หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 83 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.83 - ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,266 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.83 - ออกเดินทาง


ซันหมิงหยู กล่าว “ฉันพอจะรู้จักบาร์ดีๆอยู่ที่นึงล่ะ”


“ที่ไหนงั้นหรอ?” ซูเซี่ยเอ๋อถามด้วยความสนใจ


“เรนโบว์บาร์” ซันหมิงหยูกล่าว


หลี่ตงขมวดคิ้วและหันไปทางซันหมิงหยู


แต่ซันหมิงหยูดูจะเจตนาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เธอยังคงเอ่ยต่อ “เซี่ยเอ๋อ เชื่อฉันสิ ในเขตเมืองหลวง บาร์นี้บรรยากาศดีที่สุดแล้ว ถ้าเธอไปรับรองว่าจะไม่เสียใจอย่างแน่นอน”


“แต่นี่--” ซูเซี่ยเอ๋อหันไปมองกู่ฉิงซาน ราวกับต้องการจะเอ่ยอะไรบางอย่าง


แต่กู่ฉิงซานกลับยิ้ม และพยักหน้าให้เป็นเชิงว่าสำหรับเขามันไม่เป็นปัญหา


“งั้นพวกเราไปกันเถอะ!” ซูเซี่ยเอ๋อกระโดดจนตัวลอยอย่างมีความสุข “รอก่อนนะ ฉันจะไปเรียกรถเหินเวหามารับพวกเธอเอง”


“งั้นฉันไปด้วย” กู่ฉิงซานกล่าวและเดินตามซูเซี่ยเอ๋อออกจากร้านกาแฟไป


เมื่อประตูร้านปิดลง หลี่ตงก็เปิดปากถาม “นี่เธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ร้านเรนโบว์บาร์นั่นน่ะต้อนรับเฉพาะพวกชนชั้นสูง ต่อให้เขาเป็นเพื่อนของซูเซี่ยเอ๋อก็เถอะ แต่ดูจากเสื้อผ้าที่สวม ก็พอจะบอกได้ว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา เธอกำลังจะทำให้เขาอับอายนะ”


ซันหมิงหยูกล่าว “แบบนี้มันจะดีต่อเซี่ยเอ๋อมากกว่า ช่องว่างสถานะของทั้งสองคนมันกว้างเกินไป เขาไม่คู่ควรกับเซี่ยเอ๋อหรอก”


“แต่นั่นมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเซี่ยเอ๋อนะ” หลี่ตงกล่าว


“ผู้หญิงที่ตกอยู่ในห้วงความรักน่ะ ไม่อาจตัดสินใจอะไรได้หรอก พวกเราที่เป็นเพื่อนต่างหากล่ะที่ควรจะช่วยเธอตัดสินใจไม่ให้นอกลู่นอกทาง อีกฝ่ายเป็นคางคกแต่คิดก้าวกระโดดขึ้นมาตะครุบชนชั้นสูง เขาสมควรจะรู้ตัว ว่าราคาที่ต้องจ่ายออกน่ะมันแพงขนาดไหน”


“คอยดูนะ แล้วเซี่ยเอ๋อจะรู้สึกขอบคุณฉันในภายหลัง” เธอกล่าว


หลี่ตงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ


อันที่จริงแล้วสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยกันในที่นี้มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย เพราะไม่ว่าอย่างไรในค่ำคืนนี้ก็ย่อมไม่แคล้วเป็นค่ำคืนแห่งความสุข ...


หลังจากนั้นไม่นาน ซูเซี่ยเอ๋อก็ขับรถเหินเวหามารับเพื่อนสาวทั้งสอง และขับออกไปยังเรนโบว์บาร์โดยมีกู่ฉิงซานนั่งไปด้วย


แล้วก็เหมือนอย่างที่ซันหมิงหยูกล่าวจริงๆ บรรยากาศของบาร์ที่นี่ไม่เลวเลย


แม้ว่ามันจะจำเป็นต้องทำการสแกนสมองควอนตัมส่วนบุคคล แต่กระบวนการของมันก็ช่างรวดเร็ว แถมเจ้าของบาร์และผู้จัดการทุกคนต่างก็พากันวิ่งออกมาต้อนรับพวกเธอด้วยตัวเอง ทั้งหมดต่างทักทายอย่างกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยมารยาทที่น่าพึงพอใจ


แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ดูเหมือนพวกเขาไม่ลังเลเลยที่จะเข้าไปพูดคุยกับกู่ฉิงซาน


ไม่เพียงทุกคนจะขอจับมือกับเขา แต่ยังขอถ่ายรูปหมู่อีกด้วย


นี่มันชักจะแปลกเกินไปแล้วนะ


จากนั้น กู่ฉิงซานก็เลือกที่จะเป็นคนผสมค็อกเทลด้วยตัวเอง ส่วนนักศึกษาสาวผู้งดงามทั้งสามก็มีหน้าที่ลิ้มรสค็อกเทลอันหลากหลายรูปแบบ


เมื่อพิจารณาแล้วว่านี่คือการดื่มครั้งแรกของซูเซี่ยเอ๋อ แถมยังมีเพื่อนนักศึกษาสาวพ่วงมาด้วยอีกสองคน ระหว่างผสมค็อกเทล กู่ฉิงซานจึงไม่ลืมที่จะควบคุมระดับแอลกอฮอล์ให้เหมาะสม เพื่อที่จะให้ทุกคนพอกรุ้มกริ่มอย่างสนุกสนานและไม่เมามากจนเกินไป


ผ่านไปได้ครึ่งทาง ซันหมิงหยูก็เริ่มลงมืออีกครั้ง ในเมื่อวิธีแรกอย่างการสแกนสมองควอนตัมไม่ได้ผล เธอจึงใช้วิธีการต่อไป โดยเริ่มจากการถามถึงมหาวิทยาลัยของกู่ฉิงซาน พอรับรู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยกั่วฟาง เธอจึงแสร้งโทรไปตามเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยกั่วฟางมา โดยกล่าวว่าจะช่วยกู่ฉิงซานหาเพื่อนๆล่วงหน้าเสียหน่อย


เธอไม่เคยได้ยินมาว่าปีนี้มหาวิทยาลัยกั่วฟางได้มีการเชิญนักเรียนเข้าไปเรียนในสถาบันเองโดยตรง และเมื่อเพื่อนๆของเธอมาถึง ทุกคนกลับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีใครเคยได้พบเคยได้เจอกับกู่ฉิงซานมาก่อนเลย และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อนักศึกษาใหม่อีกด้วย … นายเสร็จฉันล่ะ!


บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างแข็งทื่อ


โชคยังดีที่กู่ฉิงซานทำการเชื่อมต่อกับเทพธิดากงเจิ้งในสมองควอนตัมส่วนบุคคลอยู่แล้ว เขาจึงเปิดมันให้กับเหล่าสาวๆเบื้องหน้าได้ดูเพื่อแสดงถึงหลักฐาน


แต่แล้วก็กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าตนเองได้เข้ามหาวิทยาลัยก็จริง แต่อยู่ในฐานะศาสตราจารย์!


และแน่นอนว่าขนาดเจ้าตัวยังประหลาดใจ แล้วคนอื่นๆโดยรอบก็คงไม่ต้องกล่าวถึง


เทพธิดากงเจิ้งไม่มีทางให้ข้อมูลที่ผิดพลาด


อายุยังน้อยแต่กลับเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยหุ่นรบ นี่มันพรสวรรค์ระดับปีศาจแล้วนะ!


ซันหมิงหยูรีบเอ่ยขอโทษขอโพย ขณะที่เหล่านักศึกษาที่พึ่งได้เข้ามหาวิทยาลัยกั่วฟางต่างก็หน้าเปลี่ยนสีและพากันแยกย้ายเดินจากไปโดยตรง


หลังจากเหตุการณ์นี้ ซันหมิงหยูก็ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกเลย


หลี่ตงสาวสวยตัวสูงจ้องมองไปยังกู่ฉิงซานด้วยตาเป็นประกาย ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยสนใจเรื่องศีลธรรมใดๆสักเท่าไหร่นัก


เธอมองเข้าไปในแววตาของกู่ฉิงซาน ราวกับว่ากำลังจ้องมองสมบัติที่พบเจอได้ยากอย่างไรอย่างงั้น


แต่ทางด้านซูเซี่ยเอ๋อ นอกจากเผยอปากด้วยความพอใจเล็กน้อยและเอาแต่ดื่มค็อกเทลที่กู่ฉิงซานผสมให้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วนั้น ที่เธอทำก็เพียงแต่ยิ้มหวานให้กับเขาอยู่ตลอดเวลา


จนกระทั่งสามนักศึกษาสาวกลับไปยังหอพัก ซูเซี่ยเอ๋อก็พูดคุยกับกู่ฉิงซานเล็กน้อย ก่อนจะดึงซันหมิงหยูแยกออกมา และกล่าวอะไรบางอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยท่าทางจริงจัง


นี่มันช่างเป็นค่ำคืนที่วิเศษจริงๆ


หลังจากที่กู่ฉิงซานส่งสามสาวถึงที่พัก เขาก็หันหลังกลับเตรียมจะจากไป ขณะที่บนใบหน้าของเขาปรากฏร่องรอยที่แสดงออกถึงความสุข


เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าซูเซี่ยเอ๋อดูจะแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอคงจะเมาพอสมควร


ในตอนนั้น หลังจากที่ดื่มไปหลายแก้วจนใบหน้าของเธอเริ่มแดงปลั่ง ซูเซี่ยเอ๋อได้เงยหน้าขึ้นมามองกู่ฉิงซานและเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา


“พี่ใหญ่ฉิงซาน นายต้องรอฉันนะ”


ตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับกู่ฉิงซานมา นี่เป็นประโยคที่เธอต้องใช้ความกล้ามากที่สุดในการพูดคุยกับเขา


หลังกล่าวจบเธอก็ก้มหน้างุดและไม่กล้าเงยมองกู่ฉิงซานอีกเลย และรีบวิ่งหายเข้าไปในหอพักนักศึกษาหญิง


กู่ฉิงซานที่ย้อนนึกถึงท่าทีของเธอเมื่อครู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความสุข


เขาเดินโดยลำพังอยู่ท่ามกลางถนนในยามค่ำคืน


ในขณะที่กำลังข้ามผ่านจตุรัสที่คราคร่ำไปด้วยฝูงชน กู่ฉิงซานก็เหลือบไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ที่ถูกติดตั้งไว้บนตึกมุมสูง


เขามองไปที่หน้าจอขนาดใหญ่เฉกเช่นเดียวกับสายตาของเหล่าฝูงชนที่กำลังจ้องมองมัน


เห็นแค่เพียงภาพของนักข่าวชายในหน้าจอทีวี เขาสวมเสื้อคลุมกันฝน และกำลังพยายามยืนหยัดอย่างมั่นคงบนดาดฟ้าเรือ โดยไม่สนไม่แคร์ต่อคลื่นที่ซัดสาด


“สหายผู้ชมที่รักทุกท่าน ตอนนี้เราจะเห็นได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นบนท้องทะเล ขณะนี้บริเวณโดยรอบปรากฏหมอกหนาทึบ ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตา เกรงว่าในไม่ช้า ในระยะไม่เกินสิบเมตรพวกเราจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย”


กู่ฉิงซานขมวดคิ้วและหยุดฝีเท้าลง


“การต่อสู้ในแนวหน้าได้ยุติลงแล้ว แต่พวกเรายังไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปใกล้ ทว่าในฐานะผู้สืบข่าวสายสงคราม เราย่อมมีวิธีการของเรา ทุกท่านโปรดรอดูได้เลย แต่ในเวลานี้สมควรมองไปยังน่านน้ำโดยรอบทะเลที่กำลังเกิดความผันผวนอย่างกระทันหันนี่กันก่อนนะครับ”


“ภาพที่เราเห็นอยู่มันค่อนข้างจะแปลกประหลาด” นักข่าวชายกล่าวต่อ “ครึ่งวันที่ผ่านมา เกาะรีสอร์ททั้งเกาะได้หายไปอย่างลึกลับ และตอนนี้เรากำลังค่อยๆเข้าไปใกล้ยังทิศทางดังกล่าวเพื่อดูว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร ทว่าสัญญาณการสื่อสารกลับถูกขัดขวางไว้โดยสมบูรณ์ ทำให้เราไม่สามารถเข้าไปใกล้มากจนเกินไปได้นะครับ”


นักข่าวชายอธิบายอย่างระมัดระวัง แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้หมอกหนาได้กระจายเข้าปกคลุมรอบตัวเขาแล้ว ขณะนี้ บนหน้าจอขนาดใหญ่สามารถเห็นได้แค่เพียงร่างเงาจางๆของเขาเท่านั้น


ฮู้มมมมมม


พลันปรากฏเสียงคำรามดังมาจากจุดที่ไกลออกไป


“โปรดรอสักครู่ ดูเหมือนว่าเราจะได้ยินอะไรบางอย่าง”


“อ๊าาาา! เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกัน!?”


เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นของนักข่าวชายดังขึ้น ราวกลับว่าเขาได้เห็นถึงบางสิ่งที่น่าสยองขวัญ


“นั่นมันอะไรน่ะ”


“ไม่นะ! ช่วยฉันด้วย!”


และภาพบนจอก็มืดดับลง


ไม่นาน ภาพก็กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นภาพจากทางสตูดิโอข่าว


สีหน้าของสองผู้บรรยายขาวซีด พวกเขาแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้แต่ก็พยายามเอ่ยอธิบาย “ดูเหมือนว่าจะเกิดการขัดข้องทางเทคนิคขึ้นนะครับ ขณะนี้เราจะทำการติดตามสถานการณ์ต่อไป และหากได้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วพวกเราจะนำมาออกอากาศในครั้งต่อไปครับ”


ในจตุรัส ฝูงชนหันมามองหน้ากันและกัน ความคิดต่างๆนาได้หลุดออกมาจากปาก หัวข้อสนทนาเริ่มขยายเป็นวงกว้าง


และเนื้อหาข่าวก็ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นหัวข้ออื่น


“ฉันได้ยินมาว่า ลัทธิมอร์มอนที่มีชื่อเสียง เคยป่าวประกาศว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง”


“แต่ฉันได้ยินมาว่า ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าลัทธิมอร์มอนน่ะมัวแต่ให้ความสำคัญอยู่กับการสืบเชื้อสายของมนุษย์ และจริงๆแล้วพวกเขาแทบจะไม่รับรู้อะไรถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆในโลกใบนี้เลย”


…..


กู่ฉิงซานเดินออกจากลานจตุรัส


หมอกหนาเริ่มที่จะปกคลุมมหาสมุทร และจากนี้ไปท้องทะเลจะกลายเป็นเขตหวงห้ามสำหรับมนุษยชาติ


ในโลกก่อนหน้า การปรากฏตัวขึ้นของหมอกหนา คือครึ่งเดือนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เกาะหายไปอย่างลึกลับ


แม้กระทั่งเจ้าสิ่งนี้ก็ยังเกิดขึ้นล่วงหน้า ก่อนเวลาที่มันสมควรจะมาถึง!


นี่มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนหน้าของเขามันจะแตกต่างกันไปหมด


เมื่อถึงยามที่มอนสเตอร์เริ่มบุกขึ้นมาบนพื้นดิน เมื่อนั้นแหละคือจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติแรก


แล้วจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปน่ะหรือ …?


ในหัวใจของกู่ฉิงซานเริ่มที่จะขาดความเชื่อมั่น


เขาสาวเท้าเดินเข้าไปในตรอกที่อยู่ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว


“ช่วงเวลาคูลดาวน์สิ้นสุดลงแล้ว ผู้เล่นต้องการเข้าสู่โลกแห่งผู้ฝึกยุทธเลยหรือไม่?”


“ต้องการ”


หลังจากนั้นเพียงพริบตา ร่างของเขาก็หายวับไป


หลายผู้คนที่เฝ้าแอบตามเขาอย่างใกล้ชิด เมื่อเดินเข้ามาในตรอก พวกเขากลับพบว่ามันว่างเปล่า เป้าหมายได้หายตัวไปแล้ว


จมูกของคนหนึ่งในนั้นส่งเสียงฟุดฟิด ก่อนที่เขาจะกล่าว “กลิ่นของมันหายไปแล้ว”


“เจ้าเด็กนี่มันเป็นตัวประหลาดจริงๆด้วย”


“ก็มันสามารถฆ่าวูฟได้ มันอาจจะเก็บงำความสามารถบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ไว้อีกก็ได้”


แต่ละคนต่างพากันส่ายหัว


“ไปกันเถอะ พวกเรากลับไปตั้งหลักกันก่อน แม้ว่ารางวัลที่ได้จากภารกิจจะถูกยกเลิก แต่คนที่สังหารพวกพ้องของเราน่ะ ทางสมาคมไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆอยู่แล้ว” 


หลังจากที่คนกลุ่มแรกได้จากไป เงาหลายเงาก็พลันปรากฏขึ้นในตรอก พวกมันล่องลอยอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆ


เงาเหล่านั้นส่งกลิ่นอายอันทรงพลังและลึกลับออกมาจากทั่วทั้งร่าง


“เครื่องตรวจจับความผันผวนพลังงานชีวิต บ่งบอกว่าเขาอยู่ที่นี่จนถึงเมื่อครู่นี้” เงาๆหนึ่งเอ่ยออกมา


“จู่ๆก็หายไปเฉยๆเลยอย่างงั้นหรอ?” อีกเงากล่าว


“ขอให้ฉันลองทดสอบดู” หนึ่งในเงาลอยออกมาเบื้องหน้าทุกคน


เขาเหยียดนิ้วออกไป และชี้ไปภายในตรอกและยืนอยู่นิ่งๆอย่างนั้นโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอยู่เกือบหนึ่งนาที


สักพักหนึ่ง เขาก็ชักนิ้วกลับและกล่าว “นี่มันน่าแปลกจริงๆ ฉันไม่รู้เลยว่าเขาหายตัวไปที่ไหน ขอเดาว่ามันน่าจะเป็นหนึ่งในวิชาซ่อนเร้นอันหาได้ยากยิ่งของเทคนิคเทียนซวน”


“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ในข้อมูลระบุว่าเขาไม่ได้มีเทคนิคเทียนซวน” คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยปาก “แต่พวกเราก็พึ่งถูกจ้างวานมาได้แค่สิบนาที อาจจะมีข้อมูลอะไรบางอย่างตกหล่นหรือผิดพลาดก็ได้ นายลองไปถามกับตระกูลไป่อย่างละเอียดอีกทีซิ”


เครื่องมือสื่อสารถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว และพูดคุยกันได้ไม่นานก็จบลง


“บัดซบ!” คนที่พูดคุยผ่านเครื่องมือสื่อสารกล่าวอย่างหัวเสีย “เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงได้เกลียดพวกชนชั้นสูง พอเห็นว่าเราคลาดกับเป้าหมาย พวกเขาก็ต้องการยุติการว่าจ้างในทันที รวมไปถึงยกเลิกเรื่องเงินรางวัลด้วย” 


เกิดความวุ่นวายบางอย่างขึ้นในกลุ่มเงา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก


“มันไม่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญหรอก พวกชนชั้นสูงก็มักจะหวาดระแวงแบบนี้อยู่เสมอนั่นแหละ”


หัวหน้ากลุ่มก้าวออกมาและเอ่ยกับลูกน้อง “เอาเถอะ ก็พึ่งจะเริ่มงานกันได้แค่สิบนาทีเองนี่นา แถมก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย ยังไงก็ได้ค่าจ้างล่วงหน้ามาถึง 1000 ล้านแล้ว เท่านี้พวกเราก็สมควรจะพอใจกันได้แล้วน่า”


คำกล่าวนี้ทำให้ความโกรธของเหล่าเงาค่อยๆสงบลงเล็กน้อย


หัวหน้าคิดและกล่าว “นับว่าการเดินทางออกมาในครั้งนี้เปล่าประโยชน์จริงๆ นี่เป็นความเสื่อมเสียศักดิ์ศรีของกลุ่มนักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลกอย่างพวกเรา และหลังจากนี้พวกเราจะไม่รับงานจากตระกูลไป่อีก”


แต่ละเงาต่างพากันพยักหน้า


พวกเขาค่อยๆมลายหายเข้าไปผสมรวมกันกับความมืดมิด และหายตัวไปจากในตรอกโดยสมบูรณ์ ...


ตั้งแต่ที่กู่ฉิงซานได้กลับมาจุติใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้นับว่าเป็นวิกฤติขั้นร้ายแรงที่สุดของเขา หากไม่ใช่เพราะว่าเกิดความปั่นป่วนของกระแสมิติและเวลาขึ้นแล้วล่ะก็ เขาคงไม่บังเอิญได้รับโอกาสหนีตายได้ชั่วคราวแบบนี้เป็นแน่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.266K ครั้ง

3,204 ความคิดเห็น

  1. #2274 NENE-NEKO-PRM (@NENE-NEKO-PRM) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 23:46
    เรือซูเซี่ยเอ๋อออ พายต่อปายย องค์หญิงดีนะแต่เอาแต่ใจไปหน่อยทำไรตามใจตัวเองเกิ๊น5555 ไม่สเปกก
    #2274
    0
  2. #1045 pepeping (@pepeping) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:44
    เราชอบฉากต่อสู้กับฉากอื่นๆ มากเลยนะ ตอนนี้ทำใจอ่านฉากที่มีซูเซี่ยอยู่ ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยอ่านแนวต่อสู้แบบมีความรักด้วยเท่าไร แต่เรื่องนี้เขียนสนุก เราจะพยายามอ่านต่อไป สู้ๆนะไรท์
    #1045
    0
  3. #978 นู๋ใบฟ้า (@nubaifar) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 10:41

    เราคงเป็นคนเดียวที่เชียร์ซูเซี่ยเอ๋อ 555+

    #978
    0
  4. #976 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 00:43
    เอาจิงปะ ขก.จะอ่านเพราะมีบทซูเซี่ยเอ๋อนี่แหละ เห่ออ ดูก็รู้ว่าเป็นนางเอกแต่ไม่ชอบนางเลย
    #976
    0
  5. #975 beam0029 (@beam0029) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:47
    กลับไปรอบนี้คงได้สกิลเทวะกลับมาต่อไปพวกเก้าตระกูลใหญ่มีหนาว
    #975
    0
  6. #974 ehhhhdju (@ehhhhdju) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:24
    น้องสู้พวกนักฆ่าไม่ได้หรอค่ะ
    #974
    1
    • 25 กันยายน 2562 / 08:47
      ตัวๆพอสู้ได้อยู่ครับกู่ฯหน่ะ แต่นี่มากันเป็นกลุ่มซึ่งแต่ละคนก็ระดับความแข็งแกร่งไม่ใช่น้อย ถึงกู่ฯจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่าแต่ก็ไม่ได้มากอะไรถ้าเทียบกับโลกโน้นที่รอดได้เพราะประสบการณ์จากตัวเองก่อนจุติล้วนๆ
      #974-1
  7. #973 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 20:21

    ชูป้าย องค์หญิงแอนนา ~~~~~~~~

    #973
    0
  8. #972 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:18
    ช่างเลือกคบเพื่อนจริงๆนะ ซูเซี่ย # เชียร์องค์หญิงมากกว่า
    #972
    0
  9. #971 Ppprt (@Ppprt) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:14
    🍗🍗🍗🍗🍗🍗
    #971
    0
  10. #970 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:10

    รอดตายแบบงงงสินะ

    #970
    0
  11. #969 ChaiiNatthanan (@ChaiiNatthanan) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:44
    แต้มคะแนนที่อัพทักษะที่มีล้นๆ ขอไห้พระเอกไช้ปั้มความเทพหน่อย5555
    #969
    0
  12. #968 notezaza4 (@notezaza4) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:32
    เพื่อนนางเอกขี้-จริงๆยุ้งอะไรเรื่องของคนอื่น โทษๆอินไปหน่อย
    #968
    0
  13. #967 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:29
    โฮ่ ยังมีคนเก่งระดับสุดยอดอีกเยอะสินะ
    #967
    0
  14. #966 VFX25s (@VFX25s) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:11
    สนุกจริงๆ
    #966
    0