นับสิบจะจูบ (Yaoi) END

ตอนที่ 16 : นับ 14 [105%] #คุณจีนไม่ใช่คนขับรถ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,912 ครั้ง
    9 มี.ค. 62



นับ 14

ผมรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้ลืมตา มือคว้าสะเปะสะปะไปข้างหมอนก่อนเลยเพื่อกวาดหามือถือ

ไอ้เจ้าสี่เหลี่ยมนี่คงกลายเป็นอวัยวะโคตรสำคัญอีกชิ้นของทั่วมนุษย์โลกไปแล้วนั่นแหละ พอพลิกจอมา แสงจ้าที่สาดเข้ามาก็ทำให้ผมต้องหรี่ตา ลดระดับความสว่างลง พอสายตาปรับตัวแล้ว แจ้งเตือนแรกที่เห็นทำเอาผมขมวดคิ้ว

 

Kookzuza,notter13 และอีก 315 คนได้เริ่มติดตามคุณ

 

เดี๋ยวก่อนนะ

ผมกะพริบตาปริบๆ อยู่หลายรอบ มองสัญลักษณ์อินสตาแกรมที่นานๆ ทีจะมีแจ้งเตือนสักที แต่วันนี้กลับแจ้งว่ามีทั้งคนถูกใจภาพที่อัพ และคนมาฟอลฯ เพิ่ม ที่น่าแปลกใจสุดเลยคือมีเพิ่มตั้งสามร้อยกว่าคน

สามร้อยกว่าคน? สามร้อยกว่าคนเลยนะ

จำได้ว่าล่าสุดที่เข้า น่าจะเมื่อวานตอนสายๆ ยังมีแค่ร้อยสิบกว่าคนเอง แล้วสามร้อยกว่านี่มาจากไหน หน้าผมกลายเป็นเครื่องหมายคำถามอันใหญ่เบ้อเริ่ม อดจะกดเข้าไปดูไม่ได้ ภายในคืนเดียวคนติดตามผมเพิ่มขึ้นเป็นสี่ร้อยเกือบห้าร้อยกว่า พิลึกเกินไปแล้ว ไล่ดูผ่านๆ ก็ไม่ใช่คนที่ตัวเองรู้จักหรืออะไรเลยด้วย

จังหวะหนึ่ง สมองส่วนที่ฉลาดที่สุดเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

...เมื่อวานนับสิบแท็กผมนี่หว่า อีกฝ่ายขอไอจีไป แล้วคงจะฟอลผมด้วย แต่ตั้งแต่กลับจากร้านเค้กผมก็มัวแต่แต่งนิยายดูซีรีส์ ไม่ได้จับโทรศัพท์เช็คแอพฯ ไหนเลย

ผมกดเข้าไปดูในไอจีของนับสิบ

บัญชีออฟฟิเชียลของนับสิบผมรู้ตั้งแต่อ่านประวัติแคสติ้งเจ้าตัวแล้ว ส่วนอันนี้น่าจะเป็นบัญชีที่เจ้าตัวเล่นเอง สำหรับอัพรูปอะไรแค่นี้ คนฟอลฯ น้อยกว่าออฟฟิเชียลอยู่หน่อย แต่ไอ้เลขสามหลักพร้อม k ด้านหลังก็ยืนยันความฮอตได้อยู่ดี

 

nubsib.t (รูปภาพ) 1/2

ถูกใจ 58,497 คน

ดูความคิดเห็นทั้งหมด 987 รายการ

23 ชั่วโมงที่แล้ว

 

นับสิบอัพไปสองรูป ไม่ได้เขียนแคปชั่นหรืออะไรเอาไว้เลย ภาพแรกคือภาพผมกับนับสิบ ผมยิ้มกว้างให้กล้อง ส่วนนับสิบมีแค่รอยยิ้มเล็กๆ ติดปากอย่างทุกที ปลายคางและเสี้ยวหน้าด้านข้างของหมายเลขสิบแปดชิดติดอยู่กับศีรษะของผม คิ้วถึงกับขมวดเมื่อเห็น ผมคิดว่า... ผมยิ้มกว้างไปแฮะ น่าจะยิ้มให้ดูเท่ๆ มีมาดกว่านี้หน่อย

ส่วนอีกภาพก็เป็นน้องวินกับน้องสิงห์ที่ชูจานเค้กยิ้มกว้างไม่แพ้กัน แต่พอกดดูคอมเมนต์ แล้วเห็นเมนต์ซึ่งมีจำนวนคนถูกใจเยอะจนเด้งขึ้นไปด้านบนสุดผมก็ตาแทบหลุดจากเบ้า

 

asnaka คนข้างๆ นับสิบชื่อ จีน ค่ะ เป็นนักเขียนนิยายเรื่องที่นับสิบเล่นซีรีส์อยู่

(ตอบกลับ) jemini2015 @asnaka คนแต่งเป็นผู้ชายเหรอคะ

(ตอบกลับ) prewpro_ @asnaka ฮืออ เรื่องนี้นอกจากจะแคสฯ นักแสดงดีแล้ว ยังงานดียันคนแต่งเลยเหรอคะ

(ตอบกลับ) allymycat @asnaka น่ารักอ่ะ ฟอลแป๊บ 5555

(ตอบกลับ) hi_earn08 @asnaka ในทวิตมีแท็กอยู่นะ คุณจีนไม่ใช่คนขับรถ อ่ะ

Tang.Mo ที่ยิ้มกว้างๆ ชื่อน้องวินใช่มั้ยคะ อีกคนน้องสิงห์ ป้าจำได้แล้ว แต่น้องอีกคนนี่ใครคะ น่ารักจังงง

--- ดูข้อความตอบกลับ (4)

Jrmit_ หล่ออีกแล้ว สะเทือนม้ามหมด

 

“...”

ตัวผมที่อยู่ใต้ผ้านวมผืนนุ่มเหงื่อแตกซิบ แทบจะหลอมซึมลงไปในเตียง

ฉิบหาย ชาวบ้านเขารู้หมดแล้วว่าผมคือคนแต่ง ไปรู้มาจากไหนก็ไม่รู้แหละ แต่จากที่มีภาพตัวเองลงหราแบบนี้แล้วก็แทบจะขุดหลุมฝังตัวเองอยู่ใต้ดิน คราวนี้ไม่แปลกใจแล้วว่าคนฟอลโลว์สามร้อยกว่าคนนี่มาจากไหน...

ผมอ่านคอมเมนต์แล้วรีบออกไอจีเข้าแอพนกสีฟ้าต่อทันที พิมพ์ #คุณจีนไม่ใช่คนขับรถ ลงไปตรงช่องค้นหา แท็กยังไม่ได้รับความนิยมมาก แต่สิ่งแรกที่โผล่ขึ้นมาคือ

...รูปกู

 

ยอดนิยม

กลุ่มหมี @fcscandle

เห็นภาพผู้ชายน่ารักตาโตๆ แก้มป่องๆ ในไอจีนับสิบแล้ว เลยลองไปค้นๆ ดู สรุปได้ข้อมูลว่าชื่อจีน เป็นคนแต่งนิยายเรื่องวิศวะผัวโหดค่ะ คนเดียวกันกับที่ยืนอยู่ข้างๆ นับสิบในโรงอาหารทวีตของใครสักคนเมื่อวันก่อน เห็นว่าเป็นเพื่อนของพี่ตั้ม ผจก.นับสิบด้วย ปล.รูปนี้จากไอจีเจ้าตัวนะคะ #BadEngineerTheseries #วิศวะผัวโหด #นับสิบ

(รูป) (รูป) (รูป)

22 ตอบกลับ 2489 รีทวีต 896 ถูกใจ

(ตอบกลับ) ben77TM คนแต่งเหรอคะเนี่ย น่ารักอ่ะ แปลกใจนิดหน่อยตอนเห็นคนแต่งเป็นผู้ชาย 55555

(ตอบกลับ) หาคนพยุงด้อม’ss อื้อหือ นี่มัน #คุณจีนไม่ใช่คนขับรถ

(ตอบกลับ) MAXJ คนนี้ใช่มั้ยคะ ที่นับสิบจับมือตอนไลฟ์ คนนี้ใช่มั้ยยยย (รูป)

(ตอบกลับ) เลิฟลิซ่า<3 ถ่ายใกล้ชิดอะไรกันขนาดนั้นละคะ 55555

(ตอบกลับ) นะนะโกะcoco ขอไอจีหน่อยค่า

 

ผมอ่านอยู่สองสามทวีตก็กดออก พูดไม่ถูกกับสถานการณ์ที่ว่าตื่นเช้ามาแล้วเห็นตัวเองได้รับความสนใจเหมือนกับนักแสดงคนอื่นๆ ว่ารู้สึกยังไง ถึงจะยังไม่มาก แต่ก็ถือว่ามี

ความรู้สึกแรกคือเขิน ผมไม่ใช่ดารานะเว้ย มีรูปตัวเองลงหราขนาดนี้จะไม่ให้เขินได้ไง แถมรูปที่ถ่ายเองผ่านกล้องมือถือหน้า ไม่ได้รีทัชได้อะไรเลยด้วย แต่ที่เขินสุดคือมีคนรู้ว่าผมเป็นคนแต่งนิยายชายรักชายเนี่ยแหละ ตอนถูกติดต่อมาขอทำซีรีส์ผมไปอธิบายให้พ่อแม่ฟังแล้วก็จริง แต่นอกจากครอบครัวหรือคนที่สนิทจริงๆ ก็ไม่เคยบอกใครเลย...

นอนอึนด้วยความเขินนิ่งๆ อยู่ราวหลายนาที สุดท้ายก็เลือกจะสะบัดศีรษะแรงๆ พยายามไม่คิดมากอะไร ผมไม่ใช่ดาราเหมือนนับสิบหรือน้องเอ๋ย ผ่านไปสักพักคนก็น่าจะเลิกพูดถึงเองนั่นแหละ

คิดงี้ก็สบายใจขึ้น ก้าวลงจากเตียงไปอาบน้ำแปรงฟัน แต่พอเดินออกมาด้านนอกกลับต้องชะงักหน้างงเมื่อเห็นว่าในห้องนั่งเล่นตอนนี้มีคนสองคนคุยกันอยู่ก่อนแล้ว

“อ้าว ไอ้จีน ตื่นแล้วเหรอ”

“เอ่อ เออ”

“ตื่นเร็วนะช่วงนี้มึงอ่ะ”

“ก็ช่วงนี้กูนอนไวไง เมื่อคืนก็นอนตั้งแต่ตีสี่”

“ตีสี่นี่ไม่ได้เรียกว่าไวนะครับ” เสียงนุ่มของนับสิบแทรกขึ้นมา พอหันไปมอง ร่างที่เคยยืนอยู่อีกฝั่งก็เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ มือเอื้อมจับปลายผมที่ยังเปียกของผม “ทำไมไม่เช็ดให้ดี”

“หือ อ้อ ปล่อยไว้เดี๋ยวก็แห้งเองแหละ แล้วนี่ผู้จัดการนายมาทำอะไรอ่ะ วันนี้ไม่ต้องเข้ากองถ่ายนี่”

“ไม่มีเข้ากอง แต่มีถ่ายภาพนิ่งโปรโมทซีรีส์เพิ่มเติมอ่ะดิ” ไอ้ตั้มตอบแทน

“อ้อ”

จริงด้วย เมื่อวานผู้กำกับก็บอกผมแล้วนี่นาว่าจะถ่ายไปออนแอร์ไป คงเริ่มเตรียมพร้อมหลายๆ อย่างแล้ว

“จะไปดูป่ะล่ะ ไปด้วยกันเลย”

“กูไปได้เหรอ”

“เอ้า ได้ดิ คนแต่ง ถามแปลกๆ”

หน้าผมเบิกบานขึ้นมาทันที ทีแรกคิดว่าจะลงไปหาซื้ออะไรง่ายๆ กินแล้วกลับมาลองนั่งทำสมาธิหน้าโน้ตบุ๊คดู หลังจากที่คุยกับบอกอไปวันก่อนผมก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย รึอาจเพราะมัวแต่ออกไปกองถ่ายด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้

ออกไปข้างนอกเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี

“งั้นรอกูแป๊บนะ ขอเปลี่ยนเสื้อใส่คอนแทคฯ แป๊บ”

“เออๆ ไม่ต้องรีบ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ”

ผมกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อซะใหม่ ไม่นานนักก็ออกมาในสภาพที่ดูเป็นการเป็นงานโคตรดูดีมากกว่าเดิม “เรียบร้อยละ ไปเลยป่ะ หรือยังไง?”

“คุณจีนยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอครับ” นับสิบว่า

พอผมพยักหน้า ไอ้ตั้มก็เป็นฝ่ายเอ่ยต่อ “ในห้องครัวมีข้าวกล่องอยู่ ไอ้สิบฝากให้กูซื้อของมึงมาด้วย ไปกินก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูคุยเรื่องบรีฟที่ได้มากับไอ้สิบอีกแป๊บเดียว”

“อ้อ แต๊งกิ้ว”

ผมไม่ขัดความหวังดีทั้งคู่ ปล่อยให้สองคนนั้นคุยกันไปแล้วเข้ามานั่งกินในครัว แป๊บๆ ก็หมดจาน

กระทั่งนับสิบเข้ามาตาม ชั่วโมงต่อมาพวกเราก็มาถึงสตูดิโอสำหรับใช้ถ่าย วันนี้ผมไม่ได้เอารถมา แต่ติดรถไอ้ตั้มมาแทน เห็นว่าวันนี้ตอนเย็นมันไม่มีงาน เลยเสนอว่าที่จะเลี้ยงข้าวมันเป็นเย็นนี้เลย จะได้วานให้มันขับกลับไปส่งที่คอนโดฯ ด้วย

สตูดิโออยู่ชั้นสิบของตึกสูง พอขึ้นลิฟต์และเดินตรงไปยังห้องที่ในสุดของทางเดิน ผมก็มองเห็นบรรยากาศสตูดิโอและผู้คนที่กำลังทำงานกันขวักไขว่ พื้นที่ตรงกลางติดผนังคือแบ็คดรอปสีขาวพาดยาวถึงพื้น ข้างๆ มีทั้งร่มสะท้อน ซอฟต์บ๊อค และอุปกรณ์อื่นๆ ช่วยในการถ่ายภาพวางประจำตำแหน่งไว้

ผมกวาดสายตาไปรอบๆ เลือกจะเก็บภาพเอาไว้ในหัว เผื่อว่าสักวันจะได้แต่งเรื่องราวที่เกี่ยวกับวงการบันเทิงบ้าง

“คุณจีน”

“หือ”

“เดี๋ยวอยู่กับพี่ตั้มนะครับ”

ผมหันไปกลอกตาใส่ “ขอเหอะไอ้ที่ชอบพูดเหมือนฉันเป็นเด็กเนี่ย ไปเตรียมตัวได้ละ”

นับสิบกับคนอื่นๆ จะต้องเตรียมตัวเพื่อถ่าย มีทั้งถ่ายโปรโมตกลุ่มแล้วก็เดี่ยว นอกจากพระเอกนายเอกอย่างสิบกับน้องเอ๋ยแล้ว ยังมีตัวละครหลักคนอื่นๆ ด้วย

ผมมองเห็นน้องเอ๋ย และจังหวะหนึ่งน้องเอ๋ยก็มองเห็นผม เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง น้องเขาก็เป็นฝ่ายสะบัดหน้าหนีไปอีกเช่นเคย ตั้งแต่นับสิบบอกว่าไปคุยกับน้องเอ๋ยวันนั้น น้องเขาก็ไม่มองหน้าไม่เข้ามาพูดกับผมอีกเลย ...อึดอัดและเสียดายความสัมพันธ์ดีๆ อยู่บ้าง แต่ผมก็พยายามไม่ไปใส่ใจ

ยืนมองการทำงานของคนอื่นเพลิน แต่ดูไปนานๆ พอไม่เห็นนับสิบก็เริ่มเบื่อขึ้นมาบ้าง หันไปทางไอ้ตั้มก็เห็นมันมองจอมือถือสลับกับกระดาษในมือยุ่งๆ เลยบอกสั้นๆ ว่าจะลงไปหากาแฟดื่มอะไรข้างล่าง

“อย่านานล่ะ เดี๋ยวไอ้สิบถ่ายเสร็จไม่เห็นมึงแล้วจะเหวี่ยงกู”

“กูไม่ใช่ลูกนับสิบ อย่าเวอร์”

“หึ”

ฟังเสียงตอบดูกวนตีนแล้วนึกอยากโบกเข้าให้สักที แต่ไม่อยากเถียงยาว เลยหมุนตัวเดินผลักประตูเหล็กบานใหญ่หนักออกไปยังลิฟต์ด้านนอก

ก่อนขึ้นมาบนตึกผมมองเห็นร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ด้วย สั่งร้อนๆ สั่งแก้วตั้งใจจะเอาขึ้นไปดื่มด้านบน

“คาปูชิโนร้อนได้แล้วค่ะ”

“ขอบ...”

“มอคค่าเย็นอีกแก้วหนึ่งครับ นี่เงิน”

ธนบัตรสีม่วงถูกวางลงบนเคาน์เตอร์พร้อมๆ กับมือใครบางคนที่เลื่อนมันไปหาพนักงาน ทั้งผมและพี่ผู้หญิงชะงักไปพร้อมๆ กัน พอหันไปก็เห็นว่าเป็นร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อๆ ของใครบางคน

พอสบตากับผมเข้าก็ยักคิ้วให้ “เลี้ยงนะ”

“น้องสายหมอก?”

อีกฝ่ายพยักหน้า ชี้ไปทางเบเกอรี่ในตู้กระจก “เอาไรอีกมั้ย”

“ไม่แล้ว ...เดี๋ยวนะ ไม่ต้องเลี้ยงหรอก เดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง”

“ไม่ไรๆ แก้วละไม่กี่บาทเอง”

ผู้ชายที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างๆ ผมคือสายหมอก น้องเบอร์ห้าคนที่เคยมาแคสติ้งเป็นพระเอกแล้วผมบอกว่าเขาหน้าตาดูเจ้าเล่ห์ไปไม่เหมาะกับบทคินทร์นั่นแหละ ตอนนี้อีกฝ่ายรับบทตะวัน และเพิ่งมีคิวมาเข้ากองถ่ายเมื่อราวๆ สัปดาห์ก่อน ผมเห็นและจำหน้าน้องเขาได้มาตลอด แต่ว่าเพิ่งจะมีโอกาสคุยกันจริงจังก็วันนี้

“พี่จีนนี่ อายุเท่าไหร่นะ”

ผมที่ได้คาปูชิโนตัวเองมาแล้ว แต่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเลี้ยงก็เลยต้องยืนรอมอคค่าเย็นเป็นเพื่อนไปด้วย

“จะยี่สิบหกแล้ว”

คนฟังเบิ่งตา “จริงดิ? หน้าโคตรเด็กเลย ถ้าไม่รู้ว่าจบแล้วคงคิดว่ามอปลาย”

“เหรอ”

พอได้ยินก็อดจะมุ่นคิ้วหันหน้าไปมองกระจกเงากรุผนังที่ติดประดับอยู่รอบร้านไม่ได้ เห็นหน้าตัวเองสะท้อนกลับมา หันซ้ายทีหันขวาที มองๆ แล้วก็อดเอื้อมไปแตะๆ ปัดๆ ผมหน้าม้าไม่ได้

เพราะไว้ทรงนี้ป่ะวะ ว่างๆ ลองเข้าร้านตัดผมให้ช่างเขาแนะนำทรงมาดดีๆ ให้หน่อยดีกว่า

“แล้วนี่เขาถ่ายกันเสร็จแล้วเหรอ”

“พักครับ เดี๋ยวถ่ายรวมเซ็ตสุดท้ายก็เสร็จแล้ว”

“อ้อ...”

พอน้องสายหมอกรับแก้วมอคค่าตัวเองมา พวกเราก็เดินขึ้นไปด้านบนพร้อมกัน น้องเขาก็ดูเฟรนด์ลี่เข้ากับคนง่ายเหมือนน้องวินเพื่อนนับสิบเลย แต่ดูอเลิร์ทน้อยกว่า ระหว่างเดินระหว่างรอลิฟต์ก็ชวนคุยเรื่อยเปื่อย แค่ระยะทางแป๊บเดียวผมก็รู้ว่าน้องเขาอยู่มหาลัยปีสาม เล่นหนังมานานแล้ว แต่ชอบทางด้านร้องเพลงมากกว่า ปีหน้าจะเดบิวต์ด้วย

“ที่รบเร้ามาแคสติ้งซีรีส์นี้พี่สาวผมโน่น มันเป็นสาววาย”

รู้จักคำว่าสาววายด้วย... ใช้ได้นะเนี่ย

“เป็นแฟนคลับพี่ด้วยนะ อย่างเรื่องนี้ก็ซื้อนิยายมาเก็บไว้ตั้งสองเล่ม อ่านเล่มสำรองเล่ม ก่อนผมมาออกกล้องยังฝากบอกให้เอาหนังสือมาให้เซ็นให้อยู่เลย”

“จริงดิ เอามาให้ได้นะ”

“ได้อ่อ” อีกฝ่ายถาม พอผมพยักหน้าน้องเขาก็หัวเราะ “รับรองรู้แล้วต้องกรี๊ด”

ฟังแล้วพลอยยิ้มตาม อารมณ์ดีทุกครั้งที่เวลาได้ยินว่ามีคนชอบผลงานของตัวเอง ต่อให้ตอนแรกไม่อยากจะเขียน หรือรู้สึกว่าไม่ใช่ยังไงก็เถอะ สุดท้ายก็รู้สึกปลื้มไม่ได้อยู่ดี

“งั้นไว้ครั้งหน้าจะเอามาให้เซ็น มากองถ่ายเมื่อไหร่บอกผมด้วย... หืม?”

“...?”

“สิบ”

พอเดินกลับเข้ามาในห้องสตูดิโอ ชื่อที่น้องสายหมอกเรียกทำให้ผมหันไปตามสายตานั้นทันที แล้วก็พบว่าเป็นร่างสูงสมส่วนของนับสิบนี่เองที่มายืนขวางไว้

นับสิบมองไปทางสายหมอก สีหน้าราบเรียบไม่ปรากฏอารมณ์อะไร “สตาฟฟ์ตามตัวอยู่ ไม่รู้เหรอครับ”

“หืม ลงไปซื้อกาแฟแป๊บเดียวเอง”

“...”

“โอเค้” สายหมอกยักไหล่ตอบง่ายๆ จากนั้นหันมาบอกผม “อย่าลืมที่คุยกันนะ รอบหน้าเดี๋ยวเอามาให้”

พอผมพยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายก็เดินหายไปหาทีมงานอีกทาง อาจจะไปแต่งหน้าเพิ่มแล้วก็เซ็ตผมเซ็ตอะไรใหม่ ผมมองตามหลังไปนิดหน่อย แต่แล้วก็ถูกนิ้วเรียวทั้งสี่ของนับสิบแตะกรามดันหน้าให้หันกลับมา

อีกฝ่ายยังยิ้มบางๆ แต่หัวคิ้วเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อย

“อย่าลืมที่คุยกัน?”

“หือ?”

“คุยอะไรครับ”

“อ๋อ พี่สาวน้องหมอกเขาจะให้เซ็นหนังสือให้อ่ะ” พูดแบบนี้ผมก็ยิ้มอารมณ์ดี “ครั้งหน้าเลยว่าจะเอาหนังสือมาให้”

“อ้อ” เขาพยักหน้านิดๆ “ต่อไปอย่าคุยกับคนอื่นมั่วๆ นะครับ เดี๋ยวนี้มันอันตราย”

“หะ? อันตรายยังไง”

ผมถามกลับงงๆ แต่นับสิบไม่ได้ตอบ เอื้อมมือมาแตะหลังผมแล้วดันเบาๆ ให้ขยับเท้าเดินไปอีกทางด้วยกัน

เหมือนว่าตอนนี้เหลือแค่ถ่ายหมู่เซ็ตสุดท้ายทุกอย่างก็จะเรียบร้อยแล้ว ทีมงานบอกว่าใช้เวลาอีกไม่นาน ทุกคนดูมืออาชีพกันมาก ปัญหาเลยแทบไม่ค่อยมี ผ่านไปพักใหญ่ๆ ตอนที่เหล่านักแสดงไปเปลี่ยนเสื้อล้างหน้า ทีมงานคนหนึ่งยังอุตส่าห์เดินมาเชิญผมให้ไปดูรูปทั้งหมดด้วย ทั้งๆ ที่ตอนมาครั้งแรกผมก็ไม่ได้บอกใครเลยว่าตัวเองเป็นคนแต่ง

คอนเซ็ปต์ของการถ่ายครั้งนี้น้องสตาฟฟ์เขาอธิบายว่าได้มาจากกองถ่ายแล้วก็ทางกลุ่มผู้จัด อุตส่าห์มาแจ้งให้รู้แบบนี้ เลยอดจะรู้สึกประทับใจไม่ได้

“ป่ะ กินข้าว เดี๋ยวเลี้ยง” เดินกลับไปหาอีกสองคนที่รออยู่ผมก็ว่า

“เลี้ยงไร? ก๋วยเตี๋ยวตรงซอยหก?”

“เอ็มเค”

ไอ้ตั้มเบิ่งตาโต “ไหนวันก่อนบอกก๋วยเตี๋ยว”

“อ้อ มึงอยากกินก๋วยเตี๋ยวสินะ”

“สุกี้ๆๆ ป่ะๆๆ”

มันรีบวาดแขนโอบรอบบ่าผมทันที อีกข้างก็ดึงนับสิบให้เดินออกจากสตูดิโอพร้อมกันเหมือนกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจ

มื้อนี้ผมเลี้ยง ปกติไม่ใช่คนขี้เหนียวอะไรเลยบอกให้ทั้งคู่สั่งตามสบาย สาขาที่มากินอยู่ในห้างที่ไม่ไกลจากคอนโดฯ ผมเท่าไหร่ เพราะว่าเดี๋ยวไอ้ตั้มต้องขับไปส่งผมกับนับสิบอีก อีกอย่างผมว่าเดี๋ยวจะแวะซื้อขนมที่ร้านเบเกอรี่ไปฝากพ่อแม่แล้วก็คนรู้จักแถวบ้านพรุ่งนี้ด้วย อุตส่าห์มีคนมาเป็นเพื่อนแล้วก็ให้ช่วยเลือกไปเลยก็ดี

กลับมาถึงปุ๊บ ผมก็หิ้วบรรดาถุงขนมไปแช่ตู้เย็น ระหว่างนั้นก็ว่า “สรุปฉันไม่อยู่สามวันนะ”

“ค้างคืนด้วยเหรอครับ”

“อืม น่าจะคืนสองคืน อยู่คนเดียวได้นะ”

“ถ้าตอบว่าไม่ได้ล่ะครับ”

“ฉันก็จะถามว่านายอายุเท่าไหร่แล้ว”

“ผมเหงา”

ผมที่ยังเก็บของอยู่กลอกตา เลือกจะเปลี่ยนเรื่อง “ฝากดูห้องด้วนละกัน มีไรไลน์มาเลย”

“ถ้าคิดถึงไลน์ได้มั้ยครับ”

คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินทำเอาผมเกือบสะดุดขาตัวเอง หันขวับไปมองคนพูดก็เห็นร่างสูงๆ ยืนพิงไหล่ข้างหนึ่งกับกรอบประตูห้องครัว ปากมีรอยยิ้มจางๆ มองแล้วผมก็หัวเราะเหอๆ

“ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญฉันไม่ตอบเว้ย”

มุกไม่ฮาพากูตอบไม่ถูกอีก เด็กนี่...


========================== 50%


วันต่อมา พอรู้ว่าจะกลับบ้านผมก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แต่เช้า ถึงเมื่อคืนจะนอนเร็วแต่ก็เผื่อนอนยาวไม่ยอมตื่นไว้ก่อน อาบน้ำอาบท่าแล้วเดินออกไปเตรียมของที่จะเอาไปด้วย ยังเช้าอยู่ นับสิบน่าจะยังนอนพักผ่อน ผมเลยพยายามทำอะไรให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ ปกติแล้วถ้ากลับไปค้างที่บ้านผมจะเช็คทุกอย่างให้ดี แต่คราวนี้มีคนเฝ้าห้องให้ เลยไม่ถี่ถ้วนมากนัก

ใช้เวลาพักหนึ่งเลยกว่าจะถึง หมู่บ้านผมอยู่นอกเมืองไปค่อนข้างไกล ยังดีที่เช้าๆ แบบนี้ออกนอกเมืองรถไม่ติด จะไปติดเอาเส้นที่ผู้คนไปทำงานไปเรียนกันใจกลางเมืองมากกว่า

พอผ่านป้อมยามเข้ามาได้แล้ว เลี้ยวผ่านสระน้ำขนาดใหญ่ไปเกือบถึงท้ายหมู่บ้านก็มองเห็นหลังคาบ้านแสนคุ้นเคยของตัวเอง ส่วนถัดไปอีกสามหลังเป็นเขตบ้านที่มีราคาแพงที่สุด แล้วก็ใหญ่ที่สุดด้วย

ผมหยิบกุญแจบ้านเดินลงไปไขรั้ว แต่ยังไม่ทันผลักเปิด ร่างเตี้ยๆ ของลุงขามก็วิ่งเข้ามา

“น้องจีนๆ ลุงเปิดให้เองครับ”

ผมยกมือไหว้ “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวฝากลุงขามปิดจีนก็พอ”

บ้านผมไม่มีคนใช้ มีแต่ลุงขามกับป้านิ่ม ภรรยาแกที่ช่วยดูแลบ้านเป็นเพื่อนแม่สองแค่สองคนนี่แหละ เมื่อก่อนแกเคยทำงานเป็นยามที่บริษัทพ่อ ขยันแทบไม่เคยหยุด แต่พออายุมากแล้วพ่อเลยเสนอให้พาภรรยามาทำงานที่นี่แทน ผมรู้จักกับแกตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ แทนตัวเองกับชาวบ้านว่าน้องจีนไปทั่วโน่นเลย

ผมแบ่งขนมให้ พอเดินเข้ามาตรงส่วนห้องนั่งเล่นก็เห็นแม่นั่งเล่นมือถืออยู่ ส่งเสียงทักนำ

“ทำไรอ่ะ”

“อุ๊ย” แม่สะดุ้งเบาๆ พอหันมาหาแล้วเห็นว่าเป็นผมก็ทำหน้าดุ “มาเงียบๆ นะ”

ผมยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงประตู หัวเราะ “แชทกับเพื่อนอีกแล้ว?”

“แล้วจะให้แม่ทำอะไร”

“กินหนม อ่ะ จีนซื้อมาฝาก” ผมเอาของทั้งหมดไปวางไว้ตรงโต๊ะหน้าโซฟา ถึงวันก่อนจะเพิ่งมา แต่พอเห็นแม่ผมก็อยากกอดจนต้องย้ายไปนั่งข้างๆ ขยับตัวไปกระแซะจนแม่ต้องหันมายอมมอบกอดแน่นๆ ให้

“แล้วนึกไงมาหาฮึ วันก่อนเพิ่งมา แม่ก็นึกว่าจะอีกชาติถึงจะได้เห็นหน้าอีกรอบ”

“วันก่อนมีน้องคนนึงพาไปกินเค้ก เห็นเค้กฝอยทองแล้วคิดถึงแม่”

“อ้อ ไม่เห็นเค้กไม่คิดถึง”

“คิดถึงงง”

“แล้วไหน มีเค้กฝอยทองมาให้แม่มั้ย”

“ไม่มี” พอเห็นแม่ทำหน้าเหลอผมก็ดึงถุงมาแกะให้ดู “จีนซื้อเค้กธัญพืชแบบไม่หวานมากมา วันก่อนแม่กินเค้กฝอยทองไปแล้ว กินมากๆ เดี๋ยวก็เป็นเบาหวานหรอก”

“แม่กินบ่อยที่ไหน ถ้าจีนไม่กลับมาแม่ก็ไม่ได้กิน”

“ชอบฝากพี่แจ๊บกับพ่อซื้อ นึกว่าจีนไม่รู้อ่อ” เพราะกลัวแม่จะงอนที่ไม่มีของโปรด ผมเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่ตาล่ะครับ ไอ้สายไหมด้วย ไม่เห็นวิ่งมารับจีนเลยวันนี้”

“ตานอนอยู่ข้างบน เย็นๆ คงตื่น สายไหมป้าอิ่มอาบน้ำให้อยู่”

“อ้อ งั้นจีนนั่งกินหนมกับแม่ก่อน เดี๋ยวไปเอาจานมานะ” ผมเดินเข้าไปหยิบจานในครัว จากนั้นนั่งกินขนมแล้วก็คุยเล่นกับแม่อยู่สองสามชั่วโมง พอบอกแม่ว่าจะค้าง ถึงจะแกจะทำสีหน้าแปลกใจแต่ก็ดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด คุยจนแม่ไม่มีอะไรจะคุยด้วยแล้ว จะเล่นโซเชียลต่อ ผมถึงเดินไปหลังบ้าน ช่วยป้าอิ่มเป่าขนให้หมาแม่แล้วนั่งเล่นกับมันถึงเย็นโน่นเลย

เกือบหกโมง พ่อกับพี่แจ๊บก็กลับมาจากบริษัท ซื้อแกงส้มกับกับข้าวติดมือมาอีกหลายอย่างหลังจากแม่ไลน์ไปบอกตอนกลางวันว่าวันนี้ผมกลับมาที่บ้าน

“ถ้าแต่งนิยายอยู่ห้องวันๆ ก็กลับมาอยู่บ้านได้แล้วมั้งจีน”

ผมเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว “แบบนั้นห้องก็ร้างอ่ะดิพ่อ ผมอุตส่าห์เก็บเงินซื้อ”

“ก็ทิ้งไว้ไม่เห็นเป็นไร ถ้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไหร่ค่อยไปพัก”

“แต่ช่วงนี้ยุ่งๆ เรื่องที่นิยายถูกทำซีรีส์อ่ะครับ เอาไว้ค่อยตัดสินใจอีกทีดีกว่า”

“เออ ตั้งแต่วันที่โทรมาบอกว่าได้ทำซีรีส์ก็ไม่ได้ถามเลย เป็นไงมั่งละซีรีส์มึง” คราวนี้พี่ชายผมถามบ้าง พอไอ้พี่แจ๊บถามเรื่องนี้พ่อก็เปลี่ยนไปนั่งกินเงียบๆ ทันที

คงยังรู้สึกแปลกๆ อยู่มั้ง...

ตอนที่ผมบอกครอบครัวว่านิยายจะได้ทำเป็นซีรีส์ออกอากาศ ออกอากาศ ตอนนั้นแม่กับพี่ชายมีท่าทีตื่นเต้นนิดหน่อย ส่วนพ่อแค่รับคำนิ่งๆ ที่จริงแกก็ยินดีกับผมด้วยนั่นแหละ เพียงแต่นิยายที่เขียนมันเป็นแนวชายรักชาย ซึ่งเห็นคนเป็นลูกชายมาแต่งอย่างนี้ก็คงจะพูดอะไรโม้อะไรกับใครมากไม่ได้ ผมเข้าใจ

ทุกคนที่บ้านไม่ได้มีอคติอะไรกับรักร่วมเพศหรอก ถึงทุกวันนี้เรื่องนี้จะได้รับการยอมรับมากขึ้นแล้ว แต่สำหรับบรรดาผู้ใหญ่มันก็พูดยากอยู่ดี ผมเองจริงๆ ก็ไม่อยากจะบอกหรอก ถ้าไม่ถูกทำหนังก็คงจะไม่บอกไปตลอดชาตินั่นแหละ ตอนนั้นคิดลังเลอยู่นานมากว่าจะบอกหรือไม่บอกดี แต่พอคิดว่าถ้าออกทีวีแล้วพวกเขามารู้ทีหลังคงจะเป็นปัญหามากกว่านี้

ตอนนั้นยังจำสีหน้าคนทั้งบ้านได้อยู่เลย ...อธิบายเป็นวันอ่ะ กว่าจะเข้าใจว่าผมไม่ใช่เกย์

“ใกล้จะออนแอร์แล้ว”

“เหรอ แล้วใครแสดงเป็นพระเอกนางเอก”

"เขาเรียกนายเอก”

“เหมือนๆ กันนั่นแหละ ตกลงใคร กูรู้จักมั้ย”

“ไม่น่านะ เป็นดาราวัยรุ่น น้องๆ เขาเพิ่งแสดงให้จีนเป็นเรื่องแรกกัน”

ที่จริงข่าวว่าใครแสดงก็ประกาศอย่างเป็นทางการไปนานแล้วนะ แต่ทุกคนจะไม่รู้ก็ไม่แปลก เรื่องแบบนี้มันเฉพาะกลุ่มจริงๆ นับสิบเองถึงจะดังแต่ก็ในหมู่วัยรุ่นซะเป็นส่วนมาก แถมเล่นซีรีส์ให้ผมเป็นเรื่องแรกด้วย

“ดังแล้วอย่าลืมแม่นะ”

“โหแม่ ลืมไรล่ะ”

กินข้าวไปคุยกันไปชั่วโมงหนึ่ง หลังจากนั้นผมก็ขึ้นไปป้อนข้าวตาเป็นเพื่อนแม่ ทำนั่นทำนี่จนถึงสามสี่ทุ่มนู่นเลย ถึงจะได้กลับเข้ามาอาบน้ำนอนเล่นในห้องตัวเอง

ผมนอนเล่นมือถือพิงหัวเตียงตากแอร์ฉ่ำๆ เลื่อนเลือกรูปที่จะอัพลงไอจีหลังจากไม่ได้ลงมาสองสามวันแล้ว ได้รูปภาพตัวเองหัวเปียกเสื้อเปียก พับขากางเกงถึงน่องถือไดร์เป่าผมยิ้มกว้างกับกล้อง แต่จุดเด่นของภาพคือไอ้สายไหมที่ขนเปียกลู่นั่งแหมะอยู่ตรงกลางต่างหาก ตั้งใจจะให้สายไหมเป็นพระเอกไปเลย

ภาพนี้ผมดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่ แต่เห็นไอ้สายไหมมันน่ารักเลยทำใจเลือกโพสต์

 

สายไหมสีขาว วันนี้เปียกแต่ไม่ละลายไปกับน้ำ 5555

 

อืม... ดูปัญญาอ่อนอ่ะ ภาพนี้ผมดูไม่มีมาดก็ว่าไม่เท่ละ แคปชั่นไม่ควรติงต๊องแบบนี้ สุดท้ายผมก็เปลี่ยนเป็นพิมพ์แค่สั้นๆ ว่าสายไหมพร้อมอีโมฯ รูปหมาแทน

โพสต์แล้วก็ทำเหมือนทุกที ออกจากแอพฯ ไปเล่นนั่นนี่ แต่แจ้งเตือนอินสตาแกรมที่เอาแต่เด้งๆๆ ทำให้ผมต้องวกกลับไปดูใหม่อีกครั้ง ...เพราะคนฟอลโลว์เพิ่มขึ้นนั่นแหละ เมื่อก่อนเป็นแบบนี้ซะที่ไหน

 

nubsib.t น่ารักครับ

(ตอบกลับ) cheery22 อะไรน่ารักคะ หมาหรือคน ฮือออ

(ตอบกลับ) im_supergirl ใช่มั้ยคะ พี่จีนน่ารักใช่มั้ยคะะะะะ

(ตอบกลับ) tobTH ใครจะว่าไรมั้ยถ้าขอย้ายมาอยู่สิบจีนอ่ะ 55555

Ortum_ พิ่จีนนุ๊ ทำเอานอนไม่หลับเลยค่ะ ลงหลายๆ รูปหน่อยได้มั้ย 555

jameJr น่ารักทั้งพี่จีนทั้งน้องสายไหมเลยค่า

 

“...”

หมอนี่จะมาเมนท์เพื่อ...

คนตอบผมไม่ค่อยเยอะหรอก แต่ตอบกลับใต้ข้อความของนับสิบนั่นแหละมากเป็นพิเศษ อ่านแล้วผมก็ไม่รู้จะทำไงดี สุดท้ายเลยกดถูกใจให้ความเห็นของทุกคนแล้วออกแอพฯ ไปเลย ใครตอบอะไรหลังจากนั้นก็ไม่เคลื่อนไหวแล้ว ออกไปนั่งอ่านู่นอ่านนี่ ตั้งใจว่าอีกแป๊บๆ จะนอนแล้วเพราะเมื่อเช้าก็ตื่นแต่เช้าด้วย แต่...

ไลน์

nubsib : ยังไม่นอนเหรอครับ

ข้อความไลน์เข้า...

Gene : ยัง มีอะไรเปล่า

nubsib : คิดถึง

สัดด

Gene : ตลกเหรอ?

Gene : (ส่งสติกเกอร์)

Gene : ถ้ากวนตีนไม่ต้องไลน์มาเลย บอกแล้วไม่สำคัญจะไม่ตอบ

nubsib : ก็ตอบอยู่นี่ครับ

Gene : ก็นึกว่ามีไรสำคัญไงถึงตอบ จะไม่ตอบแล้ว

nubsib : (ส่งสติกเกอร์)

ผมหมั่นไส้สติกเกอร์แรคคูนสีส้มตัวเล็กๆ ที่กำลังนั่งจ๋องเขี่ยพื้นที่อีกฝ่ายส่งมามาก ใช้สติกเกอร์ได้น่ารักแต่ไม่ได้เข้ากับบุคลิกหน้าตาเลยสักนิด

nubsib : ใจร้ายกับผมอีกแล้ว

Gene : ใจร้ายอะไร ไปนอนไป ดึกแล้ว

nubsib : ไม่ง่วง

nubsib : คอลได้มั้ย

Gene : ไม่ได้

nubsib : ไอจี อย่าอัพรูปตัวเองบ่อยๆ นะครับ

ผมเลิกคิ้วมองตัวอักษรที่ฝ่ายตรงข้ามส่งมา จู่ๆ นึกจะเปลี่ยนเรื่องพิมพ์อะไรก็พิมพ์

nubsib : คนฟอลคุณจีนเยอะแล้ว ผมไม่อยากให้คนอื่นเห็น

Gene : อย่างนายอิจฉาคนอื่นเป็นด้วย?

nubsib : ผมดูเป็นงั้นเหรอครับ

ตอนพิมพ์แบบนี้ สาบานได้เลยว่าหมายเลขสิบแปดต้องกำลังขำนิดๆ อยู่แน่ๆ แค่คิดภาพหน้าหล่อๆ ของเด็กนั่นก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ว่าแล้วผมก็อดไม่ได้จะกดแป้นพิมพ์ตอบกลับไป

กว่าจะรู้ตัว ผมก็นั่งไลน์โต้ตอบกับนับสิบจนเที่ยงคืนโน่น...

 

“เฮ้ออ...”

ผมถอนหายใจออกมายาวๆ ไม่ใช่ถอนเพราะความเครียด แต่เป็นเพราะสงบและสบายเกินไปจนอดจะยืดแขนยืดขาถอนใจไม่ได้ ฮัมเพลงตามทำนองที่ได้ยินจากหูฟังเบาๆ

เมื่อคืนเป็นคืนที่ผมหลับสนิทและสบายมาก ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่ได้ง่วงหงาวหาวนอนอะไรเลย ไม่รู้สิ อาจเพราะได้กลับมานอนที่บ้าน กับอารมณ์ดีก่อนหลับก็เป็นได้

หลับไปกี่โมงก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เหมือนคุยไลน์กับนับสิบค้างไว้ เปิดดูอีกทีก็เห็นข้อความทำนอง นอนแล้วเหรอครับ? แล้วก็ฝันดีส่งมาล่าสุด ผมไม่ได้ตอบกลับไปเพราะหลับคาโทรศัพท์ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว

เอาจริง เป็นครั้งแรกเลยที่คุยอะไรไปเรื่อยกับคนอื่นนานเป็นชั่วโมงๆ แบบนี้

“จีน”

เสียงแม่ที่ดังแว่วๆ ทำให้ผมดึงหูฟังออก ยันกายขึ้นจากเปลแล้วหันไปมอง “ครับ?”

“ขนมบนโต๊ะในครัวนั่นของใครลูก ทำไมไปตั้งทิ้งไว้อย่างนั้น”

“อ๋อ ของป้าอรอ่ะแม่”

“อ้าว แล้วทำไมไม่เอาไปให้ แม่จะใช้โต๊ะทำกับข้าว”

“อ้อ งั้นเดี๋ยวผมเอาไปให้เลยก็ได้” ว่าแล้วก็นิ่งไปนิด “ป้าอรอยู่บ้านเปล่าหว่า”

“พี่อรแกอยู่ตลอดนั่นแหละ รีบๆ เอาไปให้เลย อ้อ แม่ฝากเอาน้ำส้มไปให้ด้วยนะ อยู่ในช่องฟรีซ”

ผมพยักหน้าหงึกๆ ปิดเพลงแล้วเดินสาวไปหยิบบรรดาถุงขนมของฝากที่วางกินพื้นที่อยู่บนโต๊ะในห้องครัวบวกกับน้ำส้มเดินสวมแตะออกไปนอกบ้าน

ป้าอรเป็นเพื่อนบ้านของพวกเราเอง บ้านแกคือหนึ่งในสามหลังใหญ่ที่เป็นหลังหรูและแพงที่สุดนั่นแหละ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะสามีแกเป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้านทั้งหมดนี่ด้วย สมัยเด็กๆ ผมชอบไปเล่นที่นั่นประจำ เพราะบ้านเขามีสระว่ายน้ำแต่บ้านผมไม่มี ไปบ่อยๆ ก็สนิทกับลูกชายฝั่งนั้นจนแทบจะกรีดเลือดเป็นพี่น้องสาบานกันได้

เดินลัดตามรั้วมาเรื่อยๆ วิวเดิมๆ ก็ทำให้คิดถึงสมัยก่อน แต่อาจเพราะมันนานแล้วมั้ง ผมเลยจำอะไรไม่ค่อยได้ซะเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ขึ้นมอปลายก็ขอพ่อแม่ย้ายไปอยู่หอใกล้โรงเรียนในตัวเมือง ลูกชายป้าอรสองคนก็ย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศกันหมด ผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน เลยเลิกติดต่อกันไปเองโดยปริยาย

สายตามองป้ายชื่อตระกูลอักษรทอง ธนากิจไพศาล ที่ติดอยู่ใกล้กริ่งก่อนขยับมือ

ครืดด

...ยังไม่ทันจะได้จิ้ม เสียงปลดล็อคพร้อมประตูรั้วบานใหญ่ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอัตโนมัติทำให้ผมถึงกับเลิ่กลั่ก

ตอนที่กำลังงงๆ นึกว่ามีคนส่องกล้องวงจรปิดเห็นผมแล้วเปิดให้ รถยุโรปราคาแพงสีดำเงาวับก็ขับสวนออกมาซะก่อน

ปี๊น!

“...!

“จีน”

“พี่...พี่หนึ่ง?” ผมขานชื่อเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาใต้แว่นกันแดดอันโตด้วยเสียงเบาหวิวเพราะขวัญหายยังไม่กลับมา “บีบแตรทำไมเนี่ยพี่”

“หึๆ โทษที มาหาแม่เหรอ”

“ครับ” ผมพยักหน้า “พี่ล่ะ ไม่ได้ไปบริษัทเหรอ”

“แวะกลับมาเอาของ กำลังจะกลับไปเนี่ย” ว่าแล้วเขาก็ยกมือข้างหนึ่งดึงแว่นดำลงมาเล็กน้อย สายตาหลังเลนส์ดำสนิทจ้องมองผมเหมือนสำรวจ “ไม่ได้เห็นหน้าซะนาน”

“ก็...ไม่ค่อยได้กลับบ้านอ่ะ” ผมยิ้มเจื่อน พอถูกทักแบบนี้ก็ชักจะรู้สึกว่าตัวเองนี่มันลูกทรพีจริงๆ

พี่หนึ่งคือลูกชายคนโตของป้าอร แกอายุห่างจากผมแค่สองปี เท่าที่รู้มาคือพี่แกกลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว มาถึงก็ไปช่วยพ่อตัวเองบริหารบริษัท ผมเจอหน้าบ้างนานๆ ทีเวลากลับมาที่บ้าน แต่ก็นับว่าน้อยมาก

“ป้ารัญลุงทีปคิดถึงแย่ คืนนี้อยู่กินข้าวบ้านกูสิ”

“ต้องบอกที่บ้านก่อน ผมมาค้างแค่สองคืนเอง”

“งั้นกูเชิญทั้งป้ารัญลุงทีปแล้วก็ไอ้แจ๊บเลย โอเค เดี๋ยวไว้คุยกัน กูจะไม่ทันประชุมเอา” พอพี่แกโบกมือปัดๆ พร้อมกล่าวแบบนั้น ผมก็พยักหน้า พี่หนึ่งชี้ให้เข้าไปด้านในแล้วเขาจะกดรีโมทปิดรั้วเลย

ท้ายรถหายลับไปจากสายตาแล้ว ผมก็หมุนตัวหันไปทางบ้านหลังใหญ่ แต่พอเห็นระยะทางจากหน้าบ้านไปถึงด้านในแล้วหน้าก็แห้งขึ้นมาทันควัน

เวรเอ๊ย รู้งี้เมื่อกี้กดกริ่งให้คนออกมารับดีกว่า พี่แกเล่นเปิดให้เข้าแบบนี้ผมก็ต้องลากเท้าไปเองหลายร้อยก้าวเลย

ผ่านน้ำพุติดพื้นเกาะกลางจุดยูเทิร์นรถ ผ่านโรงจอดรถคันหรู น้ำส้มเกล็ดน้ำแข็งของแม่แทบจะละลายเกลี้ยง ในที่สุดผมก็เหยียบถึงเทอเรซด้านหน้าจนได้ ยังไม่ทันชะโงกมองไปด้านใน หูก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ลอยออกมาก่อนเพื่อน

“ป้าอร”

พอผมส่งเสียงทัก ร่างท้วมนิดๆ ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาเนื้อดีหลังใหญ่ก็หันมามอง เด้งกายขึ้นทันควัน

“น้องจีน!?”

“หวัดดีครับ” ผมยกมือที่เต็มไปด้วยถุงข้าวของขึ้นไหว้ แต่แล้วก็ถูกดึงเข้าไปกอดอย่างแรง

“ตายแล้ว คิดถึงจังเลย เป็นไงมั่งลูก ไหนให้ป้าอรดูซิ” แกยกมือขึ้นมาลูบตัวลูบหน้าลูบตาผมไปทั่ว ยิ้มกว้างท่าทางดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด หยิกแก้มผมอีกหลายรอบแล้วดึงตัวเข้าไปกอดใหม่

...แม่ผมยังไม่ทำขนาดนี้เลยนะเนี่ย

ป้าอรแกชอบผมมากมาตั้งแต่เด็กแล้ว คุ้นๆ ว่าผมเคยทะเลาะกับลูกชายคนเล็กของป้าเขาเพราะน้องมันงอนที่ป้าเขาดูจะสนอกสนใจตามใจผมมากกว่าตัวเองด้วย เห็นแกชอบผมขนาดนี้แล้วก็อดจะวาดแขนกอดตอบกลับไม่ได้

“ทำไมไม่กลับมาบ้านบ่อยๆ หือ ป้าอรคิดถึง”

ผมยิ้มแหย “ขอโทษครับ จีนติดงาน...”

“อ้อ น้องจีนแต่งนิยายนี่นา แนวอะไรแล้วนะ สยองขวัญใช่มั้ย”

“ครับ”

“เก่งจังเลยลูก”

“...”

ผมหัวเราะแหะๆ

ไม่ใช่เลย... ถ้าแนววายของผมตอนนี้ไม่ดังเป็นพลุแตก สงสัยว่าเงินเฉลี่ยรายเดือนแล้วแค่พอกินพอใช้เท่านั้นแหละ

“มาๆๆ มานั่งนี่ดีกว่า คุยกับป้าหน่อย คืนนี้ก็กินข้าวที่นี่ด้วยนะ”

“จีนเจอพี่หนึ่งเมื่อกี้ พี่เขาก็บอกอยู่ครับ”

ป้าอรดึงผมให้นั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน พอสั่งให้สาวใช้วัยรุ่นไปยกทั้งขนมทั้งน้ำหวานมาให้แล้วก็ชวนผมคุยด้วยการถามนั่นถามนี่เยอะแยะไปหมด ถามแต่เรื่องของผมอย่างเดียวเลย

ผมคุยกับป้าอรอยู่พักหนึ่ง กระทั่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาทำไมก็รีบเอื้อมไปหยิบของแล้วว่าอย่างกระตือรือร้น

“อ้อ จริงด้วย อันนี้เค้กกับขนมครับ”

“ไหนจ๊ะ” แกยิ้มหวาน กวาดสายตามองตามมือผมที่ค่อยๆ หยิบของกินในถุงสีใสออกมาวางบนโต๊ะเตี้ย “มีเค้กราสเบอร์รี่ด้วย รู้ด้วยเหรอว่าป้าอรชอบกิน”

ได้ยินแบบนี้หน้าของคนช่วยเลือกก็ลอยเข้ามาในหัว นึกถึงหมอนั่นแล้วผมก็ยิ้ม

“ได้น้องที่อยู่ด้วยกันช่วยเลือกให้น่ะครับ ป้าอรก็รู้ว่าจีนเลือกของให้คนห่วยจะตาย”

“จริงๆ น้องจีนซื้ออะไรมาป้าก็ชอบทั้งนั้นแหละลูก” ป้าอรยิ้ม “งั้นเดี๋ยวย้ายไปกินในสวนด้วยกันนะ ตรงนั้นลมดี”

ผมพยักหน้าอย่างว่าง่าย ป้าอรหันไปตะโกนเรียกน้องสาวใช้คนเดิมให้หยิบจานช้อนเตรียมไว้ให้ ส่วนแกก็บอกว่าจะขึ้นไปหยิบผ้าคลุมไหล่กันลมด้านบนครู่เดียว ให้นั่งรอไปก่อน

พอไม่มีใครอยู่ผมก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่น เพราะมัวแต่นั่งคุยกับป้าอร ผมเลยไม่รู้ว่ามีไลน์เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

nubsib : ตื่นแล้วใช่มั้ย อ่านแล้วไม่ตอบ?

nubsib : ผมน้อยใจนะ

หมอนี่...

เมื่อวานคุยกันไปตั้งขนาดนั้นยังไม่พอรึไง เหงาจริงเหรอเนี่ย

มุมปากควบคุมไม่ได้อีกแล้ว มองตัวอักษรพวกนั้นแล้วก็ยิ้มกว้างออกมาเอง แต่เพราะความอยากแกล้ง ผมเลยเลือกอ่านแล้วไม่ตอบเหมือนเดิม หย่อนมือถือลงกระเป๋า

เท้าขยับลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่ง เดินย่ำบนพรมขนสัตว์นุ่มวนไปวนมา ชะโงกหน้าดูแล้วเห็นว่าป้าอรยังไม่มาก็เลยเดินเล่นรอบๆ ห้องโถงนี้ บันไดอยู่ทางซ้ายมือ แต่ใกล้กับทีวีมีบรรดาชั้นวางโชว์ของเต็มไปหมด ผมเดินดูพวกของสะสมจากต่างประเทศที่เดาได้เลยว่าต้องเป็นของลุงวัฒน์สามีป้าอรไปเรื่อยๆ มาจนถึงเตาผิงประดับ บนนั้นมีกรอบรูปวางเรียงสวยงาม

มีภาพป้าอรกับลุงวัฒน์สมัยยังหนุ่มๆ สาวๆ ภาพพี่หนึ่งยืนหน้านิ่งถือลูกโป่งกับใบปริญญา ภาพลูกชายป้าอรสมัยเด็กๆ สองคนยืนอยู่ในสวน ภาพป้าอรยืนยิ้มกว้างมีความสุขข้างๆ ผู้ชายคนหนึ่ง...

เดี๋ยวก่อนนะ

“นี่...”

ผมถือวิสาสะหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาดูทันที

นี่มัน... นับสิบนี่?

หัวคิ้วขยับเข้าหากันอย่างแปลกใจ มือเลื่อนกรอบในมือเข้ามาพิจารณาให้ใกล้มากกว่าเดิม

ใช่ ผู้ชายคนนี้คือนับสิบแน่ๆ ร่างสูงสมส่วนกับใบหน้าหล่อๆ และการยิ้มน้อยๆ ที่ดูเป็นเอกลักษณ์นี่ อยู่ด้วยกันมาเดือนกว่าๆ ผมจำได้แม่น

นับสิบโน้มเข้าไปใกล้ ใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวป้าอรไว้ พื้นหลังคือสวนใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำของบ้านหลังนี้...

หมายเลขสิบแปดมาถ่ายรูปที่นี่ได้ยังไงเนี่ย คนรู้จักกันเหรอ หรือว่าป้าอรเป็นแฟนคลับนับสิบ อยากรู้จักเลยไปเชิญมาที่นี่ ระดับตระกูลธนากิจไพศาลทำได้อยู่แล้ว

ตาผมจ้องนิ่งไปที่รูปไม่ขยับ ใจเดาไปต่างๆ นาๆ

“มาแล้วลูก พอดีป้าหาเสื้อคลุมอีกตัวด้วย น้องจีนใส่ไว้... หืม”

เสียงป้าอรที่ดังมาจากซ้ายมือทำให้ผมสะดุ้งเบาๆ พอหันไปมองก็เห็นว่าแกเดินถือเสื้อเข้ามาใกล้ สายตามองลงมาที่รูปในมือผม แต่ก่อนที่ผมจะวางมันลงที่เดิมแล้วเอ่ยขอโทษ ป้าอรก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“ภาพนี้ถ่ายเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ข้างๆ ป้าคือเจ้าสิบไง”

“สิบ...?”

“จ้ะ น้องจีนจำน้องได้มั้ยลูก น้องกลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วนะ”

“...”

วินาทีนั้น ตัวผมแข็งทื่อ...


========================== 105%

(8/2/2019 105%) พี่จีนจะโกดดด

ปล. วันนี้เรามีทำงานยาวเลย ดังนั้นตอบอีกทีหลังเลิกงานนะคะ /ร่ำไห้เป็นสายเลือด

ปลล. สำหรับเหตุผลว่าทำไมจีนจำนามสกุลน้องไม่ได้ มีเฉลยตอนหน้านะคะ


(7/2/2019 - 50%) ขออนุญาตแทรกสายหมอกมาเปิดตัวน้องให้รู้จักก่อนนิดหนึ่งค่ะ มีบทน้องต้องเล่นอยู่ 5555


แฮชแท็ก #นับสิบจะจูบ

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.912K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,590 ความคิดเห็น

  1. #8588 praeprae3012 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 15:49
    เอาแล้ววว ก็คือน้องรู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าคือพี่จีน แต่พี่จีนจำน้องไม่ได้
    #8,588
    0
  2. #8572 Cho19888 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 19:54
    น่าสงสารสายหมอกเค้าน่ะ มีฉากแปปเดียวแล้วหายไป งื้ออออ
    #8,572
    0
  3. #8569 eng.bun04 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 07:20

    ว่าแล้ว ฟินอ่าา~

    #8,569
    0
  4. #8548 เซ็ตโชมารู (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:51

    แบบนี้ชวนให้สงสัยว่าจีนจะโกรธนับสิบไม๊เจอะหน้าขอเตะสักป๊าบนะเจ้าสิบ

    Take care คับ

    #8,548
    0
  5. #8543 rere2517 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 17:52
    อ้าวๆๆๆๆแล้วๆๆๆๆยังงัยคร้าาาาา😘😘😘😘ประมาณแอบรักหรือป่าวน้อ
    #8,543
    0
  6. #8524 Tomakunk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 04:55

    เอาไงดีน้า คุณจีนรู้ความจริงแล้ว นายเจอแน่นับสิบ คุณจีนอย่ายอมนะ^_^

    #8,524
    0
  7. #8509 JH-JN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 23:34
    จีนจำน้องไม่ได้ได้ไงงงง จีนนนน นับสิบโดนเหวี่ยงแน่ แง ทีมน้องคับ
    #8,509
    0
  8. #8501 Shuran58 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 20:25
    นับสิบ ถูกงอนแรงแน่ๆ
    #8,501
    0
  9. #8482 เอออ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 03:15

    จริงๆอย่างที่คิด

    #8,482
    0
  10. #8479 Pxrxw_x (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 00:22
    คิดไว้แล้วไม่ผิดจริงๆด้วยว่าสิบต้องชอบจีนมาก่อนนนน เป็นน้องข้างบ้านที่แอบชอบจีนมานานนี่เอง
    #8,479
    0
  11. #8462 Nanny_Nannaphat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 00:39
    ว่าล่ะทำไมกล่าวถึงบ้านคนรวยบ่อยๆ คิดอยู่ว่าต้องเป็นบ้านนับสิบแน่ๆจริงๆด้วย
    #8,462
    0
  12. #8407 thonghan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 23:19
    เอาแล้ววววววว จะทะเลาะกันมั้ยนะ
    #8,407
    0
  13. #8404 Wafuii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:02
    เอาแล้วววว
    #8,404
    0
  14. #8360 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:04
    อ่าววววววววว สรุปคือน้องชายข้างบ้านหรอเนี่ย มิน่าทำไมนับสิบดูชอบจีนจังที่แท้ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆเลย
    #8,360
    0
  15. #8323 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 10:09
    โลกกลม พรหมลิขิตตตตต 555555
    #8,323
    0
  16. #8301 MB-krD (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 11:02
    ว่าแล้ว ตั้งแต่นับสิบเริ่มคอแย แล้วที่บอกของที่พี่จีนให้ผมไม่เคยทำหายอะไรนั่นน่ะ
    #8,301
    0
  17. #8270 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 14:26
    หืมมท นับสิบ แล้วจีนจำน้องไม่ได้เรอะ
    #8,270
    0
  18. #8244 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 03:35
    เดี๋ยวนะแปปหนึ่ง แล้วทำไมตั้งชื่อว่าสิบอ่ะ?? หนึ่งกับสิบ?? กุจะอยากรู้ไปทำไมเนี้ย55555 ชั่งเถอะ
    #8,244
    0
  19. #8210 phapha087bw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 22:21
    ว่าแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #8,210
    0
  20. #8190 theskyandsea (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 13:55
    ว่าแล้วว่านับสิบต้องรู้จักจีนมาก่อนแน่ๆ ลูกป้าอรนี่เอง
    #8,190
    0
  21. #8179 blueeyes111 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 09:01
    ว่าแล้ว เอะใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ไรท์พูดถึงป้าอรแล้ว ใช่จริง ๆ ด้วย
    #8,179
    0
  22. #8162 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 16:22
    นับสิบ เป็นลูกป้าอร เพื่อนบ้านที่บ้านหลังใหญ่ใช่มั้ย เคยเจอกัน เล่นด้วยกันตั้งแต่เด็ก นับสิบจำจีนได้ แต่จีนจำนับสิบไม่ได้
    #8,162
    0
  23. #8156 piepiesQ7_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:02
    พรหมลิขิตมากลูกเอ้ยยยยยย รักเขาตั้งแต่เด็กเลย
    #8,156
    0
  24. #8121 Cryingforcake (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:39
    โอ้วววว พี่จีนลืมน้องสิบหรอคะ /กรี๊ด ว่าแน้ว
    #8,121
    0
  25. #8092 19MTBB98 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:36
    อ่ออวว น้องมันจำพี่ได้ตั้งแต่แรกสินะ
    #8,092
    0