หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 150 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.150 - ทั้งสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 900 ครั้ง
    10 ธ.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.150 - ทั้งสอง


กู่ฉิงซานเอ่ยไขถึงเรื่องราวจนกระจ่างแจ้ง เพียงได้ฟังเหล่าผู้ฝึกยุทธต่างก็คิดว่าที่เขากระทำนั้นถูกต้องแล้ว


อาวุโสที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขอบเขตก่อตั้งจึงคิดจะตำหนิสักคำสองคำ แต่ดันกลับกลายเป็นเขาที่โดนสวนด้วยคำไม่กี่คำของอีกฝ่ายจนถูกฝูงชนโดยรอบโห่ร้องแทน


เขาส่งเสียงฮึฮะในลำคอ ผินตัวกลับ เดินนำกลุ่มสาวก


“อ้ายทารก จงจำเอาไว้ให้ดี โลกใบนี้มันเล็กนัก”


ความผันผวนทางแรงดันวิญญาณขั้นก่อกำเนิดพลันลุกพรึบออกจากร่างอาวุโส เขาเอ่ยปากข่ม เดินจากไปโดยไม่คิดเหลียวหลัง


หลังจากที่ผู้ฝึกยุทธนิกายหลิงเฉาได้จากไป ไป่ไฮ่ตงก็เหลือบมองกู่ฉิงซานด้วยความกังวล ปากเอ่ยกระซิบ “นับจากนี้ไป ท่านคงต้องระมัดระวังพวกเขาให้มาก”


“ไม่เป็นไรหรอก”


กู่ฉิงซานกล่าว โยนปัญหานี้ทิ้งไว้ข้างหลัง


ผู้ฝึกยุทธบังคับกฏนำทั้งสองมาส่งถึงเต็นท์ทหาร


ต่างฝ่ายต่างร่ำลากัน แหวกม่านประตู และในที่สุดก็ได้พบกับเหลิงเทียนสิง


ขณะนี้เหลิงเทียนสิงกำลังเอ่ยกล่าวถึงคำสั่งที่ได้รับและเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น บนตัวสวมใส่ชุดเกราะรบชั้นพันเอกส่งผลให้เขาช่างแลดูทรงอำนาจ


ผู้ฝึกยุทธมากมายรายล้อมรอบตัวเขา ตั้งใจฟังอย่างเคร่งขรึม เตรียมที่จะปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างรอบคอบ


กู่ฉิงซานลองสังเกตดู และค้นพบว่าภายในกลุ่มคนเหล่านี้ มีแม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลาย


บนตัวของผู้ฝึกยุทธแก่นทองคำขั้นปลายนั้นสวมใส่เสื้อคลุมนายทหารชั้นพันโท เขากำลังตั้งใจฟังสิ่งที่เหลิงเทียนสิงกล่าว พยักหน้าไม่หยุด


ในกองทัพ พื้นฐานวรยุทธของผู้ฝึกยุทธจะถูกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับภารกิจที่พวกเขาจะได้รับมอบหมาย ส่วนสำหรับในด้านการทำงานเป็นทีม แน่นอนว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความสำเร็จทางกองทัพมากที่สุด อันดับสูงที่สุดเป็นคนสั่งการ


ผู้ฝึกยุทธที่มียศทางกองทัพสูงที่สุด มิจำเป็นต้องมีพื้นฐานวรยุทธที่สูงที่สุดเสมอไป ทว่าต้องมั่นใจว่าคนผู้นั้นจะต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับเผ่ามารมากที่สุด มีวิสัยทัศน์ในเชิงกลยุทธ์ มั่งคั่งไปด้วยประสบการณ์การต่อสู้ เพื่อให้ผลลัพธ์ในการต่อสู้ออกมาในทางที่ดี 


หากมีอะไรเกิดขึ้น เหมือนดั่งเช่นในกรณีของกู่ฉิงซาน เขาก็สามารถใช้ดาบตัดหัวหลี่ชูเฉินที่ขัดขืนคำสั่งทางทหารได้เลย แต่ก็ต้องถูกทำการสอบปากคำ ทว่าสุดท้ายหากอีกฝ่ายผิดจริง เขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ แถมยังได้รับสิบแต้มความสำเร็จทางกองทัพกลับมามาอีกด้วย


ดังนั้นในช่วงสงคราม ยศทางกองทัพยิ่งสูง ก็ยิ่งเป็นการดำรงอยู่ที่น่าเกรงขามที่สุด


ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามา เหล่าผู้ฝึกยุทธก็หันหน้าไปมอง


“ไฮ่ตง? ฉิงซาน พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” ใบหน้าของเหลิงเทียนสิงแสดงออกถึงความสุข


เขาก้าวแหวกฝูงชนออกมา กอดคอกู่ฉิงซาน ลากตัวเขาไปแนะนำให้ผู้ฝึกยุทธในสำนักเหยากวางได้รู้จัก


ทั้งหมดประสานมือทักทายอย่างมีชีวิตชีวา


ไป่ไฮ่ตงได้เล่าถึงสิ่งที่พวกเขาพบเจอมา พอได้ฟังทุกคนต่างก็พากันถอนหายใจ


“แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม


“สถานการณ์คล้ายคลึงเช่นเดียวกับเจ้า ดิสก์ค่ายกลเกิดความผิดปกติ เผ่ามารฉวยโอกาสนั้นโจมตี จนค่ายมิอาจตั้งรับได้ไหว”เหลิงเทียนสิงกล่าว


หลายคนเหลือบมองกันและกันวูบหนึ่ง ทว่ามิมีผู้ใดคิดเอ่ยปาก


ความหมายที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้ กล่าวได้ว่ามิมีผู้ใดอาจสงบใจได้


ด้วยเหตุผลที่ว่า แม้มนุษยชาติจะกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ฝ่ายตนมีน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังสามารถต้านทานเผ่ามารได้ไหว โดยการอาศัยการตกผลึกทางอารยธรรมที่พัฒนามาหลายพันหลายหมื่นปีที่ถูกเรียกกันว่า ‘หกศิลป์’ นั่นเอง


หนึ่งในหกศิลป์ ‘ค่ายกล’ จึงเป็นรากฐานสำคัญของผู้ฝึกยุทธในแง่ระบบป้องกัน หากค่ายกลเกิดความผิดปกติใดๆขึ้นในช่วงสงคราม แผนการบุกโจมตีของมนุษยชาติก็อาจจะเกิดปัญหาได้


ยิ่งไปกว่านั้น นี่มิใช่เพียงการลดความสามารถในด้านการป้องกัน แต่มันยังเป็นการโจมตีเข้าไปในจิตใจของผู้คนทางอ้อมอีกด้วย


แท้จริงแล้วคือสิ่งใดกันที่ทำให้ดิสก์ค่ายกลมีปัญหา?


เผ่ามารที่อยู่นอกค่าย สามารถก้าวข้ามผ่านค่ายกล บุกเข้ามาทำลายดิสก์ค่ายกลได้อย่างไร?


หรือว่าจะมีคนทรยศ?


คราก่อนก็จับตัวคนทรยศอย่างจ้าวกระบี่ได้ไปแล้ว ครานี้ยังมีอีกหรือ เหตุผลคนทรยศจึงมีมากมายนัก?


เมื่อขบคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญหาอันน่าหนักใจนี้ จิตใจของแต่ละคนก็ล่องลอยออกไป


กู่ฉิงซานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ามิได้พูดคุยกับเจ้าเป็นจริงเป็นจังมานานนมแล้ว พวกเราออกไปเดินกินลมข้างนอกกันดีกว่าไหม”


เหลิงเทียนสิงพยักหน้า “ดีแน่นอน ข้าก็ต้องการจะไปสูดอากาศข้างนอกพอดิบพอดี”


ทั้งสองออกจากค่ายทหารเดินข้ามผ่านทุ่งหญ้ารกร้าง


ดวงตะวันสาดแสง ตกกระทบลงมาให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย


“เจ้าคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม


“ไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด” เหลิงเทียนสิงกล่าว


“ข้าคาดเดาว่าคนจำนวนมากก็คงจะคิดเห็นเหมือนกับเจ้าเช่นกัน”


“นั่นสินะ หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป มิอาจหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เรื่องการสู้รบขั้นแตกหักคงจะไม่มีหวัง”


เหลิงเทียนสิงเอ่ยถามทันที “แล้วเจ้าเล่า? คิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”


สองตาของกู่ฉิงซานหรี่แคบลง แหงนหน้าเพ่งมองดวงอาทิตย์ที่สาดแสงอยู่บนท้องฟ้า “ดูท่าวันนี้สภาพอากาศจะไม่เลว เหมาะสมแก่การที่เจ้ากับข้าจะออกไปสืบเสาะปัญหา และช่วยกันหาทางออก”


เหลิงเทียนสิง “ทางออก? กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้าคิดอะไรบางอย่างออกแล้วใช่หรือไม่?”


กู่ฉิงซานยิ้มและกล่าว “ตัวข้านั้นมีคนรู้จักไม่มากนัก ทว่าเจ้านั้นตรงกันข้าม เจ้าเป็นถึงผู้ที่อยู่ในขอบเขตแก่นทองคำ ครอบครองยศนายทหารชั้นพันเอก หากเจ้าออกไป จะมิมีผู้ใดออกตามหาตัวหรอกหรือ”


เหลิงเทียนสิงกล่าว “ไหนๆเจ้าก็อุส่าเอ่ยปากแล้ว ข้าย่อมมีวิธีแก้ปัญหา”


ว่าแล้วทั้งสองก็กลับมายังค่ายทหาร ตรงไปยังแผ่นป้ายที่เต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ สายตาสาดส่องดูทีละอัน ทีละอัน


นี่คือใบแจ้งภารกิจทางทหาร


โดยทั่วไปแล้ว นอกเหนือจากพวกหน้าใหม่และภารกิจเร่งด่วน นายพลจะเป็นคนจัดสรรทุกภารกิจ และทำการมอบหมายลงไปด้วยตนเอง โดยอ้างอิงจากยศทหารของผู้ฝึกยุทธ


ในช่วงเวลาอื่นๆนอกเหนือจากภารกิจลับทางทหารทั้งหมด จะถูกจัดแสดงไว้ที่นี่เพื่อให้เหล่าผู้ฝึกยทุธเลือกสรร


สถานการณ์เช่นนี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าการสู้รบขั้นแตกหักจะเริ่มต้นขึ้น


“ภารกิจนี้เล่า คิดว่าอย่างไร?” เหลิงเทียนสิงชี้ไปที่ใบภารกิจ


กู่ฉิงซานกวาดสายตาอ่านเนื้อหามัน


“จำเป็นต้องใช้สองผู้ฝึกยุทธ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อค้นหาร่องรอยของเผ่ามารจนกระทั่งถึงหานกู่กวน จึงจะสามารถกลับมาได้ ปล.รางวัลคือแต้มความสำเร็จทางกองทัพ 3 แต้ม”


กู่ฉิงซานคิดเพียงเล็กน้อย ในหัวใจเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม


สมกับเป็นเหลิงเทียนสิงที่ครอบครองสมองอันชาญฉลาด เนื้อหาของภารกิจนี้แสนจะธรรมดา ทว่ากลับมีอิสระในการเดินทางค่อนข้างสูง แต้มความสำเร็จทางทหารก็ได้น้อย จึงไม่ค่อยดึงดูดความสนใจจากผู้อื่นนัก


กู่ฉิงซาน “ข้าคิดว่าอันนี้แหละ”


พวกเขาทำการเลือกใบภารกิจ ยื่นเรื่องทำรายการที่สำนักเลขาธิการ


ผู้บังคับกฏที่รับมอบหมายภารกิจให้แก่ทั้งสองเอ่ยปากกระตุ้นเตือน “จงเร่งกลับมาโดยเร็ว วันพรุ่งทางกองทัพจะมีการระดมบุคลากร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบขั้นแตกหัก หากเจ้าล่าช้า จงระวังโดนบังคับวินัยทางทหาร”


“มิต้องกังวลไป พวกเรามิได้คิดหนีทหารหรอก” เหลิงเทียนสิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม


ผู้บังคับกฏมองไปยังเกราะรบของทั้งสองที่พึ่งรับมอบภารกิจไป จากนั้นจึงวางใจ และลงนามตนเองลงในใบภารกิจ


หากเขาได้ทำการลงนามแล้ว นั่นหมายความว่าทั้งสองได้รับการอนุญาติให้ทำภารกิจแล้วโดยสมบูรณ์


กู่ฉิงซานกับเหลิงเทียนสิงประสานมือขอบคุณผู้บังคับกฏ และเดินออกจากสำนักเลขาธิการไป


“ก่อนอื่นก็กลับไปยังที่พำนักของสำนักเหยากวางกันก่อน ข้าจะไปบอกกล่าวทุกคน มิฉะนั้นพวกเขาคงจะเป็นห่วง และเริ่มทำการควานหาตัวข้าไปซะทุกที่” เหลิงเทียนสิงกล่าว


สมควรจะเป็นเช่นนั้น กู่ฉิงซานพยักหน้า และกล่าว “ตกลง ไว้หลังจากไปกินอาหารเย็นที่นั่น พวกเราจึงจะออกเดินทาง”


พวกเขากลับไปยังที่พำนักสำนักเหยากวางและเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ


ถึงแม้ว่าผู้คนทั้งหมดจะรู้สึกประหลาดใจ แต่พวกเขาทั้งสอง หนึ่งคือนายทหารชั้นพันเอก อีกหนึ่งคือนายทหารชั้นพันตรี ที่มียศค่อนข้างสูง หากพวกเขาคนใดคนหนึ่งกล่าวว่าจะออกไปทำภารกิจนี้เพียงลำพัง ก็คงจะมิมีผู้ใดเอ่ยห้ามได้


ไป่ไฮ่ตงค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับกู่ฉิงซาน หลังจากที่ได้รับฟังถึงเนื้อหาภารกิจ เขาก็เข้าใจถึงเจตนาของอีกฝ่ายในทันที ภารกิจเช่นนี้นับว่าง่ายดายยิ่ง พวกเขาคงคิดทำเพื่อเอารางวัลอย่างความสำเร็จทางทหารเสียมากกว่า


เขาหันไปกล่าวกับกู่ฉิงซาน “15 ดาบ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”


กู่ฉิงซานปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม “ภารกิจนี้อนุญาตให้ไปเพียงแค่สองคนเท่านั้น หากเจ้าต้องการจะติดตามข้ามาด้วย เกรงว่าศิษย์พี่เจ้าก็คงจะไม่ได้ไป”


ไป่ไฮ่ตงหันไปมองเหลิงเทียนสิงและกล่าว “ศิษย์พี่--”


เหลิงเทียนสิงเอ่ยขัดโดยตรง “เจ้าไม่เหมาะกับภารกิจนี้หรอก ข้าจะไปเอง”


“เหตุใดข้าจึงไม่เหมาะสมเล่า?” ไป่ไฮ่ตงกล่าว


“ก็หากเปรียบเทียบระหว่างเจ้ากับข้า ผู้ใดเล่าเหมาะสมมากกว่ากัน?” เหลิงเทียนสิงตบลงบนเกราะรบชั้นพันเอกบนร่างกาย


“แต่ 15 ดาบเขากลับ-” ไป่ไฮ่ตงกล่าวอย่างไม่ยินยอม


“นี่คือภารกิจของ15ดาบ ดังนั้นเขาจึงต้องไปด้วยตัวเอง ส่วนเจ้ากับข้า เทียบกันแล้วย่อมเป็นข้าที่เหมาะสมกว่า หรือเจ้าคิดว่าเอาตนเทียบมากันกับเขา? เจ้ากำลังจะบอกว่า เจ้าคิดจะฉกชิงภารกิจของ15ดาบกระนั้นหรือ”


“ข้า ข้ามิได้คิดฉกชิง ....”


ไป่ไฮ่ตงเอ่ยปากเพียงไม่กี่คำก็เงียบเสียงลง ถอนหายใจอย่างเศร้าสลด เบนหน้าหันหนีไปอีกทิศทาง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 900 ครั้ง

3,239 ความคิดเห็น

  1. #2250 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 03:14
    เอ้า...ผู้หญิงหรอ
    #2250
    0
  2. #2226 rakastansinua (@rakastansinua) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 03:21
    เอ้าไป่ไฮ่ตงเป็นหญิงเรอะไหงใช้คำว่าเขาแทนที่จะเป็นเธอเล่างงไปหมดแล้วโถ่ว
    คาแร็คเตอไปไฮ่ตงเลยเป็นผู้หญิงผมสั้นเหมือนผู้ชายผมสีฟ้าดูเท่มากกว่าสวยและน่ารักโธ่แก้คาแร็คเตอร์ไม่ทันแล้วขอใช้ต่อเลยละกัน
    #2226
    0
  3. #2225 อ่านเพลินๆ (@freedomis) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 21:09

    อ่านไปอ่านมา อ้าว !! ไป่ฮงตงเป็นผู้หญิงเหรอ !

    #2225
    0
  4. #2224 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 19:54

    ไ้ด้เวลาออกหาความจริง

    #2224
    0
  5. #2222 หมูมาแล้ว (@endess) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 18:17
    อ่านไปอ่านมาเริ่มมึนชื่อ คิดว่าผู้ชายหมด555
    #2222
    0
  6. #2221 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 18:00
    555.. นางแอบน้อยใจ
    #2221
    0
  7. #2220 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:57
    จะะะเจอเบาะแสอะไรดีๆไหมนะ
    #2220
    0