หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 4 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,590 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก


ในระหว่างที่กู่ฉิงซานกำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จู่ๆเขาก็รู้สึกปวดแปล่บนิดๆบนร่างกาย


เขาก้มหน้าลง มองไปยังผ้าพันแผลสีขาวราวหิมะที่ถูกแช่ไปด้วยเลือด


จริงสิ อาการบาดเจ็บยังไม่ได้ถูกฟื้นฟูโดยสมบูรณ์ มันยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา การที่เขาออกแรงมากเกินไปจึงทำให้ปากแผลเปิดออก


กู่ฉิงซานวางธนูกองทัพลง จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาและเตรียมตัวพักผ่อน


ไม่มีอะไรที่ต้องรีบร้อน สงบใจเข้าไว้


กู่ฉิงซานหยิบเม็ดยาฟื้นฟูที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมา และกลืนมันลงไปอย่างไม่ลังเล


ม่านตาของเขาค่อยๆปิดลง และเริ่มถ่ายเทพลังวิญญาณอย่างเงียบๆ ..


และค่ำคืนนี้ก็ผ่านพ้นไปโดยไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ


ในยามเช้า พายุฝนไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่กลับโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเก่า


สภาพอากาศเริ่มเย็นลง ผสมปนเปกับความหนาวเย็นที่เกิดจากพายุฝน ส่งผลให้รู้สึกราวกับโลกถูกแช่แข็ง


ในอีกไม่กี่วัน หน้าหนาวก็จะมาถึง


ณ ค่ายทหาร


กู่ฉิงซานถูกความหนาวเย็นปลุกให้ตื่นขึ้น


เขาลุกขึ้นนั่งและพบว่าบาดแผลได้รับการเยียวยาเหมือนเกิดใหม่


แม้เม็ดยาฟื้นฟูของกองทัพจะรักษาได้ไม่ครอบคลุมอาการบาดเจ็บ แต่ในเรื่องของการฟื้นตัวจากบาดแผลนับว่ามีประสิทธิภาพมากจริงๆ


ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออก


จ้าวหลิวยกหม้อต้มโจ๊กร้อนๆเข้ามาอย่างตั้งอกตั้งใจ


กู่ฉิงซานมองไปยังหม้อต้มโจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมฉุยและเอ่ยถามว่า “ยังมีอาหารเหลืออยู่มากแค่ไหน?”


จ้าวหลิวสูดหายใจลึก “เหลือเพียงพอสำหรับวันนี้ และพรุ่งนี้อีกครึ่งวัน” จากนั้นก็เหลือมองไปยังถุงเก็บสัมภาระตรงเอวของกู่ฉิงซาน


แม้กู่ฉิงซานจะจับสังเกตได้ แต่เขาก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา


เพราะในตอนที่ถูกส่งข้ามเวลามา ถุงสัมภาระของเขาก็ว่างเปล่าเช่นกัน


กู่ฉิงซานกินโจ๊กอย่างเงียบๆ


“บาดแผลของนาย … เป็นยังไงบ้าง?” ในแววตาของจ้าวหลิวราวกับมีปีกแห่งความหวังโบยบินอยู่


“ดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว” กู่ฉิงซานเหยียดแขนขา จากนั้นก็เอ่ยถามกลับไป “พี่จ้าว คุณมาจากค่ายไหน แล้วประจำสังกัดอะไร?”


ใบหน้าของจ้าวหลิวปรากฏรอยยิ้มฝืนๆ และกล่าวว่า “ฉันเป็นทหารสังกัดโภชนา(กุ๊ก) อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีฉันก็ได้ เพราะหลายร้อยคนในค่ายก็สามารถทำอาหารได้เหมือนกัน”


แท้จริงแล้วเขาเป็นถึงหัวหน้าคนครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่รสชาติของโจ๊กออกมาดี


แต่ด้วยจุดยืนในเวลานี้ หากไม่มีกู่ฉิงซาน สำหรับตัวจ้าวหลิวซึ่งเป็นเพียงทหารธรรมดา สถานการณ์เช่นนี้คงหมดหวัง และได้แต่รอความตาย


อย่างไรก็ตาม ที่จ้าวหลิวยังไม่รู้ก็คือ กู่ฉิงซานนั้นเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับปราณปรับแต่งขั้นแรกเท่านั้น หากพบกับพวกมารแม้เป็นเพียงทีมขนาดเล็ก เขาก็คงจะถูกฆ่าตายทันที


กู่ฉิงซานคิดอย่างเงียบๆ สายตาของเขาจ้องมองไปยังนาฬิกาทรายที่อยู่เหนือหน้าต่างตัวละคร


ในนาฬิกามีทรายอยู่ไม่มากนัก  หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยก็ได้


ซึ่งดูเหมือนว่าตรงจุดนี้จะแตกต่างจากในตอนที่เกมได้เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ


ถัดไปจากนาฬิกาทราย มีตัวอักษรที่เปล่งแสงเล็กๆราวกับหิ่งห้อย ร้อยเรียงเป็นถ้อยคำอธิบายเล็กๆว่า :  หนึ่งวันเต็มในต่างโลก(เกม) จะเทียบเท่ากับหนึ่งชั่วโมงในโลกจริงเท่านั้น ผู้เล่นที่อยู่ในระดับปราณปรับแต่ง เมื่อครบเวลาที่กำหนด จะต้องกลับสู่โลกจริง และสามารถเข้ามายังต่างโลกได้อีกครั้งในวันถัดไป


กู่ฉิงซานตอนนี้กระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นด้วยตาตนเองว่าในโลกจริงขณะนี้อยู่ในปีที่เท่าไหร่


โจ๊กยังไม่ทันจะหมดหม้อ ทหารสองคนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับตะเบ๊ะอย่างพร้อมเพรียง


“สหายกู่ ดูเหมือนว่าข้างนอกจะมีปัญหา” จ้าวหลิวย่อตัวลงและกระซิบ


“ฉันจะออกไปดูเอง” กู่ฉิงซานกล่าว พร้อมกับคว้าธนูกองทัพและเดินออกไป


จากที่สังเกตทรายในนาฬิกา ดูเหมือนว่ากู่ฉิงซานจะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 นาที ก่อนจะต้องกลับสู่โลกจริง … หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่เป็นปัญหาใหญ่นะ


ฉิงซานเดินออกจากประตู พร้อมดึงลูกศรออกมาแนบกับคันธนู สายตากวาดไปทั่วทุกทิศทาง


ตาทั้งสองกวาดผ่านทุกสิ่งปลูกสร้าง ไม่เว้นแม้แต่มุมเล็กๆ


กล่าวกันตามจริงแล้ว ข่ายอาคมอำรางก็ยังคงทำงานอยู่ ดังนั้นพวกมารก็ไม่น่าจะเข้ามาได้ง่ายๆ


นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?


ฟึบ … เสียงบางอย่างดังขึ้นอีกครั้ง


ตำแหน่งนั้น อยู่ไม่ไกลกับประตูทางเข้าของค่ายทหาร


กู่ฉิงซานแนบลำตัวติดกำแพงแล้วค่อยๆเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ


และมารอสูรร่างใหญ่ก็ปรากฏสู่สายตาของกู่ฉิงซาน


ขณะนี้มารอสูรยืนอยู่บริเวณขอบของบ่อกักศพ หางของมันส่ายไปมาพร้อมกับหัวที่หันซ้ายแลขวา มองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง


แม้ว่าจะมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง แต่กลิ่นเลือดในหลุมกักศพก็รุนแรงพอที่จะดึงดูดมารอสูรให้เข้ามาได้


กู่ฉิงซานซ่อนกายภายใต้เงาของชายคาบ้าน เขาค่อยๆยกธนูกองทัพขึ้นมา และง้างมันอย่างช้าๆ


เขารู้จักเจ้ามอนสเตอร์สายพันธ์นี้


มันเป็นมารอสูรระดับต่ำ แม้ว่าจะเงอะงะ แต่หากมันคลั่งเมื่อไหร่ ความสามารถในการปะทะและกัดกระชากจะเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง ขนาดที่ว่าทหาร2-3คนยังไม่อาจเข้าใกล้ตัวมันได้


กู่ฉิงซานถอนหายใจอย่างโล่งอกในเงามืด


โชคดีที่เขาเลือกอาวุธโจมตีระยะไกล ควบคู่ไปกับการมีข่ายอาคมอำพรางปกคลุมค่ายเอาไว้ ทำให้บางทีเขาอาจจะลอบโจมตีมันได้


มารอสูรวนไปรอบหลุมกักศพ และใช้เท้าเขี่ยศพที่นอนแน่นิ่งบนพื้นดินเป็นครั้งคราว


มันกำลังสงสัยว่าตนเองกำลังถูกล่อลวง มีกับดักอยู่รอบๆ หรือมีมารอสูรตนอื่นคอยดักซุ่มโจมตีอยู่หรือไม่


ทรายในนาฬิกาบ่งบอกว่าขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึงสิบนาทีแล้ว


กู่ฉิงซานง้างคันธนูที่เสียบลูกศรขึ้นอย่างเงียบๆ


ฮึดฮัดๆ


ฮึดฮัดๆ


มารอสูรหยุดนิ่ง จมูกของมันส่งเสียงฮึดฮัด และหันหัวไปมองพื้นที่โดยรอบที่มีเพียงก้อนหิน


ขณะนี้เหลือเวลาอีกราวๆ 5 นาที


แต่กู่ฉิงซานกลับยังคงไม่ปล่อยลูกศรออกไป


ในที่สุดมารอสูรก็ค่อยๆลดหัวของมันลง เตรียมที่จะกินซากศพของทหาร


จมูกของมันสูดดมบนร่างกายของศพอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายมันก็ง้างปากใหญ่ที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวขึ้นมา


นี่แหละเวลาที่รอคอย!


กู่ฉิงซานง้างคันธนูสุดแรงและถ่ายโอนพลังวิญญาณไปยังลูกศรขนนก


คลื่นอากาศที่มองไม่เห็นแพร่กระจายออกมาอย่างช้าๆ


ศรที่แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณนั้นมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่าศรธรรมดาๆถึงห้าเท่า!


ศรเหล่านี้มีเอกลักษณ์ที่พิเศษ แค่แฝงพลังวิญญาณเอาไว้อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะใช้ฆ่าสังหาร และหากมันถูกแฝงไว้ด้วย ‘ธาตุทั้งห้า’ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง


เมื่อสายธนูถูกง้างจนสุด กู่ฉิงซานก็เกร็งมันไว้สองลมหายใจ และคลายนิ้วของเขาลง


บิซ!


ลูกศรเชือดเฉือนอากาศจนส่งเสียงหวีดหวิว พริบตาเดียวมันก็พุ่งเข้าปากของมารอสูรและจมลึกลงไป! ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เจ้ามารอสูรลงไปดิ้นพล่านกับพื้น


ศรแรกเข้าเป้า แต่กู่ฉิงซานก็ไม่ลังเลที่จะดึงศรต่อไปออกมาและแนบมันลงกับคันธนู


เปิดใช้งานสกิล : ยิงต่อเนื่อง!


ลูกศรพร่ามัวเป็นเงา และผละออกจากธนูกองทัพ


มารอสูรส่งเสียงคำรามก้องชนิดสะเทือนสวรรค์ พร้อมกับพุ่งไปยังทิศทางที่ลูกศรถูกยิงออกมา


แต่พุ่งมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เจ้ามารอสูรกลับเปลี่ยนใจหันหลังหนีทันที


นั่นเพราะศรดอกแล้วดอกเล่าเริ่มปรากฏขึ้นตามร่างกายของมัน และทุกดอกล้วนมุ่งเน้นทำลายประสาทสัมผัสทั้งห้า ข้อต่อ และตำแหน่งสำคัญๆต่างๆ


อาการบาดเจ็บเริ่มรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวี เพิ่มสูงขึ้นจนความหวาดกลัวอันลึกล้ำเข้ามาข่มความโกรธเกรี้ยวในตอนแรก


หากมันเลือกที่จะหนีเต็มกำลังตั้งแต่ถูกโจมตีดอกแรก มันก็อาจจะยังสามารถหลบหนีได้ แต่มันกลับเลือกที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีผู้ลอบทำร้ายโดยเผื่อกำลังไว้หลบหนีเพียงครึ่งเดียว ฉะนั้นเวลานี้จึงสายไปเสียแล้ว


ตลอดทั้งกระบวนการโจมตี สีหน้าของกู่ฉิงซานไม่มีแม้แต่จะเผยให้เห็นถึงอารมณ์ใดๆ มือที่ถือคันศรยังคงนิ่งราวกับหิน ส่วนอีกข้างก็คอยยิงศรออกไปดอกแล้วดอกเล่า


จนท้ายที่สุด


เจ้ามารอสูรก็ทิ้งตัวลงสู่พื้นดินและไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ


บนร่างของมันเต็มไปด้วยลูกศร เลือดหลั่งรินออกมาจากทั่วทุกมุมเป็นเส้นสาย ชุบผืนดินเบื้องล่างให้กลายเป็นสีแดงฉาน


ส่วนทางด้านกู่ฉิงซาน เขาได้ใช้พลังวิญญาณไปเพียงแค่ 60% เท่านั้น


อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยังคงง้างคันศร ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป และยิงไปยังมารอสูรอย่างต่อเนื่อง


ดูจากท่าทีระแวดระวังของมันก่อนที่จะกินศพ ก็พอจะรู้ได้ว่าเจ้ามารอสูรตนนี้ได้เปิดภูมิปัญญาของมันแล้ว และพวกที่เปิดภูมิปัญญา เกือบทั้งหมดไม่ใช่ตัวโง่งม แถมบางตัวยังชาญฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ


มันกำลังหลอกว่าตนได้ตายไปแล้ว และล่อศัตรูที่ซุ่มโจมตีอยู่ให้ออกมา


หลังจากที่ถูกยิงซ้ำไปอีก 7-8 ดอก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง มันก็ไม่สามารถแกล้งทนว่าตกตายได้อีกต่อไป เจ้ามารอสูรดีดตัวขึ้นจากพื้นดิน เพื่อเตรียมที่จะหนีอีกครั้ง


แต่มันก็ยังคงถูกต้อนรับโดยห่าลูกศรที่เทลงมาราวกับสายฝน


มารอสูรพุ่งหนีไปข้างหน้าอีกราวๆ5-6เมตร ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ และร่วงลงพื้นเสียงดัง


เวลานี้มันได้ตายลงจริงๆแล้ว


ทันใดนั้นเอง เส้นแสงสีฟ้าอ่อนที่มีคำแจ้งเตือนสั้นๆก็พุ่งปรากฏสู่สายตาของกู่ฉิงซาน


‘พลังวิญญาณ +1 , แต้มพลังวิญญาณปัจจุบัน: 1/5’


‘แต้มประสบการณ์เต็ม , แต้มปัจจุบันคือ 5/5 สามารถอัพเลเวลได้ ต้องการอัพหรือไม่?’


ก่อนหน้านี้เขาได้ฆ่าเปลือกมารลง และได้รับ 4 แต้มประสบการณ์ มาตอนนี้ก็ได้รับอีก1 เติมเต็มเงื่อนไขที่จะใช้อัพเลเวลแล้ว


กู่ฉิงซานกล่าวออกไปอย่างไม่ลังเล “อัพเลเวล”


ช่วงเดียวกันกับที่เสียงถูกเปล่งออกไป เส้นข้อมูลก็เปลี่ยนจาก 5/5 ไปเป็น0/10


ดูเหมือนว่าการที่จะเพิ่มระดับพลังปราณจากขั้นสองไปเป็นสามก็คงต้องการค่าประสบการณ์เป็นสองเท่าเช่นกัน


เวลานี้ ไอค่อนตัวละครของกู่ฉิงซานได้เปลี่ยนจาก ‘ปราณปรับแต่งขั้นหนึ่ง’ ไปสู่ ‘ปราณปรับแต่งขั้นสอง’ เรียบร้อยแล้ว


พร้อมกับแสงสดใสแพราวพราวให้ความรู้สึกอบอุ่นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของกู่ฉิงซาน


กระแสอบอุ่นแผ่ขยายไปทั่วตัว ก่อนที่จะไปหลอมรวมกันตรงตันเถียน และเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังวิญญาณ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.59K ครั้ง

3,239 ความคิดเห็น

  1. #1432 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 22:54
    แล้วโลกจริงไม่ใช่โดนทำลายไปแล้วหรอ?
    #1432
    0
  2. #552 wotrasit (@wotrasit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 00:23
    เอาก็ตื่นเต้นดี
    #552
    0
  3. #397 Ppprt (@Ppprt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:38
    ❤️❤️❤️❤️❤️❤️
    #397
    0
  4. #104 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 08:23
    กลับโลกจริง
    #104
    0
  5. #97 CrazyClown (@minglee007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 20:15
    ไม่ได้ใช้เเต้มไปหมดแล้วหรอ?
    #97
    1
    • #97-1 ZAWARUDO (@ZAWARUDO) (จากตอนที่ 4)
      29 กรกฎาคม 2562 / 20:27
      แต้มประสบการณ์ กับ แต้มพลังวิญญาณ น่าจะแยกกันครับ
      #97-1