นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 2 : ความลับของฟางฮวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    17 เม.ย. 59

               


           กิจวัตรประจำวันของอาจารย์ข้ามีอยู่ 3 อย่าง

1.       นอน แค่เพียงล้มตัวลงนอน  เขาก็หลับได้เป็นวัน และจะไม่ยอมตื่นง่ายๆ

2.       ปลูกสมุนไพร เขาจะใช้เวลาที่เหลือจากการนอนอีกครึ่งวันปลูกดอกไม้ปลูกสมุนไพร

3.       กินดอกไม้ ขั้นตอนนี้ไม่นาน ถ้าเทียบกับเวลาที่เอามาทำกับข้าวให้ข้ากิน ดังนั้นคิดไปคิดมา เวลาของเขาสำหรับข้าคิดเป็นเศษหนึ่งส่วนสามของเวลาทั้งหมดของเขาเลยทีเดียว

         ข้าคิดไปคิดมาพลางพับกระดาษที่ใช้ฝึกเขียนตัวอักษรลงในกล่องที่อยู่บนหัวเตียง ซึ่งบัดนี้มีกระดาษอยู่เกือบเต็ม

          น่าเบื่อจัง!

          ข้าถอนหายใจยาวๆ โน้มกายหมอบลงกับโต๊ะเขียนหนังสือ ปรายตามองชายแขนเสื้อตัวโคร่งสีม่วงอ่อนแบบผู้ชายที่สวมอยู่อย่างเหม่อลอย เนื้อผ้าบางเบาเย็นสบายชนิดเดียวกันกับที่ฟางฮวาสวมใส่

          เสื้อผ้าของผู้ชาย มิหนำซ้ำยังใหญ่กว่าตัวข้าเป็นกอง

          ข้าเอื้อมมือไปหยิบกระจกที่อยู่ข้างกายมาส่องใบหน้าของตนเอง ปอยผมบนศีรษะยังคงแห้งกรังแม้ว่าจะบำรุงซักเพียงใด และผิวก็ยังเป็นสีดำคล้ำดังเดิม

          นึกถึงแต่ก่อนตอนเป็นขอทานอยู่ในกลุ่มคนสกปรกด้วยกัน ไม่ค่อยมีเวลาอาบน้ำ ก็ไม่รู้สึกแปลกแยกอะไร แต่ทุกวันนี้อยู่กับฟางฮวา ทั้งตัวเขามีแต่กลิ่นหอม ผิวรึก็ขาวราวกับน้ำนม แค่เปรียบเทียบข้าก็แทบอยากจะมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด

          เขางามราวกับสตรี ในขณะที่ข้าอัปลักษณ์จนดูเหมือนผู้ชาย

          ซึ่งข้าเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว เพราะไม่ว่าจะอาบน้ำ จะขัดจนผิวถลอกซักเพียงใด ก็ยังมิวายรู้สึกว่าตัวเองยังมีกลิ่นเหม็นๆติดตัว ผิวรึก็ยังดำขมุกขมัวดูสกปรก

          “เสาเอ่อ ร่างบนเตียงไม้ไผ่ข้างๆขยับตัวไปมา ในขณะที่ข้ายังคงเหม่อลอยคิดเรื่องของตนเองอยู่

          “เสาเอ่อ ขอน้ำให้ข้าหน่อย” ร่างบนเตียงเลิกผ้าห่มออก ยันกายลุกขึ้นด้วยท่วงท่างามสง่า ผมยาวสลวยสยายเต็มแผ่นหลัง แพขนตายาวสวยกระพริบถี่ ไฝน้ำตาสีแดงเม็ดสวยทอแสงอยู่บนใบหน้า

          ข้าพยักหน้ารับ รีบวิ่งไปรินน้ำ

          เสียงดังโครม เมื่อข้าล้มลงบนพื้น เงยหน้าขึ้นมาอีกที ร่างงามก็อยู่ตรงหน้า มองมาที่ข้าด้วยแววตาสงสาร

          หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมา

          ข้ารีบยันกายลุกขึ้นมา เช็ดมือเข้ากับชุดที่ใส่อย่างลวกๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปรินน้ำ ถือถ้วยน้ำเดินมายื่นให้ฟางฮวา

          “ทำไมถึงไม่เรียบร้อยอย่างนี้นะ” ฟางฮวาหัวเราะขึ้น ส่ายหน้าไปมาอย่างเหลืออด “มีอย่างรึ เช็ดมือไปบนชุด อย่างนี้ ชุดใหม่ก็สกปรกหมดซิ”

          ข้าเหลือบตาขึ้นมองคนตรงหน้านิดนึงอย่างยอมรับผิด “ได้ คราวหลังข้าจะเช็ดมือให้สะอาดก่อนค่อยเช็ดเสื้อ”

          ร่างตรงหน้าขึงขังขึ้นมานิดนึงเมื่อได้ยิน หันไปสนใจแก้วน้ำในมือแทน ไม่สนใจข้าอีก

          ข้ายกเก้าอี้ตัวเล็กมาตั้งด้านหน้าเขา สองมือเท้าคางจ้องมองท่าทางของคนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย จะว่าไปแล้วท่าทางการดื่มน้ำ ของฟางฮวาช่างดูสง่างามยิ่งนัก มือข้างหนึ่งยกแก้วไว้ ในขณะที่แขนอีกข้างยกชายเสื้อขึ้นบังอยู่ครึ่งหน้า ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม

          เขาปรายตาเหลือบมองข้าที่กำลังทำท่าเลียนแบบอยู่ น้ำในปากทะลักออกมาเต็มหน้าข้า

          เย็นฉ่ำ

          ข้าค้อนใส่ร่างตรงหน้านิดนึง เห็นเขาก้มหน้าไอโครก ไหล่ไหวจนตัวสั่น

          “อาจารย์” ข้าโอดครวญ พลางยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำบนหน้าของตน แอบเห็นหางตาของคนตรงหน้าปรายตามองมาที่ข้าวูบหนึ่ง ก่อนจะควักผ้าเช็ดหน้าในอกเสื้อออกมาซับน้ำที่เปื้อนอยู่

มิเสียแรงที่เป็นน้ำที่ฟางฮวาบ้วนทิ้ง ข้าสูดลมหายใจยาวๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้ในน้ำที่ซับอยู่ตรงชายแขนเสื้อ

“อาจารย์ ทำไมท่านถึงเรียกข้าว่าเสาเอ่อล่ะ” ข้าเอ่ยถามขึ้น

เขานิ่งไปนิด “แล้วแต่ก่อนเจ้ามีชื่อหรือไม่”

“ไม่มี” ข้าเอ่ยตอบ คนอื่นๆเรียกข้าว่าไอ้เด็กถูกทิ้ง ไอ้ขอทาน แต่คำเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ชื่อ

“งั้นก็ถูกแล้วไง” เขามองตอบมา เอนกายพิงลงบนหัวเตียง “ปอยผมข้างหลังของเจ้ามัดเป็นกระจุกไว้คล้ายกับช้อน ตักข้าว เจ้าไม่รู้สึกว่าชื่อนี้เหมาะกับเจ้ารึ” *(เสา ชื่อของนางเอกแปลว่าช้อน)

คราวนี้เปลี่ยนเป็นข้าที่โมโหแทน

เขาหัวเราะขึ้น มือหนึ่งดึงข้าเข้ามากอด “เจ้าชื่อเสาฮวา” 

 เขากอดข้าไว้เงียบๆ จนกระทั่งข้าเริ่มรู้สึกว่าร่างนั้นเริ่มรัดจนข้าอึดอัด ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขา และพบว่าฟางฮวาหลับไปเสียแล้ว

น่าโมโหเสียเหลือเกิน

อาจารย์ของข้าคนนี้ มองดูภายนอกราวกับเทพเซียน แต่ถ้าได้มาสัมผัสจริงๆแล้วจะรู้ว่า นอกจากสามสิ่งที่ข้าเคยบอกไว้แล้วนั้น ในชีวิตเขาแทบจะไม่สนใจกับสิ่งอื่น ราวกับชีวิตเขาตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วโดยสิ้นเชิง

 

                อยู่มาวันหนึ่ง ข้าได้รับชุดใหม่อีกแล้ว ครั้งนี้ใหญ่กว่าครั้งเดิมหลายเท่านัก แค่แขนก็ยาวจนแทบจะลากพื้นได้อยู่แล้ว

ข้าอดทนอยู่นานจนทนไม่ไหว ในที่สุดข้าก็เอ่ยขึ้นกับฟางฮวา “อาจารย์ ข้าว่าชุดนี้ใหญ่เกินไปสำหรับข้า”

                “ข้าก็บอกเจ้าของร้านแล้ว เขาบอกว่าเด็กโตเร็ว ซื้อใหญ่ๆวันข้างหน้าจะได้ใส่ได้”

        แต่ก็ไม่ต้องเผื่อข้าโตถึงห้าปีก็ได้กระมัง ข้าแอบร้องไห้รำพึงรำพันในใจ

                “อาจารย์ คราวหน้าอย่าซื้อชุดแบบนี้ให้ข้าได้หรือไม่”

                เขาขมวดคิ้วหันมามองข้าอย่างสงสัย

                ข้ายืดอกที่ยังคงแบนราบขึ้น จ้องมองเข้าไปในดวงตาตรงหน้า เอ่ยอย่างจริงจัง “เพราะว่า ข้าเป็นผู้หญิง

         เขาทำท่าเหมือนเข้าใจแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจขึ้น ก่อนเอ่ยถามต่อ “แล้ว

       เฮ้อออ จนปัญญาอธิบาย

                ตอนแรกข้านึกว่าเขาแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่ข้าเป็นผู้หญิง ภายหลังข้าถึงรู้ว่า เขาไม่รู้ว่าคำว่าผู้หญิงหมายถึงอะไร และแยกไม่ออกระหว่างความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิง เพราะเมื่อผ่านจากเหตุการณ์นี้ได้เพียงสามวัน

    วันนั้นข้ารู้สึกอัดอั้นมากหลังจากต้องอดทนมานานจนแทบจะระเบิด ข้าหลบเข้าไปตรงพุ่มดอกไม้ หวังจะจัดการธุระส่วนตัว ข้าค่อยๆปลดเข็มขัดที่คาดไว้ ย่อกายลงหลังกอดอกไม้ เพียงครู่ข้าก็สบายอกสบายใจลุกขึ้นเมื่อเสร็จธุระ แต่สายตาข้ากลับสานสบกับสายตาโตที่เบิ่งกว้างของฟางฮวาที่มองมาอยู่นานแล้ว

        “เจ้ามีส่วนไหนของร่างกายไม่สมบูรณ์หรือ” เขาเอ่ยถาม

                “ห่ะ?

          “ทำไมถึงต้องหมอบลง อย่างนี้จะไม่เปียกชุดหรือ”

                “อาจารย์ ข้ายืนน่ะซิ ถึงจะเปียกชุด”

                “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ มา ข้าจะช่วยดูให้”

                พูดจบเขาก็ปรี่เข้ามาจะปลดกางเกงข้า ด้วยความตกใจ ไม่พูดพร่ำทำเพลงข้าก็รีบหมุนกายหวังจะสาวเท้าหนีเขา

   ลืมเสียสนิทว่าเขามีวิชาตัวเขา เพียงพริบตา เขาก็เข้าถึงตัวข้า ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งเมื่อถูกเขาจี้สกัดจุดไว้ มือเรียวคว้าหมับ ดึงเข็มขัดออก พร้อมรูดกางเกงของข้าลงอย่างรวดเร็ว

   ในขณะที่ข้าทำได้แต่เพียงร้องไห้อยู่ในใจ

   ไม่เพียงเท่านั้นนิ้วมือเรียวยาวว่องไวของเขายังทำหน้าที่สำรวจตรวจตราอย่างจริงจัง

    เขาเช็ดมือไปมาที่ไหล่ของข้าเมื่อเสร็จสิ้นการสำรวจ ปลดจุดที่จี้ไว้ให้ข้า

        ข้ารีบกระโดดหนีจากเขา แต่กลับเป็นเขาที่พุ่งเข้ามาหาข้าแทน “เจ้าตอนองคชาตตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” แววตาเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ

        เขามองหน้าอึดอัดลำบากใจของข้า พยักหน้าอย่างเห็นใจ ไขว้มือไว้เบื้องหลัง เดินจากไปอย่างเงียบๆ พึมพำอะไรบางอย่างขึ้น “ที่แท้ในตำราที่เขียนถึงขันทีก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่เหมือนคนปกติทั่วไปจริงๆ”

        โอ้ สวรรค์ ยังมีคนที่ดูถูกคนอื่นด้วยวิธีนี้อีกไหมนิ

                ได้ยินไหม ข้าเป็นผู้หญิงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

**************

 

                แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าโซ้วกับคนต่างกันตรงไหน

                บางทีอาจจะต่างกันแค่คนกินข้าวกินธัญพืช แต่ฟางฮวาโซ้วกินดอกไม้ก็เท่านั้น

        ในโลกนี้มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่ดีกับข้า เขาเป็นเพียงโซ้วตัวหนึ่ง แต่กลับมีใบหน้าที่งดงามเกินกว่าสตรีใดในโลกนี้

                วันที่ 10 เดือน 10 ของทุกปี อาจารย์จะออกไปที่แห่งหนึ่งเพียงลำพัง และทุกครั้งจะกลับมาด้วยใบหน้าเหน็ดเหนื่อย รองเท้าสีขาวสะอาดสกปรกไปด้วยเศษดินสีเหลือง กายตลบไปด้วยกลิ่นหอมคละคลุ้งของอะไรซักอย่าง

        หลังจากนั้นเขาก็จะเอาแต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน ด้วยท่าทางเศร้าสร้อยไร้ชีวิตชีวา

        แต่ข้ากลับชอบให้เขาดื่ม เพราะมีเพียงยามเมามายเท่านั้นที่เขาจะดูเหมือนคนปกติธรรมดา ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง

        แสงไฟเหลืองอ่อนจากโคมไฟตกกระทบร่างบุรุษงดงามผู้เป็นอาจารย์ ไฝน้ำตาสีแดงเพลิงทอดตัวอยู่ใต้ดวงตางามคู่นั้น แพขนตายาวกระพริบถี่บดบังดวงตาคู่สวยไว้เบื้องหลัง คิ้วเข้มขมวดเป็นปมราวกับซุกซ่อนความเศร้าโศกไว้ภายใน เขารินเหล้าลงในแก้วของตน ยกซดครั้งแล้วครั้งเล่า

                เคยมีคนบอกข้าว่าไฝใต้ตานั้นเรียกว่าไฝน้ำตา คนที่มีไฝแบบนี้ชีวิตจะพบเจอแต่ปัญหา เส้นทางชีวิตขรุขระ

        ฟางฮวาดื่มไม่เก่ง และเพราะเหตุนี้ ทุกครั้งที่เมาเขาถึงพูดเยอะกว่าเวลาปกติ

        “มนุษย์ไม่ได้มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งหรือ เมาแล้วลืมทุกข์ แต่ทำไมข้าดื่มพันแก้วก็ยังไม่เมาเสียที”

                ตัวเขาโยกไปมา ยกมือชี้มาที่ข้า ก่อนจะหันกลับไปยกไหเหล้าตรงหน้าขึ้นกรอกใส่ปาก

        ข้าลอบถอนหายใจ เมื่อเห็นแขนเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหล้าของเขา

     แล้วยังจะพูดว่าตัวเองไม่เมา

          ข้าหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหัวไชเท้าดองขึ้นมาใส่ปากหนึ่งชิ้น เหลือบตามองเขาพร้อมเอ่ยเสียงดุ “อาจารย์ ท่านอย่าฟุ่มเฟือยเหล้าได้ไหม กว่าข้าจะหมักมาได้ซักไหไม่ง่ายนะ”

        เขาชะงักทันควัน ซักพักก็ทำท่าเข้าใจ กอดไหนั้นนั่งลงกับพื้น กระพริบตาปริบมองมาที่ข้า “เจ้าเด็กน้อย ข้าเลี้ยงเจ้ามาสองปี หนำซ้ำยังสู้เหล้าหนึ่งไหนี่ไม่ได้เชียวหรือ”

                ได้ ดื่มไป เลี้ยงข้ามาสองปี ยังไม่รู้อีกว่าข้าเป็นผู้หญิง

        ข้าส่ายหัว ปรายตามองเขา  ตะเกียบคีบเนื้อขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

        “กินมาสองปีแล้ว ไม่เบื่อหรือ” เขาเอ่ยถาม ขมวดคิ้วมอง เมาเต็มที่ เขาลุกขึ้นมา สายตาจับจ้องอยู่ที่เนื้อชิ้นนั้น ก่อนจะโน้มตัวลงมา แย่งตะเกียบที่คีบเนื้อนั้นไปจากมือข้า จัดการยัดเนื้อที่เต็มไปด้วยน้ำมันนั้นเข้าปาก

                อ่าาาาาาาาาาาาาาาา

                คนผีทะเล มามุขนี้อีกแล้ว

                 “ห้ามคาย” ข้าทำตาโตดุใส่เมื่อเห็นสีหน้าเขา ไม่รู้หรืออย่างไรว่าตอนนี้เนื้อแพงขนาดไหน

                หน้าเขาเปลี่ยนสี ใบหน้าดูขมขื่นยามกลืนมันลงไปในคอ “ไม่อร่อยซักนิด

          “ปกติท่านกินแต่ดอกไม้ ก็ไม่ควรคิดจะมาเลียนแบบข้ากินเนื้อ กินไม่ได้ คราวหน้าเมาแล้วก็อย่ามาแย่งข้ากิน”

        “จริงๆแล้ว แต่ก่อนก็มีคนเคยป้อนให้ข้ากิน” เขาโยนตะเกียบทิ้ง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “ดูเหมือนว่าตอนนั้นรสชาติจะไม่ได้แย่ขนาดนี้”

     อ๋าาาาาาาาาา ข่าวใหม่

                “อาจารย์ เคยมีคนป้อนท่านด้วยรึ” ข้ารีบถามต่อ

        เขาค่อยๆยันกายขึ้นจากโต๊ะ แววตาล่องลอยไปไกล “นานมากแล้ว นานจนข้าแทบลืมคนคนนั้นไปเสียแล้ว”

                เขายิ้มบางๆให้ข้า โน้มกายลงมา ยกแขนขึ้นโอบข้าเข้าไปในอ้อมกแขน ข้ารู้สึกราวกับตนเองกำลังเมาอยู่เช่นกัน

ฟางฮวาซบหน้าเข้ามาที่ต้นคอข้า ผมยาวสลวยสีดำสนิทสยายไปทั่วร่าง แพขนตางอนงามกระพริบถี่ ไฝน้ำตาสีแดงเม็ดนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าหมอง รู้สึกได้ถึงความเศร้าหมองโดดเดี่ยวของผู้เป็นเจ้าของ น้ำเสียงอ่อนโยนหม่นหมองเอ่ยขึ้น

    “ท่าทางของเจ้า เหมือนเขาไม่ผิด”

                เขาไม่เคยพูดกับข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนี้มาก่อน

                แขนแข็งแรงกระชับร่างข้าแน่นขึ้น

                ลมหายใจอุ่นๆผสมกลิ่นเหล้าหอมกรุ่นกระทบเข้าที่ต้นคอ ได้ยินเพียงเสียงหัวใจตนเองที่เต้นตูมตามสะท้อนอยู่ภายใน

   ฟางฮวาในยามนี้ช่างดูเศร้าหมองนัก อ้อมกอดที่กอดข้าอยู่นี้กำลังกอดใครอยู่กันแน่นะ

        “อาจารย์ ท่านเมาแล้ว” ข้าไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ในที่สุดข้าก็ผลักเขาออกไปจากร่างได้สำเร็จ

                ร่างนั้นล้มลงไปบนพื้น หัวเราะขึ้นด้วยแววตาเศร้าหมอง ไฝน้ำตาสั่นไหวไปมา “ไร้สาระ ถึงข้าอยากจะเมา แต่กินพันแก้วก็ยังไม่เมา”

        ความรู้สึกสงสารสะท้อนขึ้นมาจับใจ ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าสิ่งใดที่ทำให้เขาเศร้าหมองได้ถึงเพียงนี้ ข้าโน้มกายลง หมายจะช่วยพยุงเขาขึ้นมา แต่ร่างทั้งร่างกลับถูกมือเรียวกระชากลงไปกองอยู่ในอ้อมแขนเขา กอดรัดข้าไว้แน่น

                 “นอนเป็นเพื่อนข้าคืนหนึ่งได้หรือไม่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

        ข้ากลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เงยหน้าขึ้นมองเขา ใจเต้นโครมครามแทบจะทะลุออกมา

    แค่นอนเท่านั้นแน่รึ

                แต่ร่างกายที่แบนราบราวกับไม้กระดานยามนี้ของข้า ก็คงเป็นได้แค่หมอนข้างให้เขากอดได้เท่านั้นแหละ

                เขาหลับตาลง อ้อมแขนรัดข้าแน่นขึ้น

        เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่มิรู้ ลมหายใจของคนข้างๆสม่ำเสมอราวกับหลับแล้ว

                “อาจารย์ วันที่10 เดือน10 ปีหน้า ท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่” ข้าดึงแขนเสื้อเขา เงยหน้าขึ้นรอคำตอบ

        “อืม” เขารับปากเบาๆ

        แสงจันทราสาดส่องลงมาจับร่างข้างๆ กลิ่นหอมจากเหล้าดอกไม้ตลบไปทั่วห้อง คนข้างกายของข้าคือ อาจารย์ของข้าเอง เขามีใบหน้าอันงดงามหมดจดเหนือกว่าผู้ใดในโลก

                แต่ ข้ากลับลืมไปเสียอย่างหนึ่ง

        เขาดื่มไม่เก่ง มิหนำซ้ำยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเมาไม่เคยได้อีกด้วย

        และข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า พ่อเซียนหนุ่มผู้นี้จะนอนดิ้นตลอดทั้งคืน เขากอดข้ากลิ้งไปกลิ้งมา บางครั้งก็ดันข้าไปจนติดกำแพง ทับข้าเสียจนติดผนัง จนข้าปวดไปทั้งตัว

        เขาตื่นขึ้นมาในอีกเที่ยงตรงของอีกวัน ยังคงกอดข้าไว้

                ข้าเปิดเปลือกตาขึ้น ตั้งใจจะดูใบหน้าเขายามอธิบายและขอโทษที่ใช้กำลังบีบบังคับเด็กน้อยตาดำดำคนหนึ่งมาตกระกำลำบากถึงเพียงนี้

        ผลลัพธ์คือ เขาเพียงแต่ปรายตามองข้านิดนึง เอ่ยเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าไม่ชอบสัมผัสกับมนุษย์” มือยังคงกอดข้าไว้ แต่สายตาที่ส่งมากลับบอกเป็นเชิงว่า ครั้งหลังอย่าได้ริอาจมานอนบนเตียงเดียวกับข้าอีก

            “อาจารย์ ท่านต่างหากดื่มจนเมา ลากข้าขึ้นมาบนเตียง” ข้าปรายตาค้อนใส่ โมโหเลือดขึ้นหน้า

                “ไร้สาระ” เขาผลักข้าออกจากร่าง ค่อยๆยันกายลุกขึ้น ส่ายหัวไปมาราวกับผู้ใหญ่ที่ไม่อยากถือสาเด็ก

                ในขณะที่ข้าทำได้เพียงแค่อ้าปากค้างอยู่กับที่

                เขาเดินไปหยิบกระจกขึ้นมาหวังจะรวบผม ใบหน้าไร้ความรู้สึกอึ้งไปครู่ ก่อนที่นิ้วมือเรียวยาวจะยกขึ้นมาแตะริมฝีปากที่ยังมีคราบน้ำมันติดอยู่ หันกลับมาเอ่ย

                “เสาเอ่อ ข้าบอกเจ้ากี่รอบแล้วว่า คราวหน้าถ้าข้าเมา ไม่ต้องบังคับข้ากินเนื้อ”

        เอ่อ! ข้าเพียงแต่อยากขอร้องท่านว่าคราวหลังเมาแล้วอย่ามาแย่งเนื้อของข้ากิน

                “ท่าทางแบบนี้หมายความว่าอย่างไร อาจารย์ไม่เคยสั่งสอนเจ้าแบบไม่มีเหตุผล ผิดก็คือผิด”

                ข้าถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ร่ำไห้อยู่ในใจ

                “อีกอย่าง ทำไมกายข้าถึงมีแต่กลิ่นเหล้า” เขาลุกขึ้น ยกแขนขึ้นดม ใบหน้าเยือกเย็นเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ “เสาเอ่อ เจ้าทำไม่ถูกนะ ถึงแม้ว่าบ้านเราจะหมักเหล้าไว้เยอะ แต่เจ้าก็ไม่ควรปล่อยให้ข้าเอามาอาบ รู้หรือไม่

         อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

                ข้าอยากยกเก้าอี้ขึ้นทุ่ม

                และนี่ก็คือวีรกรรมยามเมาของอาจารย์ข้า ฟางฮวา

**********************************************

*นางเอกชื่อเล่นคือ เสาเอ่อ (勺儿ชื่อจริงชื่อ เสาฮวา (勺嬅)ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า เสาฮวา(韶华แปลว่า ช่วงเวลาดีๆ)


สวัสดีคร้า ก่อนอื่นฉากนี้ใครฟินจิกหมอนเหมือนผู้แปลบ้างค่ะ ขอเสียงหน่อยคร้า >////< อยากจะบอกว่าผู้แปลตอนอ่านก็จิกหมอนไป ตอนแปลก็จิกหมอนไป หมอนจะขาดอยู่แล้วคร้าาาา คือแบบนางเอกของเราแอบหื่นเล็กน้อย 555++ อาจงอาจารย์ก็ไม่ละเว้น อาจารย์ก็เมาทีไรได้เรื่องทุกที ผู้แปลล่ะอยากจะให้เมาบ่อยๆ 55


ขอตอบคำถามที่รู้สึกจะมีผู้อ่านหลายท่านสงสัยกันเยอะนะคะ ว่าเรื่องนี้มีทั้งหมดกี่ตอน เรื่องนี้มีทั้งหมด 40 ตอนใหญ่ค่ะ (ผู้แปลจะแบ่งอัพเป็นตอนย่อยสองตอนนะคะ เพื่อไม่ให้ในหนึ่งตอนเยอะเกินไป สรุปเราจะเจอกันประมาณ 80 ตอนค่ะ)


เห็นผู้อ่านหลายคนบอกว่าเรื่องนี้ เศร้า TOT  ผู้แปลขอยอมรับค่ะ ว่าช่วงหลังๆเศร้าจริง แต่ว่าช่วงครึ่งแรกยังเป็นฉากน่ารักๆ ฟินจิกหมอนระหว่างเสาเอ่อและฟางฮวา แล้วก็เป็นความน่ารักแบบโก๊ะๆของฟางฮวาที่ไม่รู้ว่าในโลกนี้มีอีกเพศหนึ่งที่เรียกว่า ’ผู้หญิง‘ ค่ะ เลยชวนให้เกิดเรื่องน่ารักๆขึ้นมาให้เราจิกหมอนกัน >////< 

ในตอนหน้าเราจะได้รู้จักกับฟางฮวาโซ้วมากขึ้นค่ะ คอยติดตามนะคะ ^____________^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1320 SAOW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 15:17
    เมาหน้ามึนมากกกกก สงสารนางเอกขึนมาทันที 555
    #1,320
    0
  2. #1214 Tangmoja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 18:26
    อาจารย์เมาแล้วไม่รู้เลยเหรอออออออ
    #1,214
    0
  3. #1183 cocozyrup (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 11:42
    ซือฝุทำไมน่ารักอย่างเน้~~~
    #1,183
    0
  4. #1156 Kratai Hime Chan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 22:32
    เดี๋ยวนะคะ เรื่องนี้จบไม่แฮปปี้หรอค่ะ เห้ยยยยยย เตรียมทิชชูไม่ทัน
    #1,156
    0
  5. #991 Pep.mintz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 23:19
    ฟางฮวาเมาน่ารักมากๆ เสาเอ๋อถึงกับเอือม
    #991
    0
  6. #845 TiNa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:56
    แง ครึ่งหลังเศร้าจริงเหรอเนี่ย
    #845
    0
  7. #515 yaowarak_w (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 00:00
    แปลได้น่ารักมากคะ
    จะพยายามสตองค์มากๆเมื่อช่วงครึ่งหลัง^0^
    #515
    0
  8. #447 Penguin[G] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 19:55
    เศร้าเหรอ ฮือออออออออ
    ใบ้หน่อยได้มั้ยคะว่าทั้งคู่ได้รักกันมั้ย
    #447
    1
    • #447-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      7 พฤษภาคม 2559 / 20:59
      เรื่องนี้จบดีคร่าแต่ระหว่างทางครึ่งหลังจะเศร้ามากกกก :)
      #447-1
  9. #337 สามศูนย์หนึ่ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 23:19
    ขอบคุณค่ะ
    #337
    0
  10. #293 kiriyu_kura (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:05
    #ลั่น 555555 ถถถถถ อาจารย์
    #293
    0
  11. #258 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 23:19
    5555555555555555555555555555555555555555555 เจ้าตอนองคชาตตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
    อ่านยังไม่จบเลื่อนลงมาสกรีมก่อน โอ๊ยยยยยยยย ขำไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวมาเม้นต่อนะคะ
    #258
    0
  12. #244 1964 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 00:38
    สุดยอดท่านอาจารย์เมาแล้วทำได้ทุกอย่างที่ไม่ชอบ พอหายเมาแหละตำไม่ได้โบ่ยความผิดให้ลูกศิษย์หมด 555+
    #244
    0
  13. วันที่ 16 เมษายน 2559 / 05:39
    สงสาร 555555
    #200
    0
  14. #159 9namfon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:16
    55555 เสาเอ้ย
    #159
    0
  15. #122 jumnaka285 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 15:32
    ชอบค่ะ น่ารัก สนุกดี แปลต่อไปเรื่อยๆนะคะ
    #122
    0
  16. #51 Peenunid (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 17:02
    ชอบค่ะ พล็อตแปลกดี น่าสนุก
    #51
    1
    • #51-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      3 เมษายน 2559 / 20:54
      ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ^^
      #51-1
  17. #46 t_g_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 10:59
    แปลดีค่ะ ชอบบ ถึงจะไม่ชอบเสพดราม่าแต่ก็หลวมตัวอ่านไปแล้วค่ะ5555 ถ้าจบแฮปปี้ก็โอเค ว่าแต่พระเอกนี่อาจารย์ใช่ไหมคะ
    #46
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #46-2 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      1 เมษายน 2559 / 16:34
      ห้าห้า ขอโทษที่หลอกเข้ามานะคะ จบแฮปปี้คร้า แต่ระหว่างทางมีอะไรติดตามกันต่อไปเนอะ พระเอกใครกันแน่ขออุ๊บไว้ลุ้นกันแล้วกันนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามคร้า ^^
      #46-2
  18. #42 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 05:41
    เราก็มีไฝใต้ตาค่ะ 555 ขอถามหนึ่งคำถามค่ะ จบแบบมีความสุขหรือเปล่าค่ะ

    เพราะถ้าจบแบบมีความสุขระหว่างทางจะเศร้าเราโอเค แต่ถ้าจบแบบทุกข์เราจะได้ไม่อ่านต่อค่ะ



    ตอนนี้เราก็แอบเขินนะ 555
    #42
    1
    • #42-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      1 เมษายน 2559 / 16:26
      เรื่องนี้จบมีความสุขคร้า ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ ^^
      #42-1
  19. #29 Long Shang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 19:27
    ฟินนนนน
    #29
    1
    • #29-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      30 มีนาคม 2559 / 21:07
      ดีใจจัง มีคนฟินเหมือนกัน
      #29-1
  20. #28 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 15:10
    มีไฝใต้ตา..อ่านแล้วนึกถึงอนันดาทุกที ถ้าอนันดาแต่งตัวแบบฟางฮวาจะหล่อขนาดไหนกันนะ??
    #28
    1
    • #28-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      30 มีนาคม 2559 / 21:08
      ห้าห้า ฟางฮวาโหมดลูกครึ่งป่ะคะ
      #28-1
  21. #26 Greatboonma (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:53
    น่าติดตามมากเลยคะ 
    แปลได้น่ารักมาก
    #26
    1
    • #26-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      30 มีนาคม 2559 / 21:08
      ขอบคุณมากคร้า คนแต่งเขาแต่งมาน่ารักอยู่แล้วด้วยคร้า
      #26-1
  22. #24 Iris Cristal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 16:25
    อ่านเรื่องย่อแล้วก็พอรู้ว่าเรื่องมันเศร้า แต่ก็จะยังอ่านต่อไป ชอบคะ
    อยากจับอาจารย์กรอกเหล้ายังไงไม่รู้ ถ้าตอนเมาจะเป็นอย่างนี้ *-*
    #24
    1
    • #24-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      29 มีนาคม 2559 / 16:45
      ดีใจจังที่มีคนฟินเหมือนกัน ห้าห้า ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ
      #24-1
  23. #21 นักอ่านเงา💞😘 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:37
    สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #21
    1
    • #21-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      30 มีนาคม 2559 / 21:09
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
      #21-1
  24. #20 อำพร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:34
    สนุกค่า จะรอติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ
    #20
    1
    • #20-1 Shui Jing(จากตอนที่ 2)
      30 มีนาคม 2559 / 21:09
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
      #20-1
  25. #19 Nuatong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 15:16
    รอค้าาา

    #19
    0