นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 14 : โรคประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    14 พ.ค. 59



          ไม่เสียชื่อที่เป็นพระราชวัง

          ยิ่งตำหนักประทับของฮ่องเต้ยิ่งวิจิตรตระการตา ภายในตำหนักประดับประดาไปด้วยทองคำเหลืองอร่ามงามจับตา ไข่มุกเม็ดโตบนผนังประดับเป็นลวดลายมังกร ทำเอาคนมองต้องลอบกลืนน้ำลายกับความโอ่อ่า

          ราษฎร์ตกทุกข์ได้ยาก เขากลับเสพสุขอยู่ในวัง เพียงแต่ว่าเสพมากไปหน่อย ตอนนี้ย้ายไปเสพอยู่บนเตียง

          แท่นบรรทมถูกบดบังไว้ด้วยผ้าร้อยดิ้นทองปักลายมังกรวิจิตตากั้นเอาไว้อยู่หลายชั้น เบื้องหลังปรากฏร่างเลือนรางของฮ่องเต้บรรทมอยู่ภายใน เสียงลมหายใจหนักๆแว่วมากระทบหูแม้ว่าจะยืนอยู่ห่างๆ

          ดูเหมือนอาการจะไม่ค่อยดีนัก

          คนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงแบบนั้นร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความจริงควรจะให้อากาศถ่ายเทสะดวกถึงจะถูก ผ้าตั้งหลายชั้นพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะยิ่งทำให้อาการทรุดหนักลงหรอกหรือ

          “ข้ากระหม่อมคารวะองค์รัชทายาท”

          เสียงที่ดังขึ้นทำเอาข้าตกใจไปหมด มือกอดกล่องยาของฟางฮวาไว้แน่นด้วยกลัวจะเผลอทำหลุดมือไปเสีย ข้าโผล่หน้าออกมาจากหลังเขาลอบมองออกไปเบื้องหน้า สายตาสานสบกับหน่งหยู่ที่ส่งสายตามองมาที่ข้าอยู่เช่นกัน

          แปลกจริง

          หน่งหยู่ก็อยู่

          ฝีมือทางการแพทย์ของเขาก็ไม่เลว พื้นฐานแค่นี้ไม่น่าจะไม่รู้ แม้ว่าคนเบื้องล่างจะลืมแง้มผ้ากั้นนั้นเสียหน่อย แต่เขาก็ควรจะเตือนซิ ทำไมถึงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเช่นนี้กันนะ

          หานจึชวนโบกมือขึ้นด้วยท่วงท่าสูงศักดิ์ขององค์รัชทายาท “ลุกขึ้นเถอะ พระอาการของเสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”

          “ทรงไม่ได้สติอยู่เป็นเดือน วันนี้ตอนเช้ากลับรู้สึกพระองค์ขึ้นมา ตรัสอยู่สองสามประโยคก็ทรงบรรทมไปอีก คุณชายฟางฮวามารักษาด้วยตนเองแบบนี้ รับรองว่าพระอาการของฮ่องเต้จะต้องดีขึ้นเป็นแน่” หน่งหยู่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง น้อมกายลง ทำท่าเชิญไปยังแท่นบรรทม                   

          ผ้าร้อยดิ้นทองโปร่งแสงถูกเด็กรับใช้เลิกออก

          ร่างสูงวัยอายุอานามประมาณสี่สิบนอนอยู่ด้านใน ใบหน้าซูบตอบนั้นขาวซีด แต่ริมฝีปากกลับมีสีแดงผิดปกติ หน้าผากบริเวณหว่างตาดำคล้ำ ตำแหน่งที่ควรจะเป็นขนคิ้วหลุดล่วงหายไปหมด

          นี่น่ะหรือ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน?

          ในสายตาข้ายามนี้ กลับเห็นเพียงร่างใกล้ไร้วิญญาณไม่มีผิดเพี้ยน

          ข้าปรายตามองฟางฮวา เห็นเขาเลิกแขนเสื้อขึ้น ย่อกายลงนั่งข้างแท่นบรรทม จับริมฝีปากแดงสดนั้นเปิดดู ก่อนจะเลิกผ้าห่มขึ้นกดลงไปบนร่างนั้นอยู่หลายจุด

          เสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากปากคนเจ็บ

          ฟางฮวาขมวดคิ้ว ไม่ได้เอี้ยวกายกลับมา เพียงแค่เอื้อมมือมาทางด้านหลัง

          ทางข้า…

          นิ้วข้าสั่นน้อยๆ กระพริบตาปริบๆ เงียบขรึมลง ก้มหน้าลงมองเข็มเงินน้อยใหญ่ในห่อผ้าที่อยู่ในอ้อมแขน

          แล้วตกลงเขาจะใช้อันไหนกันแน่นะ

          สุดท้าย ดูเหมือนเขาจะรอไม่ไหว จึงหมุนกายมาหาข้าเสียเอง ปรายสายตาแฝงเงื่อนงำมาที่ข้า

          นิ้วมือข้าเลื่อนไล้ไปบนเข็มเงินเย็นๆ เลือกหยิบขึ้นมาหลายด้ามส่งให้เขา มีทั้งแบบหยาบแบบละเอียดแบบสั้นแบบยาว

          เขาขยับเข็มเงินส่องประกายแวววับล้อแสงที่อยู่ในมือขึ้นลงไปมา ฝังเข็มลงไปจุดแล้วจุดเหล่าบนร่างนั้น

          ข้าเงียบงัน

          หน่งหยู่เองก็ยังไม่สามารถเรียกสติกลับมาได้

          หานจึชวนยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ยืนอึ้งใบ้ไปเลยทีเดียว

          ฮ่องเต้ที่ตอนแรกมีเสียงร้องครวญคราง ตอนนี้กลับไม่มีเสียงใดๆ

          อนิจจัง

          ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์อยู่เหนือผู้คนทั่วหล้า ตอนนี้ไม่ใช่นอนนิ่งแม้แต่ร้องยังร้องไม่ออกให้ฟางฮวาของข้าจิ้มเข็มจนพรุนไปทั้งตัวรึ ดังนั้นประโยคที่ว่าเป็นศัตรูกับใครก็เป็นได้ แต่อย่าเป็นกับหมอ อันนี้เห็นจะจริง

          ฟางฮวาที่นั่งอยู่บนแท่นบรรทมเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง

          หานจึชวนและหน่งหยู่ที่ดูเหมือนจะเชื่อมั่นในฝีมือการรักษาของฟางฮวา ตอนนี้ดูคลายความวิตกกังวลลง หน่งหยู่เดินมาทางด้านข้าง หยิบสมุนไพรหลายชนิดเตรียมปรุงยา

          ข้าก้มหัวลง บีบห่อผ้าในมือแน่น เห็นฟางฮวาค่อยๆยกมือขึ้น ถอนเข็มเงินออกจากร่างนั้น

          เข็มเงินวาววับที่ดึงออกมา ยังคงเป็นสีเงินวาววาม ไม่เปลี่ยนสี

          แปลกจริง

          ดูจากสีหน้าของฮ่องเต้ ดูยังไงก็ถูกพิษไม่ผิดแน่ แต่ทำไมเข็มเงินถึงตรวจไม่พบกันนะ

          ข้ากางห่อผ้าในมือออก ยื่นมือไปหมายจะรับเข็มเงินนั้นจากเขา ยังไม่ทันจะรับ ฟางฮวาก็ยกอีกมือหนึ่งขึ้นห้ามข้าไว้ สายตาเย็นเยียบมองมาที่ข้าแวบหนึ่ง ส่ายหัวไปมา

          ข้าครุ่นคิดความหมายของเขา  เห็นเขาใช้นิ้วหยิบเข็มนั้นขึ้นมา เป่าเบาๆลงไป

          ราวกับเชื่อฟัง

          เข็มเงินวาววับเปลี่ยนสีเป็นสีดำสนิทในทันที ทำเอาคนมองรู้สึกตกใจ

          “พิษนี้เป็นพิษที่แปลกมาก คนปกติมักจะไม่สังเกตเห็น เข็มส่วนใหญ่ที่ปักลงไปล้วนเปลี่ยนสี ข้าเกรงว่าพิษจะแผ่กระจายเข้าไปสู่อวัยวะภายในหมดแล้ว”

          “ยังสามารถรักษาได้หรือไม่” ใบหน้าหานจึชวนเงียบงัน ประชิดกายเข้ามาใกล้ขึ้น

          “ข้าจะเขียนสูตรยาให้ ตอนนี้ได้แต่สกัดพิษไม่ให้แพร่กระจายมากไปกว่านี้ ที่เหลือค่อยว่ากัน”

          ฟางฮวาหันมาส่งสายตาบางอย่างให้ข้า

          ในขณะที่ข้าเข้าใจในทันที รีบเดินไปเตรียมฝนหมึกให้เขา

          เขายกชายแขนเสื้อของตนขึ้น จรดปลายผู้กันเขียนลงไปแทบไม่ต้องนึก ระบุชื่อสมุนไพรและปริมาณที่ต้องใช้อย่างละเอียด ข้าปรายตามองสูตรยาที่เขาเขียน ส่วนผสมดูไม่เยอะ แต่ว่ากลับขายให้แก่หน่งหยู่ได้ในราคาสูงขนาดนั้น

          หน่งหยู่รับสูตรยานั้นไปดูอย่างละเอียด ก่อนจะกวักมือเรียกขันทีที่ยืนอยู่ให้ไปยกเตาเข้ามาในห้อง     

          แปลกคนจริง ต้องให้คนรับใช้มาต้มให้ดูต่อหน้า

          ข้าอยากจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกฟางฮวารั้งเอาไว้ เขาส่ายหน้าไปมา ก้มศีรษะลงดื่มชาในมือของตนเองต่อ

          สายตาของหานจึชวนมองมาที่ข้า ก่อนจะเบือนไปทางฟางฮวาอย่างมีความหมาย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้นิ้วมือหมุนแหวนหยกของตนเองเล่นไปมา

          ขันทีสองสามคนกำลังตั้งอกตั้งใจปรุงยาสมุนไพรตามสูตรที่ฟางฮวาเขียนไว้ โดยมีหน่งหยู่ยืนกำกับอยู่ข้างๆ ข้าทนไม่ไหวเบือนหน้าไปด้านข้างแอบหาวขึ้นมา สายตาเหลือบไปเห็นขันทีคนหนึ่ง ไม่สูงมากนัก รูปร่างไม่เลว กำลังยกมือขึ้นลอบทำอะไรบางอย่าง

          ข้าหลบสายตา เงียบงันลง

          หม้อยาที่ต้มอยู่นานถึงสองชั่วยามถูกตักขึ้นมาใส่ถ้วยเล็กๆหลายถ้วย

          ขันทีที่มีหน้าที่ปรุงยาต้องดื่มก่อนเป็นอันดับแรก ต่อจากนั้นถึงเป็นแพทย์หลวง ลำดับสุดท้ายถึงเป็นฮ่องเต้

          ข้ารู้สึกอยากหัวเราะขึ้นเมื่อเห็นเห็นคิ้วขมวดปมพวกเขายามดื่มยาขมๆนั้น

          พวกคนโง่

          ชาติที่แล้วทำบุญมาดีขนาดไหน ถึงได้ดื่มยาล้ำค่าขนาดนี้ ดื่มแค่อึกเดียวภายในครึ่งปีไม่ว่าจะได้รับพิษใดๆล้วนแต่ไม่เป็นผล

          นึกได้ดังนั้น ข้ามีหรือจะพลาด ข้ายกมือขึ้นแตะปากตัวเองเบาๆ เดินไปยกถ้วยหนึ่งขึ้นมาดื่ม

          รู้สึกราวกับมีสายตาร้อนๆจับจ้องอยู่ทางเบื้องหลัง ทำเอาคนถูกมองรู้สึกไม่ดี

***********************************

          ข้าอึ้งไปครู่ ยกถ้วยยาในมือขึ้นดมนิดนึง ยกคิ้วขึ้น ก่อนจะยกจิบไปอึก

          ไม่ถูก

          ไม่ใช่รสชาตินี้

         ยานี้จะต้องมีอะไรผิดไปเป็นแน่ เหมือนกับว่าขาดอะไรบางอย่างไป

         หน่งหยู่ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดริมฝีปากก่อนเอ่ย “ยาไม่มีปัญหา ยกไปถวายฮ่องเต้ได้”

         ข้ามองไปที่เขาอย่างแปลกใจ

         ใบหน้าฟางฮวายังคงเงียบงัน เขาค่อยๆยกถ้วยยาขึ้นดม ท่าทางครุ่นคิด แต่กลับไม่พูดอะไร 

         ข้าจมลึกอยู่ในความรู้สึกของตนครู่หนึ่ง ปรายสายตามองไปยังร่างใกล้ไร้ลมหายใจของคนบนแท่นบรรทม

          ยกยิ้มขื่นขมริมปากขึ้น

          ดูเหมือนว่าจะมีคนมากมายอยากให้เขาตาย ดังนั้นท่านไม่ตายไม่ได้เสียแล้ว

          หน่งหยู่เคยซื้อยาชนิดนี้ที่เป็นลูกกลอนจากข้าแล้ว หากว่าเขาเอายานั้นให้ฮ่องเต้ทานตั่งแต่แรก ฮ่องเต้คงไม่ต้องนอนทรมานขนาดนี้ อาการก็คงจะไม่ทรุดหนักลงถึงเพียงนี้

          ตอนนี้มียา แต่กลับถูกใครบางคนจงใจไม่ใส่ยาบางอย่างลงไปให้ครบ

          กินกับไม่กินจะต่างอะไรกัน

          แพทย์หลวงคนหนึ่งจะใจกล้าขนาดนี้เชียวหรือ เบื้องหลังเขาน่าจะมีคนบงการอยู่อีกเป็นแน่ สายตาข้าเลื่อนผ่านฟางฮวาไปยังร่างลูกกตัญญูขององค์รัชทายาท น่าบังเอิญที่สายตาเขาก็กำลังมองมาที่ข้าอยู่เช่นกัน

          หานจึชวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือเท้าศีรษะไว้ มองมาที่ข้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย

          ข้าขนลุกไปหมดทั้งตัว

          ค่อยๆก้มศีรษะลงมองพื้นเบื้องล่าง มือกำชามยาในมือไว้แน่น

          วัง บางทีอาจจะเป็นอย่างที่ฟางฮวาบอกไว้ ซับซ้อนวุ่นวายยิ่งกว่ายุทธภพ

          สามชั่วยามผ่านพ้นไปที่สุด

          ข้าได้แต่คอยดูพวกเขายุ่งวุ่นวาย ต้มยา พัดเตา เปิดผ้ากั้น ปิดประตู ข้ารู้สึกเบลอจนถึงที่สุด สูดลมหายใจลึกๆเข้าปอดไปที เดินออกมารับลมบริสุทธิ์ข้างนอก

          ดวงอาทิตย์กำลังจะตกลง

          ใบหลิวพลิ้วแผ่วเล่นลม ข้าหรี่ตาลง เห็นยอดหลิวแบบนี้แล้วทำให้อดนึกถึงอดีตตอนอยู่บ้านเก่าขึ้นมาเสียมิได้ รู้สึกราวกับทุกสิ่งอย่างยังเหมือนแต่ก่อน

          “ดอกหลีโปรยปราย ใบหลิวพลิ้วไหว งดงามจริงๆว่าไหม” เสียงอ่อนนุ่มของใครบางคนดังขึ้นเบื้องหลังข้า

          ข้าไม่สนใจ ก้าวเท้าเดินไปเบื้องหน้าไม่หยุด

          ใครคนนั้นตะปบลงมาบนบ่า ยึดร่างข้าไว้จนเจ็บไปหมด

           “เสาเอ่อ”

          ข้าหันกลับไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

          สายตาสานสบกับหานจึชวนที่กำลังคลี่ยิ้มส่งมาให้ แววตาไม่แน่ใจปะปนอยู่ในสายตานั้น มองมาที่ข้าอย่างตั้งใจ เสียงทุ่มต่ำเอ่ยขึ้น “เสาเอ่อเป็นเจ้าใช่หรือไม่”

          “องค์รัชทายาท” ข้ายกมือขึ้นทำความเคารพเขา “ผู้น้อยไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ท่านพูด”

          มือที่จับข้าอยู่ค่อยๆปล่อยออก แววตาแปลกใจมองมาที่ข้า ขมวดคิ้วหมุ่น

           “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ หน้าตาไม่เหมือน แม้แต่น้ำเสียงก็ยังไม่เหมือน” ท่าทางเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “แต่… ทำไมด้านหลังถึงเหมือนกันถึงเพียงนี้”

          เขากวาดตามองข้า ราวกับนึกอะไรขึ้นได้

          ข้าเพียงยิ้มให้ ทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว

          ฟางฮวาเดินมาข้างๆ หันมามองข้านิดนึง เอ่ยเสียงแผ่ว “ไปเถอะ”

          ในใจโล่งไปทีเดียว รีบก้าวเท้าเดินตามเขาไปจนทัน

          ข้าลอบคิดไปตลอดทางว่าเมื่อครู่ฟางฮวาจะได้ยินอะไรบ้างไหม แต่ฟางฮวาไม่พูดไม่จาไปตลอดทาง ไม่แม้แต่จะมองมาที่ข้า

          กลับถึงห้อง ข้าเห็นเขานั่งเหม่อลงบนที่นั่ง ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

          ข้าโดนดึงไปกินข้าวอีกด้านหนึ่ง พวกนางในเหล่านั้นล้วนกินหมดแล้ว เหลือเพียงเศษอาหารไว้ให้ข้า โชคดีที่เสี่ยวลี้จึ เหลือหมั่นโถวไว้ให้ข้าหนึ่งลูก ถึงแม้จะหอม แต่พอเข้าปากแล้วข้ากลับไม่มีอารมณ์กิน

          อาจารย์วันนี้มีท่าทางแปลกๆ ทำเอาข้ารู้สึกใจคอไม่ค่อยดี รู้สึกไม่ค่อยชอบมาพากล

          ข้ากลืนหมั่นโถวคำสุดท้ายลงคอ

          ตักน้ำขึ้นมาล้างมือ จมลึกไปในห้วงความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเตรียมผ้าสะอาดหนึ่งผืนกับน้ำร้อนหนึ่งกะละมัง เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องเขา เคาะประตูลงสองสามที

          “เข้ามา” น้ำเสียงเยือกเย็นดังขึ้น

          เสียงประตูไม้หนักๆถูกเปิดออก

          ข้าเหลือบตาขึ้นมองร่างที่เปลี่ยนเป็นชุดชั้นเดียวสีขาวเรียบง่ายของเขาที่นั่งเหม่ออยู่ตรงม้านั่ง ราวกับเสี้ยววินาทีนั้นลมหายใจถูกขโมยไปอย่างใดอย่างนั้น

          ท่าทางเขายังเหมือนเมื่อคราก่อนที่เราจะแยกจากกัน นั่งอยู่บนที่นั่ง พิงร่างอยู่กับผนังเบื้องหลัง ใบหน้าเศร้าหมอง มือเท้าอยู่ตรงศีรษะ สายตาเหม่อลอยมองออกไปเบื้องนอก เยือกเย็นสงบนิ่งราวสายน้ำ

          แสงจันทร์ส่องกระทบบนร่างเขา

           ชุดสีขาวดูเรืองรองอยู่ใต้แสงนั้น แพขนตาปิดลงเล็กน้อย ท่วงท่าดูอ่อนโยน

          เขาในตอนนี้

           ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยความเศร้า ทำเอาคนมองรู้สึกปวดร้าวไปด้วย

          “คุณชายฮวา ผู้น้อยเอาน้ำอุ่นมาให้ท่านแช่เท้า”

          เขาอึ้งไปครู่ ราวกับคาดไม่ถึง ค่อยๆเอ่ยขึ้น “ขอบใจ”

          ข้าฝืนยิ้มขึ้น ก้มหน้าลง เดินไปเบื้องหน้า วางอ่างน้ำลงข้างที่นั่ง รอคอยอยู่พักก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองเขา

           ท่าทางเขาดูลังเล

          เขาค่อยๆเลื่อนเท้าลงจากที่นั่ง ชุดคลุมสีขาวตัวยาวถูกเขาค่อยๆดึงขึ้น ยื่นเท้างดงามลงไปในน้ำอุ่นๆนั้น ข้าค่อยๆหยิบผ้าอ่อนนุ่มที่เตรียมมาห่อหุ้มลงบนเท้าเขา นวดเบาๆผ่านผ้าเปียกชื้นผืนนั้น

          ร่างเขาสั่นเทาขึ้นมานิดนึง แต่กลับไม่ดึงเท้าออก

          ข้ารู้ว่าเขาไม่ชอบสัมผัสกับมนุษย์ ดังนั้นจึงพยายามที่จะไม่โดนผิวกายของเขาโดยตรง

          ขันทีในวังล้วนบอกว่า

          พวกเจ้าพวกนายทั้งหลายล้วนแต่ชอบให้คนรับใช้ปรนนิบัติเช่นนี้

          น้ำอุ่นๆสามารถทำให้คนผ่อนคลาย เท้ามีจุดชีพจรอยู่หลายจุด การนวดเบาๆจะช่วยลดความกดดัน ทำให้รู้สึกสบายขึ้น แม้ว่าข้าจะยังทำไม่ค่อยเป็น แต่ข้าอยากจะลองทำอะไรพวกนี้ให้เขาบ้าง

          แม้ว่า ในยามนี้จะสามารถทำได้เพียงเท่านี้

          เห็นได้ชัดว่าข้าดูเก้ๆกังๆ

          “ลำบากแล้ว” เขาก้มลงมอง คลี่ยิ้มขึ้น

          ใบหน้าข้าร้อนวูบไปหมด รู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้จะวางมือไม้ไว้ตรงไหนดี โบกมือไปมา ในที่สุดก็เช็ดมือเปียกๆนั้นลงบนร่างตนเอง

          เขายกยิ้มขึ้น แววตาภายใต้แสงจันทร์นี้ดูอบอุ่น

          ใจข้าเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ เบือนหน้าหนีไปเสียอีกทาง

          บนผนังสะท้อนภาพเงาสลัวของสองร่าง ร่างหนึ่งใหญ่ร่างหนึ่งเล็ก ร่างหนึ่งนั่งอยู่ อีกร่างนั่งอยู่ตรงขาด้านล่าง

           เงาดำๆของเขาบดบังลงมา

           เส้นผมสีดำละเอียดปลิวมาต้องใบหน้าข้า กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาแตะจมูก หวานละมุนจับใจ

          ตัวชาวูบไปทั้งร่าง

          ยังไม่ทันจะหลบ มือยาวๆงดงามคู่นั้นก็เลื่อนมามาตรงอกเสื้อ สัมผัสเบาๆ ก่อนจะหยิบดอกบัวแดงที่ปริแตกนั้นออกมา

          ทำเอาข้าตกใจหน้าแดงซ่านไปหมด

          คนอะไรนี่ ยังเหมือนเดิมไม่มีผิด จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เข้าใจว่าชายหญิงแตกต่างกัน อยากจะทำอะไรก็ทำตลอด

          “ดอกไม้นี่สวยมาก เก็บไว้ให้ข้ารึ”

          “เสียดายโดนข้าทับเสียเละหมดแล้ว” ข้ามองนิ้วมืองดงามที่กำลังสัมผัสดอกบัวนั้นอยู่ อึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสายตาเขาจับจ้องมาที่ข้า รีบเอ่ยแก้ตัวด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ก็ไม่เชิง ข้าแค่เดินผ่านสระบัว เห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้ท่านดอกหนึ่ง”

        ให้ตายซิ ข้าอยากจะตบปากตัวเอง ที่ดูเหมือนยิ่งพูดจะยิ่งผิด

          ท่าทางเขายามนี้ช่างดูงดงามนัก ดวงตาคมสวยที่จับจ้องมาทำเอาคนมองแทบขาดใจ

          วินาทีนั้น

          ใจข้าแทบละลาย

          “น้ำเย็นหมดแล้ว” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงคล้ายลำบากใจ

          ข้าหยิบผ้าขึ้นเตรียมเช็ดให้เขา

          แต่เขากลับจับบ่าข้าไว้ ส่ายหัวไปมาเบาๆ “เจ้าไม่ควรจะทำเรื่องพวกนี้” 

          เขาแย่งผ้านั้นไปจากมือข้า เช็ดเบาๆด้วยตนเอง ยกเท้ากลับขึ้นไปบนที่นั่ง 

          ข้าละสายตาจากเขา ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจออกมา เอ่ยเสียงแผ่ว

          “ยุทธภพดีถึงเพียงนั้น ทำไมถึงเข้ามาในวัง”

***********************************

         น้ำเสียงเรียบๆของเขาประโยคนั้น ทำเอาข้าสะดุ้งเฮือก

  อย่าบอกนะว่า

  เขาดูออกตั่งแต่แรกแล้วว่าเป็นข้า

  ข้าอึ้งไปครู่หนึ่ง ลุกขึ้นยืน ทำอะไรไม่ถูก พยายามเก็บอาการตื่นกลัวไว้ภายใน

 คิ้วคู่สวยคู่นั้นยังเรียบนิ่ง แววตาแฝงรอยยิ้มนั้นจับจ้องมาที่ข้า ก่อนจะเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ถ้าเกิดว่าข้ามีคนใกล้ชิดล่ะก็ ข้าคงจะไม่ให้เขามาที่นี่เป็นแน่ ใช้ชีวิตอย่างสงบดีที่สุด ถ้าเป็นคนมีพรสวรรค์ก็ออกท่องยุทธภพ สร้างชื่อเสียงให้กว้างไกล พ่อแม่ของเจ้าทำไมถึงส่งเจ้าเข้ามาเป็นนางกำนัลเสียเล่า”

  ข้าปรายตาขึ้นมองเขา

  ใบหน้านั้นไร้อารมณ์ ทำเอาข้าดูไม่ออกว่าเขากำลังลองใจข้าอยู่หรือว่าถามอย่างบริสุทธิ์ใจกันแน่

  ข้ารู้

         ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าพูดอะไรออกไป เพราะยิ่งพูดก็จะยิ่งทำให้เขาสงสัยขึ้นมาเสียเปล่าๆ แต่ข้ากลับอดใจไม่อยู่ มีเรื่องหนึ่ง สับสนอยู่ในหัวข้ามาเนิ่นนาน

         ถ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ไปแล้ว วันข้างหน้าข้าคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต

         ข้าอดกลั้นอยู่เพียงครู่ สองมือกำเสื้อคลุมของตนไว้แน่น “คุณชายฮวาล่ะ ทำไมถึงเข้ามาในวัง

         สายตาเรียบเฉยมองมาที่ข้า ทำเอาใบหน้าข้าร้อนผ่าวไปทั่ว พักหนึ่งเขาก็ละสายตาไปทางอื่น

  “เพื่อคนคนหนึ่ง จึงต้องทำเรื่องที่ขัดกับใจของตัวเอง” เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

  “คนรักหรือ

  เขาเพียงแต่คลี่ยิ้มขึ้น ไม่เอ่ยสิ่งใด

  เขาไม่ได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ข้าทอดมองท่าทางเศร้าหมองนั้น กดสายตาลงเบื้องล่าง ความรู้สึกเจ็บแปลบแผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ

  อาจารย์

  ตกลงสำหรับท่าน ข้าคืออะไรกันแน่

  แสงไฟในตะเกียงกระพริบสั่นไหวไปมา

  ห้องตั่งกว้าง แต่ข้ากลับรู้สึกไร้ที่ยืน

  “ข้าบอกของข้าแล้ว แลกกัน เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย เขายืนขึ้น ก้าวเข้ามาประชิดกายข้า สายตาอบอุ่นตกลงบนริมฝีปากบางของข้า เอ่ยถามเสียงแผ่ว “ทำไมเจ้าถึงได้อยากเข้ามาในวัง”

  ข้าเบือนหน้าไปอีกทาง ไร้หนทางบ่ายเบี่ยง กระแอมไอขึ้นมานิดหนึ่งก่อนเอ่ย “ข้าไม่เหมือนคุณชายฮวาที่มีวิชาแพทย์เลิศล้ำ ในบ้านยังมีแม่ น้องชาย และคนชรา พวกเราล้วนลำบากยากไร้ ข้าเข้าวังมาชีวิตพวกเขาก็จะดีขึ้น”

         เขาจับจ้องมาที่ข้านิดหนึ่ง ทำเอาข้ารู้สึกหวาดกลัวจับกลัว

         “ ช่างเถอะ ข้าไม่พูดเรื่องนี้กับเจ้าแล้ว” เขาถอยไปด้านหลังนิดหนึ่ง คลี่ยิ้มขึ้น “วันนี้ตอนตรวจอาการฮ่องเต้ เจ้าพบเห็นอะไรที่น่าสงสัยหรือไม่”

          “พฤติกรรมของขันทีดูแปลกๆ”

          “พูดต่อ” มือเขายกขึ้นแตะตรงขอบปาก ราวกับกำลังนึกอะไรบางอย่าง ทุกท่วงท่าดูงามสง่า

           ข้าลองเดาความคิดเขา หยุดไปครู่ ก่อนเอ่ย “มีขันทีคนหนึ่งแอบบดสมุนไพเป็นผง แต่กลับไม่ใส่ลงไปในหม้อต้มยา”

           เขาหัวเราะขึ้น

           “สายตาเจ้าช่างดีจริง งั้นเจ้าบอกได้หรือไม่ว่ายาอะไรที่เขาบดทิ้ง ”

   ข้าอ้าปากหมายจะบอก แต่ก็รีบหุบลงทันใด

            อดทนไว้ พูดไม่ได้ พูดไปไม่เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองรึ

            “ผู้น้อยเป็นเพียงนางกำนัล ไม่มีความรู้ด้านสมุนไพรเท่าคุณชายฮวา อีกอย่างในวังมีสมุนไพรมีค่าตั่งมากมาย คนผู้นั่นก็แอบทำอย่างว่องไว ให้ข้าตาดีเพียงใดก็เห็นไม่ชัด”

            “วรยุทธ์ของเจ้าดูท่าทางไม่เลว ไม่เช่นนั้นจะเห็นได้เช่นไรว่ามีคนใช้อุบายเช่นนี้ ในวังวุ่นวายนัก ไม่เหมือนข้างนอก” เขาก้มศีรษะลง สายตาแน่วแน่ส่งมาให้ข้า “พูดน้อย ทำน้อย ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครปกป้องเจ้าได้”

   ข้าอึ้งไป ยังอยากจะเอ่ยอะไรออกมา แต่เขากลับเลิกชายแขนเสื้อขึ้น วางมือลงบนผมข้า

ตัวข้าสั่นเทา ในขณะที่เขาลูบเบาๆลงบนผมข้าอย่างนุ่มนวล ด้วยท่วงท่าที่ดูคุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ

             เหมือนฝัน ราวกับว่าเราสองคนย้อนกลับไปใช้ชีวิตเหมือนแต่ก่อน

             ทุกครั้ง เขาก็จะลูบผมข้าเช่นนี้

             แม้ว่าจะมีเรื่องหนักหนาเสียเพียงใด ข้าก็สามารถสงบลงได้ ทุกอย่างหยุดนิ่งแม้แต่ลมหายใจ หวนคิดไปถึงนิสัยลูบๆคลำๆของเขาที่ชอบลูบนั่นลูกนี่ ไม่ว่าจะเป็น ลูบดอกไม้ ลูบสมุนไพร แม้กระทั้งลูบหานจึชวน

             เวลานี้ เขาเปรียบข้าเป็นอะไรกันนะ

             ข้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

             เขาอึ้งไปเช่นกัน ชักมือกลับ น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้น “ดึกมากแล้ว เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเถอะ”

             ข้าปรายตามองเขาด้วยสายตาสงสัย แต่เขากลับหันหลังให้ข้า ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก

             ในใจรู้สึกผิดหวัง

             เอ่ยรับไปคำหมุนตัวกลับ หยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปยังประตู

    ข้าลังเลอยู่พักใหญ่ ปรายสายตากลับไปมองร่างสงบนิ่งนั้น ร่างเขานั่งลงบนที่นั่ง มือล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อผ้าสีขาวห่อหนึ่งขึ้นมา ใบหน้าเยือกเย็นปรากฏแววอ่อนโยนขึ้นมาแทนที่

             วินาทีนั้น ใจข้าบอบช้ำเกินกว่าจะเอ่ยสิ่งใด

             ดึกมากแล้ว แต่ข้ากลับนอนไม่หลับ ข้านั่งกอดเข่ารับลมอยู่หน้าห้อง

ความจริงแล้ววันนี้เป็นเวรยามข้าเฝ้ายาม ที่นอนข้าถูกปูไว้อย่างเรียบร้อยแล้วอยู่ห้องข้างๆเขา แต่ข้ากลับถูกคำพูดของเขา รบกวนจิตใจจนต้องออกมานั่งรับลมอยู่ข้างนอกนี่

            ไฟสีเหลืองนวลอบอุ่นในห้องฟางฮวายังสว่างไสวอยู่เช่นกัน

            ดูเหมือนเขาจะนอนไม่หลับเช่นกัน เสียงเขาเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง ซักพักเสียงคลี่ผ้าเบาๆก็ดังขึ้นภายใน ข้าเอียงคอแอบมองเข้าไปในห้อง เห็นร่างเขาลุกออกมาจากที่นั่ง หันหลังให้ข้า ยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ราวกับตั้งใจทำอะไรบางอย่างอยู่ ซักพักเขาก็หยุดมือลง จ้องมองอะไรบางอย่างในมือ ลูบไล้แผ่วเบาอยู่ครู่ ราวกับไม่สามารถถอนมือได้ ร่างทั้งร่างแผ่ซ่านไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ทำเอาคนมองใจเต้น

             ฟางฮวา

             ข้าเคยคิดว่าข้าเข้าใจเขาเป็นอย่างดี

             แต่ตั่งแต่เขาจากข้ามา ราวกับเขามีความลับมากมายผุดขึ้นมา ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงใจของเขา มีเรื่องมากมายเหลือเกินที่ข้าไม่รู้

             ไฟในห้องดับลงในที่สุด

             ยามนี้ภายในและภายนอกห้องเย็นเยียบไม่ต่างกัน

             ข้านั่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ หาวขึ้นมาอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ข้ายกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดใบหน้านิดหนึ่ง ค่อยๆแอบเข้าไปในห้องราวกับหัวขโมย

             เสียงพลิกกายของคนบนเตียงดังขึ้น

             ข้ากลั้นลมหายใจ ตอนแรกที่กะจะเดินไปห้องด้านข้าง แต่ไม่รู้ว่าทำไมเท้าถึงเดินไปข้างเตียงเขาเสียได้

             ดูเขาจะหลับสนิททีเดียว

         ร่างเขาส่องสว่างเปล่งปลั่งอยู่ท่ามกลางแสงจันทราที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา แม้แต่ท่านอนก็ยังดูสง่างามถึงเพียงนี้ ดวงตาคู่นั้นปิดสนิททำเอาคนมองรู้สึกอิ่มเอม ยิ่งมองยิ่งเสน่ห์หา ไม่มีเบื่อ

             ข้าสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด

             อดทนบังคับจิตใจเบื้องลึกที่อยากจะเข้าไปแตะต้องสัมผัสเขาเอาไว้ มองไปรอบข้าง ค่อยๆเดินไปตรงโต๊ะหนังสือ

             ภายใต้แสงสลัวๆนั้น บนโต๊ะว่างเปล่า มีเพียงห่อผ้าห่อหนึ่งวางอยู่ มือข้าเอื้อมไปสัมผัสความอ่อนนุ่มของห่อผ้านั้น ค่อยๆหยิบมันขึ้นมา เดินไปตรงหน้าต่าง อาศัยแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่สาดมา

             เครื่องสำอาง แหวนหยก ปิ่นปักผมรูปผีเสื้อ และของว่างต่างๆหลายชนิดอยู่ในห่อผ้านั้น ข้ากวาดตามองในนั้นที่ยังมีขนมที่กุ้ยเฟยเอามาให้เขา แถมยังมีกลีบดอกบัวแดงที่ร่วงหล่นเด่นชัดตัดอยู่กับผ้าสีขาวนั้น

             เดี๋ยวก่อน

             สายตาฉับไวของข้าปราดไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า ลูบมือเบาๆลงบนเจ้าสิ่งนั้น

             นี่มันอะไรกัน ผงทอง ไม่รู้ว่าเขาไปขูดมาจากไหน

             ฟางฮวา

             ให้ตายซิ

             ของมีค่าในวังหยิบติดไม้ติดมือเอาไปขายก็ได้เงินแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องขูดผนังคนอื่นเขาแบบนี้

         ข้าหยิบทองคุณภาพดีสีเหลืองสุกสกาวขึ้นมาบนมือ

             คงไม่ใช่แอบขูดมาตอนเข้าไปตรวจอาการให้ฮ่องเต้นะ

             ข้าปรายสายตามองไปยังร่างด้านข้างของฟางฮวาที่หลับสนิทอยู่

             มือกำห่อผ้านั้นไว้แน่น

             ถึงแม้ว่าชีวิตที่บ้านจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องขโมยแบบนี้ วังนี้เชิญท่านมา ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่

             ถึงแม้ว่าข้าจะชอบเงิน

             แต่ข้าละอายใจจริงๆ ที่นับถือท่าน

*****************************************

ฟางฮวาเรา ใสซื่อขนาดไปขูดทองจากพระราชวัง คงอยากจะเอาไปให้เสาเอ่อ ห้าห้า

ให้ทายกันนะคะ ว่าตกลงฟางฮวารู้ไหมว่าเป็นเสาเอ่อ

รู้แต่เนียน หรือว่าไม่รู้จริงๆกันน้า 55

อะไรๆใกล้จะถึงจุดเปลี่ยน

รอติดตามตอนหน้านะคะ ^^


สุ่่ยจิง 14 May 2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1452 BB oi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 14:21
    เป็นเรื่องที่ดูซับซ้อนมาก แต่อ่านแล้วมีแรงดึงดูให้อยากอ่าน
    #1,452
    0
  2. #1331 SAOW (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 18:11
    ฟางฮวาความลับเยอะมากกกกก แต่พฤติกรรมขูดทองนี่คือ? น่ารักอ่ะะ 555
    #1,331
    0
  3. #995 Pep.mintz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 08:07
    ฟางฮวารู้แน่ๆแต่ทำเนียน
    #995
    0
  4. #953 jib-john (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 01:10
    โอ้ยยย555556
    #953
    0
  5. #859 TiNa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:32
    เดี๋ยวๆ ฟางฮวา ท่านขูดทอง !!??!?
    #859
    0
  6. #585 PoND (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 08:53
    พึ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากค่า แต่รู้สึกหน่วงมากเลยอ่ะ 55555 ฮื้ออออ TT ยังไงเราก็จะรอตอนต่อไปมานะคะ
    #585
    1
  7. #584 beavor (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 03:23
    รอค่ะ อ่านแล้วชอบมากเลย
    #584
    0
  8. #583 kiim.u (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 11:44
    เข้ามารอฟางฮวาทุกวันเลยยยยยยยยยยยยยยยยย แง~
    #583
    1
  9. #582 9namfon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 23:13
    อาจารย์
    #582
    0
  10. #581 gussda (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 21:03
    รอนะคะไรท์
    #581
    0
  11. #580 gracenofhobia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 18:37
    โอ๊ย ทำไมช่างน่ารัก
    #580
    0
  12. #579 Milkiemirkie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 17:07
    อึดอัดเหลือเกิน มันเหมือนจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก

    อ่อนอกอ่อนใจกับความรู้สึกที่ท่วมท้นแต่ต้องกักเก็บไว้ภายในแบบนี้

    เสาเอ่อจะกระอักความรู้สึกนี้สักวันมั้ยนะเด็กน้อย

    เดาใจฟางฮวาไม่ออกเลย เหมือนจะรู้แต่บางทีก็เหมือนไม่รู้ เฮ้อ

    แต่น้ำตาจะไหลที่ฟางฮวาเก็บของในวังใส่ห่อผ้าไปให้เสาเอ่อ ฟางฮวาคงคิดถึงเสาเอ่อมากแน่

    เศร้าอยู่ดีๆ เจอฟางฮวาขูดทองนี่ฮาเลยค่ะ น่ารักเอ็นดูแท้ 5555555



    เราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ตั้งหน้าตั้งตารอเข้ามาเช็คทุกวัน 5555

    เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แปลเรื่องนี้นะคะ
    #579
    1
    • #579-1 Shui Jing(จากตอนที่ 14)
      15 พฤษภาคม 2559 / 19:33
      โอ้ยรักเลยเม้นนี้ อ่านบนรถเมล์แบบว่าปลื้มปริ่มมาก น้ำตาจะไหล บรรยายได้ตรงใจมากเลยคร้า คือแบบมันใช่อ่ะ จะพยายามมาอัพให้เร็วที่สุดนะคะ ขอบคุณที่รักฟางฮวา รักเสาเอ่อ และรักนิยายเรื่องนี้เหมือนกันนะคะ จะพยายามให้เต็มที่ค่ะ :)
      #579-1
  13. #578 Fah@hk21 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 11:50
    ฟางฮวาคือดีกับใจมากอ่ะ หลงรักผู้ชายคนนี้ น่าจะรู้แล้วป่ะแบบอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน่าจะดูออกอ่ะ5555
    #578
    0
  14. #577 Winwin Monbebe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 06:45
    โอ้ยยยพี่ฟางฮวาละมุนมากกกกกก เนียนด้วยหรือเปล่า 555
    #577
    0
  15. #575 แคปพลีส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 00:29
    น่าร้ากกกกก ติ่งฟางฮวาค่า
    #575
    0
  16. #574 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:06
    อดทนจิตใจเบื้องลึกที่อยากจะไปแตะต้องสัมผัสเขา เสาเอ่อไม่ค่อยจะหื่นเลยนะคะ55555555555555555555
    ฟางฮวาขุดทอง เอ๊ย ขูดทอง ตลกอ่ะุถึงกับต้องไปขูดมาเลยเหรอคะ ใสซื่อจริงๆคนอะไรรรรร๊ ดีงามพระรามสีพันเก้ามากค่ะชอบตอนนี้มาก ฮืออออออ
    #574
    1
    • #574-1 Shui Jing(จากตอนที่ 14)
      15 พฤษภาคม 2559 / 19:34
      555 เสาเอ่อเราแอบหื่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วคร้าแต่หื่นกะแค่ฟางฮวานะคะ :)
      #574-1
  17. #573 1964 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:24
    ปวดใจจัง...ทั้งสองคิดถึงกันแต่ไม่อาจจะสื่อเข้าใจกันได้
    เฮ้อ...ได้กลิ่นมาม่าค่อยๆ ลอยมาแต่ไกลเลย
    รอติดตามอยู่นะค่ะ
    #573
    1
    • #573-1 Shui Jing(จากตอนที่ 14)
      15 พฤษภาคม 2559 / 19:35
      ใช่คร้า ต่างคนต่างรักและห่วงใย แต่กลับไม่พุดออกมาให้ชัดเจน
      #573-1
  18. #571 Lady Lilac (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 19:37
    เราว่าต้องรู้แล้วแหงๆ คิดดูสิ จะมีใครบ้างที่รู้นิสัยฟางฮวาดีขนาดนี้ แถมนิสัยนางยังเป็นเอกลักษณ์แบบสุดๆ แกเลี้ยงของแกมากับมือตั้งหลายปี เสาเอ่อก็เผยตัวตนให้เห็นตั้งแต่แรกขนาดนี้แล้ว ถ้าจำไม่ได้น่ะสิ น่าน้อยใจแย่

    ตอนนี้หานจึชวนแอบโหดแหะ จำได้แล้วอ่ะดิ แหม คนสุดท้ายเลยนะ(สมมุติว่าอาจารย์แกจำได้แล้วละกัน) ตกรอบแล้ว ยิ่งเป็นรัชทายาทยิ่งไม่อยากยกเสาเอ่อให้เล้ย ..ไม่ผ่านๆ ไปกินแห้วแทนละกันนะ

    จุดเปลี่ยนที่ว่าคือใกล้จะดราม่าแล้วสินะ.. สินะ.. ม่ายอะ ไม่อ้าววว ไม่อยากได้ดราม่า TT_TT ทุกวันนี้ก็ดราม่าหนักกับเสาเอ่อมันเกือบทุกตอนอยู่แล้ว อย่าให้ชีวิตนางมืดมนไปมากกว่านี้เลยนะ สงสารนางอ่ะ นอกจากฟางฮวาแล้ว ดูชีวิตนางจะไม่มีอะไรดีๆเลยนะนี่

    รอตอนต่อไปค่ะ มาแปลต่อเร็วๆนะคะ
    #571
    1
    • #571-1 Shui Jing(จากตอนที่ 14)
      15 พฤษภาคม 2559 / 19:37
      เม้นยาวได้ใจมาก รักเลย จริงค่ะ คิดเหมือนกับผุ้แปลตอนอ่านครั้งแรกเลยว่าฟางฮวาต้องรุ้แน่ๆ เลี้ยงมากะมือเสียขนาดนั้น ยิ่งตอนเสาเอ่อเช็ดมือกับเสื้อนี่แบบ ชัดเลย :)
      #571-1
  19. #570 ซาลาสซา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 18:53
    บรรดาของฝากของเธอนะ เสาเอ๋อ
    #570
    1
    • #570-1 Lady Lilac(จากตอนที่ 14)
      14 พฤษภาคม 2559 / 19:46
      แอบเก็บไปให้ทุกอย่างเล้ย
      #570-1
  20. #568 t_g_k (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 18:19
    เดาว่ารู้นะ อยู่ด้วยกันนานน่าจะจับลักษณะได้ // ขํามาก คุณชายฮวาขูดทอง TwT
    #568
    0
  21. #566 Nopparut (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 14:43
    มาขูดทองเรอะ
    #566
    0
  22. #565 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 13:00
    นี่คือเหตุผลที่เข้ามาก??5555 ฮาไปอีกก
    #565
    0
  23. #564 XinSin_SERA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 12:51
    รู้สึกมึนเบาๆ
    #564
    0
  24. #563 หนมปังเปียก > < // (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 12:30
    ฟางฮวาาาา -/////-
    #563
    0
  25. #562 หงส์ สิรินทร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 12:08
    รอต่อไปจร้าา
    #562
    0