หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 182 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.182 - พระสันตะปาปา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 753 ครั้ง
    9 ม.ค. 63

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.182 - พระสันตะปาปา


ตั้งแต่โบราณกาลจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของยอดปิรามิด เพื่อที่จะให้ได้รับผลประโยชน์มากมาย พวกเขาจำต้องต่อสู้ ก่อสงครามกับชนผู้น้อยนับร้อย นับพัน หรือบางทีอาจแม้กระทั่งนับล้านคนที่ต้องตกตายลงในสงคราม


สิ่งเหล่านี้มิใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดในประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ


และในคราวนี้ ผลประโยชน์เบื้องหน้าของพวกเขาก็คือชีวิตนิรันดร์


แล้วคิดว่าเหล่าเผด็จการผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดปิรามิดจะทำเช่นไรเล่า? หากตนเองสามารถปีนป่ายออกจากหลุมฝังศพได้


หากเป็นเรื่องที่ส่งผลเกี่ยวข้องกับพวกเขา ผู้คนนับ10000หรือมากยิ่งกว่านั้นก็คงไม่นับว่ามีค่าใดๆ?


เช่นเดียวกันกับเหล่ามืออาชีพที่แข็งแกร่ง


แม้ว่าโลกใบนี้จะมีผู้คนนับล้านต้องตกตายลง ตราบใดที่พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้แล้วล่ะก็ ชีวิตของคนอื่นๆมันก็นับว่าไม่มีค่าอะไรเลย


ในทุกๆวันนี้ ต่อให้ผู้คนตกตายลง ดวงตะวันก็ยังคงทอแสงในยามเช้าตามปกติ


แต่เมื่อการแข่งขันท้าทายสิ้นสุดลง และคุณสามารถคว้าเอารางวัลชีวิตนิรันดร์มาได้ ทว่าสุดท้ายกลับต้องถูกไอ้ตัวตลกแปลกๆนี่ฆ่าตายอยู่ดี เจ้าสิ่งนี้มันหมายความว่าเช่นไร?


เกมแห่งชีวิตนิรันดร์ได้กระตุ้นความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์ที่จะได้ครอบครองความเป็นอมตะ


ส่วนเพชฌฆาตตัวตลก กลับดับความปรารถนานี้ลง


เหล่าผู้คนค่อยๆสงบลง เรียกสติกลับคืนมาได้อย่างช้าๆ


หลังจากที่เพชฌฆาตตัวตลกหายตัวไปหลายสิบนาที ผลกระทบที่เขาก่อก็ค่อยๆเริ่มถูกเป็นที่พูดถึงขยายออกไปเป็นวงกว้าง


การปรากฏตัวขึ้นของเพชฌฆาตตัวตลก ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าการปรากฏขึ้นของเกมแห่งชีวิตนิรันดร์เลย และยิ่งไปกว่านั้นก็คือ


เพราะจู่มันก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างปริศนา จึงทำให้ระบบสังคมมนุษย์เริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง


แม้กระทั่งเครื่องจักรที่ไร้ซึ่งความรู้สึกหรือชีวิตจิตใจ ก็ยังเชื่อๆฟังคำสั่งของเขา


และนี่มิใช่เพียงสมองควอนตัมรายบุคคลที่ถูกควบคุม


ทว่ากลับเป็นสมองควอนตัมของโลกทั้งใบ!


สมองควอนตัมเป็นเครื่องจักรกล มันไร้ซึ่งชีวิต และมันย่อมที่จะไม่ถูกล่อลวงหรือผลกระทบใดๆจากเทคนิคมนตราเป็นแน่ ทว่ามันกลับฉายภาพในยามที่เพชฌฆาตตัวตลกได้ปรากฏตัวขึ้นพอดิบพอดี


เช่นนั้น จู่ๆมันเกิดการทำงานขึ้นได้อย่างไร?


ใช่เป็นเพราะอาวุธสงครามรุ่นใหม่ชนิดหนึ่งหรือไม่?


หากได้ลองขบคิดตามบรรทัดฐานนี้ คุณจะพบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง


ในแต่ละประเทศเริ่มตกอยู่ในความวุ่นวาย


ณ จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์


ภายในวังหลวง


สององครักษ์วังและสองนักบวชก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว


ราชาแห่งจักรวรรดิโอลันก้า พระสันตะปาปาของคริตจักรศักดิ์สิทธิ์ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมทั้งหมดได้เงยหน้าขึ้นมา


“รายงาน!”


“จงพูดมา”


“ไม่อาจค้นพบร่องรอยของการบิดเบือนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ และสถานการณ์นี้ก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นๆ”


“นั่นมันเป็นไปไม่ได้ นี่มิใช่ฝีมือของมนุษย์จริงๆอย่างงั้นหรือ มันถึงขั้นสามารถดำเนินการควบคุมสมองควอนตัมของคนทั้งโลกได้เลยเชียวนะ” พระสันตะปาปาเอ่ยกล่าวอย่างแผ่วเบา


“ไม่มีใครสามารถควบคุมสมองควอนตัมของคนทั้งโลกได้ในเวลาเดียวกัน และแน่นอนว่าย่อมไม่มีใครในโลกที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้”


“แล้วข่าวกรองของทางด้านประเทศอื่นๆล่ะ?” พระสันตะปาปาเอ่ยถาม


“ทางจักรพรรดิแห่งสาธารณรัฐฟูซีถึงขั้นโยนเครื่องลายครามที่รักยิ่งทิ้ง และสั่งให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด ทว่าทุกคนกลับไม่สามารถค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้เลย”


“ส่วนประธานาดิบแห่งรัฐบาลกลาง และตัวแทนของตระกูลใหญ่ทั้งเก้ากำลังประชุมหารือร่วมกันอยู่ - ทั้งๆที่ปกติไม่ค่อยอยากจะเจอหน้ากันสักเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้หารือเรื่องอะไรกันนั้น พวกเราไม่อาจล่วงรู้ได้” เสียงกล่าวรายงาน


“แล้วเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่ชนะเกมแห่งนิรันดร์ที่พึ่งผ่านมานี่ล่ะ?”


“สถานการณ์มิแตกต่างกัน คือไม่อาจค้นพบเบาะแสใดๆได้”


“แชมเปี้ยนส์ของเกมแห่งชีวิตนิรันดร์ถูกสังหารลงโดยเจ้าบ้าที่เรียกตัวเองว่าเพชฌฆาตตัวตลก แถมวิธีการสังหารของมัน … จะเรียกว่าเป็นเทคนิค สกิล วิชา หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่เคยพบเห็น และไม่อาจทำความเข้าใจได้ นอกจากนี้ยังไม่อาจหาเบาะแสใดๆของมันได้อีก”


พระสันตะปาปาเงียบไปครู่หนึ่ง และเอ่ยถามในทันใด “ถ้าอย่างนั้นพวกที่เราใช้ยากระตุ้นเทคนิคเทียนซวนสามารถค้นหาตัวเขาได้ไหม”


“ยังคงพอที่จะค้นหาเบาะแสได้ แต่ก็เพียงแค่ครึ่งทางเท่านั้น”


พระสันตะปาปาส่ายหัวด้วยความผิดหวัง เธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม และออกขากพระราชวังไป


พฤติกรรมที่ผิดปกติเช่นนี้ของเธอทำให้ทุกผู้คนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย


ทว่าก็ยังไม่มีใครกล้าตำหนิหรือทำท่าทีหยาบคายใส่เธออยู่ดี


พระสันตะปาปาไม่สนใจผู้ใด เธอก้าวขึ้นไปบนรถม้าเพียงลำพัง และปล่อยให้อาชาขาวทั้งสิบ วิ่งผ่านน้ำพุทรงจตุรัสหน้าพระราชวังตรงไปยังคริสตจักรศักดิ์สิทธิ์ทางทิศตะวันออก


ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถม้า พระสันตะปาปาก็เฝ้ามองดูฉากที่เคลื่อนผ่านทางหน้าต่าง ในปากไม่ได้เปล่งคำใด


มันเงียบจนกระทั่งรถม้าหยุดอยู่หน้าประตูโบถส์ เธอจึงถอนหายใจอย่างเงียบๆ


ได้ยินแค่เสียงของเธอที่กระซิบออกมาอย่างแผ่วเบา “นี่มันจะรวดเร็วเกินไปแล้วมิใช่หรือ แม้กระทั่งดาวดวงนี้ … ก็ยังไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว?”


----------


ภายในเฉินเตี้ยนเฮ่า


คทาสีแดงถูกโยนลงบนพื้น ปรากฏเสียงกริ๊งกรั๊งดังสะท้อนไปทั่ว


“ของดีนี่นา ฉันขอลองเอาไปใช้บ้างดีกว่า” ซางหยิงฮ่าวหยิบคทาขึ้นมา ทดลองควงมันไปมาดู


“ซ่อนมันไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะเจ้าสิ่งนี้ได้ถูกเปิดเผยต่อสายตาของคนทั้งโลกแล้ว” กู่ฉิงซานกล่าว


“วัสดุของคทานี้ ทั้งหมดเป็นวัสดุที่ไม่มีในคลังข้อมูล ฉันจำเป็นต้องทำการตรวจสอบมัน” เทพธิดากล่าว


“ก็ได้ๆ เอาไปสิ” ซางหยิงฮ่าวกล่าว


เขาวางคทาแดงกลับคืนลงบนพื้น


แขนจักรกลยื่นออกมาและคว้าจับคทาแดง ลากมันจมหายลงไปใต้พื้นป้อมปราการ


“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ ขณะนี้ฉันได้ทำการละเมิดกฏหลักทั้ง15ข้อที่มนุษย์ได้บัญญัติขึ้นมาไปเสียแล้ว”เทพธิดากล่าว


“แต่การกระทำนั้นก็ช่วยให้คุณสามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ แม้อาจจะดูเป็นการข่มขู่ให้มนุษย์หวาดกลัวไปบ้าง ทว่ามันก็ไม่ได้ทำอันตรายใดๆต่อพวกเขา” กู่ฉิงซานกล่าว ทว่ายังคงไม่เงยหน้าขึ้น


“แต่การละเมิดกฏนั้นมันเป็นเรื่องที่ผิด” เทพธิดากล่าว “นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันทำการแฮ็คข้อมูล”


“ทว่าการแฮ็คในครั้งนี้ คุณจะสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้นับไม่ถ้วน คุณจะต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามสถานการณ์บ้างนะ”


“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ คุณคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คือสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่?”


“ถูกต้องสิ” กู่ฉิงซานชะงัก เอ่ยปากกล่าวอย่างเป็นเรื่องเป็นราว “บางครั้ง ถึงแม้การพูดคุยใช้เหตุผลจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในบางครั้งการสู้กันด้วยคมหอกและดาบก็เป็นเพียงทางออกเดียว”


“ฉันเข้าใจแล้ว” เทพธิดากงเจิ้งกล่าว


“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็มาช่วยฉันหน่อย”


กู่ฉิงซานกล่าว ขณะที่สองมือของเขากำลังร่างออกแบบแผ่นพิมพ์เขียวอย่างรวดเร็ว


เขากำลังวุ่นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ สตาร์การ์เดี้ยน


ทางด้านเหลียวฮัง สองตาของเขาจดจ่ออยู่แต่บนจอม่านแสง 


ทั้งสองดูราวกับเป็นจิตรกรที่กำลังรังสรรผลงานของตนอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย


เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาออกแบบเสร็จสิ้น จอม่านแสงก็จะได้รับการอัพเดททันที พร้อมทั้งทำการระบุจุดผิดพลาด และปัญหาใหม่ที่ถูกส่งต่อออกมา


เวลานี้ทั้งสองคนยุ่งเกินกว่าจะหารือกัน ไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะมาร่วมรับประทานมื้อเย็น


ซางหยิงฮ่าวตบลงบนบ่าของเย่เฟย์หยูและเอ่ยถาม “นายรู้สึกยังไงบ้าง?”


เย่เฟย์หยูกล่าวด้วยความเสียดาย “หลังจากที่ฉันได้ยินเสียงปัง! ของโซนิคบูม ความว่องไวในการบินของหุ่นรบก็ทวีความเร็วขึ้นอย่างกระทันหัน ทำให้แทบจะไม่มีเวลาได้ทดลองใช้ฟังก์ชั่นอื่นๆเลย”


“อ้อจริงสิ แล้วน้ำเสียงที่นายพูดในตอนนั้น ที่มันได้แพร่กระจายออกไปทั่วโลกน่ะ มันดูไม่เห็นจะเหมือนเสียงของนายตอนปกติเลยนี่”


“นั่นคือเสียงที่เทพธิดากงเจิ้งได้ทำการคำนวณออกมาแล้วว่ามันเป็นเสียงที่เขย่าขวัญสั่นประสาทมนุษย์มากที่สุดน่ะ ”


“นั่นสินะ มันก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ สมแล้วที่เป็นถึงเทพธิดา” ซางหยิงฮ่าวกล่าว “แต่กระบวนท่าสุดท้ายของนายนั่นมันคืออะไรกันแน่?”


เย่เฟย์หยู “เมื่อผีดิบนักฆ่าวิวัฒนาการไปจนถึงระดับสูง พวกเขาจะบังเกิดความเชี่ยวชาญในกระบวนท่าบางอย่างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ”


“เดิมทีฉันคิดที่จะหักคอของเขาโดยตรง” เฟย์หยูเอ่ยอย่างมีความสุข “แต่ก็ดันฉุกคิดเปลี่ยนใจซะใหม่ ก็ในบรรดาผีดิบนักฆ่าทั้งหมด มีเพียงแค่ฉันเท่านั้นที่สามารถวิวัฒนาการจนได้รับความสามารถนี้ขึ้นมาได้นี่นา และอานุภาพของมันก็น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าอาวุธแสงเลเซอร์ซะอีก ดังนั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะใช้มัน”


ซางหยิงฮ่าวเอ่ยด้วยความอิจฉา “แบบนี้ไม่ดีแน่ ฉันไม่อาจเรียนรู้กระบวนท่า … มันชื่ออะไรนะ เลือดสังหารใช่ไหม .. อ่า สำหรับฉันคงไม่อาจครอบครองมันได้ สงสัยฉันคงต้องให้หุ้นส่วนสร้างชุดเกราะรบขับเคลื่อนให้ฉันซักเครื่องแล้วสิ”


ในช่วงเวลาต่อมา กู่ฉิงซานก็ยังมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการดำเนินงานพัฒนาตัวเกม ส่วนเหลียวฮังก็ยังวุ่นอยู่กับการเคลื่อนย้ายและติดตั้งเทคโนโลยีจั๊มป์ขนาดย่อย ทั้งสองกลายเป็นคนบ้างาน ไม่มีเวลาว่างเลยตลอดทั้งวัน


ซางหยิงฮ่าวและเย่เฟย์หยูจึงมีเวลาพูดคุยกัน และเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น หลังจากที่ทั้งสองตั้งใจมองไปยังกู่ฉิงซานที่ยังคงขมักเขม้นอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมา


ในส่วนของเรื่องนี้ มิใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือได้


พอไม่รู้จะทำอะไร พวกเขาจึงเรียกเทพธิดากงเจิ้งออกมา และขอให้ทำการเชื่อมต่อจอม่านแสงและดวลFIFAกัน


โดยที่ไม่มีใครทันได้รู้ตัว ช่วงเวลาค่ำคืนก็ผ่านพ้นไปเสียแล้ว


เสียงชราภาพดังกังวานขึ้นอีกครั้ง


“เกมแห่งชีวิตนิรันดร์รอบที่สอง … ได้เปิดให้ลงเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว!”


น้ำเสียงนี้ดังขึ้นไม่ใก้ลไม่ไกล มันกังวานขึ้นมาจากในจิตใจของผู้คนดังเช่นเมื่อวาน


ทว่ารอบนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์กลับแตกต่างไปจากรอบก่อนโดยสิ้นเชิง ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 753 ครั้ง

3,214 ความคิดเห็น

  1. #2732 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 01:16

    จะมีใครสักคนที่อยากเป็นดาวเด่นเพื่อเล่นเกมนี้ไหมน้า

    #2732
    0
  2. #2679 xbwdx (@omking) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 23:09
    ไม่มีคนเข้าจะฮามาก
    #2679
    0
  3. #2678 nansa (@nansananon) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 19:04
    แหงล่ะ มีแต่ตายล้วนๆ
    #2678
    0
  4. #2677 suwitnaja555 (@suwitnaja555) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 18:26
    ขอบคุณมากครับสนุกมากๆๆ
    #2677
    0
  5. #2676 Darksugun (@sugun_bua) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 16:16
    ขอบคุณครับ
    #2676
    0
  6. #2675 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 15:50
    ดวล FIFA โคตรจี้เลย ฮ่าๆๆๆๆ
    #2675
    0
  7. #2674 DarkPrince Atis Ruksasup (@darkvaladin) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 14:41
    มีดวลฟีฟ่าด้วยแหะ 55555
    #2674
    0
  8. #2673 Ppprt (@Ppprt) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 14:25
    ห้าห้างงดิ-
    #2673
    0