะซิ ว่าวันนี้ข้าแอบตามเขาไป

    “เสาเอ่อ เจ้าอยากฟังนิทานเรื่องหนึ่งไหม” ไฝน้ำตาของเขาสะท้อนแสงเรืองรองดูอ่อนโยน

ดูคล้ายว่าเขาเมาแต่ก็ดูคล้ายมีสติ

             “ข้ามีคนรู้จักอยู่คน เขาหลงรักคนที่ไม่สามารถฝากชีวิตไว้ได้”

             เขามองมาที่ข้า ยกจอกเหล้าในมือขึ้นดื่ม

    “คนที่เขารักมีภรรยาอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังทำเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ บั้นปลายชีวิตจึงต้องทุกข์ทรมาน สุดท้ายเขาก็ตาย ร่างฝังไว้ท่ามกลางป่าเขา มีเพียงต้นไม้ต้นหญ้าเคียงกาย”

    เขายื่นมือมาสัมผัสแผ่วเบาบนใบหน้าข้า แววตาดูเลื่อนลอย ค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามา

“ข้าแค่ไม่เข้าใจ มนุษย์กล่าวว่าฟางฮวาโซ้วเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แต่ทำไมกลับไม่เคยได้ดวงใจที่รักมาครอบครอง”

   ใจข้าเต้นตูมตาม พูดอะไรไม่ออก ฟางฮวาโซ้วมีแต่ผู้ชาย ถ้ารักคนมีภรรยาแล้ว งั้นก็หมายถึงคนคนนั้นเป็นผู้ชายล่ะซิ

   ฟางฮวาในยามนี้ดูเต็มไปด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยว เขาค่อยๆลุกขึ้น ชุดสีขาวปลิวไหวต้องลมราวกับร่ายรำ มองคล้ายร่างเขากำลังจะถูกลมพัดพาลอยหายไปในไม่ช้า

              “อาจารย์ ข้าร้องเรียก กำชายเสื้อเขาไว้แน่น “ท่านจะไม่เป็นเช่นนั้นแน่ ถ้ามีใครทำไม่ดีกับท่าน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เสาเอ่อก็จะฆ่ามันให้ได้”

              คิ้วที่ขมวดปมของฟางฮวาคลายออก เขาถอนหายใจเบาๆ ทอดตามองไปยังดวงจันทร์ที่ถูกหมอกเมฆเคลื่อนตัวมาบดบังเบื้องบน “เจ้าไม่เข้าใจหรอก”

              เขาค่อยๆโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากอ่อนโยนแตะลงเบาๆที่ริมฝีปากของข้า

              อ๋า

              อ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

              ข้าตกใจจนแทบสิ้นสติ

              เขาค่อยๆโน้มกายลงมา กดข้าไว้เบื้องล่าง ในขณะที่ข้าทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจ

              เดี๋ยวก่อน!!! ข้ายังไม่เป็นผู้ใหญ่เลยนะ

              ผ่านไปครู่ใหญ่

 ข้าถึงรู้ว่า เขาหลับไปเสียแล้ว

         ข้ายันกายลุกขึ้นมานั่ง ค่อยๆประคองฟางฮวาไว้ในอ้อมแขน ปัดผมดำยาวลื่นมือของเขาให้เข้าที่ กระชับมือเขาไว้ในมือตนเอง

    ไฝน้ำตาสีแดงอ่อนเม็ดนั้นดูซีดจาง

             ทันใดนั้นภาพตัวอักษรในแผ่นผ้าผืนนั้นกลับปรากฏชัดเจนขึ้นในห้วงความคิด

             “ฟางฮวาโซ้ว เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ชีวิตลิขิตไว้ ต้องตกอยู่ในห้วงรัก ไม่มีทางหลุดพ้น”      

             อาจารย์ ท่านเลี้ยงดูสั่งสอนเสาเอ่อ เสาเอ่อสาบาน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะปกป้องท่าน

 ขอแค่ท่าน มีความสุข….

**************************************


ปั่นมาฝากกันต่อคร้า ท่านอาจารย์เราแอบแต๊ะอั๋งเสาเอ่ออีกแล้ว เมาทีไรได้เรื่องทุกที  >///< 

ตอนนี้หลายคนอ่านแล้วอาจจะงงๆ ไม่ต้องงงนะคะ 

เพราะคนแปลอ่านรอบแรกก็งงคร้า 55 แล้วเดี๋ยวใกล้ๆจบจะเข้าใจเองคร้า 

ตอนหน้ารับรองว่าฟินกว่านี้แน่นอนมาเตรียมดูท่านอาจารย์อาบน้ำกัน >///< อร้ายยย 

ใครมีคอมเม้นหรือคำแนะนำติชมอะไรทิ้งไว้ได้เลยนะคะ 

อาจจะไม่ได้ตอบทุกคน แต่อ่านทุกคอมเม้นนะคะ

ขอบคุณมากคร้า ^____^

สุ่ยจิง 1 April 2016


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1443 BB oi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 11:06
    ขอบคุณจ้าา
    #1,443
    0
  2. #1321 SAOW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 15:28
    กลิ่นวายตุๆ นี่แหละมันส์!
    #1,321
    0
  3. #1260 วาวา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 10:25
    สนุกมากคะสรุปมันเศร้าตกที่รักชายที่รักชายหรือเปล่านะ
    #1,260
    0
  4. #1215 Tangmoja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 20:58
    อาจารย์เริ่มลุกแล้วนะจารย์
    #1,215
    0
  5. #1158 Kratai Hime Chan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 22:48
    ทำไมกลายเป็นนิยายวายไปได้ 55555
    #1,158
    0
  6. #846 TiNa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 23:38
    ฟางฮวา ท่าน ชอบผู้ชาย ???
    #846
    0
  7. #842 jib-john (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 08:47
    ชอบบ ดูหวานมยิ่งชอบ
    #842
    0
  8. #620 sallike (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 00:08
    เสาเอ่อเป็นหญิงอย่างงี้ก็นกอ่ะดิ
    #620
    0
  9. #338 สามศูนย์หนึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 23:29
    ขอบคุณค่ะ
    #338
    0
  10. #294 kiriyu_kura (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:26
    เรื่องนี้มีแววจบได้กินมาม่านะครับ #ซับ
    #294
    0
  11. #160 9namfon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:28
    ท่านอาจารย์
    #160
    0
  12. #88 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 18:18
    แหม..ชอบผู้ชายด้วยกัน..นี่มันเฉียดวายแล้วใช่ไหมเนี่ยยยยยย
    #88
    0
  13. #85 relis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 13:11
    ท่านอาจารย์จะไปหลงรักหนุ่มที่ไหนกัน

    ชอบที่เส่าเอ๋อร์บอกว่าจะตามไปดูแลแค่ขออ.ให้มีความสุข
    #85
    0
  14. #70 Iris Cristal (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 13:06
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านคะ
    ภาษาดีมากๆ อ่านไหลลื่นไม่สะดุดเลยคะ
    #70
    0
  15. #50 ผ่านมา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 21:30
    ขอบคุณนะคะ ที่แปลให้อ่าน น่ารักจุงงงงงงง ภาษาดีแปลสนุก มาอัพเร็วๆนะคะ ^_^
    #50
    1
    • #50-1 Shui Jing(จากตอนที่ 3)
      3 เมษายน 2559 / 20:54
      ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ^^
      #50-1
  16. #49 แคปพลีส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 18:29
    ไม่รู้จักผู้หญิงแต่รู้จักภรรยา เอ๊ะ หรือภรรยาจะเป็นชาย ชายชายแน่ๆ 555555555

    รอนะคะไรท์สู้ๆ
    #49
    1
    • #49-1 Shui Jing(จากตอนที่ 3)
      3 เมษายน 2559 / 20:56
      ฟางฮวาไม่รุ้จักคำว่าผู้หญิงค่ะ ไม่รุ้ว่าผู้หญิงคืออะไร ที่สำคัญฟางฮวาคิดมาเสมอว่าเสาเอ่อเป็นผู้ชายค่ะ เดี๋ยวท้ายเรื่องจะมีอธิบายขุดนี้เพิ่มเติมนะคะ ตามดูกันต่อไปค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ^^
      #49-1
  17. #48 งุงิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 15:10
    วายหรอนี่อิๆๆ
    #48
    1
    • #48-1 Shui Jing(จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2559 / 16:23
      ห้าห้า รอดูกันต่อไปคร้า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^
      #48-1
  18. #47 t_g_k (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 11:11
    -.,- งงๆนิดหน่อย แต่ก็ฟิน
    #47
    0
  19. #43 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 06:00
    ได้กลิ่นชายรักชายหน่อยๆ 555 รอเฉลยเมื่อถึงเวลาค่ะ
    #43
    0
  20. #41 เงารางเลือน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 01:55
    ข้ายังไม่เป็นผู้ใหญ่เลยนะ! อื้ม 555555
    #41
    1
    • #41-1 Shui Jing(จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2559 / 16:27
      หุหุ เสาเอ่อแอบหื่นนิดนึง
      #41-1
  21. #40 Nhuput (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 01:22
    รักซือฝู รักลูกศิษย์ รักไรท์
    #40
    1
    • #40-1 Shui Jing(จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2559 / 16:27
      รักคนอ่านเช่นกันคร้า ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ
      #40-1
  22. #38 แคปพลีส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 18:18
    สนุกมากค่ะ รอค่ะรอ ไรท์สู้ๆนะคะ
    #38
    0
  23. #37 Tidaheangsailom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 11:56
    ชอบอ่าาา ติดตามมมม
    #37
    0
  24. #35 jinjing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 02:32
    ติดตามมม ค้าาท ฟิน แต่เนื้อเรื่อง น่าจะเศร้าอาดูร ฮืออออ
    #35
    0
  25. #34 Nuatong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 22:44
    ivvvvvvvvvvv
    รออออ
    #34
    0