นับสิบจะจูบ (Yaoi) END

ตอนที่ 19 : นับ 17 [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100,774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,773 ครั้ง
    27 ก.พ. 62


นับ 17

(สรุปมึงไม่ได้โกรธกูแน่ใช่มั้ย)

“เออ ไม่ได้โกรธ”

(จริงๆ นะเว้ย)

“อืม”

(จริงๆ นะ)

“จริงงง”

(เออ... ได้ยินงี้กูก็โล่งใจ อย่างที่บอกนั่นแหละ กูไม่ได้แก้ตัวนะ กูรู้ว่าบ้านมันรวย แต่ไม่รู้ว่ามันมีคอนโดฯ หรือที่พักอื่นอยู่เยอะแยะขนาดนั้น นอกจากธุรกิจการโรงแรม บ้านมันมีบริษัทอสังหาฯ ด้วย เลยคิดว่าเป็นตึกขาย) ปลายสายอธิบายต่อไม่หยุด น้ำเสียงก็กึ่งๆ อยู่ระหว่างหนักใจกับขุ่นเคือง (ไม่เคยคุยกับที่บ้านมันด้วยไง เคยเจอแค่พี่ชายมันคนเดียวเอง)

“อืม” ผมพยักหน้า

(กูเดาว่ามันแอบไปคุยแลกเปลี่ยนอะไรสักอย่างกับเจ๊กูมา เจ๊กูถึงมาบอกกูว่าห้องเต็ม เป็นไง เด็กเหี้ยป่ะ)

“เหี้ย”

ผมมองเห็นไอ้ตั้มในหน้าจอตบโต๊ะที่นั่งอยู่ดังปัง (น่ะ! เห็นมั้ย กูบอกแล้ว!)

เห็นท่าทีของมันที่ทำเหมือนกับว่าในที่สุดผมตาสว่างก็อดจะกลอกตาไม่ได้ ไอ้ตั้มยังย้ำแบบแทงใจดำอีกว่าก่อนหน้านี้ผมถูกนับสิบหลอกสวมเสื้อหนังเด็กดีมาเอาใจ จนถึงตอนนี้มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่อย่างที่คิดก็เอ็นดูจนเรียกคืนไม่ได้แล้ว... ผมคิดตาม ก็ถูกของมัน ไม่งั้นตัวเองจะหายโกรธได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ

วันนี้ผมตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอารมณ์สดใสเป็นธรรมดาของคนนอนหลับเต็มอิ่ม หลังจากวันที่นับสิบมาค้างที่นี่ก็ผ่านไปอีกสองวันแล้ว ผมยังยืนยันที่จะไม่กลับห้องและใช้ช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังสมองปลอดโปร่งสามารถปั่นงานได้อย่างราบรื่นพิมพ์นิยายให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ โทรศัพท์ซึ่งปิดไว้นานเปิดแล้วแต่ยังไม่ได้เชื่อมอินเตอร์เน็ต

กระทั่งวันนี้ไอ้ตั้มติดต่อมาหาผมอีกรอบ หลังจากเมื่อวันก่อนมันโทรศัพท์มาแต่ผมกำลังจดจ่ออยู่หน้าคอมฯ เลยไม่ว่างคุย มันให้ผมเชื่อมสัญญาณเน็ตแล้ววิดีโอคอลมาเพื่อบ่นกึ่งระบายเรื่องนับสิบให้ฟังนั่นแหละ

...ที่จริงก่อนหน้านี้ผมก็บอกมันไปแล้วว่าไม่ได้โกรธอะไร แต่ดูมันยังกังวลอยู่

(แต่แม่งเรื่องของพวกมึงโคตรจะพล็อตนิยาย ชอบมาตั้งแต่เด็กเนี่ยนะ มึงลองเอาไปแต่งดูดิ แต่ระวังเรตติ้งไม่ดีล่ะ เพราะพระเอกแม่งเหี้ยและเจ้าเล่ห์เกิน)

“คิวพล็อตกูเต็มแล้วเว้ย”

(แล้วนี่... มึงรับรักเด็กกูยัง)

“...”

(...ยังสินะ มึงไม่ชอบมันเหรอ)

“...”

(เฮ้ย อย่าหันจอหนีดิ เขินรึไง) เสียงมันแว้ดๆ ลอดผ่านลำโพงมา แต่ผมก็ยังหงายโทรศัพท์ให้กล้องหน้าจับไปที่เพดานตรงกันสาดคลุมระเบียงเหนือจุดที่ตัวเองนั่งอยู่แทนต่อไป (ชอบก็ยอมรับมา กูไม่ล้อมึงหรอกน่า)

“กูไม่รู้”

(ไม่รู้รึยังไม่อยากตอบ)

“...”

(อย่าแกล้งเด็กกูดิ)

“แกล้งอะไร ก็ก่อนหน้านี้เด็กมึงหลอกกูนี่”

(อ้ออออ) มันลากเสียงทันที พยักหน้าหลายที (กูเข้าใจมึงละ)

“เข้าใจเหี้ยอะไร”

(มึงอยากเอาคืนมันว่างั้น? หรือกลัวจะถูกหลอกอีกแล้วรอดูพฤติกรรมมันอยู่?)

“...”

(หึ ไม่ตอบกูก็รู้คำตอบละ แต่แบบนี้ก็ดี กูจะได้ฝากมึงดัดนิสัยมันด้วย)

ผมหยิบมือถือขึ้นมามองจอใหม่เพราะอยากดูสีหน้าคนพูด “ดัดนิสัยอะไร”

(ให้มันรู้บ้างไงวะว่าถึงจะหลอกเพราะอยากอยู่กับมึง แต่โกหกคนอื่นก็คือโก...!)

“คุณจีน”

ผมที่กำลังนั่งคุยกับไอ้ตั้มอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ริมระเบียงสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เอี้ยวตัวหันไปมองก็เห็นว่านับสิบกลับมาแล้ว อีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาปล่อยชายหลุดรุ่ย มือข้างหนึ่งกำลังยืนค้ำกรอบประตูเอาไว้อยู่ แต่ว่าใบหน้าหล่อๆ ครึ่งล่างของเขาอยู่ใต้แมสก์ ผมเลยมองไม่ค่อยชัดว่าปากหยักนั่นยิ้มอยู่รึเปล่า

เห็นแค่คิ้วเข้มๆ ที่ขยับสูงขึ้น “ทำอะไรอยู่ครับ คุยกับพี่ตั้ม?”

“อ้อ อืม”

“ไม่รำคาญเหรอ วางแล้วมากินข้าวดีกว่า”

(ไอ้สิบ เด็กเหี้ย!) สายไอ้ตั้มที่ยังเชื่อมอยู่ทำให้ได้ยินชัดแจ๋ว (เพิ่งเลิกกองก่อนหน้านี้ แจ้นกลับไปหาเพื่อนกูไวจังนะ)

นับสิบปรายตามองเสียงที่ยังดังลอดออกมาจากลำโพงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเมินอย่างไม่แยแส หันมาทางผมก็ขยับฝ่ามือมาลูบสางเส้นผมให้เบาๆ “หิวมั้ยครับ ผมซื้อของกินกลับมาด้วย จะได้ไม่ต้องขับออกไปตอนกลางคืน”

พอถูกถามแบบนี้ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันควัน

“อืม” พยักหน้าให้ก่อนหันไปทางจอมือถือต่อ “ไอ้ตั้ม กูไปหาไรกินก่อนนะ ไว้ค่อยคุยใหม่”

(เอ้า เดี๋ยวๆๆ แล้วจะกลับมากรุงเทพฯ วันไหน)

“ใกล้ละเนี่ย เดี๋ยวไลน์บอก”

ผมกดวางสายมัน พอลุกขึ้นยืนนับสิบก็เอื้อมมือมาจับมือผมไว้ทันที ปิดประตูให้ตามหลัง แรกๆ ผมยังไม่ชินอยู่บ้าง แต่หลังๆ รู้สึกว่าเด็กไอ้ตั้มเริ่มจะวอแวมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่าผมไล่ แต่เหมือนยิ่งไล่อีกฝ่ายก็พูดจนผมหาเหตุผลมาไล่ไม่ได้ทุกที น่างงดี

“ผมซื้อข้าวมันไก่มา คุณจีนชอบร้านนี้ใช่มั้ยครับ”

“นายรู้ได้ไงว่าฉันชอบกินร้านนี้”

“ถ้าเป็นคุณจีนผมรู้หมดนั่นแหละ”

“...”

ผมหรี่ตามองคนพูดเล็กน้อย แต่ไม่ได้ไปคาดคั้นเพราะเดาว่าคงจะเป็นแม่ตัวเองหรือใครสักคนนั่นแหละ

นับสิบไปถามมายังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าถามที่อยู่บ้านไม้ของปู่จากแม่ผม ผมก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเพิ่มเติมเลย แต่สังเกตจากการที่แม่ไม่ได้โทรมาถามผมเรื่องนับสิบ แปลว่าไอ้เด็กเจ้าเล่ห์นี่น่าจะใช้ศิลปะในการพูดของตัวเองถามโดยไม่ให้แม่ผมรู้นั่นแหละว่าก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกัน

ผมนั่งลง ดึงกล่องโฟมมาไว้ตรงหน้าก่อนตักข้าวเข้าปาก

“นายไม่กินล่ะ”

“ผมกินตอนพักเที่ยงที่มอมาแล้วครับ”

“อ้อ”

ครางรับคำในลำคอเบาๆ ตอนเคี้ยวก็ชำเลืองมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เห็นนับสิบเกี่ยวหน้ากากอนามัยลงต่ำก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นจรดริมฝีปาก ดูลำบากใช่ย่อย “นี่”

“ครับ?”

“นายกลับบ้านไปดีกว่ามั้ย”

“...”

เห็นคู่สนทนานิ่งไป กลัวจะเข้าใจผิดผมเลยรีบพูด  “ก็นายไม่ชอบกลิ่นต้นตีนเป็ด กลับไปนอนที่บ้านดีกว่า จะมาดมให้เหม็นทุกเช้าเย็นทำไม”

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ”

“เดี๋ยวนายก็เอามาเป็นข้ออ้างนอนเบียดฉันอีก”

“เขาเรียกว่ากอดนะครับ”

“คืนนี้ถ้ามีอีกฉันจะถีบนายแม่ง”

บ้านหลังนี้มีห้องเดียว และเพราะรู้ว่าถึงจะออกปากไล่หมายเลขสิบแปดก็ไม่มีทางยอมไปไหนแน่ๆ ห้องนั่งเล่นไม่มีแอร์ แถมดึกๆ ช่วงนี้ยังหนาวด้วย เลยต้องยอมให้นับสิบมานอนด้วยกัน ปกติผมตื่นหลังอีกฝ่ายอยู่แล้ว เลยไม่รู้เรื่องอะไร แต่เมื่อคืนก่อนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่านับสิบนอนกอดเบียดผมซะชิด เอาหน้าเอาจมูกมาซุกผมผมไว้

นึกว่าโดนผีอำตกใจตัวแข็ง ผลักออกหมอนี่ก็บอกว่าเหม็นด้วยเสียงอ่อนเสียงน่าสงสาร ผมง่วงๆ อยากนอนต่อด้วยเลยปล่อยเลยตามเลย เช้าวันต่อมาที่ตื่นนอนก่อนอย่างที่หาได้ยากแล้วก็เห็นว่าเป็นเหมือนเดิมเด๊ะ...

ผมไม่ได้คิดว่านับสิบจะมาปล้ำหรือแอบเอาเปรียบอะไรผมหรอก ถ้าจะทำก็ทำไปตั้งนานแล้ว (มีแต่ผมที่เมาไปทำคนอื่นเขา) นับสิบไม่กล้าหรอก ถ้าผมบอกป้าอร หมอนี่เตรียมโดนไม้เรียวแบบสมัยเด็กๆ ได้เลย หึ

“ทำหน้าน่ารักทำไมครับ”

นับสิบทำภาพที่ผมคิดอยู่ในหัวกระจัดกระจาย ปากหุบยิ้มแสยะลงทันควัน

“เปล่า”

“...”

คนฟังไล่สายตาคู่คมมีเสน่ห์ไล่ไปตามวงหน้าผม หยุดนิ่งนานตรงริมฝีปากอย่างเปิดเผยผมก็เม้มแน่น ขยับยกแก้วน้ำเปล่าข้างๆ ขึ้นมาบัง

เด็กนี่กำเริบเสิบสานไปกันใหญ่ละ

“นายต้องไปกองถ่ายไปมหาลัยด้วย จะมานอนนี่ไปๆ มาๆ ให้มันวุ่นวายทำไม”

“ไม่วุ่นวายหรอกครับ แค่คุณจีนอยู่ ผมก็อยู่ แค่นั้นเอง”

“งั้นพรุ่งนี้กลับเลยละกัน”

พอนับสิบเปลี่ยนสีหน้าเป็นแปลกใจ ผมก็ว่าต่อ “ฉันมีนัดไปคุยกับบอกอพอดี”

“ได้ครับ ผมแล้วแต่คุณจีนอยู่แล้ว”

“แต่... ถ้ากลับไปแล้วไม่ใช่ว่าฉันจะให้นายค้างที่คอนโดฯ ต่อนะ” ผมลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดประโยคนี้ออกมา

เหตุผลที่ผมให้นับสิบอยู่ด้วยทีแรกก็เพราะเข้าใจว่าเขาไม่มีที่พัก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่ เพราะงั้นจะให้นับสิบย้ายออกไปก็ถูกต้องแล้ว ถึงเขาจะบอกว่าชอบผม แต่ผมยังไม่ได้ตอบว่าชอบเขาเลย ให้มาอยู่ด้วยกันอย่างนี้มันแปลกๆ อีกอย่าง ที่คุยกับป้าอรครั้งก่อน แกพูดไว้ด้วยว่าไม่รู้ว่าลูกชายตัวเองไปค้างที่ไหน บางวันแอบไปเยี่ยมก็ไม่เจออยู่ที่ห้องเลยกังวล

“กลับไปนอนห้องตัวเองได้ละ”

ฟังปุ๊บ นับสิบก็นิ่งไปเล็กน้อย ต่อมาเขาก็เลิกคิ้วถาม “ทำไมไล่ผมอีกแล้วล่ะครับ”

“ไม่ได้ไล่เหอะ ถ้าไม่กลับไปบ้างเดี๋ยวป้าอรก็เป็นห่วง”

“ถ้าบอกว่าอยู่กับคุณจีนก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ”

“ไม่ได้ จะบอกทำไม กลับไปอยู่ห้องตัวเองนั่นแหละดีแล้ว ห้องนายก็ตั้งกว้าง มีสระส่วนตัวด้วยนี่”

“โอเค งั้นคุณจีนย้ายไปอยู่ห้องผมก็แล้วกัน”

“ไม่มีทางอ่ะ”

“อืม...” นับสิบครางในลำคอเสียงเบา เหมือนจะหนักใจเล็กๆ ที่ผมไม่ยอมสักทาง

“ก่อนหน้านี้นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะรอจนกว่าฉันจะเชื่อ”

พอผมพูดอย่างนี้ คราวนี้คนฟังก็เงียบไป เกือบนาที ผมที่สังเกตสีหน้าของนับสิบอยู่ก็เห็นเขาถอนหายใจออกมาเบาๆ

“รู้มั้ย...”

“...”

“ผมไม่อยากห่างคุณจีนเลย”

“ก็...อือ”

“...”

“งั้นนายก็เป็นเด็กดีรีบๆ ทำให้ฉันเชื่อดิ”

“ครับ”

“...”

“ไว้ถึงตอนนั้นกอดผมแน่นๆ แล้วบอกชอบให้ฟังดังๆ ด้วยนะครับ”

ผมมองรอยยิ้มจางๆ ที่แต่งแต้มเรียวปากหยัก

“อืม”


พวกเรากลับมาถึงห้องในเช้าของวันถัดมา ผมขับซีดานของตัวเอง เพราะเอารถมาคนละคัน นับสิบก็เลยต้องขับไอ้นิวแอสตัน มาร์ตินแวนเทชคันโคตรแพงของตัวเองเช่นกัน กลับมาถึงปุ๊บ ผมไม่ได้รีบร้อนบอกให้เขาเก็บกระเป๋าออกไป เพราะว่าหมายเลขสิบแปดมีเรียนเช้า ทิ้งท้ายก่อนเขาออกไปเรียนแค่ว่าเย็นนี้ค่อยช่วยกันเก็บก็ได้

สี่วันที่ผ่านมาไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ไอ้หินกับสำนักพิมพ์ก็ยังยุ่งๆ เรื่องโปรเจ็กต์ ส่วนกองถ่ายก็ถ่ายทำของเขากันไป ไอ้ตั้มก็บอกอยู่ว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ จะมีก็ช่วงอาทิตย์หน้าที่เป็นอีเวนต์เล็กๆ แจ้งเปิดตัวซีรีส์ที่พารากอน

อีกอย่าง ต้นฉบับเรื่องที่สองผมอยู่ที่ 80% แล้ว เมื่อวานเลยเริ่มลงในเว็บไซต์ไป วันนี้เลยต้องนั่งอัพต่อ

อย่างที่บอกว่าผมไม่ได้มีช่องทางแบบเพจเฟซหรือทวิตเตอร์ให้ติดตาม แต่พอหลังจากที่แฟนคลับนิยายในทวิตฯ ส่วนหนึ่งรู้ว่าไอจีผมคือบัญชีไหน พวกเขาก็เข้ามาตามฟอลในนี้แทน จนตอนนี้คนติดตามเพิ่มขึ้นเกือบจะเป็นเลขสี่หลักอยู่แล้ว ไหนๆ ก็รู้กันหมดว่าผมคือคนเขียน ผมก็หลอมหน้าให้หนาขึ้น เข้าไปลงรูปภาพโน้ตบุ๊คบนโต๊ะที่จัดพร้อมแก้วกาแฟและกระถางดอกไม้เล็กๆ แล้วพิมพ์แจ้งเกี่ยวกับนิยายใหม่ตัวเองแม่งเลย

 

_nayma พี่จีนนนนนนนน เดี๋ยวเข้าไปอ่านนะคะ ลงรูปตัวเองหน่อยค่า อยากเหงง

zBlingky พี่จีนบอกนับสิบให้ไลฟ์หน่อยสิคะ หายไปหลายวันเลย คิดถึงงงง

Ter044 ธามแบบแซ่บมากอ่ะ รอรวมเล่มเลย บอกด้วยนะคะ

JaYCC พี่จีนน วันที่มีงานเปิดตัวซีรีส์พารากอนไปไหมคะ จะไปขอภาพคู่กับน้องสิบ

nubsib.t เดี๋ยวไปอ่านนะครับ

 

ในบรรดาคอมเมนต์มีประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่สนใจนิยายผม นอกนั้นไม่รู้อะไรนับส่งนับสิบเต็มไปหมด หมั่นไส้ นึกอยากพิมพ์ตอบไปว่าใครคือนับสิบ แต่พอเห็นคอมเมนต์ล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาเนี่ยแหละ

รู้สึกหน้าร้อนๆ ขึ้นมาทันควัน ...ผมแต่งนิยายบอยเลิฟ เด็กนี่จะมาเมนต์ให้มันดูน่าอายทำไมวะ

(ตอบกลับ) Gene_1418 ตั้งใจเรียนไป

ผมพิมพ์แค่นั้นก่อนจะกดออกแอพฯ ปิดโน้ตบุ๊ค เอนหลังเปิดหนังดูจากในโทรศัพท์ มันเป็นซีรีส์ฝรั่งเกี่ยวกับจิตวิทยาและผู้ใช้พลังพิเศษ นั่งดูจนเกือบจบซีซั่นหนึ่ง มีพักลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วซื้อข้าวกล่องด้านล่างกินเล็กนอนก่อนจะนอนดูต่ออย่างเมามัน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แก้มขวาตัวเองถูกอะไรนิ่มๆ กดจนเกิดเสียงดัง

จุ๊บ!

...หันไปมองก็เห็นวงหน้าหล่อๆ คุ้นเคยที่ย่อตัวลงมานั่งมองใกล้ๆ

“นับสิบ!

โทรศัพท์ผมเกือบร่วงมากระแทกดั้ง ผมขยับถอยหนีทันควัน ถลึงตาส่งไปให้ เพราะตัวเองเปิดเสียงดังและจดจ่อเกินไป เด็กนี่ปลดล็อคเปิดประตูเดินเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่ทันรู้สึกตัว

“กินข้าวรึยังครับ”

ถึงหน้าจะบึ้งอยู่แต่ผมก็ใจอ่อนตอบ “แล้ว”

“น่ารัก”

“...”

หมอนี่ต้องการอะไรจากผม ตอบที

“แล้วนายล่ะ กินยัง”

“เรียบร้อยตั้งแต่เที่ยงแล้วครับ”


============================ 65%


“เหนื่อยมั้ย”

นับสิบเลิกคิ้วแปลกใจ ปากที่มีรอยยิ้มเล็กๆ เหมือนจะขยายขึ้นมากกว่าเดิมขณะส่ายศีรษะ

“งั้นเก็บเป๋าเลยป่ะ เดี๋ยวฉันช่วย”

คราวนี้คนตรงหน้าคลายรอยยิ้มลงทันควัน เขาโคลงหัวแล้วเอื้อมมือมาดึงแก้มผมให้ส่ายไปซ้ายทีขวาที “รีบจังเลยนะครับ อยากให้ผมออกไปมากขนาดนั้นเลยเหรอ หืม?”

“ที่ไหน ก็เห็นว่าอยู่ว่างๆ ไม่รีบเดี๋ยวค่ำนายขับรถกลางคืนอันตรายอีก”

“ก็ได้ครับ อุตส่าห์มีคนเป็นห่วง”

มือหนาขยับมาดึงมือผมให้ลุกขึ้นก่อนพาตรงไปที่ห้องตัวเอง ตั้งแต่วันที่เข้ามาช่วยทำความสะอาดวันแรกที่เขาย้ายมาก็ไม่เคยได้เข้ามาอีกเลย

ห้องของนับสิบไม่รกเลยสักนิด ของน่ะมี แต่ที่ไม่รกเพราะเหมือนว่าเจ้าตัวมีนิสัยใช้แล้ววางที่เดิมเป็นประจำ ไม่ได้จัดตกแต่งอะไรเลย แต่พอวางที่ประจำเลยทำให้ดูเป็นระเบียบ ผมกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างนึกสนใจ จมูกได้กลิ่นเย็นๆ อ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์อยู่ทั่วทุกที่ รู้สึกว่ามันหอมดี ก็เลยเผลอสูดหาว่ามาจากน้ำหอมปรับอากาศหรือว่าอะไร

กระทั่งรู้สึกตัวแล้วหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าก็ร้อนวูบ เมื่อนับสิบยืนยิ้มมุมจ้องอยู่ตั้งนานแล้ว

“อะ...เอ่อ ไหนล่ะกระเป๋า เดี๋ยวฉันช่วยเก็บ”

“ในตู้ครับ”

นับสิบเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา ผมเลยเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกฝั่งแล้วเปิดดู มีเสื้อผ้าสไตล์เหมาะกับนับสิบอัดอยู่เต็มตู้ แถมแต่ละตัวก็แบรนด์แพงๆ ทั้งนั้น หยิบออกมาพับแต่ละตัวก็ต้องระมัดระวังไปหมด

พับไปได้ครึ่งหนึ่ง รู้สึกว่ามันเงียบเชียบเป็นพิเศษเลยหันไปมองอย่างสงสัย แต่แล้วนับสิบก็ทำให้ผมหน้ายุ่งเมื่อเขายืนอยู่แถวชั้นวางใกล้กระจก ดูเอ้อระเหยไม่ตั้งใจทำเลย

“นับสิบ มัวทำอะไรอยู่ มาเก็บของดิ”

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ”

“นายจะถ่วงเวลารึไง?”

พอผมว่าด้วยสีหน้ารู้ทัน นับสิบก็ขำในลำคอ ร่างสูงๆ ยอมเดินมาที่ตู้เสื้อผ้า แต่แทนที่จะลงมือจัดการตามที่ผมคิด ดันเดินอ้อมกระเป๋าเดินทางมาดึงแขนรวบตัวผมเข้าไปกอดรัดไว้ซะอย่างนั้น เพราะการกระทำที่ไม่ทันได้ให้ตั้งตัว ตอนผวาเข้าไปชนอกและหน้าท้องแข็งแรงของอีกฝ่ายก็ทิ้งน้ำหนักลงไปเต็มๆ

เหมือนนับสิบไม่ได้ตั้งใจจะประคองอยู่แล้ว ร่างเราเลยหล่นลงบนเตียงพร้อมกัน

“สิบ เล่นไรเนี่ย!

ผมนอนคว่ำแปะอยู่บนตัวอีกฝ่าย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าทำเสื้อราคาแพงของเด็กนี่ร่วงบนพื้น ตอนหมุนตัวขาข้างหนึ่งก็เหยียบลงไปเต็มๆ เลยยันแขนดันตัวขึ้น “เชี่ย เสื้อนายหล่นแล้วเนี่ย ฉันเหยียบแล้วด้วย”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ตัวตั้งหลายบาท ซักใหม่ก็...”

ผมยังพูดไม่ทันจบ นับสิบก็รวบข้อมือผม ใช้แรงที่มีมากกว่าพลิกกายตัวเองให้เป็นฝ่ายขึ้นไปทาบทับเอาไว้แทน ผมที่ถูกดึงไปนั่นมานี่มึนงง รู้สึกได้ว่าร่างสูงตอนนี้ทิ้งใบหน้าไว้ตรงซอกคอผมจนตัวเองได้แต่นอนแข็งทื่อเป็นหุ่น

“นาย...”

ได้ยินเขาถอนหายใจแผ่วๆ ลมร้อนกระทบโดนผิวเนื้อจนขนลุกเกรียว

“อยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ เหรอครับ”

“...”

“ผมอยากอยู่กับคุณจีน”

“ฉันก็ ...เดี๋ยว ไม่ได้”

เวรเถอะ เพราะสถานการณ์ไม่ทันตั้งตัว ผมเกือบใจอ่อนตอบสิ่งที่ไม่ควรตอบไปแล้ว

นับสิบผงกศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย ให้สายตาเราสบกันถนัดถนี่ พอมองเข้าไปในนัยน์ตาสีดำสนิทเหมือนห้วงอวกาศ มันก็ให้ความรู้สึกปั่นปวนอย่างกับมีพายุลูกย่อมๆ พัดวน

“ผมขี้เกียจคิดถึง”

“...”

“ผมไม่อยู่ คุณจีนไม่คิดถึงผมเหรอครับ”

“ไม่”

“ปากแข็ง” รอยยิ้มมุมปากกับสายตารู้ทันทำให้ผมหน้าร้อนขึ้นมาหน่อยๆ

“ก็...ก็แล้วไง คิดถึงก็ไลน์มา แค่นั้นเอง”

“มันไม่เหมือนเห็นตัวจริงนี่ครับ” ตอนที่พูดแบบนี้นับสิบขยับวงหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น หน้าผากเขาแตะกับหน้าผากผม เรียวปากเอ่ยพูดเสียงเบาเกือบเป็นกระซิบ

“...”

“จูบไม่ได้ด้วย”

เด็กเวรร

“งั้นก็แวะมานี่ก็ได้ ฉันไม่ได้ห้ามนี่ นายก็รู้ว่าฉันอยู่ห้องตลอดอยู่แล้ว อยากมาเมื่อไหร่ก็มา”

“แน่นะครับ?”

“อืมดิ”

“พูดแล้วนะ”

“...”

ถูกถามกำชับแบบนี้ผมก็ชักจะระแวงขึ้นมา คิ้วขมวดนิดๆ มองตาคมเรียวที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ ตั้งแต่รู้ว่านับสิบเป็นเด็กเจ้าเล่ห์ผมก็รู้สึกว่าเวลาคุยอะไรกับหมอนี่ต้องพยายามใช้สมองในไตร่ตรองให้อยู่ในระดับสูงๆ ไว้ก่อนถึงจะไม่เสียรู้ แต่พอสรุปว่าไม่น่าจะมีอะไรก็กลายเป็นคิดมากไปอีก

“นายเองก็รู้รหัสนี่ ขึ้นมาเคาะฉันเปิดก็เจอกันแล้ว” ผมว่า “แบบนี้พอใจยัง”

“อืมม ก็ช่วยไม่ได้นะครับ”

ผมกลอกตากับไอ้ท่าทีเหมือนเพราะจำใจทำของนับสิบ เห็นแล้วหมั่นไส้จนนึกอยากจะชกเบาๆ ใส่สักหมัดสองหมัด แต่สิ่งที่ทำมีแค่ทาบฝ่ามือไว้กับไหล่หนาทั้งสองข้างแล้วดันให้เขาขยับออกไป

นับสิบยอมว่าง่าย พอบอกให้รีบๆ เก็บของต่อสักทีแบบโคตรจะจริงจังหนักแน่น เจ้าตัวถึงยอมมาช่วยในที่สุด ยังดีว่าของนับสิบไม่เยอะเท่าไหร่ กระเป๋าใบใหญ่ใบเดียวก็ยัดลงไปพอ แต่มันจะมีบรรดาของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ที่เขาซื้อเพิ่มหลังจากมาอยู่แล้ว ผมเลยต้องไปลากกระเป๋าใบเล็กของตัวเองมาให้เด็กนี่ยืมไปก่อน

ชั่วโมงกว่าๆ ห้องที่นับสิบเคยพักก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย กวาดสายตามองแล้วรู้สึกโหวงๆ นิดหน่อย แต่สุดท้ายก็เลือกจะดึงบานประตูปิดเข้าหากันเบาๆ

“กุญแจกับการ์ดสำรองฉันล่ะ”

นับสิบที่ยืนอยู่ใกล้ประตูมองมือผมที่แบยื่นไปตรงหน้า

เขาล้วงไปหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ออกมา ดึงการ์ดสีขาวมาส่งให้ผม จากนั้นตามด้วยกุญแจประตูห้องนอน ตอนรับมาผมไม่ได้พูดอะไร กระทั่งเดินลงมาส่งอีกคนถึงไอ้แอสตัน มาร์ตินคันนั้น

“ถึงแล้วบอกด้วยนะ”

“ครับ”

“ขับดีๆ อ่ะ”

“ครับ”

“มีไรไลน์เลย”

“คุณจีน”

“หือ?”

“เดี๋ยวผมก็เปลี่ยนใจไม่ไปหรอกครับ”

ผมชะงักไปนิดหน่อย มือที่แตะอยู่ตรงประตูรถฝั่งคนขับคลายออก “โอเค ไปเหอะ แล้วเจอกัน”

“ครับ แล้วเจอกัน”

รถคันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดที่จอด ผมยืนอยู่ตรงทางเดินต่อไปยังประตูเล็กเข้าตึกทางด้านข้าง มองตามหลังรถที่ค่อยๆ เลี้ยวหายไป ลับตาแล้วถึงตัดสินใจหมุนกายเดินกลับขึ้นไปบนห้อง

วินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่รอบๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอีกครั้ง ถึงก่อนนี้เวลากลับมาแล้วจะมีช่วงจังหวะที่นับสิบไม่อยู่ที่ห้องเหมือนกัน แต่ตอนนั้นมันไม่เหมือนอย่างในตอนนี้ นั่นน่ะเดี๋ยวนับสิบก็กลับมา แต่นี่ไม่ใช่... ผมชินที่มีคนอื่นอยู่ร่วมห้องไปแล้ว ไม่สิ ชินที่มีนับสิบไปแล้ว

ลมหายใจเบาๆ ถูกพ่นผ่านริมฝีปาก แต่ผมพยายามไม่ไปคิดฟุ้งซ่านอะไรมาก จัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน ลงไปซื้อข้าวกล่องมากินอีกมื้อ จากนั้นนั่งดูซีรีส์ต่อจนไปถึงครึ่งซีซั่นสอง กระทั่ง...

nubsib สายเรียกเข้า

เด็กเหี้ยของไอ้ตั้มโทรไลน์มา

ผมตาโต รีบกดพอสหนังแล้วแตะปุ่มรับทันที (คุณจีน...)

“ฉันบอกว่าถึงแล้วให้ไลน์มา นี่ชาติหนึ่งได้ละ”

นับสิบเงียบไป เหมือนไมได้ตั้งตัวพอโดนผมรัวใส่ (โทษทีครับ ผมเก็บของ)

“แล้วเสร็จยัง”

(ครับ)

“พรุ่งนี้มีเรียนมั้ย”

(แค่คาบเดียวครับ)

“อ้อ งั้นก็อาบน้ำนอนเหอะ”

(คุยกันก่อนสิครับ ผมอยากคุยกับคุณจีน)

“...ฉันดูหนังอยู่”

(ผมอ่านนิยายแล้วนะ)

“สาดดด อ่านทำไม!

พอผมโวย เสียงหัวเราะน้อยๆ ก็ดังมาตามปลายสาย (ทำไมล่ะครับ ...เขิน?)

“ฉันวางละ”

(...)

ปิ๊บ!

นับสิบไม่ตอบ แต่เปลี่ยนเป็นวิดีโอคอลเฉย

ผมขยับโทรศัพท์ออกมาจ้อง มองเห็นวงหน้าหล่อๆ ของนับสิบจากในนั้น เขายิ้มน้อยๆ เหมือนว่ากำลังนั่งอยู่บนเตียง สังเกตจากเสื้อผ้าหน้าผม เหมือนว่านับสิบก็อาบน้ำเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน

มองเห็นแสงโคมไฟสีส้มสลัวๆ ผมก็สอดส่ายสายตามองห้องของอีกฝ่ายอย่างสนใจ ห้องราคาแพงของหมายเลขสิบแปดจะหรูขนาดไหนก็อยากเห็นขึ้นมา

“ไหน หันให้ดูห้องหน่อย”

(ไม่ได้ครับ)

คิ้วผมขมวดแน่นทันที “ทำไมไม่ได้”

(ไว้ให้คุณจีนมารอดูของจริง)

“ก็ดูตอนนี้ก่อน”

(ถ้าให้ดูเดี๋ยวก็ไม่อยากมาสิครับ คุณจีนจะมาห้องผมเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว)

เฮอะ หลอกล่อ กูฉลาดแล้วนะ บอกก่อน

ถึงจะรู้อย่างนั้น แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะใจอยากเห็นจริงๆ “ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไป”

ระหว่างนั้นก็หยิบเอาไอแพดที่วางอยู่บนตักไปไว้ข้างเตียง พลิกตัวนอนตะแคงกอดกองผ้านวมด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ถือโทรศัพท์ที่ยังวิดีโอกับนับสิบไว้

“แล้วพรุ่งนี้มีถ่ายกี่โมงนะ”

(ประมาณบ่ายสองครับ จะมามั้ย?)

“ฉันมีนัดกับบอกอ คงไปไม่ทัน”

(ถ้าทันแวะมารับผมที่มอหน่อยสิครับ)

“นิว แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ สองศูนย์หนึ่งแปด”

(...หึ) ฝ่ายนั้นหัวเราะเบาๆ

“ตลกเหรอ”

พอเห็นหน้าของผม รอยยิ้มตรงมุมปากนับสิบในจอก็ยกสูงขึ้นกว่าเดิม...

 

ผมตื่นเช้าขึ้นมาตอนเจ็ดโมงกว่าๆ พอรู้สึกตัวและกำมือถือที่อยู่ในมือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเช้ากว่าเวลาที่ตั้งปลุกไปมาก แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนนอนตื่นงงๆ อยู่แล้ว เลยไม่ได้ซีเรียส

แบตฯ โทรศัพท์ผมเวลานี้เหลือแค่ 17% เป็นเพราะเมื่อวานคุยกับเด็กจนลืมชาร์จไว้นั่นแหละ เลยต้องรื้อเอาพาวเวอร์แบงค์ออกมาเตรียม เมื่อคืนสายวางไปตอนไหนก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมเปิดเข้าไปดูในไลน์ก็เลขเวลาขึ้นบอกว่าโทรคุยยาวถึงสี่ชั่วโมง พอผมหลับนับสิบคงเป็นคนตัดสาย เห็นข้อความที่ฝ่ายตรงข้ามพิมพ์ทิ้งไว้ให้ก็ยิ้ม

nubsib : ฝันดีนะครับ

ผมส่งแค่สติกเกอร์กลับไป จากนั้นเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อสวมคอนแทคฯ ออกจากห้องทันที ไม่ได้กินอาหารเช้าอะไรเพราะว่าตอนคุยกับบอกอไอ้หินมันนัดผมไว้แล้วว่าจะไปกินด้วยกัน

ตึกสำนักพิมพ์ตั้งอยู่ค่อนข้างไกล เห็นว่าถนนเส้นหลักเช้าๆ รถรายังค่อนข้างติด เลยขับขึ้นโทลเวย์ซะเลย ร่นระยะเวลาไปได้เยอะ ไม่กี่นาทีต่อมาก็ถึง

“จีน นัดกับพี่บัวไว้ใช่มั้ย ไปรอห้องสี่เลยนะ”

ขึ้นมาถึงชั้นที่สำนักพิมพ์เขาเช่าอยู่ หนึ่งในบอกอที่เดินสวนออกมาพอดีก็ชี้มือบอก

“ขอบคุณครับ แล้วไอ้หินล่ะพี่”

“หัวหน้าให้มันไปคุยกับโรงพิมพ์แป๊บเดียว เดี๋ยวก็มา”

ผมพยักหน้า เพราะมาที่นี่ก็หลายรอบแล้ว สนิทกับหลายๆ คนพอควร เลยเดินไปทางห้องแล้วเปิดไฟเปิดแอร์อะไรเองเลย นั่งอ่านหนังสือจากชั้นรออยู่พักหนึ่ง ไม่นานประตูก็ถูกผลักเข้ามา

“จีน โทษที พี่ติดสายนิดหน่อย กินไรมารึยัง”

“ยังเลย ผมนัดไอ้หินไว้ครับ”

“โอเค งั้นรีบคุยจะได้ไปกินข้าว”

พี่บัวแกหยิบไอแพดคู่กายอันเดิมออกมาวาง ตามด้วยเอกสารที่พริ้นท์ต้นฉบับของผม

“พี่มาร์กตัวแดงไว้ ด้านหลังอธิบายไว้ด้วย เดี๋ยวอันนี้เราเอากลับไปอ่านดู”

“โอเคครับ”

“แล้วก็ อืมม? ไหนนะ เรื่องฉากเซ็กซ์ที่พี่บอกว่าเราเขียนดีขึ้น พอมาถึงนี่แล้วตัดทำไมล่ะจีน”

“ก็... ผมว่ามันจะเยอะไปอ่ะพี่”

“เยอะอะไร ห่างจากตอนเก่าไปตั้งแปดตอนแล้ว เขียนไปเลย อย่าตัดเข้าโคมไฟ อุตส่าห์เขียนดีขึ้นทั้งทีก็เขียนไป”

“เดี๋ยวผมลองกลับไปดูอีกทีก็ได้ครับ”

“อืม แบบนั้นแหละ ติดตรงไหนก็ถาม เอาแซ่บๆ เหมือนเดิม ให้คนสอนคนเดิมก็ได้”

“พี่ ไม่มมมมมี”

“รู้มั้ย ท่าทีแบบนี้ของเรานั่นแหละที่ทำให้เหมือนมี”

“...”

“อ่ะๆ ส่วนนี่ หัวหน้าพี่ฝากมาให้นะ เอากลับไปได้เลย” พี่บัวหยิบถุงผ้าหนามาวางไว้ให้บนโต๊ะ ตอนมันกระทบกับโต๊ะไม้สักเตี้ยก็มีเสียงดังตึง ดูท่าจะหนักพอสมควร

ปากเอ่ยขอบคุณแล้วเปิดดู ...แล้วก็กะไม่ผิดเลย หนังสือบีแอลอีกแล้ว

พอพี่บัวแกขอไปทำงานต่อ ผมซึ่งรอไอ้หินว่างๆ ก็หยิบแต่ละเล่มออกมาดู เป็นงานแปลเหมือนเดิม ไม่ใช่ของสำนักพิมพ์ตัวเองซะด้วย แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ที่งานแปลจีนและญี่ปุ่นเหมือนเคย แต่ที่ทำให้ผมตาโตก็คือมีโดจินสันบางแนบมาด้วยสองสามเล่ม ปกนี่ฉีกขาฉีกแข้งเป้าตุงจนผมรู้สึกอายแทน

นั่งรอไอ้หินอยู่เกือบยี่สิบนาที ไอ้รุ่นน้องงี่เง่าที่ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์ก็พรวดพราดวิ่งตึงตังผลักประตูเสียงดังเข้ามากระโดดกอดผมจนเอนไปตามแนวราบโซฟา

“พี่จีนน แม่งโคตรคิดถึงอ่ะ พาไปหานับสิบหน่อย”

“มึงคิดถึงกูรึสิบกันแน่”

“แน่นอนว่าก็ต้องพี่อยู่แล้วดิ ป่ะ ไปกินข้าวกัน”

ด้วยความที่ท้องแกร่วรอนานแล้ว เลยไม่อยากออกไปไกลๆ เลือกง่ายๆ เป็นร้านพิซซ่าที่เปิดอยู่ตึกตรงข้าม

กินไปคุยกันไปจนอิ่ม พอไอ้หินเห็นว่าผมไม่รีบกลับก็ชวนไปนั่งเล่นที่ช็อปของสำนักพิมพ์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงชั้นหนึ่งของตึกสำนักพิมพ์นั่นแหละ เพราะค่อนข้างเป็นบริษัทมีชื่อเสียงในหมู่นักอ่าน บางครั้งนอกจากออกบูธเดี่ยวๆ เป็นของตัวเองแล้ว ยังมีร้านขายหนังสือทั้งเก่าและใหม่โดยตรง ราคาถูกกว่าทั่วไปด้วย

อีกฝั่งหนึ่งของช็อปมีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับอ่านหนังสือจัดตั้งไว้ ตู้หนังสือขนาดใหญ่วางเล่มตัวอย่างให้ทดลองอ่าน นอกจากนั้นสามารถซื้อกาแฟซื้อเค้กจากร้านข้างๆ เข้ามานั่งทานได้

ผมเห็นแล้วเลยส่งเงินให้ไอ้หินไปซื้อมาสักอย่าง

“แล้วตกลงงานหนังสือรอบนี้พี่ไปมั้ย พี่บัวชวนยัง”

“ยังไม่เห็นพูดเลย”

“เหรอๆ เดี๋ยวพี่แกคงจะว่าอีกทีมั้ง แล้วไง ไปไหมๆ”

“ไม่ล่ะ”

“อีกละ แฟนๆ เขาอยากได้ลายเซ็นพี่นะ”

“...”

“แหมะ มาถึงนี่แล้วไม่ต้องเขินแล้วมั้งงง บอกอจะได้เอาคอลัมน์มาถ่ายรูปมาสัมภาษณ์พี่ด้วยเนี่ย”

“ดูก่อนละกัน”

“ดูก่อนอีกก จริงๆ ถ้าเรื่องต่อไปทัน...”

“ขอโทษที่รบกวนนะคะ”

ผมกับไอ้หินหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน และแล้วก็เจอน้องผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทยืนยิ้มหวานแต่สีหน้าเกรงอกเกรงใจอยู่คนเดียว

“พี่จีน”

“...”มือผมที่ถือช้อนเค้กชะงักค้างเติ่งกลางอากาศ “ครับ?”

“ช่วยเซ็นให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ”

คราวนี้ผมมึนมากกว่าเดิม วางช้อนลงกับจาน แต่พอจะเดาได้แล้วว่าน้องเขาคงเป็นแฟนนิยายของตัวเอง ส่วนไอ้หินที่ยังไม่รู้ว่ามีรูปผมบางส่วนกระจายอยู่ในเน็ตก็นั่งอ้าปากค้างต่อไป

เจอคนเข้ามาทักโต้งๆ แบบนี้แล้วผมก็กระอักกระอ่วนขัดเขินอยู่บ้าง ก้มหน้าต่ำลงนิดๆ ตอนที่บอกให้น้องเขาส่งหนังสือที่จะให้เซ็นมา อีกฝ่ายก็น่ารักเตรียมปากกาและกางหน้าที่ต้องการให้เสร็จสรรพ

ผมเตรียมจะเขียน แต่แล้วมือกลับต้องสะดุด

“เอ่อ... นี่”

“นิตยสาร?” ไอ้หินที่เห็นเหมือนกันพึมพำ

ใช่ เล่มที่น้องเขาส่งให้ผมไม่ใช่นิยาย แต่เป็นนิตยสารแฟชั่นชื่อดังเล่มหนึ่ง แถมหน้าที่เปิดรอให้ผมเซ็นยังเป็นภาพนับสิบอีกต่างหาก หมายเลขสิบแปดแต่งตัวโคตรเท่ ตรงฝั่งขวาล่างมีลายเซ็นของเจ้าตัวด้วย

“ผิดเล่มรึเปล่าครับ”

“ไม่ผิดหรอกค่ะ” พอเห็นผมทำหน้างงๆ น้องเขาก็เขินม้วนต้วน ชี้ไปบนกระดาษเนื้อมัน “พี่จีนช่วยเซ็นให้หน่อยได้มั้ยคะ ข้างๆ ลายเซ็นของนับสิบอ่ะค่ะ ตรงนี้ๆๆ”

“เอ่อ...”

ทำไมผมต้องเซ็นข้างหมายเลขสิบแปดวะ ไอ้นี่ไม่ใช่หนังสือผมด้วยเนี่ย

ถึงในใจจะบ่น แต่สุดท้ายพอเห็นน้องเขาทำสีหน้าอ้อนวอนพร้อมเอ่ยนะคะเสียงหวานรัวๆ ผมก็ใจอ่อนจรดปากกาให้ไปจนได้ อีกฝ่ายหยิบนิตยสารคืนไปดูแล้วหัวเราะคิกคัก ท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด

“ฮืออ พี่จีนน่ารักจัง อยากขอจับมือแต่หนูเขินน ขอบคุณมากๆๆ เลยนะคะ นิยายเล่มจริงของพี่จีนวันนี้หนูไม่ได้เอามา เลยอดเลย แต่นิตยสารเล่มนี้หนูพกไว้ตลอด ไว้รอบหน้ามีโอกาสจะเอามาให้เซ็นนะ”

ผมได้ยิ้มเจื่อนแต่พยักหน้าให้ น้องเขายกมือไหว้อย่างน่ารัก ขอบคุณอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินห่างออกไป

“เดี๋ยวๆๆ น้องๆ” ...แต่คนที่นั่งตรงข้ามดันเรียกเอาไว้อีก

“คะ?”

“ลายเซ็นนับสิบอ่ะๆ น้องเอามาได้ไงอ่ะครับ พี่อยากได้บ้าง!

ผมแม่งหมดคำพูดกับไอ้หินจริงๆ

“อ๋อ หนูบังเอิญเจอตอนไปหาเพื่อนที่มอ X น่ะค่ะ พอบอกว่าเดี๋ยวจะขอให้พี่จีนเซ็นคู่กัน นับสิบก็เซ็นให้เลย”

“...”

พอน้องเขาเดินถอยห่างออกไปแล้ว ไอ้หินก็ยืดตัวมารวบมือผมทั้งสองข้างไปจับไว้ทันควัน ส่งสายตาวิบวับ

“พี่จีน เซ็นนิตยสารให้หน่อยดิ”

“ไม่เว้ย!


====================== 120%

(27/2/2019 - 120%) สิบอ้อนไม่ผ่าน แผนบีด่วน

...ถ้าคืนนี้ปั่นจบตอนล่าสุด พรุ่งนี้คงได้อัพต่อค่ะ TT



(24/2/2019 - 65%) อย่าตื๊อให้ลง ใจอ่อนง่าย TT อยากลองสแปร์ให้ถึงสิบตอนดูว่าจะทำได้มั้ย 55555


เห็นคอมเมนต์วันที่ลงพาร์ทสิบว่าคุณจีนดูน่ารัก...

เวลาคุณเขาบรรยายตัวเองจะดูไม่ค่อยออก ที่จริงแล้วคุณจีนสูง 173 เองนะคะ 555555555 Orz เพราะว่าเราอิงนายเอกให้คล้ายคลึงผู้ชายธรรมดาทั่วไป ส่วนสูงของผู้ชายเอเชีย (ที่ไม่ได้เป็นนายแบบ นักกีฬาหรือโปรไฟล์หล่อสลัดรัสเซียอย่างนับสิบ ทัพ) ส่วนสูงก็จะอยู่ราวๆ ไม่เกินนี้มากนัก

เทียบกับนับสิบก็คงดูจุ๋มจิ๋มอยู่แหละค่ะ


แฮชแท็ก #นับสิบจะจูบ

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.773K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,590 ความคิดเห็น

  1. #8575 Cho19888 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 05:50
    ขอคอมเม้นท์ให้นิยายเรื่องนี้หน่อยละกัน ไหนๆอ่านถึงนี่แล้ว ตอนหน้าเค้าปิด จะตามไปซื้ออีบุ๊คอ่านต่อ จริงๆแล้วเจอในยูทูป เห็นหน้านักแสดงน้องอัพและน้องเก้า อ่าห่ะ เคมีดีมากๆดูไปดูมา อืม น่าสนใจมาก เลยดูจนจบ ต่อด้วยหาอ่านนิยาย ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบดูซีรี่ ชอบอ่านนิยายมากกว่า เพราะซีรี่ย์ทำไม่เหมือนในหนังสือ100% เลยผิดหวังซ้ำซากตัดใจไม่เคยดูอีกเลย มาดูเรื่องนี้ น้องอัพเก้า แสดงดีมาก ถึงมาอ่านย้อยหลัง มีบางอย่างบางตอนที่ไม่ตรงหนังสือ แต่ก็ช่างเหอะ อ่านในนิยายฟินกว่าเยอะเลย

    ถือเป็นนิยายฟิลกู๊ดที่น่าสะสมตั้งบนหิ้งอีกชื้นนึง ไรท์เขียนได้ดีมาก เป็นธรรมชาติมาก ตัวละครแต่ละตัวบุคลิกชัดเจน จะติดตามผลงานต่อไปครับ ให้กำลังใจรัวๆๆๆๆๆ ไปสอยหนังสือละะะ
    #8,575
    0
  2. #8574 Cho19888 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 05:40
    ฟิลกู๊ดแบบฉ่ำมากค่ะแม่...นอนหลับฝันหวานมว๊ากกกก
    #8,574
    0
  3. #8551 เซ็ตโชมารู (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:40

    สงสารนับสิบ อกจะแตกแล้วมั๊งเนาะ55555

    Take care คับ

    #8,551
    0
  4. #8527 Tomakunk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:32

    น่ารักเกินไปแล้ว คุณจีน นับสิบจะทนไม่ไหวแล้วน้า

    #8,527
    0
  5. #8434 SuHaeeun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 15:50
    เขินบ่ไหวแล้ววววววววววววว
    #8,434
    0
  6. #8408 thonghan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:53
    555555 หินเอ้ยยยยย เอ็นดู
    #8,408
    0
  7. #8398 SumK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:00

    อ่านมาถึงตอนนี้ละ ... ???? เพิ่งได้มีโอกาสคอมเม้น

    คนเเต่งเก่งมากๆเลยนะคะ ที่ทำให้เราอ่านไปยิ้มไป อ่านไปลุ้นไป อ่านไปอึนไป อ่านไปเครียดไป โห...หลายอารมณ์สุดๆ(งงตัวเอง555+) แต่ชอบคะ ชอบมากๆ กำลังจะไปตามหารูปเล่ม 10ช่องตารางรัก ??’? เเละเรื่องนี้ (เราไม่รุ้มีรูปเล่มยังเพราะๅม่ได้เข้าเพจเลย) ยังไงจะติดตามต่อไปนะคะ ????

    #8,398
    0
  8. #8363 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:58
    เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันเนี่ยน่ารักอ่ะ
    #8,363
    0
  9. #8326 ojay2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 13:46
    มันจิ้นนนนอ่ะน้องงงงง
    #8,326
    0
  10. #8247 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 16:56
    รู้สึกผิดเลยอ่ะที่ดองเรื่องนี้ไว้นานมากกกกกก อ่านตอนนี้เลยรู้ว่ามันสนุกมาก!!!!!
    #8,247
    0
  11. #8213 phapha087bw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 23:08
    พี่จีนใจอ่อนเร็วๆเถิด
    #8,213
    0
  12. #8196 Rosemary1985 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 12:51

    ทำไมเราตลกหินอ่าาา 55555
    #8,196
    0
  13. #8182 blueeyes111 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 16:53
    พี่จีนพี่ก็ชอบน้องสิบมากแล้วนะเนี่ย
    #8,182
    0
  14. #8159 Loveloveyou_nnc (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 01:32
    งงตัวเองมากกก คืออ่านนิยายจำเป็นต้องเขินต้องยิ้มขนาดนี้ไหม5555
    #8,159
    0
  15. #8157 piepiesQ7_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 05:12
    เด็กก็โดนซื้อได้ด้วยพี่จีน ขอแค่มีพี่จีนนับสิบทำได้หมดฮะ5555555555555
    #8,157
    0
  16. #8131 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:36
    เด็กมันอยู่โคตรเป็น5555555
    #8,131
    0
  17. #8122 Cryingforcake (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:46
    เกลียดการเข้าถูกทางของน้องผู้หญิงชิปเป้อ55555555555555 หินนายจงเรียนรู้ไว้นะ วิถีชิปเป้อ!
    #8,122
    0
  18. #8114 hello_gik (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 00:54
    หินเอ้ยยย วงวาร
    #8,114
    0
  19. #8102 JKCGV (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:17
    ตลกหินอ่ะ5555555 เจอนับสิบบ่อย ทำไม่ขอออออ
    #8,102
    0
  20. #8079 oiLL (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 12:43
    หินน่ารัก

    5555
    #8,079
    0
  21. #8061 12311232123312 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 13:18
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #8,061
    0
  22. #8013 M1WMIRACLE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 09:20
    นับสิบหลงพี่จีนมากเลยอะ เขินนนนน
    #8,013
    0
  23. #7960 M-232 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 19:28
    ฉลาดจริงนะเราเอาตัวช่วยเข้ามาช่วย#ตบมือค่ะ
    #7,960
    0
  24. #7952 soul_hyukjae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 04:47
    ไอคุณหินนี่!!!
    #7,952
    0
  25. #7896 Earn0624 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 21:29
    นับสิบอ้อนเก่งนะคะ
    #7,896
    0