นับสิบจะจูบ (Yaoi) END

ตอนที่ 14 : นับ 12 [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,443 ครั้ง
    1 ก.พ. 62



นับ 12

(จีน พักนี้เขียนเลิฟซีนดีขึ้นนะ)

“จริงเหรอครับ!?”

(อืม ก็ดูสมจริงมากขึ้น นิยายจีนเน้นความรู้สึกฝั่งนายเอกอยู่แล้ว ดีขึ้นกว่าวิศวะผัวโหดเยอะเลย)

ฟังคำชื่นชมของบอกอที่ดังมาตามปลายสายแล้วผมซึ่งนั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊คก็แทบจะกระโดดตัวลอย มือข้างหนึ่งไม่ได้ถือโทรศัพท์อยู่ยกกำเป็นหมัด ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นบอกอคงส่งเสียงเย้ดังลั่นไปแล้ว

ผลงานตัวเองถูกชม แถมดีขึ้นกว่าเรื่องก่อนๆ ใครล่ะจะไม่ดีใจ

...คืนนี้กินไรดี พิซซ่าสามถาดแม่งไปเลยมั้ย??

(ผิดหูผิดตางี้ ได้ใครสอนมารึเปล่าหือ)

“...!

กำลังบันเทิงเริงร่าคิดให้รางวัลตัวเองอยู่ถึงกับชะงักกึก ปากยิ้มค้าง “บ้าละพี่ เขียนนิยายถึงจะต้องทุ่มหาข้อมูลแต่ก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นนะครับ!

(แค่หยอกเล่น จะทำเสียงสูงตกอกตกใจทำไมเนี่ย)

“ก็... ก็พี่มาพูดเหมือนผมชอบผู้ชายอ่ะ”

(ก็แค่พูดว่ามีใครสอนมารึเปล่า อาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้มั้ยล่ะ)

ฟังปลายสายอธิบายหน้าผมก็ร้อนลวกแทบระเหยเป็นไอเพราะดันร้อนตัว ยังดีที่การสนทนาเป็นโทรศัพท์ อีกฝ่ายเลยไม่เห็นสีหน้าและท่าทางของผมตอนนี้ เพราะงั้นผมเลยรีบกระแอมเบาๆ คุมสติเตลิดเปิดเปิงของตัวเองให้กลับเข้าร่องเข้ารอย รีบหาเรื่องอื่นมาเป็นหัวข้อสนทนาแทน

ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากทางนู้นวางสายไป ผมก็หันไปมองจอโน้ตบุ๊คตัวเอง เลื่อนเม้าส์ไปตรงบทเลิฟซีนที่ส่งไปให้สำนักพิมพ์เช็คเมื่อวันก่อนเพื่ออ่านทบทวนดูอีกครั้ง

พอธารปรือตาขึ้นมอง ก็เห็นว่าตอนนี้วงหน้าหล่อๆ ของมาร์ชกำลังเคลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ใช้ริมฝีปากจูบซับตามผิวเนื้อของเขาไม่หยุด ทุกครั้งที่รับรู้ถึงปากอุ่นร้อนๆ ก็เป็นอันต้องสะดุ้งทุกครั้ง เส้นประสาทตื่นตัวรับรู้ความรู้สึกทุกอย่าง มันแปลบปลาบวูบวาบ กระทั่งอีกฝ่ายหยุดริมฝีปากตรงตำแหน่งยอดอก นัยน์ตาก็ชำเลืองมองช้อนขึ้นมา

“...”

สาบานกับตัวเองตรงนี้เลยว่า ...ผมจะไม่มีวันบอกใครเด็ดขาดว่าฉากทั้งหมดนี่มันมาจากความทรงจำเลือนๆ ลางๆ ในวันที่ผมเมาแล้วทำอะไรงี่เง่าไปวันนั้น

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เรื่องของผมกับนับสิบทำเป็นประโยชน์ต่อนิยายที่กำลังปั่นโดยไม่ได้เจตนา

นึกๆ ย้อนแล้วหน้าผมก็ดันร้อนขึ้นมาอีก ไม่รู้ทำไมหน้าร้อนง่ายจนบางทีก็หงุดหงิดตัวเอง เอื้อมมือไปพับจอแม็คบุ๊คลง ก่อนเดินดุ่มๆ ออกไปหาน้ำสักแก้วกินแก้ร้อน เอ๊ย ดับกระหายดิ

ตั้งแต่วันที่ได้ข้อสรุปเรื่องที่พักของเด็กไอ้ตั้ม วันต่อมาผมก็กลับมายุ่งวุ่นวายอยู่กับนิยาย หาวันที่ตัวเองตื่นแต่เช้ากลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน จากนั้นก็กลับมาทำงานต่อ อยู่ในห้องแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง

ส่วนวันนี้ นับสิบออกไปเรียนตั้งแต่เช้า ผมที่ตื่นตอนบ่ายก็คลาดกับอีกคนไปโดยปริยาย ตอนตื่นก็เปิดไปเช็คตารางวันถ่ายทำที่ไอ้หินเคยส่งมาให้เมื่อนานมาแล้วด้วย เห็นว่าวันนี้มีคิวถ่ายฉากตอนเย็นๆ ค่ำๆ เพราะงั้นกว่าจะเริ่มและเลิกกองก็น่าจะอีกนานพอสมควรเลย ...หมายเลขสิบแปดคงไม่ได้กลับบ้านมาเร็วๆ นี้แน่

ว่าแล้ว ด้วยความอยากรู้ผมก็เดินกลับไปหยิบมือถือที่ตั้งนิ่งอยู่ในห้อง อยากเห็นความเป็นไปของซีรีส์ เลยส่องเข้าแท็ก #BadEngineerTheseries แทนชื่อนิยายเล่มอย่างทุกที อาจเจอใครสักคนลงภาพในกองให้ดูก็ได้

 

ยอดนิยม

FarLaLa @farla14 18 มิถุนายน

พอมีคนรุมถามคำถามเรื่องน้อง แล้วไอ้ท่าทีที่ตอบแบบนี้หมายความว่าไงงงง ท่าทีเหมือนมีอะไรในใจอ้ะนับสิบ #BadEngineerTheseries #สิบเอ๋ย #คินทร์น้ำชา #วิศวะผัวโหด

(คลิป)

16 ตอบกลับ 2654 รีทวีต 1431 ถูกใจ

 

ผมเลิกคิ้ว ทวีตแรกที่เจอเป็นทวีตที่ได้รับความนิยมสูง โพสต์เมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย เป็นคลิปที่เจ้าของแอคฯ จะอัดจากหน้าจอไว้ตอนที่มีไลฟ์สดในไอจี เห็นชื่อนับสิบผมก็กดดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

กล้องถูกเบนหันไปทางนับสิบที่สวมเสื้อยืดสีขาวและคลุมยีนส์เนื้อดี มองจากความเคลื่อนไหวเร็วๆ แว้บๆ แล้วก็เห็นว่าเหมือนจะนั่งอยู่ในร้านกาแฟชื่อดังของห้างใหญ่ เสียงที่ลอดลำโพงมาก็เป็นเสียงพูดคุยจอแจ ตามด้วยเสียงพูดใกล้ๆ มือถือซึ่งคุ้นซะจนแทบไม่ต้องเงี่ยหูฟังก็เดาได้เลยว่าเป็นใคร

สิบ มีคนถามว่าอยู่มอเดียวกับน้องเอ๋ยจริงมั้ย

...เสียงไอ้ตั้มไง

ผมรู้ว่าไอ้สิบมีไอจีออฟฟิเชียลอยู่ด้วย ซึ่งไอ้ตั้มเป็นคนเล่น ...แล้วดูน้ำเสียงกับคำพูดคำจาที่ใช้ดิ ไม่มีคำหยาบสักคำ โคตรแสดงอ่ะ ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้จัดการผมคงคิดว่าทำอาชีพเดียวกับเด็กมัน

ว่าไง นี่ มองกล้องหน่อยดิ

คราวนี้นับสิบหันมามองกล้องตามคำเรียก พอมองเห็นตาคมๆ สบมา แม้จะไม่ได้ถูกตัวจริงมอง ตรงมุมซ้ายล่างก็มีคอมเมนต์หวีดเด้งขึ้นมารัวๆ ส่วนมุมขวาล่างก็ปล่อยหัวใจนับสิบก้อนลอยฟู่ๆๆๆ ไม่หยุด

อืม

เอ้านี่ๆ แล้วก็ถามว่าสนิทกันมากมั้ย

ไม่รู้

เหมือนมีอะไรจริงๆ ด้วย

ถึงจะเป็นการตอบแบบปัดๆ แต่พอมองแล้วกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรลึกลงไปนอกจากคำว่า ไม่รู้ของอีกฝ่ายอยู่มากมาย สุดท้ายคลิปก็จบลงแค่นั้น แต่คนที่เห็นคงจะมีความคิดเจ้าของแอคฯ และผม ถึงได้มียอดรีทวีตพุ่งสูงจนติดอันดับยอดนิยม แถมยังติดแท็กใหม่ที่ผมเพิ่งเห็นด้วย

#สิบเอ๋ย

ผมมองตัวอักษรสองคำนี้อยู่พักหนึ่ง...

ช่วงนี้ซีรีส์ชายรักชายได้รับการยอมรับขึ้นมาก บรรดานักแสดงที่มาแสดงก็กลายเป็นคู่จิ้น มีงานเรื่องอื่นๆ ที่ให้แสดงด้วยกันเข้ามาอีกเยอะแยะ นับสิบกับน้องเอ๋ยก็คงเหมือนๆ กันนั่นแหละ แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือมีคนใช้แท็กของสองคนนี้ไวมาก นี่ซีรีส์ผมยังไม่ทันออกฉายเลยด้วยซ้ำ รึอาจเพราะผมมัวแต่ยุ่งกับต้นฉบับเรื่องใหม่ด้วยก็ไม่รู้

ไปกองถ่ายก็ไปเท่าที่เห็น ไปแค่ดูเขาแสดงกันแล้วก็กลับ รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเขียนที่ขี้เกียจเลยแฮะ

คิดแล้วนิ้วก็เลื่อนลงไปอ่านต่อ

 

คูมแม่น้องฮยอง @tear_1998 22 มิถุนายน

ฮือออ ภาพจากเพื่อนเด็กมอ S อ่ะ เหมือนเขาจะต่อบทกัน ซ้อมบทกัน ...จู๋จี๋กัน! แมมมม่ หนูอยากให้เขาจูบกัน #สิบเอ๋ย #BadEngineerTheseries

(รูป) (รูป) (รูป)

37 ตอบกลับ 3654 รีทวีต 1036 ถูกใจ

 

เพราะถ่ายแบบซูม ภาพเลยแตกค่อนข้างมัว แต่ยังพอมองออกว่าร่างสูงๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พับคือนับสิบ ในมือถือกระดาษบทที่เตรียมจะเข้าเล่นต่อจากนั้นไว้ด้วย ข้างๆ มีลังไม้ซึ่งตอนนี้วางขวดน้ำและข้าวของสุมๆ เอาไว้อยู่ ส่วนอีกด้านคือร่างเล็กๆ ของน้องเอ๋ยที่กำลังยิ้มกว้างชะโงกหน้าเข้าไปพูดคุยด้วยใกล้ๆ

เห็นแล้วเริ่มคุมความอยากรู้ของตัวเองไม่ไหว สุดท้ายก็กดเข้าไอ้แท็กสิบเอ๋ยอะไรนั่น มีคนทวิตเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งวิดีโอ แล้วก็ภาพที่แคปมาจากไอจี อย่างเวลาไอจีส่วนตัวอีกบัญชีที่นับสิบเป็นคนเล่นเอง เวลาโพสต์อะไรแล้วน้องเอ๋ยเข้ามาตอบโต้กดไลค์ก็ถูกบันทึกภาพไว้หมด

กว่าจะรู้ตัวผมก็นั่งดูเรื่องชิปๆ เรือๆ ของชาวบ้านนานเกือบชั่วโมงเต็ม ดูจนตาแฉะถึงวางมือถือไว้บนโต๊ะ เดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ สวมคอนแทคฯ คว้ากระเป๋าสตางค์พร้อมกุญแจรถเดินลงไปด้านล่าง

 “คุณจีน สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ ถ่ายกันอยู่เหรอ”

...มากองถ่ายแม่งเลยไง

“ครับ วันนี้เป็นฉากในห้องน้ำตรงสแตนด์เชียร์ คุณจีนเข้าประตูทางนั้นได้เลยนะครับ” คุณสตาฟฟ์ที่จำหน้าผมได้เอ่ยช่วยเหลือ ผมมองตามมือที่อีกฝ่ายชี้ไปแล้วพยักหน้าขอบคุณ

เดินผ่านประตูเล็กด้านข้างก็เมียงๆ มองๆ รอบๆ อย่างสนใจ ในเนื้อเรื่องมีฉากในห้องเชียร์เยอะ ฉากที่ใช้ถ่ายคือโรงยิมขนาดย่อม เวลานี้พื้นเงาวับมีสายไฟเส้นหนาสีดำหลายเส้นพาดไปพาดมา มองเห็นแผงไฟและเครื่องไม้เครื่องมือถูกติดตั้งอยู่จุดนู้นตัวหนึ่งจุดนี้ตัวหนึ่ง เล่นเอาเดินผ่านทีก็ต้องเกร็งตัวที

ผมมาหยุดอยู่ไม่ไกลนัก พยายามเลือกจุดที่ไม่มีทีมงานเดินบ่อยๆ จะได้ไม่ไปรบกวนเข้า จากตรงนี้ก็มองเห็นส่วนที่กำลังถ่ายอยู่ ร่างสูงๆ ของนับสิบซึ่งเซ็ตผมแต่งหน้ามาอย่างดียืนประจันหน้าอยู่กับผู้ชายอีกคน คนนั้นก็สวมชุดนักศึกษาอยู่เหมือนกัน แต่ถูกฟิตติ้งมาให้เป็นแบบสุภาพกว่า

นี่มันฉากที่คินทร์กับตะวันทะเลาะกันแย่งน้ำชานี่หว่า...

ช่วงแรกของการถ่ายทำเป็นการปูเรื่องของพระนาย น้องผู้ชายที่แสดงเป็นตะวันเลยยังไม่มีคิวเล่น แต่ตอนนี้เริ่มเข้ากลางเรื่องแล้ว บทตะวันเลยต้องมีเพิ่มเข้ามาให้ตัวละครหลักทั้งสองผิดใจกัน

“พี่จีน”

ตอนที่มองทั้งคู่แสดงแบบตาไม่กะพริบ เสียงหวานใสก็ดังขึ้นพร้อมแรงดึงแขนเสื้อเบาๆ ร่างเล็กของน้องเอ๋ยเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กำลังส่งยิ้มน่ารักมาให้ “อ้าว”

“วันนี้มาด้วยเหรอครับ”

“วันนี้ว่างๆ น่ะ”

“มาบ่อยๆ สิครับ ผมไม่ได้เจอพี่จีนตั้งนานแน่ะ อ้อ จริงด้วย! ผมซื้อนิยายของพี่จีนมาด้วยนะครับ” คนตัวเล็กพูดอย่างกระตือรือร้น ดวงตาคู่กลมเป็นประกายระยิบระยับ “ผมเอามาพอดีเลย พี่จีนเซ็นให้หน่อยได้มั้ย”

ได้ยินว่านิยายตัวเองขายออกอีกเล่มตาผมก็เป็นประกายตาม

“ได้ดิ เอามาเลยๆ เดี๋ยวพี่เซ็นให้เลย”

“ขอบคุณนะครับ” น้องเอ๋ยส่งเสียงเย้อย่างดีอกดีใจแล้วรีบสาวเท้าไวๆ ไปทางกระเป๋าตัวเอง รื้ออยู่ไม่นานก็กลับมาพร้อมหนังสือและปากกาหมึกซึมสีชมพูหวานแหววพรักพร้อม

ผมจัดการเซ็นพร้อมคำขอบคุณและวาดรูปหัวใจน่ารักๆ เป็นพิเศษให้ด้วย

พอคืนหนังสือให้น้องเอ๋ยก็ยังไม่ยอมไป พวกเรายืนคุยกันอยู่ตรงนั้นนานจนทีมงานบางส่วนสังเกตเห็น ให้คนยกเก้าอี้พับได้ตัวเล็กสองตัวมาวางพร้อมน้ำดื่มเย็นๆ คนละขวด

“พอพี่จีนมาผมตื่นเต้นกว่าเดิมอีก”

“เดี๋ยวต้องเข้าฉากเหรอ”

“ครับ ฉากในห้องน้ำ” แก้มขาวของคนพูดค่อยๆ ซับสีเลือดขึ้นมา ขณะนั้นผมก็มองตาปริบๆ

ฉากในห้องน้ำ?

สมองเรียบเรียงนึกย้อนถึงฉากในนิยายตัวเอง ไม่นานนักเปลือกตาผมก็ขยายขึ้นเมื่อจำได้

ฉากนั้นเป็นหนึ่งในฉากฟินของนิยาย หลังจากคินทร์กับตะวันเจอหน้ากัน คินทร์ก็รู้เรื่องที่น้ำชาออกไปกับตะวันก็เลยเกิดหึงแตกขึ้นมา ลากนายเอกเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดัง ผลักอีกฝ่ายหลังติดผนังก่อนปล้ำจูบ...

เท่านั้นแหละ หน้าผมก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

“เอ่อ สู้ๆ นะ”

เวร ลืมไปเลย น้องเอ๋ยชอบนับสิบนี่นา ...ได้จูบกับคนที่ตัวเองชอบจะอายขนาดนี้ก็ไม่แปลก

“ครับ ขอบคุณนะครับ”

จากนั้นก็เงียบกันไป พูดอะไรต่อไม่ออก น้องเอ๋ยก็ไม่ต่างกัน บรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึดอัดทันควัน

“เอ่อ เดี๋ยวพี่ไป...”

“พี่จีนครับ”

ผมที่ตีเนียนจะขอไปเข้าห้องน้ำต้องนั่งกลับลงไปใหม่เมื่อร่างเล็กข้างๆ เอื้อมมือมาจับแขนไว้

“พี่จีนพอจะรู้ใช่มั้ยครับ ว่าผมชอบสิบ”

ตัวผมชะงักขึ้นมาทันใด หน้างงๆ ในทีแรกเปลี่ยนเป็นลำบากใจ “ไม่...”

“ผมขอปรึกษาพี่จีนได้มั้ย”

เชี่ยย ให้เวลากูโกหกปฏิเสธหน่อยเถอะ


========================= 40


“พี่จีนว่าผมควรทำไงต่อไปดี ผมควรบอกสิบมั้ย ผมกลัวว่าถ้าบอกแล้วสิบจะไม่ยอมพูดกับผมอีก” จากนั้นน้องเอ๋ยก็โพล่งออกมารัวๆ เหมือนอัดอั้นตันใจอยู่นาน ไม่เหลือช่องและหนทางอะไรให้ผมลอยตัวหนีเลยสักทาง สีหน้าก็เศร้าสร้อยเหงาหงอย “พี่จีนเห็นใช่มั้ยครับว่าตอนนี้สิบไม่ได้สนใจอะไรผมเลย”

“...”

“ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ผมเห็นว่าพี่จีนแต่งนิยายแบบนี้ น่าจะเข้าใจ”

“เอ่อ พี่ว่าเพราะนับสิบเป็นผู้ชายรึเปล่า ถ้าชอบผู้หญิงก็ไม่แปลกที่จะไม่ได้คิดแบบนั้นไง” ผมตอบเป็นกลางๆ

“แปลว่าผมหมดหวังเหรอครับ”

“ก็...”

ก็กูไม่รู้! ผมไม่รู้... เชื่อมั้ยว่ามันเป็นคำถามที่จัดเข้าไปอยู่ในหมวดตอบไม่ได้ ไม่อยากตอบสำหรับผมเรียบร้อย

พอไม่ได้เอ่ยอะไรกลับไป ก็เห็นสีหน้าเฟลเหมือนจะร้องไห้ของน้องเขา เพราะงั้นผมเลยลนลานถามกลับไปเพื่อไม่ให้น้องเขาร้องออกมาจริงๆ “งั้นน้องเอ๋ยลอง...ไงดี เขียนบอกความในใจมั้ย”

“เขียนบอกความในใจ?” น้องเขาอึ้งไปนิดหน่อย จากนั้นมองหน้าผมแล้วเหมือนจะพยายามไม่ให้หลุดหัวเราะ “พี่จีนน่ารักจัง วิธีมันไม่โบราณไปหน่อยเหรอครับ”

“ทางไลน์ไง” ผมว่าแบบนี้เพราะดูท่าทางน้องเขาเป็นคนขี้อาย “ไม่งั้นน้องเอ๋ยคิดว่าจะทำทยังไงล่ะครับ”

“ที่จริงผมก็ตั้งใจว่าจะลองรุกสิบดูครับ”

“รุก?”

“ครับ” สีหน้าน้องเขากลับมาสดใสขึ้น “วันนี้พอเลิกกองผมจะลองชวนสิบไปกินข้าวด้วยกันก่อน ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้สิบพักอยู่กับพี่จีน เดี๋ยวพอกินเสร็จจะให้คนขับรถพาไปส่งที่คอนโดฯ พี่จีนเองเลย แบบนี้ดีมั้ยครับ”

ขณะพูด สายตาและสีหน้าของน้องเอ๋ยเหมือนจะปรากฏดอกไม้เบ่งบานรอบๆ พอถามผมแล้วก็ตั้งใจรอฟังความเห็น สีหน้าเหมือนมีความหวังทำให้ผมได้แต่พยักหน้าตาม แต่ในใจกลับลำบากใจโคตรๆ

ให้ตายเหอะ ทำไมน้องเขาต้องมาถามผมด้วยวะ

เรื่องอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่โคตรน่าอึดอัดที่สุดสำหรับผมเลย ถึงจะแต่งนิยายรักแต่ผมก็ไม่ได้ถนัดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เลยสักนิด แฟนก็ไม่มี สมัยมหาลัยตอนเพื่อนเอาเรื่องแบบนี้มาปรึกษาก็ช่วยไรใครไม่เคยได้อ่ะ

“ถ้างั้นพี่จีนช่วยผมพูดด้วยนะครับ บอกให้สิบไปกินข้าวกับผมก่อน... อะไรแบบนี้”

ฟังมาถึงตรงนี้ ผมก็นิ่งอีกรอบ

“นะครับ”

“อันนี้พี่ว่าน้องเอ๋ยไปคุยกับนับสิบเองดีกว่าครับ”

ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยนะ นับสิบตอนนี้อาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ผมก็จริง แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปบอกให้เขาทำนั่นนี่นี่นา มันต้องอยู่ที่ความเต็มใจของเจ้าตัวด้วย ผมอธิบายไปแบบนั้น แต่น้องเอ๋ยดูจะไม่เข้าใจ

“แค่ช่วยพูดเองครับ นะฮะ ไม่งั้น...”

“คัท!!

เสียงคัทของผู้กำกับเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตผม น้องเอ๋ยหยุดคำพูดเอาไว้ก่อนจะรีบหันไปมองหานับสิบทันที ผมพ่นลมหายใจผ่านปากน้อยๆ ต่อมาก็เห็นน้องเอ๋ยลุกขึ้นหยิบน้ำส่งให้คนที่เดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้น

“สิบ นี่น้ำ”

ร่างสูงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณ เอื้อมมือไปรับแต่ไม่ได้เปิดดื่ม หันหน้ามาทางผม “มาด้วยเหรอครับวันนี้”

“อ้อ อืม”

“ผมเห็นเอาแต่นั่งคุยตลอด ทำไมไม่ดูผมเล่นหน่อยล่ะครับ”

ตั้งแต่ที่ผมบอกให้สิบเป็นสิบ ไม่ต้องทำเด็กดีเวอร์เกิน อีกฝ่ายก็เอาคำพูดหยอกเย้าบ้างล้อเล่นบ้างมาใช้บ่อยขึ้น อย่างตอนเนี้ย พอมองสบตามีเสน่ห์คู่นี้แล้วผมว่าผมก็เริ่มดูออกละว่าคนพูดทำเป็นน้อยใจแต่ไม่ได้จริงจังอะไร

“ดูเบื่อแล้วไง”

“ไม่เหมือนผมนะครับ ให้นั่งดูจีนนานแค่ไหนก็ไม่เบื่อ”

“อืมๆๆ ไปนั่งพักเหอะ”

“งั้นคุณจีนไปกับผมสิครับ พี่ตั้มก็อยู่ทางโน้น” ตอนพูดมือหนาก็เอื้อมมาใช้ปลายนิ้วสะกิดหลังมือผมที่วางอยู่ตรงที่เท้าแขนเก้าอี้เบาๆ พอผมปัดออกด้วยหน้ายุ่งๆ ก็ยิ้มขำ

“ไม่อ่ะ นั่งตรงนี้สบายแล้ว”

“สิบ”

ตอนที่ผมกับนับสิบตอบโต้กันอยู่ น้องเอ๋ยซึ่งยืนนิ่งอยู่นานแล้วก็เสียงเรียกเบาๆ ในน้ำเสียงมีแววตัดพ้อจางๆ ปะปน เพราะเพิ่งถูกขอให้ช่วยเป็นกามเทพ ผมเลยจับความรู้สึกนึกคิดของน้องเขาได้ชัดเจน

เวรกรรม เพราะนับสิบแม่งเอาแต่ชวนผมคุยนั่นแหละ

“อืม?”

พอนับสิบหันไปหา น้องเขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นร่าเริงสดใส ขยับมือไปดึงแขนหนาของเพื่อนตัวเอง “วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ เราเลี้ยงเอง เอาที่โรงแรม M เหมือนคราวก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราไปส่งที่คอนโดฯ พี่จีนให้ด้วย”

“...” ...แต่นับสิบกลับขมวดคิ้วน้อยๆ ซะงั้น “เอาไว้วันอื่นละกัน”

“ทำไมอ่า วันนี้เลยเหอะ สิบก็ไม่ได้จะไปไหนต่อนี่ หลังจากนี้พี่จีนก็มีธุระด้วย กลับห้องไปตอนนี้ก็อยู่คนเดียวเหงาจะตาย บอกแล้วเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง เคมั้ย นะ”

น้องเอ๋ยยิ้มกว้าง ท้ายน้ำเสียงลากยาวเล็กน้อยเหมือนเจตนาจะอ้อนขอร้องได้อย่างน่าเอ็นดู แต่ผมนี่ดิ หน้าเหวอหมุนหัวเร็วจนคอแทบจะหลุดไปมองน้องเขาทันควัน

“คุณจีนมีธุระเหรอครับ?”

นั่นคือสิ่งที่กูก็อยากจะถาม กูมีธุระตอนไหนเนี่ย?

“ฉัน...”

ผมยังพูดได้ไม่เต็มประโยค เสียงตะโกนของผู้กำกับให้เตรียมตัวก็ดังขึ้นมาอีกรอบ เพราะกลัวมืดค่ำเลยให้นักแสดงและทีมงานพักนานเกินไม่ได้ บรรดาช่างแต่งหน้ารีบวิ่งเข้ามาขอตัวพระนายไปจัดการกันให้วุ่น

นับสิบกับน้องเอ๋ยต้องไปเตรียมความพร้อมกันอีกทาง ผมไล่สายตามองตามหลังทั้งคู่เล็กน้อย มองเห็นน้องเอ๋ยยังเอ่ยปากพูดโน้มน้าวเพื่อนตัวเองอีกหลายประโยค นับสิบเองก็หันไปตอบ แต่ไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรบ้าง

กระทั่งมีทีมงานมาเชิญผมให้ไปนั่งอีกฝั่ง เนื่องจากซีนต่อไปเป็นการถ่ายในห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด อุปกรณ์ที่เอาเข้าไปได้มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น หลักๆ ก็คือกล้องสำหรับใช้ถ่าย แน่นอนว่าภาพที่บันทึกไว้ทั้งหมดต่อส่งตรงมาถึงจอมอนิเตอร์ด้านนอก ผู้กำกับและผู้ช่วยอีกหลายๆ คนก็นั่งดูจากด้านนอกตรงนี้นั่นแหละ

ตำแหน่งที่ผมอยู่ก็มองเห็นจอสี่เหลี่ยมนั่นชัดแจ๋วเหมือนกัน ราวๆ ยี่สิบนาทีต่อจากนั้น นักแสดง ทีมงานและอุปกรณ์พร้อมปุ๊บ ผู้กำกับก็ตะโกนสั่งการต่อทันที

เริ่มแรกจอฉายไปที่ทางเดินหน้าห้องน้ำ มีเสียงรองเท้าบดพื้นดังขึ้นมาก่อน จากนั้นถึงเห็นร่างสูงๆ ในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยฉุดดึงร่างเล็กกว่าให้ตามไป เปิดประตูห้องน้ำและปิดตามหลังเสียงดังลั่น สะบัดแขนเหวี่ยงอีกคนจนหลังติดผนัง

กล้องแพนไปยังหน้าคินทร์ที่ตอนนี้แสดงออกชัดเจนว่ากำลังโมโหสะกดกลั้นอารมณ์

“พี่คินทร์... ผมเจ็บ”

“เจ็บสิดี สมองมึงจะได้ฉลาดรู้ขึ้นมาบ้างว่าอย่ายั่วโมโหกู”

แขนหนาทั้งสองข้างทาบทับคร่อมจนร่างเล็กถูกขังอยู่ตรงกลาง ตากล้องขยับตัวเปลี่ยนเป็นเดินมาด้านข้าง ทำให้มองเห็นสีหน้าและความใกล้ชิดของนักแสดงทั้งสองมากขึ้น

ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันจนลมหายใจแทบหลอมรวม ไมค์ติดกล้องที่อยู่ไม่ไกลทำงานดีจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจแผ่วเบาเล็ดลอดเข้ามาชัดเจน

ทุกคนมองฉากต่อไปที่จะเกิดตาไม่กะพริบ แต่ผมกลับดึงสายตาคืนมาแล้วลุกขึ้นยืน

“คุณจีน มีอะไรเหรอครับ”

ทีมงานที่อยู่ใกล้ๆ เห็นเลยออกปากถาม แต่ผมส่ายหน้า “ไม่มีอะไรครับ แค่รู้สึกว่าร้อนๆ”

ผมปฏิเสธความหวังดีที่ว่าจะไปยกพัดลมตัวใหญ่อีกตัวมาตั้งให้แล้วปลีกตัวออกไปด้านนอก แม้ท้องฟ้าจะมืดไปแล้ว แต่แถวนี้ยังสว่างเพราะเสาไฟต้นใหญ่

รู้สึกว่าตรงนี้อากาศปลอดโปร่งกว่าเยอะมาก ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนผ่อนออกช้าๆ

จะเลิกกันกี่โมงเนี่ย...

ตอนที่กำลังยืนมองนั่นนี่คิดเรื่อยเปื่อย เสียงคุ้นๆ ก็ลอยเข้าหูมาซะก่อน

“ครับๆๆ ผมรู้น่า นี่ก็อัพบ่อยแล้วนะ ยังไม่พออ่อ จะให้มันดังถึงไหน น้องมันไม่รับงานก็เอาไปป้อนให้คนอื่นก็ได้ นี่ผมไปคุยกับไอ้น้องเอ็มมา ช่วงนี้เขาหาเงินอยู่ ถ่ายแบบนิตยสารก็ให้น้องมันไปก็ได้มั้ย”

ผมเดินเข้าไปหาทันที แล้วก็ชัดเจน ...เป็นเพื่อนผมเอง

“ไอ้ตั้ม”

“เชี่ย!” มันสะดุ้งโหยง “อ...ไอ้จีน? สัด กูตกใจหมด อยู่ๆ ก็เดินออกมาจากที่มืดๆ”

“โทษที”

มันหันมาทำหน้าดุใส่ก่อนโบกไม้โบกมือเป็นเชิงให้รอแป๊บแล้วหันไปคุยโทรศัพท์ต่อ “เปล่าเจ๊ เพื่อนอ่ะ โอเคๆ ผมรู้ละ เดี๋ยวจัดให้สักสิบรูปเลย อืม งั้นแค่นี้เนอะ เคครับ อ้อ ตารางไว้อัพในกูเกิลดอคแล้วแชร์มาก็ได้ ครับๆ หวัดดีครับ”

พอเก็บมือถือมันก็หันมาหรี่ตามอง “ไงมึง วันนี้มาด้วยเหรอ”

“เออ ก็กูอยู่บ้านเบื่อๆ”

“อยู่บ้านเบื่อ? แปลก คนอย่างมึงนึกเบื่อบ้านด้วย แล้วไอ้สิบเห็นยังว่ามึงมา”

“เห็นแล้ว ก่อนเข้าฉากก็เพิ่งคุยกันไป”

“อ๋อ เออ แต่มึงมาก็ดีเลย วันนี้กูจะได้ไม่ต้องขับรถไปส่งไอ้สิบที่คอนโดฯ มึง”

ผมกับมันยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นสักพักก็ย้ายไปนั่งตรงเก้าอี้ม้าหินอ่อนที่ตั้งอยู่ไกล ทีแรกมันก็ชวนผมเข้าไปด้านใน แต่ผมปฏิเสธเพราะเขาทำงานกันเสียงดัง ร้อน บวกกับข้างนอกไม่มีใครแถมเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สบายใจกว่า

คุยสัพเพเหระไปเรื่อยๆ เกือบชั่วโมงต่อมาเสียงตะโกนคัทเลิกกองของผู้กำกับก็ดังสนั่นทะลุผนังโรงยิมออกมา นั่นแหละผมกับไอ้ตั้มถึงได้กลับเข้าไปด้านในกันอีกครั้ง

“แม่งเอ๊ย คัน ยุงกัด ไมมีแต่กูที่เกาอยู่คนเดียวเนี่ย”

“เลือดมึงหวานไง มันเลยกัดแต่มึง”

“ไปหลอกเด็กไปไอ้ห่า กูเคยอ่าน ยุงบางทีก็หาแหล่งเลือดจากกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ อย่างเช่นเท้าเหม็นงี้”

ไอ้ตั้มทำผมขำ “อ้อ มึงตัวเหม็น”

“สัด เมื่อกี้ยังบอกกูเลือดหวานอยู่เลย”

“คุณจีน”

เดินคุยไปหัวเราะไปกับไอ้ตั้มมาจนถึงห้องใต้อัฒจรรย์ที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้เป็นห้องส่วนตัวนักแสดง เสียงทุ้มของนับสิบก็ดังขึ้นมา พอเงยหน้ามองก็เห็นคิ้วเข้มๆ ขยับชนกันเล็กๆ

“ไปไหนมาครับ”

“อ้อ คุยอยู่กับไอ้ตั้มข้างนอกอ่ะ ยังไม่เปลี่ยนเสื้อเหรอ”

“ผมหาคุณจีนอยู่” ขณะพูดก็ใช้สายตาคู่คมจ้องไม่ปล่อย เล่นเอาผมที่ยิ้มกว้างอารมณ์ดีเพราะคุยกับเพื่อนก่อนหน้านี้เปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน ยังไม่ทันอ้าปากตอบอีกฝ่ายก็สำทับขึ้นมาอีกประโยค

“ต่อไปช่วยอยู่ในสายตาหน่อยนะครับ”

“หา?”

“เดี๋ยวผมจะเป็นห่วงจนไม่ทันทำอะไรซะก่อน”

“...”

ผมยืนนิ่งเหมือนหุ่น นับสิบเดินเลิกผ้าม่านเข้าไปเปลี่ยนเสื้ออีกทางแล้ว แต่ครู่หนึ่งเลยกว่าที่ผมจะขยับตัว เปลือกตากะพริบช้าๆ เอี้ยวหน้ามองตามไป

...แค่ออกไปข้างนอกแค่นี้ มันน่าเป็นห่วงขนาดนั้นเลย?

“ถึงกับไปไม่เป็น” ไอ้ตั้มที่ยืนอยู่ข้างๆ เอื้อมมือมาตบไหล่

“ไปไม่เป็นเหี้ยไรมึง”

มันหัวเราะเหอๆ ดูไม่จริงจังตอบกลับมาสั้นๆ “ไม่รู้ เฮ้อ หิวข้าวฉิบหาย หิวข้าวมั้ยมึงอ่ะ”

“หิว”

“งั้นนี่เลย ช่วยกูเก็บของไอ้สิบพลางๆ”

ไอ้ตั้มชี้ไปที่กล่องเก็บอุปกรณ์แต่งหน้าซึ่งวางปนๆ กับของอื่นระเกะระกะบนโต๊ะ กล่องหุ้มหนังแท้มีตราสัญลักษณ์แบรนด์แพงหูฉี่เปิดกางเอาไว้อยู่ เห็นคนเป็นเพื่อนยอมลงทุนหิ้วเครื่องสำอางมาให้เด็กในสังกัดเองโดยเฉพาะใช้ก็ตาโตเท่าไข่ห่าน มือพยายามเบาสุดๆ ตอนที่เก็บมันลงกระเป๋าอีกใบ

เรียบร้อยปุ๊บ มันก็โบกมือบอกว่าที่เหลือจะจัดการเอง ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อเลยนั่งเล่นมือถือตรงเก้าอี้ม้านั่งยาว

“ดีครับบ วันนี้เลิกแล้ว”

“...?”

“เดี๋ยวออกมาๆ กำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ รับรองหล่อเหมือนเดิม”

เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงลัลล้าเกินปกติของเพื่อน เห็นมันยืนฉีกยิ้มกว้างคุยกับมือถือ “มึงทำอะไรอ่ะ”

“ชู่ว กูไลฟ์อยู่” มันหันมาพูดเสียงเบา

“หะ?”

“ไลฟ์ไอจีไอ้สิบเซอร์วิสอยู่” คราวนี้มันละมือข้างหนึ่งมาป้องปาก ขยับปากช้าๆ ให้ผมอ่านจับใจความได้ จากนั้นหันไปยิ้มให้กล้องต่อทันที เอ่ยพูดจ้อยๆ “เนี่ยๆ เดี๋ยวได้เจอ หือ เมื่อกี้คุยกับใคร? อ้อ คนแต่งไง เขามาดูถ่ายทำ ไปติดตามได้นา เอานามปากกาไปเสิร์ชเลย เดี๋ยวก็คงเจอเพจเจอทวิตเตอร์”

ผมห่อปากอย่างนึกทึ่งเมื่อเห็นมันลื่นไหลชำนิชำนาญมาก ...มีโฆษณาให้ผมด้วย


============================== 90


ปกติแล้วดารานักแสดงหรือคนดังคนอื่นๆ เวลาเขาไลฟ์สดกัน ทั้งในไอจีในเฟซบุ๊ก ส่วนมากก็เป็นตัวนักแสดงเองนั่นแหละที่มาเปิดกล้องพูดคุย เล่นกีต้าบ้างอะไรบ้างให้แฟนคลับดู แต่นี่มันมิติใหม่ชัดๆ เพราะของหมายเลขสิบแปดกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวจัดการซะอย่างนั้น ทั้งไอจีออฟฟิเชียลไอ้ตั้มก็เป็นคนอัพเดตข่าวสาร

อืม... แต่ก็ดูจากรูปทรงแล้วสำหรับนับสิบก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ เพราะถ้าจะรอให้เจ้าตัวมาทำเองคงยาก นิสัยฝ่ายนั้นเป็นพวกไม่ค่อยชอบคุยชอบอะไรอยู่แล้ว

พรึ่บ

“อ้าว มาแล้วๆ”

พอม่านถูกรูดเปิด ไอ้ตั้มก็เสนอหน้าเข้าไปใกล้ทันที ให้กล้องเล็งตำเหน็งหน้าเด็กตัวเองชัดๆ

ผมมองเห็นนับสิบคิ้วกระตุกฉับพลัน แต่ต่อมาก็ยิ้มนิดๆ ท่าทางจะชินแล้ว เขาเอ่ยพูดอะไรสั้นๆ ก่อนเดินมาทางนี้

ไอ้ตั้มหันกล้องเดินตามมา ตอนที่นับสิบเข้ามาใกล้ผมก็รีบร้อนจะลุกขึ้นเพราะไม่อยากให้ตัวเองติดเข้าไปในไลฟ์ด้วย แต่ยังไม่ทันยกก้น นับสิบก็ทิ้งกายลงมาเบียดซะชิด อีกฝั่งเป็นเสาผนัง ตรงหน้ามีโต๊ะพับวางอยู่ ผมเลยลุกไปไหนไม่ได้

“สิบ ทำ...”

ผมเกือบหลุดปาก แต่พอนึกได้ก็หุบแทบไม่ทัน เปลี่ยนเป็นใช้มือดันแขนอีกฝ่ายแทน

“จะไปงานที่พาราก้อนมั้ยคะ? อืม ต้องดูคิวก่อนนะครับ ช่วงนั้นว่างมั้ยสิบ”

“น่าจะได้นะครับ”

...นับสิบไม่ได้สนใจผม มัวแต่ฟังไอ้ตั้มแล้วตอบคำถามแฟนคลับอยู่นั่น พอผมผลักหลายๆ ทีเข้าก็เหมือนจะรำคาญ ขยับสอดแขนเข้ามาเกี่ยวคล้องแล้วกุมมือผมไว้แน่น กดให้วางลงบนตักตัวเอง

ผมเหวอแดกกว่าเดิม หันไปเอ่ยเสียงกระซิบ “สิบ ทำไรเนี่ย”

“ครับ?”

“หลีกทางเร็ว ฉันจะลุก”

“ให้พี่ตั้มปิดไลฟ์ก่อนนะครับ แป๊บเดียว” พอผมกระซิบ นับสิบก็ก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเสียงเบาบ้าง

หน้าผมยุ่งเหยิง สุดท้ายเลยทำแค่ดึงมือตัวเองกลับมาก่อนหันไปขยับปากให้ไอ้ตั้มอ่านเอาแทน อย่าให้ติดกู

มันทำมือโอเค...

จากนั้นไอ้ตั้มก็อ่านคอมเมนต์ของบรรดาแฟนคลับแล้วเอามาให้นับสิบตอบอย่างสนุกสนาน

กลายเป็นว่าผมต้องนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าไลฟ์สั้นๆ จะจบลง หลายนาทีต่อมาพอไอ้ตั้มบอกลาคนดูด้วยท่าทีน่ารักๆ อย่างกับเป็นดาราซะเองพร้อมคว่ำมือถือ ผมถึงได้หันไปว่าอย่างอดไม่ได้

“มึงมาไลฟ์อะไรตอนนี้เนี่ย ไม่ไปไลฟ์ที่บ้าน”

“ก็ตอนนี้กูไม่ได้อยู่กับมันให้มีเวลาไลฟ์บ่อยๆ นี่หว่า เดี๋ยวสาวๆ มันก็หนีไปหาคนอื่นก่อนพอดี”

“มึงก็มาไลฟ์ที่ห้อง กูห้ามมึงซะที่ไหน”

“เออๆ อย่าเพิ่งโมโหหิว กลับ...”

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูหยุดคำพูดไอ้ตั้มไว้กลางคัน ประตูห้องใต้อัฒจันทร์ตรงนี้เป็นกระจกติดผ้าม่าน แต่เพราะตอนนี้ม่านถูกรูดเปิดอยู่ เลยมองเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอกชัดเจน

ร่างเล็กๆ ในชุดนักศึกษาสวมทับแจ็กเก็ตฮู้ดหูกระต่ายยืนยิ้มอย่างเกรงอกเกรงใจอยู่ พอไอ้ตั้มเดินไปเปิดประตูให้ อีกฝ่ายก็ก้มหัวน้อยๆ ให้เป็นเชิงขอบคุณแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านับสิบ

ตากลมโตชำเลืองมองมาทางผมที่นั่งชิดติดกับคนที่ตัวเองชอบเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มร่าเริงให้ร่างสูง

“สิบ เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย ไปกินข้าวกัน”

...เรื่องนี้อีกแล้ว

ผมขยับตัวเล็กน้อย อยากลุกแต่ก็ลุกไม่ได้เช่นเดิม เลยเลือกจะนั่งนิ่งๆ ลอยตัวพยายามไม่มีส่วนร่วมข้องเกี่ยวกับใครใดๆ ทั้งปวง แต่ถึงงั้นสายตาก็อดจะชำเลืองมองไปทางด้านข้างไม่ได้ มองเห็นนับสิบเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นน้อยๆ

“บอกแล้วนี่ว่าเอาไว้วันหลัง”

น้องเอ๋ยหน้าหงอย “วันนี้ไม่ได้เหรอ ถ้ากลับห้องไปตอนนี้แล้วสิบจะกินอะไรล่ะ”

“...”

“ไม่นานหรอก แล้วเดี๋ยวเราไปส่งถึงห้องเลย นะๆ” น้องเอ๋ยรบเร้าสิบด้วยน้ำเสียงหงุงหงิงอีกหลายประโยค อาจจเพราะใบหน้าและท่าทางน่ารักๆ นี่ก็ได้ เลยดูแล้วไม่น่ารำคาญ

“คุณจีนว่าไงครับ”

ตอนที่นิ่งพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ดีๆ หมายเลขสิบแปดก็ดันเรียกชื่อผมแล้วโยนคำถามมาให้

“หะ? อะไร”

“คุณจีนอยากให้ผมไปมั้ย”

“...”

ทำไมต้องมาถามผมวะเนี่ย...

พอนับสิบหันมา ทั้งน้องเอ๋ย แล้วก็ไอ้ตั้มที่ยืนเมียงๆ มองๆ อยู่อีกทางก็พุ่งความสนใจมาที่ผมกันหมด

“ถ้าคุณจีนบอกไม่ ผมก็จะไม่ไป”

“เอ่อ...” ตาผมกวาดไปทางนู้นทีทางนี้ทีเหมือนไม่รู้จะพูดยังไงดี สุดท้ายก็เอ่ยเสียงเบา “มันก็แล้วแต่นายอ่ะ อยากไปรึไม่อยาก มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวไม่ใช่เหรอ?”

“แปลว่าถ้าผมไปคุณจีนก็โอเค?”

“...”

สมองเหมือนหยุดทำงานกะทันหัน กระทั่งมองเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของนับสิบมีรอยยิ้มจางๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา

ถ้านับสิบไป...?

ก่อนที่ผมจะทันพูดอะไร นับสิบก็ส่งยิ้มคุ้นตาให้ พยักหน้าน้อยๆ พลางเอ่ย “ถ้างั้นคืนนี้ก็อาบน้ำพักผ่อนนะครับ กลับไปถึงผมจะพยายามเบาเสียง”

พูดแบบนี้ หมายความว่าตกลงจะไปกินข้าวกับน้องเอ๋ยแล้วสินะ

“อืม...”

จนถึงตอนนี้ร่างสูงก็ขยับลุกขึ้นยืน เดินไปพูดอะไรกับไอ้ตั้มนิดหน่อย ระหว่างนั้นน้องเอ๋ยที่มีท่าทีซึมๆ ในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาทันตา น้องเขายิ้มกว้างให้ผมเป็นเชิงขอบคุณ กระทั่งเห็นนับสิบเดินนำออกไปด้านนอกแล้วถึงได้ลนลานขึ้นมา รีบหมุนตัววิ่งตามไป แต่ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่วายหันมาพูดกับผม

“พี่จีน ขอบคุณนะครับ คืนนี้ผมจะสารภาพกับนับสิบด้วย แล้วเจอกันนะฮะ”

กระทั่งเสียงฝ่าเท้าดังห่างออกไป

ในห้องเหลือแค่ผมกับไอ้ตั้ม บรรยากาศที่ปกคลุมอยู่รอบๆ ก็เหมือนจะเงียบเชียบขึ้นมาทันที ได้ยินแค่เสียงทีมงานซึ่งเก็บของเตรียมกลับบ้านกันอยู่ด้านนอกลอดเข้ามาเบาๆ ผมเหม่อคิดอะไรอยู่ในหัวเล็กน้อย แต่พอดึงสติอึนๆ ของตัวเองกลับมาได้ก็ส่ายศีรษะ หันไปทางไอ้เพื่อนก็...

“...? มองไรของมึง”

“เปล่า” มันยกปลายนิ้วดันแว่น เดินเข้ามาหยิบกระเป๋าบนโต๊ะด้านหน้าผม “น้องๆ ก็ไม่อยู่ละ กลับเลยมั้ย”

“กลับดิ”

“ไม่ต้องไปส่งไอ้สิบแล้วด้วย ไปกินข้าวป่ะมึงอ่ะ”

“กิน อ้อ” ผมนึกขึ้นมาได้ก็ยิ้มออกมาหน่อย “กูว่าจะสั่งพิซซ่ามากิน แดกกับกูป่ะ เดี๋ยวเลี้ยง”

“พิซซ่า!? นึกคึกไรขึ้นมาวะ สัด อยากแดก แต่ไว้วันหน้าได้ป่ะ กูมีธุระกลับไปหาเจ๊ก่อน”

“วันนี้วันเดียว ไม่วันอื่นแล้ว”

“สัด วันที่กูไม่ว่างมึงก็ดันจะมาแจกจ่ายอาหาร เออๆ งั้นไว้โอกาสอื่น เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”

“กูเลี้ยงก่อน ยังติดมึงอยู่เลย แต่พิซซ่าไม่มีแล้วนะ โควต้าวันนี้แค่วันเดียว วันอื่นก๋วยเตี๋ยวตรงซอยหก”

พวกเราเดินออกไปบอกลาบรรดาทีมงานคนอื่นๆ จากนั้นออกมานอกโรงยิมพร้อมกัน ตอนนี้จะสามทุ่มแล้ว ส่วนโรงยิมของมหาลัยที่วันนี้ล้อมเขตห้ามเข้าสำหรับถ่ายทำก็เหมือนจะยิ่งเงียบมากกว่าเดิม ผมจอดรถเอาไว้ตรงที่จอดกลางแจ้งด้านข้างของโรงยิม ส่วนไอ้ตั้มจอดไว้ที่ตึกอีกฝั่ง เราเลยต้องแยกกันทันที ผมรู้สึกอยากมีเพื่อนคุยอีกหน่อย แต่มันก็ช่วยไม่ได้

ยังมีรถหลายคันจอดนิ่งอยู่ น่าจะเป็นของบรรดาทีมงานนั่นแหละ ผมเดินลัดเลาะเข้าไป ตรงที่ตัวเองจอดเอาไว้เยื้องๆ ไปมีเสาไฟต้นใหญ่พอดี เลยมองหาไม่ยาก

เท้าย่ำลงไปบนหินขัดก้อนกลมสีขาวดังแกร่บๆ ตอนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะโทรสั่งให้เขามาส่ง หรือขับแวะห้างไหนสักห้างแล้วลงไปซื้อเทคเอ้าต์ดี มือที่ยกรีโมทขึ้นมาเตรียมกดปลดล็อครถเป็นอันต้องค้างเติ่ง

“...”

จากจุดที่ผมยืนอยู่ถัดไปที่รถอีกคัน ใต้เสาไฟมีร่างของคนสองคนยืนอยู่

นับสิบกับน้องเอ๋ย...

คิ้วผมขมวดเข้าหากันหน่อยๆ เพ่งมองทั้งคู่อย่างแปลกใจ ผมว่าผมกับไอ้ตั้มก็เดินไปคุยไปอ้อยอิ่งกันอยู่พอสมควรเลยนะ สองคนนี้ก็ออกไปนานแล้ว ทำไมยังอยู่ตรงนี้อีกล่ะ

ร่างสูงของนับสิบยืนหันหลัง ผมเลยมองไม่เห็นสีหน้าใดๆ ของอีกฝ่าย ส่วนน้องเอ๋ยที่ยืนเยื้องไปกำลังเอ่ยพูดบางอย่างอยู่ เพราะอยู่ไกลเกินเลยไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แน่นอนว่าผมไม่อยากได้ยินแล้วก็ไม่อยากแอบดูด้วย ตั้งใจจะขึ้นรถเตรียมขับออกไปเงียบๆ ตอนที่จะดึงสายตากลับมา เปลือกตาผมกลับเบิกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม

จังหวะหนึ่ง น้องเอ๋ยที่ยิ้มกว้างสดใสขยับเข้าไปใกล้คู่สนทนา ยกแขนบางๆ ขึ้นคล้องคอของอีกฝ่ายแล้วเขย่งตัวขึ้น...

ผมรีบหันหน้ากลับมาทันที รู้สึกว่าหัวใจใต้อกซ้ายเต้นถี่ขึ้นมาจากจังหวะปกติ ขยับตัวไปหลบอยู่หลังรถฟอร์จูนเนอร์สีทึบคันใหญ่ ไม่หันกลับไปมองอีก

เชี่ย จูบ?

ผมยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แม้แต่หายใจแรงๆ ยังไม่กล้า เสี้ยวหนึ่งของสมองบอกให้หันไป แต่อีกใจก็ไม่อยาก

กระทั่งหูได้ยินเสียงปิดประตูรถเบาๆ และล้อที่ขยับเคลื่อนที่บดหินค่อยๆ ดังห่างออกไปนั่นแหละ ถึงได้มองลอดกระจกรถคนอื่นเขาไปสังเกตการณ์

น้องเอ๋ยจูบสิบ? จังหวะนั้นนับสิบเองก็ยืนนิ่งไม่แสดงท่าทีอะไร ผมมองไม่เห็นสีหน้าเขาเลย น้องเอ๋ยสารภาพรักแล้วเหรอ? หมอนั่นก็ตกลงใช่มั้ย สิบก็ชอบน้องเอ๋ยเหมือนกัน? คบกันแล้ว?

คำถามร้อยแปดวนเวียนอยู่ในหัว เวียนจนหัวแทบจะระเบิด ตัวเองกดปลดล็อคแล้วขึ้นไปนั่งสตาร์ทเครื่องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว สุดท้ายผมก็ตัดสินใจสั่งตัวเอง...

คืนนี้พิซซ่าสามถาดแม่งเลยดีกว่า


=============================== 120

สั้นไป รู้ตัววว เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อนะคะ

จะได้รู้ว่าจูบไม่จูบ 55555 คุณจีนอ่ะไม่ยอมมองต่อ


พูดถึงเรื่องน้องเอ๋ย (กับคุณจีนอย่าไปหวังอะไรกับพี่แกมากเลยค่ะ ตอนคิดคาแร็กเตอร์ ก็คิดแล้วว่านับสิบเหนื่อยแน่ๆ ขออนุญาตมอบเกียรติบัตรซื่อบื้อสุดให้) เราพยายามไม่เขียนน้องเอ๋ยสื่อจนรู้ทุกอย่างเกินไป ตอนนี้จะดีก็ได้ร้ายก็ได้ รึผสมกัน

เลยอยู่ที่คนมองว่าจะมองน้องเอ๋ยไปในทางไหน สุดท้ายแล้วน้องเอ๋ยจะมาร้ายรึดีนั้นนน... เดากันต่อไป เราจะเดาด้วย 5555



ปอลอ เพราะรีไรท์บรรดาคำผิดทุกตอนพอดี เลยรวมตอนเป็นเปอร์เซ็นต์แทนนะคะ ช่วงนี้อัพเป็น % ค่อนข้างบ่อยเพราะเคลียร์ตอนลงไม่ทัน (อัพแบบ / ตอนเยอะจนมึน ;-;) ขออภัยค่า


แฮชแท็ก #นับสิบจะจูบ

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.443K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,590 ความคิดเห็น

  1. #8586 praeprae3012 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 00:19
    คุณจีนเริ่มชอบนับสิบแล้วใช่มั้ยยยย
    #8,586
    0
  2. #8565 Sanatonaria (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 11:39

    เกลียดความเอ๋ยได้มั้ย มัมหมีคุณจีนไม่ถูกใจสิ่งนี้

    #8,565
    0
  3. #8535 Mizza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 09:09
    คุณจีนไม่เผือกเลยอะ งืออ
    #8,535
    0
  4. #8522 Tomakunk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 21:05

    เริ่มหึงเขาแหละ ดูออก คุณจีนอย่ามาปิดซะให้ยากเลย

    #8,522
    0
  5. #8498 vy0Cik (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 19:47
    แต่บางทีก็ชอบความซื่อบื้อของจีนนะ แบบร้ายๆแบบนับสิบควรได้ยากๆ เหนื่อยหน่อยไรงี้555555
    #8,498
    0
  6. #8497 PanpairinKenchay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 18:19
    เหอะ นังเอ๋ย หมั่นไส้เด้ออ
    #8,497
    0
  7. #8478 Pxrxw_x (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 23:06
    หึงสะกดแบบนี้ค่ะพี่จีน
    #8,478
    0
  8. #8461 Nanny_Nannaphat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 23:44
    กลิ่นเอ๋ยแบบตุๆมากค่ะ
    #8,461
    0
  9. #8452 Lover_Society (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 10:32

    หยุดเลยนะ นังเอ๋ย

    #8,452
    0
  10. #8358 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:21
    พิซซ่าสามถาดเลยหรอคะน้องจีน5555
    #8,358
    0
  11. #8320 ojay2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 23:28
    โอ้ยยยยยยย ยังไงอ่ะ
    #8,320
    0
  12. #8298 MB-krD (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 09:29
    คุณจีนหึงอ่อนๆแหละ
    #8,298
    0
  13. #8242 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 23:15
    อ้าวยังไงอ่ะ!!!!! /// เราเอ็นดูคุณจีนอ่ะไม่ไหวแล้ว อะไรๆก็ลงพิซซ่าตลอด55555 อ้วนตายพอดี55555
    #8,242
    0
  14. #8208 phapha087bw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 20:53
    ฮาวายเอี้ยนนะคะ จัดไป
    #8,208
    0
  15. #8178 blueeyes111 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 22:26
    หิวพิซซ่าด้วยเลย
    #8,178
    0
  16. #8169 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 18:50
    น้องเอ๋ยมันร้ายยย
    #8,169
    0
  17. #8168 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 18:50
    ปัดโถ่เอ้ยยยยย
    #8,168
    0
  18. #8146 minggo#[]# (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:35
    พิซซ่า3ถาด นี่กินหรือยัดคะจีน555555
    #8,146
    0
  19. #8111 hello_gik (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:35
    คุณจีนนนนนนนนนโว๊ยยยย 5555
    #8,111
    0
  20. #8053 12311232123312 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 15:19
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง้
    #8,053
    0
  21. #8008 M1WMIRACLE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 09:29
    เหมือนจีนเริ่มชอบนับสิบแล้ว กี้ดดดดด
    #8,008
    0
  22. #7940 crzoldyck7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:42
    จีน..เธอรักนับสิบเข้าแล้วล่ะ..แต่ทำไงนั่นก็น้องเอ๋ยดันมาพูดให้เป็นแม่สื่ิอตัดหน้าซะก่อนอีก
    #7,940
    0
  23. #7929 เพลงรักตัวเล็ก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 09:09
    ไปช่วยพี่จีนกินพิซซ่ากัน! สั่งมาสิบถาดเล้ย
    #7,929
    0
  24. #7922 Just Right (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 11:04
    โอ้โห...อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย หนูนี่หยิบโทรศัพท์มาสั่งพิซซ่าเลย5555
    #7,922
    0
  25. #7889 Earn0624 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 18:54
    อยากไปกินพิซซ่ากับพี่จีน
    #7,889
    0