หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 58 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.58 - หมูกำลังมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,310 ครั้ง
    25 ส.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.58 - หมูกำลังมา


ช่วงชีวิตก่อนหน้า ในโลกของผู้ฝึกยุทธ ครั้งหนึ่งเขาเคยทำงานเป็น ‘นักปรุงไวน์จิตวิญญาณ’ ภายในภัตตาคารหลิงชี


มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ราชินีแห่งการทำลายล้าง แอนนา เมดิซีจะตกตายลง


ในช่วงเวลานั้นกู่ฉิงซานเป็นนักปรุงไวน์จิตวิญญาณที่ได้รับการยกย่องจากบรรดานิกายสำคัญๆทั่วโลกของผู้ฝึกยุทธ


นอกจากนี้เขายังคอยสอนวิธีผสมค็อกเทลให้แก่เพื่อนที่แสนดีของเขาอีกด้วย


ผลที่ตามมาก็คือ สามีของเพื่อนที่แสนดีดูจะไม่ค่อยพอใจนัก เพราะแท้จริงแล้วสองสหายเต๋าผู้นี้ไม่ต้องการให้เขาสอนวิธีผสมค็อกเทล แต่ต้องการใช้กู่ฉิงซานเป็นแค่เครื่องผลิตศิลาวิญญาณขนาดใหญ่เท่านั้น


และเพื่อที่จะได้ควบคุมเขาโดยสมบูรณ์ เพื่อนที่แสนดีผู้นี้ถึงกับพยายามทำทุกวิถีทาง ออกเสาะหาทั้งสิ่งของและมอนสเตอร์ว่ากันว่าพลังในด้านการควบคุม


จนกระทั่งเธอได้พบกับแมงมุมชนิดหนึ่งในป่าลึก มันถูกเรียกว่า “แมงมุมพิษกลืนใจ”


เมื่อมารแมงมุมชนิดนี้แนบชิดอยู่กับร่างกาย ความแข็งแกร่งจะไม่สามารถใช้ออกได้ครึ่งหนึ่ง และหากไม่เชื่อฟังมารแมงมุม มันก็จะเจาะทำลายหัวใจของเจ้าของร่าง


มารแมงมุมนั้นครอบครองพลังศักดิ์สิทธิในด้านการควบคุมตั้งแต่แรกเกิด ขณะที่มันติดตรึงอยู่กับหัวใจ ไม่เพียงแต่คอยบงการอยู่ทุกๆกริยาบทเท่านั้น แต่มันยังกัดแทะจิตเทวะของผู้ฝึกยุทธอย่างช้าๆอีกด้วย


มันสร้างความเจ็บปวดให้แก่ทั้งร่างกายและจิตเทวะ และแทบจะไม่มีใครสามารถต้านทานพลังศักดิ์สิทธิ์ของมันได้เลย เกือบทั้งหมดต้องยอมกลายเป็นทาสของมัน


เมื่อกู่ฉิงซานบังเอิญไปรู้เรื่องนี้เข้า เขาก็เตรียมที่จะไปล้างแค้นเพื่อนที่แสนดีผู้นี้ แต่ทว่าเธอกลับชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน


ตั้งแต่นั้นมา กู่ฉิงซานก็ได้สาบานต่อพระเจ้าว่า จะไม่สอนใครทำไวน์หรือค็อกเทลอีก


กู่ฉิงซานย้อนคืนกลับมาจากห้วงความทรงจำ ก่อนจะถอนหายใจออกมา


“ท่าทีแบบนั้น คุณคงรู้สินะว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร!”เหลิงเทียนสิงเฝ้าดูทุกกิริยาของคนตรงหน้า และทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย


กู่ฉิงซานกล่าว “อย่างที่คิดจริงๆ ที่แท้นายก็เคยอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำมาก่อน”


“ถูกต้อง!”


กู่ฉิงซาน “เพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องถูกควบคุมกลายเป็นทาสของมัน นายจึงเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ข้างกายนายพลกงซุน ให้นายพลกงซุนคอยใช้ค่ายกลจำกัดการเคลื่อนไหวของมารแมงมุม จะได้รักษาจิตสำนึกของตัวเองเอาไว้เพื่อความอยู่รอดอย่างงั้นสินะ”


“นั่นแหละ!”


เหลิงเทียนสิงผุดลุกขึ้นยืน ก่อนใช้กำปั้นข้างหนึ่งกระแทกเข้ากับฝ่ามืออีกข้างและโค้งคำนับพร้อมกล่าวอย่างสุภาพ “โปรดยื่นมือเข้าช่วยฉันด้วย แล้วฉันจะสาบานเป็นพี่น้องกับคุณ ถึงแม้สกุลของพวกเราจะต่างกันก็ตาม”


เหลิงเทียนสิงน่าจะอายุ 20 ปี เป็นผู้ฝึกยุทธระดับแก่นทองคำ ศิษย์สายตรงแห่งนิกายเหยากวาง


อัจฉริยะมากพรสวรรค์เช่นนี้ ใครกันจะกล้าสาบานเป็นพี่น้องกับเขา?


แม้กระทั่งเหล่าผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในขอบเขตแก่นทองคำด้วยกันก็ยังต้องไว้หน้าเขา และไม่กล้ากระทำเช่นนี้


เนื่องเพราะด้วยวัยเพียง20แต่กลับอยู่ในระดับแก่นทองคำ นี่มันพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง


กู่ฉิงซานฝืนยิ้มออกมาและกล่าว “พวกเรารีบไปเลือกรายการทดสอบร้อยบุปผาด้วยกันเถอะ” 


ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบันนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับพลังอันน่าสยองขวัญของแมงมุมตัวนี้ได้


คู่ดวงตาของเหลิงเทียนสิงหม่นลงอีกครั้ง


“ปัญหาของนายร้ายแรงเกินไป พวกเราต้องรีบกลับไปยังโลกของผู้ฝึกยุทธเสียก่อน”


“นอกจากนี้ฉันยังมีเหตุผลที่จำเป็นต้องไปทันทีอีกด้วย”


กู่ฉิงซานกล่าวออกมาในที่สุด


เหลิงเทียนสิงมองไปยังบาดแผลของทั้งเขาและกู่ฉิงซาน ก่อนจะพบว่าตั้งแต่บนลงล่างเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่นและกล่าว “เรื่องเร่งด่วน?”


กู่ฉิงซานวางบอลเหล็กลงบนค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกลและกล่าว “ไฟลนก้นเลยล่ะ”


เขาเหลือบมองไปยังหน้าต่างระบบเทพสงคราม และเห็นว่าภารกิจยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ


นี่แสดงให้เห็นว่ากงซุนซีและหนิงเยว่ฉานยังคงยืนหยัดได้อยู่


กู่ฉิงซานมองไปยังแต้มพลังวิญญาณ


“แต้มพลังวิญญาณปัจจุบัน 651/7”


แต้มพลังวิญญาณจำนวนมากเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่มอนสเตอร์ถูกสังหารลงด้วย ‘ฝ่าวารีเชี่ยว’


แต่ในเวลานี้ หากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ และฝืนลิขิตฟ้าของกงซุนซีและหนิงเยว่ฉาน แต้มพลังวิญญาณเหล่านี้ไม่อาจช่วยกู่ฉิงซานได้ สิ่งเดียวที่สามารถช่วยเขาได้ก็คือไตรภาคีเท่านั้น


กู่ฉิงซานถอนหายใจและเริ่มทำการกระตุ้นค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล


บนค่ายกล ปรากฏม่านแสงสว่างจ้า และค่อยๆห่อหุ้มทั้งสองไปโดยสมบูรณ์


เมื่อม่านแสงมลายไป ทั้งสองก็หายไปจากถ้ำ


ณ เมืองชายแดน


จู่ๆค่ายกลเคลื่อนย้ายที่อยู่ใจกลางเมืองก็สว่างขึ้น


ตามมาด้วยสองร่างปรากฏขึ้นในค่ายกล


พร้อมด้วยเสียงพูดคุยบางอย่างดังออกมา “ยังไม่ใช่ที่นี่ ต้องไปอีกยังทิศทางนั้น”


“ก็ได้ ไปกันเลย”


ค่ายกลเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง


และทั้งสองร่างก็หายไป


ผู้ฝึกยุทธวัยกลางคนที่ทำหน้าที่คอยปกป้องค่ายกลกล่าวด้วยความสงสัย “ใครกันที่โผล่มาในเวลานี้?”


ผู้ฝึกยุทธอีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ส่ายหัว “มันเร็วเกินไป ข้ามองไม่ชัด”


“แต่เป้าหมายของพวกเขาสมควรไม่ใช่ที่นี่ สมควรจะไปยังเมืองชายแดนข้างๆเสียมากกว่า”


ผู้ฝึกยุทธวัยกลางคนกล่าว “งั้นก็ส่งทหารออกไปดูว่าปลายทางของทั้งสองที่โผล่มาในค่ายกลเคลื่อนย้ายเป็นที่ไหน”


ชายคนหนึ่งเดินไปตรวจสอบและกลับมาอย่างรวดเร็ว


“ปลายทางของพวกเขาคืออาณาจักรร้อยบุปผานิรันดร์”


ผู้ฝึกยุทธวัยกลางคนกล่าวด้วยสีหน้าทะมึน “นั่นคงไม่ใช่ ‘เป้าหมาย’ที่พูดถึงหรอกกระมัง?”


“ไม่ใช่หรอก คงเป็นแค่พวกคนที่ต้องการจะลองไปเสี่ยงโชคดูเท่านั้นน่ะแหละ” 


ผู้ฝึกยุทธวัยกลางคนกล่าว “เฝ้าจับตาดูต่อไป ‘ท่านผู้นั้น’ ได้ออกคำสั่งมาว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ห้ามปล่อยให้พวกมันออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายเด็ดขาด” 


“รับทราบ”


กู่ฉิงซานกับเหลิงเทียนสิงไม่รู้ตัวเลยว่าเนื่องเพราะความเร่งรีบและความระมัดระวังตัวของพวกเขา ทำให้รอดพ้นหลบหนีจากความตายครั้งที่สองที่กำลังจะเกือบเอื้อมมาถึงนี้ได้


ณ อาณาจักรร้อยบุปผานิรันดร์


นอกเมืองหลวง


ค่ายกลเคลื่อนย้ายปรากฏแสงสว่างวาบ


ก่อนที่ร่างของกู่ฉิงซานและเหลิงเทียนสิงจะก้าวออกมา


“นี่คุณเสียศิลาวิญญาณไปมากเท่าไหร่กันเนี่ย?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม


“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา” เหลิงเทียนสิงกล่าว


การเคลื่อนย้ายทางไกลมีค่าใช้จ่ายเป็นศิลาวิญญาณที่มูลค่าสูงยิ่ง สมแล้วจริงๆที่เหลิงเทียนสิงเป็นศิษย์สายตรงของนิกาย


“ไปกันเถอะ แล้วค่อยเลือกรายการทดสอบ” กู่ฉิงซานกระโดดลงจากค่ายกล


เหลิงเทียนสิงถอนหายใจและกล่าว “ไปในสภาพนี้น่ะนะ?”


กู่ฉิงซานหันกลับมามองอีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง


ทั้งร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อคลุมขาดวิ่น จนไม่สมควรเรียกว่าสวม สมควรเรียกว่าแขวนบนร่างกายเสียมากกว่า


เหลิงเทียนสิงแนะนำ “หรือว่าพวกเราสมควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็พักผ่อนก่อนสักวันหนึ่ง”


กู่ฉิงซานกล่าว “ไม่ได้ มันจะไม่ทันเวลา พวกเราต้องรีบแล้ว”


เหลิงเทียนสิงถามอย่างสงสัย “ที่จริงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”


“ไปกันก่อนเถอะ แล้วฉันจะบอกนายทีหลัง”


ทั้งสองย่ำฝีเท้าและกระโจนออกไป เมื่อร่อนลงจุดหนึ่งก็กระโจนออกไปยังอีกจุดหนึ่ง ออกห่างจากค่ายกลอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงสู่ชานเมือง


ซึ่งนี่มันแตกต่างจากในสถานที่อื่นๆ ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายแต่ละค่ายกลถูกติดตั้งเอาไว้ใจกลางเมือง ทว่าสำหรับอาณาจักรร้อยบุปผานิรันดร์ จะตั้งอยู่ไกลออกไปจากตัวเมือง


ซึ่งทุกคนไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม แต่คาดว่าคงเป็นเพราะความเอาแต่ใจของนางเซียนไป่ฮั่วนั่นแหละ


กู่ฉิงซานกับเหลิงเทียนสิงมุ่งไปตามทาง และตลอดทางก็ค่อยๆพบเจอกับผู้คนทีละนิด


ที่นี่มีผืนดินแบ่งเป็นสัดเป็นไว้ใช้ปลูกพืชผลและอยู่อาศัย และมีผู้คนธรรมดาอยู่เป็นจำนวนมาก


“ไม่ว่านายจะพบเจอกับอะไร อย่าพึ่งออกหน้า ปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการ” กู่ฉิงซานเตือนอย่างรอบคอบ


“ตกลง” แม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆในจิตใจ เหลิงเทียนสิงก็ยังยินดีที่จะกล่าวตกลง


หลังจากที่ทั้งสองได้ผ่านบททดสอบแล้วบททดสอบเล่ามาด้วยกัน ในท้ายที่สุดก็พิสูจน์ได้ว่าคำกล่าวของกู่ฉิงซานมักจะถูกต้องเสมอ


ทั้งสองก้าวกระโจนไปยังเบื้องหน้า ทว่าทันใดนั้นเอง จู่ๆหมูตัวหนึ่งก็ควบทะยานสี่กีบของมันพุ่งตรงมายังทิศทางที่ทั้งสองกำลังจะร่อนลงอย่างรวดเร็ว


แม้นี่จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ไม่มีใครทันคาดคิด ทว่าหากต้องปะทะกับมันตรงๆพวกเขาต้องได้รับบาดเจ็บเป็นแน่ 


ต้องกล่าวว่าเจ้าหมูตัวนี้มาได้เวลาประจวบเหมาะเหลือเกิน 


ก่อนหน้านี้กู่ฉิงซานและเหลิงเทียนสิงต่อสู้กับเผ่ามารนับไม่ถ้วนอย่างยากลำบาก ด้วยสภาวะที่รีดความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีออกไป ทำให้ในเวลานี้จะไม่สมควรที่จะได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น


มีเพียงวิธีเดียวก็คือใช้พลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ฆ่าหมูตัวนี้ซะ


เหลิงเทียนสิงหยิบพัดหยกออกมาอย่างช่วยไม่ได้


ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกยุทธ หากเขาถูกหมูพุ่งชนจนน็อค กล่าวได้ว่ามันเป็นความอัปยศครั้งใหญ่


ทันใดนั้นเอง มือของเขาที่พึ่งขยับก็ถูกหยุดไว้โดยกู่ฉิงซาน


เมื่อคิดถึงสิ่งที่กู่ฉิงซานกล่าวเตือนเมื่อครู่ เหลิงเทียนสิงก็เก็บพัดหยกของเขากลับคืนทันที


กู่ฉิงซานยืดสองแขนออกไปกลางอากาศ เตรียมโผเข้ากอดเจ้าหมูเบื้องหน้า


ตึ้ง! อุฟฟฟ เจ้าหมูบ้านี่ทำไมแรงมันถึงเยอะอย่างกับช้างแบบนี้


กู่ฉิงซานที่พึ่งกินเม็ดยากระเรียนแดงมา ทำให้เขาอยู่ในสภาวะดีกว่าเหลิงเทียนสิง


“ฮ่า!”


เขาคำรามออก พร้อมกับโอบหมูไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเสียสมดุลและล้มกลิ้งลงบนพื้นดิน ตามมาด้วยเหลิงเทียนสิงที่ร่อนลงมาติดๆ


ทั้งคนทั้งหมูดูจะปลอดภัย


“ไปกันต่อเถอะ”


กู่ฉิงซานไม่ได้สนใจมองเจ้าหมูอีกต่อไป สองเท้าของเขาย่ำออก และโจนทะยานไปเบื้องหน้า


พวกเขาจากไปยังจุดที่ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว


เจ้าหมูตัวดังกล่าวยังคงหยุดนิ่งอยู่กับที่ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สายตาของมันก็เหลือบมองไปยังแผ่นหลังของทั้งสองที่กำลังไกลออกไป พร้อมปรากฏรอยยิ้มแห่งประหลาดใจไว้ในแววตา ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.31K ครั้ง

3,226 ความคิดเห็น

  1. #943 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 18:14

    บททดสอบเริ่มขึ้นแล้ว..
    #943
    0
  2. #580 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 22:03
    โครตพิรุธ555
    #580
    0
  3. #543 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:39

    แแ-ากบอกนะ กอดหมุแล้วจะทำให้แม่นางฮัาวสนใจ555

    #543
    0
  4. #542 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:37

    ค้างสุดๆ
    #542
    0
  5. #541 Peremu (@Peremu) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 21:34
    เยี่ยมม
    #541
    0
  6. #540 ~xมูกระIทีม~ (@davilmaster) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 21:25
    เอาอีกๆ
    #540
    0
  7. #538 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:42
    รอตอนต่อไปคีบ
    #538
    0
  8. #537 Totorokun (@look-golf) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:33
    อันนี้ก็เป็นบททดสอบซินะ
    #537
    0
  9. #536 Dermie (@JaminiChevalier) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:25
    แผนการนางซับซ้อนยิ่ง
    #536
    0
  10. #535 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:18
    งี้เองสินะ
    #535
    0
  11. #534 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:14
    หือ เล่นแปลงเป็นหมูเลยเรอะ
    #534
    0