นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 19 : จอมยุทธิ์เซียวเสียน กับ คุณชายทั้งเจ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

รัชสมัยชิ่ง หลังจากฮ่องเต้ทรงสวรรคต รัชทายาทขึ้นครองราชสมบัติ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น เหย่า

ฮ่องเต้หานครองราชสมบัติ ราษฎรร่มเย็นเป็นสุข ลดการเรียกเก็บภาษีราษฎร กำลังทหารแข็งแกร่ง จนได้รับการลือขานว่าเป็นฮ่องเต้ผู้มากด้วยพระปรีชาสามารถ

แต่น่าแปลกที่พระองค์กลับไม่มีความคิดที่จะรับสนมเลยแม้แต่คนเดียว เหล่าขุนนางต่างพากันเกลี่ยกล่อม หากแต่ไม่เป็นผล ทำให้เป็นที่เหล่าขานโจษจันกันไปทั่ว

ห้าปีต่อมา

ทุกอย่างผ่านไปอย่างเงียบสงบ

หากพูดถึงราชสำนักและชาวบ้านธรรมดาสามัญที่อยู่ร่มเย็นเป็นสุขหลังจากฮ่องเต้หานขึ้นครองราชสมบัติ

ถ้างั้น

เมื่อพูดถึงยุทธภพแล้ว กลับมีนักบรรเลงพิณผู้หนึ่ง ที่ทำเอาจอมยุทธ์ในยุทธภพอกสั่นขวัญแขวนเมื่อได้ยินชื่อ เป็นที่โจษจันเลื่องลือไปทั่ว

คนผู้นี้ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นบุรุษหรือสตรี เนื่องด้วยทุกครั้งร่างลึกลับจะปกปิดใบหน้าด้วยผ้าผืนบาง แต่งกายแบบบุรุษเพศแต่กลับมีน้ำเสียงที่อ่อนหวานนุ่มนวลราวกับสตรี ไปมาอย่างไร้ร่องรอย แต่กลับมีงานอดิเรกอย่างหนึ่งก็คือ ชอบสะสมชายงาม ทุกครั้งที่เขาพบบุรุษรูปงาม เขาจะต้องบรรเลงพิณหนึ่งบทเพลง นิ้วเรียวยาวปราดเปรียวดีดบรรเลงเพลงไพเราะเสนาะหู ว่ากันว่าหาฟังได้ยากยิ่งบนโลกมนุษย์ เพียงพริบตา เมื่อสติกลับมา บุรุษร่างงามนั้นก็ถูกเขาลักพาตัวไปเสียแล้วอย่างไร้ร่องรอย

ได้ยินมาว่า

การหายตัวไปของเจ้าสำนักพรรคอู่หลิน เมื่อปีก่อนก็เกี่ยวพันกับเขาเช่นกัน

            เรื่องเล่าลือมีอยู่สามแบบด้วยกัน แบบแรกคือ ในระหว่างที่เจ้าสำนักพรรคอู่หลิน ออกมาท่องยุทธภพ ชื่นชมธรรมชาติ และความสง่างามของตนที่ไม่มีใครเทียบติด แถมวรยุทธ์ยังเป็นอันดับหนึ่งไม่รองใคร ซึ่งในยุทธภพนี้คงหายากที่จะมีใครคู่ควรกับเขาได้อีกแล้วอยู่นั้น จังหวะนั้นคลื่นน้ำในทะเลสาบแปรปรวน เสียงบรรเลงพิณสะท้อนกังวานอยู่ท่ามกลางหุบเขา ร่างงดงามราวกับเทพเซียนเหาะลงมาเบื้องหน้า ร่างทั้งร่างของเขาสั่นเทา ราวกับพบรักแรกพบ คล้ายต้องมนต์ ยอมมอบกายถวายชีวิต หลังจากนั้นเจ้าสำนักพรรคอู่หลิน ก็หายสาบสูญไปจากยุทธภพ

                เรื่องเล่าขานแบบที่สองเล่าว่า เจ้าสำนักพรรคอู่หลินกำลังนอนอยู่บนเตียงในบ้านเพื่อพักผ่อน ทันใดนั้นเสียงพิณดังก้องกังวาลขึ้น ร่างนั้นบุกเข้ามาทางหน้าต่างยามดึก สองร่างสู้กันอยู่นาน ในที่สุดเจ้าสำนักพรรคอู่หลินก็พ่ายแพ้ ถูกเขาพาตัวไป เสียงพิญหยุดลง และเจ้าสำนักพรรคอู่หลินผู้สูงศักดิ์ก็หายไปจากยุทธภพนับจากนั้นมา

                เรื่องเล่าขานแบบที่สามเล่ากันว่าก่อนที่เจ้าสำนักพรรคอู่หลินจะได้เป็นเจ้าสำนักนั้น เคยถูกคนลอบวางยาพิษ โชคดีที่ได้สตรีลึกลับนางหนึ่งช่วยชีวิตไว้ หลังจากนั้นเจ้าสำนักพรรคอู่หลินก็พร่ำคิดถึงนางมาตลอด จนกระทั้งอยู่มาวันหนึ่งเขาได้พบร่างในชุดหมวกคลุมพรางหน้าอันงดงามราวกับเทพเซียนของคุณชายถือพิณผู้หนึ่งบนถนน  ด้วยความตื่นเต้นเจ้าสำนักพรรคอู่หลินตะโกนขึ้นดังลั่น รั้งร่างนั้นเอาไว้

“เจอกันอีกครั้ง ทำไมไม่เอ่ยวาจาใดก็จะจากไปเสียเล่า” มือเขารั้งร่างนั้นเอาไว้ ร่างสองร่างยื้อยุดกันไปมา เจ้าสำนักอู่หลินโอบร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน ร่างนั้นโยนพิณที่ถืออยู่ในมือทิ้ง ก่อนที่สองร่างจะเหาะหายไป สูญหายไปจากยุทธภพ

ดังนั้น บนโลมมนุษย์จึงขาดคนสำคัญไปสองคน

หนึ่งคือเจ้าสำนักพรรคอู่หลิน

อีกหนึ่งคือบุตรชายของแม่ทัพในรัชสมัยฮ่องเต้องค์ก่อน เล่าขานกันว่าเขาเป็นนักโทษของราชสำนัก รูปร่างงามสง่านั้นถูกสักเคล็ดวิชาอันล้ำค่าเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่ร่างกายนั้นอ่อนแอ ไม่สามารถฝึกวิทยายุทธ์ได้ แถมยังเป็นใบ้

                เมื่อพูดถึงพิณที่แตกออกเป็นสองส่วนนั้น

                ได้ยินมาว่าถูกคนมากมายแย่งกันไป เล่าขานกันว่าแค่เพียงเศษเสี้ยวเล็กๆของไม้ ยังสามารถขายได้ในราคาสูงถึงหมื่นก้อนทองคำ

                แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงเรื่องเล่าขานต่อกันมาหลายต่อหลายปากเท่านั้น

                แท้จริงแล้วคนถือพิณผู้นี้ ข้างกายมีคุณชายถึงเจ็ดคนคอยดูแล เรื่องที่ว่ารูปร่างหน้าตาของแต่ละคนเป็นเช่นไรไม่มีใครเคยรู้หรอก เนื่องจากไม่เคยมีใครสามารถเข้าไปในบ้านของพวกเขาได้แม้แต่คนเดียว

                อีเอ๋อร์ (คุณชายหนึ่ง) พูดน้อย มีความสามารถทางการทำธุรกิจ มาจากตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวย

                เอ้อเอ๋อร์ (คุณชายสอง) และ ซานเอ๋อร์ (คุณชายสาม) คนหนึ่งเชี่ยวชาญด้านการแก้พิษ อีกคนหนึ่งพบใครก็วางยาพิษ ขนานนาม หยกคู่               

   ซื่อเอ๋อร์ (คุณชายสี่) เชี่ยวชาญ ธาติทั้งห้า มีพรสวรรค์ในด้านการแปลงโฉม

                อู่เอ๋อร์ (คุณชายห้า) รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ แต่มีกำลังยุทธ์ร้ายกาจ

                จนถึง หลู่เอ๋อร์ (คุณชายหก) รูปร่างงามสง่า น่าเสียดายที่เป็นใบ้

            ชีเอ๋อร์ (คุณชายเจ็ด) นิสัยขี้เล่น มีความคิดและนิสัยแปลกประหลาด กำลังภายในยากหาใครเทียม เขาเป็นเพียงคนเดียวที่จอมยุทธิ์ถือพิณลักพาตัวออกมาจากบ้าน เป็นคนที่ได้รับการโปรดปรานมากที่สุด ดังนั้นเรื่องทุกอย่างในบ้านจึงถูกมอบหมายให้อยู่ในการดูแลของเขา

                สำหรับ จอมยุทธิ์ถือพิณ

                มีชื่อว่า ฮวา

                แต่คนในยุทธภพเรียกเขาว่า จอมยุทธิ์เซียวเสียน

**************************************

                “นี่ ใครเห็นรองเท้าของข้าบ้าง เช้าขนาดนี้แล้ว” ข้าชันกายลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นแตะตรงศีรษะนิดหนึ่ง ก่อนจะล้มตัวลงไปบนที่นอนอีกครั้ง

                “ไม่ใช่แต่เช้าแล้วกระมัง” ร่างในชุดสีเหลืองก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้างามสง่าตรึงตาคลี่ยิ้มขึ้น แต่กลับทำให้ตัวข้าเย็นเยียบสั่นไปทั้งกาย เขาทรุดกายลงนั่งบนเตียง “ยังทันกินข้าวเที่ยงอยู่ วันนี้ทำไมถึงตื่นแต่เช้าเล่า”

                ข้าแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ บิดขี้เกียจไปมา

     “เมื่อคืนไปลืมถอดไว้ที่ห้องอู่เอ๋อร์ล่ะซิ?” พูดจบเขาก็เขาก็ล้วงมือไปทางด้านหลัง มือเรียวยาวยื่นรองเท้าออกมาเบื้องหน้า หมุนมือไปมาเบื้องหน้าข้า

     ข้าคลี่ยิ้มขึ้น เสน่ห์บนใบหน้าเขาดูคล้ายใครคนหนึ่งไม่มีผิดเพี้ยน

     ข้าอึ้งไปครู่ คลี่ยิ้มขมขื่นขึ้น

     “ซานเอ๋อร์เลิกวุ่นได้แล้ว นายท่านนอนมาทั้งวัน ตื่นขึ้นมาน่าจะหิวแล้ว” ร่างอายุอานามสิบเจ็ดสิบแปดเดินเข้ามาในห้อง เขาปิดประตูลง แย่งรองเท้าจากมือของชายชุดเหลืองไป คิ้วขมวดมุ่น มองสำรวจมันนิดหนึ่ง ลูบๆคลำๆ ก่อนจะค่อยๆย่อกายลงคุกเข่าอยู่กับพื้น ยกเท้าข้าขึ้นมาหมายจะช่วยข้าใส่

     ร่างข้าสั่นเทา แต่เขากลับเพียงคลี่ยิ้มเอ่ยขึ้น

     “ข้าตรวจสอบแล้ว เขาไม่ได้วางยาพิษอะไรไว้ในรองเท้า เอ้อเอ๋อร์ปรนนิบัติท่าน ท่านไม่ต้องกังวล ”

                 “วิชาพิษของเขาเรียนมาจากข้าทั้งนั้น มีรึจะกล้าวางยาข้า ข้าแค่กลัวเขาจะวางยาปลุกอารมณ์ข้าเสียมากกว่า” ข้าเอ่ยตรงไปตรงมา

                ร่างในชุดเหลืองฮึมฮัมอะไรบางอย่าง ทำตาเขม็งมองข้า

                เอ้อเอ๋อร์หัวเราะขึ้น “นายท่าน ในโลกนี้ท่านไม่เคยกลัวใคร ทำไมช่วงนี้ฝึกวิทยายุทธ์ฝึกจนขี้กลัวไปเสียแล้วเล่า”

***************************************

      “คัมภีร์ไร้กังวล ทุกวันนี้ฝึกมาถึงขั้นที่เจ็ดแล้ว กำลังภายในพัฒนาไปไม่น้อย แต่ตอนนี้กลับชอบลืมเรื่องต่างๆ ข้ากลัวว่า ฝึกจนถึงขั้นที่แปดแม้แต่พวกเจ้าเป็นใครข้าก็คงจะจำไม่ได้ ข้าต้องคอยระวังเจ้าเด็กนี่ไว้หน่อย ถ้าตกหลุมพรางเข้าไปแล้ว ข้าอาจจะนึกยาแก้ขึ้นมาไม่ทัน”

“ก็มีแต่ท่านเท่านั้นแหละที่เลือกฝึกกำลังภายในที่ทำร้ายตนเองแบบนั้น” คุณชายแห่งพิษใส่อารมณ์โกรธขึ้น ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยเสริมต่อ “ถ้าไม่อยากตกหลุมพรางข้า ก็ไม่ควรจะฝึกมันอีก”

“เสี่ยวซาน นายท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อย่าดุนางแบบนั้นซิ” เอ้อเอ๋อร์เอากระถางร้อนวางลงตรงตักข้า คลุมผ้าผืนหนาลงทับไว้อีกที “อย่างน้อยฝึกคัมภีร์ไร้กังวลก็ยังดีกว่าการที่ท่านกินผงลืมทุกข์ทุกวันทุกคืนอย่างแต่ก่อนมิใช่รึ”

ไร้กังวลอ่า ไร้กังวล

จนถึงตอนนี้คำสามคำนี้ราวกับห้วงหมอกในอดีต มลายหายไปไม่น้อย หวนคิดถึงตอนแรกๆที่ข้าใช้ผงลืมทุกข์ผสมเหล้าดื่มอยู่ทุกวัน ดูเหมือนว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเหลือเกิน

นิ้วมือเย็นเชียบสัมผัสอยู่ตรงกระถางใส่ถ่านร้อนๆตรงหน้าตัก รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย เอ้อเอ๋อร์หวีผมให้ข้าไปมา รวบผมข้าขึ้นก่อนจะปักปิ่นไม้ที่ดูธรรมดาๆด้ามนั้นลงไป

แสงแดดส่องสว่างฉายแสงอยู่ตรงหน้าต่างเบื้องนอก ทำเอาร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

ข้าหรี่ตาปรือ รู้สึกสบายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

เป็นเรื่องบังเอิญที่ได้คัมภีร์ไร้กังวลมาอยู่ในมือ แต่เรื่องที่ฝึกมันกลับเป็นเรื่องที่ข้าตั่งใจ

ไร้กังวล ไร้ทุกข์ ไร้ซึ่งความกังวลใจกับเรื่องราวที่ผ่านมา

แท้จริงแล้วความหมายที่แท้จริงของ ไร้กังวล ก็คือ การจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้

             “เคล็ดวิชาที่หลู่เอ๋อร์ให้นายท่านนั้นช่างแปลกประหลาด ฝึกขั้นที่หนึ่งถึงห้ากำลังภายในพัฒนาขึ้นไม่น้อย แต่พอผ่านขั้นที่ห้าไปแล้วยิ่งฝึกยิ่งไม่อาจหยุดได้ ดูจากชีพจรแล้วไม่เหมือนลมปราณเข้าแทรก แต่ก็ไม่รู้ว่าเคล็ดวิชานี้จะมีผลกระทบอะไรกับร่างกายของท่านบ้าง ข้าว่าท่านอย่าฝึกอีกเลย” เอ้อเอ๋อร์ยกชายแขนเสื้อเขาขึ้น หยิบผ้าอุ่นๆผืนหนึ่งวางลงบนมือข้า

            ข้าคลี่ยิ้ม กางมันออกเช็ดลงบนหน้า ถอนลมหายใจยาวๆออกมา “เลิกตอนนี้ ก็เท่ากับว่าที่ฝึกมาก่อนหน้านี้สูญเปล่าล่ะซิ ถ้าสามารถฝ่าขั้นที่เจ็ดไปได้แล้ว ฝึกถึงขั้นที่แปด ความสามารถในการจำก็คงจะกลับมาเป็นปกติ ช่วงนี้เจ้าเพียงแต่คอยระวังเสี่ยวซาน อย่าให้เขาวางยาข้า ข้าก็ยิ่งกว่าไร้กังวลแล้ว”

            “ท่าน แค่ฟังก็รู้ว่าเป็นเสียงโกรธๆของคุณชายแห่งพิษ

   “ออกไปห่างๆหน่อย อย่าเอามือมีพิษของเจ้ามาโดนนายท่าน”

            ข้ามองผ่านผ้าเช็ดหน้า เห็นใบหน้าของราชาพิษแดงก่ำไปด้วยความโกรธ แต่กลับไม่เอ่ยวาจาใดออกมา

ข้ายกยิ้มมุมปาก นึกอยากจะแกล้งเขาขึ้นมา ยกนิ้วชี้แตะตรงคางเสี่ยวเอ้อ เชิดใบหน้าของเขาขึ้นมา เอ่ยเสียงหวาน “ที่รัก ยังคงเป็นเจ้าที่ดีกับข้า”

            เสี่ยวเอ้อแอบหัวเราะขึ้น

            คุ้นเคยดีกับความขี้เล่นของข้าเป็นอย่างดี

            เจ้าเด็กน้อยนี่ แม้ว่ายิ้ม ก็ยังดูเศร้าหมอง ทำเอาใจข้ากระตุกวาบ เจ็บปวดไปหมด

            “นับแต่ที่นายท่านช่วยเอ้อเอ๋อร์ชำระแค้นตระกูลศัตรูวินาทีนั้น ข้าคิดเพียงแต่ว่าจะดูแลปรนนิบัตินายท่านให้ดี” เขาเงยหน้าขึ้นมองข้า น้ำเสียงวิงวอนเอ่ยขึ้น “ดังนั้น คืนนี้ อย่าไล่ข้าไปได้หรือไม่

                “จะได้อย่างไรกัน”

    มือข้าสั่นเทา ชักมือกลับมาทันที ลอบมองใบหน้าที่ทำตัวไม่ถูกของคนเบื้องหน้า เห็นเขาหัวเราะขึ้น รู้สึกอายขึ้นมา

                ข้าพบเอ้อเอ๋อร์เมื่อสี่ปีก่อน

                ที่จริงแล้วข้าไม่คิดว่าจะช่วยเขา แต่จังหวะที่เขาถูกมัดอยู่กลางกองเพลิงนั้น ร่างที่มีเพียงชุดบางๆชั้นเดียวนั้นยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง ไร้หนทางขัดขืน

                คนวางเพลิงเป็นคนในยุทธภพ ดูเหมือนจะต้องการให้เขาตาย

                ท่ามกลางกองไฟที่กำลังลุกโชนเขากลับยังคงยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้น จนถึงทุกวันนี้ข้าก็ยังบรรยายไม่ถูก หัวใจข้าอดไม่ได้ที่จะเต้นรัวยามย้อนกลับไปถึงฉากใบหน้าที่ดึงดูดใจยามนั้นของเขา

                ดังนั้น ข้าจึงยื่นมือช่วยเขาเอาไว้ เพราะข้ารู้ว่า ข้าคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตถ้าไม่ยื่นมือช่วยเขาเอาไว้

                เพราะว่ารอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความเศร้า

                เสี้ยววินาทีนั้น ข้านึกถึงฟางฮวา

                ใครจะไปรู้ว่า หลังจากช่วยเขาแล้วข้าถึงรู้ว่าเขาเป็นบุตรบุญธรรมของราชาแห่งยา ได้ยินมาว่าราชาแห่งยาก่อนตายได้ทำยาชนิดหนึ่งให้เขาอาบ ร่างทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยสรรพคุณยาทุกชนิด เลือดของเขามีค่ายิ่งกว่าทองคำ ถ้าเมื่อครั้งที่ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงประชวร ได้เจอเขาก่อนหน้านี้ เอาเลือดของเขาเพียงนิดไปดื่ม ความจริงแล้วไม่ต้องถึงมือฟางฮวา อาการก็จะดีขึ้นถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว

                ข้าค่อยๆลูบศีรษะเขาเบาๆ อ่อนโยนแผ่วเบา เขาเป็นคุณชายที่เฉลียวฉลาดที่สุดในบรรดาคุณชายทั้งเจ็ด และเป็นคนที่ชอบเกาะติดข้ามากที่สุดเช่นกัน

                แค่เกาะติดมากเกินไปเท่านั้น

                สติข้ากลับมา กระแอมไอขึ้นเบาๆทีหนึ่ง

                “เอ้อเอ๋อร์ ครั้งก่อนข้าวานให้คนเอาสมุนไพรหายากกลับมา เจ้าไม่ได้แช่น้ำสมุนไพรมาตั่งนานแล้ว สมุนไพรในรถม้าทั้งรถ เจ้าไปเลือกเอา จะใส่เท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้า เลือกเอาตามใจชอบ”

                ข้าคลี่ยิ้มขึ้น

                มือข้าแตะเบาๆลงบนหน้าเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับคุณชายแห่งพิษ “เสี่ยวซาน ครั้งหน้าห้ามใส่ชุดสีเหลืองอีก ข้ามองแล้วขัดตา”

                คุณชายแห่งพิษทำตาโพลงใส่ข้า สะบัดแขนเสื้อ เดินออกไปจากห้อง

                ข้ากลั้นยิ้มไว้ ที่จริงแล้วชุดนี้ถือได้ว่าเป็นชุดที่เหมาะกับเขา เพราะมันขับให้ร่างเขายิ่งดูงามสง่ามากขึ้น แต่ ตั่งแต่เมื่อห้าปีก่อน ข้าก็รู้สึกว่า สีเหลืองเป็นสีที่ขัดตาข้า

                “นายท่าน ท่านจะไปแกล้งเขาให้ลำบากทำไมกัน แต่ไหนแต่ไรเขาเป็นคนประหยัด หายากที่จะทำชุดขึ้นมาชุดหนึ่ง วันนี้ตั่งแต่เช้า ข้าเห็นเขาใส่ออกมาเดินไปเดินมารอให้ท่านตื่นอยู่หลายรอบ รอจนเที่ยง บอกว่าจะรอให้ท่านดู ท่านกลับไปทำให้เขาโกรธ” เอ้อเอ๋อร์เอ่ยเสียงแผ่วลงราวกับกระซิบ “อีกพักไม่รู้ว่าจะไปวางยาพิษใครระบายอารมณ์เข้าให้ สุดท้ายก็ต้องลำบากข้าไปช่วยแก้พิษอีก”

                “ข้าก็แค่อยากให้เขาทำเพิ่มอีกหลายๆชุดก็เท่านั้น ในบ้านก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน ไม่จำเป็นจะต้องประหยัด”

                นอกจากนั้นแล้ว

                ร่างในชุดสีเหลืองนี้ ทำให้ข้าคิดถึงคนรู้จักคนหนึ่ง

                ห้าปีแล้ว

                ที่ควรลืมข้ากลับลืมไม่ลง มิหนำซ้ำกลับยิ่งชัดเจนขึ้น

************************************

* เซียวเสียน แปลว่า อิสระเสรี หรือแปลอีกอย่างประมาณ คนว่างงานอ่ะคะ ห้าห้า

** เสี่ยว+ชื่อ ใช้เรียกคนที่มีอายุน้อยกว่า เช่น เสี่ยวเอ้อ เสี่ยวซาน 



นางแรงไหม รับเลี้ยงดูคุณชายเป็นฝูง สร้างฮาเร็ม ห้าห้า

อาจจะงงซักหน่อย เพราะตัวละครเยอะมาก ใครรู้ภาษาจีน หนึ่งถึงเจ็ดจะไม่งงชื่อนะคะ 

อี เอ่อ ซาน ซื่อ อู่ ลิ่ว(หลู่) ชี

ความจริงทุกคนไม่ได้ชื่อนี้นะจ๊ะ แต่เสาเอ่อเราคงตั่งนามแฝงให้คุณชายแต่ละคน จะได้เรียกง่ายๆ ห้าห้า

ช่วงนี้อาจจะน่าเบื่อนิดหน่อยนะ เพราะว่าตัวละครเก่าๆยังไม่ปรากฏตัวน้า

อาจจะยังงงๆกับตัวละครใหม่ๆอยู่นะคะ เดี๋ยวตอนหน้าจะสรุปให้ฟ้งว่าใครเป็นใครยังไงบ้างมีความเด่นยังไงบ้างนะคะ จะได้ไม่งง  

^____________________^

สุ่ยจิง 13 June 2016




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1457 BB oi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 15:32
    เศร้าาสุดๆ
    #1,457
    0
  2. #1359 DaoiZZ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:45
    รู้สึกดีใจที่เรียนนับเลขจีนมา ไม่งั้นคงจำฮาเร็มนางไม่ได้ 5555
    #1,359
    0
  3. #1267 Sai Suphaphorn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:46
    ขอสักคนได้ไหมมมม อร้ายย
    #1,267
    0
  4. #1225 Tangmoja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:50
    มีความอิจนางเอก5555
    #1,225
    0
  5. #989 meduzabencz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 19:16
    โฮ่ คุณชายทั้งห้าก็เป็นไม่เลวเลยทีเดียว 555
    #989
    0
  6. #988 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 16:38
    อย่าไปนึิกถึงฟางฮวาเลยยย ดอาคุณชายทั้ง 5 ดีกว่าา
    #988
    0
  7. #987 AYuMi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 14:53
    อ่านตอนนี้จบแล้ว เข้าใจล่ะ 

    น่ารัก อิอิ
    #987
    0
  8. #986 งุงิ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 10:27
    นางจะลืมซือฝุได้จิงๆหรอ
    #986
    0
  9. #985 Mapao555 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 10:06
    โอ้ๆๆๆ
    #985
    0
  10. #984 Ppearl (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 09:24
    ขอบคุณค่ะ ยังรอตอนต่อไปอยู่นะคะ ลุ้นๆ

    #984
    0
  11. #983 gussda (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 09:22
    ขอบคุณนะคะที่แปลเรื่องสนุกๆๆให้อ่าน
    #983
    0
  12. #982 gussda (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 09:21
    รอนะคะไรท์
    #982
    0
  13. #981 1964 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 03:07
    แต่นายมีที่มาที่ไปอย่างไรกัน มีบรรยายบ้างไหมจ้ะ
    แต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร รีดจะได้เลือกถูกจ้ะ
    #981
    0
  14. #980 9namfon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 02:15
    เอ๋อน้อย อิจฮาาาา
    #980
    0
  15. #979 Margaret Jibman (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 00:49
    เค้าว่าเฮียหานต้องการเสาเอ่อคนเดียวแน่นอน อิอิ
    #979
    0
  16. #978 deta-z (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 23:54
    จำชื่อไม่ได้ค่ะ แต่ถ้านานๆไปถ้าบุคคลิกตัวละครเป็นเอก ก็ไม่น่าจะจำไม่ได้
    #978
    0
  17. #977 TiNa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 23:29
    นางเอกต้องคู่กับฟางฮวาสิ ส่วนฮาเร็มนี่...รีดเดอร์จะดูแลต่อเอง อิอิ
    #977
    0
  18. #976 PIP'3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 23:20
    รอต่อออออ
    #976
    0
  19. #975 crimbo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 22:56
    ดีค่ะดี เราชอบฮาเร็ม แต่แอบหน่วงกับวิชาเสาเอ๋อเบาๆ ฮรึกก
    หน่วแต่ก็อ่านต่อไป รอต่อน้าาา
    #975
    0
  20. #974 nona72 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 22:40
    รุ้สึกมุ้งมิ้ง น่ารัก
    ขอบคุณผุ้แปลมากคะ รออ่านต่อๆๆ
    #974
    0
  21. #964 apudsagan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 19:25
    พวกเค้าจะได้พบกันอีกไหม แล้วตกลง อาจานชอบนางเอกรึเปล่า
    #964
    0
  22. #961 3510 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 15:24
    ตัวละครใหม่ก็น่าสนใจไม่น้อย หุหุ
    #961
    0
  23. #958 มายอีฟ. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 09:41
    เริศศศ อยากมีฮาเร็มแบบนี้บ้าง 55555
    #958
    0
  24. #957 NON-SHUGAR (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 07:00
    เสาเอ่อมีฮาเร็มซะเเล้ว ขอสักคนได้มั้ย #ไม่ใช่ละ
    #957
    0
  25. #956 9namfon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 04:46
    อาจารย์ ดูเอ๋อน้อยทำ

    ทำไมไม่ชวนรีดด้วย รีดจะช่วยดูแลทุกๆคนอย่างเท่าเทียม 555555
    #956
    1