เล่ห์รักบุหงารำไป

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 ก.พ. 64

 

 

“ฉันคิดว่าคุณว่างอีกทีวันศุกร์หน้าเสียอีก” บุหงาไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าเขาหรืออะไร เธอกลัวจะรบกวนเขาด้วยซ้ำที่ต้องมาหาเธอตามคำขอร้องของพี่อรรถ

“ตามแผนแล้วก็อย่างนั้นครับ”

“เพียงแต่คุณดันเจอฉันเสียก่อน”

“ครับ ค่อนข้างประหลาดใจเลยทีเดียว ไม่คิดว่าบุหงาจะทำงานพาร์ทไทม์”

บุหงาทำหน้าแปลกใจ ยามได้ยินเขาออกเสียงชื่อเธอได้ถูกต้อง ชัดเจนเสียจนเธอจ้องเขาตาโต

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“คุณเรียกชื่อฉันถูกด้วย”

“ผมเป็นลูกครึ่งไทยครับ”

“แต่คุณอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก มันชัดมากเลยนะคะ” เธอกระตือรือร้นที่จะบอกเขาถึงความประทับใจในการออกเสียงชื่อเธอถูกเป็นอย่างมาก จนชาลส์ชักจะเขินๆ

“เอ้อ ขอบคุณครับ ผมใช้ภาษาไทยคุยกับแม่น่ะครับ บางทีก็กับอรรถด้วย”

“คุณอายุเท่ากันเหรอคะ” บุหงาถามด้วยความสงสัย ระหว่างที่พูดก็โน้มกายมาข้างหน้าด้วยความสงสัย 

“ไม่ครับ ผมดูแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

“ไม่ค่ะไม่” กระวีกระวาดโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แทบจะตบปากตัวเอง ถามอะไรอย่างนั้นออกไป 

“แค่ไม่เห็นคุณเรียกพี่อรรถว่าพี่น่ะค่ะ” เธอออกเสียงคำว่าพี่เป็นภาษาไทย

“อ้อ เราถือเป็นเพื่อนกันมากกว่ามานับลำดับอาวุโส ผมมองว่ามันไร้สาระ” เขายักไหล่

“แต่คนเอเชียถือ”

“แล้วคุณถือไหม” เขาโดยคำถามกลับมาให้เธอ บุหงาทำท่านึกก่อนจะตอบ

“ถ้าอยู่เมืองไทยฉันต้องทำตามพวกเขาค่ะ แต่ถ้าที่นี่คงไม่” 

เธอตอบได้ฉลาด และมันทำให้ชาลส์ประทับใจ บุหงารู้ได้ผ่านสายตาวาววับและรอยยิ้มตรงมุมปากของเขา มันทำให้เธอใจเต้นขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“กลับมาเรื่องทำงานพาร์ทไทม์ฉันก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันค่ะที่ตัดสินใจทำ” ขยับตัวให้กลับมานั่งท่าเดิม ชาลส์จะคิดว่าเธอทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง โคลงศีรษะไปมา เขาคงคาดเดาว่าเธอเป็นลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นเลย 

“แต่บุหงาก็ทำ”

“เพื่อนชาวญี่ปุ่นชวนน่ะค่ะ ฉันเองก็อยู่ว่างๆ เลยตัดสินใจไปทำงาน”

“เป็นพนักงานเสิร์ฟ” เขาทวนความจำตัวเอง

“โอ.. ไม่ใช่ค่ะ พนักงานล้างจาน” 

คราวนี้เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น มองเธอด้วยความสงสัยและไม่ชอบใจ

ไม่ชอบใจ... ทำไมเขาถึงมองเธออย่างนั้นกัน บุหงารู้สึกคล้ายตัวเองกำลังจะโดนดุ

“แต่ผมเห็นคุณเสิร์ฟอาหาร”

“ตอนนั้นคนเยอะมาก มาดามเจ้าของร้านจึงให้ฉันออกไปช่วยเสิร์ฟอาหารค่ะ”

“มันเป็นการทำข้ามหน้าที่”

คราวนี้กลายเป็นบุหงาที่มองเขาอย่างไม่เข้าใจ ราวกับจะถามชาลส์ว่าทำไม่ได้งั้นเหรอ

“เขาให้คุณเพิ่มไหม”

“เงินเพิ่มเหรอคะ” เธอทำหน้านึก “รู้สึกจะเพิ่มมา.....เหรียญ” บอกจำนวนเงินเขาไปอย่างไม่ใส่นัก 

“ให้ตาย...” ชาลส์เอนหลังพิงโซฟา ยกมือขึ้นมาตบหน้าผาก

“มันน้อยไปเหรอคะ”

“เมื่อวานนี้คุณทำไปกี่แผนกกันที่รัก”

“เอ่อ... สามแผนกได้ค่ะ”

“เห็นแก่พระเจ้าเถอะ..” เขาถึงกับสบถสาบานออกมา มันดูร้ายแรงมาก กระทั่งบุหงายังนั่งกระสับกระส่าย

“ถ้าให้ผมแนะนำคือคุณลาออกแล้วหางานทำที่อื่นดีกว่า”

“ทำไมล่ะคะ” เธอร้องถามเสียงตกใจ อยู่ดีๆ มาบอกให้ลาออกได้ยังไง

“คุณกำลังโดนเอาเปรียบ” ชาลส์ถอนหายใจ

“แต่ฉันไม่เดือดร้อนนี่คะ” บุหงาไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ เพื่อนในแผนกนั้นมีแต่คนใจดีกับเธอ ฮานะเองก็ยังทำงานอยู่ที่นั่น และถึงมาดามจะเรียกชื่อเธอไม่ถูกสักทีและขี้บ่น บุหงาก็ไม่มีปัญหาอะไร 

 ชาลส์มองเธอด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ 

               

ชายหนุ่มใช้มือลูบใบหน้าตัวเอง เขาพอจะเข้าใจถึงปัญหาของบุหงาแล้ว เธออาจจะทำอะไรเป็นหลายอย่าง แต่เธอไม่เข้าใจโลกใบนี้เลยสักนิด และถ้าขืนเขายังยืนยันให้เธอลาออก บุหงาคงจะต่อต้านเขามากกว่านี้เป็นแน่ บางทีเธออาจจะอายุยี่สิบแปด แต่ภายในบุหงาอายุสิบแปดดีๆ นี่เอง

 “ก็ได้ผมจะไม่เถียงคุณในเรื่องนี้ เพราะต่อให้คุณไปเถียงร้านและขอไม่ทำตามคำสั่งเจ้าของร้าน ผลลัพธ์ก็อาจจะจบที่การลาออกอยู่ดี” 

  “ทำไมล่ะคะ” เธอมองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจ

  “เพราะคุณไม่ได้วีซ่าทำงานที่รัก วีซ่าของคุณทำงานได้แค่ในเขตมหา’ลัยเท่านั้น”

“ถึงว่า...” บุหงาพึมพำออกมา ซึ่งชาลส์คอยสังเกตตลอด

 “ถ้าคุณไปร้องเรียนก็อาจจบที่ทำผิดกฎหมายทั้งคู่ เพราะฉะนั้นบทสรุปจึงต่างคนต่างไปจะดีกว่า”

“ฉันเข้าใจค่ะ และเข้าใจในความหวังดีของคุณ แต่ตอนนี้ฉันมีความสุขกับการทำงานได้เงินมาด้วยตัวเองค่ะ”

ชาลส์มองเธอยืดตัวขึ้นด้วยความภาคภูมิใจตัวเอง มันทำให้เขาต้องพยายามกั้นยิ้มเอาไว้ บุหงาไม่ต่างจากเขาตอนวัยรุ่น สมัยเพิ่งทำพาร์ทไทม์และได้เงินไปซื้อเกมเพลสเตชันยอดฮิต มันทำให้เขาสงสัย ถ้าเธอภูมิใจกับการทำงานหาเงินขนาดนี้

   “แล้วทำไมคุณถึงไม่ทำงานมาตั้งหลายปี” เผลอหลุดปากถามออกไป ต่างฝ่ายต่างชะงัก ชาลส์ทำท่าจะขอโทษที่พูดไปไม่คิด ทว่าบุหงากลับตอบขึ้นมาก่อน

    “เรื่องมันยาวค่ะ” เธอถอนหายใจ “คุณน่าจะพอรู้จากพี่อรรถมาบ้างว่าฉันหนีครอบครัวมาที่นี่”

     “ไม่เลยครับ” เขาเสียใจที่จะต้องตอบเธออย่างนั้น มันดูก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเธอ

     “คุณไม่ต้องเล่าก็ได้ครับ” คงเป็นการดีกว่าที่เราจะเปลี่ยนหัวข้อในการคุย

    “ไม่เป็นไรค่ะ ก็แค่ฉันถูกเลี้ยงเหมือนไข่ในหินมาตลอดหลายปีที่ผ่าน ทนไม่ไหวก็หนีมาที่นี่” เธอเล่าอย่างรวบรัด 

     “ทุกคนย่อมมีขีดจำกัด” เขายิ้มให้เธออย่างต้องการปลอบโยน 

     “ขอบคุณค่ะ”

     “อีกเรื่องที่ผมตั้งใจมาหาคุณคือเรื่องรถ”

     “อ้า.. ใช่ค่ะ เกือบลืมไปเลย”

     “ผมยินดีให้คุณยืมรถ จะได้ไม่ต้องเช่าหรือซื้อใหม่ดีไหมครับ”

    “จะดีเหรอคะ” 

    “มันจะลดขั้นตอนยุ่งยากได้มากโขเลย คุณเชื่อผมเถอะ”

     “ฉันเชื่อค่ะ” บุหงาขำ เธอกำลังเตรียมเอกสารสำหรับไปทำใบขับขี่อยู่ รู้ซึ้งถึงคำว่ายุ่งยากเชียวล่ะ

     “ถ้ายังไงวันศุกร์หน้าผมจะมาพร้อมรถที่จะให้คุณขับนะครับ”

     “ขอบคุณมากค่ะ” บุหงาไม่อิดออดอย่างในครา ต่อให้เธอปฏิเสธเขาไป สุดท้ายพี่อรรถคงได้โทรทางไกลมาโน้มน้าวให้เธอรับรถจากชาลส์แน่

     “คุณอยากขับรถเก๋งหรือSUVครับ” 

     “คุณมีรถกี่คันกันคะ” แทนที่จะตอบ เธอกลับถามเขากลับ ชาลส์หัวเราะ

     “สามคันครับ” เขาตอบ “คันที่จอดหน้าบ้านคุณ และที่บ้านผมอีกสองคัน” 

      “ฉันแล้วแต่คุณเลยค่ะ ที่จริงฉันกำลังเตรียมเอกสารทำใบขับขี่ จะรอให้ได้ใบขับขี่ก่อนก็ได้นะคะ” 

       “ยังไงเดี๋ยวผมส่งรูปให้คุณเลือกดีกว่า”

        “แหม ขอบคุณค่ะ คุณใจดีจัง” 

        “ผมดุกว่าที่คุณคิดนะ” ก่อนหน้านี้เขายังดุบุหงาเรื่องงานพาร์ทไทม์อยู่เลย เธอไม่น่าชมเขาไวขนาดนี้

        “ฉันเชื่อค่ะ” 

               

        บุหงาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาเที่ยงกว่าแล้ว เธอสบตากับชาลส์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสบายๆ ตามสภาพอากาศอากาศในช่วงซัมเมอร์ 

        “คุณหิวหรือยังคะ”

         “ความจริงผมซื้อเบอร์เกอร์มาฝากคุณ สนใจทานไหมครับ” เขาชูถุงสีน้ำตาลติดยี่ห้อเบอร์เกอร์ร้านดังของเท็กซัสบุหงาร้องออกมาอย่างยินดี เธอยังไม่มีโอกาสได้ทานเบอร์เกอร์เจ้าดังนี้เลย

         “มันจะชิ้นใหญ่หน่อยนะครับ” เขาเอ่ยปาก ยามเดินตามเธอไปยังส่วนครัว 

         “แหม ฉันเรียนรู้มาดีค่ะ ที่เท็กซัสอะไรก็ดูใหญ่ไปหมด” เธอยิ้มคิกคัก ก้มลงไปหยิบจานสำหรับใส่เบอร์พร้อมอุปกรณ์ทานอาหาร 

         น่าแปลกที่ชาลส์คิดไม่ดีกับคำพูดของบุหงา อะไรก็ดูใหญ่ไปหมด... ให้ตาย เผลอก้มลงมองกางเกงตัวเอง ก่อนจะนวดขมับ กลับไปสนใจกับคำถามชวนคุยของบุหงา ดูเธอมีความสุขและยิ้มแย้มบ่อยจนเขาคิดว่าเธอไม่มีปัญหาอะไรกับการใช้ชีวิตที่นี่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 ondara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:07
    มั่น นะยะ ยุ
    #5
    0