หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online

ตอนที่ 104 : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.104 - ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,190 ครั้ง
    19 ต.ค. 62

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.104 - ทางเลือก


นี่ฉันจะต้องตัดสินใจจริงๆหรอ?


กู่ฉิงซานค่อนข้างลังเล หลังจากทั้งหมดนี้ดูเหมือนว่าจะไม่เคยมีใครคนใดเลือกเทคนิคสนับสนุนชีวิตอย่างสายฟ้า(เล่ย) และไฟฟ้า(เดี๋ยน) มาก่อนเลย


ในช่วงวันสิ้นโลก ทุกคนต่างต้องการที่จะมีชีวิตรอด ผู้ที่สามารถกระตุ้นธาตุสายฟ้าได้ ก็ย่อมต้องเลือกเทคนิคล่าสังหารอย่างสายฟ้าคำรน(เล่ยถิง) ที่จะช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งในยามต่อสู้ของตนอยู่แล้ว ใครมันจะไปสนใจเทคนิคสนับสนุนชีวิตกัน?


นอกเหนือจากนั้น ยังมีผู้ฝึกยุทธและผู้เล่นจำนวนมากเกินไป พวกเขาต่างแก่งแย่งทรัพยากรด้านต่างๆเพื่อหมายมุ่งจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นั่นทำให้การจะก้าวข้ามขอบเขตใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ


การปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมันมีบทบาทที่จะชี้ขาด อนาคตกว่าครึ่งของเหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหมด


ดังนั้นด้วยประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้า กู่ฉิงซานจึงไม่เต็มใจเสี่ยงเลือกเทคนิคสังหารสายฟ้าคำรน(เล่ยถิง) แม้ว่าในความเป็นจริงมันจะต้องทำกำไรให้เขามหาศาลอย่างแน่นอนเลยก็ตาม


หลังจากทั้งหมดนี้ ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางในอนาคตของฉัน หากเกิดความผิดพลาดแม้เพียงหนึ่ง มันก็จะก่อให้เกิดผลกระทบขนาดใหญ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง


ส่วนเทคนิคสนับสนุนชีวิตสายฟ้า(เล่ย) และไฟฟ้า(เดี๋ยน) ในช่วงชีวิตก่อนหน้า กู่ฉิงซานไม่เคยเห็นใครใช้มันมาก่อนเลย


บางทีอาจเพราะ มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับหรือดึงดูดความสนใจจากผู้คนเป็นวงกว้าง


สกิลแบบใดกันที่ไม่เคยมีผู้ใดคิดจะเลือกใช้มันออกมาเลย?


กู่ฉิงซานเงียบไปเล็กน้อย


ติ๊ง!


เสียงของระบบได้ดังขึ้น


“ถึงเวลาแล้ว โปรดทำการเลือก”


“ฉันเลือกเทคนิคสนับสนุนชีวิต” กู่ฉิงซานขบฟันกล่าวตัดสินใจ


ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา เส้นบรรทัดตัวอักษรทั้งหมดที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็หายวับไปในอากาศที่ว่างเปล่าโดยสมบูรณ์


สรรพเสียงของทั้งสวรรค์และโลกหวนกลับคืนมาอีกครั้ง


มีเพียงเฉพาะเสียงฟ้าร้องในท้องฟ้าเท่านั้นที่หายไปโดยสิ้นเชิงทว่ามันก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหวีดของแมลง เสียงปลาแหวกว่ายลงไปในธารน้ำ เสียงคำรามของร้อยอสูรที่อยู่ในป่าเขา หรือสรรพเสียงอื่นๆเขากลับสามารถได้ยินมันอย่างชัดเจน


ในที่สุด สันเขาโดยรอบก็พลันกลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง


เขาเงยหน้าขึ้น และจ้องมองสายฟ้าแลบที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ มันสว่างปลาบแปลบอยู่เนิ่นนานบนท้องฟ้า นอกจากตัวมันแล้วทั่วทั้งสวรรค์และโลกต่างก็ไม่มีอื่นใดแตกต่างออกไปเลย


แสงสว่างสลับกับความมืด หมุนเวียนกันเฉิดฉายสลับกันไปมา ผืนดินแผ่ไพศาล ท้องฟ้าเงียบสงบ


ณ เวลานั้นเอง ตรงสุดเส้นขอบฟ้า กู่ฉิงซานก็เห็นว่ามีมังกรอัสนีบินออกมาจากท่ามกลางสายฟ้าแลบ ค่อยๆโบยบินร่อนลงมาอย่างช้าๆและตกลงบนร่างของกู่ฉิงซาน


กู่ฉิงซานค่อยๆถอนตัวออกจากอาณาจักรอันน่าอัศจรรย์ใจนี้


บนหน้าต่างระบบเทพสงคราม ปรากฏเส้นแสงบรรทัดหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


“ปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ : สายฟ้า(เล่ย) ไฟฟ้า(เดี๋ยน)”


“นี่คือพลังที่พระเจ้าใช้เชื่อมต่อสวรรค์และโลก อย่างไรก็ตาม พลังของทัณฑ์ปีศาจก็ยังคงมีผลอยู่ มันจะช่วยให้ผู้เล่นสร้างความเสียหายต่อเผ่ามารเพิ่มขึ้น 30 %”


“พลังศักดิ์สิทธิ์ขั้นแรก : ชิกง(สูญสิ้นการควบคุม) ได้ถูกเปิดออกแล้ว”


“ชิกง : หลังจากที่สิ่งมีชีวิตใดๆถูกพลังวิญญาณเล่ยเดี๋ยนของคุณฟาดเข้าใส่ร่างกาย พวกเขาจะสูญเสียการควบคุมร่างกายชั่วขณะเป็นเวลา 1 วินาที”


กู่ฉิงซานชะงักงันไปในทีแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นมีความสุขอย่างยิ่งยวด


นี่เป็นสกิลสตั๊นท์ที่เหมาะสมและสอดคล้องสำหรับผู้ฝึกดาบที่เน้นพลังทำลายล้างเป็นอย่างมาก ด้วยสกิลชิกงนี้ จะช่วยหนุนเสริมประสิทธิภาพในการใช้ดาบได้มากมายจริงๆ


แม้ 1 วินาทีจะเป็นระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม 1 วินาทีก็นับว่าเพียงพอแล้วที่ผู้ฝึกดาบอย่างกู่ฉิงซานจะใช้มันลงมือสังหาร


นอกจากนี้เทคนิคสนับสนุนชีวิตเล่ยเดี๋ยนนั้นเกิดจากพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นกู่ฉิงซานย่อมเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าเมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ก้าวขึ้นสู่ขั้นสอง ขั้นสาม พลังของมันจะต้องยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นอย่างแน่นอน


มันจะเป็นการดีกว่าที่จะใช้สกิลดาบเป็นเทคนิคสังหารแทนที่ ‘สายฟ้าคำรน(เล่ยถิง)’ และใช้เทคนิคสนับสนุนชีวิตเล่ยเดี๋ยนสนับสนุนบางสิ่งที่สกิลดาบทำไม่ได้แทน


ในช่วงเวลานี้เขารู้สึกดีใจมากจริงๆที่ได้เลือกเทคนิคการใช้ชีวิตเล่ยเดี๋ยน


เมื่อขบคิดได้ถึงจุดนี้ กู่ฉิงซานก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไป


ปรากฏกลุ่มแสงไฟฟ้าอันผันผวนขึ้น มันลอยอย่างคงที่อยู่บนฝ่ามือของเขา


กู่ฉิงซานกำแสงไฟฟ้า ก่อนจะชกออกไปยังผนังด้านหนึ่งภายในเตาหลอม


บนผนังด้านในของเตาหลอม พลันปรากฏเส้นสายฟ้าที่แลดูคล้ายกับมังกรแหวกว่ายออกไปในทันทีพร้อมกับส่งเสียงดังเปร๊ยะๆ


“ดาบข้าจงปรากฏ” เขาตะคอกคำหนึ่ง


ดาบพิภพโผล่ออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าร่วงหล่นลงสู่มือของกู่ฉิงซานอย่างอ่อนโยน


กู่ฉิงซานทำการกระตุ้นพลังวิญญาณและพบว่าพลังวิญญาณในตันเถียนมีคุณสมบัติธาตุเพิ่มเข้าไปแล้ว


มันคือคุณสมบัติธาตุสายฟ้าเล่ยเดี๋ยน


กู่ฉิงซานกระชับดาบและถือมันไว้อย่างเงียบๆ


แสงสลัวจางๆค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบดาบ


ไม่นานนักมันก็สว่างขึ้นจนเปล่งประกายสดใส


ปรากฏเส้นสายฟ้าที่คดเคี้ยวเวียนว่ายอยู่รอบใบดาบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันดูราวกับสามารถตัดสินเป็นตายของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลลงได้ ภายในเตาหลอมอันมืดมิด ปรากฏแสงสว่างปลาบแปลบเป็นเงาสลัวๆสะท้อนไปมาอย่างแผ่วเบา


ภายนอกเตาหลอม ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงการมาถึงของพลังอันลึกลับนี้


“เอ๋? เหตุใดสายฟ้าจึงปรากฏขึ้น? ศิษย์พี่สามมิใช่ผู้ใช้ธาตุสายฟ้านี่” ซิวซิวงึมงำด้วยความประหลาดใจ


ทว่าดูฉินเซี่ยวโหลวจะสมองไวกว่ามาก เขาเอ่ยกล่าวในทันที “ช่างหาได้ยากยิ่งจริงๆ ทั้งๆที่นี่เป็นเพียงแค่การทะลวงขอบเขตใหญ่ครั้งแรกแท้ๆ ทว่าเขากลับถึงขั้นสามารถปลดผนึกพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าขึ้นมาได้ หากเป็นในกรณีนี้แล้วล่ะก็ ต่อให้การทะลวงเข้าขอบเขตใหม่ครั้งต่อไป เขาจะล้มเหลวในการปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ มันก็ไม่สำคัญแล้ว”


ห่านขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจบรรเทาความตรึงเครียดอย่างโล่งอก


ณ แนวหน้า


“ฮ่าฮ่าฮ่า เทคนิคสนับสนุนชีวิต! นั่นมันเทคนิคสนับสนุนชีวิต! ยอดเยี่ยมจริงๆ ในที่สุดก็พิสูจน์ได้แล้วว่าข้านักปราชญ์ไม่ได้มองคนผิดไป!”


ทั้งทั่วค่ายทหารล้วนต่างได้ยินเสียงของนางเซียนไป่ฮั่วที่กำลังระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


หลายคนหันมามองหน้ากัน และไม่อาจรับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่


นักบวชหน้าแดงลังเลชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกล่าว “ท่านนักพรต คิดว่านางจะเป็นอะไรไหม?”


“อะไร เจ้ากังวลกระนั้นหรือ?” นักพรตชราถาม


“ในชีวิตนี้ข้าไม่เกรงกลัวอะไรมากมายนักหรอก นอกเสียจากมารสวรรค์ระดับมารนักปราชญ์ที่อาจมีพลังถึงขั้นสามารถกัดกินจิตของนักปราชญ์ได้ … ” นักบวชเต๋าหน้าแดงกำลังเอ่ยกล่าว


เพื่อฟังถึงจุดนี้ สีหน้าของนักพรตชราก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นทะมึนทึบ


เขาลุกขึ้นยืนและกล่าว “หรือพวกเราสมควรต้องมาตรวจดูด้วยกัน”


“ตกลง ไปตรวจด้วยกันย่อมดีกว่า” นักบวชเต๋ากล่าวด้วยความเคารพ


ณ พระราชวังร้อยบุปผา


เมื่อได้รับการยืนยันถึงความสำเร็จของกู่ฉิงซาน ห่านขาวก็เตรียมจากไปทันที เหลือทิ้งไว้เพียงฉินเซี่ยวโหลวและซิวซิว


“ที่นี่ถูกวางเอาไว้ด้วยค่ายกลมากมาย นอกจากนี้ยังมีเม็ดยารักษา อาหารวิญญาณ อีกจำนวนหนึ่ง มันน่าจะเพียงพอสำหรับเจ้าที่จะใช้หลอมรวมขอบเขต”


“พวกเราจะไม่อยู่รบกวนเจ้าทีนี่ แต่จะแวะมาเยี่ยมเยียนอีกครั้งในวันพรุ่ง”


ห่านขาวกล่าวคำเหล่านี้ และโผบินจากไป


กู่ฉิงซานจะได้มีโอกาสที่จะค่อยๆสัมผัส หลอมรวม และทำความเข้าใจต่อขอบเขตก่อตั้งอย่างช้าๆ


ว่ากันว่าในเวลาดังกล่าวนี้ มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะเรียกใช้พลังวิญญาณอย่างเต็มกำลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพของพื้นฐานวรยุทธ


อย่างไรก็ตาม กู่ฉิงซานกลับไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เขาแทบจะไม่ได้หลบหนีหรือเหยียบย่างเข้าสู่ความตายเลย  สภาพจิตใจของเขาจึงสดใสและดียิ่ง นั่นหมายถึงการจะหลอมรวมเข้ากับขอบเขตใหม่โดยสมบูรณ์จึงไม่จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาที่เนิ่นนานเกินไป


กู่ฉิงซานจมหายเข้าไปในห้วงความคิด


เดิมที ดูเหมือนว่าลำดับเวลาของช่วงเวลานี้ค่อนข้างจะผันผวน และจริงๆแล้วมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองโลก เป็นไปได้ไหมว่าร่างที่ถูกตรึงบนเสายักษ์สีบรอนซ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย?


กู่ฉิงซานคิดเกี่ยวกับมันและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นเกรงเล็กน้อย


ต้องเป็นการดำรงอยู่ในระดับใดกัน จึงจะสามารถอยู่เคลื่อนผ่านมิติและกระแสเวลาได้ แถมยังสามารถแทรกแซงและลากเขาจากในมิติอื่นเข้าไปยังมิติของตนเองได้อีกด้วย


นอกจากนี้ มันยังมีความสามารถในการตรวจจับขั้นสูงยิ่ง และฉวยโอกาสจากในตอนที่เขากำลังข้ามสู่ขอบเขตใหม่ เพื่อชักนำจิตเทวะของเขากลับมา


สิ่งนี้แทบจะเป็นเรื่องใกล้เคียงกับคำว่าปาฏิหาริย์ อย่างน้อยกู่ฉิงซานที่มีประสบการณ์สองช่วงชีวิตก็ยังไม่เคยพบเห็นตัวตนที่สามารถทำเช่นนั้นได้มาก่อน


อย่างไรก็ตาม การดำรงอยู่ของของตัวตนอันน่าสยองขวัญที่กล่าวมานี้ ยังคงถูกตรึงอยู่บนเสายักษ์สีบรอนซ์ และไม่แม้แต่จะสามารถขยับเขยื้อนได้


ทว่าผู้ใดกันเล่าที่เป็นคนตอกตรึงเขา?


แต่อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน นั่นก็คือร่างภายใต้เกราะสีดำนั้น จำต้องใช้ความคิดและพลังงานอย่างแรงกล้า ดลจิตสัมผัสเทวะของตนจึงจะสามารถเห็นเขาได้


เห็นได้ชัดว่ามันต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก ต้องการให้กระทำบางสิ่งบางอย่าง


และคำสุดท้ายที่มันเอ่ยออกมา ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยคที่เอ่ยถึงวิธีการจัดการกับเผ่ามาร


ทว่าช่างน่าเสียดายที่ดันถูกขัดจังหวะเสียก่อน และกู่ฉิงซานก็รู้ดีว่าคงไม่มีทางจะได้พบกับมันอีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น


“ธาตุทั้งห้าของทั้งสองโลก? นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”


จู่ๆกู่ฉิงซานก็พลันตระหนักได้ถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาอย่างกระทันหัน


เขามองไปยังหน้าต่างสถานะ และพบว่าช่วงเวลาที่นาฬิกาทรายแต่ละเม็ดของเขาที่กำลังร่วงหล่นนั้นเชื่องช้าลงเป็นอย่างมาก นี่ก็เป็นเวลาเกือบชั่วโมงแล้วที่เขากลับมา ทว่าเม็ดทรายที่ร่วงหล่นกลับมีเพียงแค่ไม่กี่เม็ดเท่านั้น


กระแสของเวลาดูท่าจะเกิดความผันผวนขึ้นจริงๆ


การเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงในโลกจริง มีอิทธิพลร้ายแรงต่อการไหลเวียนของกระแสเวลาระหว่างสองโลก


เรื่องประหลาดแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมากู่ฉิงซานก็พึ่งเคยได้พบได้เห็น เขาไม่มีทางรู้ได้ว่าจะแก้มันให้ดีได้อย่างไร


กู่ฉิงซานถอนหายใจ


อย่างไรก็ตาม เกรงว่าในครั้งนี้ เขาคงจะต้องอยู่ในโลกแห่งผู้ฝึกยุทธยาวนานยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน


แต่อย่างน้อยกู่ฉิงซานก็นับได้ว่ามีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง


นั่นก็คือเขาจะได้โยนเรื่องที่ยังไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้าอย่างเรื่องราวของในโลกจริงเอาไว้เบื้องหลังชั่วคราว และทำสมองให้โล่งและมุ่งให้ความสนใจกับเรื่องปัญหาในโลกใบนี้ที่ตัวเองต้องแก้


ในตอนนี้ทุกเรื่องราวที่ว้าวุ่นอยู่ในจิตใจได้ถูกตัดสะบั้นทิ้งไป เขาชักดาบพิภพออกมา ก่อนจะเริ่มฝึกฝนมันอย่างจริงจัง


ในเวลานี้ การหลอมรวมเข้ากับขอบเขตใหม่นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด


การฝึกฝนในครั้งนี้ กินเวลาทั้งวันทั้งคืน


เมื่อแสงวันใหม่ได้สาดส่อง กู่ฉิงซานก็หยุดฝึกฝน และเขานั่งลงพักผ่อนเริ่มต้นทำการควบคุมลมหายใจ


หลังจากนั้นไม่นาน ฉินเซี่ยวโหลวก็เดินถือถังขนาดใหญ่เข้ามา ดูจากฝีก้าวที่เชื่องช้า แสดงให้เห็นว่ามันคงหนักไม่น้อย


“นั่นมันคืออะไรกัน? ถังน้ำยาอาบสมุนไพรอย่างงั้นหรอ?” กู่ฉิงซานเอ่ยถาม


“ถังน้ำยาอาบสมุนไพรอะไรกัน นี่คืออาหารเช้าของเจ้า” ฉินเซี่ยวโหลวกล่าว


กู่ฉิงซานรีบโบกไม้โบกมือทันที “ข้ามิอาจกินได้มากมายขนาดนั้น”


มุมปากของฉินเซี่ยวโหลวยกสูงขึ้น เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าจะต้องกินมันจนหมดได้อย่างแน่นอน หากมิเชื่อก็ลองมากินดู”


กู่ฉิงซานเดินเข้าไป ก่อนจะยืดตัวแหงนคอมองลงไปในถัง


ทั้งหมดแลดูเหมือนจะเป็นข้าววิญญาณ ไม่สิ ทั้งหมดนี้คือเม็ดยาขนาดน้อยใหญ่ที่มีรูปทรงเหมือนกันเม็ดข้าวต่างหาก


“วัตถุดิบทั้งหมดนี้เป็นของศิษย์พี่ใหญ่ที่มอบมันให้แก่ข้า และก็นำมันมาปรุงแต่งเพื่อให้ดีที่สุดต่อร่างกายของเจ้า เจ้ากินมันเถอะ ข้าขอตัวก่อน” ฉินเซี่ยวโหลวกล่าว ก่อนจะผินตัวเดินจากไป


ภายในห้องโถง หลงเหลืออยู่แค่เพียงกู่ฉิงซานโดยลำพัง


จมูกของเขาขยับฟุดฟิด


กลิ่นหอมละมุนจริงๆ


นางเซียนไป่ฮั่วมอบวัตถุดิบให้ฉินเซี่ยวโหลวทำ อย่างน้อยมันย่อมไม่เลวร้ายเป็นแน่


เอาเถอะ แม้ว่าดูแล้วจะไม่มีทางกินหมด แต่อันดับแรกคงต้องลองชิมมันก่อน


กู่ฉิงซานยกชามบนโต๊ะ ก่อนจะตักเม็ดยาพูนๆขึ้นมาทัพพีหนึ่ง จากนั่นก็เปิดปากกิน


หากเพียงกลิ่นยังหอมละมุนขนาดนี้ ย่อมไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเรื่องรสชาติ 


ในขณะที่เขากำลังรับประทาน สายตาของกู่ฉิงซานก็เบนออกไปยังหน้าต่างระบบเทพสงครามที่เด้งขึ้นมา


“ผู้เล่นประสบความสำเร็จขั้นสูงในการทะลวงสู่ขอบเขตก่อตั้ง ขีดจำกัดพลังวิญญาณขยายไปเป็น 20 แต้ม”


“แต้มพลังวิญญาณปัจจุบัน : 640/20”


“พื้นฐานวรยุทธของผู้เล่นถูกยกระดับสูงขึ้น เริ่มทำตรวจเทคนิคดาบที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายและจิตเทวะของผู้เล่นจากหน่วยความจำ ผลตรวจที่ได้มีดังต่อไปนี้”


“เทคนิคดาบ : สู่สันติ”


“เทคนิคดาบ : เมฆาหลาก”


“เทคนิคดาบ : สี่ห้วงสมุทร”


“เทคนิคดาบ : ห้าวหาญต้านคลื่น”


…..


“เทคนิคลับ : ตัดจันทรา”


“เนื่องจากผู้เล่นมีความเข้าใจและประสบการณ์อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิคดาบทั้งหมด ดังนั้นจึงทำการลดค่าใช้จ่ายพลังวิญญาณที่ใช้ปลุกเทคนิคดาบลง”


“ปลุกเทคนิคดาบ ต้องจ่าย 5 แต้มพลังวิญญาณ ปลุกเทคนิคลับต้องจ่าย 10 แต้มพลังวิญญาณ”


เทคนิคดาบรวมกับเทคนิคลับ ทั้งหมดทั้งสิ้นในตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 20 ชุด


สายตาที่กวาดผ่านไปยังเทคนิคเหล่านั้นของกู่ฉิงซานดูจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะปลุกเทคนิคดาบทั้งหมดให้ตื่นขึ้นมา!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.19K ครั้ง

3,227 ความคิดเห็น

  1. #1992 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:47
    ครอบครัวนี้เรียกว่าน่ารักมากจริงๆค่ะ! อ่านแล้วมีนรู้สึกอบอุ่นประหลาดๆ
    #1992
    0
  2. #1991 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:47
    ครอบครัวนี้เรียกว่าน่ารักมากจริงๆค่ะ! อ่านแล้วมีนรู้สึกอบอุ่นประหลาดๆ
    #1991
    0
  3. #1990 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:47
    ครอบครัวนี้เรียกว่าน่ารักมากจริงๆค่ะ! อ่านแล้วมีนรู้สึกอบอุ่นประหลาดๆ
    #1990
    0
  4. #1345 VFX25s (@VFX25s) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 23:11
    ยิ่งกว่าเติมแล้ว งานนี้เรียกว่าเปย์รัวๆ
    #1345
    0
  5. #1344 Himezaka-Felina (@Himezaka-Felina) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:08
    อาจารย์เปย์หนักมาก
    #1344
    0
  6. #1343 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 21:52
    สกิลดาบเริ่มเยอะขึ้น สุดยอดดดด
    #1343
    0
  7. #1342 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 21:25
    เริ่มปั้มเวลปั้มสกิลแล้วววหลังจากนี้ต้องมีแต่เรื่องหนักๆแน่ๆ
    #1342
    0
  8. #1341 ลิงน้อย"ย (@0823965198) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:42
    อาจารย์​เติมทรูให้อีกกกก55555
    #1341
    0
  9. #1340 KawaiDeshouNE (@n-beauty-lovely) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:38
    แต้มเยอะมากกก ถึงเวลาเติมทรู5555
    #1340
    0
  10. #1339 oong_45 (@oong_45) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:32
    เทพดาบกลับมาแล้ว
    #1339
    0
  11. #1338 ehhhhdju (@ehhhhdju) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:26
    ว้าววว!!น้องกำลังจะเทพขึ้น
    #1338
    0
  12. #1337 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:13
    เติมทรูเต็มปากเต็มคำ
    #1337
    0