เสน่หาม่านหัวใจ (E-Book)

ตอนที่ 20 : บทที่ 11 - รูปเจ้าปัญหา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    27 เม.ย. 62




บทที่ 11

รูปเจ้าปัญหา

            อารมณ์ดี


            คำจำกัดความในเช้าวันนี้ของน้ำฝน เธอตื่นขึ้นมาก่อนนาฬิกาจะปลุกด้วยซ้ำ น้ำฝนไปช่วยแม่ทำกับข้าวที่ตึกใหญ่ ลืมเรื่องคุณปฐวีไปหมด รู้แค่ว่าเขาออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เดาว่าคงกลับคอนโดไปอย่างที่บอกนั่นแหละ เธอเลยมีเวลาให้หายใจหายคอได้สะดวก


            หลังจากออกไปเสิร์ฟอาหาร หญิงสาวกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง รอช่วยแม่ล้างจานทำความสะอาด และเตรียมอาหารสำหรับมื้อกลางวัน


            “กลางวันนี้ คุณนายอยากกินน้ำพริกมะม่วง” ป้าเอียดหันมาบอก ระหว่างที่ยื่นมะม่วงเปรี้ยวลูกเล็กจากต้นมะม่วงสามฤดูในสวน มาให้เธอล้างเตรียมเอาไว้


            “ให้หนูล้างผักเลยไหมจ๊ะ” ปกติในครัวจะเริ่มเตรียมอาหารราว 10 – 11 โมง ตอนนี้ยังไม่ 9 โมงดีด้วยซ้ำ เธอเปิดน้ำก๊อก ใช้มือถูไปตามลูกมะม่วง เพื่อล้างคราบสกปรกและยางมะม่วงออก


            “เดี๋ยว รอล้างจานชามของเช้านี้ก่อน ค่อยเตรียม” ป้าเอียดส่ายหัว มองน้ำฝนล้างมะม่วง 2 ลูกเสร็จ ก็นำไปวางใส่ตะกร้าเล็กเอาไว้ข้างเขียง พอล้างมะม่วงเสร็จก็ไม่มีอะไรทำ เธอจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอมืดสนิท ไม่มีเสียงแจ้งเตือนอะไรเลยด้วยซ้ำจนน่าแปลกใจ


            อย่างน้อย บุหงาต้องส่งข้อความมาเล่าอะไรให้ฟังบ้างในช่วงวันหยุดอย่างนี้สิ


            น้ำฝนกดปุ่มข้างโทรศัพท์ เพื่อจะปลดล็อกหน้าจอ แต่มันกลับนิ่งสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงลองกดปุ่มโฮมค้างเอาไว้ หน้าจอแสดงผลการเปิดเครื่อง


            ลืมสนิทเลย ว่าปิดเครื่องทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน


            ปิดเครื่องหนีคุณปฐวี เธอแอบเบ้ปาก ไม่รู้ป่านนี้จะหัวเสียแค่ไหนแล้ว เพียงแค่เปิดเครื่องเสียงแจ้งเตือนข้อความแอพลิเคชั่นไลน์ก็ดังขึ้นรัวๆ จนเธอกลัวว่าเครื่องจะค้าง


            “ใครส่งข้อความมาขนาดนั้นน้ำฝน” ขนาดป้าเอียดยังหันมาถาม เธอได้แค่ยิ้มแหยๆ ส่งไปให้ป้าแก ก่อนจะหลบมานอกห้องครัว เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน


            หญิงสาวกดเข้าไปในแอพลิเคชั่น เสียงแจ้งเตือนเงียบไปแล้ว เธอพบว่าไม่ใช่ปฐวีที่เป็นคนส่งมา แชทของเขาเงียบกริบ ไม่มีส่งมาแม้แต่ข้อความเดียว ยกเว้นก็แต่แชทของกลุ่มเพื่อนเธอ


            สิ่งที่น้ำฝนกดเข้าไปเจอไม่ใช่บทสนทนาคุยจิปาถะระหว่างกันในกลุ่มแต่กลับเป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงสั้นกุดกำลังนั่งคล้องคออยู่บนตักผู้ชายที่เธอสุดแสนจะคุ้นตา


            - น้ำฝน ทำไมแฟนแกปล่อยให้ดาวคณะมานั่งตักได้วะ - บุหงา


            - รูปเก่าหรือเปล่า – แป้ง


            - ไม่ใช่รูปเก่า คนถ่ายคือเพื่อนในกลุ่มยัยนั่นแหละ อัพพร้อมแท็กวีเรียบร้อย ยังบอกวันที่เสร็จสรรพ อย่างนี้แม่งจงใจชัดๆ – บุหงา


          - น้ำฝนอยู่ไหน ไม่ตอบเลย – บุหงา


            - ทะเลาะกับแฟนหรือเปล่าวะ – แป้ง


            - ถ้าเรื่องรูปนี่ ก็ควรทะเลาะเหอะ – บุหงา


          สติกเกอร์โกรธ


-ยังไงก็รอฟังเพื่อนก่อน  - แป้ง


น้ำฝนเม้มปาก เพ่งมองรูปที่เพื่อนส่งมาให้ดู เดาได้ไม่ยากว่าเมื่อคืนคุณปฐวีไปไหนมา เธออดจะส่งเสียงเหอะออกมาจากลำคอไม่ได้ ที่รีบออกไปเมื่อวาน คงไปกับสาว แล้วมาตามให้เธอกลับคอนโดด้วยทำไม


“น้ำฝน!” สาลีเยี่ยมหน้าออกมานอกประตู เห็นลูกสาวจับโทรศัพท์แน่น แถมยังมองหน้าจอเหมือนโกรธมันเหลือเกิน


“เป็นอะไรหรือเปล่า” ตั้งใจจะออกมาตามลูกสาวให้ไปช่วยเก็บโต๊ะ พอเห็นลูกมีสีหน้าไม่ดีเลยอดจะถามไม่ได้


“เปล่าค่ะแม่” น้ำฝนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนแรกที่ตั้งใจจะตอบเพื่อนเลยกลายเป็นกดปิดหน้าจอแล้วยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแทน


“แม่จะเก็บโต๊ะแล้วใช่ไหมจ๊ะ” น้ำฝนส่งยิ้มให้แม่


“ใช่ มาช่วยแม่หน่อย” ในเมื่อลูกไม่อยากบอก สาลีก็ไม่คิดจะซักไซ้ ขืนยิ่งไปถามจะพาลหงุดหงิดเปล่าๆ


“ไปจ้ะ  หนูช่วยเอง” น้ำฝนดันแม่เข้าไปในห้องครัว สลัดอารมณ์ไม่พอใจเหล่านั้นทิ้งไปเสีย บอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ


หญิงสาวไปช่วยแม่เก็บจานชามยกเข้ามาในครัวเพื่อทำความสะอาด ก็พบว่าในห้องครัวมีแม่บ้านมาเพิ่ม 3 คน หนึ่งในนั้นคือป้าทิพย์ ส่วนเจ้าของห้องครัวอย่างป้าเอียดกลับหายไป แกคงออกไปเก็บผักที่ปลูกเอาไว้ เพียงแค่เห็นเธอถือจานเข้ามา ป้าทิพย์มองค้อนมาที่เธอ ตอนแรกเธอไม่ใคร่เข้าใจว่าทำไมป้าแกถึงทำท่าทางแบบนั้น พอป้าแกพูดประโยคแรกขึ้นมาน้ำฝนถึงได้เข้าใจ


“แหม ทำมาเป็นไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณหนู  ไอ้เราก็นึกว่าขยัน ที่ไหนได้ กะถีบตัวเองขึ้นสูง นี่วิธีเดิมไม่ได้ผล เลยต้องมาทางลัด ให้คุณวีไปรับได้ นี่ไม่เบาเลยนะน้ำฝน” น้ำเสียงกระแนะกระแหนที่ลอยมาตามลม ไม่เคยทำให้เธอใส่ใจเท่าผู้เป็นแม่ที่เริ่มมีสีหน้าไม่ดี


คนอื่นๆ เองก็เริ่มหันมามองเธอแล้ว น้ำฝนถอนหายใจ แม่เธอก็นิ่ง หญิงสาวเปิดก๊อกน้ำ บีบน้ำยาล้างจานลงชามก่อนจะใช้ฟองน้ำทำความสะอาด


“แม่ไปเช็ดโต๊ะเถอะจ้ะ น้ำฝนล้างเอง” ไล่แม่ออกไปข้างนอกเสีย ไม่อยากให้ท่านต้องมาได้ยินอะไรที่ไม่ดี ใครๆ ก็รู้ ว่าปากป้าทิพย์เป็นยังไง


“แม่ว่า...”


“ไปเถอะแม่” เราสองแม่ลูกมัวแต่กระซิบกระซาบคุยกัน ไม่ได้สนใจคนที่ตั้งใจจะมาหาเรื่อง คงทำให้ป้าแกไม่พอใจไม่ใช่น้อย ถึงได้พูดอีกประโยคหนึ่งขึ้นมา


“อ้าวน้ำฝน ตกลงแกไปเรียนนี่เพื่อหาความรู้หรือจับผู้ชายวะ”


“พี่ทิพย์ นี่มันจะเกินไปแล้วนะ” แม่เธอเป็นฝ่ายทนไม่ไหว หันไปฉะกับป้าแก ไม่ใช่ว่าน้ำฝนไม่โมโห แต่คนอย่างนี้ ด่าไปก็ไม่ระคายผิว หนังหนาเสียยิ่งกว่าอะไร


“แม่ แม่ ไปเช็ดโต๊ะเถอะ” น้ำฝนรีบดึงแม่ไว้ พลางผลักท่านออกไปยังห้องทานอาหาร แม่ทำท่าจะขัดขืนแต่เธอส่ายหน้า ไม่ให้แม่ยุ่งวุ่นวาย ยังอยู่กันอีกนาน


“เอ้า กูแค่สงสัยนี่ ว่าตกลงมันไปเรียนหรือจับผู้ชาย”


“ไปเรียนสิจ๊ะ” เธอสวนกลับ ถ้าด่าแบบอยาบคายป้าแกไม่สำนึกหรอก ต้องด่าแบบไม่รู้ว่าด่า ถึงจะเจ็บ ถึงจะคัน เพราะกว่าจะคิดออก นาน!


“เพราะถ้าไปจับผู้ชาย ฉันคงมีลูกมาได้สักโหล เอามาให้แม่เลี้ยงแล้วล่ะจ้ะ” เธอยิ้มหวาน กลับมาก้มหน้าก้มตาล้างจานต่อ แกเงียบปากไปครู่หนึ่ง คงไม่รู้จะพูดอะไรต่อ หากด่าออกมาเป็นคำหยาบก็จะได้คำหยาบกลับมา พอตอบอะไรที่ต้องใช้สมอง คนมันคิดไม่ทัน จะให้ตอบอะไรมาล่ะ ส่วนแม่บ้านอีกสองคนที่เหลือ เพิ่งรับเข้ามาตอนเธอออกไป จึงไม่ได้สนิทอะไรด้วย พวกเขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มเห็นใจมาให้


บางทีเธอก็สงสัย ในเมื่อป้าแกบอกการมีลูกมีผัวนั้นดีกว่าไปเรียน ทำไมทีอย่างนี้ถึงมาว่าเธอ หรือเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคุณวี เลยพาลอิจฉา


เหอะ


“น้ำฝน นี่แกว่าลูกฉันไม่เรียนหนังสือแต่หนีออกมามีผัวก่อนเหรอ” นั่นไง กว่าจะคิดออก


“เปล่าค่ะ หนูแค่บอกว่าหนูไม่ได้ไปจับผู้ชาย แต่ไปเรียน ลูกป้าเป็นอย่างนั้นเหรอจ๊ะ” เป็นสิ มีใครในรั้วบ้านนี้ไม่รู้บ้างล่ะ พอถูกย้อนเข้าหน่อยก็หน้าดำหน้าแดงขึ้นมาเชียว เธอไม่ชอบหาเรื่องใครนะ หลีกได้ก็หลีก เลี่ยงได้ก็เลี่ยง หลังจากนี้ป้าแกคงตามกัดไม่เลิกแน่


เฮ้อ..


หญิงสาวสะบัดมือ ไล่น้ำที่เกาะตามฝ่ามือออก เธอเพิ่งล้างจานใบสุดท้ายเสร็จ หันไปเช็ดมือที่ผ้าแห้ง พอดีกับที่แม่และป้าเอียดเข้าครัวมาพอดี ถ้าให้เดาแม่คงไปตามป้าแกมา ในบรรดาแม่บ้าน ป้าเอียดถือว่าใหญ่สุด เพราะอยู่มานานกว่าใครเขา


“นังทิพย์ นั่นทำไมหูแดงหน้าแดงอย่างนั้น โดนใครเขาด่ามาล่ะ” ป้าเอียดแค่เดินเข้ามา ป้าทิพย์ที่เคยแสดงอาการโมโหก็รีบเก็บท่าที


“เปล่าจ้าพี่” เสียงอ่อนเสียงหวานจนน้ำฝนอยากจะกลอกตาใส่


“จะกินข้าวก็ไปกิน นังสองคนนี้ด้วย” ป้าเอียดสั่ง ก่อนจะมองมายังเธอ ด้วยสายตาที่รู้เท่าทัน


“น้ำฝน ไปเก็บของไป ลุงแสงแกจะออกไปซื้อของมาให้คุณนายพอดี ติดรถลุงเขาไปหอด้วยเลย” แม่รีบออกปาก ใช้คุณนายมาอ้าง จะได้ไม่มีพวกปากหอยปากปูไปนินทาต่อได้


“จ้าแม่ หนูไปก่อนนะจ๊ะป้า” ยกมือไหว้ป้าเอียด ท่านรีบพยักหน้ารับ รู้ฤทธิ์เดชป้าทิพย์ดีกันหมด น้ำฝนไม่ลืมจะไหว้คนที่เหลือ เธอไม่อยากให้ใครมามีช่องด่าเธอหรือพ่อแม่เธอได้


น้ำฝนเดินออกมาจากห้องครัวตรงไปยังห้องพัก เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้ใบเก่งของตัวเอง ผ้าที่ตากไว้ คงต้องรอมาเอาอาทิตย์หน้า หญิงสาวไปนั่งรอลุงหน้าบ้าน เธอยังไม่ทันได้ลาพ่อกับแม่เลย เดี๋ยวไว้ถึงคอนโดแล้วค่อยโทรกลับมาหาพวกท่านก็ได้ อีกอย่างที่เธอต้องทำคือตอบเพื่อน น้ำฝนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบเพื่อนว่าไม่เป็นไร ขอเคลียร์กับแฟนก่อน


อีกสิ่งหนึ่งที่เธอเพิ่งตระหนักได้คือ บางทีเขาอาจจะไม่ต้องการจ้างเธอให้มาเป็นแฟนปลอมๆ แล้ว ถ้าอย่างนั้น น้ำฝนคงต้องหาที่อยู่ใหม่ หรือเธออาจต่อรองกับเขาว่าขออยู่จนจบเทอม 1 แล้วเทอม 2 เธอค่อยไปติดต่อหอในของมหาลัยฯ เอา เพราะราคาหอในถูกกว่าเยอะเลย


เขาจะหาว่าเธองกก็ช่าง เธอจะเรียกเงินชดเชยด้วย เพราะสัญญามันหนึ่งปี แม้จะปากเปล่าก็เถอะ


เธอต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง



TALK

คุณวีวอนหาเรื่องเสียแล้ว อะไรก็ไม่สู้ปากป้าทิพย์ น้ำฝนต้องจัดหนักๆ จะได้ไม่พูดมากอีก

เจอกันพรุ่งนี้ เวลาประมาณนี้เหมือนเดิมนะคะทุกคน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #18 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 16:35
    อื่ม . . คงได้ไปร๊อก เค้าทำประชดมั้ย ลองพูดออกมาเด่ะว่าจะย้าย //นิ้วปาดคอ คือคำตอบสุดท้าย จริง
    #18
    0