หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 32 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.32 - จุดเริ่มต้นสู่ความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,520 ครั้ง
    27 ก.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.32 - จุดเริ่มต้นสู่ความตาย


กู่ฉิงซานวิ่งวนอยู่ในป่าจนกระทั่งเขาได้พบกันพื้นที่เปิดโล่ง จึงค่อยๆชะลอฝีเท้าลง ก่อนจะข้ามผ่านมันอย่างระมัดระวัง


แต่เมื่อวิ่งออกไปอีกเพียงไม่กี่สิบจั้ง เขาก็พบกับพื้นที่เปิดโล่งอยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง


คราวนี้กู่ฉิงซานเลือกที่จะเดินอ้อม


พออ้อมไปอีกเส้นทางหนึ่ง ขณะที่ตัดกิ่งไม้หนาทึบไประหว่างทาง พื้นที่เปิดโล่งก็ปรากฏสู่สายตาของเขาอีกครั้ง


ไกลออกไปจนสุดสายตา จะพบกับพื้นที่เปิดโล่งเต็มไปหมด


กู่ฉิงซานถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะกัดฟันแล้วกระโดดขึ้นไปบนที่สูง


เขายกธนูกองทัพขึ้นแล้วยิงลูกศรลงไปยังพื้นดิน


ศรเจาะลึกลงไป จนเหลือเพียงแค่ส่วนปลายขนนก


และไม่ปล่อยให้เขาต้องรอนาน จู่ๆใบหน้าขนาดใหญ่ราวๆสนามเด็กเล่นก็ผุดขึ้นมาจากพื้นที่เปิดโล่ง


ใบหน้านั้นถุยลูกศรออกมา และจ้องมองไปยังกู่ฉิงซานพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกอย่างช้าๆ “เจ้า … ทำไม … ถึงรู้ … ว่าข้า … อยู่ที่นี่ … ”


กู่ฉิงซานมองสวนกลับไปและกล่าว “ดินบริเวณนี้มันดูใหม่เกินไป”


“ใหม่ … หมายความว่าอะไร?” ใบหน้าที่ผุดขึ้นมาเผยให้เห็นถึงความสับสน


มันคือมารที่ ‘ซ่อนเร้น’ อยู่ในที่แห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘มารเคลื่อนพิภพ’


ตั้งแต่เกิดมามันก็สามารถต้านทาน เทคนิคมนตราและธาตุทั้งห้าได้ในระดับหนึ่ง หากเป็นผู้ฝึกดาบที่มาพบเจอกับมัน ป่านนี้คงถูกลากลงไปใต้ดินแล้ว


‘ซ่อนเร้น’ นับว่าเป็นหนึ่งในพลังศักดิ์สิทธิที่มีประสิทธิภาพยิ่ง นอกจากนี้พวกมันบางตัวยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถทางวิญญาณอันบริสุทธิ์ได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย


มารเคลื่อนพิภพเรียกได้เลยว่าแทบจะอยู่ยงคงกระพัน ในการสู้รบระหว่างมนุษยชาติมันทำให้ผู้ฝึกยุทธมากมายต่างพากันปวดหัวไปตามๆกัน


กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ผู้เล่นพึ่งจะค้นพบว่ามันมีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง และนั่นก็คือ --- สมองของมันไม่ค่อยจะดีนัก


ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวของใครก็ตาม หากคำกล่าวนั้นสามารถกระตุ้นความสนใจของมารเคลื่อพิภพได้ มันก็จะเชื่อคำพูดของเขา


กู่ฉิงซานกล่าว “แกควรจะเอาดินจากที่ๆแกจากมาด้วย และกลบๆเอาไว้ข้างบน สีบนร่างกายแกจะได้สอดคล้องกับสีดินบนพื้น”


เขากล่าวต่อ “ถ้าหากเป็นในกรณีนั้น ฉันก็จะหาแกไม่พบ ไม่ใช่แค่เพียงฉัน แต่ไม่ว่าใครก็จะไม่มีทางหาแกพบ”


“จริงๆหรือ …?”


“จริงๆหรือ …?”


“จริงๆหรือ …?”


“จริงๆหรือ …?”


เสียงเดียวกันนับไม่ถ้วนได้ดังขึ้น


กู่ฉิงซานยังคงใจเย็น เขายืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้และหันไปมองรอบๆ


ใบหน้าขนาดใหญ่ค่อยๆผุดขึ้นมาจากพื้นดิน สีหน้าของพวกมันดูตื่นเต้นเล็กน้อย ทุกสายตาจับจ้องมายังกู่ฉิงซาน


ใบหน้านับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจนเรียกได้ว่าแทบจะครอบคลุมทั้งภูเขา


นี่คือกองทัพมารเคลื่อนพิภพ กองกำลังหลักของเผ่ามาร!


แม้ว่ารามสูรไร้พักตร์จะทรงพลัง แต่ด้วยจำนวนที่น้อยจนเรียกได้ว่าขาดแคลน ทำให้การจะเรียกใช้มันจะต้องเป็นช่วงเวลาจำเป็นที่จะใช้สังหารศัตรูเท่านั้น แต่นี่อีกฝ่ายถึงขั้นส่งแม้กระทั่งกองทัพเดนตายอย่างมารเคลื่อนพิภพมาด้วยนี่มัน … 


“แน่นอนว่ามันเป็นความจริง จะไม่มีใครสามารถหาแกพบ” กู่ฉิงซานมองไปรอบๆ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง “แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะไปนำดินมาได้ แน่จริงก็ลองดูสิ แล้วฉันจะรอดูอยู่ที่นี่”


ใบหน้าของมารตนหนึ่งก็เผยให้เห็นถึงกระตือรือร้นและกล่าว “งั้นก็ดี ...เจ้า … รออยู่ที่นี่นะ ...”


สิ้นคำกล่าว ใบหน้าที่พึ่งเอ่ยออกมาก็จมลงไปใต้ดิน และหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว


“ฉันก็จะไป …. เหมือนกัน ...”


“ฉันก็จะไป …. เหมือนกัน ...”


“ฉันก็จะไป …. เหมือนกัน ...”


“ฉันก็จะไป …. เหมือนกัน ...”


ใบหน้าคนขนาดใหญ่หายไปจากพื้นดิน พวกมันต่างพากันใช้ ‘ซ่อนเร้น’ อย่างไม่ลังเล


สถานที่ๆมารพวกนี้จากมา น่าจะเป็นฐานทัพหลักของกองทัพมารที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ ด้วยความเร็วของมารเคลื่อนพิภพ สมควรจะใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งจึงจะกลับมา


มารเคลื่อนพิภพได้จากไปแล้ว กู่ฉิงซานก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


เพียงแค่คำกล่าวไร้สาระ กองทัพมารเคลื่อนพิภพทั้งหมดก็ถึงกับเคลื่อนไหว การเคลื่อนทัพขนาดใหญ่เช่นนี้ เกรงว่าเพียงแค่ครึ่งทางพวกกองทัพมารก็คงจะรู้ตัว และมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะถูกสั่งให้กลับมาประจำการที่แนวหน้าอีกครั้ง


ถ้าพวกมันกลับมาก่อนที่เขาจะจากไป ทุกอย่างก็เป็นอันจบ


กู่ฉิงซานกำลังเตรียมที่จะหลบหนีไป แต่ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากจุดที่ไกลออกไป


“สหายตัวน้อย ขอบคุณสำหรับการขับไล่การปิดล้อม แต่ขออนุญาติถามหน่อยจะได้ไหม สหายตัวน้อยต้องการให้ฉันเรียกว่าอะไร?”


กู่ฉิงซานหันกลับมาอย่างฉับพลัน ก่อนจะพบชายชราที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มกำลังจับจ้องมายังเขา


กู่ฉิงซานยกธนูกองทัพขึ้นและกล่าว “ฉันเรียกว่ากู่ฉิงซาน ทหารแนวหน้าจากกองพันทหารม้า แล้วคุณล่ะ? ไม่ทราบว่าเป็นใคร มีบัตรยืนยันตัวตนไหม?”


ชายชราโยนบัตรยืนยันตัวตนออกไป กู่ฉิงซานคว้ารับมัน ก่อนจะถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปบนบัตรยืนยันตัวตนในมือ


ทันใดนั้นบัตรยืนยันตัวตนก็สว่างวาบ เปลวไฟลุกโชนขึ้นจากบัตร ก่อนจะร้อยเรียงออกมาเป็นทิวแถว ภายในประกอบด้วยคำไม่กี่คำ


“หัวหน้านายพลกงซุนซี”


หัวใจของกู่ฉิงซานเต้นครึกโครม


หัวหน้านายพล พันธมิตรผู้ฝึกยุทธแห่งมนุษยชาติ อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายเฉิงเต๋า ปรมาจารย์ค่ายกลผู้ยิ่งใหญ่ กงซุนซี!


เป็นเขาไปได้อย่างไร!


เห็นได้ชัดว่ากู่ฉิงซานพึ่งออกมาจากค่ายทหารได้ไม่นาน และอยู่ห่างไกลจากสถานที่ๆชายคนนี้ถูกรุมล้อม แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ทีนี่?


กงซุนซีน่าจะกำลังจะตายในเร็วๆนี้ แล้วจะบังเอิญมาพบกับฉันในเวลานี้ได้อย่างไร เขาไม่ได้ถูกพวกมารรุมล้อมหรอกหรือ?


หัวใจของกู่ฉิงซานปรากฏแสงสว่างวาบ ลางสังหรณ์ร้ายค่อยๆปกคลุมข้างในจิตใจ


เขาโยนบัตรยืนยันตัวตนออกตัวเองออกไป และปล่อยให้อีกฝ่ายตรวจสอบ


หลังแลกกันยืนยันตัวตน ทั้งสองฝ่ายรู้สึกโล่งใจลงเล็กน้อย


กู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะถามออกไป “ที่แท้ก็นายพลกงซุน ไม่ทราบว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว?”


กงซุนซีถอนหายใจ ก่อนจะหยิบดิสก์ค่ายกลแผ่นเล็กๆขึ้นมา และกดสองมือลงพร้อมตะโกน “ค่ายกลซ่อนเร้น จงเปิด!”


กู่ฉิงซานสัมผัสได้ว่าเบื้องหน้าของเขาแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ทิวทัศน์ทั้งหมดจางหายไปในพริบตา เมื่อวิสัยทัศน์กลับมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ด้านหน้าวิหารเต๋า


ภายนอกวิหารเต๋า สี่ทิศทาง ออก ใต้ ตก และเหนือ ล้วนว่างเปล่า ไม่อาจมองเห็นได้ทั้งในทางตรงและระยะไกล


ที่แท้ในภูเขาลูกนี้ ก็เป็นที่ซ่อนของวิหารเต๋า!


สามารถจัดตั้งค่ายกลที่ไกลไปจนถึงเส้นขอบฟ้าได้ ค่ายกลน่าหวาดหวั่นขนาดนี้ เป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่าคนๆนี้คือกงซุนซี!


กู่ฉิงซานเดินเข้าไปในวิหารเต๋ากับกงซุนซี แต่กลับพบเพียงคนๆหนึ่งในชุดคลุมสีขาวราวหิมะ สวมใส่เกราะทองคำ กำลังนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งอย่างเงียบๆ


เกราะที่คนๆนี้สวมใส่ไม่ได้ใหญ่โตจนดูเทอะทะ แต่มันบางเบาแลดูละเอียดอ่อนเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงามของเธอสะท้อนออกมา


เธอโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเมื่อกงซุนซีเดินเข้ามา และเมื่อเธอพบว่าอีกคนที่เข้ามาด้วยมีระดับวรยุทธไม่ถึงขอบเขตก่อตั้ง เธอก็ก้มหัวลงอีกครั้ง


ในตอนที่เธอเงยหน้าขึ้น กู่ฉิงซานเห็นว่าบนใบหน้าของเธอสวมหน้ากากเงิน บดบังใบหน้าของเธออย่างสมบูรณ์


“สหายตัวน้อยฉิงซาน ต้องขอบใจคุณจริงๆที่ขับไล่กองทัพมารเคลื่อนพิภพไป มิฉะนั้นพวกเราก็คงจะติดแหง่กอยู่ที่นี่เป็นแน่”


“เขาน่ะเหรอ? เป็นคนขับไล่กองทัพมารเคลื่อนพิภพ?”เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูเป็นผู้ดีดังตอบโต้ออกมา


น้ำเสียงของหญิงสาวในชุดเกราะทองคำดูจะประหลาดใจ ทว่าภายใต้หน้ากากเงินจึงไม่อาจเห็นสีหน้าของเธอได้


“มันเป็นเรื่องจริง” กงซุนซีกล่าว “มารเคลื่อนพิภพเป็นมารที่สามารถปลดผนึกธาตุดินจากธาตุทั้งห้าได้ ดังนั้นมันจึงมีความสามารถในการควบคุมดิน และมีอิทธิพลอย่างมากต่อค่ายกลของฉัน แต่ตอนนี้พวกมันถูกเขาหลอกจนเคลื่อนทัพออกไปหมดแล้ว”


“หลอก?”


หญิงสาวเกราะทองดูจะสับสนยิ่งกว่าเดิม


กงซุนซีจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แก่เธอ


หญิงสาวเกราะทองมองกู่ฉิงซานและเอ่ยถาม “คุณรู้จุดอ่อนของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ได้อย่างไร?”


กู่ฉิงซานคิดคำตอบไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว เขาจึงตอบกลับอย่างเยือกเย็น “ในกองพันทหารม้าแนวหน้า ทุกๆวันต้องต่อสู้กับเผ่ามารทุกชนิด ฉันชอบที่จะศึกษาลักษณะของพวกมัน ดังนั้นเลยพอจะรู้เรื่องพวกนี้มาบ้างเล็กๆน้อยๆ”


“กองพันทหารม้า? นั่นไม่น่าเป็นไปได้ แต่ถ้าที่พูดมาเป็นความจริง ...” หญิงสาวเกราะทองงึมงำ “เท่าที่ฉันรู้มา กองพันทหารม้าแนวหน้าถูกทำลายลงแล้วโดยกองทัพหลักของเผ่ามาร มันเกือบที่จะถูกกวาดออกไปโดยสมบูรณ์ และคุณอาจจะเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต”


วินาทีนั้นกู่ฉิงซานก็แสร้งเผยให้เห็นถึงความโกรธและความโศกเศร้าออกมา … ในเวลาเหมาะเจาะ!


ประกายแสงสว่างวาบขึ้นในดวงตาของกงซุนซี เขาเอ่ยถาม “แล้วคุณรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมอนสเตอร์ตัวอื่นๆบ้างไหม?”


ในปัจจุบันนี้ นี่เป็นช่วงต้นของการเผชิญหน้าระหว่างเผ่ามารและมนุษยชาติ  เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่สามารถเข้าใจลักษณะของเผ่ามารได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงเกิดการสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก


ทหารหลายกองทัพถูกกวาดทำลายลง แม้กระทั่งร่องรอยของข่าวสารก็ยังไม่ถูกส่งกลับมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจควานหาลักษณะ นิสัย และจุดอ่อนลึกล้ำของเผ่ามารได้


มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในสงคราม หากมีทหารจากกองพันทหารม้าที่ยังรอดชีวิตจากค่ายแนวหน้า ที่สามารถบ่งชี้ลักษณะต่างๆของเผ่ามารได้


“ก็พอจะรู้อยู่บ้าง” กู่ฉิงซานกล่าวอย่างมั่นใจ


พวกเขาทั้งสองคนนี้ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังวิญญาณที่ท่วมท้นราวกับทะเลอันมืดมิด กู่ฉิงซานไม่อาจแน่ใจได้ว่าพวกเขาจะปฏิบัติดีต่อตนหรือไม่ ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการดำรงอยู่ของเขา


แน่นอน พอได้ยินดังนั้น กงซุนซีและหญิงสาวเกราะทองก็หันมามองหน้ากันและกัน ก่อนจะพยักหน้าออกมาในเชิงพึงพอใจ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.52K ครั้ง

3,221 ความคิดเห็น

  1. #154 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:01
    หลอกมารซะฮาเลย ฮ่าๆๆๆๆ
    #154
    0
  2. #115 Peremu (@Peremu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 10:49
    เหย สนุก อ่านรวดเดียวจบ ชอบๆ
    #115
    0
  3. #98 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:39
    thank u
    #98
    0
  4. #95 framecold (@framecold) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 18:02
    ค้างกว่าเดิมอีกครับขอบคุณครับ
    #95
    0
  5. #93 TeamSSzA (@TeamSSzA) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 17:24

    ค้างงงง

    #93
    0
  6. #91 เร - Rae (@MoneyEarnKillAnt) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 16:08
    กองทัพมารกลับฐานเพราะโดนหลอกโง่ๆ ใครได้ยินคงใบ้กินไม่ก็ฮาแตก (ส่วนผมฮาว่ะ 55555 ลองจินตนาการหน้าพวกมันตอนโดนท้า แบบว่า "ท้ามาก็จัดให้" แล้ววิ่งกลับฐานกันหมดก็ขำแล้ว) แต่ถ้าพระเอกไม่รู้วิธีจัดการผลออกมาคงกลับตาลปัตรมากกว่านี้...ในทางร้ายน่ะ
    #91
    1
    • #91-1 godverystore (@godverystore) (จากตอนที่ 32)
      27 กรกฎาคม 2562 / 21:05
      นั้นฮาชิปหาย
      #91-1
  7. #89 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 15:58

    ดีๆ ขอให้ทั้งสองคนรอด รอดจากที่พระเอกช่วยเหลือ แล้วคุณพระเอกก็จะมีผู้สนับสนุนทั้งในเกม และนอกเกม เริ่ดค่ะ!!! https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #89
    0
  8. #87 Queen-of-flower (@Queen-of-flower) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 15:53

    สนุกมากๆๆๆ
    #87
    0