หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 48 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.48 - ลวงว่าตนเป็นปรมาจารย์ค่ายกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,349 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.48 - ลวงว่าตนเป็นปรมาจารย์ค่ายกล


หมอกสีเทาดำปกคลุมทั่วทั้งโลก


ประกายเพลิงร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าราวกับสายฝน


ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เปิดออก ร่างของกู่ฉิงซานที่ถูกห่อหุ้มด้วยชั้นพลังบางเบาก็หลุดออกมา


ภายใต้ท้องฟ้าจู่ๆก็ปรากฏเสียงคำรามของการต่อสู้ มันได้ดึงดูดความสนใจของกู่ฉิงซาน


ห่างออกไปราวๆร้อยจั้ง ปรากฏเผ่ามารมากมายกำลังปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขา


และบนยอด ปรากฏกลุ่มผู้ฝึกยุทธหลายคนกำลังยืนหันหลังชนกัน ทั้งหมดพยายามต่อสู้อย่างสุดฝีมือกับเผ่ามารที่หมายจะฆ่าพวกเขา


ไม่นานนักผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งก็ถูกดึงออกจากกลุ่ม เขากรีดร้องสุดเสียงก่อนที่จะถูกสวาปามกลายเป็นอาหารโดยสมบูรณ์


“น้องเล็ก ไม่!”


หนึ่งในผู้ฝึกยุทธกรีดร้องออกมาด้วยความโศกเศร้า เขาพุ่งออกไปจากตำแหน่งป้องกัน และทำการสังหารเผ่ามารที่กำลังฉีกกระชากพี่น้องของเขาอย่างบ้าคลั่ง


อย่างไรก็ตาม แม้จะสังหารไปเท่าใดก็ดูจะไร้ค่า เลือดของเผ่ามารตัวแล้วตัวเล่าที่หลั่งรินยิ่งทำให้พวกมันคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม ความเร็วในการปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาก็ยิ่งทวีความรวดเร็วขึ้น


หลังจากทำการสังหารเผ่ามารไปได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ ผู้ฝึกยุทธที่ออกจากแนวป้องกันก็ถูกฆ่าโดยเผ่ามาร ก่อนจะถูกจับแยกเป็นส่วนๆและแย่งกันกิน


เวลานี้ผู้ฝึกยุทธเผ่ามนุษย์หลงเหลืออยู่แค่เพียง6-7คนเท่านั้น พวกเขาราวกับเปลวไฟบนเทียนไขที่อยู่ท่ามกลางสายลมกรรโชก จะดับลงเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลา


กู่ฉิงซานมองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นและเอ่ยพึมพำ “ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นทหารที่นายพลกงซุนกล่าวถึงก่อนที่ฉันจะถูกส่งมา พวกเขายังไม่ตาย แถมดูจะมีฝีมือไม่น้อยเลยด้วย”


กู่ฉิงซานไม่ต้องการจะเฝ้าดูอีกต่อไป เขาขับเคลื่อนพลังวิญญาณในร่างกาย ก่อนที่จะปรากฏเยื่อโปร่งแสงห่อหุ้มรอบตัวเขา และกระโดดลงไปยังจุดๆหนึ่งในทิศทางดังกล่าว


สถานที่ที่เขาเลือกซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากเนินเขามากนัก มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ถูกดึงดูดโดยเหล่าผู้ฝึกยุทธที่อยู่บนยอดเขา ดังนั้นตรงจุดนี้จึงค่อนข้างปลอดภัย


เท้าของกู่ฉิงซานเหยียบย่ำลงบนดินแข็ง ก่อนที่จะเก็บพลังวิญญาณกลับคืน และปิดกลั้นลมหายใจอย่างสงบ


เผ่ามารสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของพลังวิญญาณและความผันผวนของลมหายใจได้ ดังนั้นเขาจะต้องระมัดระวังตัวให้มากเข้าไว้


ทว่าในตอนนั้นเอง กลิ่นเหม็นรุนแรงพัดโชยมาพร้อมกับสายลมอันร้อนระอุ ปะทะเข้ากับร่างของกู่ฉิงซาน แม้มันจะไม่สัมผัสโดนตัวเขา แต่กลับสามารถกระแทกเขาจนต้องถอยไปหลายก้าว


เปรี้ยง!


บังเกิดเสียงดังลั่นจากเบื้องหลัง


ปากขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวงับลงบนพื้นดิน ก่อนจะกระชากกลับไป


กู่ฉิงซานเหลียวหลังกลับ หัวใจของเขาหม่นลงเล็กน้อย


มอนสเตอร์ชิฝู(เขมือบปฏิกูล)คลานตรงเข้ามายังทิศทางของเขา สภาพของมันราวกับภูเขาซากศพที่เต็มไปด้วยเนื้อเน่ากำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ


กลิ่นเหม็นอันรุนแรง สาดกระจายไปทั่ว


เจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้จะกินทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศพเน่าๆ ทำให้ร่างกายของมันสั่งสมไปด้วยกลิ่นแปลกๆ


โดยปกติแม้กระทั่งเผ่ามารตนอื่นๆก็ยังเลือกที่จะหลีกเลี่ยงมอนสเตอร์ตัวนี้ เนื่องเพราะกลิ่นตัวของมันเหม็นเกินจะทน


มอนสเตอร์ชิฝูเมื่อรับรู้ว่าตนกัดไม่โดนเหยื่อ มันก็พ่นเมือกเหลวออกมาด้วยความโกรธ ด้วยหวังว่าเมือกจะตรึงเหยื่อให้ติดอยู่ตรงจุดนั้น


เมือกนี้ไม่เพียงแต่จะเหนียวจนดิ้นหลุดได้ยาก แต่มันยังกัดกร่อนเลือดเนื้ออีกด้วย หากไม่มีอะไรป้องกันล่ะก็ เมื่อสัมผัสถึงตัว เนื้อหนังก็คงจะสลายหายไปในอากาศ


มอนสเตอร์ชิฝูตัวนี้มีกลิ่นแรงมากกว่าปกติ มากยิ่งกว่ามารชิฝูตัวอื่นๆ เกรงว่าบางทีมันอาจจะทะลวงขึ้นมาอยู่ในขอบเขตก่อตั้งแล้วก็เป็นได้


นั่นหมายความว่าน้ำลายของมันอาจจะมีฤทธิ์ถึงขั้นกัดกร่อนได้แม้กระทั่งกระดูก


สำหรับมารชิฝู กู่ฉิงซานได้ต่อสู้กับพวกมันมาเยอะแล้ว เขารู้จักเล่ห์เหลี่ยมของมันดี ทั้งร่างของเขากระโจนถอยฉากออกมา


บนเนินเขาที่ผู้ฝึกยุทธหลายคนรวมตัวกันอยู่ บางคนได้เผยให้เห็นถึงสีหน้าคาดไม่ถึง


อันที่จริง เมื่อกู่ฉิงซานปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ พวกเขาก็สามารถรับรู้ได้ในทันที


ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธระดับปราณปรับแต่ง ประกายแห่งความหวังที่ถูกจุดขึ้นในจิตใจก็มอดดับลงอีกครั้ง


ผู้ฝึกยุทธสิ้นหวังและคิดว่าเจ้าเด็กเหลือขอนี่คงตายลงในไม่กี่ลมหายใจ ทว่าสุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด


กู่ฉิงซานเป็นเพียงปราณปรับแต่ง ซึ่งแตกต่างจากมารชิฝูถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่ มารชิฝูมันคงไม่คาดคิดว่าด้วยสถานการณ์ตรงหน้า ศัตรูจะสามารถหลบหนีจากคมเขี้ยวของตนได้ --- กล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของอีกฝ่ายใช้ได้ทีเดียว


มารชิฝูเมื่อเห็นว่าเหยื่อหลบหนีมันได้อีกครั้ง ปากของมันก็อ้ากว้างทะลักล้นไปด้วยปราณและเตรียมโหยหวนออกมา


เมื่อมันใช้ออกด้วยกระบวนท่านี้สำเร็จ เสียงของมันจะดึงดูดเผ่ามารจำนวนมากมาที่นี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ด้วยพื้นฐานวรยุทธของกู่ฉิงซาน หากเขาถูกรุมล้อมโดยเผ่ามาร นั่นหมายถึงชีวิตได้จบสิ้นลงแล้ว


เมื่อใกล้ถึงสถานการณ์วิกฤต ทันใดนั้นเอง จู่ๆมารชิฝูก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างตกลงในปากของมัน


แม้ร่างของมันจะมีหัว แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้จักคิดสักเท่าใดนัก


ด้วยสัญชาตญาณของมัน ปากที่อ้ากว้างพลันหุบลงโดยอัตโนมัติและเคี้ยวบางสิ่งที่อยู่ในปากของตน


หงับ หงับ … รู้สึกแปลกจัง นี่ไม่ใช่อาหารทั่วไปที่กินอยู่ทุกวันนี่นา แต่ดูเหมือนว่ามันจะสามารถกินได้นะ


อ่าาาา ยิ่งกินก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความหอมหวาน ยิ่งเคี้ยวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอร่อยมากขึ้นเท่านั้น


มารชิฝูหยุดนิ่ง นอนเคี้ยวอาหารอย่างสงบ


อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่?


มารชิฝูค่อยๆเหยียดมือที่เต็มไปด้วยกงเล็บแหลมคมขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วล้วงเข้าไปในปาก มันอยากรู้ว่าตนกำลังกินอะไรอยู่กันแน่


มันต้องการที่จะเห็นและจดจำสิ่งนี้เอาไว้ เผื่อเมื่อพบเจอกับเหยื่อชนิดนี้อีกครั้งในภายหลัง มันจะได้ทำการออกล่าด้วยตัวเอง


กู่ฉิงซานหมอบต่ำลงกับพื้นอย่างเงียบๆ และค่อยๆคลานออกไปจากแนวสายตาของมารชิฝู


เมื่อครู่เขาโยนเนื้อและกระดูกของมอนสเตอร์งูออกไปใส่ปากของมัน


สำหรับมอนสเตอร์ชิฝู ยามที่มันหิวโหยแม้กระทั่งก้อนหินก็ยังถูกกลืนกินเป็นอาหาร ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงมารอสูรหายากอย่างมอนสเตอร์งูที่เนื้อหนังและกระดูกของมันช่วยเสริมสร้างพลังงาน ย่อมต้องอร่อยกว่าก้อนหินและซากศพเน่าๆอย่างแน่นอน


เขาซ่อนตัวอยู่ในกองก้อนหินขนาดใหญ่และหันไปมองรอบๆอย่างระมัดระวัง


เผ่ามารที่อยู่ใกล้เคียงมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่ในบริเวณก็กำลังวิ่งไปทางเนินเขา


การต่อสู้บนเนินทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ


ผู้ฝึกยุทธ6-7คนถูกล้อมกรอบไปด้วยชั้นแนวโจมตีของเผ่ามารที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ ดูเหมือนพวกมันจะไม่คิดอนุญาตให้อีกฝ่ายล่าถอย!


ผู้ฝึกยุทธไม่เพียงต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางเผ่ามาร แต่ยังต้องกระตุ้นพลังวิญญาณอย่างเต็มกำลังเพื่อที่จะได้รับรู้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกด้วย นั่นก็เพราะพวกเขายังไม่อยากสิ้นหวัง … หากสัมผัสได้ถึงความผันผวน นั่นจะหมายความว่ามีกำลังเสริมมาช่วยเหลือพวกเขา!


หลังจากที่เฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของกู่ฉิงซานก็ดูจะหนักใจมากขึ้นเรื่อยๆ


“คนพวกนี้อย่างน้อยก็อยู่ในขอบเขตก่อตั้งและขอบเขตแก่นทองคำ”


กล่าวได้ว่า หากเผชิญหน้ากันตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธหรือเผ่ามารทุกหนแห่งที่อยู่ไกลออกไปเขาก็ไม่สามารถจัดการมันได้


“พื้นฐานวรยุทธของฉันยังต่ำเกินไป มีหลายกลยุทธ์ที่ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ในเวลานี้ ถ้างั้นคงเหลือแค่เพียง … ”


ระหว่างที่กู่ฉิงซานกำลังครุ่นคิด เผ่ามาร3-5ตัวที่กระจายอยู่รอบๆก็พบตัวเขาแล้ว


พวกมันคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งร่างทั้งร่างไปยังทิศทางดังกล่าว เบียดเสียดกัน ผลักดันกันไป ขัดขวางพวกเดียวกันเอง เพื่อหมายที่จะสวาปามเลือดเนื้อสดๆนี้เป็นตัวแรก


กู่ฉิงซานไม่แม้แต่จะหันไปมองเผ่ามารที่อยู่ในขั้นก่อตั้งเหล่านี้ เขาคว้าหยิบดิสก์ค่ายกลขึ้นมา ถือไว้ในมือข้างหนึ่งและถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไป ทันใดนั้นดิสก์ค่ายกลก็ถูกใช้ออกอย่างรวดเร็ว


สองมือประสาน ปากเผยอตะโกนออกไป “รีบมาหลบที่นี่เร็วเข้า!”


อีกด้านหนึ่ง ทางฝั่งผู้ฝึกยุทธหลายคนที่กำลังต่อสู้ อีกคนหนึ่งได้ตกตายลงกลายเป็นศพ ทว่าก็ถูกกัดแทะโดยเผ่ามารจนไม่เหลือชิ้นดี --สถานการณ์สถานการณ์ดูจะล่อแหลมมากขึ้นเรื่อยๆ


ทว่าเมื่อพวกเขาได้ยินคำของกู่ฉิงซานเลยหันไปมอง และพบว่าเจ้าของเสียงกำลังถือดิสก์ค่ายกลอยู่ ร่างของทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน สีหน้าเผยให้เห็นถึงความสุข 


“ดิสก์ค่ายกล!”


“เขาเป็นปรมาจารย์ค่ายกล! ปรมาจารย์ค่ายกลล่ะ!”


“ยอดเยี่ยม พวกเรารอดแล้ว!”


ปรมาจารย์ค่ายกลนับว่าการดำรงอยู่ของตัวตนอันแสนหายาก และแต่ละคนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสมบัติของนิกาย เอ .. ว่าแต่ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่คนเดียวล่ะ?


ทว่าพวกเขาไม่มีเวลามามัวคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้


เมื่อพวกเขาเห็นประกายแสงแห่งความหวังในการเอาชีวิตรอด จิตวิญญาณก็พลันกลับมาสดใส ทั้งหมดรวมพลังโจมตีไปในทิศทางเดียวเพื่อผลักดันเผ่ามารให้ถอยร่นออกไป


ภายใต้กระบวนการดังกล่าว พวกเขาก็ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้กู่ฉิงซานมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ


ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งหันไปหาสหายของเขาอีกสองคนละกล่าวสั่งว่า “ชายคนนี้เป็นแค่เพียงขอบเขตปราณปรับแต่ง ปกป้องเขาเร็ว”


“รับทราบ!”


นี่คือปรมาจารย์ค่ายกล ความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะซื้อชีวิตพวกเขาได้!


หัวหน้าของกลุ่มผู้ฝึกยุทธสะบัดพัดหยกในมือ ก่อนจะใช้ออกด้วยเทคนิคมนตราอันทรงพลัง


ภายใต้เทคนิคมนตราของเขา เผ่ามารจำนวนหนึ่งพลันถูกเปลี่ยนเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็ง ส่วนเผ่ามารที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่ถึงขั้นถูกแช่แข็งแบบตัวอื่นๆ แต่ฝีเท้าของพวกมันก็ชะลอลง


ผู้ฝึกดาบและผู้ใช้กระบี่พุ่งเข้าคอมโบสนับสนุนกระบวนท่านี้ทันที ประกายอันแหลมคมของอาวุธทั้งสองกระพริบไหว เก็บเกี่ยวชีวิตของเหล่ามารอย่างรวดเร็ว


ด้วยเทคนิคมนตราที่กินวงกว้างนี้ ส่งผลให้เผ่ามารโดยรอบไม่เชื่องช้าก็หยุดนิ่ง เลยพลอยทำให้ผู้ใช้กระบี่และผู้ฝึกดาบกลายเป็นดูรวดเร็วยิ่งขึ้นราวกับสายฟ้าฟาด เพียงไม่กี่ลมหายใจพวกเขาก็พุ่งมาถึงตัวของกู่ฉิงซานและคว้าร่างอีกฝ่ายเอาไว้ จากนั้นก็เข่นฆ่าเผ่ามารหลายตัวที่ตรงเข้ามาจะฆ่ากู่ฉิงซานในตอนแรกลงจนหมดโดยสมบูรณ์


กู่ฉิงซานกวาดสายตาไปยังคนทั้งสอง ก่อนจะหยุดลงที่ผู้ฝึกดาบ สายตาเลื่อนลงจับจ้องอาวุธของอีกฝ่ายอย่างไม่อาจละสายตาไปได้อีก


นั่นมันดาบ!


กู่ฉิงซานจ้องมองดาบยาวในมือของนักดาบ ห้านิ้วในมือของเขาอดไม่ได้ที่จะขยับขยุกขยิกไปมา


นับตั้งแต่ที่จุติใหม่อีกครั้ง กู่ฉิงซานไม่แม้แต่จะสามารถคิดถึงกระบวนท่าเทคนิคดาบได้เลย ราวกับว่าเทคนิคดาบทั้งหมดที่เขาเคยเรียนมา ถูกระบบจงใจปิดผนึกเอาไว้


แต่เขารู้สึกว่าตนสามารถตระหนักได้รางๆว่าแท้จริงแล้วที่ระบบทำเช่นนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงปัญญหาร้ายแรงอันน่าหวาดหวั่นบางอย่างในยามเขาถูกส่งข้ามมิติและห้วงเวลามา


กู่ฉิงซานยังสามารถจดจำได้รางๆถึงวลีที่ระบบเอ่ยออกมาหลังจากที่เขาสามารถจุติใหม่ได้สำเร็จ ใจความว่า “การลักลอบข้ามมิติประสบความสำเร็จ”


แต่ตอนนี้เขาได้จุติใหม่สำเร็จแล้ว แต่ผนึกอันแสนจะลึกลับในร่างกายกลับยังไม่ถูกเปิดออก


สัญชาตญาณอันลึกล้ำและไร้ที่สิ้นสุดบอกกับกู่ฉิงซานว่า เขาต้องการดาบ!


เหมือนกับในอดีตเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ที่เขาได้ใช้ดาบล่าสังหารเผ่ามารลงนับไม่ถ้วน!


ผู้ฝึกดาบที่อยู่ในขอบเขตก่อตั้งขั้นสูงสุดสังเกตเห็นสายตาร้อนแรงของกู่ฉิงซาน เขาก็เผยถึงความฉงนขึ้นในแววตา


ไม่! ไม่ ไม่ ยังไม่ใช่ตอนนี้!


กู่งฉิงซานระงับแรงกระตุ้นในจิตใจ ก่อนจะหันหัวไปยังคนที่ดูจะเป็นหัวหน้า


‘นั่นคงจะเป็นธาตุน้ำจากธาตุทั้งห้าที่อยู่ในขอบเขตที่สองขั้นสูงสินะ หากไม่ใช่เพราะคนๆนี้แล้วล่ะก็ พวกเขาทั้งหมดก็คงจะตายไปนานแล้ว’


กู่ฉิงซานแอบประเมินอีกฝ่ายอย่างลับๆ ก่อนจะหันหัวไปอีกทาง สายตาตกลงบนอีกสองผู้ฝึกยุทธที่เหลืออยู่


ผู้ฝึกยุทธทั้งสองประจำตำแหน่งเบื้องหน้าของหัวหน้า และโจมตีออกด้วยเท้าและหมัดเพียวๆอันทรงพลัง แต่ละครั้งรุนแรงถึงขั้นสามารถส่งเผ่ามารตัวใหญ่ลอยกระเด็นออกไปได้


นี่คือหวูเต๋า ที่สามารถผสานแก่นแท้ของปราณและเลือดเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถใช้ออกทุกอย่างในตัวเป็นอาวุธได้


หากไม่มีอะไรผิดพลาด ทั้งสองก็น่าจะเป็นหวูเต๋าขอบเขตยอดประมาจารย์นักสู้ขั้นสูงสุด และเกือบที่จะก้าวขึ้นไปถึงขอบเขตบรรพชนนักสู้แล้ว


เบื้องหลังเหล่าผู้ฝึกยุทธ ปรากฏภาพเผ่ามารกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าวิ่งเบียดเสียดกันลงจากภูเขาจนสุดสายตา


เวลาได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลายๆคนก็เริ่มวิ่งตรงไปยืนล้อมรอบกู่ฉิงซานและปกป้องเขา


ผู้ฝึกยุทธที่ถือพัดหยกหันมาเอ่ยถามอย่างร้อนรน “นี่คือค่ายกลอะไร? ใช้เวลาจัดตั้งนานไหม? ต้องให้พวกฉันประจำตำแหน่งไหนบ้าง?”


หลายคนส่งสายตามายังเขา


การจัดตั้งค่ายกลมันจำเป็นต้องใช้เวลา ในกรณีที่กู่ฉิงซานใช้เวลานานมากเกินไป นานเกินกว่าที่ทุกคนจะต้านทานเหล่ามารได้ไหว ค่ายกลก็จะไม่สมบูรณ์ และแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องตลก!


กู่ฉิงซานได้ยินคำถามก็ส่ายหัวและกล่าว “จัดตั้งได้ทันที”


เขาวางฝ่ามือลงบนดิสก์ค่ายกล ก่อนจะประสานสองมือเข้าด้วยกัน


กงซุนซีเตรียมดิสก์ค่ายกลให้แก่เขา มันเป็นดิสก์ค่ายกลที่ซ้อนค่ายกลอันลึกล้ำหลายอันรวมไว้ด้วยกัน


กงซุนซีสอนเทคนิคพิเศษต่างๆของดิสก์ค่ายกลให้แก่กู่ฉิงซาง ‘ทุกครั้งที่เริ่มใช้ค่ายกล กู่ฉิงซานจะต้องกระตุ้นพลังวิญญาณเพื่อจับคู่กับค่ายกลที่ต้องการใช้ออกแบบเฉพาะเจาะจง หลังจากนั้นก็จะสามารถใช้งานมันได้เลยในทันที’


เดิมปรมาจารย์ค่ายกลจะต้องทำการผนึกจัดตั้งค่ายกลเสียก่อน แต่ดูเหมือนว่าสำหรับกู่ฉิงซานจะไม่จำเป็น ทำให้ตัวเขาในตอนนี้ดูราวกลับเป็นเสมือนดั่งปรมาจารย์ค่ายกลชื่อดัง!


มีเพียงสุดยอดปรมาจารย์ค่ายกลผู้ยิ่งใหญ่อย่างกงซุนซีเท่านั้นที่จะสามารถสร้างค่ายกลซ้อนๆกันในดิสก์ค่ายกลได้ มันเป็นเคล็ดลับเฉพาะตัวของเขา กู่ฉิงซานยอมรับเลยว่าตอนนี้ตัวเขาดูเหมือนกับกำลังแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นอย่างไรอย่างงั้นเลย


ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวก็คือ ค่ายกลที่อยู่ในดิสก์ค่ายกลนี้ เมื่อถูกใช้ออกไปแล้ว มันก็จะสลายไป


เวลานี้สถานการณ์กำลังตกอยู่ในขั้นวิกฤต ผู้ฝึกยุทธหลายคนเป็นก็เพียงคนแปลกหน้า หากกู่ฉิงซานไม่ใช้ออกด้วยค่ายกลให้เห็นว่าตนเองเป็นปรมาจารย์ค่ายกลแล้วล่ะก็ อีกฝ่ายไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเขาอย่างแน่นอน


“น้ำ ลม หมอก พื้นดิน ท้องฟ้า เชื่อมสวรรค์ ซ่อนเร้น!”


กู่ฉิงซานกระตุ้นพลังวิญญาณของตน บนดิสก์ค่ายกลก็พลันทะลักล้นออกมาด้วยทะเลดวงดาวระยิบระยับ  ก่อนที่ดวงดาวสี่ดวงจะพลันเปล่งประกายและสว่างวาบ


เปิดใช้งานค่ายกล!


ค่ายกลซ่อนเร้นที่แข็งแกร่งที่สุดถูกกระตุ้นโดยพลังวิญญาณของกู่ฉิงซาน และพริบตาเดียวมันก็ดูดกลืนพลังวิญญาณของเขาไปกว่า 70%


ทะเลดวงดาวเข้าปกคลุมเหนือหัวเขาและเหล่าผู้ฝึกยุทธ และในช่วงพริบตาเดียว ทั้งกู่ฉิงซานและผู้ฝึกยุทธทั้งหมดก็หายวับไปท่ามกลางวงล้อมเผ่ามารนับไม่ถ้วน


เมื่อไม่พบเป้าหมาย เผ่ามารนับไม่ถ้วนก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานพวกมันก็กระโจนใส่กันเอง และฉีกทึ้งอีกฝ่าย กัดกระชากและกลืนกินด้วยความหิวโหย


มารยักษ์ที่แสนน่าหวาดหวั่นไม่อาจทนหัวร้อนอารมณ์เสียได้อีกต่อไป มันกระโจนเข้าร่วมวงโดยเอื้อมมือออกไปคว้าจับเผ่ามารหลายตัวที่กำลังชุลมุนกันอยู่แล้วยัดเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวกรุบกรับ แล้วลากร่างอันใหญ่โตของมันเดินห่างออกไป


การกระทำของพวกกู่ฉิงซาน นับว่าได้ทำลายความภาคภูมิของเหล่ามารโดยตรง!


หลังจากนั้นไม่นานเผ่ามารกว่าครึ่งก็กระจายตัว แยกย้ายกันไปอย่างช้าๆ


ในค่ายกลซ่อนเร้น ผู้ฝึกยุทธทั้งหมดนอนแผ่ลงกับพื้น และอ้าปากพะงาบๆเพื่อเรียกอากาศเข้าปอด


พวกเขาทั้งหมดถึงขีดจำกัดแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.349K ครั้ง

3,173 ความคิดเห็น

  1. #432 pomafsdzxcv (@pomafsdzxcv) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 23:22
    ถ้าเอาของเข้ามาโลกนี้ได้ทำไม พระเอกไม่สร้างชุดเกาะวะ แบบหายตัวหรือบินก็ยังได้ ถ้าเอาเข้ามาได้ จะพูดยังไงดีเหมือนฉลสดแต่ก็โง่ในเวลาเดียวกัน แล้วทำไมพระเอกไม่สร้างดาบจากเทคโนโลยีชั้นสูง กับชุดเกาะมาเข้าโลกนี้แบบนี้มันไม่ดีกว่าหรอเมื่อสามารถนำของมาโลกนก็ได้ แล้วยังเอาออกไปโลกจริงได้อีก
    #432
    5
    • #432-4 DarkPrince Atis Ruksasup (@darkvaladin) (จากตอนที่ 48)
      1 กันยายน 2562 / 03:50
      ใจเย็น​ นี่นิยายแปล
      #432-4
    • #432-5 oRolA (@kanumbang) (จากตอนที่ 48)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 17:32
      จำได้ว่ามีบรรยายว่า เอาของ/สิ่งไม่มีชีวิตใส่กระเป๋าของระบบแล้วเอาเข้า-ออกระหว่างโลกเกม-โลกจริงได้นะคะ

      มีตอนที่พระเอกเอาศพขี้เมา นักฆ่าที่ตระกูลเนี่ยส่งมาฆ่าพระเอก เก็บใส่กระเป๋า เพื่อทำลายหลักฐาน โดยจะเอาศพมาทิ้งในหลุมที่พระเอกโผล่มาทีแรกตอนกลับมาในเกมอีกครั้ง
      #432-5
  2. #387 Sasori009 (@Sasori009) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 12:14
    สวยพี่สวย!!?
    #387
    0
  3. #386 Uaa Jirapat (@tronny) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 22:00
    วินด์วอล์คหมู่ เช็ดเข้....
    #386
    2
    • #386-1 15415249 (@15415249) (จากตอนที่ 48)
      14 สิงหาคม 2562 / 00:19
      นั้นมันวาคารี่แล้ว555
      #386-1
    • #386-2 Dermie (@JaminiChevalier) (จากตอนที่ 48)
      14 สิงหาคม 2562 / 21:53
      555555
      #386-2
  4. #385 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 21:46
    รอตอนต่อไปครับ
    #385
    0
  5. วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:57

    หลอกก็ต้องหลอกต่อไป เคี๊ยกๆ

    #384
    0
  6. #383 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:33
    รอตอนต่อไปครับ
    #383
    0
  7. #382 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:29
    เกือบเดี้ยงกันหมดแล้ว
    #382
    0
  8. #381 ลิงน้อย"ย (@0823965198) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 17:16
    ค้างงงงง มาต่อเร็วๆนะครับ
    #381
    0