หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 56 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,356 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.56 - ความจริงอันโหดร้าย


สองคน สองคู่ฝีเท้าวิ่งทะยานอย่างสุดกำลัง พวกเขาไม่มุ่งเน้นเข่นฆ่าเผ่ามารที่ขวางหน้าอีกต่อไป ตราบใดที่สามารถทำให้พวกมันหลีกทางให้ก็เพียงพอแล้ว


ยี่สิบเมตร!


สิบเมตร!


ห้าเมตร!


ซุ่ม!


ทั้งสองกระโจนเข้าไปในถ้ำ กู่ฉิงซานรีบลุกขึ้นก่อนจะเตะมารทองคำตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ามาออกจากปากถ้ำ


มารทองคำลอยเคว้งกลางอากาศ กู่ฉิงซานหยิบเม็ดปราณกระเรียนแดงเม็ดสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะคว้าจับดิส์ค่ายกลที่สะพายอยู่ข้างหลัง


“ลม ไม้ แสงสว่าง ความมืด น้ำ สิ่งมีชีวิตทั้งมวลล้วนเป็นเพียงภาพลวง”


เปิดใช้งานค่ายกลลวงตา!


“ลม ไฟ สายฟ้า น้ำ สวรรค์และโลก รวบรวมวิญญาณ!”


เปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมวิญญาณ!


“จิตวิญญาณของผืนโลก ผืนน้ำ ไม้ ทอง หมอกทึบ”


เปิดใช้งานค่ายกลหมอกวงกต!


“จงขับไล่มารร้าย ไสส่งมวลอสูร”


ค่ายกลภูผา!


ณ เวลานี้ ค่ายกลทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในดิสก์ค่ายกลที่ได้รับมาจากกงซุนซี ทั้งหมดล้วนถูกใช้ออกเพื่อป้องกัน


มารทองคำที่ถูกเตะออกไปร่วงลงบนพื้นดิน ม้วนกลิ้งสองตลบก่อนจะลุกขึ้น เชิดหน้ากรีดร้องด้วยความโกรธ ทว่าเมื่อมันเหลียวกลับไปในถ้ำ กลับพบเห็นแค่เพียงความว่างเปล่า


ภายในถ้ำ ปรากฏหมอกจางๆลอยขึ้น และส่งกลิ่นอันคลุมเครือน่ารังเกียจออกมา


จากนั้นปากถ้ำก็เลือนหายไป


ด้วยมันสมองของมารทองคำ แม้มันจะไม่อาจขบคิดถึงเรื่องนี้ได้ ทว่าด้วยความรู้สึกตามธรรมชาติของมันบ่งบอกว่าสถานที่เบื้องหน้าทำให้มันรู้สึกขยะแขยง


มารทองคำงึมงำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมันจะส่ายศีรษะและคลานจากไป


ทันทีหลังจากนั้น เผ่ามารหลายร้อยหลายพันตนก็ค้นพบว่าพวกมันไม่อาจพบ หรือตามร่องรอยของเหยื่อได้อีกต่อไป


แปลกจัง แล้วเจ้าสองชิ้นเนื้อนั่นมันหายไปไหนแล้วล่ะ?


ใครกัน! ใครเป็นคนขโมยเนื้อสดๆพวกมันไป!?


เผ่ามารเฝ้าสังเกตกันและกัน ทว่ามันกลับไม่พบกลิ่นละมุนอันหอมหวานของรสชาติเนื้อมนุษย์ในปากของมารตนใดเลย


เผ่ามารตนแล้วตนเล่าเริ่มกระโจนเข้าห้ำหั่นกันเอง ฉีกทึ้งอีกฝ่ายด้วยความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในจิตใจ


ผ่านไปเนิ่นนาน แม้จะไม่เต็มใจแต่พวกมันก็ค่อยๆแยกย้าย สลายตัวออกไป


ทั้งหมดค่อยๆขยับออกห่างจากปากถ้ำไป


ทางฝั่งกู่ฉิงซาน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดนี้ เขาก็วางดิสก์ค่ายกลลงบนพื้น ปากอ้ากว้างสูดหายใจ และกล่าว “พลังวิญญาณของฉันมีขีดจำกัด ค่ายกลพวกนี้ไม่อาจทนอยู่ได้นาน พวกเราจะต้องรีบมุ่งหน้าไปเปิด ‘ค่ายกลสื่อสาร’ โดยเร็วที่สุด!” 


ตลอดเส้นทางที่ต้องต่อสู้ห้ำหั่นถึงขั้นนองเลือด และใช้ออกด้วยเทคนิคลับ แถมยังตามด้วยชุดค่ายกลจำนวนมาก กู่ฉิงซานขณะนี้เปรียบดั่งตะเกียงไฟที่น้ำมันใกล้เหือดแห้งแล้ว


เขาแทบจะไม่สามารถแม้แต่จะยกแขน


โชคยังดีที่มีเม็ดยาปราณกระเรียนแดงเม็ดสุดท้ายคอยหนุนเสริม มิฉะนั้นทรวงอกเขาคงฉีกทะลุลากยาวไปจนถึงท้องน้อยแล้ว


เฝ้ามองไปยังกู่ฉิงซานที่เหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ เหลิงเทียนสิงจึงคิดว่าตนหูฝาดไป ก่อนจะริเริ่มใช้ความคิด และลุกขึ้นวิ่งหายลึกเข้าไปในถ้ำ


ลึกเข้าไปบนผนังถ้ำ ปรากฏค่ายกลที่สูงกว่าสามเมตรลงสลักเอาไว้


ค่ายกลนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้สอดแนมเผ่ามารในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงค่ายกล และยังมีอีกค่ายกลหนึ่งอยูบนพื้น ค่ายกลนี้มันถูกเรียกว่า ‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’


สองค่ายกลนี้แสดงถึงความสำเร็จขั้นสูงสุดในด้านค่ายกลของมนุษย์ชาติ


เหลิงเทียนสิงกระโจนขึ้นไป ก่อนจะหยิบศิลาวิญญาณหลายก้อนออกมาและยัดมันลงไปในค่ายกล


บุซ


ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกลเริ่มทำงานอย่างช้าๆ


เหลิงเทียนสิงเฝ้ามองค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็พลันแปรปเปลี่ยนไป น้ำเสียงที่ค่อยๆเอ่ยค่อยแผ่วเบาลงจนแทบจับใจไม่ได้ “เป็นเช่นนี้ได้ยังไง … ”


ถึงไม่ได้เห็น แต่เพียงแค่ได้ยินหัวใจของกู่ฉิงซานจู่ๆก็พลันรู้สึกจุกแน่น


ในเวลานี้ไม่สมควรมีอุบัติเหตุใดๆเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะยังมีค่ายกลเชื่อมสวรรค์พอเหลืออยู่ แต่กลับไม่มีพลังวิญญาณมากพอที่จะใช้มัน


เขายันตัวลุกขึ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีและเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”


เหลิงเทียนสิงกล่าวอย่างตะลึงงัน “ ‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’ยังไม่สมบูรณ์ พวกเราไม่สามารถถูกส่งกลับไปได้”


ในเวลานั้น เหลิงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้อแท้


หลังจากที่ฝ่าผ่านความทุกข์และความยากลำบากมามากมาย บุกบั่นมาจนถึงที่นี่ เสี่ยงชีวิตมุ่งมาด้วยความหวังสุดท้ายก็กลับกลายเป็นสิ้นหวัง


กู่ฉิงซานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงบอลเหล็กออกมาจากแขนแล้วกล่าว “มันยังไม่สมบูรณ์เพราะเจ้าสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”


ประกายวาบสาดผ่านดวงตาของเหลิงเทียนสิง เขาเอ่ย “นี่มันผนึกรูนลับที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ! ยอดเยี่ยม! ทีนี้คุณกับฉันคงรอดแล้ว”


“ผนึกรูนลับที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ?”


กู่ฉิงซานเอ่ยทวนซ้ำ


“ช้าก่อน” เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆและมองไปยังเหลิงเทียนสิง “เมื่อกี้นายว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรนะ?”


“นี่คือค่ายกลที่นายพลกงซุนติดตั้งขึ้น” เหลิงเทียนสิงกล่าวด้วยความสุข “ด้วยสิ่งนี้ มันจะสามารถเปิดใช้งาน ‘ค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล’ ได้ และคุณกับฉันก็จะถูกส่งตัวออกจากที่นี่”


“นี่มันไม่ใช่ตราแห่งศรัทธาหรอกหรือ? มันไม่ได้มีไว้ใช้เรียกกำลังเสริม?”


กู่ฉิงซานตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อเหลิงเทียนสิงและตะคอกถามเสียงสนั่น


“ตราแห่งศรัทธา? เจ้าสิ่งนี้จะเป็นตราแห่งศรัทธาไปได้อย่างไร”


เหลิงเทียนสิงจ้องมองกู่ฉิงซานด้วยแววตาพิกล


กู่ฉิงซานคลายมือออกจากคอเสื้ออีกฝ่าย ก่อนจะเซถอยหลังไปหลายก้าว และในที่สุดก็ล้มลงกับพื้น


ใบหน้าของเขาซีดจนเป็นสีเทา หัวใจของเขาค่อยๆร่วงลงสู่หุบเหวลึก


ปรากฏว่าที่แท้กงซุนซีก็คิดจะตายอยู่แล้ว


กงซุนซีมอบสิ่งนี้ให้กับเขา เพื่อที่จะให้เขาหนีรอดออกไปจากที่นี่เพียงลำพัง


กำปั้นของกู่ฉิงซานเกร็งแน่น เขาเหวี่ยงหมัดกระแทกเข้ากับผนังถ้ำ จนเศษหินแตกกระจาย


กงซุนซี! คุณไม่เข้าใจ! มันจะมีประโยชน์อะไรหากฉันต้องหลบหนีไปคนเดียว!


บัดซบ!


ทำไมฉันถึงไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้นะ!


ตัวตนของกู่ฉิงซานไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากองพันทหารม้าแนวหน้า เขาไม่อาจจะส่งข้อมูลที่ได้รับรู้มาไปถึงเบื้องบนได้


ในโลกใบนี้ หากไร้ซึ่งพื้นฐานวรยุทธอันสูงส่ง และไร้ซึ่งสถานะใดๆ ย่อมไม่มีใครเชื่อคำกล่าวของเขาอย่างแน่นอน


นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงพวกมนุษยชาติระดับสูงที่เป็นสายลับคนทรยศอีก บางทีหากเขาถูกจับตัวได้โดยสายลับคนนั้นเสียก่อนล่ะ? นี่มันไม่ใช่เหมือนกับเป็นการตัดเส้นทางของเขาหรอกหรือ


หรือว่าสมควรจะไปตามหานักปราชญ์?


ไม่ นั่นไม่มีทางได้ผล


แม้กระทั่งตัวตนอย่างกงซุนซีหรือหนิงเยว่ฉาน นิกายเบื้องหลังของพวกเขาถึงขั้นต้องจ่ายออกด้วยเงินเก็บถึง 300 ร้อยปี จึงจะแลกยันต์สื่อสารนักปราชญ์มาได้


กู่ฉิงซานหากเปรียบเทียบกับกงซุนซี เขาก็คงเป็นเพียงแค่ฝุ่นผง


อย่าว่าแต่จะได้พบกับนักปราชญ์ตัวเป็นๆเลย แม้กระทั่งได้รับยันต์สื่อสารจากนักบุญ เขาคงไม่อาจเอื้อมสัมผัสแม้เพียงปลายนิ้วได้ด้วยซ้ำ


ฉันควรทำอย่างไรดี ควรทำอย่างไรดี


หากเวลาล่วงเลยไปถึงครึ่งวัน กงซุนซีก็จะตกตาย!


“นี่คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” เหลิงเทียนสิงเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอีกฝ่าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม


“ทำไมนายถึงไม่บอกก่อน”


กู่ฉิงซานตบแก้มของตนและฝืนบังคับให้ตัวเองสงบลง


นึกให้ออกสิ นึกให้ออก มันจะต้องมีสักวิธีที่จะสามารถช่วยชีวิตกงซุนซีและหนิงเยว่ฉานได้?


เขาค่อยๆขบคิดเกี่ยวกับมันทีละนิดๆ


หากมองหาคนจากนิกายของพวกเขามาช่วยเล่า? ไม่ แบบนั้นก็ยังไม่ได้


สายลับคนทรยศจะต้องคอยเฝ้าจับตามองสองนิกายใหญ่อย่างไม่วางตาเป็นแน่


“นายพลกงซุนบอกอะไรคุณบ้าง?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม


เหลิงเทียนสิงมองไปยังอีกฝ่ายที่มีสีหน้าตึงเครียดจึงเอ่ยปากบอกอย่างจริงจัง “หากเขาไม่ได้กลับมา ให้พวกเราย้อนกลับไปยังโลกเดิม จากนั้นก็ซ่อนตัวและเฝ้ารอให้คนทรยศเปิดเผยตัวขึ้นอีกครั้ง”


กู่ฉิงซานถอนหายใจ


น่าเสียดาย!


เดิมทีเหลิงเทียนสิงคิดจะเฝ้ารอการกลับมาของนายพลกงซุน เพื่อที่จะเปิดเผยโฉมหน้าของคนทรยศอีกครั้ง


ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ แม้ว่าพวกเขาจะหลบเลี่ยงการเฝ้าจับตาของคนทรยศได้ และรีบมุ่งตรงไปยังนิกาย คนของนิกายก็ย่อมต้องสงสัยแน่


มันต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะพิสูจน์ตัวตน และเกรงว่าเช่นนั้นมันคงจะสายเกินไป


นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องเวลา ต่อให้สามารถเรียกนิกายใหญ่ที่หนุนหลังทั้งสองมาได้จริง ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะช่วยกงซุนซีกับหนิงเยว่ฉานได้สำเร็จ


เพราะในระยะเวลาอันสั้นนี้ อีกไม่นานมารผู้ยิ่งใหญ่ทั้งห้าก็จะปรากฏตัวตามมา


มีทั้งรามสูรไร้พักตร์ ห้ามารผู้ยิ่งใหญ่


และกองทัพมารเคลื่อนพิภพที่กลับมาสมทบในแนวหน้าอีก


ด้วยกองทัพมารเคลื่อนพิภพ ที่มีความสามารถในการยับยั้งค่ายกล เมื่อเวลานั้นมาถึง กงซุนซีและหนิงเยว่ฉานก็จะยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมมากขึ้น


นี่มันสถานการณ์สิ้นหวังโดยแท้จริง


ยังมีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่อีกไหม?


กู่ฉิงซานกัดฟัน หลังจากขบคิดครู่หนึ่ง แสงสว่างวาบก็พาดผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา


เป็นเวลาเนิ่นนาน สองตาค่อยๆหุบลง สูดหายใจลึก


‘ไตรภาคี’


มีเพียงแค่ต้องให้ไตรภาคีลงมือเท่านั้น จึงจะมาช่วยเหลือได้ทันเวลา และทรงพลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือทั้งสองได้


คำถามก็คือเรื่องการเคลื่อนย้าย เขาจะสามารถถูกส่งกลับมาที่จุดเดิมได้หรือไม่


ไตรภาคีคือกำลังรบสูงสุดแห่งมวลมนุษยชาติ ที่ตามปกติแล้ว แม้กระทั่งนิกายใหญ่ๆก็ไม่มีโอกาสได้พบเจอกับพวกเขาได้บ่อยครั้ง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ต้องกล่าวถึงกู่ฉิงซานที่เป็นเพียงแค่ทหารเดนตายจากแนวหน้า


กู่ฉิงซานส่ายหัว เวลานี้เขาแทบจะหมดหวังแล้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.356K ครั้ง

3,221 ความคิดเห็น

  1. #521 คนอ่าน (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 11:09

    กะปล่อยให้ตายไปสิ แล้วก็ไปฝึกวิชามาตบอสูรแทน ถ้าแภ้ก็ตายแค่นั้นจบ

    #521
    2
    • #521-1 lolikuma3 (@lolikuma3) (จากตอนที่ 56)
      24 สิงหาคม 2562 / 12:53
      ถ้าไอสองคนนั้นตาย พระเอกก็จะโดนบังคับตายครับ
      #521-1
    • #521-2 ท้องนภากว้าง (@robatonasa) (จากตอนที่ 56)
      24 สิงหาคม 2562 / 21:04
      แล้วก็เข้ามาไม่ได้อีกใช่ปะครับ
      #521-2
  2. #520 nightmask (@whiz-fate) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 21:42
    พอมีความหวังทีไร มันก็ดับลงทุกที

    สงสารตับบ้างเถอะ
    #520
    0
  3. #519 goika (@hozaxxx) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 18:58

    สนุกอ่า อับต่อเถอะขอรับ
    #519
    0
  4. #518 conun5557 (@conun5557) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 18:27
    เหลิงเทียนสิงกำลังจะพูดอะไรซักอย่างนะ555ไม่ฟังกันเลย#เมินขั้นรุนแรง
    #518
    0
  5. #517 Sasori009 (@Sasori009) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 17:15
    นิยายเรื่องมันเน้นทำให้คนอ่านรู้สึกสิ้นหวังและหดหู่ ขอให้คนโปรดใช้วิจารณ์ญาณในกรอ่าน!!?

    ปล.ทำใจแปป?
    #517
    0
  6. #516 Totorokun (@look-golf) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 15:28
    hopelessมากอ่ะ สถานการณ์เลวร้ายสุดๆ
    #516
    0
  7. #515 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 14:24
    โอ้ย ทำไมมันสิ้นหวังขนาดนี้
    #515
    0
  8. #514 Peremu (@Peremu) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 14:24
    รอครับ ลุ้นจริงๆ
    #514
    0