หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 114 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.114 - กำหนดชื่อผู้ท้าทาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,276 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.114 - กำหนดชื่อผู้ท้าทาย


นี่คือศิษย์แห่งนิกายร้อยบุปผา นิกายของหนึ่งในไตรภาคีที่มีเพียง 3 คนเท่านั้นในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธใบนี้


มีผู้คนเคยกล่าวกันว่า จำนวนสาวกในนิกายร้อยบุปผานั้นน้อยนิดยิ่ง ทว่าทรัพยากรที่แต่ละคนได้รับนั้นล้วนเป็นของชั้นหนึ่ง


นับประสาอะไรเมื่อได้เข้าสู่นิกาย ย่อมหมายความว่าไม่มีใครมาแก่งแย่งทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกฝน แถมศาสตร์ลับนับไม่ถ้วนก็ยังถูกมอบให้เก็บไว้ แล้วยังมีโอกาสได้รับการฝึกฝนจากนักปราชญ์เป็นการส่วนตัวอีก … แน่นอนหากเป็นเพียงลมปากพวกเขาย่อมไม่มีทางเชื่อ ทว่ากู่ฉิงซานก็ได้พิสูจน์สิ่งที่กล่าวมาให้ได้เห็นแล้ว!


ฝูงชนโดยรอบเริ่มกระสับกระส่าย


กู่ฉิงซานจ้องมองเขา นิ่งค้างไปหลายวินาที ก่อนจะกล่าวอย่างเด็ดขาด “หากมิได้มีคำสั่งจากนักปราชญ์ ข้าและศิษย์น้องหญิงก็ไม่อาจยอมรับผู้ใดเป็นสาวกได้ มิฉะนั้น หากเมื่อนักปราชญ์โกรธขึ้นมา แม้กระทั่งพวกเราก็ต้องถูกลงโทษ ทว่าอย่างไรเสียพวกเราก็ยังเป็นศิษย์ของท่าน โทษทัณฑ์คงเป็นเพียงแค่สถานเบา แต่พวกเจ้าที่มิใช่ศิษย์เล่า? มิอาจถึงขั้นรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้เลยหรอกหรือ”


เหล่าผู้คนที่ต้องการจะเอ่ยกล่าวบางสิ่งกับกู่ฉิงซานชะงักงันไป กู่ฉิงซานหันไปมองรอบๆและกล่าวด้วยน้ำเสียงกระจ่างใส “ข้าขอกล่าวว่าในที่นี้ ข้ากับศิษย์น้องของข้าเป็นศิษย์ของนิกายร้อยบุปผา นอกเหนือไปจากเราสอง นิกายร้อยบุปผามิได้มีความตั้งใจใดๆที่จะรับสาวกเพิ่มอีก”


“หากท่านใดมีความจริงใจที่ต้องการจะเข้าสู่นิกายร้อยบุปผา โปรดทำการเลือกรายการทดสอบร้อยบุปผาก่อนเป็นอันดับแรก”


เมื่อเห็นทัศนคติและแววตาที่ดูมั่นคงไม่โอนอ่อนของกู่ฉิงซาน มือใหม่ที่กำลังรายล้อมตัวเขาก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป


คนที่คุกเข่าในที่สุดก็จำต้องลุกขึ้นและจากไปอย่างไม่เต็มใจ ขณะที่ในปากเอ่ยพึมพำ


“จำไว้เลยนะเจ้าปีศาจน้อย ทั้งๆที่ข้าอุตส่าคุกเข่าขอร้องด้วยความจริงใจแท้ๆ … ”


หลี่ฉางอันที่ยืนอยู่ห่างออกไป หัวเราะคิกคักออกมาคำหนึ่งแล้วเอ่ยความคิดในหัวออกมา “นิกายร้อยบุปผาไม่คิดจะยอมรับสาวก ทว่าหากมือใหม่คนใดสามารถเอาชนะสองศิษย์แห่งนิกายร้อยบุปผาได้ เหล่านิกายใหญ่มากมายคงพร้อมที่จะอ้าแขนต้อนรับเขา”


แม้เสียงที่เอ่ยกล่าวจะไม่ดังมากมานัก ทว่าผู้ฝึกยุทธโดยรอบกลับสามารถได้ยินมันอย่างชัดเจน


หลายคนเผยสีหน้ากลับกลาย จ้องมองไปยังกู่ฉิงซานและซิวซิว


ในขณะนั้นเอง การทดสอบรอบที่สามก็ได้สิ้นสุดลง


หนิงเยว่ฉานลงจากเวทีจตุรัส


จากนั้น ก็ได้มาถึงการทดสอบประจำปีรอบสุดท้าย


สี่ผู้นำนิกายเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนจะหันไปคารวะวังสวรรค์อย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็เดินไปวางมือลงบนเสาร์ทั้งสี่มุมของเวทีจตุรัส


พวกเขากระตุ้นพลังวิญญาณและถ่ายเทมันลงไปยังเสาแต่ละมุม


ไม่นานนัก สี่เสาก็ปรากฏรัศมีแสงสว่างขึ้น เปล่งประกายไปทั่วทั้งเวทีจตุรัส


รัศมีแสงสีทองจากทั้งสี่มุมพุ่งทะยานขึ้นไปเบื้องบน หายลับขึ้นไปบนท้องฟ้า


หนึ่งในผู้นำนิกายประกาศอย่างเคร่งขรึม “รอบสุดท้าย ‘การคัดสรรศักดิ์สิทธิ์ ’ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!”


การคัดสรรศักดิ์สิทธิ์ ในคำอธิบายที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยบรรพกาล มันคือการแข่งขันของมนุษย์ว่าจะสามารถดลใจให้ราชันย์วิญญาณเบิกฟ้า แหงนมองลงมาเฝ้าดูได้หรือไม่ หากมือใหม่คนใดสามารถทำให้ราชันย์วิญญาณเบนสายตามามองดูได้ ราชันย์วิญญาณก็จะมอบของขวัญอันเลอค่าที่จะช่วยส่งเสริมการฝึกปรือวรยุทธเป็นรางวัล


แม้ยามนี้ราชันย์วิญญาณจะได้หายตัวไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย ทว่ามนุษย์ชาติก็ยังอนุรักษ์ประเพณีนี้สืบต่อกันมาเนิ่นหลายนับหลายพันปี


เวทีจตุรัสถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนแบ่งแยกจากกันอย่างอิสระ


มือใหม่คนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนเวที ปากเอ่ยตะโกนลั่น “ผู้น้อยจางกง มีผู้ใดต้องการท้ายทายข้าบ้าง?”


“ข้าเอง!” มือใหม่อีกคนกระโจนขึ้นไปบนเวที


ผู้ตัดสินมองไปยังทั้งสอง และพบว่าขอบเขตของสองมือใหม่อยู่ในช่วงปราณปรับแต่ง เขาพยักหน้าและเอ่ยกล่าว “นี่เป็นเพียงแลกเปลี่ยนวรยุทธ หากเป็นไปได้จงอย่าหนักมือจนเกินงาม”


“ทราบแล้ว!” ทั้งสองตอบรับ


“”เช่นนั้น … ก็เริ่มได้!


พริบตาที่สิ้นประโยค ทั้งสองก็พุ่งเข้าห้ำหั่นกัน


ไม่นานนักก็มีคนหนึ่งพ่ายแพ้ ส่วนอีกคนหนึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องได้รับชัยชนะและไต่อันดับขึ้น


ในอีกสามส่วนที่แบ่งแยกเป็นอิสระต่อกันโดยสิ้นเชิง ก็เริ่มที่จะมีผู้ฝึกยุทธขึ้นไปทำการต่อสู้


“ศิษย์พี่ พวกเราสมควรทำเช่นไร?” ซิวซิวเอ่ยถาม


“พวกเรามาดูกันก่อนเถอะ” กู่ฉิงซานตอบ


“พวกเราอุตส่ามาแล้ว หากมิคิดทำอันใดเลย ท่านอาจารย์จะไม่โกรธหรือ” ซิวซิวกล่าวด้วยความกังวล


กู่ฉิงซานยิ้มและกล่าว “นี่เจ้าลืมถ้อยคำของท่านอาจารย์ไปแล้วรึ?”


“แน่นอนว่าข้าจดจำได้ ‘จงเดินทางอย่างปลอดภัยทั้งขาไปและขากลับ’ ” ซิวซิวกล่าว


กู่ฉิงซาน “ถูกต้อง พวกเราเพียงมาปรากฏตัวที่นี่ เพื่อบ่งบอกว่านิกายร้อยบุปผาก็ได้ส่งคนมาเช่นกัน และจากนั้นก็เฝ้ามองการต่อสู้ของคนอื่นๆเพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”


เขาลูบหัวของซิวซิวและกล่าว “เผื่อเจ้าลืม ข้าจะย้ำอีกครั้งว่าซิวซิวของพวกเรามีอายุเพียงแค่8ขวบปีเท่านั้น เรื่องการต่อสู้ฆ่าแกงกันน่ะเอาไว้อีกหลายปีค่อยมาว่ากันใหม่”


ซิวซิวยิ้ม และเริ่มผ่อนคลายลง


เธอมองไปยังการต่อสู้บนเวที ไม่นานนัก แววตาของเธอก็เผยถึงความสนอกสนใจเป็นอย่างมาก


กู่ฉิงซานก็ดูจะจ้องมองลงไปไม่ว่างตาเช่นกัน


หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หันหน้าลงไปมองหนิงเยว่ฉานอยู่ซักพัก และเบนสายตาออกไป ทว่าซักพักก็หันกลับมามองอีกหลายครั้ง จนใบหน้าเรียวเล็กของอีกฝ่ายเริ่มปรากฏริ้วเล็กๆสีกุหลาบ

 

เปรี้ยง! หนึ่งในคู่ต่อสู้บนเวทีทำการจู่โจมจนเกิดประกายแสงจ้า หนึ่งเยว่ฉานฉวยโอกาสนั้นที่ไม่มีใครกำลังสนใจเธอจิกสายตาไปยังกู่ฉิงซานด้วยเจตนาร้าย


กู่ฉิงซานสะดุ้งเฮือก และไม่กล้าไปแกล้งยั่วยุเธออีก


ขอบเขตระหว่างทั้งสองห่างกันอยู่หลายช่วงชั้นใหญ่ หากหนิงเยว่ฉานตั้งใจจะสร้างความยุ่งยากให้แก่เขาจริงๆ เพียงสาดสายตามอง เส้นเลือดกว่าครึ่งในร่างเขาคงขาดสะบั้น และกลายเป็นมนุษย์ฉ่ำเลือดไปแล้ว


ในที่สุด การทดสอบประจำปีก็รอบสุดท้ายก็ได้ปรากฏสุดยอดเมล็ดพันธ์ที่โดดเด่นใน 20 อันดับแรก


ผู้นำนิกายต่างๆที่กำลังเฝ้าดูเหล่ามือใหม่อยู่บนเวที กล่าวฮึมฮำชื่นชมในปาก และเริ่มคัดสรรเมล็ดพันธ์เหล่านั้นอย่างรวดเร็วในจิตใจ


สามารถก้าวมาได้ถึงขั้นนี้ ย่อมเป็นผู้ฝึกยุทธที่มีพรสวรรค์โดยธรรมชาติ หากฝึกฝนโดยตนเพียงลำพังแล้วยังได้ขนาดนี้ ในอนาคตหากได้รับการฝึกฝนโดยนิกาย มันย่อมต้องเจิดจรัสยิ่งกว่า


“ยอดเยี่ยมจริงๆ เอาล่ะ เจ้าเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะมากครั้งที่สุดบนเวที ดังนั้นเจ้าจึงมีสิทธิ์เลือกคู่ต่อสู้ก่อนเป็นคนแรก เมื่อวนต่อสู้จนครบก็จะได้จบการคัดสรรศักดิ์สิทธิ์เสียที”ผู้นำนิกายคนหนึ่งกล่าว


“ผู้น้อยสามารถเริ่มกำหนดชื่อผู้ท้าทายได้เลยใช่หรือไม่”


สิ่งที่เรียกว่าการกำหนดชื่อผู้ท้าทายก็คือ หากท่านต้องการจะท้าทายใคร ก็จงตะโกนชื่อคนๆนั้นออกมา และอีกฝ่ายก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไปโดยปริยาย


ทั้ง 20 คนหันมาสบตากัน ข้ามองเจ้า เจ้ามองข้า  และรีบหันมองไปยังรอบๆเพื่อเฟ้นหาคู่ต่อสู้ของตนเอง


นี่นับเป็นหนึ่งในการทดสอบพลังแห่งความสังเกตและการตัดสินใจ อีกด้วย


ทันใดนั้นเอง หนึ่งใน20อันดับก็พลันเอ่ยปาก “ข้าขอท้าทายกู่ฉิงซานแห่งนิกายร้อยบุปผา”


ผู้ชมโดยรอบตกตะลึง


คนแล้วคนเล่าเบนสายตามายังกู่ฉิงซานและซิวซิว


“ศิษย์พี่ … ” ซิวซิวเอ่ย


“ไม่เป็นไรหรอก” กู่ฉิงซานยิ้ม


เขามองไปยังคนที่เอ่ยกล่าว และพบว่าแท้จริงแล้วคนๆนั้นก็คือคนที่พึ่งคุกเข่าต่อหน้าเขาเมื่อครู่นั่นเอง


ต้องการที่จะได้รับชื่อเสียงจนเป็นบ้าไปแล้วหรือไร?


เหลิงเทียนสิงที่เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินตะคอกออกมาคำหนึ่ง “กู่ฉิงซานมิได้อยู่ใน 20 อันดับแรก หากเจ้าต้องการจะท้าทายใคร ขอจงท้าทายผู้ที่อยู่ในขอบเขตดังกล่าวด้วย”


คนผู้นั้นกล่าว “ทว่าตามกฏการคัดสรรศักดิ์สิทธิ์ หากผู้ที่อยู่ใน 20 อันดับแรกต้องการที่จะท้าทายใคร คนผู้นั้นก็ไม่อาจจะอยู่เหนือไปกว่าการตัดสินใจได้”


นี่ก็ใช่ว่าจะไม่ถูกต้อง ทว่ามันเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีใครเคยทำมาก่อนเลย


สำหรับผู้ที่ไม่ได้แม้แต่จะอยู่ใน 20 อันดับแรก ย่อมแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องอ่อนด้อยยิ่งกว่า


หากเจ้าเป็นผู้เข้มแข็ง แล้วเหตุใดจึงต้องไปท้าทายผู้อ่อนแอให้ฝูงชนดูถูกด้วยเล่า?


นับประสาอะไรกับศิษย์จากนิกายต่างๆ ดังเช่นนิกายร้อยบุปผา ด้วยเหตุผลในเรื่องการรักษาประเพณี ทางนิกายจึงส่งพวกเขามาเพื่อเป็นพยานในการทดสอบประจำปีเท่านั้น มิได้ตั้งใจจะให้ขึ้นไปบนเวที


หนิงเยว่ฉานเอ่ยปาก “การที่นิกายร้อยบุปผาเดินทางมายังที่นี่ เพียงเพื่อเข้าร่วมพีธีเท่านั้น พวกเขามิได้ขึ้นไปบนเวทีมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการท้าทาย”


คนผู้นั้นเริ่มที่จะลังเล เมื่อเห็นว่ามีสองคนเอ่ยขัดเขา


หลี่ฉางอันยืนขึ้นในทันใด เขาหัวเราะฮิฮะและเอ่ย “เจ้าช่างยอดเยี่ยมนัก มีความกล้าหาญอย่างเหลือล้น กล้าที่จะท้าทายศิษย์ของนักปราชญ์ ดียิ่ง! ผู้ฝึกยุทธที่น่าสนใจมันต้องเป็นเช่นนี้ กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าแม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก!”


“ณ ขณะนี้ ไม่สำคัญหรอกว่าเจ้าจะได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้ ทว่าอารามชิงหยุนของเรายินดีต้อนรับเจ้า!”


‘ไม่สำคัญหรอกว่าจะได้รับชัยชนะหรือพ่ายแพ้’


‘ผู้ฝึกยุทธที่น่าสนใจมันต้องเป็นเช่นนี้’


ชายคนนั้นได้ฟังก็ตระหนักได้ในทันที และผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆที่ได้ฟังก็เข้าใจถึงความนัยของประโยคดังกล่าวนี้เช่นกัน


‘จงออกไปต่อสู้เสีย แล้วพวกเจ้าจะได้เข้าสู่นิกายชิงหยุน!’


ได้เข้าสู่นิกายชิงหยุน ที่เป็นนิกายภายใต้ตนตัวอย่างนักปราชญ์ ตัวตนที่ผู้คนทั่วโลกไม่มีใครหาญกล้าจะยั่วยุ ตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ!


ฝั่งหนึ่งเป็นนิกายร้อยบุปผาที่ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คน อีกด้านหนึ่งคือนิกายชิงหยุนที่ผู้คนต่างก็ให้การยอมรับ


เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว นิกายชิงหยุนนี่แหละคือเส้นทางที่จะสามารถใช้ปีนป่ายขึ้นสู่สวรรค์ได้อย่างแท้จริง!


ทันใดนั้นผู้คนใน 20 อันดับแรกต่างก็ลุกขึ้นและตะโกนเสียงดังลั่น


“เหตุใดพวกเราจึงไม่อาจท้าทายได้?”


“เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบประจำปี เหตุใดจึงมีสิทธิพิเศษอยู่เหนือผู้อื่น ถึงไม่อาจยอมรับการท้าทายนี้?”


“แน่นอนว่าพวกเราย่อมเคารพท่านนักปราชญ์ ทว่าเขาไม่ใช่นักปราชญ์!”


“แม้จะมิได้อยู่ใน 20 อันดับ ทว่าเขาก็เป็นผู้ฝึกยุทธมิใช่หรือ!?”


ผู้ฝึกยุทธรุ่นใหญ่หันมาสบตากัน ข้ามองเจ้า เจ้ามองข้า พวกเขาเริ่มรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย


ผู้ฝึกยุทธชั้นยอดกลุ่มต่างๆก็บังเกิดเสียงเซ็งแซ่ เว้นไว้เพียงหนิงเยว่ฉานกับเหลิงเทียนสิงที่ยังคงเงียบ


‘จริงๆแล้วมันเป็นเพราะก่อนหน้านี้ที่กู่ฉิงซานดันทำตัวโดดเด่นมากเกินไป แถมยังใช้นักปราชญ์นำพาขึ้นมายังวังสวรรค์’ หนิงเยว่ฉานพึมพำถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกริษยาและเกลียดชังได้โดยง่าย


ดั่งเช่นที่คนผู้นี้กำลังกระทำ เขากำลังต้องการที่จะให้กู่ฉิงซานรู้สึกเสียหน้า และการที่สามารถทำเช่นนั้นได้พวกเขาก็จะมีความสุข


กู่ฉิงซานมองไปยังพวกเขาและกล่าวด้วยความรู้สึกที่เริ่มจะตื่นเต้น ตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เขายืนขึ้น หนึ่งฝ่ามือประสานหนึ่งกำปั้น ขนานกับหน้าอก โค้งคารวะพอเป็นพิธีและกล่าว “ฟังข้าอธิบายก่อน”


เขากล่าวอย่างจริงใจ “เรื่องราวในครานี้ พวกเจ้ากำลังเข้าใจผิด”


กู่ฉิงซานกล่าว “มิใช่ว่าข้ามิอยากต่อสู้ ทว่าก่อนที่พวกเราจะจากมา ท่านนักปราชญ์เป็นคนเอ่ยปากสั่งเองว่าห้ามมิให้เราต่อสู้”


คนที่เอ่ยขอท้ากู่ฉิงซานคนแรกเดิมทีเตรียมจะกล่าวโต้แย้ง เมื่อเขาเอ่ยจบ


อย่างไรก็ตาม เมื่อกู่ฉิงซานดันเอ่ยคำดังกล่าวนี้ออกมา คนผู้นั้นจึงชะงักงัน ไม่อาจเอ่ยโต้แย้งได้


นักปราชญ์


คำสั่งของนักปราชญ์


นักปราชญ์ไม่อนุญาติให้ต่อสู้


ดังนั้นข้าจึงไม่อาจต่อสู้กับเขาได้


ผู้ฝึกยุทธ 20 อันดับแรกบนเวที หันมาสบสายตากัน


หากมีเรื่องเกี่ยวกับคำสั่งห้ามของอาจารย์เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วพวกเขาจะสามารถหักล้างคำกล่าวนั้นได้อย่างไร? จะใช้อะไรโต้แย้ง?


ก่อนหน้านี้ก็ล่วงเกินนิกายไปแล้ว คราวนี้คิดจะล่วงเกินนักปราชญ์อีก?


นี่มันคงเกินไปหน่อย กำไรที่จะได้มันไม่มากพอหากเทียบกับการสูญเสีย


ทั้งหมดกลายเป็นบื้อใบ้


ซิวซิวที่กำลังมองฉากนี้ จู่ๆก็เอ่ยออกมาอย่างเงียบๆ “ศิษย์พี่ นี่มันค่อนข้างแปลก”


“แปลกอย่างไร?” กู่ฉิงซานถาม


“เห็นได้ชัดว่าท่านกำลังทำตัวไร้ยางอาย ทว่าเหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าท่านหล่อเหลาไม่เบาเลย”


หลี่ฉางอันกระแอมไอและกล่าว “เจ้ากำลังจะบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ท่านนักปราชญ์ให้คำแนะนำ?”


“ถูกต้อง” กู่ฉิงซานกล่าว


ในหัวใจของหลี่ฉางอันยังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทว่าเขาก็ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาอยู่ครู่หนึ่ง ทำได้เพียงปล่อยให้สถานการณ์ตกอยู่ในการควบคุมของอีกฝ่าย


นี่ข้าจะต้องปล่อยเขาไปจริงๆน่ะหรือ?


นี่มันเป็นโอาสที่ดีที่สุดที่จะได้ตอกหน้ามันต่อหน้าคนอื่นๆเชียวนะ


เพียงมองดูว่ากู่ฉิงซานไม่คิดจะขึ้นมาบนเวที ราวกับว่าเขากำลังขาดความมั่นใจในตนเอง เกรงกลัวว่าจะแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม


ทว่าหากกู่ฉิงซานใช้ชื่อของนักปราชญ์มาบังหน้า พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากยอมแพ้


หลี่ฉางอันลอบเบนสายตาไปยังหนิงเยว่ฉาน และเห็นว่าสายตาของนางที่กำลังตกอยู่บนร่างของกู่ฉิงซานช่างดูอ่อนโยนยิ่ง มุมปากของนางยกสูงขึ้น เผยรอยยิ้มน้อยๆ


หลี่ฉางอันขบฟันแน่น ความไม่พอใจพุ่งทะยานสูง


“เจ้าจะไม่ขึ้นไปบนเวทีจริงๆ?” หลี่ฉางอันมองไปยังกู่ฉิงซาน และสลับไปมองซิวซิวอีกครั้งและกล่าว “มิใช่ว่านั่นเป็นคำสั่งที่มีไว้สำหรับเด็กน้อยคนนั้นหรอกหรือ หากเป็นเด็กนั่น ท่านนักปราชญ์จะเอ่ยสั่งออกมามันก็ไม่นับว่าแปลกอันใด ว่าแต่ท่านนักปราชญ์ส่งเด็กสาวผู้นี้มายังที่นี่ทำไมกัน หรือว่านางใช่เป็นลูกของเจ้า?”


แม้จะดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับคำกล่าวที่แสนธรรมดานี้


อย่างไรก็ตาม หากขบคิดสักเล็กน้อย คุณจะพบว่านี่มันช่างเป็นคำกล่าวเลวทรามและส่อเจตนาให้ผู้คนเข้าใจผิดมากเกินไป


นิกายร้อยบุปผามีสาวกเพียงน้อยนิด ดังนั้นการที่ปรากฏเด็กคนหนึ่งขึ้นย่อมนำไปสู่การคาดเดามากมายนับไม่ถ้วน


“หลี่ฉางอันนี่เจ้ากำลังคิดจะกล่าวสิ่งใด!?” หนิงเยว่ฉานกล้าวด้วยความโกรธ


“ข้าเพียงถามถึงที่มาของเด็กน้อย ต้องการทราบว่าบิดามารดาของนางมาจากที่ใด แท้จริงแล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” หลี่ฉางอันรีบกลับคำอย่างรวดเร็ว


เขาได้พิสูจน์แล้วว่า เขามิได้ถามออกไปด้วยเจตนาร้าย เพียงแต่ถามออกไปอย่างบริสุทธิ์ใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเด็กสาวว่ามีที่มาอย่างไร เนื่องเพราะผู้ฝึกยุทธทุกคนที่เข้ามายังที่นี่ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ถูกสอบถามถึงที่มาแทบทั้งสิ้น


ทว่าประโยคก่อนหน้าที่เขาได้เอ่ยออกไป ได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจของผู้คนโดยรอบเสียแล้ว ทั้งหมดต่างจินตนาการไปต่างๆนา เสียงนินทาว่าร้ายจากเดิมที่เพียงกระซิบกระซาบ เริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ


ซิวซิวไม่ได้เอ่ยคำใด


เนื่องเพราะบิดาของนางได้ล่วงลับไปแล้ว


และนางก็ทนทุกข์ทรมานอย่างยากลำบาก จนในที่สุดก็ค่อยๆฟื้นตัวกลับมาได้อย่างช้าๆ


ประโยคดังกล่าวนี้เลวร้ายเกินไป มันราวกับมีดแหลมที่เสียบแทงเธอ


กู่ฉิงซานกัดฟันกรอด ปากเผยอขึ้นจนเห็น ซี่ฟันที่เรียงรายเป็นแนวเดียวกัน


เขาวางซิวซิวลงและเห็นว่าขอบตาของเด็กสาวเริ่มแดงเรื่อ หยาดน้ำตาหลั่งรินลงมาข้างแก้ม ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ปลายคางของเธอเป็นรูปหยดน้ำ


ในหัวใจของกู่ฉิงซานเจ็บแปล่บ แต่เขาก็ยังเอ่ยปากออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ซิวซิว จงฟังศิษย์พี่ของเจ้า!”


“อื้อ”


“ตอนนี้ศิษย์พี่ของเจ้าจะออกไปผ่อนคลายเสียหน่อย”


“อื้อ”


“ตอนนี้ศิษย์พี่รู้แล้วว่าตนได้ทำผิดพลาดไป ต้องขออภัยเจ้าด้วย ศิษย์พี่ของเจ้าจะรีบแก้ไขมันทันที”


“เอ๋?”


เด็กสาวตัวน้อยปาดน้ำตา และเผยให้เห็นถึงความฉงนเล็กน้อยบนใบหน้า


แต่เธอกลับเห็นแค่เพียงแผ่นอกของกู่ฉิงซานที่กำลังโอบกอด เขาอุ้มเธอตรงไปยังหนิงเยว่ฉานและกล่าว


“ช่วยดูแลซิวซิวแทนข้าด้วย”


กล่าวจบ โดยที่ไม่ต้องรีรอให้หนิงเยว่ฉานเอ่ยรับ เขาก็กระโจนขึ้นไปบนเวทีจตุรัสทันที


ดาบพิภพปรากฏขึ้นจากในอากาศที่ว่างเปล่า และถูกคว้าจับในกำมือของกู่ฉิงซาน


เขายกดาบขึ้น และชี้ไปยังผู้ฝึกยุทธที่อยู่ใน 20 อันดับแรกของการทดสอบประจำปี ก่อนเอ่ยปากกล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าอยากจะสู้นัก ก็จงเข้ามา เข้ามากันเสียให้หมด ข้าจะได้พิชิตชัยในทีเดียว”


“แล้วก็เจ้าด้วย”


เขามองไปยังหลี่ฉางอัน “เจ้ากำลังรู้สึกว่าคำกล่าวของตนนั้นช่างชาญฉลาดยิ่งนัก ถูกต้องไหม?”


เจตนาฆ่าอันน่าสยองขวัญทะลักล้นออกมาจากหัวใจของกู่ฉิงซาน ทว่าน้ำเสียงของเขากลับยังคงสงบราวกับน้ำนิ่ง


“บัดนี้สมใจปรารถนาของเจ้าแล้ว จงขึ้นมาทุกข์ทรมานและตกตายลงเบื้องหน้าข้าซะ!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.276K ครั้ง

3,750 ความคิดเห็น

  1. #2313 NENE-NEKO-PRM (@NENE-NEKO-PRM) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 18:24
    มุงเจอแน่!!!! บังอาจทำน้องงงง
    #2313
    0
  2. #2101 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 14:53
    แตะพี่ได้แต่อย่าแตะน้อง นางเซียนกับศิษย์พี่ดูแลกันมาอย่างดี จะมาให้น้องจมกับความเศร้าเพราะปากสุนัขไม่ได้ ต้องปาดปากให้ลึกจนพูดไม่ได้
    #2101
    0
  3. #1763 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 05:39

    น้องข้าใครอย่าแตะ

    #1763
    0
  4. #1728 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 20:13
    บังอาจยุ่งกับโลลิ ตายอีกสิบทีก็ไม่สาสม!
    #1728
    0
  5. #1666 Ambababobo (@pubpab211) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 15:36
    ค้างสิแบบนี้
    #1666
    0
  6. #1665 InariShinomiya (@InariShinomiya) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 14:41
    รังแกโลลิเหรอพี่หมีตบมันเลย
    #1665
    0
  7. #1664 Unknown_EIEI (@Unknown_EIEI) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 13:50
    เห้ย มีกลุ่มลับป่าวแวร๊~
    #1664
    5
    • #1664-1 Coloriz (@investible) (จากตอนที่ 114)
      31 ตุลาคม 2562 / 15:03
      มีครับ
      #1664-1
    • #1664-5 Acccelerator (@Acccelerator) (จากตอนที่ 114)
      31 ตุลาคม 2562 / 15:56
      พิมชื่อเรื่องใน google มันก็จะชึ้นมาเอง
      #1664-5
  8. #1663 Qsadgu (@Qsadgu) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 11:12
    ข้ารอเจ้านานมากข้าก็รอต่อไปข้าว้าจะยังไม่เข้ามาอ่านแต่ก็อดไม่ได้อีกหือๆๆ
    #1663
    0
  9. #1662 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 10:32
    ป๊าดดดดดดดด//ออกมาคำเดียวโดดๆ
    #1662
    0
  10. #1661 โม่​ โฉว (@Chisae) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 06:36

    แน่จิงก็เข้ามา!!

    #1661
    0
  11. #1660 แสงสุรย (@0612549913) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 03:26
    เจ็บ...ค้างมากอยากได้อีกตอนแต่...เฮ้อ ช่างเถอะหาเพลงฟังกล่อมให้กลับดีกว่า
    #1660
    0
  12. #1659 Ruangchai Rattanakittikul (@aioros13) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:20
    นิสัยเสียมากๆ จัดการมันให้หนักเลย
    #1659
    0
  13. #1658 OatSupsanat (@OatSupsanat) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:02
    ค้างเกินจนไปอ่านเรื่อนอืนไม่ อารมณ์แบบค้างจนหายใจไม่ออก😖😖😖
    #1658
    1
  14. #1657 Ecripstich (@Ecripstich) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:01
    น่าจะดองอีกสักตอน เจ็บปวดเหลือเกินฮรืออออ
    #1657
    0
  15. #1656 Ppprt (@Ppprt) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:00
    คนอ่านนี่แหละทุกข์ทรมานที่สุด😂😂
    #1656
    0
  16. #1655 อีกาดํา (@0811791477Jame) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:10
    ค้างงงง
    #1655
    0
  17. #1654 imremix (@puun2308) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:56
    ครั้งนี้ ค้างเกินทนจนต้องมาเม้นจริงๆ
    #1654
    0
  18. #1653 MannyROB (@MannyROB) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:49
    ฆ่ามันให้หมด จะได้ไม่มีใครกล้าตอแย
    #1653
    0
  19. #1652 Kn_nann (@Kn_nann) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:38
    จัดการมันเลยลูกเพ่!!!

    ตัวประกอบเกรดDน่ะ ทำให้มันหายไปสะ!!!
    #1652
    0
  20. #1651 PANTHER. (@PhuPhawat) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:34
    แม่งเอ๊ยยยย น่าจะดองต่ออีกซัก 3-4 ตอน
    #1651
    0
  21. #1650 Iด็กช่าJ (@timkijja4) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 22:12
    เรียบๆ มาเต็มๆ
    #1650
    0
  22. #1649 gunncisth (@gunncisth) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:49
    ฆ่ามันนนนนนนนน
    #1649
    0
  23. #1648 EReNoR (@tamtummai) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:27
    เต็มๆกับความค้างงงง
    #1648
    0
  24. #1647 nightmask (@whiz-fate) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:17
    ค้างงงงง
    #1647
    0
  25. #1646 min_nn!! (@zatiara2541) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 20:58
    ค้างงง
    #1646
    0