เกมรักพ่ายหัวใจ (E-Book)

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.ย. 63

  

sds

ถามว่าเธอกังวลไหมที่ต้องไปเจออนลเย็นนี้ ชมพูตอบไม่ถูกเหมือนกัน หากไม่นับเรื่องที่ตาเธอคอยมองเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ สิบนาที เพื่อรอเวลาเลิกงาน ตื่นเต้นเหรอ กังวลงั้นสิ ชมพูไม่รู้เลย หญิงสาวรู้แต่ว่า หลังจากวันนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม เมื่อเธอเลือกก้าวเดินไปในเส้นทางนี้

เธอจะตลบหลังเขาสำเร็จไหม

ถ้าเธอเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำล่ะ

จากที่เคยตั้งใจแน่วแน่ อยู่ดีๆ ก็ป๊อดขึ้นมา ถ้าเล่าให้เบญญาฟัง เพื่อนสาวคนสนิทของเธอ คงมีแต่ยุให้เลิกแผนนี้ซะ

เธอจะทำไปทำไม?

ชมพูแอบคิดขึ้นมาแวบหนึ่งอยู่เหมือนกัน บางทีเธออาจจะไม่ชอบใจในสิ่งที่เขาทำกับวงและเพื่อนสมาชิก เหตุผลนั่นดูจะไกลตัวเธอไปนิดหน่อย แต่เมื่อคิดถึงผลกระทบต่อข่าวที่มีหลังพี่นนท์โดนพักงาน มันส่งผลต่อเพื่อนเธอ

ทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือข้ออ้างนั่นแหละ ชมพูก็แค่อยากดัดสันดานผู้ชายคนหนึ่ง เพียงแต่เธอกำลังประมาณกำลังตัวเองผิดไปหรือเปล่านะ

ข้อนี้หญิงสาวก็กำลังสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน

“ชมพูเย็นนี้ไปไหนต่อหรือเปล่า” นิดที่นั่งทำงานข้างกันโผล่หน้ามาถามผ่านแผ่นพลาสติกกั้นระหว่างโต๊ะทำงาน

“หื้ม?” เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนร่วมงาน กำลังเบลออยู่ เกือบจะตอบไปแล้วว่าว่างตามความเคยชิน หากนึกขึ้นได้

“เย็นนี้ไม่ว่างเลยนิด จะชวนไปไหนหรือเปล่า” ปกติถ้าเป็นนิดหรือพี่โมชวน ชมพูยินดีไปด้วยอยู่แล้ว ถึงไหนถึงกัน เพราะสบายใจที่อยู่กับสองคนนี้มากกว่า

“ว่าจะชวนไปทานข้าวเย็นแถวหออาร์มน่ะ พอดีเด็กมันชวนฉันกับพี่โม เลยมาชวนแกด้วย”

ชมพูทำหน้าเข้าใจ เด็กนี่แผนสูง ชวนเธอเองรู้ว่าไม่ไป เลยชวนคนอื่นก่อน โชคดีที่เย็นนี้เธอมีนัดแล้ว

“ไม่ว่างเลยอะแก”

“นัดกับหนุ่มที่ไหนปะเนี่ย” เพื่อนสาวแซว ชมพูทำเพียงยิ้มๆ ไม่ตอบ ก่อนนิดจะชวนคุยเรื่องงานอีกนิดหน่อย ถึงกลับไปทำงานกันต่อ

 

อนลส่งข้อความมาบอกให้เธอไปรอเขาที่ลานจอดรถชั้นผู้บริหารของช่อง บริเวณนั้นคนจะไม่พลุกพล่านเท่าที่จอดรถส่วนพนักงาน ชมพูรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังนัดส่งยาบ้าให้พระเอกหนุ่มมากกว่านัดเจอด้วยซ้ำ เมื่อเดินออกจากประตูไปยังลานจอดรถที่เงียบสนิท มีรถจอดประปราย

“จะมีผีไหมเนี่ย” เธอไม่รู้ว่ารถเขาคันไหน หลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่มีรถคันไหนที่ดูจะมีคนนั่งอยู่หรือสตาร์ทรถไว้เลย ชั้นผู้บริหารนั้นมีแต่รถหรูราคาแพง ขนาดรถตู้ยังไม่ใช่รถตู้ทั่วไป ชมพูลังเลจะถอยหลังกลับหรือจะรอต่อไปดี เมื่อผ่านมาห้านาทียังไร้วี่แววพระเอกหนุ่ม เธอโดนเขาหลอกหรือเปล่าเนี่ย

ทว่า...

“รอนานไหมครับ” เสียงกระซิบไม่เบานักมาจากทางด้านหลัง

สะดุ้ง!

ชมพูหันขวับไปสบตากับคนที่ยืนเอามือไพล่หลัง ยิ้มละไมมาให้เธอ หญิงสาวเกือบร้องโวยวายออกมาแล้วเชียว หากแต่ห้ามตัวเองเอาไว้ได้ทัน

“ไม่ ไม่นานค่ะ”

“ผมเพิ่งอัดรายการเสร็จ ชมพูทำแผนกโฆษณาคงรู้อยู่แล้ว” เขาหันมาคุยกับเธอ ระหว่างเดินนำไปยังรถตู้คันใหญ่ที่อนลไว้สำหรับเดินทางไปทำงาน โดยมีคนขับรถมาเปิดประตูคอยท่าอยู่แล้ว ทั้งที่เมื่อครู่ชมพูมองหาใครไม่เจอเลยสักคน

“ก็พอทราบค่ะ” เวลาดารามาออกรายการ ถ้าดารายิ่งดังการขายโฆษณาก็จะยิ่งง่าย แผนกเราจึงต้องรู้ว่าใครมาออกรายการไหนบ้าง ละครเรื่องไหนมาต่อจากเรื่องนี้ เพื่อจะได้เสนอขายโฆษณาได้ถูก และยังมีเรื่องยิบย่อยข้างใน ดั่งพวกประเภทสินค้าไม่ให้ซ้ำกัน หรือคล้ายกันจนเกินไป

“เชิญครับ” อนลไม่ว่าอะไรนอกจากเชิญเธอขึ้นรถ ชมพูแอบเกร็งอยู่เหมือนกัน เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสองอย่างนี้ ไม่มีผู้จัดการที่ปกติจะคอยตามชายหนุ่มอยู่ตลอด ส่วนคนขับรถ เขาไม่น่าจะช่วยอะไรเธอได้เท่าไหร่ ในเมื่ออนลเป็นเจ้านาย

“ผมถือวิสาสะจองโต๊ะร้านอาหารญี่ปุ่นไว้แล้ว ชมพูคงไม่ว่าอะไรนะครับ” เธอเพิ่งสังเกตว่าเขาใส่ชุดสูทอยู่ ระหว่างที่เขากำลังพูด มือก็ถอดสูทออกไปด้วย ชมพูอยากจะละสายตาจากอนลอยู่เหมือนกัน แต่ท่าทางภูมิฐานทำอะไรก็ดูดีไปหมดนี่ มันช่างเจริญตาเหลือเกิน

“ผมเห็นคุณชอบทานอาหารญี่ปุ่น”

“คะ?” เขาไปสืบมาจากไหนกันถึงรู้ว่าเธอชอบอาหารญี่ปุ่น อนลขำเบาๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของชมพูที่มองมาอย่างเคลือบแคลงสงสัย

“ในไอจีคุณบอกทุกอย่างเลยที่รัก”

เบิกตากว้าง เมื่อเขาพูดคำว่าที่รักออกมา นี่เราเพิ่งคุยกันได้กี่นาทีเอง ชมพูเป็นแฟนชานนท์อยู่นะ ถึงเขาจะตั้งใจแย่งและเธอไม่ใช่แฟนจริงๆ ก็เถอะ รถยนต์เคลื่อนตัวออกมาที่ถนนสายหลักอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษที ผมติดพูดคำนี้น่ะ” เขายิ้มให้กับท่าทางตกอกตกใจของชมพู

“อ้อ..” ชมพูหยักหน้า เขาคงเรียกผู้หญิงทุกคนว่าที่รักสินะ

“คุณดูไม่ชอบคำนี้เท่าไหร่”

ลองเชิงหรือเปล่านะ ชมพูซ่อนสีหน้าครุ่นคิดไว้ในใจ

“ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกค่ะ ถ้าคนที่รักเราเรียก เป็นใครก็ปลื้มใจทั้งนั้น”

“ชานนท์คงเรียกคุณบ่อย” เขาถามน้ำเสียงติดจะห้วนขึ้นเล็กน้อย ชมพูอมยิ้ม ไม่ตอบอะไรแสดงทุกอย่างผ่านสีหน้า บทสนทนาดูจะจืดชืดลงทันที เธอเบนสายตามองออกไปด้านนอก รถคันนี้มีฟิล์มดำทึบเพื่อป้องกันสายตาจากคนด้านนอก อนลคงต้องการความเป็นส่วนตัว เรื่องนั้นเธอไม่ใส่ใจนักหรอก แต่กำลังประเมินตัวเองอยู่ หญิงสาวกำลังแสดงท่าทีแข็งกร้าวเกินไปไหมนะ

กระทั่งรถตู้เลี้ยวเข้ามาจอดย่านร้านอาหารดัง อนลเป็นคนเปิดประตูพาเธอเดินเข้าไปในร้านติดถนน บรรยากาศด้านในนั้นแทบจะไม่ต่างจากไปญี่ปุ่นเลยสักนิด การจัดร้าน บรรยากาศ พนักงานพาเธอและอนลไปยังด้านในร้านตรงมุมส่วนตัวมีที่กั้น มองจากด้านนอกเข้ามาไม่เห็น เหมาะสมกับการมาทานข้าวกับพระเอกดังเป็นที่สุด ทุกอย่างดูเป็นความลับ

“สั่งเต็มที่เลยนะครับ”

“ค่ะ”

เมนูอาหารถูกเปิดดูในแต่ละหน้า แค่เห็นชื่อเมนูกับวัตถุดิบที่ใส่ลงไป ชมพูก็อยากจะกรีดร้อง นี่มันของแพงทั้งนั้นเลยนี่นา ในขณะที่เขาเริ่มสั่งอาหารแล้ว เธอยังมองชื่ออาหารหน้านู้นหน้านี้ตาลายไปหมด อยากสั่งไปทุกอย่าง เหลือบตามองเขาอย่างไม่แน่ใจ

“ชมพูเลือกไม่ได้เหรอครับ” เขาดูเป็นห่วงเป็นใยจนเธอชักกลัว ดูต่างจากตอนยียวนพี่นนท์อย่างสิ้นเชิง

ไม่ได้สิ อย่าหลงไปกับภาพลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นมา

“งั้นเอา....” พูดชื่อเมนูมาสามสี่อย่าง เลือกที่อยากกินที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ราคาแพงทั้งนั้น แม้จะเกรงใจอยู่บ้าง แต่ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกน่า

“คุณดูอารมณ์ดี” อนลมองรอยยิ้มบนใบหน้าชมพูด้วยความพอใจ พอใจอย่างยิ่งเลยล่ะ ผู้หญิงคนนี้ชอบทาน เขาจึงเลือกมาร้านอาหารร้านนี้ วัตถุดิบที่เชฟใช้ล้วนเป็นของสด ไม่มีของค้างคืน เลือกใช้แต่ของดี สมราคา

“ก็ค่ะ” ชมพูไม่ปฏิเสธ “ใครที่จะได้กินของอร่อย ย่อมอารมณ์ดีทั้งนั้นค่ะ” เธอเผลอลิ้มตาหยีให้เขา ชมพูอารมณ์ดีเกินไปนั่นแหละ เมื่อคิดจะได้ถ่ายภาพอาหารรสเลิศลงในไอจี เธอก็แทบจะลุกขึ้นมาร้องเพลงเต้นรำแล้ว ลืมไปเลยว่าต้องระวังตัว

อนลนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่คาดคิดจะได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจและเจิดจ้าขนาดนี้ เวลาที่เขาจะได้รอยยิ้มจากผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เพราะได้ของกำนัลแสนแพง แพงกว่าอาหารมื้อนี้เสียอีก จึงอดไม่ได้ที่จะถามหยั่งเชิง

“ไม่เห็นชมพูใช้กระเป๋าที่ชานนท์ซื้อเลย ไม่ชอบเหรอครับ” แม้กระทั่งกระเป๋าเขาเธอก็ไม่แตะ ผู้หญิงคนนี้แปลก มองกระเป๋าสะพายหนังธรรมดาของชมพูที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่หนังแท้

“กระเป๋า..” ชมพูลืมเรื่องกระเป๋าเมื่อวันนั้นเสียสนิท เธอเกือบจะถามเขาแล้วว่ากระเป๋าอะไร

“อ้อ มันแพงค่ะ เลยไม่อยากใช้” ตอบปัดไปอย่างนี้น่าจะพอได้อยู่

“แต่ถ้าไม่ใช้คนให้จะเสียใจนะครับ”

เขาไม่ได้กำลังหมายถึงกระเป๋าที่ให้เธออยู่ใช่ไหม ชมพูนึกสงสัย

“นั่นสิคะ แต่พี่นนท์คงเข้าใจ” ยิ้มแหะๆ หันไปมองพนักงานที่ทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟ ไม่ลืมช่วยขยับแก้วน้ำให้วางจานได้สะดวก ถ้าเธอตอบรับเท่ากับต้องเอากระเป๋าพี่นนท์ออกมาใช้ แล้วเธอจะหามาจากไหน ใบละเกือบห้าหมื่นบาทเชียวนะ

“งั้นเหรอครับ แต่ผมอยากให้ชมพูใช้กระเป๋าผมนะ”

เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ไม่คิดว่าอนลจะพูดตรงขนาดนี้

“หรือชมพูกลัวจะมีปัญหากับชานนท์”

“เอ้อ.. นั่นก็ส่วนหนึ่งค่ะ”

“แต่คุณยอมออกมาทานข้าวกับผมนี่”

เอ๊ะ! ตกลงเขาจะยุให้เธอเลิกกับพี่นนท์หรือทำให้สำนึกผิดกันแน่ เธอเริ่มไม่เข้าใจแล้ว

“ถ่ายรูปก่อนไหมครับ” เขาเปลี่ยนเรื่อง เมื่ออาหารมาครบแล้ว ชมพูรับมือเขาแทบไม่ทัน ถึงอย่างนั้นก็ยังหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอาหารอย่างยินดี

หลังจากทานอาหารไปได้พักหนึ่งชมพูจึงเกริ่นเรื่องที่เขาเคยบอกว่าจะหาค่ายเพลงให้พี่ชานนท์ เขาดูไม่แปลกใจที่เธอถามเท่าไหร่ แน่นอนว่าชมพูใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการตอบรับนัดหมาย แต่แทนที่เขาจะบอกว่าค่ายไหน และคุยเรื่องสัญญาคร่าวๆ อนลกลับขอไลน์และเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวไว้ติดต่อและส่งเอกสารให้

ผู้ชายคนนี้ร้าย

ถ้าเธอไม่ให้ เขาจะเดินเกมต่ออย่างไรนะ ถ้าให้เท่ากับให้เขาดำเนินแผนการได้สะดวกหรือเปล่า เธอจะรับมือไหวไหม

ชมพูคิดวุ่นวายในสมอง หากสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะให้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องมานั่งคิดต่ออีกว่าเขาจะวางแผนเข้าหาเธอยังไง

แต่อย่างหนึ่งที่ชมพูนับถือเขาเลยคือการยอมรอให้เธอถ่ายรูปทั้งตอนก่อนทานและหลังทานโดยไม่ปริปากบ่น ขนาดเธอยังอดถามเขาอย่างสียไม่ได้

“คุณดูไม่รำคาญเลยที่ฉันถ่ายรูป”

“ผมรู้อยู่แล้วนี่ครับ” หากเป็นปกติ อนลคงไม่คิดใส่ใจ เขาอยากทานก็ทาน คู่ควงจะถ่ายรูปหรือไม่ก็เรื่องของหล่อน บางทีอาจจะเพราะเขาอยากเอาชนะชานนท์มากเกินไป เอนหลังพิงเก้าอี้ มองชมพูกดโทรศัพท์

“อ้อ” ชมพูเข้าใจทันที ในไอจีส่วนใหญ่เธอจะลงรูปก่อนและหลังรับประทานอาหาร อร่อยไม่อร่อย ให้ดูจากจำนวนอาหารที่เหลือ ซึ่งร้านนี้เธอทานเกลี้ยงเลยทีเดียว

“ชมพูทานน่าอร่อย” ทั้งที่ทำงานเหนื่อยมา อนลไม่อยากอาหารเลย แต่พอเห็นชมพูทานแล้ว เขาเจริญหาอารขึ้นอย่างน่าประหลาด เธอไม่ได้กินแบบมูมมาม แต่กินแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูก็รู้ว่าสิ่งที่กินไปอร่อย

“ฉันชอบกินค่ะ” เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ชมพูสามารถตอบแบบไม่ต้องคิด

“นั่นสิ” เขาอมยิ้ม หลังจากทานคำสุดท้ายหมด

“เราจะแยกกันตรงนี้เลยไหมคะ” สรุปมาทานข้าวด้วยกันวันนี้ ชมพูเหมือนไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง แถมเกือบจะต้องไปวิ่งซื้อกระเป๋าที่ชานนท์ซื้อไปเซอร์ไพรส์เพื่อนรักเธออีก เรื่องค่ายเพลงก็ไม่ได้ แถมยังให้เบอร์โทรกับไลน์ไปอีก

อ้อ ยังดีที่ท้องเธออิ่ม

“ไม่ได้สิ เดี๋ยวผมไปส่งที่คอนโดคุณเอง” ลังเลเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็พยักหน้า ถือว่าหลอกเหยื่อให้ตายใจแล้วกัน

 

TALK

เน่ขอแจ้งให้ทราบเรื่องเปลี่ยนชื่อเพื่อนที่ทำงานชมพูนะคะ จากชื่อโบว์เป็นนิดค่ะ

กลัวสับสนระหว่างโมและโบว์ เลยเปลี่ยนชื่อค่ะ 

ขอบคุณน้า

เยิฟ เยิฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น