นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 10 : วันนั้นของผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    24 เม.ย. 59

               

                ท่าทางข้ากับหานจึชวนตอนนี้ดูเหมือนจะ ใกล้ชิดกันเกินไปแล้ว

                ข้อนี้ข้ารู้ดี

                ฟางฮวายืนอยู่ด้านหลังข้า มองมาอย่างเงียบๆ คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น บนใบหน้าปรากฏร่องรอยแห่งความเหงาท่าทางราวกับกำลังตกอยู่ในความเศร้าหมอง

       ข้าผลักหานจึชวนออกจากร่าง ค่อยๆยืนด้วยตนเอง คลี่ยิ้มขึ้นมาอย่างเขินอาย

                เสี้ยววินาทีนั้น

                คิ้วเขาคลายออก อารมณ์ที่แสดงออกบนใบหน้าเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว

                ดูคล้าย ภาพเมื่อครู่เป็นเพียงภาพที่ข้าคิดขึ้นมาเอง

                เมื่อข้ามองไปที่เขาอีกครั้ง ก็เห็นเขายกยิ้มมุมปากขึ้น สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน “ยกน้ำแข็งใสมาให้พวกเจ้า เรียกอยู่นานไม่เห็นใครมา”

                ข้าอึ้งไปครู่

                เขายื่นน้ำแข็งใสถ้วยหนึ่งใส่มือข้า สายตามองข้ามไปยังมือหานจึชวนที่ยังวางอยู่บนเอวข้า ยิ้มขึ้นมานิด ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

                “ขอบคุณท่านอาจารย์” ข้าเอ่ยบอกเขา

                หานจึชวนกลับคว้าอีกถ้วยในมือเขามาอย่างไม่เกรงใจ อีกมือหนึ่งยังคงประคองข้าไว้ ยิ้มกว้างบอกเขา “น้องเสารู้สึกไม่ค่อยดี ท่านมาจับชีพจรให้หน่อยเถอะ”

        “ดีขึ้นมากแล้ว ไม่รบกวนอาจารย์ดีกว่า” ข้าเอ่ยปฏิเสธเมื่อรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว

                เขาเหลือกตาขึ้นมองข้า ยกชายแขนเสื้อข้าเลิกขึ้นจับชีพจร คิ้วเรียวสวยขมวดปม เงียบไปครู่ใหญ่ แววตาที่มองข้าดูแปลกๆ

                “เป็นอย่างไรบ้าง” หานจึชวนทนไม่ไหวแทรกถามขึ้น

                เขาถามสิ่งที่ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน

                ฟางฮวาเงียบขรึมเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ “ข้าไม่เคยพบชีพจรเช่นนี้มาก่อน น่าแปลก คล้ายกับเลือดลมไม่พอ”

                หานจึชวนอึ้งไปพัก ทำท่าราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขันที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาตบมาที่บ่าข้าทีหนึ่งพลางเอ่ย “เจ้าว่าไง จะเป็นไปได้อย่างไร ของอร่อยๆเขาก็กินอยู่คนเดียว คนคนนี้จะเลือดลมไม่พอได้อย่างไรกัน”

        ข้าส่งสายตาพิฆาตไปที่เขา

                ข้ากับเจ้ายังต้องชำระแค้นกันอีกนานหานจึชวน

       แย่งชามน้ำแข็งใสในมือเขามาไว้ในมือ วิ่งเผ่นไปยังโต๊ะหินในบ้าน ไม่ลืมที่จะยกน้ำแข็งใสในมือขึ้นซด โดยไม่สนใจร่างที่วิ่งหอบตามมาเบื้องหลังของหานจึชวน

                อร่อยจริง เย็นชื่นใจ

                ฟางฮวาเดินยิ้มตามมาเบื้องหลัง เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่สะอาด วันนี้เขาใส่ชุดสีเลือดหมู รวบเส้นผมดำสลวยไว้เบื้องบน เขาเท้ามือไว้ตรงคางครุ่นคิดบางสิ่ง

    เขาเป็นผู้ชาย แต่กลับงดงามเกินกว่าจะถอนสายตา

                หานจึชวนนั่งลงข้างเขา ไม่รู้ไปเอาพัดจากไหนมาโบกไปมาอย่างร้อนจัด ส่งสายตาอาฆาตมายังถ้วยน้ำแข็งใสทั้งสองถ้วยที่ข้าประคองกอดอยู่ในมือ

                ลมเบาๆพัดมายังเราสามคน

                พัดอยู่ในมือหานจึชวน แต่กลับพัดพากลิ่นหอมเฉพาะกายของฟางฮวามาตามสายลม ลมแผ่วเบาเย็นสบาย บางครั้งก็พัดเอาเส้นผมยาวๆของเขาปลิวไสว

                จากมุมของข้าสามารถมองเห็นได้ว่าฟางฮวาวันนี้สวมเสื้อด้านในสีขาว ด้านนอกคลุมด้วยชุดคลุมยาวสีแดงเลือดหมู ร่างทั้งร่างดูงามสง่า นิ้วมือเรียวสวยของเขาเคาะเบาๆอยู่บนโต๊ะหิน เงียบขรึมอยู่นาน ในที่สุดก็เอ่ยถามขึ้น “เสาเอ่อ วันนี้ขายยาได้เงินมาเท่าไหร่รึ”

                ข้ากระพริบตาปริบๆ ตอบเสียงหนักแน่น “เงินห้าก้อน”

                พูดจบข้าก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ

                “ฮึ่ม ไม่เลวนิ” หานจึชวนวางมือลงบนโต๊ะ ปรายหางตามองข้า “ซื้อของแพงขนาดนั้น แต่กลับเหลือเงินเยอะขนาดนี้”

                ตาเรียวยาวของฟางฮวาโค้งงอนขึ้นคล้ายยิ้ม “ข้าบอกแล้ว ว่าดูถูกเสาเอ่อมิได้”

                ข้ายิ้มกริ่ม อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีทันใด ดื่มน้ำแข็งใสในถ้วยอีกอึก

    เกือบจะสำลักออกมา เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นฟางฮวากำลังลูบคลำสิ่งที่อยู่ในอกเสื้อ มุมสมุดภาพเล่มนั้นโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ในขณะที่หานจึชวนมือหนึ่งยังพัดไปมา อีกมือหนึ่งยื่นออกมา ยังคงไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเอาสมุดภาพเล่มนั้นมาจากฟางฮวา

                “เสาเอ่อ เป็นอะไรรึ?” ฟางฮวาที่จับสังเกตสายตาข้าได้ เอียงคอหันมาถาม

                ข้าใจหายวูบ

                ก้มหน้าลงซดน้ำแข็งใสตรงหน้าไปอีกอึก อยากให้ร่างกายเย็นลงกว่านี้เสียหน่อย ไม่คาดคิดว่าเจ้าของเหลวเย็นๆนี้พอไหลลงไปในท้อง อวัยวะภายในทั้งห้าจะแปรปรวนถึงเพียงนี้ ความรู้สึกปวดแปลบไหลปราดจากเอวมุ่งสู่เบื้องล่าง ปวดจนมือข้าสั่นไปหมด น้ำแข็งใสที่ถืออยู่ในมือพลิกคว่ำสาดลงเต็มหน้าขา

                อารมณ์นี้ สมองโล่งขึ้นมาไม่น้อย

                ข้าฮึมฮัมในลำคอ ลุกขึ้นยืนอย่างอึ้งๆ

                “เด็กโง่” ฟางฮวาลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ เขาเข้ามาประคองข้า ยกชายแขนเสื้อขึ้นมาช่วยข้าเช็ด “ทำไมถึงไม่ระวังอย่างนี้นะ”

                ชุดข้าตรงด้านล่างเปียกนิดหนึ่ง น้ำที่เปียกอยู่ถูกซับออกไปเกือบหมดด้วยการกระทำของชายตรงหน้า เนื้อผ้าตรงขาที่ยังเปียกชื้นให้ความรู้สึกเปียกๆเย็นๆ

                “ทำไมหน้าซีดถึงเพียงนี้ หรือว่าจะร้อนใน อากาศร้อนขนาดนี้ข้าควรจะระวัง ไม่ควรให้เจ้ากินน้ำแข็ง ดูซิ ข้านี่สะเพร่าจริงๆ” เขาเร่งมือเช็ดยิ่งขึ้น

                ในขณะที่ข้า เจ็บนิดหนึ่ง

                ลมหายใจสะดุดลง มือหนึ่งกดลงไปตรงตำแหน่งท้องน้อยที่ปวดแปลบขึ้นมา

                “เอ๊ะ เขาร้องขึ้นมาคำ ค่อยๆลุกขึ้น ยกชายแขนเสื้อขึ้นมองในระดับสายตาอย่างสงสัย

                รอยเลือดสองสามแห่งอยู่บนแขนเสื้อสีเลือดหมูของเขา

                เขาขมวดคิ้ว มองมาที่ข้า

                ในขณะที่ข้าก็อึ้งอยู่เช่นกัน

                เราสองคนค่อยๆพร้อมใจกันก้มลงมองยังเบื้องล่าง ชุดสีขาวราวหิมะของข้า บัดนี้กลับมีจุดสีแดงๆคล้ายดอกเหมยแต่งแต้มอยู่หลายจุด ยิ่งโดนน้ำเข้าให้ ก็ยิ่งฟุ้งกระจายชูช่อเบ่งบาน

                อ่าาาาาาาาาาา

                ข้า เลือดออก  

*****************************

        ข้ามองดูชุดที่เต็มไปด้วยเลือดอย่างตกใจ

        รู้สึกได้ถึงขาที่เลอะเทอะสกปรกไปหมด ข้าพยุงกายอยู่กับโต๊ะหิน รู้สึกยืนไม่อยู่ ในขณะที่ฟางฮวาประชิดเข้ามาหมายจะช่วยพยุงข้า

        “ท่าน เท้าข้าถอยหนีเขา กลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลกๆให้ข้าอายขึ้นมาอีก

         แต่ฟางฮวากลับยิ่งประชิดเข้ามา รั้งร่างข้าเข้าไปใกล้เขา “อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ”

                เขามองมาที่ข้า ค่อยๆย่อกายลงเบื้องหน้า เลิกชายแขนเสื้อเขาขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือออกมาเลิกชายชุดคลุมข้าขึ้น

                ตัวข้าสั่นเทาไปหมด ขนลุกขนพองไปทั้งกาย

                รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ไหลออกมาจากหน้าท้อง ทำเอากางเกงด้านในเปียกไปหมด

                ข้าตกใจจนพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก คิ้วขมวดแน่น ได้แต่จ้องมองดวงตาเบิกกว้างไร้เดียงสาคู่โตของคนตรงหน้า

                เขาหยุดมือลง ไล้นิ้วลงบนรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนของข้า

   “เลือดออกเยอะขนาดนี้ จะต้องบาดเจ็บหนักเป็นแน่”

                พูดจบ ยังไม่ทันได้เช็ดมือที่เปื้อน เขาก็ใช้สองนิ้ว สกัดจุดชีพจรข้าไว้หลายจุด สะกดอารมณ์คุกรุ่นที่ยังไม่ได้ระบายของข้าไว้ภายใน

                “เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือไม่” เขาเอ่ยถามอย่างห่วงใย ยังพยายามจะมองไปเบื้องล่างของข้า

                ข้าอึ้งไปครู่ เอ่ยตอบ “ไม่มีความรู้สึก”

                ข้าก้มหัว มองลงไปยังชุดสีขาวของตนเองที่ตอนนี้มีจุดสีแดงๆจากนิ้วที่ใช้สกัดจุดของเขาอยู่ทั่วร่าง

                “ฟางฮวา ท่านจะมาใช้วิธีหยุดเลือดแบบปกติได้อย่างไรกัน รีบคลายจุดให้นางเร็ว” หายจึชวนที่ยืนอยู่ข้างๆทั้งโมโหทั้งร้อนรน มือลูบไปมาอยู่บนร่างของข้า

                “ทำไมเล่า?” ฟางฮวาเอ่ยถามอย่างสงสัย

                “ใช่ ทำไม?” ข้าเองก็สงสัยเช่นกัน “ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาเยอะเลย”

                “อย่าถามมากเลย สรุป” หานจึชวนหน้าแดงเรื่อขึ้น หันไปทางฟางฮวา ถือวิสาสะจับมือเขายกขึ้นมาให้ช่วยคลายจุดบนกายข้า

            ฟางฮวาคลี่ยิ้มขึ้น รีบคลายจุดให้ข้า

                “เรื่องแบบนี้ยังไม่รู้ ไม่รู้จริงๆว่าอาจารย์เจ้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตได้อย่างไร” หานจึชวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใช้สายตาแปลกๆมองมาที่ข้า จูงมือข้าไว้ เอ่ยเสียงแผ่ว “เข้าไปในบ้านกับข้า เจ้าเด็กโง่”

                แต่มือฟางฮวากลับรั้งร่างข้าไว้

                ทำเอาข้าสับสนไปหมด

                หานจึขวนขมวดคิ้ว ยังคงกุมมือข้าไว้แน่น มุมปากเผยอยิ้มขึ้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาแน่วแน่มองมาที่ข้า เอียงหน้ามาใกล้ กระซิบเสียงแผ่ว “เจ้าเป็นผู้หญิง เรื่องแบบนี้ต้องให้ผู้ชายสอนด้วยรึ”

                ข้ากระพริบตาปริบๆ

                ความรู้สึกเย็นวูบตรงกางเกง เตือนสติขึ้นมาได้ไม่น้อย เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น

                ข้าไม่รู้ว่าทิ้งให้ฟางฮวาให้ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวได้อย่างไร เท้าเดินตามหานจึชวนเข้าไปในห้องตนเองโดยไม่รู้ตัว

                ห้องสะอาดสะอ้านมีกลิ่นหอมอ่อนๆผสมปนเปกับกลิ่นไผ่

                สักพักเขาก็เอาผ้าผืนหนึ่งกับน้ำอุ่นหนึ่งกะละมังยื่นมาให้ข้า “ไปหลังที่บังตา ทำความสะอาดเสีย แล้วเปลี่ยนชุดใหม่ให้เรียบร้อย”

                “อ่อ” ข้ายังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน มองใบหน้าและหูที่แดงก่ำของเขาราวกับหาคำตอบ

        เขามองกลับมาที่ข้า “ตกลงจะไปไม่ไป”

                “เจ้ายังไม่บอกข้าเลย ว่านี่มันโรคอะไรกัน ทำไมอาจารย์ถึงรักษาไม่ได้ แต่เจ้ากลับรักษาได้

                “รู้อยู่แล้วยังจะมาถาม” พูดจบ เขาก็ขมุบขมิบปากเอ่ยอะไรเบาๆขึ้นมาสามคำ

                “ห่ะ อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย พูดให้มันดังกว่านี้หน่อยได้ไหม” ข้าหรี่ตาปรือ คลี่ยิ้มจ้องไปที่เขา

                “มีระดู” เขาเข่นฟันเอ่ยเสียงแผ่วที่ดังขึ้นกว่าตอนแรกนิดหนึ่ง ท่าทีโกรธเล็กน้อย เสตามองไปอีกทาง “ยังไม่รีบไปเปลี่ยนอีก”

                ข้ากลั้นยิ้มไว้ เดินหายเข้าไปหลังที่บังตาเพื่อทำความสะอาดร่างกายเบื้องล่างของตน อดมิได้ที่จะหันไปมองทางหานจึชวน เขาหยิบเสื้อผ้าหลายชิ้นออกมาจากตู้ข้า เลือกไปเลือกมาวางไว้บนโต๊ะ มองไปรอบด้าน ไม่รู้ไปเอามีดมาจากไหนมาเล่มหนึ่ง ใช้มีดฉีกชุดใหม่นั้นของข้าออกเป็นผืนเล็กๆ

                ทำอะไรของเขาน่ะ

                “อ่ะ รับไว้”

                ผ้าไหมสะอาดยาวๆหลายผืนซ้อนทับกันกับเชือกคาดเอวสองเส้น ถูกส่งข้ามมาจากที่บังตาอีกฝั่ง

                ข้ากระพริบตาปริบ ยื่นหน้าขึ้นมาถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ “ผ้าพวกนี้ใช้ทำอะไรรึ”

                “เอารองกันไว้ข้างในกางเกง” เขาปรายตามองมาที่ข้า เลิกแขนเสื้อขึ้นก่อนเอ่ย “จะให้ข้าช่วยไหม”

                ข้ารีบละล่ำละลักตอบ “ไม่ไม่ไม่

                ข้าหันกลับไปหลังที่บังตาตามเดิม พยายามทำตามที่เขาบอก เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย

                ข้าถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นมองเบื้องบน สองข้างกำกางเกงเอาไว้อย่างจนปัญญา

                หานจึชวนแทรกกายเข้ามาหลังที่บังตา นิ้วมือคล่องแคล้วเข้ามาคว้าเชือกในมือข้าไป อ้อมมือสอดปลายผ้านั้นลงบนเอวข้า

                ที่แท้ก็ทำเช่นนี้นี่เอง

                หานจึชวนเทพจริงๆ

          ข้ามองเขาด้วยแววตานับถือ  

    “ก่อนข้าจะมาที่นี่ ในวังมีแต่ผู้หญิง อย่างน้อยก็รู้มากกว่าเจ้า แต่ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกนะว่าจริงๆแล้วเขาทำกันแบบนี้หรือไม่” เขารัดเชือกตรงเอวให้ข้า ส่ายหัวไปมา “อีกหน่อยเจ้าต้องเรียนรู้เองนะเด็กโง่ จริงๆแล้วชายหญิงห้ามใกล้ชิดกัน ข้าเองก็ไม่เหมือนฟาง

     พูดยังไม่ทันจบ เสียงประตูที่ถูกเปิดออกก็ดังขึ้น

     ฟางฮวายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้างามสง่าดูสงบนิ่ง แต่แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เขาเดินเข้ามาหาเราสองคนด้วยท่าทางเยือกเย็น

    ข้าอึ้งไปหมด อยากจะเอ่ยเรียกเขาแต่กลับพูดไม่ออก ได้แต่ก้มลงจับเสื้อผ้าของตนให้เข้าที่

    “ฟางฮวา ท่านมาแล้ว” หานจึชวนพยุงข้าเดินออกมา

   แพขนตายาวๆของเขากระพริบเบาๆ เก็บซ้อนความรู้สึกไว้ภายในเพียงชั่วพริบตา เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครา “เอายามาให้ ดูว่าจะใช้อะไรได้บ้างไหม”

   ข้าปรายตามองเขา

   เห็นในอ้อมแขนเขาเต็มไปด้วยยา

   ฟางฮวา

   ในใจเขา แท้จริงแล้วก็เป็นห่วงข้า ข้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของเขา

   ใจข้าเต้นตูมตาม

   หานจึชวนที่ยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่ปรายตามองข้านิดหนึ่ง เดินไปแตะไหล่ฟางฮวาให้เดินตามเขาออกไปข้างนอก “ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับท่าน”

               

   เขาสองคนไม่ได้พูดอะไรกันนานนัก กลับมาอีกครั้ง มีเพียงฟางฮวาคนเดียวเท่านั้น

                ข้าไม่รู้ว่าหานจึชวนพูดอะไรกับเขา รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเห็นสีหน้าเขาดูมึนงง ไม่ค่อยปกติ

                “หลายปีมานี้ ลำบากเจ้าจริงๆ เสาเอ่อ อาจารย์อย่างข้าช่างแย่เสียจริง เรื่องหลายเรื่องข้าล้วนละเลยไป” ใบหน้าซีดเผือดของเขาเต็มไปด้วยความสับสน วางมือลงบนมือข้า แววตายังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน

                ใจข้าบีบรัดจนอึดอัด มองไปที่เขาอย่างไม่ตำหนิ

                ที่จริงแล้ว ฟางฮวาไม่ควรพูดเช่นนี้

                เขาดูแลข้าเพราะได้รับคำไหว้วานจากคนอื่น คนผู้นั้นมีบุตรชาย ดังนั้นข้าจึงถูกเขาเลี้ยงแบบผู้ชายมาตลอด ถ้าเขาผิดตั้งแต่เริ่มต้นล่ะ

                งั้นชีวิตสะดวกสบายเกือบสิบปีมานี้ของข้า ไม่ใช่ว่าอาศัยบุญวาสนาจากคนอื่นรึ

                บางที ฟางฮวาอาจจะรู้สึกถึงจุดนี้นานแล้วเช่นหัน

                ไม่เช่นนั้น เขาคงจะไม่นำหานจึชวนมาเลี้ยงดูอีกคน

                ภาพเขาสองคนเล่นพิณด้วยกัน คล้ายกับภาพวาดที่ข้าเคยเห็นในห้องหนังสือไม่มีผิด

                ใจข้าจมดิ่งลงสู่เบื้องลึก เจ็บปวดรวดร้าวไปหมด

                “อาจารย์ หานจึชวนเขา

                เขาเงยหน้าขึ้นมองข้า ไฝน้ำตาสีแดงเข้มมองคล้ายหยดน้ำตาจนน่าตกใจ เอ่ยขึ้นเบาๆ

                “เขาเป็นคน… ที่พิเศษมาก”

********************************


         วันนั้นข้าแทบจะไม่รู้ว่าฟางฮวาพูดอะไรกับข้าอีก ทุกสิ่งดูเลือนราง ร่างทั้งร่างรู้สึกมึนงงจำได้อยู่เพียงประโยคสองประโยคเท่านั้นว่า หานจึชวนเป็นคนที่พิเศษและสำคัญกับฟางฮวามาก

                บรรยายไม่ถูกว่าอารมณ์ตอนได้ยินประโยคนี้เป็นเช่นไร รู้เพียงว่าคืนนั้น ข้าได้แต่พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ทรมานอยู่ทั้งคืน จนกระทั้งฟ้าสางถึงได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น

                ข้าสำรวจความเรียบร้อยของตน รัดผ้าตรงเอวให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเปิดประตู ฟางฮวายืนอยู่นอกประตู ใบหลิวอ่อนๆเขียวชอุ่มด้านหลังที่พลิ้วไหวรอต้อนรับแสงอรุณยามเช้าขับร่างเขาให้ดูงดงามยิ่งขึ้น ร่างทั้งร่างเบื้องหน้าช่างงดงามยิ่งนัก งามจนคนมองรู้สึกราวกับตนเองกำลังทำผิดจารีตประเพณีบางอย่างทางสายตาอยู่

                “ไม่ให้ข้าเข้าห้องรึ?” เขาคลี่ยิ้มอ่อนๆ

                “อาจารย์ ดูท่านพูดเข้า” ข้ายังไม่ทันจะเอ่ยเชิญ เขาก็แทรกกายผ่านข้าเข้ามาในห้อง มองไปรอบห้อง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาว

                เขาไม่เคยเกรงใจข้าจริงๆ

                “เสาเอ่อ ทำไมถึงทำเป็นไม่คุ้นเคยกับข้าเสียเล่า” เขาเงยหน้าขึ้นสบสายตาข้า คลี่ยิ้มอ่อนๆ ตบเบาๆตรงที่นั่งข้างๆ

                ข้าเดินไปอย่างเชื่อฟัง นั่งไม่เต็มก้นลงข้างๆเขา

                ไม่ใช่ข้าไม่อยากใกล้ชิดเขา

       แต่ว่า เพียงได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างเขา ข้าก็บังคับใจตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านไม่ได้ ในขณะที่ใจหนึ่งก็ยังมิวายนึกสงสัยถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขากับหานจึชวน

    หรือบางที อาจจะเป็นเขาต่างหากที่ควรเป็นศิษย์ของฟางฮวา

                เสียงฟางฮวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอียงกายเข้ามาหาข้า

    ข้าตกใจขึ้น หัวใจเต้นโครมครามไปหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าอาการแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ไม่เพียงแค่หัวใจที่เต้นโครมครามไม่หยุดเท่านั้น แต่ยังผสมไปด้วยความรู้สึกขมขื่นร้าวรานอยู่ภายใน

                “เสาเอ่อ ดูเจ้าซิ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกแล้ว”

                ข้าฝืนยิ้ม “อาจารย์มาหาข้า มีธุระอะไรรึ”

                “ข้าวานให้จึชวนเตรียมชุดไว้ให้เจ้าสองสามชุด ลองดูซิว่าใส่พอดีตัวหรือไม่” มือเขาแตะไปที่ห่อผ้าที่วางอยู่บนตัก

                “อาจารย์ เสื้อผ้าคราวที่แล้วที่ท่านสั่งทำให้ข้าก็ไม่ใหญ่ ในตู้ก็ยังมีเสื้อผ้าของปีที่แล้วอยู่ ข้าล้วนยังไม่เคยใส่”

                เขาส่งยิ้มให้ข้า มือสั่นเล็กน้อยยามแกะห่อผ้านั้นออก

                สีผ้าช่างงดงามนัก ไม่ใช่แบบปกติที่ข้าเคยใส่ เนื้อผ้าสีชมพูหวานประดับไปด้วยผ้าสีแดงเข้ม ปักลายดอกไม้ประณีตบรรจงอยู่เบื้องบน

   ข้ากระพริบตาปริบๆนี่คือชุดที่จะให้ข้าใส่จริงหรือ ดูผู้หญิงซะขนาดนี้

                แววตาของเขาแฝงแววอ่อนโยน “จึชวนเป็นคนเลือก คิดว่าขนาดน่าจะไม่ผิด ครั้งหน้าข้าจะให้เขาสั่งทำให้ข้าซักชุด เนื้อผ้าดูงดงามทีเดียว”

                ข้าหลบสายตาเขา ตัวสั่นเล็กน้อย

                “ท่าน อยากจะได้เสื้อผ้าแบบนี้จริงๆรึ” ข้าถามอย่างสงสัย

                เขาไม่ตอบ เอื้อมมือมากุมมือข้าไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสาเอ่อ หลายปีมานี้ ข้าไม่ค่อยใส่ใจเจ้าเท่าใดนัก มีหลายเรื่องที่ข้าละเลยไป” เขาเอียงคอมองข้า ยกยิ้มมุมปากขึ้น

                ใจข้าบีบรัดอย่างรุนแรง

                ข้าอึ้งไปครู่ เบือนสายตาหลบไปอีกทาง หูร้อนผ่าวไปหมด แค่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างเขา ใจก็เต้นขึ้นมาไม่หยุด

                อาจารย์ ช่างเป็นผู้ชายที่งดงามยิ่งนัก

                อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย กลัวว่าแม้แต่ผู้ชายบนโลกที่ได้เห็นใบหน้าอันงดงามนี้ ก็จะหลงใหลปรารถนาในใบหน้านี้เช่นกัน

                “อึ้งอะไรอยู่เล่า ยังไม่รีบไปเปลี่ยนชุด”

                ข้าพยักหน้ารับ

                หายเข้าไปหลังที่บังตา ยกชุดในมือขึ้นเทียบกับกายนิดหนึ่ง ก่อนจะสวมมันลงไป

                ความรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ก่อนชุดที่ใส่ล้วนแต่เป็นชุดหลวมๆใส่สบายๆ มีพื้นที่เหลืออีกเยอะ แต่ตัวนี้ แค่ใส่ก็รู้สึกรัดๆ

   ข้ายกมือขึ้นแตะเบาๆไปตรงหน้าอกที่ถูกรัดจนเห็นเป็นรูปทรง

                ฟางฮวาที่นั่งคอยอยู่ตรงเก้าอี้ทนไม่ไหวยืดกายขึ้นมองมาที่ข้า แววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเขาลุกวาวขึ้น

                “ทำไมรึ” ข้าดึงชายเสื้อไปมา “อาจารย์รู้สึกว่า มันแปลกๆใช่หรือไม่

                “ไม่ใช่” เขาก้าวเข้ามาประชิด ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าข้า “เสาเอ่อ โตแล้วจริงๆ”

                ข้าอึ้งไปครู่ ถูกเขาดึงมือไปตรงหน้ากระจก กดไหล่ข้าให้นั่งลง หยิบหวีขึ้นมา หวีผมให้ข้า

                ข้าอยู่กับฟางฮวามาตั้งนาน

                นอกจากยามเมาที่เขาจะมีท่าทีถึงเนื้อถึงตัวข้าแล้ว แต่ไหนแต่ไรยามปกติเขาไม่เคยทำตัวใกล้ชิดกับข้าถึงเพียงนี้เลย

                เขาในตอนนี้ ทำเอาใจข้าหวั่นไหวไม่น้อย

                เขาในกระจก

                ดูงามสง่า

                ใบหน้างดงามนั้น เต็มไปด้วยความอ่อนโยนละเมียดละไม ไฝน้ำตาเม็ดนั้นสะท้อนแสงสีแดงเข้มจนดูน่าตกใจ

                “อาจารย์ ท่าน

         อากัปกิริยาเขาช่วงนี้ ไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก

                สัมผัสใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น

                ดูเป็นแนวโน้มที่ดี แต่บางอย่างกลับทำให้ข้ารู้สึกไหวหวั่น

                เขายกชายแขนเสื้อขึ้น หยิบปิ่นปักผมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ค่อยๆปักมันลงบนผมข้าอย่างเบามือ

                “เสาเอ่อ ขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

                ข้ามองใบหน้าที่แฝงไปด้วยความกริ่นเกรงของเขาที่ประชิดเข้ามาจนใกล้

                ภาพในกระจกสะท้อนร่างสองร่างที่แนบชิดเข้าหากัน

                ลมหายใจอุ่นๆของเขากระทบเข้าตรงไรผม ในใจรู้ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึก คล้ายกลับสายฝนเย็นฉ่ำที่โปรยปรายจนชุ่มช่ำหัวใจ รอคอยบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ

                อย่าว่าแต่หนึ่งเรื่องเลย

                เรื่องยากๆบนโลกนี้ ถ้าข้าสามารถทำได้ ข้าก็จะทำเพื่อเขา

                ใบหน้ารูปไข่งดงามของข้าค่อยๆเงยขึ้นมองเขา “เพียงอาจารย์สั่ง เสาเอ่อยินดีทำ”

                “จริงรึ” เขาคลี่ยิ้มขึ้น

                ข้าหยักหน้ารับ

                แม้จะให้ข้าถอดเสื้อ

                ข้าก็ยินยอม

          “ให้ข้าจับชีพจรเจ้าหน่อย

                ข้ายกมือให้เขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

                ตาเขาวาวขึ้น “สามารถบรรยายอาการตอนนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่”

                “ท้องอืด ปวดขา แล้วก็รู้สึกปวดท้องบางครั้ง

                “เยี่ยม เยี่ยมจริงๆ” ไม่รู้ว่าเขาไปเอากระดาษกับผู้กันมาจากไหน จดลงไปบนนั้น มือหนึ่งยังคงจับชีพจรให้ข้า มองกลับมาที่ข้า เอ่ยถามขึ้นอย่างคาดหวัง “ยังมีอีกหรือไม่

        ข้าอยากจะหาคนมารุมเขาให้แบนระบายความแค้นจริงๆ

                 ข้าโดนเขาทรมานถามนู่นถามนี่อยู่อีกนาน ทนจนเกือบจะวางยาให้เขาสลบไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืน

                “อาจารย์ หิวแล้วใช่หรือไม่ จะไปเก็บกลีบดอกไม้แล้วหรือ” ข้าเอ่ยถามอย่างดีใจ คลี่ยิ้มมีความสุขถามเขา

                เขาหันกลับมาตอบข้า ดวงตาเรียวยาวคลี่ยิ้ม “ข้าจะเข้าไปในเมือง ดูตำราแพทย์เสียหน่อย”

                ท่าน….

                ระดับเทพขนาดฟางฮวา ยังต้องดูตำราแพทย์อีกเหรอ

            เอาสมุนไพรมาผสมกันมั่วยังขายได้ตั่งทองคำสองก้อน

                “แต่ไหนแต่ไรข้าคิดว่ามนุษย์มีการแต่งกายอยู่สองแบบ แต่คิดไม่ถึงว่ายังมีเรื่องที่จึชวนพูดถึงความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ดูจากชีพจรเจ้าแล้ว เรื่องพวกนี้ละเอียดอ่อนยิ่งนัก”

                ข้าเห็นท่าทางเขาตื่นเต้นเสียเหลือเกิน

                “ท่านก็จับชีพจรข้าแล้ว ยังไม่พอใจอีกรึ”

                “ข้าอยากจะดูตำราเกี่ยวกับการคลอดของผู้หญิง แล้วก็ยังมีปริมาณการให้ยาสำหรับผู้หญิง”

                ข้าช่วยท่านมิได้แล้ว เกินเยียวยา

                ข้ามองออกไปข้างนอก พูดไม่ออก ในขณะที่เขาหันตัวกลับ ทำท่าจะเดินออกไป

                ทันใดนั้น ตาข้าโตขึ้น คิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ทั้งถนน ไม่แน่อาจจะมีคนกำลังตามหาคนที่มีไฝน้ำตากันให้วุ่น อาจารย์เดินออกไปตัวเป็นๆแบบนี้ ใบหน้ารึก็งดงามจนเป็นที่จับตามองของคนอื่น ต้องถูกจับได้เป็นแน่

       “ข้าไป ข้าไป ข้าไป อาจารย์เขียนรายการมา ข้าไปซื้อให้ท่านเอง”

                เขาคลี่ยิ้มขึ้น ดูเหมือนรอคอยอยู่ก่อนแล้ว

 

                ข้ามองอาการลังเลของเขา

    เพื่อประหยัดเงินที่มีอยู่ เห็นเขาขีดฆ่าชื่อหนังสือหลายเล่มที่เขียนไว้ทิ้งไป แต่ก็ยังแอบทำท่าทางเสียดายยามส่งรายการมาให้ข้า มองแล้วทำเอาข้าปวดใจ

                ข้ามีทองคำสองก้อน

                สองก้อน ทองคำเชียวนะ

                ข้าดึงกระดาษมาจากเขา เขียนชื่อหนังสือที่เขาขีดทิ้งขึ้นใหม่ เป่าให้หมึกแห้ง ก่อนจะเก็บเข้าไปในอกเสื้อ

                เขามองมาที่ข้า มีเพียงรอยยิ้มละมุนใจส่งมาให้

                จริงๆแล้วใจเขาคงจะปวดใจไม่น้อย ปวดใจที่ต้องเสียเงินที่จะต้องเอาไว้ใช้จ่ายในบ้านไป ข้ารู้  เพื่อซื้อชุดใหม่พวกนี้ให้ข้า เขาคงจะใช้เงินที่ต้องนำมาใช้จ่ายในบ้านไปไม่น้อย

                ข้าถอนหายใจ วางแผนว่าคงจะต้องไปขุดทองคำที่แอบฝังเอาไว้ออกมาเสียหน่อย ฝังไว้ ก็ไม่ใช่ว่าจะงอกขึ้นมาอีกสองก้อนทองคำ

                คิดได้ดังนั้น หลายวันต่อมา ข้ารอจนค่ำ ก็แอบไปขุดทองคำและแผ่นเงินที่ฝังอยู่ใต้ต้นอูถงขึ้นมา และเข้าไปในเมืองในเช้าของอีกวัน

                แต่ว่า

                ที่น่าแปลกก็คือ

                ควรจะเป็นข้าคนเดียวที่ออกมาซื้อหนังสือให้อาจารย์ แต่ทำไมกลับมีหานจึชวนเดินตามอยู่ข้างหลังได้ล่ะ แถมยังส่งสายตาร้อนๆจับจ้องมาที่ข้าตลอดทาง ทำเอาข้าตัวชาไปหมด

                แต่จะว่าไปแล้ว ทำไมวันนี้รู้สึกว่า คนในเมือง มองมาที่ข้าแปลกๆ คุณชายคนหนึ่งลอบยิ้มขึ้นยามเดินผ่านข้า ทำเอาข้าอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ ในขณะที่หานจึชวนที่ไม่รู้โผล่มาจับมือข้าตอนไหน จ้องเขม็งมาบนใบหน้าข้า กวาดสายตาไปมา

                “ไม่รู้ว่าให้เจ้าแต่งกายแบบนี้ดีกับเจ้าหรือว่าทำร้ายเจ้ากันแน่” พูดจบเขาก็บีบมือข้าเบาๆ “จำไว้ เจ้าเป็นผู้หญิง มีอย่างที่ไหนเดินซะกร่างขนาดนี้”

                “เจ้ามาทำไม”

                เขายิ้มขึ้น “มีแค่ฟางฮวาคนเดียวเท่านั้นแหละที่วางใจให้เจ้าออกมาเดินเล่นต่อหน้าผู้ชายพวกนี้คนเดียว”

                สายตาเขาหยุดอยู่ที่อะไรบางอย่างด้านหลังข้า เอ่ยอย่างอารมณ์ดีขึ้น “รอข้าก่อน ข้าซื้ออะไรหน่อย”

                “ซื้ออะไร

     เขาเดินหายเข้าไปในร้านเบื้องหลัง ชื่อร้านโบกสะบัดอยู่บนธงที่ถูกลมพัดไปมา

    อี๋ ร้านขายเครื่องสำอาง

                เขาจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อกัน

                เจ้าหมอนี่ บังอาจเก็บเงินไว้ส่วนตัวหรือนี่!!! เลวที่สุด กลับไปข้าจะไปฟ้องฟางฮวา

   ใจข้าเดือดปุดๆจนพูดไม่ออก

                ทันใดนั้น

                ใครบางคนตบเบาๆที่หลังข้า

    ข้าหันกายไป เห็นหน่งหยู่กำลังถือพัดมองมาที่ข้า เบื้องหลังเต็มไปด้วยกลุ่มคนจำนวนมาก เขากระพริบตาถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีระคนแปลกใจ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เป็นเจ้าจริงๆรึน้องชาย”

                “หรือบางที ข้าควรจะเรียกเจ้าว่า” เขาโบกพัดในมือเบาๆ ประชิดกายเข้ามา คลี่ยิ้มเอ่ย “น้องสาว

                น้องสาวน้องชายอะไรกัน

                ข้ากับเจ้าสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่

                “เจ้ากำลังรอใครอยู่รึ” เขามองไปรอบด้าน

                “ข้ากำลังรอ” ข้าคลี่ยิ้มกริ่ม “คนรัก”

                ใบหน้าเขาราวกลับฝืนยิ้ม

                “เสาเอ่อ ไปกันเถอะ” หานจึชวนที่เดินถือห่อเล็กๆสีแดงเดินออกมาจากร้าน เงยหน้าขึ้นมาเห็นหน่งอยู่เข้าพอดี

    ใบหน้าเขาแข็งเกร็งขึ้นมาทันใด

                หน่งหยู่ยิ่งอาการหนัก มองอึ้งๆมาที่เขาอยู่พัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ เก็บพัดในมือลง จับชายเสื้อคลุมสะบัดไปด้านข้างทรุดกายลงคุกเข่า “องค์รัชทายาท...”

                ภาพเบื้องหน้า

                ทุกคนล้วนคุกเข่าลงจนหมด

******************************

100%%% แล้วสำหรับตอนนี้

เสาเอ่อฉ้านนน คิดลึกเนอะ อาจารย์ให้ถอดเสื้อก็ยอม คือนางไปแหละ มโนไปต่างๆนานา ห้าห้า

ตอนหน้าฟางฮวาเราจะเข้าวังแล้วคร้า เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตากันด้วยเนอะTOT

แล้วเจอกันใหม่อัพหน้านะคะ

รักผู้อ่านทุกคนเลยคร้า ^___^ 


สุ่ยจิง 24 April 2016



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1449 BB oi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 13:04
    เอาแล้ววว
    #1,449
    0
  2. #1327 SAOW (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 17:07
    เอาละะะะะ 
    #1,327
    0
  3. #1034 LadyNP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 16:51
    ห้ะะะะะ
    #1,034
    0
  4. #910 jib-john (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 10:04
    ตายยยยยยย คือซ่อนยังไงก็ไม่พ้น
    #910
    0
  5. #854 TiNa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 01:27
    องค์รัชทายาท เอิ่บบบบบ
    #854
    0
  6. #624 sallike (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 01:40
    เลือกไม่ถูกเลย แต่ถ้าเลือกอาจารย์เราคงต้องเป็นฝ่ายรุก???
    #624
    0
  7. #454 Penguin[G] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    ตัยห่ะ...... องค์รัชทายาท..
    #454
    0
  8. #453 Penguin[G] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    ตัยห่ะ...... องค์รัชทายาท..
    #453
    0
  9. #433 9namfon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 04:13
    ยัยเอ๋ออออฮวา
    #433
    0
  10. #295 Gemel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 14:22
    งงไปหมดแล้ว ฮ่า.... แม่นางเสาก็หาเหาใส่หัวจริง ถึงกับบอกว่าเป็นคนรักกับหานจึชวน ... แล้วนี่อะไร กลายเป็นองค์ชายไปซะแล้ว แล้ว แล้วจะไม่เกิดการเข้าใจผิดของอาจารย์กับลูกศิษเราะ *0* #ถึงไรทที่รักรอต่ออยู่นะคะ จุ้บๆ #สนุกมวากกก
    #295
    0
  11. #291 jinYoojin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 21:58
    ชอบหานจึชวน ฟางฮวาไปแล้วเสาเออร์จะอยู่ได้อย่างไรรร
    #291
    0
  12. #290 แคปพลีส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 16:23
    อร้าย ฟินเฟร่อ รอค่ารอรอ
    #290
    0
  13. #289 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 10:35
    หน่งหยู่ : ถวายบังกะโลพะย่ะค่ะ..องค์รัชทายาท

    หานจึชวน : บังอาจ !!!! เจ้าดูถูกข้างั้นรึ !!! ข้าเป็นถึงรัชทายาท อย่างน้อยต้องถวายคฤหาสน์หรือตำหนักสิ !!!!

    เสาเอ่อ : ไปกันเถอะทั้งคู่ ไปสู่ประตูคาเฟ่...
    #289
    0
  14. #288 XinSin_SERA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 01:13
    ...อึ้งแป๊บ เอ่อ คนที่มือเติบซื้อมาแบบเหมาร้าน คือ รัชทายาท.. ?
    ขอเวลาหน่อยพี่รับเรื่องนี้ไม่ค่อยไหว ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อ
    #288
    0
  15. #286 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 22:03
    อาจารย์รู้แล้วใช่ไหมว่านางเป็นหญิง 555
    #286
    0
  16. #285 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 21:28
    ไม่รู้ว่าจะเลือกซือฝุคนไหนเลย ระหว่างอวี้เยี่ยน กับฟางฮวา ลำบากใจมาก กร๊ากกกกก เก็บไว้ทั้งสองคนเรยย ฮิ้วววววว
    #285
    0
  17. #284 AKASHI. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 21:12
    ไฝมีสีแดงเข้มนี่คือใกล้จะตายหรือกำลังมีความรักใช้ป้ะ
    #284
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #284-2 Shui Jing(จากตอนที่ 10)
      24 เมษายน 2559 / 22:45
      ตกอยู่ในความรักค่ะ ถ้าใครลืมให้กลับไปอ่านตอนที่สาม ถ้าฟางฮวาโซ้วตกอยู่ในความรัก ไฝน้ำตาจะเปลี่ยนสีเป็นสีเข้มขึ้น
      #284-2
  18. #283 DragonEyEs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 18:20
    เรื่องนี้สับสนมากเลยค่ะ
    ดูคล้ายๆเหมือนจึซวนจะชอบนางเอกนิดๆ แต่คิดอีกทีก็เหมือนจึซวนเป็นนางอิจฉาเล็กๆ แย่งฟางฮวากับนางเอกมากกว่า 5555
    #283
    1
    • #283-1 Shui Jing(จากตอนที่ 10)
      24 เมษายน 2559 / 20:58
      ห้าห้า คิดเหมือนกันเลย ตามกันต่อไปเนอะ ^^
      #283-1
  19. #282 apthmv (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 17:31
    แหมๆเค้าสั่งไรทำตามทุกอย่างนะเธอ555+
    #282
    0
  20. #281 pair_narak (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 17:13
    อ้ายยย แอบร้ายนะเสาเอ๋อขนาดถอดเสื้อก็ยอม
    #281
    0
  21. #280 PIP'3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 16:57
    เห็นเคล้าดราม่ามาลางๆ
    #280
    0
  22. #279 t_g_k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 14:45
    ทําไมองค์รัชทายาทมาอยู่กับฟางฮวา ? // ไม่อยากให้ฟางฮวาไปเลยสงสารเสาเอ่อTT
    #279
    0
  23. #278 sombrero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 14:09
    สนุกมากค่ะ. ฟางฮวาเข้าวังแล้วจะเป็นยังไงบ้างน่ะ
    #278
    0
  24. #277 samilejuppy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 14:09
    ขอบคุณนะค้าที่แปลนิยายดีๆให้อ่านนนนน
    #277
    0
  25. #276 Margaret Jibman (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 13:49
    อร๊ายยยย ตายค่ะนะจุดจุดนี้ 5555 มาต่อไวๆนะค่ะไรท์ สู้ๆ <3
    #276
    0