หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 173 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.173 - ไม่แตกต่างกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,507
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 779 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

2 ตอน

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.173 - ไม่แตกต่างกัน


คิ้วของซางหยิงฮ่าวขมวดเข้าหากัน “ไม่ใช่แบบนั้น ผมไหว้ล่ะ กินอาหารไปเงียบๆเถอะ เสียงคุณดังเกินไปจนผมชักจะเริ่มปวดหัวแล้ว”


“จิ๊ๆ ทำไมฉันถึงต้องมาทำตาที่แกพูดด้วยกันนะ”


เหลียวฮังหุบปากลง สายตายังคงเพ่งมองเย่เฟย์หยูขึ้นๆลงๆไม่หยุด


หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา “ผีดิบนักฆ่านี่ยังกินข้าวกันกับเขาด้วยหรือ?”


เย่เฟย์หยูตอบแบบไม่เสียเวลาคิด “อาหารพวกนี้มิอาจเติมเต็มความหิวโหยของฉันได้ สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันอิ่มท้องคือการฆ่าสังหารเท่านั้น”


“แต่ฉันก็ยังสามารถลิ้มรสของมันได้อยู่” เขาวางช้อนส้อมลง และหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปาก “ฉันสามารถกินสิ่งเหล่านี้ได้ พวกมันอร่อยมากจริงๆ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยได้กินพวกมันมาก่อนเลย”


“แกนี่เป็นวัยรุ่นที่น่าสนใจไม่เลวเลยนะเจ้าหนุ่ม” เหลียวฮังเอ่ยปากพลางมองตาเขา “ฉันชื่นชมคนที่แบบแกจริงๆ หลังจากนี้ไป สนใจที่จะมาเป็นผู้ติดตามของฉันหรือเปล่า?”


เย่เฟย์หยู “คุณไม่มีคุณสมบัติมากพอ”


“ผายลมเถอะ! ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งแห่งรัฐบาลกลางนะ จะไม่มีคุณสมบัติเพียงพอได้ยังไง?”


เย่เฟย์หยูเหลือบมองเขาวูบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวและเผยสีหน้าเย้ยหยันออกมา


ในเวลานั้นเอง ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นบนแขนของเขา พร้อมกับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ดังขึ้น


“ค้นพบเป้าหมาย ห่างออกไป 357 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่เมืองหลวง”


พอได้ฟัง เย่เฟย์หยูก็เอื้อมมือขึ้นไปคว้าจับกุ้งมังกรตัวใหญ่ขึ้นมาจากโต๊ะ ลุกขึ้นและเตรียมเดินจากไป


วินาทีต่อมา กระดูกเรียวแหลมคู่หนึ่งก็ผุดขึ้นมาบนแผ่นหลังเขา


“นั่นแกคิดจะทำอะไร ..”เหลียวฮังมองไปยังกระดูกเรียวแหลมที่ราวกับเดือยของสัตว์ร้าย ปากเอ่ยกล่าวด้วยความกังวลใจ


“ไปเติมเต็มความรู้สึกหิวโหย”


ขณะกล่าว เย่เฟย์หยูก็เดินมาถึงหน้าต่าง ก่อนจะบังเกิดเสียงหวีดแหลมของอากาศที่เสียดสี ทั้งคนทั้งร่างแปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสีแดงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า


“เย่เฟย์หยูออกไปรับมือกับใครงั้นหรอ?” กู่ฉิงซานถาม


“ผีดิบนักฆ่าที่สามารถแพร่กระจายโรคระบาดได้” เทพธิดาเอ่ยตอบ


“อย่างงั้นหรือ นั่นสินะ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดการกับมัน ไม่อย่างงั้นคงจะมีผู้คนล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ” กู่ฉิงซานกล่าวสนับสนุน เขาก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน


“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ แล้วตอนนี้ พวกเราจะไปที่ไหนกันดี” เทพธิดาเอ่ยถามอย่างกระทันหัน


“ไปยังที่อยู่ปัจจุบันของซางหยิงฮ่าวนั่นแหละ แต่ระหว่างทาง ฉันมีเรื่องบางอย่างที่สำคัญมากจะต้องเอ่ยถามจากคุณ”


“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติเชิญกล่าว” 


กู่ฉิงซานเริ่มแสดงท่าทีตึงเครียด “เกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับสถานที่ๆฝนพวกนี้โปรยปรายลงมาบ้างไหม?”


-------


อีกด้านหนึ่ง


เย่เฟย์หยูจากบนท้องฟ้าในมุมสูง ลดระดับลง ทะลุผ่านชั้นเมฆทะมึน และในที่สุดก็ร่อนลงบนพื้นที่เปิดโล่งที่รกร้าง


ปรากฏร่างของโครงกระดูกที่ถูกปกคลุมไปด้วยเศษเนื้อเน่าเปื่อย และปลดปล่อยหมอกสีเหลืองจางๆกระจายออกมาโดยรอบ กำลังเคลื่อนที่ไปยังเบื้องหน้าอย่างช้าๆ


เมื่อโครงกระดูกเห็นเขา มันก็หยุดฝีเท้าลง


มันเอ่ยด้วยเสียงฟ่อๆคล้ายเสียงของงู “ฉันก็มอบเมืองให้แกไปแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมหลังจากนั้นถึงได้มารังควานฉันอีก?”


“เมืองที่ผู้คนเกือบทั้งหมดถูกแกฆ่าตายไปแล้วนั่นน่ะหรอ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสำหรับฉันอีกเล่า?” เย่เฟย์หยูกล่าว


น้ำเสียงแผ่วจางของโครงกระดูกแปรเปลี่ยนเป็นคมชัด “ฉันก็ยอมถอยให้ก้าวหนึ่งแล้ว ตอนนี้แกยังต้องการอะไรอีก?”


“ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมแกถึงต้องมาไล่ตามฉัน ” มันเอ่ยต่อ “โลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเฝ้ารอให้พวกเราฆ่าสังหาร แกกับฉันก็เป็นพวกกลายพันธ์ระดับสูงคล้ายคลึงกัน ไม่จำเป็นต้องมาฆ่าแกงกันเองเลย”


“คล้ายคลึงกัน? ฆ่ากันเองอย่างงั้นหรือ?”


เย่เฟย์หยูเอียงคอ และโยนกุ้งมังกรในมือของเขาออกไป


โครงกระดูกคว้าจับกุ้งมังกรตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อก้มลงมอง เขาก็ขว้างมันลงบนพื้นทันที


“นี่แกคิดจะทำอะไร ถึงได้โยนเจ้าขยะไร้ประโยชน์แบบนี้มาให้ฉัน” มันเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง


เย่เฟย์หยูมองไปยังกุ้งมังกรที่แหลกเละบนพื้นดินด้วยความรู้สึกเสียดาย “อาหารอร่อยๆแบบนั้น แต่แกกลับไม่สนใจมันเลย”


เขายกมือขึ้น


ปรากฏประกายเลือดสีแดงเข้มขึ้นอันไร้ที่สิ้นสุดในฝ่ามือของเขา กำลังเต้นระบำราวกับเปลวเพลิงที่ลุกไหม้


“ดูเหมือนว่าพวกเราจะแตกต่างกัน ไม่เหมือนกันอย่างที่แกพูดนะ”


ทันใดนั้น เดือยแหลมก็กระพือขึ้นอย่างกระทันหัน ส่งร่างของเย่เฟย์หยูที่กำลังยิ้มกริ่มพุ่งตัวออกไปอย่างแรง!


------


บนรถเหินเวหาขนาดเล็ก


“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ คุณกำลังจะหมายถึงสิ่งใดกันแน่?”


“ฉันหมายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้”


“นอกเหนือไปจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกระทันหัน ยังไม่พบเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติใดๆ”


“ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น … ” กู่ฉิงซานเอ่ยงึมงำ


ระบบเทพสงครามจะไม่มีทางลวงหลอกผู้คน ในเมื่อมันบอกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นรุนแรงในห้วงเวลาและมิติ มันย่อมต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


ว่าแต่สิ่งนั้นคืออะไรกันนะ?


“น้ำฝนอย่างงั้นหรอ .. ” กู่ฉิงซานขบคิดอย่างเงียบๆ


และทันใดนั้น จู่ๆเขาก็เอ่ยปากออกมา “เทพธิดากงเจิ้ง ช่วยแสดงแผนภาพบนจอม่านแสงว่ามีจุดไหนบ้างที่ฝนกำลังตกลงมาให้ฉันดูหน่อย”


“โปรดรอสักครู่ ฉันจะต้องใช้เวลา 7 วินาทีในการเชื่อมต่อและรับสัญญาณดาวเทียมพยากรณ์อากาศจากทั่วทุกมุมโลก” เทพธิดากล่าว


ภาพบนจอม่านแสงเกิดการเปลี่ยนแปลง และแสดงให้เห็นถึงแผนที่โลกปรากฏขึ้นเบื้องหน้ากู่ฉิงซาน


“สถานที่ๆปรากฏเป็นแถบสีแดง จะบ่งชี้ว่ามีสภาพอากาศฝนตกหนัก”


และต่อมา บนแผนที่โลกเกือบทั้งหมดก็ถูกปกคลุมไปด้วยแถบสีแดง


ส่วนต่างๆบนแผนที่ นอกเหนือไปจากมหาสมุทร เกือบทุกจุดล้วนเป็นพื้นที่แถบสีแดงทั้งสิ้น


มีเพียงแค่สถานที่ๆเมฆหมอกไม่สามารถเข้าถึงได้เท่านั้น ที่สภาพอากาศยังคงสดใสอยู่


จ้องมองไปยังแถบสีแดงที่กำลังส่องสว่าง บนใบหน้าของกู่ฉิงซานปรากฏถึงความตึงเครียดอย่างชัดเจน


ฝนได้ตกลงมายังเฉพาะสถานที่ๆมนุษย์อาศัยอยู่เท่านั้น นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?


ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับมัน


น่าจะแน่นอนแล้ว ว่าฝนนี้คือการบ่งบอกถึงวันสิ้นโลกที่แท้จริง


เนื่องเพราะนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการแทรกซึมผ่านเข้ามาในโลกโดยการใช้สภาพภูมิอากาศ และค่อยๆปลูกฝังแรงผลักดันจากภายนอกอย่างช้าๆ


ฝนนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการแทรกซึมสิ่งต่างๆมากมายลงไปยังผืนโลกเบื้องล่าง


กู่ฉิงซานกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “แจ้งไปยังหน่วยงานอุตินิยมวิทยาและชีวเคมี รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ให้เริ่มวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำฝนอย่างเร่งด่วนที่สุด”


“รับทราบ จะรีบดำเนินการทันที”


จอม่านแสงมืดดับลง และแผนที่โลกก็หายไปจากสายตา


กู่ฉิงซานยังคงขบคิดเกี่ยวกับมัน ปากเอ่ยถาม “แล้วในเรื่องอุณหภูมิจากทั่วทุกมุมโลก มีการเปลี่ยนแปลงบ้างไหม?”


เทพธิดากงเจิ้งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ไม่พบถึงความผันผวนหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน”


กู่ฉิงซานผ่อนลมหายใจบรรเทาความตึงเครียดลงเล็กน้อย เอ่ยงึมงำ “ถึงแม้ว่าฝนจะตก แต่ก็ยังไม่ใช่อย่างที่คิ---”


“เอาเถอะ ตอนนี้ก็มุ่งความสนใจไปกับเรื่องของฝนที่ตกลงมาอย่างผิดปกติไปก่อนก็แล้วกัน จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางชีวเคมีออกมา หลังจากนั้นช่วยแจ้งให้ฉันทราบด้วยล่ะ”


“รับทราบแล้ว” เทพธิดากงเจิ้งกล่าว “นอกจากนี้ จากบันทึกข้อความ ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซานได้รับการร้องขอให้ไปทำการเข้าร่วมประชุม เป็นจำนวนกว่า 5 ฉบับแล้ว”


“ใครเป็นคนร้องขอ?”


“ท่านประธานาธิบดี”


“ฉันไม่-- ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”


“ตอนนี้ ฉันพึ่งได้รับคำร้องขอของเขามาเป็นที่หก”


“ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ … พวกเราอยู่ไกลแค่ไหนจากที่ประชุม?”


“เขาอยู่ในฐานทัพอากาศส่วนปีกขวาของเมือง ห่างจากพวกเราไป 173 กิโลเมตร”


“คุณบอกเขาไปว่า พวกเรากำลังจะรีบไปทันที”กู่ฉิงซานกล่าว


“ทราบแล้ว”


สำหรับท่านประธานาธิบดี กู่ฉิงซานก็ยังคงชื่นชมเขาและประทับใจในตัวอีกฝ่ายมากเป็นพิเศษ


ท่านประธานาธิบดีได้ทำงานเพื่อผู้คนในรัฐบาลกลางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในชีวิตก่อนหน้าหรือชีวิตนี้ เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างหนัก แม้กระทั่งกู่ฉิงซานก็ยังเกิดความเคารพ 


รถเหินเวหาขนาดเล็ก เลี้ยวโค้งเป็นครึ่งวงกลม และตรงไปยังอีกทิศทางหนึ่งทันที


ณ สถานที่ประชุม ภายในสำนักงาน


กู่ฉิงซานเดินผ่านการตรวจตราอย่างเข้มงวดหลายต่อหลายชั้น ก่อนจะเข้าไปยังสำนักงาน และพบกับบุคลากรหลายคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟา แต่ละคนเอ่ยหารือกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง


ส่วนท่านประธานาธิบดี นั่งแยกออกไปอยู่หลังโต๊ะไม้ฮอกกานีสีแดงขนาดใหญ่


เขาขยับแว่นตา ก้มหน้าลงเล็กน้อย สองแขนวางอยู่บนโต๊ะ กำลังอ่านเอกสารบางอย่างในมือ และบ่อยครั้งที่ยกปากกาขึ้นมาขีดเขียนมัน


กู่ฉิงซานสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ใบหน้าของประธานาธิบดีดูจะแก่ขึ้นยิ่งกว่าเดิมอยู่หลายส่วน


แผ่นหลังของเขาที่มักจะเที่ยงตรงเหมือนดั่งนิสัย บัดนี้โค้งงอ ไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมาอีกต่อไป


“ท่านประธานาธิบดี ผมมาถึงแล้ว” กู่ฉิงซานกล่าว


ประธานาธิบดีเงยหน้าขึ้น เขาจึงตระหนักได้ถึงการมาเยือนของกู่ฉิงซาน


“ในที่สุดเธอมาก็เสียที ” เขายืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม และถอดแว่นตาวางลงบนโต๊ะ


“คุณดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเร่งด่วน พอได้ข่าวผมก็เลยรีบมาทันที ต้องขออภัยด้วยจริงๆที่ไม่ได้ตอบรับตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ” กู่ฉิงซานกล่าว


“ใช่ มันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ และฉันคิดว่าสมควรจะฟังความคิดเห็นของเธอเสียก่อน” ประธานาธิบดีเชคแฮนเขาและกล่าว


“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” กู่ฉิงซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม


ประธานาธิบดีเบนสายตาไปยังเหล่าบุคลากรคนอื่นๆ “พวกคุณออกไปก่อน ฉันมีเรื่องบางอย่างต้องการจะพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว‘


เจ้าหน้าที่หลายคนลุกขึ้น หันไปผงกหัวให้กู่ฉิงซาน และพากันเดินออกไป


เมื่อประตูถูกปิดลง


สีหน้าของประธานาธิบดีก็คลายลง ก่อนจะหันกลับมา


“จะรับกาแฟหรือชาดีล่ะ?” เขาถาม


“ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากหรอกครับ ผมสามารถทำมันด้วยตัวเองได้”


“ไม่เอาหน่า นี่มันเรื่องเล็กน้อย ถือว่าเป็นการชดเชยที่ฉันบอกว่าจะไปกินข้าวกับเธอ แต่ก็ยังหาเวลาไม่ได้เสียทีก็แล้วกัน ตอนนี้เอาเป็นมัดจำโดยการดื่มอะไรกันก่อนสักเล็กๆน้อยๆ ฉันเอาชานะ แล้วเธอล่ะ”


“ถ้างั้นผมขอเป็นชาเหมือนกันครับ”


“ได้เลย”


ทั้งสองนั่งลง ยกชาขึ้นมาจิบ

 

“เรื่องที่เธอกำลังทำ ฉันพอจะรู้มาบ้างแล้ว” ประธานาธิบดีกล่าว


กู่ฉิงซานพยักหน้า


“บางทีจากทั้งหมดในประวัติศาสตร์ของรัฐบาลกลาง ฉันคงจะเป็นประธานาธิบดีคนเดียวที่มีผู้ร่วมกันใช้ตำแหน่งผู้นำสูงสุด”


“ขอโทษครับที่ทำอะไรไม่ปรึกษา ผม--”


“ไม่ ไม่ ไม่ อย่าพึ่งเข้าใจผิดไป ฉันไม่ได้หมายความในแง่ที่มันไม่ดี‘


ประธานาธิบดีเอ่ยต่อ “มันเป็นเรื่องดีซะอีก เพราะแบบนั้น มันจะทำให้ฉันไม่รู้สึกว่าตนเองต้องสู้อยู่อย่างเดียวดาย”


“เอาล่ะ เรื่องอำนาจการตัดสินใจสูงสุดน่ะฉันอนุมัติให้เธอกระทำการได้เลยด้วยตนเอง บอกตรงๆนะว่าถึงตอนแรกฉันจะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ภายในใจลึกๆฉันก็หวังไว้ไม่น้อยเลยเหมือนกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 779 ครั้ง

3,223 ความคิดเห็น

  1. #2640 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 00:16
    เดดแฟล็ก
    #2640
    0
  2. #2554 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 09:24
    เหมือนเห็นธงเลย อุหวา อยู่ไปยาวๆนะท่านประธาน
    #2554
    0
  3. #2552 VFX25s (@VFX25s) (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 21:55
    เหมือนจะเห็นธงปักบนหัวท่านประธาน
    อย่ารีบไปนอนกับรากมะม่วงซะล่ะ
    #2552
    0
  4. #2549 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 20:55
    ท่านเป็นคนดีจริงนะ
    #2549
    0