หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 155 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.155 - ลองอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,839
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 903 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.155 - ลองอีกครั้ง


กู่ฉิงซานตระหนักได้ถึงบรรยากาศไม่สู้ดี เขาจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว “เจ้ากำลังวุ่นกับสิ่งใดอยู่กันเมื่อเร็วๆนี้?”


“เตรียมตัวที่จะทำการทะลวงยุทธ”


“โฮ่ เตรียมตัวที่จะทะลวงอย่างงั้นสินะ เอ่อ ก็ดี เป็นเรื่องดีนี่นา .. ”ขณะที่กู่ฉิงซานกำลังตอบรับ จู่ๆเขาก็ตกตะลึงไปอย่างฉับพลัน


เขาจ้องมองไปยังหนิงเยว่ฉานราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆติดอยู่บนใบหน้าเธอ


“เจ้า-- ใช่ว่าครั้งก่อนที่เจอกัน เจ้าอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์แบบใช่หรือไม่?” กู่ฉิงซานเอ่ยถามอย่างลังเล


“ถูกต้อง”


“นั่นมันหมายความว่า--”


“อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ”


“แต่เจ้าพึ่งอยู่ในวัยเพียง 20 ต้นๆเท่านั้นนะ!”


“ฮึ!”


หนิงเยว่ฉานกลับมาอารมณ์ดีดังเดิม เธอเชิดหน้าขึ้นจนเผยให้เห็นคอระหงอย่างภาคภูมิใจ


ในหัวใจของกู่ฉิงซานขณะนี้รู้สึกราวกับถูกคลื่นพายุซัดกระหน่ำเข้าใส่


ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมระบบเทพสงครามจึงจัดให้ภารกิจช่วยชีวิตเธอเป็นภารกิจแห่งโชคชะตา


จำกันได้ไหมว่าเนื้อหาที่ภารกิจเคยบอกไว้นั้นคืออะไร?


กู่ฉิงซานรีบเปิดฟังก์ชันในฝั่งภารกิจที่บรรลุแล้ว เพื่ออ่านคำอธิบายอย่างรวดเร็ว


“คำอธิบายภารกิจ : กงซุนซีและหนิงเยว่ฉาน เป็นตัวตนที่ถูกฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์  หากสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาได้ ทิศทางในหน้าประวัติศาสตร์ทั้งหมดก็จะเปลี่ยนไป”


กู่ฉิงซานอ่านเสร็จก็ถอนหายใจออกมา


สมแล้วที่หนิงเยว่ฉานได้รับการประเมินจากระบบเทพสงครามว่าเธอโดดเด่นมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ได้หากไม่ตกตาย เพราะเพียงแค่รอดมาได้ไม่นาน นางก็เตรียมที่ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตประทับเทพเสียแล้ว


ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ปรากฏตัวตนที่โดดเด่นและน่าตื่นตะลึงมากมาย ทว่าตัวตนดั่งเช่นเธอ มันน้อยยิ่งกว่าจำนวนนิ้วบนฝ่ามือเสียอีก


พรสวรรค์โดยธรรมชาติดังกล่าวนี้  กล่าวได้ว่าเป็นที่รักของโชคชะตาอย่างแท้จริง ครั้นเมื่อนางหลุดพ้นออกจากโซ่ตรวนระหว่างความเป็นความตาย มันก็ส่งผลลัพธ์ดั่งปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก(บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค) จนกลายเป็นตัวตนระดับตำนานขึ้นมาอย่างแท้จริง


บางทีในอนาคตนางอาจจะได้ขึ้นเป็นนักปราชญ์คนที่สี่แห่งมนุษยชาติก็เป็นได้


หน้าประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว


จากนั้น …


กู่ฉิงซาน ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะทำการตัดสินใจในที่สุด


เขาตบลงในถุงสัมภาระ และหยิบดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา


“ข้ามิได้พบเจอกับเจ้ามานานแล้ว ดอกไม้ดอกนี้ดูเหมาะสมกับเจ้าดี ข้าขอมอบมันให้แก่เจ้า”


“เจ้าจะให้ดอกไม้ข้าทำไม? ข้ามิได้หาตัวยากถึงเพียงนั้น” หนิงเยว่ฉานกล่าว ทว่านางก็รับดอกไม้มา


ดอกไม้นี่คือน้ำตามังกรที่ซิวซิวเคยไปหยิบมันมาให้แก่เขาในช่วงทะลวงด่าน มันจะมีประโยชน์ต่อจิตเทวะเป็นอย่างมาก กลิ่นหอมจางๆที่ดูละเอียดอ่อนทว่าหรูหรานี้สามารถติดตรึงในอากาศได้อย่างเนิ่นนานไม่จางหายไป หากนำก้านดอกจุ่มลงไปในน้ำ จะทำให้ยืดชีวิตของมันไปได้อีกหลายปี


“แน่นอนว่าน้ำตามังกรดอกนี้ ข้ามอบให้เพื่อเป็นการเอาอกเอาใจเจ้า” กู่ฉิงซานกล่าวอย่างเฉียบขาด


“แต่เจ้าเป็นศิษย์ของนักปราชญ์ เหตุใดจึงยังคิดประจบข้า?” หนิงเยว่ฉานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม


คิ้วของกู่ฉิงซานเลิกสูงขึ้น ปากเอ่ยกล่าว “ก็แล้วจะทำไมเล่า มีบางคนมาประจบประแจงมันไม่ดีหรือไร? หรือว่าจะเปลี่ยนกัน เป็นเจ้ามาเอาอกเอาใจข้า?”


หนิงเย่วฉานกวาดสายตามองกู่ฉิงซานขึ้นๆลงๆ เช่นเดียวกันกับท่าทีที่เขาพึ่งมองเธอเมื่อครู่


เธอยิ้มและส่ายหัว “ข้าจำต้องประจบประแจงผู้ที่อยู่แค่เพียงขอบเขตก่อตั้งด้วยหรือ … ฮี่ฮี่”


การพูดเหน็บแนมของนาง ทำลายความได้เปรียบในบทสนทนาของกู่ฉิงซานไปโดยสมบูรณ์


หนิงเยว่ฉาน ดูจะเอาชนะเขาได้อีกครั้ง ทำให้เธอเริ่มอารมณ์ดีมากขึ้นเป็นพิเศษ


“งั้นลืมมันเถอะ” กู่ฉิงซานยื่นมือไปดึงดอกไม้กลับคืน


“ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่เอา” หนิงเยว่ฉานเบี่ยงมือหนี และนำมันไปซ่อนไว้เบื้องหลังตนเอง


“เอาเถอะ แท้จริงแล้วเจ้าเป็นคนประเภทพูดอย่างทำอย่างสินะ” กู่ฉิงซานกล่าวด้วยตาขุ่นเขียว


หนิงเยว่ฉานไม่สนใจคำกล่าวของเขา นางยกดอกน้ำตามังกรขึ้นมาสูดดม ใบหน้าเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ


หลังจากที่รับตัวกู่ฉิงซานขึ้นมา เรือเหาะก็แล่นไปได้ไม่นาน ก่อนที่ทั้งสองจะร่อนลงสู่ป่ารกร้างอย่างรวดเร็ว


การเหินอากาศเป็นเวลานานย่อมดึงดูดความสนใจของพวกเผ่ามาร ดังนั้นการเดินเท้าทางพื้นดินย่อมปลอดภัยกว่า


หลังจากที่ทั้งสองจากไป


ปรากฏรูปร่างที่ดูราวกับภาพฝันขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า


รูปร่างนี้ค่อนข้างโปร่งใสเล็กน้อย ตัวผอมบางราวกับปีกจั๊กจั่น เหมือนจะเป็นเพียงร่างเงาของตัวตนบางอย่าง


ร่างเพรียวบางงดงามที่ดูราวเป็นจิตวิญญาณของหญิงสาวทรงสเน่ห์ จ้องมองตามทิศทางที่ทั้งสองจากพึ่งไป


“ค่ายทหาร … ”


เสียงกระซิบอันแผ่วเบา จางหายไปพร้อมกับร่างเงาที่บางเบาจนแทบจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้


ตกดึก กู่ฉิงซานก็กลับมาถึงค่ายทหารในที่สุด


เขาส่งยันต์สื่อสารออกไป แล้วไม่นานเหลิงเทียนสิงก็กลับมา


เหลิงเทียนสิงมองหนิงเยว่ฉานด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะสลับไปมองกู่ฉิงซานอีกครั้ง และทำทีเหมือนว่าเขาได้เข้าใจบางอย่าง


อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเหลิงเทียนสิงยังคงเรียบเฉย เขาเพียงเอ่ยทักทายหนิงเยว่ฉานแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น


‘เหลิงเทียนสิง เจ้าหมอนี่มันฉลาดรู้งานไม่เลวเลย แม้กระทั่งท่าทีที่แสดงออกมาก็ยังยอดเยี่ยมมาก’


กู่ฉิงซานคิดในใจ ก่อนเอ่ยปากถามถึงภารกิจ


“ภารกิจน่ะหรือ? เสร็จสมูรณ์แล้ว เหลือเพียงแค่ต้องรีบไปส่งรายงานในตอนนี้ มิฉะนั้นหากสายคงต้องถูกตำหนิ” เหลิงเทียนสิงกล่าว


ดังนั้น พวกเขาจึงเข้าไปในค่ายด้วยกัน และตรงไปยังเต็นท์ทหาร


…..


ณ พระราชวังร้อยบุปผา


ยันต์สื่อสารลอยเข้ามา และตกลงเบื้องหน้าของนางเซียนไป่


นางเซียนไป่คว้ามัน และกวาดจิตสัมผัสเทวะลงไป และจู่ๆก็หัวเราะออกมาทันที


“น่าสนใจ! นี่มันน่าสนใจยิ่ง!”


ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และความตื่นเต้นที่ได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆ


น้อมสวรรค์ซวนหยวนกับนักพรตเป่ยหยวนยืดหลังตรงทันที สายตาจ้องมองเธอด้วยความเคร่งขรึม


“นางเซียน วันพรุ่งนี้จะต้องทำการสู้รบขั้นแตกหักแล้ว ท่าทีผ่อนคลายเช่นนี้ของเจ้ามันคืออะไรกัน?” น้ำเสียงของซวนหยวนดูจะเข้มงวดขึ้นนิดหน่อย


เขาไม่เคยพูดจากับเซี่ยหลิงเต๋าเช่นนี้มาก่อนเลย แต่ในเวลานี้ แม้กระทั่งปราณในอากาศรอบตัวก็ยังคุกรุ่นขึ้นเล็กน้อย


ชายสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ ยืนรอนางจนรากงอกมามากกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ทว่าสุดท้าย นางกลับเอ่ยปากออกมาเพียงแค่คำว่าน่าสนใจ


แม้กระทั่งสีหน้าของนักพรตเป่ยหยวนก็ยังดูไม่สู้ดีนัก


นางเซียนไป่มองลงไปยังท่าทีของทั้งสอง ก็เข้าใจได้ในทันที


“เอาล่ะๆ วันพรุ่งคือวันเริ่มการสู้รบขั้นแตกหักใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะบอกเล่าถึงข้อมูลที่พึ่งได้รับมาก็แล้วกัน” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม


“พวกเราต้องการทราบถึงรายละเอียดเพิ่มเติม” สองนักปราชญ์เอ่ยขึ้นพร้อมกัน


ผ่านไปครู่หนึ่ง


สีหน้าของนักปราชญ์ทั้งสามคนก็แตกต่างกันออกไป


นักพรตเป่ยหยวนประกบสองฝ่ามือเข้าด้วยกัน พนมมือสวดภาวนาถึงพระพุทธเจ้า “อามิตตาพุทธ เดชะบุญจริงๆที่ได้รับรู้เรื่องนี้ มิฉะนั้นเกรงว่าพวกเราคงมิแคล้วต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่เป็นแน่”


น้อมสวรรค์ซวนหยวนกล่าว “แต่ยังไม่ทราบชัดเจนว่าข้อมูลนี้ถูกต้องหรือไม่? บางทีมันอาจจะเป็นเพียงเรื่องผิดพลาด”


นางเซียนไป่กล่าว “ศิษย์ข้ามิเคยหลอกลวงผู้คน นับประสาอะไรกับข้อมูลที่สำคัญถึงเพียงนี้”


“เช่นนั้นพวกเราก็สมควรที่จะเริ่มออกเดินทางทันที มุ่งไปยังแนวหน้า เพื่อกำจัดภยันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่” ซวนหยวนกล่าว


“ช้าก่อน” นางเซียนไป่ฮั่วยิ้ม “น้อมสวรรค์เจ้ามิควรกระโตกกระตากไป สำหรับเรื่องนี้ ศิษย์ข้าได้มีข้อเสนอบางอย่าง และข้าก็ตกลงไปแล้วโดยมิได้รับความเห็นชอบจากทางกองทัพ ทว่าพวกเราสามารถทำการทดสอบมันได้ทันที”


บนใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มลึกแลดูสุภาพ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่านางกำลังอารมณ์ดีอยู่ 


“ตกลงไปแล้วโดยมิได้รับความเห็นชอบกับทางกองทัพ … นี่มัน .. ” น้ำเสียงของซวนหยวนแหบแห้ง


มันเป็นเรื่องที่ดีก็จริงที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว ทว่าเรื่องที่คิดจะแหกยุทธวิธีทางการทหารนี่มันอะไรกัน? มันใช่เรื่องนำมาล้อเล่นหรือไม่?


อย่างไรก็ตาม ด้วยการบอกเล่าอธิบายถึงเรื่องข้อเสนอที่ว่าของนางเซียนไป่ฮั่ว ดวงตาของซวนหยวนก็เบิกกว้าง ปากอ้าเผยอขึ้นเล็กน้อย มิอาจหุบลงได้อยู่เนิ่นนาน


หลังจากครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป  สามปราชญ์ที่ถูกเรียกันว่าไตรภาคี ก็หารือตัดสินใจได้ในที่สุด ก่อนทะยานขึ้นไปในเมฆบนท้องฟ้า และบินออกไปจากวังร้อยบุปผา


…..


ณ ค่ายทหาร


เหลิงเทียนสิงกับกู่ฉิงซานได้ทำการส่งมอบภารกิจ แต่พวกเขาก็ถูกกักตัวไว้โดยนายพลหวู่สิงเหวิน


หวู่สิงเหวินกระแอมไอเบาๆ และเอ่ยถาม “กู่ฉิงซาน ยามที่เจ้ามายังค่ายทหารในครั้งก่อน เจ้าได้ทำการตัดหัวคนที่เรียกว่า หลี่ชูเฉินใช่หรือไม่”


‘เจ้าบ้านี่มันน่ารำคาญจริงๆ ทำไมถึงยังลากฉันเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้นสักทีนะ?’ กู่ฉิงซานเหลือบมองเขาและเอ่ย “มิใช่ว่าท่านทราบอยู่แล้วหรอกหรือ”


“เหตุใดเจ้าจึงต้องฆ่าเขา” หวู่สิงเหวินกล่าว


“ไม่เชื่อฟังคำสั่งทางทหาร และหลบหนีไปซ่อนตัวในช่วงเวลาสำคัญ” กู่ฉิงซานกล่าว


ทันใดนั้นเอง หวู่สิงเหวินที่กำลังจ้องมองเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที


เป็นรอยยิ้มแห่งความสาสมใจ


“เกรงว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น เอาล่ะ ดูเหมือนว่าคำบอกเล่าของคนอื่นๆจะแตกต่างไปจากเจ้านะ” เขากล่าวพลางโบกมือ


มองไปยังกลุุ่มคนที่เข้ามาในเต็นท์ทหาร


ทั้งหมดคือคนของนิกายหลิงเฉา


“ฆาตกร!” ศิษย์น้องของหลี่ชูเฉินตะโกน


สองตาของกู่ฉิงซานหรี่แคบลง


อาวุโสในนิกายหยุดสาวกที่กำลังมีอารมณ์ร้อน  ก้าวออกมายังเบื้องหน้าและคารวะทักทายหวู่สิงเหวิน


เขากล่าว “ท่านนายพล พวกเราได้ค้นพบหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของกู่ฉิงซานเป็นการฝ่าฝืนวินัยทางทหาร เป็นการฆ่าเพื่อนร่วมทีมโดยความแค้นส่วนตน!”


“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นก็จงนำหลักฐานออกมา ข้าจะทำการตัดสินอย่างยุติธรรมเอง” หวู่สิงเหวินเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เบื้องหลัง


ผู้อาวุโสนิกายหลิงเฉา หยิบถุงอสูรวิญญาณห้าใบออกมา แล้ววางมันลงบนพื้นทีละใบ ทีละใบ


“นี่คือถุงอสูรวิญญาณที่หลี่ชูเฉินได้ทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง พวกมันถูกนำกลับมาจากในสถานที่ๆเขาตกตาย ” เขากล่าว


“ก็ใช่ นั่นคือสิ่งที่ข้าทิ้งเอาไว้เอง” กู่ฉิงซานกล่าว


“และนี่แหละคือวงจรแห่งสังสารวัฏที่จะทำให้เจ้าต้องได้รับผลจากการกระทำของตนเอง!” ศิษย์น้องของหลี่ชู้ฉินกัดฟันกรอด


ผู้อาวุโสของนิกายหลิงเฉาจ้องมองไปยังกู่ฉิงซานด้วยเจตนาร้าย ก่อนจะเปิดถุงอสูรวิญญาณทั้งห้าออกมา ทีละใบ ทีละใบ


ห้าอสูรวิญญาณที่มีรูปร่างแตกต่างกัน ปรากฏขึ้นมาทันที


ทั้งหมดมองไปยังเหล่าผู้ฝึกยุทธ และบอกกล่าวเรื่องราวที่แตกต่างกับของกู่ฉิงซานออกไปอย่างสิ้นเชิง


ในการบอกเล่าเรื่องราวของพวกมัน ต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า กู่ฉิงซานนั้นมองหลี่ชูเฉินเป็นตัวปัญหา เนื่องจากหลี่ชูเฉินมิคิดประจบประแจงเขา จนในที่ก็ได้มีปากเสียงกับกู่ฉิงซานอย่างร้ายแรง


กระทั่งถึงจุดนี้ นายพลชั้นติงหยวน หวู่สิงเหวิน ก็ขัดจังหวะพวกมันและกล่าว “เช่นนั้นพวกเจ้ากำลังจะบอกว่า ที่กู่ฉิงซานบังคับวินัยทางทหารโดยการตัดหัว เพียงเพราะต้องการใช้เป็นข้ออ้างในการแก้แค้นหลี่ชูเฉินใช่หรือไม่?”


อสูรวิญญาณทั้งห้าพยักหน้าโดยพร้อมเพรียง


หวู่สิงเหวินโบกมือและกล่าว “นำตัวไป่ไฮ่ตงมา แล้วก็พวกห้าผู้ฝึกยุทธหญิงด้วย”


เมื่อผู้คนได้มาถึง หวู่สิงเหวินก็ทำการสอบปากคำด้วยตัวเองเลยโดยตรง


ผลลัพธ์ของการสอบปากคำที่ได้ก็คือ มันสอดคล้องกับคำกล่าวก่อนหน้านี้ของกู่ฉิงซานโดยสมบูรณ์


หวู่สิงเหมินจ้องมองไปยังทางฝูงชน และสลับไปมองอสูรวิญญาณทั้งห้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นปั้นยากอีกครั้ง


เหล่าผู้ฝึกยุทธที่ถูกเรียกตัวมานี้ ได้ผ่านการสอบปากคำไปได้ด้วยดี(การสอบปากคำจะถูกสอบโดยผู้ที่มีดวงตาสามารถจับผิดได้)


ทว่าพวกอสูรวิญญาณ อสูรวิญญาณเทวะ จะแตกต่างกันกับมนุษย์ นั่นคือพวกมันไม่สามารถถูกทำการสอบปากคำได้


ในตอนนั้นเอง อสูรวิญญาณพยัคฆ์ตาฟ้าก็คำรามออกมา “เจ้าพวกมนุษย์ทั้งหลาย วิสัยทัศน์ของพวกเจ้าน่ะจะแตกต่างกันกับพวกเราชาวอสูร พวกเราสามารถเห็นถึงปราณที่หลี่ชูเฉินได้รับ มันเป็นปราณที่คับข้องไปด้วยความโกรธแค้นของผู้ที่ลงมือสังหารเขา ซึ่งพวกเจ้ามิอาจมองเห็นมันได้”


“ดังนั้นการสอบปากคำของพวกเจ้าจึงมิเกิดข้อผิดพลาดใดๆ พวกเจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากู่ฉิงซานน่ะเป็นตัวตนแบบไหน”


“ข้อสรุปที่ได้ก็คือ กู่ฉิงซานต้องการลอบสังหารหลี่ชูเฉินอย่างลับๆ และในที่สุดก็หาจังหวะได้ โดยการกล่าวอ้างว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อฟังคำสั่งทางหาร”


“ผายลมเถอะ!”


“วาจาไร้สาระ!”


“มันมิได้เป็นเช่นนั้นเลย”


ไป่ไฮ่ตงและเหล่าผู้ฝึกยุทธหญิงโต้กลับเสียงดัง


ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสนิกายหลิงเฉาก็ก้าวออกมา ปากเอ่ยกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมพวกเราไม่ใช้วิธีการค้นวิญญาณดูเล่า?”


เมื่อประโยคนี้เปล่งออกมา ทั่วทั้งเต็นท์ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน 


การค้นวิญญาณเป็นเทคนิคมนตราที่มีความยากค่อนข้างสูง นอกจากนี้มันยังมีความเสี่ยงต่อจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธอีกด้วยหากผู้ใช้ไม่ระมัดระวัง  มันเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งที่จะทำให้จิตเทวะเกิดความเสียหายอย่างถาวร


“ข้าอนุมัติ! ด้วยวิธีนี้ จะทำให้สามารถค้นพบความจริงได้ในทันที” หวู่สิงเหวินตบโต๊ะและกล่าว


สาวกนิกายร้อยบุปผาถูกทำการค้นวิญญาณ ความหมายของการกระทำเช่นนี้ย่อมมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ตามมาอย่างแน่นอน


กล่าวได้ว่า แม้กู่ฉิงซานจะพิสูจน์แล้วว่าตนบริสุทธิ์ ทว่าหลังจากที่เขาถูกต้องสงสัยว่าคิดไม่ซื่อกับสหายในทีม และได้รับการค้นวิญญาณ


เมื่อถูกค้นวิญญาณ แม้เพียงครั้งหนึ่ง บนร่างกายของคนผู้นั้นก็จะถูกตีตราว่าเคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที


หลังจากนี้ไปโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะถูกหรือผิด ไม่ว่ายังไงชื่อเสียงของกู่ฉิงซานก็จะด่างพร้อย ยามที่ผู้คนมองดูเขาก็จะเป็นไปด้วยสายตาหวาดระแวง


นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในอนาคต สาวกของนิกายร้อยบุปผาก็จะมิสามารถเชิดหน้าชูตาขึ้นได้อีกเลย นี่ยังไม่รวมถึงการที่เขามีปัญหากับทางอารามชิงหยุนอีกนะ


กู่ฉิงซานมิได้มองไปยังผู้อาวุโสนิกายหลิงเฉา แต่กลับมองตรงไปยังหวู่สิงเหวิน ปากเอ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ “ค้นวิญญาณ? แท้จริงแล้วท่านก็ต้องการให้ทุกอย่างมันออกมาในรูปแบบนี้นี่เอง”


“ข้าเคยใช้วิชาค้นวิญญาณมาก่อน ขอให้ข้าเป็นคนลงมือเถอะ” อาวุโสนิกายหลิงเฉาดึงแขนเสื้อตนเองขึ้น ก้าวเดินออกมายังเบื้องหน้า


หนิงเยว่ฉานก้าวออกมายืนขวางเขาทันที


“นักบุญหญิง นี่เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร ท่านนายพลใหญ่ได้กล่าวอนุมัติแล้วนะ” อาวุโสเอ่ยด้วยสีหน้าคาดไม่ถึง


“มิได้ เจ้าไม่อาจทำการค้นวิญญาณได้” หนิงเยว่ฉานกล่าว “เจ้าไม่เพียงเป็นคนใส่ความเขา แต่ยังคิดจะค้นวิญญาณเขาด้วยตัวเองอีก เช่นนี้มันจะไม่มากเกินไปหรือ”


“มากเกินไป? อสูรวิญญาณไม่มีทางหลอกลวงผู้คน เป็นเขานั่นแหละที่ฆ่าสาวกร่วมนิกายของพวกเรา!” เหล่าผู้ฝึกยุทธรุ่นเยาว์พากันตะโกนออกมา 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 903 ครั้ง

3,154 ความคิดเห็น

  1. #2474 456SATAN (@456SATAN) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 21:04
    ผมจำระดับไม่ได้แล้ว ใครจำได้บอกหน่อยว่ามีไรบ้าง
    #2474
    0
  2. #2382 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 01:56
    กำหมัดละนะ
    #2382
    0
  3. #2356 Rnozero (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 07:09

    นั้นสินะพวกแกเป็นควายหรือคนห็าาาา

    #2356
    0
  4. #2335 55555555 (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 12:34

    ควายล้วนๆไม่มีวัวผสม 555

    #2335
    0
  5. #2319 SupawithKanpai (@SupawithKanpai) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 01:58
    เอาจริงๆก็รู้สึกได้ว่าถ้าเป็นพระเอกคงจะลองปล่อย-พวกเวรนี่ตายห่าไปสะ ไปรอช่วยชุดอื่นแทน น่ารำคาญจัด
    #2319
    0
  6. #2318 Shadow (@kivahibugi) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 00:08
    กำหมัดละนะ 55555
    #2318
    0
  7. #2317 catoblivious (@catoblivious) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:46
    ค้างหนักมากกกกก
    #2317
    0
  8. #2316 suwitnaja555 (@suwitnaja555) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 22:52

    เดือดแล้ว
    #2316
    0
  9. #2315 ฟราต้า (@fraTA123) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 22:14
    ค้างครับ 55
    #2315
    0
  10. วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:42
    ปากพูดมาว่าอสูรวิญญาณเชื่อถือได้ แต่ที่เห็นคือแมร่ง ตอแหลชิหาย
    #2314
    0
  11. #2309 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 15:40
    รอตอนต่อไปครับ
    #2309
    0
  12. #2307 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 14:44

    ตอนนั้นคิดจะทุบตี..
    แต่ตอนนี้กำลังปกป้อง
    น้องสาว.. คิดอะไรอยู่จ๊ะ อิอิ
    #2307
    0
  13. #2306 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 14:25
    555555555
    รู้สึกขำแปลกๆ อสูรวิญญาณต้นกำเนิดมันก็คือมาร รึเปล่าฟระ แล้วพวกเอ็งไปเชื่อมันได้ยังไง
    #2306
    0
  14. #2305 rambo191 (@rambo191) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 13:09
    รำคาญพวกแมลงเม่า ปัญญาอ่อนจัง
    #2305
    0
  15. #2304 karalos local (@DarkKing789) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 13:04
    5555 อยากด่านะแต่ด่าไม่ลง มันไม่รู้ไง
    #2304
    0
  16. #2303 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:58
    สันติมันหายากงั้นเอาส้นxไปก่อนแล้วกัน
    #2303
    0
  17. #2302 TANTAKI (@dee11786) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:56
    พระเอกจะทำไงต่อกันนะครับ?
    #2302
    0
  18. #2301 ยักษ์แดง (@tekatat) (จากตอนที่ 155)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:55
    สันติไม่ใช่คำตอบของนิกายนี้
    #2301
    0