นับสิบจะจูบ (Yaoi) END

ตอนที่ 17 : นับ 15 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,829 ครั้ง
    15 ก.พ. 62



นับ 15

มือผมซึ่งจับอยู่ที่พวงมาลัยกำแน่น ทั้งที่เจ็บและตึงกล้ามเนื้อ แต่ผมกลับไม่ได้สนใจมัน

ตาจ้องนิ่งไปยังถนนตรงหน้า ไฟจราจรเป็นสีแดงและขึ้นบอกตัวเลขหลักร้อย ค่อยๆ นับถอยหลังลงไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้สนใจมันเช่นกัน ตอนนี้ในหัวมีแค่คำพูดและน้ำเสียงของป้าอรทุกคำที่คุยกับผมก่อนหน้านี้ด้องก้องวนเวียนไม่หยุด

น้องจีนจำน้องได้มั้ยลูก น้องกลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วนะ

จำ...ได้ครับ

สิบถามหาน้องจีนประจำเลยนะ ตอนนี้น้องเรียนอยู่ที่ X จากบ้านเราก็ไกลเนอะลูก เลยต้องพักคอนโดฯ ไม่งั้นวันนี้ถ้าน้องจีนกลับมาคงได้เจอน้องแล้ว

...

เมื่อก่อนผมสนิทกับลูกชายคนเล็กของป้าอรมาก ตื่นปุ๊บก็อาบน้ำวิ่งออกจากบ้านไปโผล่อยู่ที่บ้านหลังข้างๆ เป็นประจำ ผมจำไม่ได้ว่าเราอายุห่างกันเท่าไหร่ แต่เพราะตัวเองเป็นลูกคนเล็ก พอเห็นคนที่อายุน้อยกว่าตัวเองก็มองเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ ขนาดขึ้นมอต้นแล้วยังไปชวนเล่นเกมอยู่บ่อยๆ

จนมอปลายที่ย้ายไปอยู่หอ ช่วงนั้นผมติดเพื่อนมาก ขนาดพ่อแม่โทรหาก็คุยกันแค่แป๊บๆ ก็ขอวางสาย จำได้แค่แม่เล่าว่าน้องเขาไปเรียนต่อต่างประเทศ ตอนนั้นรับคำส่งๆ ไม่ได้สนใจอะไรมาก

ผมแทบไม่กลับบ้าน มีแต่พ่อแม่ที่ไปหา

สิบปี... ใครจะไปจำได้ว่าน้องคนนั้นคือนับสิบ

ผมไม่ใช่พวกจำหน้าคน และเด็กผู้ชายที่สูงขึ้น ใบหน้าเปลี่ยน ชัดเจนสมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งทำให้จำไม่ได้มากกว่าเดิม มีแค่ความทรงจำบางอย่างที่เล่นกันรางๆ รู้ว่าน้องข้างบ้านชื่อสิบ ชื่อจริงไม่รู้ ของพี่หนึ่งผมก็ไม่รู้ จำได้แค่ของลุงวัฒน์ที่มักจะมีชื่อเขียนอยู่บนหน้าปกนิตยสารธุรกิจประจำเท่านั้น พอเจอนับสิบตอนนี้ก็ไม่ได้ฉุกคิดว่าแค่เชื่อเหมือนกันจะเป็นคนเดียวกัน

ผมเคยเห็นน้องเขาในเน็ต... ตอนนั้นกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ผมเงียบไปนานมาก ที่แสร้งถามก็เลือกคำแทบไม่ถูก นับสิบเป็นนักแสดงนายแบบไม่ใช่เหรอครับ

อ้าว รู้ด้วยเหรอ พวกวัยรุ่นก็ต้องรู้จักนักแสดงดาราวัยรุ่นละเนอะ ไม่เหมือนป้าอร พูดแล้วแกก็หัวเราะเบิกบาน เล่าให้ฟังต่อ แต่ว่าลุงวัฒน์เขาไม่ชอบให้ไปออกกล้องไปทำอะไรแบบนี้ แต่พอเห็นว่ายังเรียนอยู่ก็ได้แต่ปล่อยๆ ไป หัดรู้จักหาเงินเองก็ดีเหมือนกัน น้องจีนไม่รู้เพราะว่าเจ้าสิบใช้นามสกุลป้าล่ะสิ

นามสกุลนั้นคือนามสกุลป้าอรเหรอครับ

จ้ะ นามสกุลเก่าป้าอรเอง

อ้อ...

เพราะงั้นถึงนามสกุลไม่เหมือนกันสินะ ถ้าในประวัติที่ผมเคยอ่านเป็นนามสกุลธนากิจไพศาล ผมคงสงสัยไปนานแล้ว

ป้าอรบอกว่าเพราะอนาคตลุงวัฒน์จะให้ลูกชายทั้งคู่มารับช่วงกิจการบริษัทต่อ แกเป็นคนเคร่งเรื่องภาพลักษณ์อยู่แล้ว แยกธุรกิจกับวงการบันเทิงออกจากกันชัดเจน เพราะงั้นพอลูกชายมีชื่อเสียงในฐานะนั้น ถึงจะไม่ค่อยชอบใจ แต่ก็ไม่อยากบังคับ มีแค่ชื่อที่ใช้ในวงการบันเทิงจะต้องไม่ใช่นามสกุลธนากิจไพศาล

เพราะงั้นนับสิบก็คือลูกชายของป้าอรจริงๆ...

ทำไมนับสิบถึงไม่บอก?

หมอนั่นก็จำไม่ได้ว่าผมคือคนที่อยู่บ้านติดกัน? ...เป็นไปไมได้ เพราะผมไม่เคยปิดบังอะไรตัวเองเลย รูปสมัยเด็กๆ ก็มีวางตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น จะบอกว่าไม่เคยเห็นก็ไม่ใช่

ถ้าอย่างนั้นก็โกหก

ใช่ ต้องโกหกแน่นอนอยู่แล้ว ไอ้ตั้มบอกว่านับสิบไม่มีห้องพักถึงได้มาขอพักกับผม ทั้งที่คอนโดมิเนียมหรือบ้านที่เป็นของตระกูลธนากิจไพศาลมีหลายหลังอยู่ในเมือง นับสิบเคยบอกผมว่านั่งเมล์ไปโรงเรียน ไม่มีรถใช้ ติดรถคนอื่นมาส่ง นี่ก็โกหก... รถยุโรปราคาแพงสีดำคันนั้นที่ผมเคยเห็นล่างคอนโดฯ ก็คงเป็นของที่บ้านนั่นแหละ

“เหอะ...”

พอรู้และเดาอะไรหลายๆ อย่างได้ ผมก็อดจะหัวเราะฝืดเฝื่อนกับตัวเองไม่ได้

พอคิดว่านับสิบหลอกผม ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้

ถึงจะไม่รู้เหตุผล แต่นอกจากความเสียใจในใจก็สุมแน่นไปด้วยอารมณ์โกรธ ผมมองว่านับสิบเป็นเด็กดีมาตลอด ยอมให้พักด้วย ครบเดือนแล้วก็ยังให้อยู่ต่อ แล้วต้องมารู้ว่าอีกฝ่ายหลอกตัวเองเนี่ยนะ? นับสิบเห็นว่าผมเป็นอะไร ไอ้หน้าโง่เหรอ แค่คิดว่าอีกฝ่ายขำกับความไม่รู้เรื่องรู้ราวของผมมันก็ทำให้อารมณ์ปั่นป่วนไปหมด

ปี๊น!

ผมสะดุ้ง คลายมือที่กำแน่นออก จากที่เหม่อไปนาน พอรถคันหลังบีบแตรถึงได้เห็นว่าไฟเขียวแล้ว...

เหยียบคันเร่งอีกครั้ง พาตัวเองกลับไปที่ห้อง ยิ่งระยะทางย่นเข้ามาใกล้เท่าไหร่ ใจก็ยิ่งไม่สงบมากขึ้นเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ฝืนนั่งคุยอยู่กับป้าอรได้ไม่ถึงสิบนาที สุดท้ายก็ขอตัวออกมาก่อน วิ่งกลับบ้านไปหยิบกุญแจรถ ขอโทษแม่และบอกแค่ว่ามีธุระด่วน ถึงแกจะแปลกใจ แต่พอเห็นสีหน้าผมก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

มือทาบการ์ดลงกับเซ็นเซอร์ขณะดึงบานประตูผลักเข้าไป ไฟทุกดวงด้านในปิดมืดสนิท ห้องที่เงียบเชียบทำให้ผมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ด้านใน ปากเลยปล่อยลมหายใจแผ่วๆ ออกมา เหมือนว่าใจลึกๆ ก็ไม่อยากฟังเหตุผลจากปากนับสิบเหมือนกัน กลัวว่าเจ้าตัวจะตอบว่าแค่ขำๆ หรือหยอกเล่นอะไรทำนองนั้น ถึงตอนนี้ผมก็รู้ว่าตัวเองแคร์หมอนั่นมากกว่าที่คิดไว้ทีแรกซะอีก

ผมเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องตัวเอง จากนั้นทำนั่นทำนี่เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน แต่ฝืนได้อยู่ไม่เท่าไหร่ก็ทนไม่ไหว ออกมานั่งนิ่งตรงโซฟาด้านนอก

เอนตัวแนบแผ่นหลังเข้ากับพนักพิง ปิดเปลือกตา แต่ไม่ได้หลับ

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ กระทั่งหูได้ยินเสียงปลดล็อคกลอนดังขึ้นเบาๆ ผมตื่นตัวขึ้นมาทันที หันไปมองก็เห็นร่างสูงคุ้นเคยของนับสิบก้าวเข้ามา

พอวงหน้าหล่อๆ นั่นหันมาแล้วสบตากับผมเข้า ถึงแววตาจะฉายว่าแปลกใจ แต่ปากก็ยิ้ม

“คุณจีน”

“...”

“ไหนว่าจะค้างสองคืนไงครับ”

ทีแรกผมคิดว่าเห็นนับสิบแล้วจะรู้สึกแย่จนแทบพูดอะไรไม่ออก แต่ผมคิดผิด พอเห็นรอยยิ้มมีเสน่ห์คุ้นตา ผมก็แทบอยากจะกระโจนไปต่อยระบายอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในใจตอนนี้หลายๆ ที

ผมไม่ตอบอะไร กระทั่งอีกฝ่ายเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ

“คืนนี้เก็บของให้หมด แล้วพรุ่งนี้ก็ออกไปจากห้องฉัน”

นับสิบชะงักไปเมื่อได้ยิน

“ทำไมล่ะครับ? ไหนคุณจีนบอกว่าให้ผมอยู่ด้วยได้”

ผมส่งเสียงในลำคอ “บ้านนายมีคอนโดฯ ตั้งหลายห้อง ฉันไม่จำเป็นต้องให้นายอยู่ด้วยซ้ำ”

“...”

ผมรู้ว่านับสิบเป็นคนฉลาด พอพูดแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยตรงๆ อีกฝ่ายก็เข้าใจทุกอย่างได้แล้ว และเหมือนจะรับรู้อารมณ์ของผมตอนนี้ได้ พอหันไปมองถึงได้เห็นสีหน้าที่ไม่เหมือนทุกทีปรากฏอยู่

“นายจำฉันได้ใช่มั้ย” สุดท้ายก็ถามไปด้วยความอัดอั้นตันใจ

“...”

“รู้มาตั้งแต่แรกว่าฉันเป็นใคร?”

“ครับ”

มือผมกำแน่นตอนได้ยินคำตอบตรงๆ ที่ดังออกมาจากเรียวปากหยัก แต่ก็เอ่ยต่อ “นายรู้ว่าฉันจำนายไม่ได้ นายจงใจไม่บอกว่าเรารู้จักกัน...?”

“ใช่ครับ”

“แม่งเอ๊ย!” คราวนี้ผมผุดลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่แล้วถลาเข้าไปดึงคอเสื้ออีกฝ่ายทันที

“แต่ผมมีเหตุผล”

“เหตุผลคือนายสนุกมากที่หลอกฉันอย่างนี้!? เหี้ยเถอะ ถ้านายไม่ใช่ลูกป้าอรฉันต่อยนายไปแล้ว!

“ได้ครับ”

“อย่ามาท้า!!

“ผมไม่ได้ท้า” ตอนที่พูดประโยคสั้นๆ นี้ นับสิบไม่ได้มีทีท่าโกรธที่ถูกผมกระชากตัวไว้ สีหน้าของอีกฝ่ายดูจริงจัง ตอนที่ตาคู่คมสบเข้ากับผมก็เช่นกัน แต่ผมมองแล้วไม่เชื่อแม้แต่นิด “เรื่องนี้ผมรู้ว่าตัวเองผิด ถ้าคุณจีนต่อยแล้วหายโกรธผมก็ยินดี แต่ผมแค่อยากให้จีนฟังที่ผมจะพูดก่อน”

“...”

นับสิบไม่รู้รึไง ว่ายิ่งพูดแบบนี้ผมยิ่งโกรธ

ทำเหมือนยอมผม... ไม่แก้ตัวไม่อะไร เหมือนผมโมโหเป็นบ้าไปอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่นับสิบนั่นแหละเป็นฝ่ายทำแบบนี้

ผมกัดริมฝีปากล่างอย่างแรง แต่นับสิบที่มองผมอยู่ตลอดขมวดคิ้วทันควัน

“จีน อย่าทำแบบนั้น”

มือหนาที่เอื้อมมาใกล้ใบหน้าถูกผมใช้มืออีกข้างปัดออกไปอย่างแรง คลายคอเสื้อที่กุมเอาไว้แล้วผลักร่างสูงให้ถอยห่าง ชี้มือไปทางบานประตู

“นายรีบไสหัวออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลย!

“คุณจีนจะฟังผมก่อนไม่ได้เหรอครับ” คราวนี้ในน้ำเสียงนั้นแฝงความเว้าวอนเอาไว้

“ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น! ไม่อยากเห็นหน้านายด้วย ไม่อยากเห็นว่านายจะหลอกฉันเหมือนไอ้โง่แบบไหนอีก” ผมหันหน้าไปอีกทาง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อพยายามคุมสติตัวเอง

“ผมไม่เคยคิดว่าคุณจีนเป็นไอ้โง่”

ได้ยินที่นับสิบรีบโพล่งขึ้นมาผมก็พ่นลมหายใจ “เหรอ จะยังไงก็ช่างแม่ง ฉันไม่อยากจะคิดเรื่องของนายแล้ว ออกไปจากห้องฉันสักที ข้าวของเดี๋ยวฉันจะให้ไอ้ตั้มมาเอาไป”

“ถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”

“...”

“ผมก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละครับ”

“จะมาเล่นมุกโกหกอะไรอีกล่ะ”

“ผมไม่ได้โกหก ผมบอกแล้วว่าผมมีเหตุผล”

“ถามจริง นายคิดว่าฉันจะเชื่อคนที่หลอกตัวเองมาก่อนหน้านี้รึไง”

“...”

นับสิบนิ่งไปทันควัน

ถึงจะไม่ได้หันไปมอง แต่หางตาผมก็เห็นเลือนรางถึงท่าทีของอีกฝ่าย จากคำพูดผมเหมือนว่าจะทำให้คนฟังรู้สึกตัวเหมือนกัน สีหน้าเขาเลยแสดงออกชัดเจนว่ากำลังรู้สึกแย่ แต่ตอนนี้นับสิบจะคิดยังไงอยู่ ผมไม่อยากสนใจแล้ว

ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะพูดอะไรขึ้นมาอีก ผมก็หมุนตัวเดินไปทางประตูห้องตัวเอง เอ่ยทิ้งท้ายอยากหนักแน่นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะกระแทกประตูลงกับกรอบเสียงดัง

“ถ้าไม่ยอมเก็บของ คราวนี้ฉันจะเรียกรปภ.ขึ้นมาลากนายออกไป”

 

คืนวันนั้นเป็นผมที่เก็บกระเป๋า...

ถึงจะบอกไปแบบนั้น แต่ผมก็พอเดาออกว่านับสิบต้องไม่ยอมออกไปจากห้องผมง่ายๆ แน่ ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นหน้านับสิบ ไม่อยากคิดว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องใกล้ๆ ที่แค่เปิดประตูเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็เจอ เมื่อสองชั่วโมงก่อนผมกลับเข้ามาในห้องตัวเองแบบที่ความโกรธอัดแน่นเต็มอก ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าอารมณ์เสียรำคาญตาไปหมด

หันไปทางไหนก็ยังนึกถึงคำตอบรับตอนถามว่าเขาจงใจจะหลอกวนเวียน สุดท้ายแล้วผมก็ดึงกระเป๋าใบย่อมออกมาจากตู้เล็กเหนือตู้เสื้อผ้า ดึงเสื้อที่แขวนเรียงรายอยู่อัดลงไปโดยแทบจะไม่เสียเวลาพับ

พอเก็บข้าวของที่จำเป็นของตัวเองใส่ลงไปทั้งหมด ผมก็เปิดประตูออกไปด้านนอก

“...”

“คุณจีน”

นับสิบยังอยู่ในห้องนั่งเล่น...

ร่างสูงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ผมไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่เพราะโซฟาตั้งอยู่หน้าห้องออกมาปุ๊บสายตาก็ประสานเข้าด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้ สีหน้าของนับสิบตอนนี้ ถ้าเป็นผมเวลาปกติคงเอ่ยถามไปแล้ว...

อีกฝ่ายรีบดันกายขึ้นอย่างว่องไว แต่ผมตัดสินใจเมินแล้วเดินไปทางประตู

“จะไปไหนครับ”

“...”

ผมยังไม่สนใจ สวมรองเท้าเสร็จปุ๊บก็เปิดประตูก้าวออกไป แต่พอจะปิดกลับมีมือหนาๆ เอื้อมมากันไว้ซะก่อน ผมชะงักไป ผ่อนแรงลงโดยไม่รู้ตัวพอคิดว่ามันจะกระแทกโดน

กระทั่งแววตาคู่คมที่มองมาแสดงความรู้สึกหลากหลาย ผมรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่นับสิบอยากจะสื่อให้ผมรับรู้ถึงความคิด อารมณ์ และความรู้สึกเขาตอนนี้ เห็นแล้วผมก็นิ่งไปนิดหนึ่ง แต่อาจเพราะในอกยังพุ่งพล่านไม่หาย ไม่มีอะไรมาระงับได้ สุดท้ายเลยใช้มือที่ว่างอีกข้างแกะมืออีกฝ่ายออกแล้วดันมันลงกับกรอบอย่างแรง

ขาก้าวฉับๆ ไปที่ลิฟต์ ถึงรถก็ปลดล็อคก้าวขาขึ้นสตาร์ทเตรียมออกตัวทันที ทำทุกอย่างรวดเร็วไปหมด ตอนเปลี่ยนเกียร์ถอยหลัง ผมคิดว่าจะเห็นร่างคุ้นเคยตามลงมา แต่ก็ไม่มีใคร

นั่นแหละดีแล้ว...

ถ้าอยากอยู่นักก็อยู่ไปเลย ผมไปเองก็ได้

ตัวเองขับรถไปด้วยสมาธิที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก ผ่านจุดที่รถติดออกไปยังเขตนอกตัวเมืองได้ถนนก็เริ่มโล่ง เพราะรู้ดีว่าอารมณ์ยังไม่คงที่ เลยเลือกจะขับช้าๆ เอาไว้ก่อน สุดท้ายแล้วไฟตามเส้นทางหลวงที่ถูกปลูกสร้างถี่ๆ ก็เริ่มจะตั้งห่างออกไปเรื่อยๆ จากบ้านและตึกคอนกรีตกลายเป็นป่าและบ้านชาวบ้านกระต๊อบเล็กๆ

สิบนาทีต่อมาผมก็เลี้ยวเข้าซอยถนนลูกรัง กระทั่งเห็นบ้านไม้หลังพอดีในครรลองสายตา

พอจอดสนิทยังที่จอดรถประจำ เปิดประตูออกมาก็พยายามทำให้ตัวเองสดชื่นขึ้นด้วยการสูดเอาอากาศสะอาดๆ เข้าปอด ได้กลิ่นต้นตีนเป็ดจางๆ ที่ปลูกห่างไปไม่ไกล พออยู่คนเดียวในสถานที่เงียบเชียบ ก็เหมือนจะสงบใจลงได้หน่อยหนึ่ง

ผมจะพักที่นี่... พักจนกว่าจะสลัดเอาเรื่องของนับสิบออกไปจากสมองได้

 

ผมลุกขึ้นจากที่นอนในตอนเช้าด้วยสีหน้าอึมครึม ตลบผ้าห่มออกอากาศเย็นๆ ของเดือนพฤศจิกาที่สะสมมาทั้งคืนก็ทำเอาหนาวเยือก พอเหยียบลงบนพื้นไม้ ตัวก็เซไปนิดหน่อย รู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงสักเท่าไหร่ ก้มศีรษะก็รู้สึกหน้ามืด สุดท้ายเลยต้องยืนนิ่งๆ พักหนึ่ง ...อาการนอนไม่พอกำลังเล่นงานผม

แล้วผมก็รู้ดีด้วยว่าอะไรที่ทำให้ตัวเองนอนไม่พอ เพียงแต่แล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เดินเชื่องช้าเข้าไปในสวนครัว เสียบปลั๊กกาต้มน้ำก่อนเดินกลับมาเข้าห้องน้ำ หวังจะให้น้ำอุ่นๆ ช่วยทำให้สดชื่นขึ้น

ไม่กี่นาทีต่อมาก็ย้ายไปนั่งดื่มกาแฟร้อนตรงระเบียง ทิศนี้หันไปทางทิศตะวันตกพอดี ดวงอาทิตย์ที่เริ่มลอยสูงขึ้นทำให้อากาศเริ่มเปลี่ยน ไม่ได้ร้อน แต่อบอุ่นกำลังดี

อากาศดีขนาดนี้ เงียบสงบขนาดนี้... ถ้าเป็นปกติหัวผมคงแล่นปั่นต้นฉบับไปได้หลายหน้าแล้ว แต่นี่ไม่เลย ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งนั้น

ตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง พอหัวตกถึงหมอนแล้ว ผมกลับไม่สามารถทำให้ใจสงบนิ่งเพื่อหลับได้ ตายังลืมโพลงจ้องเพดาน มองโคมไฟดวงเล็กและมุ้งแขวนผืนบาง พอเหม่อ ก็วนเวียนคิดถึงเรื่องนับสิบไม่หยุด

บอกให้เลิกคิด ก็เลิกไม่ได้

คืนแรกผมโคตรโกรธ คืนที่สองแม้จะหายโกรธ แต่ก็กลายเป็นเสียใจแทน

ถึงจะใจเย็นลงแล้ว แต่ผมก็ยังทำตัวเหมือนขังตัวเองไว้ในถ้ำ ปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารไว้ตลอดและไม่ค่อยแตะมันเท่าไหร่ เล่นเน็ตเช็คเมล์และคุยกับบอกอผ่านทางโน้ตบุ๊คที่เชื่อมสาย LAN แทน ไม่มีอารมณ์คุยกับใครทั้งนั้น ใช้แค่โทรศัพท์บ้านโทรไปบอกแม่ว่าจะมาพักที่บ้านปู่อย่างเดียว แม่ไม่ได้แปลกใจอะไร คงคิดว่าผมจะปลีกวิเวกแต่งนิยายเหมือนทุกที

ดื่มกาแฟหมดไปแก้วหนึ่งก็ไม่อยากกินอะไรอีก เลือกจะสวมแตะเดินออกไปหน้าบ้าน ตัดสินใจทำให้ตัวเองไม่คิดมากด้วยการเดินเล่นแถวนี้ผ่อนคลาย

ผมเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลต้นตีนเป็ด ใกล้ๆ แบบนี้แล้วกลิ่นมันค่อนข้างฉุน แต่ก็หอมเย็นๆ ดี มองไปแล้วนึกถึงพี่แจ๊บ ตอนที่พี่มันมาที่นี่ช่วงหน้าหนาว ได้กลิ่นแล้วจามไม่หยุด บ่นว่าเหม็นจนต้องหนีกลับบ้าน

ผมขำอยู่คนเดียวเบาๆ

...ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

โฮ่ง!

ผมสะดุ้งโหยง

“เฮ้ย!

พอหันไปก็เจอหมาพันทางขนสั้นสีน้ำตาลยืนเห่าอยู่ไม่ไกล

มันวิ่งเข้ามาปุ๊บผมก็ก้มลงไปหยิบหินทันที “อย่านะ กัดมั้ยเนี่ย หมาใครฟะ”

“...”

“...”

เห็นผมถือก้อนหินเตรียมขว้าง มันก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้ แน่นอนว่าผมไม่กล้าหันหลังหนีตอนนี้ด้วย

ผมกับหมาจ้องตากันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายพอสังเกตเห็นหางของมันที่แกว่งไปแกว่งมาแรงๆ ก็ค่อยๆ ลดมือลง น้องหมาเดินเข้ามาหาช้าๆ มันก็ก้มลงมาดมขาดมกางเกงผมอย่างสนใจ ลองเสี่ยงเอามือไปลูบหัวดู มันก็ทำหูลู่อย่างยินดี

สุดท้าย... ผมก็ยืนเล่นกับหมาใครไม่รู้นานเกือบยี่สิบนาที กระทั่งมันเบื่อคนแปลกหน้าและเดินหายไปอีกทางแล้วนั่นแหละ ถึงหมุนตัวเดินกลับไปที่บ้านบ้าง

อีกประมาณห้าก้าวจะถึงบันไดที่สร้างขึ้นต่อไปยังหน้าประตู สายตาก็มองเห็นร่างสูงของใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น ทันทีที่ผมหยุดเดิน วงหน้าหล่อเหลาก็เบี่ยงมาทิศทางนี้พอดี...

“...”

“คุณจีน”

สีหน้าตัวเองเปลี่ยนฉับพลัน ความรู้สึกที่เมื่อครู่เพิ่งทำให้หายไปทะลักกลับมาปกคลุมอีกครั้ง “นายมาได้...!

พรึ่บ!

ผมยังพูดไม่ทันจบ ตัวก็ถูกวงแขนหนาแข็งแรงดึงเข้าไปใกล้แล้วโอบรัดเอาไว้ทันที

เปลือกตาผมเบิกกว้าง ในตอนที่กำลังอึ้งและตกใจ นับสิบก็ซบวงหน้าตัวเองข้างๆ ใบหูและกลุ่มผมของผม อุณหภูมิผิวเนื้อร้อนๆ วูบหนึ่งทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปก่อนจะมีปัญหากัน

“คิดถึงครับ”

“...” เสียงทุ้มแผ่วๆ ที่เอ่ยอยู่ใกล้ๆ เสียดแทงเข้ามาในโสตประสาท ผมยังยืนตัวแข็งทื่ออย่างคนสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่เมื่อคนตรงหน้าขยับถอยห่างเล็กน้อย ก่อนยื่นวงหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นนั่นแหละ คิ้วก็ขมวดแน่น

ผมมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายเปิดเปลือยทุกอย่างของนับสิบ มีทั้งเศร้า รู้สึกผิด เสียใจ แล้วก็สิ่งที่บ่งบอกว่าเขาคิดถึงอยู่ชัดเจน ริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายแตะโดนปากผมแค่แผ่วๆ

มือก็รีบยกขึ้นไปดันหน้าอีกฝ่าย ใช้แรงที่มีเหลืออยู่น้อยนิดผลักให้ร่างสูงใหญ่นี่ถอยห่างไป

“ทำบ้าอะไรเนี่ย!

นับสิบชะงักไปเล็กน้อย แต่เหมือนจะจำได้แล้วว่าผมโกรธ เขายกมือขึ้นเสยผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงวันนี้ของตัวเอง เสียงที่เอ่ยตามมาต่อจากนั้นเบาหวิว “ขอโทษครับ ผมคิดถึงคุณจีนมากไปหน่อย”

หมอนี่บ้าไปแล้วเหรอ...

ในอกผมรู้สึกสับสนตีกันยุ่งเหยิงอีกครั้ง เหมือนความน้อยใจที่ถูกอีกฝ่ายหลอกซึ่งตอกย้ำตัวเองมาตลอดสองวันนี้จะพุ่งขึ้นสูงจนแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ ถึงจะไม่เท่าวันแรก แต่มันก็ทำให้รู้ว่าตัวเองยังไม่หายโกรธ

“นายรู้จักที่นี่ได้ไง” เสียงผมห้วนจัด

“ป้ารัญเป็นคนบอกครับ”

“...”

เหี้ยเถอะ ผมลืมไปได้ยังไงว่านับสิบคนนี้ไม่ใช่นับสิบเด็กดีที่ผมรู้จักอีกแล้ว แม่ผมกับป้าอรรู้จักกัน ป้าอรรักผมเหมือนลูกแค่ไหน แม่ก็คิดกับนับสิบไม่ต่างกันนั่นแหละ

หมอนี่ไปถามมายังไง ไม่ใช่ว่าแม่ผมรู้แล้วนะว่าก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกัน? แม่ง ผมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ

“ยังโกรธอยู่เหรอครับ”

“...”

“คุณจีน...”

“ฉันไม่อยากคุยกับนาย...”

“ฟังผมก่อนไม่ได้เหรอครับ”

“ฉันไม่มีอารมณ์คุยกับใคร อยากอยู่คนเดียว โอเคมั้ย?”

“ผมชอบคุณจีน”

“...!?” เสียงผมกลืนหายเข้าไปในลำคอทันที เท้าที่ขยับเตรียมจะเดินผ่านร่างสูงขึ้นไปบนบ้านก็หยุดนิ่งเช่นกัน ผมหันไปมองหน้าหล่อๆ ตามปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกาย แล้วก็เห็นว่านัยน์ตาคมปลาบคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่ผมไม่ต่าง พอได้มองหน้านับสิบชัดๆ แบบนี้แล้ว ผมก็เห็นว่าท่าทางเขาดูเหนื่อยๆ

...เหมือนผมที่นอนไม่พอ

สติเกือบล่องลอยไปไกล แต่แล้วผมก็แสร้งหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆ มุกขำมาก พอใจยัง พอใจก็กลับไปได้แล้ว”

“ผมชอบคุณจีน”

“ฉันบอกว่า...”

“ชอบมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”

“นี่นายตั้งใจ...”

“ไม่ใช่แค่ชอบเฉยๆ แต่ผมอยากให้คุณจีนเป็นของผม”

“...”

“มีแค่ผมคนเดียว ให้ผมได้กอดคนเดียว คิดถึงผมคนเดียว รักผมคนเดียว”

พูดมาถึงตรงนี้ กว่าจะรู้ตัวร่างสูงก็เดินเชื่องช้าเข้ามาหยุดห่างจากผมไปไม่ถึงคืบแล้ว ผมเหม่อมองนับสิบด้วยดวงตาเบิกกว้าง มือขวาที่ยกขึ้นไปหวังจะดันอีกฝ่ายออกถูกอุ้งมือหนาเอื้อมมาจับไว้

เขาไล้ปลายนิ้วลงกับผิวเนื้อเบาๆ ก่อนจะแนบริมฝีปากแตะ พอถูกจูบซับแผ่วๆ หลายทีมือผมก็สั่นระริก แววตามืดหม่นเหมือนมีพายุบางอย่างฉาบอยู่ ผิวเนื้อที่ถูกสัมผัสร้อนลวก

ท่าทีเหมือนลุ่มหลงอยู่ในวังวนอะไรสักอย่างของนับสิบทำให้ในอกผมปั่นป่วนแปลกๆ

“นาย...”

“เชื่อที่ผมพูดมั้ยครับ”


========================== 55%


“เชื่อที่ผมพูดมั้ยครับ”

สบตาคู่นั้นแล้วผมก็นิ่งไปเป็นนาน “นายบอกว่าชอบฉัน”

“ครับ”

“ชอบมาตั้งแต่เมื่อก่อน...” ผมทวนคำที่ได้ยินเสียงแผ่ว ครู่ต่อมาคิ้วก็ขยับชนกัน “จะหลอกฉันอีกรึไง เมื่อก่อนตอนนั้นนายยังเด็กอยู่เลย เด็กขนาดนั้นจะเอาอะไรมาชอบคนอื่น”

“ชอบของผมก็คือชอบ” นับสิบกระชับมือที่ยังจับมือผมไว้ให้แน่นขึ้นอีก “ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมมั่นใจ”

“...”

“ก่อนหน้านี้ผมเองก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าชอบ”

ผมเม้มปากเบาๆ “ใครจะไปรู้ว่านายหมายถึงชอบแบบไหน นายเป็นผู้ชาย ฉันก็เป็นผู้ชาย...”

ใช่ ใครจะไปคิดล่ะ ว่าคำว่าชอบกับการแสดงท่าทีที่อีกฝ่ายมีให้มันหมายถึงชอบแบบนั้น

“นาย... ชอบฉันจริงๆ เหรอ”

“ครับ ชอบ”

ชอบ” ผมพึมพำเบาๆ กับตัวเองอีกครั้งอย่างครุ่นคิด

“ถ้าคุณจีนยังไม่เชื่อ ผมมีวิธีเยอะแยะที่แสดงออกให้รู้”

“ไม่... ไม่ต้อง” เห็นสายตานับสิบขณะที่พูดประโยคนั้นแล้วผมก็รีบปฏิเสธ แววตาเขายังมองตรงมาที่ใบหน้าผมแบบไม่ละไปไหน รู้สึกวูบวาบแล้วก็กระดากเล็กน้อย เลยเลือกที่จะหันไปมองทางอื่นแทน

“แล้วเหตุผลที่นายหลอกฉันว่าไม่มีที่อยู่ ไม่มีรถ...”

“ผมอยากอยู่กับคุณจีน”

“...”

นับสิบหลอกผมเพราะชอบผม? อยากอยู่กับผม?

“ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมจะได้อยู่กับคุณจีนเหรอครับ”

“ถ้านายบอกฉันตั้งแต่แรกว่านายคือน้องสิบลูกป้าอร ฉันให้นายอยู่ได้เป็นปีๆ เลยด้วยซ้ำ!

“ถ้าผมบอกไปแบบนั้น คุณจีนจะมองผมในฐานะอะไรล่ะครับ”

“...”

“น้องชาย?”

“...”

“คุณจีนก็รู้ว่าผมไม่อยากได้คุณจีนเป็นพี่ชาย”

“...”

ผมพูดไม่ออก

ตัวเองรู้ดีว่าทุกอย่างที่นับสิบพูดเป็นความจริง เพราะผมมองว่าเด็กผู้ชายคนที่เล่นกับตัวเองมาตั้งแต่สมัยก่อนเปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ถ้าได้เจอกันอีกครั้ง เขาก็คือน้องชายของผมวันยันค่ำ

แต่ตอนนี้ ถึงจะมารู้ทีหลังว่านับสิบคือน้องสิบคนนั้น แม้ผมจะมองนับสิบเปลี่ยนไปบ้าง แต่ตลอดเวลาเดือนกว่าๆ ที่อยู่ด้วยกันมาก็ไม่สามารถทำให้ผมมองเขาเป็นน้องชายแบบนั้นได้อีก

“ผมไม่ได้บังคับให้คุณจีนเชื่อ”  นับสิบเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะเห็นผมเงียบไปนาน คงคิดว่าผมไม่เชื่อ หรือเพราะก่อนหน้าเขาหลอกผม มันเลยกลายเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจ “ถ้าตอนนั้นคุณจีนเชื่อแล้ว ค่อยบอกชอบผมก็ได้”

“...”

“นะครับ” เรียวปากหยักขยับออกเป็นรอยยิ้มบางๆ แววตาที่ทอดมานุ่มลึกอ้อนวอนจนผมรู้สึกว่าความอบอุ่นบางอย่างกระจายตัวอยู่รอบๆ

หมอนี่... พูดเหมือนมั่นใจเต็มที่เลยนะว่าผมชอบตัวเองอยู่

ชั่ววินาทีหนึ่ง ถึงแม้จะบอกกับตัวเองว่าต้องจับตามองนับสิบไปก่อนว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหกกับผมจริงๆ ใจอีกฝั่งหนึ่งกลับล้นทะลักไปด้วยความดีใจเมื่อคิดว่าเหตุผลที่คนตรงหน้าหลอกผมไม่ใช่เพราะแกล้งเล่นสนุกสนานสะใจ ไม่ได้มองผมเป็นไอ้โง่ แต่เขาทำแบบนี้เพราะว่าชอบผม...

“โอเค ก็ได้”

นับสิบที่ยังจับมือผมไว้มองตรงมาไม่ละสายตา “ก็ได้อะไรครับ”

“ที่นายบอกมาทั้งหมดนั่นแหละ ฉันจะให้นายพิสูจน์” พูดถึงตรงนี้ผมก็เม้มปากเบาๆ รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมานิดๆ พอพูดออกไปแล้วก็รู้สึกอายแปลกๆ เพราะรู้สึกว่าประโยคมันโคตรดูละคร “แต่ถ้านายโกหกเล่นอีกคราวนี้ฉันจะต่อยนายให้ไส้แตก!

“...”

เท่านี้นับสิบก็ยิ้มออกมาได้อีกครั้ง มือที่ยังกุมมือผมไว้อยู่เลื่อนไปสอดนิ้วประสาน ผมปรายตามองนิดหน่อย แต่เลือกจะปล่อยให้อีกฝ่ายจับไว้อย่างนั้น

“แล้วก็...”

“ครับ?”

“ที่ฉันพูดหมายถึงเรื่องไอ้นิสัยของนายด้วย ต่อไปไม่ต้องทำมาเป็นเด็กดีกับฉันแล้ว นายคิดอะไรก็พูดมาเลย”

ว่าถึงตรงนี้...

สองวันที่ผ่านมาที่อยู่คนเดียวเงียบๆ ผมคิดเรื่องนับสิบเต็มไปหมด คิดเยอะจนไตร่ตรองอะไรหลายๆ อย่าง ไอ้ตั้มบอกว่านับสิบเป็นเด็กเหี้ยนิสัยไม่ดี แต่ผมที่เคยเห็นคิดว่าเขาแค่ดื้อ พอมารู้เรื่องที่นับสิบหลอกว่าไม่มีห้องไม่มีรถไม่มีเงิน ผมก็ก่นด่าตัวเองเป็นร้อยเป็นล้านรอบ นับสิบเจ้าเล่ห์เกินไปหรือผมฉลาดน้อยไปกันแน่

ความเสียหน้ากับตัวเองก็ทำให้นึกเคืองขึ้นมาอีกหน

“ไหนพูดมา ตอนนี้นายคิดอะไรอยู่”

“อืม...”

“สีหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง” เห็นท่าทางเหมือนลำบากใจแต่ดูเสแสร้งของนับสิบผมก็หรี่ตา รู้ว่าตัวเองเริ่มพาลนิดๆ แล้ว แต่มันก็อดไม่ได้

ถึงผมจะหายโกรธ แต่ความขุ่นในใจหน่อยๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดไปทั้งหมดเลยนี่

“...”

“ถ้าแค่นี้นายยังพูดไม่ได้แล้วฉันจะเชื่อได้ไง”

“โอเคครับ ผมอยากจูบคุณจีน”

“...!?”

ผมรีบเม้มปากทันควัน

“อยากเอาคุณจีน”

“เชี่ย! นายกวนตีนฉันป่ะเนี่ย”

คำพูดที่เคยพูดในค่ำคืนเมาหัวทิ่มวันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง หูเหมือนได้ยินเสียงระเบิดของหน้าตัวเอง

“คุณจีนเป็นคนบอกให้ผมพูดเองนี่ครับ”

“ก็...ไม่ต้องพูดทุกอย่างก็ได้มั้ย”

หมอนี่ทำให้ภาพลักษณ์ที่ผมเคยมองว่าเขาเป็นเจ้าชายป่นปี้หมดแล้ว!

พอผมทำหน้าบึ้ง นับสิบที่มองตรงมาก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอ คนตรงหน้ายังคงมีเสน่ห์ติดกายไม่เปลี่ยนแปลง ถึงเวลานี้ที่เขาไม่ได้เสแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีจ๋าขนาดนั้นกับผมแล้ว แม้ปากจะมีรอยยิ้มน้อยๆ แต่นัยน์ตาที่แฝงการหยอกเย้าร้ายกาจเอาไว้ก็ทำให้ดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิม

ผมฉีกยิ้มเยาะ “ฉันจะบอกอะไรให้นะ”

“...”

“มือขวาเมื่อกี้อ่ะ ฉันเพิ่งไปลูบหัวหมามา”

“...”

“นายจูบหมา... อื้อ!

ปากผมถูกปิดกั้นเอาไว้ทันควัน

นับสิบก้มลงมาแนบริมฝีปากตัวเองกับผมโดยไม่ทันตั้งตัว เขาใช้ฟันขบกัดริมฝีปากล่างของผมไม่เบาไม่แรงนักเหมือนจะลงโทษ บดเบียดและดูดดึงจนได้ยินเสียงจูบชัดเจนลอยเข้าหู

คนตรงหน้าควานลิ้นร้อนๆ ไปทั่วโพรงปากผม เปลี่ยนองศาในการจูบ เนิ่นนานจนผมมีแต่เลือดไปเลี้ยงใบหน้าจนร้อนผ่าว กระทั่งเจ้าของลิ้นผละถอยห่างไปก็ได้แต่กอบโกยอากาศเข้าปอด สมาธิและแรงต่อว่าหายไปไม่มีเหลือ

หนนี้นับสิบยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์อย่างเปิดเผย กระซิบเสียงแผ่วทั้งที่ปลายจมูกเรายังชนกัน

“จูบหมาด้วยกันนะครับ”

“...”

ไอ้เด็กเหี้ย! ฉันเพิ่งจะหายโกรธนะเว้ย

...ดีนะที่จริงๆ มือที่จับน้องหมามาเป็นมือซ้ายอ่ะ

 

เพราะพอจะเดาได้ว่าถึงบอกให้นับสิบกลับไปเจ้าตัวคงไม่ยอม ผมเลยเดินนำเข้ามาในบ้าน ดวงอาทิตย์เคลื่อนสูงจนความหนาวยามรุ่งสางหายไปหมดแล้ว เรายืนคุยกันอยู่ด้านหน้าตั้งนาน ไม่ใช่แค่กอด เพราะหนักถึงขนาดจูบ... ยังดีที่ว่านอกจากบ้านไม้หลังนี้แล้วรอบด้านก็ไม่มีใคร ถัดไปค่อนข้างไกลคือไร่ส้ม ถ้าคนงานไม่ส่องกล่องทางไกลมามองก็คงไม่เห็น

แต่ถึงอย่างนั้นการทำอะไรประเจิดประเจ้อก็ทำให้ผมอายตัวเองอยู่ดี

ผมไม่ได้พูดอะไรเลย แหงล่ะ จากที่โกรธไม่พอใจจู่ๆ เจออีกคนมาบอกว่าชอบ มันก็ต้องเกิดบรรยากาศแปลกๆ ครอบคลุมเป็นธรรมดา ไม่ใช่ความรังเกียจ แต่คือกระดากจนทำตัวไม่ถูกต่างหาก

ตาชำเลืองมองไปทางด้านหลังเล็กน้อย เห็นว่านับสิบที่เดินเข้ามากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องช้าๆ

“นาย... กินข้าวมารึยัง”

“ยังครับ”

“กินด้วยกันละกัน มันมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ใกล้ๆ นี่ ฉันมีเบอร์”

พออีกฝ่ายพยักหน้า ถามเมนูที่อยากกินเรียบร้อยแล้วผมก็จัดแจงใช้โทรศัพท์บ้านเครื่องเดิมโทรไปสั่ง ปกติแล้วเวลามาค้างที่นี่ ถ้าไม่เตรียมพวกอาหารแช่แข็งหรือมาม่ามาตุนไว้ ผมก็จะโทรหาเจ้าประจำร้านนี้นี่แหละ ป้าเจ้าของร้านเปิดเพิงขายข้าวสำหรับคนงานในไร่ส้ม ถ้าผมโทรสั่งก็จะให้ลูกชายปั่นจักรยานมาส่งให้

“คุณจีน ผมขอยืมห้องอาบน้ำหน่อยได้มั้ย”

ผมเลิกคิ้ว “ไม่ได้อาบมารึไง”

“วันนี้ยังเลยครับ ผมรีบมาหาคุณจีน”

“...”

ผมแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินน้ำเสียงและคำพูดที่ให้ดูน่าสงสารต้องการคนปลอบนั่น เปิดประตูห้องนอนแล้วเดินนำไปทางห้องน้ำ “นายเอาเสื้อมามั้ย”

“ในรถมีครับ แต่ไม่มีผ้าขนหนู”

“อ้าว ไม่มีให้นะ ทุกอย่างฉันก็เอามาเอง ไม่ได้เก็บสำรองไว้ที่นี่เลย”

“ใช้ผืนนี้ได้มั้ยครับ”

พอหันไปมองตามคำถามก็เห็นว่ามือหนาถือผ้าขนหนูเนื้อนิ่มสีครีมเอาไว้อยู่

ผมตาโต รีบเดินไปดึงกลับมา “จะบ้าเหรอ! นั่นมันของฉันเว้ย”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“ไม่เป็นไรได้ไง ของแบบนี้มันใช้ร่วมกันได้ที่ไหน”

“ผมไม่ถือนี่ครับ”

“แต่ฉันถือ!

“อืม...” นับสิบครางรับในลำคอเบาๆ เขามองผ้าผืนนั้นนิ่งจนผมต้องเอาไปซ่อนไว้ด้านหลัง ครู่ต่อมาก็เห็นรอยยิ้มแต้มปากหยัก “งั้นเอาไว้วันหลังก็แล้วกันครับ”

“...”

วันหลังบ้านบึ้มดิ!

โรคจิต ขนาดสามีภรรยายังไม่ใช้ผ้าผืนเดียวกันเลยเว้ย

ใครจะไปใช้กับนายวะ ขนลุก

ทุกประโยคที่อยู่ในหัวผมไม่ทันได้เอ่ยออกไปเพราะอีกคนบอกว่าจะออกไปหยิบเสื้อสำหรับเปลี่ยนในรถแล้วหมุนตัวเดินออกไปแล้ว ผมมองตามหลัง ต่อมาถึงเปิดตู้ข้างๆ แล้วเอาผ้าขนหนูตัวเองยัดไว้ส่วนลึกที่สุด

ตอนที่นับสิบอาบน้ำ ข้าวกล่องก็มาส่งถึงหน้าประตูพอดี ผมเตรียมช้อนเตรียมแก้วและน้ำดื่มเย็นๆ เอาไว้ ทิ้งกายนั่งบนโต๊ะไม้ตัวเล็กสำหรับสองคน พอนับสิบออกมาจากห้องในสภาพชุดใหม่ผมก็กวาดสายตามอง ผมสีดำสนิทดูนุ่มลื่นของเจ้าตัวตอนนี้ค่อนข้างเปียก คงเพราะไม่มีผ้าเช็ดตัว พอเห็นผมมองก็ยิ้ม

“เหมือนแฟนมารอกินข้าวเลยครับ"

“เลิกพูดได้แล้ว กิน”

เห็นหน้าหล่อๆ ยังมีรอยยิ้มไม่จางหายผมก็นึกหมั่นไส้ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากตักข้าวเข้าปาก ความรู้สึกไม่หิวและไม่อยากกินอะไรก่อนหน้าตอนนี้หายไปหมดแล้ว

ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าท้องเรียกร้องอาหารอุ่นๆ ขนาดไหน ไม่ถึงสิบนาทีก็เกลี้ยงกล่อง

คราวนี้ไม่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองใดๆ เลย ผมรู้แล้วว่าที่จิตใจสงบลงและรู้สึกปลอดโปร่งตอนนี้เป็นเพราะนับสิบอยู่ตรงนี้ และเราไม่ได้มีปัญหาใดๆ กัน

อย่างกับ... ให้ปั่นต้นฉบับตอนนี้เลยยังได้อ่ะ

ว่าแล้วผมก็ลุกพรวดพราดขึ้นจากที่นั่งจนนับสิบยังมองตามด้วยความแปลกใจ

“คุณจีน?”

“ฉันจะไปพิมพ์นิยายหน่อย นายตามสบายละกัน”

ผมไม่สนใจปฏิกิริยาตอบกลับจากฝ่ายตรงข้าม เดินไปที่โน้ตบุ๊คซึ่งวางอยู่บนโต๊ะขาสูงใกล้ๆ หน้าต่าง ที่ประจำที่ผมมักจะใช้แต่งนิยาย กดปุ่มพาวเวอร์

จากนั้นสติและสมาธิทั้งหมดก็หลุดเข้าไปอยู่ในโลกนิยายของตัวเอง เวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้สนใจ

“จีนครับ”

“...หือ”

“ผมขอยืมห้องนอนหน่อยนะ”

“อืม”

ข้างแก้มรู้สึกถึงความนุ่มอุ่นของริมฝีปากที่กดลงมา “พักบ้างนะครับ ตาล้าหมด”

“อือ”

ไม่รู้ผ่านไปอีกกี่ชั่วโมง สุดท้ายผมก็คุมสมาธิไม่อยู่เมื่อความง่วงงุนเริ่มจะกัดกิน แรงใจผมยังมี แต่ร่างกายที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนสะสมมันทนไม่ไหว

มือเอื้อมไปพับหน้าจอลงเมื่อปิดเครื่องเรียบร้อยแล้ว หันไปมองรอบๆ ก็ไม่เห็นใครในห้องนั่งเล่น เหมือนคุ้นๆ ว่าตอนกำลังแต่งนับสิบจะมาบอกว่าขอยืมห้องนอน เวลาผมยุ่งๆ อยู่กับอะไรสักอย่างก็ไม่ค่อยได้สนใจฟังหรือรับรู้อะไรรอบข้างอยู่แล้ว

เท้าเดินลงน้ำหนักแผ่วเบาไปทางประตูห้อง มันเปิดอ้าซ่าไว้ ชะโงกหน้ามองเข้าไปก็เห็นลูกชายป้าอรนอนอยู่

...หมอนี่แม่งนอนจริงด้วย แล้วผมจะไปนอนไหนล่ะทีนี้

“สิบ” เดินเข้าไปหยุดข้างๆ ผมก็ลองเรียกเบาๆ

“...”

“ไม่ตื่น? ถามจริง นับสิบ”

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะตอนแรกที่เห็นสภาพของนับสิบก็เหมือนคนไม่ได้นอนไม่ต่างกัน

ผมยืนนิ่งจ้องมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาด้านข้างที่โผล่พ้นออกมาจากหมอนอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเลื่อนไปทางที่ว่างข้างๆ ร่างสูง สุดท้ายถอนหายใจออกมาเบาๆ เดินกลับออกไปด้านนอกและปิดประตูให้ตามหลังเงียบเชียบ

เสียสละเตียงนอนให้ก็ได้วะ

เดินไปเปิดหน้าต่าง จากนั้นเดินไปล้มตัวลงนอนที่โซฟาซึ่งทำมาจากไม้เช่นกัน ยังดีที่เบาะรองหนาและนุ่มพอสมควร หยิบหมอนอิงอันเล็กๆ มากอดไว้ คราวนี้แทบจะไม่ต้องใช้เวลา หลับตาปุ๊บผมก็หลับสนิททันที...


======================= 100%

(15/2/2561 - 100%) ตอนที่เขียนตอนนี้ ไม่ได้คิดจะให้เป็นดราม่าอะไรเลยค่ะ แต่ต้องเป็นไปตามนิสัยตัวละครและอารมณ์พื้นฐานที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก

พี่จีนเป็นตัวละครที่ปล่อยให้อารมณ์สดๆ ร้อนๆ ที่เพิ่งเกิดอยู่เหนือเหตุผลคนหนึ่งค่ะ ต้องรอให้เขาใจเย็นลง ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักพัก เป็นข้อเสียนิสัยที่กำหนดไว้ให้เพื่อให้ตัวละครดูสมจริง ส่วนนับสิบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ตัวสิบเองก็ต้องรู้ด้วยว่าหลอกก็คือหลอก เลือกแผนนี้เอง ก็ต้องจัดการเองค่ะ 555555 แน่นอนว่าไม่ต้องเป็นห่วงน้อน

โกรธได้ทะเลาะได้ตอนเดียวก็เคลียร์ได้ นับสิบเอง 5555


วันนี้วันศุกร์เรามีเคลียร์งานเหมือนทุกทีค่ะ ตอบทวิตช้าหน่อยนะ


แฮชแท็ก #นับสิบจะจูบ

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.829K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,590 ความคิดเห็น

  1. #8589 praeprae3012 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 16:40
    คืนดีกันเร็วก็ดีแล้วว นับสิบก็พูดตรงๆงี้เลยนะ ༎ຶ‿༎ຶ
    #8,589
    0
  2. #8549 เซ็ตโชมารู (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 04:39

    ดีกันแล้ว

    Take care คับ

    #8,549
    0
  3. #8544 rere2517 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 18:11
    ชอบอ่ะน่ารักฟรุ้งฟริ๊ง ตะมุตะมิ...ยอมพี่ตลอดๆๆๆแสดงละครเก่ง.. อิพี่ไม่รอดแน่ๆๆ😘😍😋
    #8,544
    0
  4. #8525 Tomakunk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 05:57

    คุณจีน ยอมง่ายงี้อ๋อ ระวังตัวให้ดีนะ นับสิบรุกหนักแน่ เด็กมันยิ่งร้าย ๆ อยู่ ^_^

    #8,525
    0
  5. #8480 Pxrxw_x (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 10:23
    พี่ก้ซื่อ น้องก้ร้าย งื้อออออ
    #8,480
    0
  6. #8472 Kmmbs may (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 11:13
    เง้ยยยย น่ารักก ชอบความพี่จีนนั่งทำงานแล้วสิบมาหอมแก้มฮื่อออ อ.

    ทฟฟสแแรืแพำบ
    #8,472
    0
  7. #8405 Wafuii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:41
    พอหายโกรธก็กลับมาร้ายเหมือนเดิม555
    #8,405
    0
  8. #8361 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:19
    มันน่าเอ็นดูทั้งพี่ทั้งน้องเลยเว้ย
    #8,361
    0
  9. #8324 ojay2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 10:30
    ชอบบบบบบบบขนาดนี้
    #8,324
    0
  10. #8302 MB-krD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 11:38
    พอบอกชอยแล้วทำอะไรก็ได้เลนทีนี้ เกียมโดนเด็กรุกเลย
    #8,302
    0
  11. #8245 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 14:00
    เปงเอ็นดู เปงเขินนนนน
    #8,245
    0
  12. #8211 phapha087bw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 22:37
    ชั้นเขินจนตาย ทำไมแต่งดีขนาดนี้
    #8,211
    0
  13. #8180 blueeyes111 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 15:42
    จูบหมาด้วยกันครับ อ้ายยย เทอมันร้ายนับสิบ
    #8,180
    0
  14. #8112 hello_gik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 00:25
    ร้ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ น้องสิบบบ
    #8,112
    0
  15. #8077 oiLL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:57
    ทำไมไม่นอนกับน้องงงงง
    #8,077
    0
  16. #8059 12311232123312 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 12:09
    แงงงงงงงงงงง
    #8,059
    0
  17. #8011 M1WMIRACLE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 07:35
    ถ้าจะให้นับสิบเป็นตัวของตัวเอง พี่จีนก็เตรียมรับมือได้เลย งื้อออออ
    #8,011
    0
  18. #7957 crzoldyck7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 12:02
    อยากได้นับสิบบบบบ..น้องพูดตรงดี..ชอบๆ..อยากจูบอยาก......555
    #7,957
    0
  19. #7894 Earn0624 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 20:45
    นึกว่าจะนอนกับน้องแล้วนิ พี่จีนใจแข็งเยอะๆ หมั่นไส้เด็ก
    #7,894
    0
  20. #7811 wonnybum (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 00:33
    แง๊....พี่กับน้องเขาปรับความเข้าใจกันแล้ว......ว่าไปคุณจีนของเรานี่ก็ซื่อบื้อเหมือนกันนะ แต่ก็ดีละเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวท๊เจ้าสิบมันชอบน่ะ555555
    #7,811
    0
  21. #7777 areenachesani (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:15
    อ๋อยย น่ารัก ทะเลาะกันก็คุยกันรู้เรื่องงง สิบร้ายจริงๆ555
    #7,777
    0
  22. #7722 chocolato.p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 10:47
    นับสิ่บมันมั่ยชั่ยเด่กดีค่ะคุนพรี่!
    #7,722
    0
  23. #7695 dayisbreaking (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 14:11
    สารภาพรักตรงๆไม่อ้อมค้อมเลย นี่แหละ พี่จีนก็ชอบเค้า ชอบเรื่องผ้าขนหนูจังเลย นึกว่าจะยอมนอนด้วยกัน
    #7,695
    0
  24. #7654 ELFNY' (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 18:03
    เขินนนน
    #7,654
    0
  25. #7646 Pedmonxee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 22:57
    พี่นับสิบสุดยอด มาไวเคลมไว ชอบเหลือเกิน รู้ว่าเค้าชอบแล้วไม่คิดจะใจอ่อนบ้างเรอะคุณจีน หรือต้องรอนับสิบร่างหมาป่าก่อน มาค่ะ พร้อม!!!
    #7,646
    0