นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 13 : นางในประจำตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    7 พ.ค. 59

          “ง่ายมาก” เขาเลิกชายแขนเสื้อขึ้น เอ่ยเสียงจริงจัง “ทำหน้าใหม่ให้เจ้าไง”

          อ่า ไม่เลวนี่ ข้าพยักหน้ารับ หมุนตัวหาน้ำ

          “น้ำอยู่ไหนล่ะ”

          “อยู่ในกะละมัง”

          “แล้วกะละมังอยู่ไหนล่ะ”

          “เดินไปข้างหน้าเจ็ดแปดก้าว บนชั้นมีกะละมังน้ำเย็นวาง ผ้าก็ใช้ชุดของเจ้าเช็ดแทนแล้วกัน” เขามองมาด้วยสายตาอ่อนโยน “เข้าใจหรือยัง”

          ข้าพยักหน้ารับ เดินเข้าไปตรงกะละมังที่วางอยู่ วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าไปมาจนรู้สึกว่าสะอาด

          “มาเลือกซะ” เขาเอ่ยขึ้น เรียกข้าเข้าไปหา

          สายตาข้าถูกกระถางหยกสามขาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะดึงดูดให้จับจ้อง ภายในกระถางเต็มไปด้วยหน้ากากหนังบางเฉียบหลายอันลอยแช่อยู่ในน้ำที่มีกลิ่นของไม้จันทร์

          เขาปรายตามองไปที่หน้ากากเหล่านั้น “อันนี้แล้วกัน”

          พูดจบ มือเขาก็จุ่มลงไปในน้ำนั้น หยิบเจ้าหน้ากากหนังแผ่นบางๆนั้นขึ้นมากะขนาดบนใบหน้าข้า

          “อร๊าย เจ้านี่ยังไงกัน ไม่ใช่บอกให้ข้าเลือกรึ”

          เสียงเรียบไร้อารมณ์ดังสวนขึ้นมา “หนังของข้า เจ้าก็เลือกอันของเจ้า ข้าให้อันนี้ของข้า ถึงเจ้าเลือกแต่ข้าไม่ให้ เจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่ดี”

          เลว

          ชายผู้นี้ เลวที่สุด

          “อย่าขยับ หนังแผ่นหนึ่งแพงมากนะ” เขาใช้นิ้วกดแผ่นหนังลงบนหน้าข้า เริ่มจากคิ้ว ค่อยๆลากลงมา กดไปกดมาอยู่หลายจุด ดวงตาคลี่ยิ้ม หัวเราะออกมานที่สุด “เสร็จแล้ว”

          ความรู้สึกไม่ค่อยดีเกิดขึ้นในใจ ข้าลอบมองเขาด้วยหางตา หมุนตัวไปอีกด้าน ยกมือขึ้นลูบคลำใบหน้าตนเอง โล่งใจขึ้นมาทันตาเมื่อสัมผัสได้ถึงความบอบบางอ่อนโยนราวกับเป็นผิวของตนเองจริงๆ

          เขากอดข้ามาจากทางด้านหลัง กระซิบเสียงแผ่ว “ยังมีอีกอย่างต้องเปลี่ยน” นิ้วเขาเกี่ยวไปมาอยู่ตรงปมเสื้อด้านหน้าของข้าที่มัดอยู่

          ตกลงเขาจะทำอะไรกันแน่นี่

          เห็นใบหน้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ของเขา ในขณะที่ข้ามองเขาด้วยสายตาจริงจัง มือเตรียมล้วงห่อยาพิษออกมา ยังไม่ทันได้สาดออกไป มือก็ถูกเขายึดไว้เสียก่อน ดึงข้าเข้าไปในอ้อมแขนเขา กอดแน่นจนข้ากระดิกตัวไม่ได้แม้แต่น้อย

          “เจ้าคิดจะวางยาพิษข้าอีกแล้วรึ”

          “นักปราชญ์ผู้มีความสามารถเขาไม่เสียมารยาทอย่างเจ้านี่”

          “กับคนอื่นข้าเป็นเช่นนั้น แต่กับเจ้าไม่จำเป็น” เขาหัวเราะยกนิ้วขึ้นจิ้มบนหน้าข้า “อีกอย่าง ปกติข้าอ่านแต่ตำราแพทย์” มือเขาไล้ต่ำลงมาจนถึงปมเสื้อด้านหน้าของข้า ใบหน้าคล้ายยิ้ม

          “เจ้าจะทำอะไร”

          “อย่าคิดลึก ข้าบอกแล้วไงว่าเจ้ายังมีอีกจุดที่ต้องเปลี่ยน” เขาประชิดกายเข้ามา เอ่ยเสียงแผ่ว “รู้ไหมว่าตรงไหน”

          ข้าพยักหน้า จ้องกลับไป

          ตำแหน่งมือเขาที่วางอยู่ตอนนี้ ถ้าวิเคราะห์กันดู เคลื่อนลงไปข้างล่างหน่อยก็คือทำอนาจารแล้ว

          “ศิลปะในการคลำของเจ้าดีมาก โทษที่ตัวข้าโง่เขลา ข้าไม่รู้จริงๆ”

          เขาหัวเราะขึ้น

          ยกมือขึ้นชี้ไปตรงตำแหน่งกล่องเสียงที่อยู่ใต้คางของข้า “เสียงของเจ้า

          “เสียง

          “เจ้าถามข้าว่าทำไมเจ้าแปลงโฉมแล้วข้ากลับดูออก นอกจากข้าจะเป็นมือเอกด้านการแปลงโฉมทำให้เห็นข้อบกพร่องในการแปลงโฉมของเจ้า แต่ที่ทำให้ข้าจับได้จริงๆคือเสียงของเจ้า” เขาค่อยๆเดินไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆบนตู้ลงมา หยิบยาลูกกลอนสีดำส่งให้ข้า “ดังนั้น กินมันซะ”

          ข้าปรายหางตาใส่เขา

          เจ้าให้กิน ข้าก็ต้องกินรึ

          ใครจะไปรู้ว่าไม่มีพิษ

          “เจ้าไม่เชื่อใจข้า หรือว่ากลัวพิษของข้า”

          “ข้าเสาฮวาไม่เคยมีพิษไหนที่ไม่เคยปรุง จะกลัวแพทย์หลวงตัวเล็กๆอย่างเจ้ารึ”

          “ที่แท้ชื่อเสาหยู่เป็นชื่อที่เจ้าตั่งขึ้นมาหลอกข้าจริงๆ” เขายิ้มอ่อนโยนมองมาที่ข้า เอ่ยเสียงละมุน “เสาฮวา ช่วงเวลาดีๆ เป็นชื่อที่ดีจริงๆ”

          แววตาอ่อนโยนราวกับผืนน้ำสีคราม ทำท่าเหมือนจะเอ่ยอะไรขึ้นอีก

          ข้าหันกายไปอีกด้าน เงยหน้าขึ้น ยกเม็ดยากลมๆลื่นนั้นเข้าปาก กลืนลงคอไปในที่สุด รู้สึกได้ถึงลมที่แผ่นซ่านขึ้นมายังกล่องเสียง ความรู้สึกแสบๆคันๆราวกับมีมดมากมายกำลังไต่อยู่

          อี๋ นี่มันยาอะไรนี่

          ข้ายกมือขึ้นกุมกล่องเสียงของตน มองไปรอบด้าน หยิบแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นเติมน้ำ ยกขึ้นดื่ม รู้สึกดีขึ้นเมื่อสายน้ำเย็นๆไหลลงคอ

          “ยาอะไรของเจ้านี่ ตั้งใจให้ข้าพูดไม่ได้กลายเป็นใบ้ไปเลยใช่ไหมห่ะ” คิ้วข้าขมวดมุ่นใส่เขา

          เสียงแหลมคล้ายเด็กดังก้องขึ้น

          ข้าอึ้งไปครู่

          “นี่ไม่ใช่ดีแล้วหรือไง แค่นี้องค์รัชทายาทก็จำเจ้าไม่ได้แล้ว” เขายกมือขึ้นไขว้ไว้เบื้องหลัง หัวเราะออกมาอย่างได้ใจ

          ชิ เมื่อครู่นี้หานจึชวนก็จำข้าไม่ได้เหมือนกันแหละ

          สองมือข้ายกขึ้นมาแตะตรงกล่องเสียง สงสัยอยู่ครู่ เปล่งเสียงออกมาอีกสองสามคำ ยังคงเป็นน้ำเสียงแหลมกังวาลคล้ายเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่

          “เจ้าไปเก็บข้าวของของเจ้าเสีย คืนนี้เปลี่ยนห้องนอน”

          “ทำไมล่ะ ที่อยู่ที่ข้าอยู่ตอนนี้ก็ไม่เลวนะ”

          “อาจารย์เจ้าเข้าวังมาก็หลายวันแล้ว แต่กลับเก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน นางในขันทีที่ดูแลปรนนิบัติเขาทุกวันนี้ล้วนแต่ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาชอบไม่ชอบอะไร ถ้าซักวันหนึ่งเขาไม่ช่วยรักษาฮ่องเต้ขึ้นมาล่ะก็ ใจข้าคงจะไม่มีทางสงบ” เขายกมือข้าขึ้นกุมไว้ “ฟางฮวาไม่ให้เจ้าเข้าวังมาแต่เจ้ากลับมา ดังนั้นไหนๆก็มาแล้ว ทำไมไม่ไปอยู่ห้องเดียวกับเขาเสียเลยเล่า เจ้าไม่บอกความจริง ข้าเองก็จะไม่เปิดเผยความลับนี้ของเจ้าเช่นกัน เจ้าว่าดีไหม

          ข้าทำตาปรือมองเข้าไปในแววตาจริงจังของเขา

          “ข้าไม่อยาก” ข้าเบะปาก เบือนหน้าไปอีกทางด้วยสีหน้าโดนบังคับ “แต่เห็นกับที่เจ้าเอ่ยปากขอร้อง ข้าก็จะยอมยอมรับปากก็แล้วกัน”

          เขาคลี่ยิ้ม หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี จับมือข้าดึงให้เดินตามเขาออกไป

ข้าทำหน้าบึ้ง โดนเขาจูงไปตลอดทาง พยายามข่มยิ้มแห่งความสุขตรงมุมปากเอาไว้

          สวรรค์ รอข้ากลับไปแล้วค่อยจุดธูปให้ท่านแล้วกันนะ ขอบคุณที่ทำให้ข้าได้เจออาจารย์ในที่สุด แถมยังได้อยู่ห้องเดียวกับเขาอีก แบบนี้ก็หมายความว่าตอนกลางคืนก็ยังสามารถ

          หน่งหยู่หยุดเท้าลง หันกลับมามองข้า “จะได้เจออาจารย์แล้ว ดีใจมากใช่หรือไม่” ใบหน้านั้นดูเรียกร้องความสนใจ

          เขาแตะมือลงมาบนบ่าข้าราวกับปลอบโยน ตบเบาๆลงบนนั้นสองสามที

          “ได้ยินคนรับใช้บอกว่าเขาปรนนิบัติยากมาก ช่วงนี้คงต้องลำบากเจ้าหน่อยแล้ว เอาไว้ข้าค่อยเพิ่มเงินเดือนให้เจ้าอีกซักหน่อยแล้วกัน

          ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยคำขอโทษ นำทางข้าต่อโดยไม่เอ่ยอะไรขึ้นอีก เวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป ก็เห็นประตูสีแดงบานหนึ่งอยู่เบื้องหน้า

          ข้าเก็บความตื่นเต้นในใจเอาไว้ ลมหายใจเริ่มติดขัดขึ้น ความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกอก ในขณะที่ดวงตาเริ่มพร่าเลือนราวกับมีม่านหมอกมาบดบัง

          “แพทย์หลวงหน่ง” นางในสองสามคนคุกเข่าลงเมื่อเห็นเขา

          เขาพยักหน้ารับ หยุดเดินลง

          “พวกเจ้าทำไมถึงไม่เข้าไปรับใช้ข้างในล่ะ”        

           นางในต่างมองหน้ากันและกัน ราวกับมีบางสิ่งปิดบังอยู่

          ประตูถูกแง้มไว้อยู่นิดหนึ่ง เพียงผลักเบาๆก็เปิดออกอย่างง่ายดาย

          ข้ายืนอยู่ด้านหลังหน่งหยู่ มองเข้าไปยังร่างที่อยู่ในห้องนั้น ผมยาวสลวยดำสนิทนั้นตกอยู่บนบ่า แสงสว่างจากภายนอกตกกระทบลงบนร่างทอแสงเรืองรองนั้น เขานั่งอยู่ตรงโต๊ะข้างหน้าต่าง เท้ามืออยู่ตรงศีรษะ ตาปิดสนิท คล้ายกำลังงีบหลับ

วินาทีนั้น

          หัวใจข้าราวกับถูกบีบรัดไว้แน่น

***************************************

            หน้าต่างที่เปิดอยู่เผยให้เห็นดอกท้อด้านนอกที่ชูช่อเบ่งบาน ร่วงโรยโปรยปรายราวกับสายฝนเมื่อต้องลม กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ฟุ้งตลบไปทั่วห้อง บางกลีบปลิวเข้ามาในห้องร่วงหล่นลงบนบ่าของฟางฮวา

     “คุณชายฟางฮวา” หน่งหยู่เอ่ยเรียกเขาเบาๆ

      เขาพยักหน้ารับ ยังดูงงงวย

      แพขนตายาวสวยนั้นสั่นไหวเบาๆ ค่อยๆลืมตาขึ้น ราวกับเขานั่งอยู่ตรงนั้นมานานนับหลายพันปี

      ข้าได้ยินเสียงลมหายใจถี่รัวของหน่งหยู่ ที่จริงแล้วไม่เพียงแต่เขา ใจข้าเองก็เต้นตูมตามไม่หยุดเช่นกัน

      ใบหน้าขาวบริสุทธ์ยิ่งทำให้ไฝที่อยู่ใต้ตาเด่นชัดยิ่งขึ้นอีก ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ดูเหมือนเขาจะเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง พูดไม่ถูกว่าตรงไหน คิ้วสองข้างคู่นั้นตวัดขึ้น หัวคิ้วอ่อนโยนแฝงแววกังวล ความเหงาในแววตาทำเอาใบหน้านี้ยิ่งเย้ายวนจับตา สวยไม่น่าเบื่อ

 อารมณ์เหล่านี้ปรากฏอยู่เพียงครู่ ก่อนจะจางหายไปแทบจะในทันที

 ราวกับอยู่ๆเขาจะมลายหายไปต่อหน้าต่อตา

      ท่ามกลางสายตาเป็นประกายของข้า

      เขากลับคืนสู่อารมณ์ยามปกติ แววตาเยือกเย็นคู่นั้นมองมาที่หน่งหยู่

      หน่งหยู่อึ้งไปครู่ ซักพักถึงเรียกสติกลับมาได้ หันกายชี้ไปที่ไปบรรดาคนรับใช้ที่ยังยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงประตูด้านนอก “ข้ามาถึงเห็นพวกนางยืนเหม่อกันอยู่ข้างนอกนั้น ทำไมท่านถึงไม่ให้พวกนางเข้ามาปรนนิบัติในห้องล่ะ พวกนางทำให้คุณชายฟางฮวาโกรธใช่หรือไม่

      “ข้าอยากดื่มน้ำ”

      “พวกนางไม่ให้ท่านดื่มน้ำรึ”

      “ให้แล้ว” ประโยคเรียบง่ายไร้ความรู้สึกใดๆยังกล่าวไม่ทันจบ ประโยคใหม่เยือกเย็นก็เสริมขึ้น “แต่ข้าไม่ชอบสัมผัสกับมนุษย์”

        “……..

                ก็เลยไล่พวกนางออกไปข้างนอกแบบนี้นี่นะ

                ข้าเข้าใจความรู้สึกเขานะ

                ข้าพยักหน้ารับ กลั้นรอยยิ้มไว้ ลอบมองหน่งหยู่นิดหนึ่ง เห็นใบหน้าหน่งหยู่แข็งเกร็งไปหมด ฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก

                “ไม่ใช่ความผิดของคุณชายฟางฮวา เป็นเพราะพวกเขาไม่มีไหวพริบปฏิภาณ ดังนั้นวันนี้ข้าก็เลยพาคนใหม่มาดูแลท่าน” เขายื่นมือมาเบื้องหลัง ดันข้าขึ้นมาเบื้องหน้า

                ฟางฮวาไม่มองมาที่ข้าแม้แต่น้อย เขาเบือนหน้าไปอีกทาง หยิบกาน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะเทลงแก้ว ยกขึ้นมาหมายจะดื่ม

                คิ้วงามขมวดมุ่น ก่อนจะวางกลับลงตามเดิม

   “เจ้ามา ยังมีธุระอะไรอีกหรือไม่”

                หน่งหยู่กลับไม่เข้าใจอาการไล่แขกของเขา เขาเดินขึ้นไปเบื้องหน้า ทำท่าจะเดินเข้าไปยกเก้าอี้มานั่งลงคุยกับเขา ยังไม่ทันจะได้นั่ง ร่างขันทีน้อยคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าลุกลี้ลุกลน เสื้อคลุมแนบกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา

                ข้ายกหูขึ้นเตรียมแอบฟัง แต่กลับได้ยินไม่ชัดเจน

                หน่งหยู่ลุกขึ้นยืน ฮึมฮัมอะไรบางอย่างในลำคอ เอ่ยขึ้นกับฟางฮวา “ในวังมีเรื่อง ข้าคงต้องขอตัวก่อน”

                พูดจบเขาก็หันมามองข้า คลี่ยิ้มกำชับ “ดูแลคุณชายฟางฮวาให้ดี”

                ชิ

                พูดจบเขาก็เดินออกไป

                ในห้องดูโล่งไปทันตา นางในขันทีพวกนั้นยังคงก้มหน้าอยู่ตรงประตูไม่กล้าเข้ามา

                ฟางฮวายังนั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าดูเงียบขรึม

                จริงๆแล้ว เขาคล้ายกับชั้นที่ว่างเปล่า

                ชายผู้นี้มีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งนัก พูดน้อย แถมยังไม่แสดงความรู้สึกออกมาให้คนนอกเห็น คนในวังมาเจอโซ้วแบบเขา ไม่น่าแปลกที่จะไม่ตกใจ

                ชิ ข้าจะคอยดูว่าเขาจะทนอยู่ในวังได้ซักกี่วัน

                ข้านั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา

                พวกคนรับใช้ข้างนอกต่างเบิกตาโพลงตกใจกันยกใหญ่ แต่ก็ไม่มีซักคนกล้าส่งเสียงห้ามหรือขัดขึ้น

                ฟางฮวาเองก็แค่เหลือบตาขึ้นมองข้านิดหนึ่ง มือวางลงบนโต๊ะ นิ้วมือไล้อยู่ตรงลายไม้ มองไปบนผิวโต๊ะอย่างเหม่อลอย

                ดูเอาเถอะ

                เขาน่ารังแกเสียขนาดนี้

                ไม่ได้มีท่าทีของผู้เป็นนายที่ห้ามคนรับใช้มานั่งตีตัวเสมออยู่บนโต๊ะเดียวกันเลยแม้แต่น้อย ดูท่าทางงามสง่าของเขาแบบนี้ ทำเอาใจข้าโหวงเหวงไปหมด

        นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อครู่เขาอยากจะดื่มน้ำ

                ข้ายกชายแขนเสื้อของตนขึ้น หยิบกาน้ำชานั้นเปิดฝาดู คิ้วขมวด รินน้ำในกาใส่แก้วยกขึ้นชิม

                ฟางฮวายามนี้หันมามองข้าด้วยความสงสัย

                แต่ข้าไม่สนใจ

   ข้าคลี่ยิ้ม เรียกขันทีด้านนอกเข้ามา เอากาน้ำชานั้นยัดเข้าไปในอ้อมแขนเขา เอ่ยเสียงต่ำ “จากนี้ต่อไปในห้องนี้เตรียมน้ำไว้สองกา กาหนึ่งใส่ใบชาไว้ อีกกาไม่ต้องใส่ กาที่ใส่ใบชาจะต้องคอยรักษาอุณหภูมิให้ร้อนจัดอยู่เสมอ” 

                เขาดูอึ้งไปครู่

                ข้าปรายตาขึ้นมองเขา “เข้าใจหรือไม่”

                “ขอรับ ขอรับ เสี่ยวลี้จึ จะไปทำเดี๋ยวนี้”

        ฟางฮวามีนิสัยไม่ค่อยเหมือนกับมนุษย์ แม้แต่การดื่มน้ำก็ยังแปลก ต้องมีอันหนึ่งเย็น อันหนึ่งร้อน จะเป็นน้ำจากสระหรือน้ำจากบ่อก็ได้ แต่ต้องต้มให้ร้อนและรอให้เย็นเสียก่อน ส่วนน้ำชาจะต้องร้อนจัดเท่านั้นเขาถึงจะดื่ม แม้ว่าอากาศจะร้อนถึงเพียงไหน เขาก็จะค่อยๆดื่ม เพียงแค่น้ำชาเปลี่ยนเป็นอุ่น คนปกติสามารถดื่มได้ แต่เขาไม่ชอบ ให้ตายก็ไม่แตะ

                เพียงครู่ น้ำชาก็มาวางอยู่ตรงหน้า

                ข้าเทลงแก้ว ยกให้เขา

                ขนตาเขากระพริบน้อยๆ จ้องมองมาที่มือข้า ค่อยๆเลื่อนมือมารับ สายตาเย็นฉ่ำดุจสายน้ำมองมาที่ข้า คลี่ยิ้มขึ้นมา

                ภายใต้สายตาที่จับจ้องอยู่ของทุกคน

                เขาดื่มชาที่ข้าส่งให้

                เหล่านางในขันทีต่างมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ ภายหลังเมื่อข้าสนิทกับพวกเขาแล้วจึงรู้ว่า แท้จริงแล้ว ตั้งแต่เข้าวังมาฟางฮวาน้อยมากที่จะดื่มน้ำที่มีคนส่งให้

                ไม่ต้องถามข้าว่าทำไม เพราะข้าคงจะตอบว่า เพราะว่าน้ำของพวกเจ้าไม่ถึงระดับน้ำที่เขาต้องการ

                “อย่าห้ามข้า ไสหัวไปให้หมด” น้ำเสียงอ่อนนุ่มดูเอาแต่ใจดังมาจากเบื้องนอก เน้นเสียงหนักๆตรงเข้าว่า ไสหัว พร้อมกับเสียงฝีเท้าเบาๆผสมกับเสียงกระพรวนที่ดังขึ้น

                คนที่อยู่ตรงประตูต่างพากันคุกเข่าลง เมื่อร่างในชุดสีเหลืองแทรกกายเข้ามาในห้อง กลิ่นดอกไม้ตลบอบอวลไปหมดตามร่างนางเข้ามา “คุณชายฮวา ผู้น้อยเก็บดอกไม้มาให้ท่าน”

                แววตาวาววับราวกับสายน้ำจ้องเขม็งมาที่ข้า ร่างสตรีอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี แต่งกายคล้ายนางใน แต่กลับดูน่ารัก ในอ้อมแขนนางเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันงดงามหลายชนิด นางมองกลับไปที่ฟางฮวา ก่อนจะหันกลับมามองข้าอีกครั้ง

   “อี๋ นางผู้นี้คือ”

                แม่นาง ข้าเองก็อยากจะถามเหมือนกัน

                เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่ากุลสตรีที่ดีไม่ควรจะเข้ามาในห้องของผู้ชายวัยหนุ่มเช่นนี้

                โดยเฉพาะ 

               ห้องฟางฮวาของข้า!!!

                                                                        ***************************************

                ฟางฮวาชี้ไปที่สตรีนางนั้น “เสี่ยวหวง”

                เสร็จแล้วก็ชี้มาที่ข้า เอ่ยบอกนาง “คนที่จะมาปรนนิบัติข้า”

                คำแนะนำง่ายจริงนะ

                เสี่ยวหวง ทำยังกับเรียกหมา

                ข้ายิ่งแย่ใหญ่ แม้แต่ชื่อยังไม่มี

                ข้าร้องไห้โฮในใจ ขมวดคิ้วมองเขาพลางลอบคิด ปกติฟางฮวาจะไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายภายนอก แต่วันนี้เขากลับมีท่าทีใจดีกับคนอื่น แถมยังพูดกับนางตั่งมากมาย

                ในขณะที่นางยังคงมองมาที่ข้าอย่างตั้งใจ ใบหน้านั้นโกรธเกรี้ยวแดงก่ำยิ่งกว่าดอกไม้ในมือเสียอีก ข้าพินิจมองใบหน้าของนางที่นับได้ว่าเป็นสาวงามคนหนึ่งเลยทีเดียว ปรายตาเคลื่อนไปยังเหล่าดอกไม้ที่อยู่ในอ้อมแขนนาง ดอกแพร์ ดอกแปะเจียก ดอกโบตั๋น

                นี่มัน

                สายตาข้ากับฟางฮวาต่างจับจ้องอยู่ที่จุดๆเดียวกัน

                ช่อดอกท้อนั้น

                แม่นางน้อยผู้นี้ นี่เจ้าจะมาส่งอาหาร หรือว่ามาวางยาโซ้วกันแน่

                ถึงแม้ว่าฝีมือการแก้พิษของฟางฮวาจะเป็นเลิศก็เถอะ แต่ในวังไม่มีแบ่งแยกฤดู ดอกไม้เหล่านี้ล้วนแต่เติบโตไม่ตรงตามฤดูกาลอย่างที่พวกมันควรจะเป็น เจ้าดอกท้อนี้ไม่แน่ว่าพิษอาจจะรุนแรงยิ่งกว่ายามปกติอีกหลายเท่า

                ข้ามองไปที่ฟางฮวา เห็นเขายังนิ่งไม่ขยับ จึงประชิดกายเข้าไปหมายจะรับดอกไม้ในอ้อมแขนของนางมา “ขอบใจเจ้ามากแม่นางเสี่ยวหวง ดูเหมือนเจ้าจะหนักไม่เบา มาข้าช่วย”

                นางเขม้นคิ้วใส่ข้า “ใครให้เจ้าเรียกข้า เสี่ยวหวง

                แม่นางน้อยนี่ ไม่ได้ทำตัวให้คนรักเลย

                ข้ายกมือขึ้นขยี้จมูกตนเอง ก้าวถอยหลังมาสองสามก้าว คิดว่าจะเดินไปปิดประตู อุทานขึ้นมาคำ หยุดมืออยู่ตรงประตู เมื่อร่างนางในขันทีหลายร่างพรูกันเข้ามาในห้อง ขันทีคนหนึ่งหันมาบอกให้ข้าคุกเข่าลง ก่อนจะเปล่งเสียงขึ้นดังลั่น “กุ้ยเฟยเสด็จ”

                เสี่ยงหวงเองก็เหมือนจะเห็นแล้วเช่นกัน รีบก้าวไปหลบอยู่หลังฟางฮวา

                กุ้ยเฟย

                ข้ามองไปที่ฟางฮวา ใบหน้าเขายังคงเรียบเฉยว่างเปล่า

                “ไอ้โยว ห้องนี้ดูคึกคักดีจริง” เสียงนุ่มนวลเอ่ยดังขึ้น

                ร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ดูสูงศักดิ์ งามสง่า แต่ไม่เท่าฟางฮวา

                นางกวาดตามองไปรอบด้าน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุ “สวนเอ่อ ออกมา”

                ร่างที่แอบอยู่หลังฟางฮวายังคงนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆยื่นหน้าออกมา วิ่งเข้าไปกอดอยู่ตรงขานาง “เสด็จแม่”

                “แอบใส่ชุดนางในออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกอีกแล้ว กลับไปข้าค่อยชำระความกับเจ้า” นางบีบเบาๆลงบนแก้มของเด็ก สาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่กล้าออกแรงมากนัก หันไปเอ่ยกับฟางฮวาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น “ช่วงนี้เจ้าเด็กนี่ชอบมาที่ท่าน ต้องขอโทษจริงๆ ลำบากท่านแล้ว”

                ฟางฮวายกมุมปากขึ้น สีหน้ายังคงเรียบเฉย

                กุ้ยเฟยยกมือขึ้น ขันทีเบื้องหลังน้อมกายถือถาดอาหารเข้ามาทางด้านข้าง

                “ข้าสั่งให้ห้องเครื่องทำของว่างมาให้ คุณชายฮวาโปรดรับไว้”

                พูดจบนางก็หันมองไปรอบด้านก่อนเอ่ยขึ้น “ข้าก็ยังสงสัยอยู่ว่า หลายวันมานี้พวกนางในไปเก็บดอกไม้ ทำไมถึงบอกว่าไม่มี ที่แท้ก็ถูกส่งมาอยู่ที่นี่หมดแล้วนี่เอง”

                “ถ้ากุ้ยเฟยชอบ ท่านก็เอาไปทั้งหมดเถอะ” ฟางฮวาเอ่ยขึ้น

                “จะดีรึ ปกติข้าก็ชอบให้เด็กรับใช้ไปเก็บดอกไม้สดมาทำปิ่นปักผม ตอนแรกคิดว่าจะมีแต่สตรีที่ชอบของพวกนี้ คิดไม่ถึงว่าคุณชายฮวาก็ชอบเช่นกัน” มือนางสัมผัสดอกไม้ หยุดมือลง หัวเราะขึ้น “ได้ยินมานานแล้วว่าคุณชายฮวานอกจากจะมีฝีมือด้านการแพทย์ล้ำลึกแล้ว รูปร่างหน้าตาก็งามสง่า ถึงแม้ว่าท่านจะเข้าวังมาหลายวันแล้ว อาการของฮ่องเต้กลับยังไม่ดีขึ้น แต่เรื่องรูปร่างหน้าตากลับสอดคล้องกับความจริง ทำเอาทั้งหญิงทั้งชายทั้งเด็กทั้งแก่ต่างหลงกันไปตามๆกัน ไม่น่าแปลกที่องค์รัชทายาทจะดั้นด้นไปเชิญท่านเข้ามาในวัง”

        คำพูดของหญิงผู้นี้แฝงไปด้วยคมมีด

                ข้าปรายตามองฟางฮวานิดหนึ่งอย่างกังวล เห็นเขานั่งลงบนเก้าอี้ ยกน้ำชาในแก้วขึ้นมาจิบอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ

                แววตาของเสี่ยวหวงที่มองเขาเต็มไปด้วยความนับถือ

                “ช่วยข้าเลือกดอกใหญ่ๆมาดอกได้ไหม” นางเอ่ยขึ้น

                ข้ารีบหยิบดอกโบตั๋นที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในอ้อมแขนถวายให้นาง

    นางคลี่ยิ้มรับ ถือดอกโบตั๋นนั้นไว้ในมือ หันหน้าไปหากระจก ปักดอกไม้นั้นลงบนศีรษะ

                งดงามมากจริงๆ

                นางปรายตาไปยังขันทีนิดหนึ่งราวกับออกคำสั่ง ขันทีนั่นก้าวขึ้นมาเบื้องหน้า โอบดอกไม้นั้นทั้งหมดออกไป นางปรายตามองมาอีกเพียงครู่ ก่อนจะเดินออกไป

                ข้ามองดูนางเดินออกไปข้างนอก มือยังไม่หยุดยกขึ้นแตะไปที่ดอกโบตั๋นที่ประดับอยู่บนศีรษะอย่างชื่นชม ก่อนที่มืออ่อนโยนนั้นจะเลื่อนลงมาที่ใบหน้าอีกครั้ง

                ข้าคลี่ยิ้มหยุดไม่อยู่ขึ้น

                แตะเข้าไป แตะไปเยอะๆ

                โง่ที่สุด กล้าพูดจาดูถูกอาจารย์ต่อหน้าข้า พอดีเมื่อกี้ข้าคันมือ เลยเผลอสาดผงอะไรนิดหน่อยลงไปในดอกไม้นั่น ให้เจ้าลองชิมรสชาติของความเจ็บปวดบ้าง

                ไม่มาก แต่ก็พอให้หน้าเจ้าแสบๆคันๆ นอนพักซักสิบวันสิบห้าวันก็หาย

                เรื่องในวัง คนในวัง ซับซ้อนวุ่นวายไว้กว่าที่ข้านึกคิดมากนัก

                ข้าปิดประตูลง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

                ฟางฮวาช่วงไม่กี่วันมานี้ทนอยู่ได้อย่างไรกันนะ ข้าปรายตาลอบมองเขา เห็นเขาค่อยๆลุกขึ้น หันหลังให้ข้า ก้มหน้าทำอะไรบางอย่างอยู่

                ข้ายื่นหน้าเข้าไปดู เห็นผ้าเล็กๆผืนหนึ่งกางไว้ เขาหยิบของว่างที่กุ้ยเฟยเอามาให้ยกขึ้นดมนิดหนึ่งราวกับเป็นของมีค่า เลือกหยิบขึ้นมาวางลงบนผ้าสีขาวสะอาดตานั้นอยู่หลายชิ้น มัดปมผ้า ก่อนจะยัดเข้าไปเก็บไว้ในอกเสื้อ

                เนื้อผ้าแบบนี้ช่างดูคุ้นตา

                คล้ายกับเป็นชายชุดคลุมที่ยามปกติเขาใส่ตอนอยู่ที่บ้าน

                “คุณชาย ท่านกำลังทำอะไรหรือ” ข้าเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

                อย่าบอกนะว่ากินดอกไม้จนเบื่อแล้ว ตอนนี้เปลี่ยนมากินขนมแต่ก็ไม่ต้องถึงขนาดเอาไปซ่อนไว้กับอกกระมัง

                “ข้าจะเก็บไว้ให้เสาเอ่อกิน” เขาลังเลอยู่ครู่ก่อนเอ่ยต่อ “นางไม่เคยกินของดีขนาดนี้มาก่อน”

                น้ำเสียงเขาเรียบต่ำ แต่กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ราวกับกำลังเล่าเรื่องในยามปกติ

                แต่ใจข้ากลับสั่นไหวขึ้นมา

                ซักพักถึงสำนึกขึ้นมาได้ว่า เขาเก็บมันไว้ รอจนกระทั้งวันที่ออกจากวัง ไม่เน่าไปเสียก่อนหรือ

               

                บ่ายแก่ๆ

                เปลือกตาหนักอึ้งของข้าแทบจะปิดลงมา

                พวกนางในไม่มีเวลาพักกลางวัน ตอนที่ข้าอยู่ในโรงแพทย์หลวงยังได้แอบพักบ้าง แต่มาอยู่กับฟางฮวา จำนวนนางในขันทีนับคนได้ หายไปคนหนึ่งก็รู้ทันที ดังนั้นข้าจึงทำได้แค่อดทนอยู่เช่นนี้

                องค์รัชทายาทมาที่นี่ตั้งแต่เวลาอาหารเที่ยง อยู่จนถึงกระทั้งตอนนี้ก็ยังไม่ยอมไป

                ข้าหยิบดอกบัวที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมาดมนิดหนึ่ง เสริมสติให้ตนเอง ยื่นมือไปขวางเสี่ยวลี้จึไว้ รับกาน้ำชาในมือเขามาแทน เปิดประตูออก ก้มหัวเดินเข้าไป

                ดูเหมือนหานจึชวนกำลังหารืออะไรบางอย่างกับฟางฮวาอยู่ บรรยากาศดูแปลกๆชอบกล

                ในมือขององค์รัชทายาทถือภาพเขียนอักษรไว้ ข้างๆมือฟางฮวามีหนังสือกลอนหลายเล่มวางอยู่กระจัดกระจาย ข้าปรายตามองเงียบๆ ค่อยๆเดินไปรินชาส่งให้เขา

                ฟางฮวาดูตำราแพทย์ ข้าไม่แปลกใจ

                แต่เขาเปลี่ยนมาถือหนังสือกลอนเมื่อไหร่ล่ะก็ นั่นแหละเรื่องแปลก

                “ฝีมือเล่นพิณเล่นหมากรุกของท่านทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าฝีมือเขียนพู่กันของท่านจะเลิศล้ำถึงเพียงนี้ ทำไม” หานจึชวนเอียงศีรษะ ใบหน้าแฝงรอยยิ้มกวาดสายตาไปที่ฟางฮวา เอ่ยถามเสียงต่ำ “เสาเอ่อกลับไม่เป็นเลย”

                เลวที่สุด ลับหลังยังนินทาข้า

                “เสาเอ่อเป็นคนมีพรสวรรค์ แต่นิสัยเกียจคร้าน” เขาดื่มชาอีกอึก “ถ้านางอยากเรียน ข้าก็จะสอน ไม่อยากก็แล้วแต่นาง คนเราเกิดมาทั้งชีวิต ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุขถึงจะเรียกว่าความสุข”

                ดวงตาข้าฉายรอยยิ้มขึ้น เดินไปหลบอยู่ตรงมุมห้องแอบฟังอย่างเงียบๆ

                ฟางฮวายกคิ้วถามขึ้น “เจ้ามานั่งอยู่ที่นี่ตั่งนาน ตกลงว่ามีเรื่องอะไรกันแน่”

                หานจึชวนยืดกายขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ “ข้ามาต้องมีเรื่องแน่ แต่ตอนนี้กลับลืมไปเสียได้”

                เขาก้มหัวลง ใช้ชายแขนเสื้อกั้นกลางระหว่างแก้วชากับมือยามยกขึ้น เป่าลงไปเต็มแรง

                เขาเหมือนกับข้าไม่มีผิด

                อยู่กับฟางฮวามานาน เข้าใจนิสัยของเขา ทุกครั้งที่ดื่มชากับเขา เพื่อปกป้องตนเองไม่ให้ลิ้นปากพองต้องเป่าจนกว่าน้ำจะอุ่นถึงจะกล้าดื่ม

                เขาเหลือบตาขึ้นมองฟางฮวา ถอนหายใจออกมาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว ตอนเช้าแพทย์หลวงส่งข่าวบอกว่าอาหารของเสด็จพ่อทรงทรุดหนักลง ตอนนี้ท่านคงจะต้องไปช่วยดูเสียหน่อย”

                พ่อของตัวเองใกล้ตายแล้วแท้ๆ เขายังมีอารมณ์มานั่งคุย จนถึงตอนนี้เพิ่งจะพูดออกมา ข้าล่ะนับถือเขาจริงๆ

                ฟางฮวาเงียบขรึมไปครู่ไม่เอ่ยอะไรออกมา ถ้าให้ข้าเดา ข้าเดาว่าเขาน่าจะปฏิเสธ

                แต่ว่าเขากลับเงยหน้าขึ้น คิ้วขมวดปมแน่น เคาะนิ้วเบาๆลงไปบนโต๊ะทีหนึ่ง “เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ท่านนำทางเถอะ”

                เขาลุกขึ้นค่อยๆหันมาบอกข้า “เจ้าช่วยไปหยิบกล่องเข็มบนชั้นให้ที แล้วตามข้ามา”

                ข้ารึ

                ทำไมถึงเป็นข้าล่ะ

                ข้าจะได้เจอฮ่องเต้หรือนี่ 

****************************************

นื่องด้วยอาทิตย์นี้แรงงานอย่างผู้แปลมีวันหยุดเพิ่มมาสองวัน (สรุปทำงานแค่สามวัน)

เราก็เลยมีเวลานั่งแปลใหญ่เลย 

และด้วยรีดเดอร์ทุกคนที่คอมเม้นให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม ผู้แปลปลื้มเลยฟิตจัด ห้าห้า

ถ้าว่าง ก็จะแปลมาอัพกันนะคะ แต่ถ้าช่วงไหนยุ่งจริงๆก็จะพยายามมาให้ได้อาทิตย์ละตอนเนอะ ^^


ตอนที่แล้วรู้สึกว่าเฮียหน่งจะได้รับคะแนนนิยมเยอะเลยเนอะ ห้าห้า

แต่ผู้แปลยังรักเดียวใจเดียว รักฟางฮวาคนเดียว เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยปันใจให้ใคร

มีคนถามว่าเฮียหน่งเราหล่อไหม ในเรื่องมีพูดไว้นะคะว่าเฮียแกก็ป๊อบเหมือนกัน สาวๆรุม(ตอม)กันเต็ม 

ตอนนางเอกเจอครั้งแรกก็ยังคิดว่าผู้ชายคนนี้ดูดี ห้าห้า แต่ตอนนี้น่าจะเลิกคิดแล้ว เพราะเฮียแกปากจัดเกิน แถมมือยังไวอีก

สุดท้าย ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ที่เป็นกำลังใจให้กันนะคะ ชอบอ่านคอมเม้นมาก เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนกันเนอะ 

เราแปล ผู้อ่านคอมเม้นกลับ คนอ่านมีความสุข คนแปลก็มีความสุขตาม ^^ 


รักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ

แล้วเจอกันตอนหน้าคร้า

สุ่ยจิง 7 May 2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1514 oldcat2000 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 22:29

    สนุกมากๆอ่านเพลินเลยอยากให้แปลกให้จบนะคะ

    #1,514
    0
  2. #1330 SAOW (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 17:53
    ชักสนุกละสิ
    #1,330
    0
  3. #994 Pep.mintz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 00:28
    อาจารย์ท่านจะทำตัวน่ารักไปไหน
    #994
    0
  4. #952 jib-john (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 00:44
    เรื่องนี้ฮาเร็มชายงามชิมิ
    #952
    0
  5. #858 TiNa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 16:50
    คิดถึงเส่าเอ่อละจิ อิอิ
    #858
    0
  6. #606 มุกฝืด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 11:46
    อาจารย์น่ารักอ่ะ
    #606
    0
  7. #476 9namfon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 19:30
    เอ๋อน้อย
    #476
    0
  8. #475 APRIL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 18:31
    สนุกมากกกกก ขอบคุณไรต์มากค่ะ
    #475
    0
  9. #474 PIP'3 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 09:22
    ขอบคุณคะไรท์ รอต่อเน้ออออออ
    #474
    0
  10. #473 butterflyya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 08:01
    ฟางฮวาจะรักษาได้ไหมนะ ลุ้นๆ
    #473
    0
  11. #472 gussda (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 07:43
    ขอบคุณมากนะด่ะ รักม่ากๆๆๆละ
    #472
    0
  12. #471 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 00:18
    ขอบคุณผู้แปลมากค่ะ อาทิตยืนี้อ่านกันจุใจมากๆ
    #471
    0
  13. #470 kiim.u (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:33
    สนุกมากค่ะ รออ่านอยู่นะคะ สู้ๆ นะคะไรท์
    #470
    0
  14. #469 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:27
    ชอบทุกคนน่ะ แต่ถ้าฝครทำเสาเอ๋อเจ็บ เราก็เลิกถ้าทำดีเมื่อไหร่ค่อยชอบต่อ555
    #469
    0
  15. #468 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:16
    เก็บขนมไว้ให้น่ารักนะ แต่มันจะเสียก่อนไหมนี้ท่านโซ้ว 555
    #468
    0
  16. #467 มีอานา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 23:06
    ง่ะ!!! กลัวจริงๆนะ
    กลัวฟางฮวาจับได้5555
    #467
    0
  17. #466 XinSin_SERA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:56
    #ทีมฟางฮวา เสาเอ่อรักอาจารย์คนเดียวอยู่แล้ว #รีดเดอร์ก็เช่นกัน
    #466
    0
  18. #465 1964 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:11
    #ทีมฟางฮวาค่ะ ชอบฟางฮวาที่สุด
    ฟางฮวาของข้าคนเดียว (เสาเอ๋อ)
    ลุ้นและเชียร์ต่อไปค่ะ
    #465
    0
  19. #464 Margaret Jibman (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:06
    จะตั้งตารอ ตั้งใจรอ ตั้งตั้งตั้งอะไรรออีกดีน้าาา 555555 มาไวๆนะไรท์ ไม่ต้องรีบมาก แต่ต้องมาให้ไว. ><
    #464
    0
  20. #463 Peenunid (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:05
    สนุกมาก รออ่านนะคะ
    #463
    0
  21. #462 jinYoojin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:01
    ฟางฮวาเหมือนแม่เลยอะ 55555 ขำนางมาก
    #462
    0
  22. #461 pair_narak (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:51
    ทีมฟางฮวาเท่านั้นค่าาาา
    #461
    0
  23. #460 t_g_k (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:51
    ฟางฮวาอ่อนโยนมากๆ T///T
    #460
    0
  24. #459 crimbo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:50
    ฟางฮวาน่ารักกก 5555 รอต่อน้าา
    #459
    0
  25. #458 จ้าวสมุทร (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    ปูเสื่อรอตอนต่อไป แปลได้สนุกและน่าติดตามมากค่าาาาาาาาา><
    #458
    0