10 ช่องตารางรัก (Yaoi) END

ตอนที่ 24 : [20] สเตตัสของส้ม (PART 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,414 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63



[20] ตารางช่อง 10 วาจาจากใจ : สเตตัสของส้ม

แสบตาเว้ย...

คิ้วผมขยับเข้าหากันอย่างหงุดหงิดทั้งที่ตายังปิดอยู่ รู้สึกว่าแสงจากประตูระเบียงทางด้านซ้ายมือมันส่องเข้ามาจนนอนต่อไม่ได้ ถึงจะพลิกตัวซุกหน้าหนีแต่เพราะสมองมันถูกรบกวนแล้ว สุดท้ายผมเลยต้องตลบผ้าห่มออก

เปิดม่านทิ้งไว้ ...วิธีการปลุกของไอ้พี่กาจมันล่ะ

ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงหัวเตียงมาดูเวลา พอเห็นยังไม่สายก็เลยเถิดเป็นกดเข้าเฟซ ผมติดนิสัยตื่นปุ๊บเล่นโทรศัพท์สักพักก่อนลุกจากเตียงไปแล้ว

 

เชส มอหกทับสี่ข้างถังขยะ ที่ ร้านชาบูเฟิร์น เหินบนอากาศ

14 ชม. , กรุงเทพมหานคร

วันนี้น้องเชสมีวิดีโอรีวิวร้านชาบูหม้อไฟแบบสี่น้ำซุปมาให้ดูนะค้าบบบ ร้านนี้อร่อยใช้ได้เลย ถ้าเอาราคาแพงสุดมีหอยกับกุ้งด้วย อ้อ แต่คนแกะกุ้งแบบในคลิปไม่มีบริการนาจาา อันนี้มันเฉพาะคนเขา อยากได้ต้องพามาเอง @Korkarn kritsadakarn @Not Pijitwarasan @ปภพ เกียรติเจริญคุณ @Napoom Tungkiatsopa

ถูกใจ 931 ความคิดเห็น 38 รายการ แชร์ 451 ครั้ง

 

ผมเพิ่งเห็นว่าพี่เชสแท็กมาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะตั้งแต่กลับมาถึงก็ถูกพวกพี่ๆ มันชวนเล่นเกมจนไม่ได้จับมือถือ

เมื่อวานหลังจากเล่นแบดฯ กันเสร็จ พี่เหรียญก็เสนอให้ไปกินร้านชาบูเปิดใหม่ไม่ไกลจากมอ ตอนนั้นผมเห็นแล้วแหละว่าไอ้พี่เชสแกคุยกับเจ้าของร้านว่าจะเช็คอินแลกส่วนลด แต่ก็คิดว่าจะแค่เช็คเฉยๆ ไม่คิดว่าจะแท็กชื่อผมด้วย

ตาที่ปรือๆ ง่วงๆ ตอนแรกเปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่กล้องไอ้พี่เชสถ่ายมา แรกๆ พี่มันก็รีวิวร้านให้เขาดีๆ อยู่หรอก แต่พอครึ่งหลังเริ่มจะเบนกล้องหันมาแอบถ่ายผมกับไอ้พี่กาจโดยที่พวกผมไม่รู้เรื่อง

 

Tar poramate แหม ดีนะหนีกลับก่อน ไม่งั้นสงสัยต้องทนกินซุปแบบหวานๆ

> ตอบกลับ < เชส มอหกทับสี่ข้างถังขยะ ทำไมมันหวานจังงง ทำไมมันหวานกว่าชาวบ้านเขา 5555

> ตอบกลับ < Tar poramate ไม่หวานได้ไง มีแกะกุ้งบริการอ่ะ แหม ไอ้เพชรก็มีตักให้พี่กาจด้วยนะ

> ตอบกลับ < Chat Chattapol เสียดาย วันนี้มีธุระพอดี ไม่งั้นผมจะเสนอหน้าด้วยละนะ อยากแซวเพื่อนนน

> ตอบกลับ < ปภพ เกียรติเจริญคุณ เข้าเกมได้แล้วว้อยย วันนี้ cs-co นะ

ปุยฝ้าย จะล่องลอยไป สายตาพี่กาจฟินกินขาดมากอ่ะเฮียเชส แตกต่างจากอิไม้แฟนหนูลิบลับ

 

ดีนะที่พี่เชสมันตั้งค่าเฟซให้เม้นท์ได้เฉพาะเพื่อนอ่ะ

ผมกลอกตาอย่างหน่ายๆ หันไปคว่ำมือถือวางไว้ที่เดิมก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษา พอเปิดประตูห้องนอนออกไปก็เห็นร่างสูงๆ ของคนที่เมื่อคืนค้างที่นี่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าชั้นวางถ้วยชามตรงโซนครัว พอผมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว พี่กาจก็หมุนตัวกลับมาวางถ้วยโจ๊กไว้ให้ตรงหน้าพอดิบพอดี

“เออ รู้แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้แวะไป อืม เดี๋ยวกูบอกน้องมัน”

“...”

พี่กาจวางสายแล้วมองหน้าผมนิ่งๆ ตามสไตล์ “กว่าจะตื่นนะ”

“ก็ยังไม่สายนี่ ผมยังง่วงอยู่นิดๆ เลยนะ”

“เมื่อวานบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเล่นเกมดึก”

“พี่เหรียญชวน” ผมโบ้ยแม่ง “แล้วนี่พี่ออกไปซื้อโจ๊กมาเหรอ”

“แล้วเพราะใครตื่นสายจนออกไปกินไม่ทันล่ะ อ้อ...”

“หือ?”

“วันนี้กลับเองได้มั้ย มีคุยงาน น่าจะยาว หรือมึงเอารถไปเลยก็ได้” พี่มันพูดหน้ายุ่งหน่อยๆ

เหมือนอีกฝ่ายจะชอบเป็นห่วงผมทุกครั้งที่มารับไม่ได้ ...ในสายตาพี่มันผมคงกลายเป็นเด็กอนุบาลไปแล้วแหละ

“งั้นผมเอาจักรยานไปละกัน”

“ถึงแล้วอย่าลืมไลน์”

ผมพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะลงมือหยิบช้อนขึ้นมาเริ่มตักมื้อเช้าเข้าปาก ไอ้พี่กาจเองก็มีอยู่ตรงหน้าถ้วยนึงเหมือนกัน พี่มันบอกให้ผมรีบแดกแต่ตัวเองกินไปจิ้มไลน์คุยงานกับเพื่อนไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผมก็มาถึงตึกคณะด้วยจักรยานคันเดิม ตั้งแต่พี่กาจมารับส่งผมก็ไม่ได้เอามันออกมาใช้อีกเลย

คาบสุดท้ายของวันนี้เลิกตอนบ่ายสาม และเพราะผมเห็นว่ายังไงซะวันนี้พี่กาจน่าจะมีทำงานยาว ก็เลยเข้าไปตอบรับคำชวนกินข้าวเย็นของไอ้ฉัตรในไลน์กรุ๊ป คุยไปคุยมาเกือบจะเปลี่ยนใจละเพราะมันทำให้ผมอยากตบคนหัวทิ่มได้แม้จะอ่านเพียงแค่ตัวอักษร ไอ้ฉัตรมันพิมพ์ล้อเลียนที่เห็นว่าวันนี้ผมว่างไปกินกับพวกมันได้ ...หึ

พวกมันนัดกันไปเจอที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามอ ร้านที่ผมเคยปั่นจักรยานแบกไอ้พี่กาจไปกินนั่นแหละ

“เย้ๆ ดูซิว่าใครกำลังเดินเข้ามา ตืนนน ตึนๆๆๆ ตืนๆๆ”

พอผมก้าวเข้าร้านปุ๊บ ไอ้ฉัตรที่นั่งหันหน้าเข้าหาประตูพอดีก็ลุกพรวดทำซาวด์เอฟเฟคประกอบให้

“พ่องสิ กูไม่ใช่ซูเปอร์แมน อายคนบ้าง”

“ฮ่าๆๆ นั่งๆ”

ผมหย่อนตัวนั่งลงฝั่งที่ยังว่าง ซึ่งตอนนี้ที่โต๊ะมีแค่ไอ้ฉัตรกับโลมาเท่านั้น “ไอ้ต้าไอ้แทนล่ะ”

“แทนไปจอดรถ ไอ้ต้าเหลืออีกยี่สิบนาทีเลิกอ่ะ” โลมาตอบ

“งั้นเดี๋ยวค่อยสั่งก็ได้ รอมาพร้อมก่อนละกัน”

“เออๆ ยังพอมีเวลาเหลือตั้งเยอะ นี่เพิ่งสี่โมงเอง” ไอ้ฉัตรทำหน้ากระดี๊กระด๊า “กินเสร็จไปต่อร้านไอติมฝั่งตรงข้ามกันมะ เอ่อ แต่ว่า... มึงไลน์บอกพี่กาจยัง เดี๋ยวพวกกูจะพากันซวยไปหมด”

ผมกลอกตา ไม่ตอบอะไรเกี่ยวกับประเด็นพี่กาจกลับไป ...แม้ก่อนหน้านี้ผมจะไลน์ไปบอกพี่มันแล้วก็เถอะ ไม่พูดเพราะรู้ดีว่าเดี๋ยวมันต้องใช้เป็นประเด็นหาเรื่องแซวแน่

“จะไปก็ได้ แต่นั่งสักแป๊บพอนะ กูอยากรีบกลับไปนอน”

“ก็ได้วะ เออ จริงดิ กูเช็คตารางหนังเดือนหน้าแล้วนะเว้ย มาร์เวลเข้าเรื่องนึง ไปดูกัน นัดล่วงหน้าเลย”

“นัดล่วงหน้าไม่เคยจะได้ไปสักที ถ้าจะนัดมันต้องจู่ๆ พูดปุ๊บไปปั๊บป่ะ ถึงจะชัวร์”

ผมคุยกับสองคนนี้ไม่นานไอ้แทนก็ตามเข้าร้านมา และรายสุดท้ายคือไอ้ต้าที่ไลน์มาบอกว่าออกจากห้องเรียนแล้วนั่นแหละถึงจะเริ่มเปิดเมนูสั่งอาหาร และผมที่สั่งเสร็จคนแรกก็ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ

พอได้อยู่คนเดียวผมก็นึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย นึกไปถึงไอ้พี่ปีโป้ที่ช่วงนี้ผมไลน์ไปหาแล้วพี่แกไม่ค่อยจะตอบ ตั้งแต่วันที่แวะไปเยี่ยมตอนที่ไม่สบายวันนั้นก็มีแค่ข้อความห้ามไม่ให้ไปหาอีก จากนั้นก็เงียบหายไปเลย

“ขอโทษนะ”

เสียงเปิดประตูห้องน้ำพร้อมๆ กับเสียงผู้ชายโทนเล็กๆ ดังขึ้นจากทางซ้ายมือ ผมที่ยืนล้างมืออยู่หน้ากระจกชะงัก หันไปมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

“คิริน?”

คิรินก้าวเข้ามา ตากลมโตเหมือนผู้หญิงกำลังจ้องมาทางผมนิ่ง “ขอคุยด้วยแป๊บนึงสิ”

“หือ... เอ่อ เอาดิ”

แม้จะยังงงๆ แต่ผมก็พยักหน้าให้แบบไม่คิดอะไรมาก มองตามร่างบางที่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวอย่างไม่ละสายตา

คิรินก็เป็นผู้ชายที่ดูยังไงก็สวยเหมือนผู้หญิงเหมือนเดิม จนผมแอบสงสัยนะว่านี่คือผู้หญิงปลอมตัวมารึเปล่า

“เพชรสบายดีมั้ย”

สบายดี? ผมขมวดคิ้ว สบายดีเนี่ยนะ แถมเรียกผมว่าเพชรด้วย?

“อืม สบายดี จะเข้าห้องน้ำรึเปล่า” ผมเนียนตาม ขยับเพื่อเปิดทางให้ แต่คิรินส่ายหน้า

“ที่ถามเมื่อกี้น่ะ ไม่ใช่เรื่องตอนนี้นะ หมายถึงที่ผ่านมา”

“ที่ผ่านมา?”

คราวนี้คิ้วผมชนกันอย่างสงสัย ปากทวนคำแล้วมองคนตรงหน้าอย่างงุนงง คิรินพอเห็นผมมีปฏิกิริยาแบบนี้ก็เหมือนกับจะไม่พอใจขึ้นมา

“นายยังแกล้งทำเป็นจำไม่ได้อีกเหรอ”

“เดี๋ยวนะ หมายถึงอะไรเนี่ย”

“ถ้าฉันไม่รู้เอง ไม่เข้ามาทักแบบนี้ นายก็จะทำอย่างนี้ต่อไปใช่มั้ย”

“เอ่อ นายอยากจะพูดอะไร พูดให้มันเข้าใจหน่อยได้มั้ย”

“เพชร นายนี่เหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยนะ ไอ้นิสัยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้”

“...”

อะไรของเขาวะ!

ผมพยายามเอาคำพูดทั้งหมดของคิรินมาประกอบกันอยู่ในหัวแต่ก็ไม่ได้ทำให้เก็ตขึ้นเลยสักนิดเดียว ผมจะเข้าใจอะไรได้ไง จู่ๆ คนที่ไม่สนิทกัน ไม่เคยคุยกันแบบเป็นทางการมาก่อนก็เดินมาขอคุยด้วย แล้วมาวีนใส่ผมเงี้ย?

รึหมอนี่ยังโมโหเรื่องพี่กาจอยู่?

“นายจะต้องให้ฉันพูดหมดเลยมั้ยว่าฉันชื่อคิริน ภชนนท์ โรงเรียน T ห้องม.4/3 น่ะ!” คิรินเอ่ยใส่อารมณ์ แม้จะไม่ได้ตะโกนดังลั่นแต่ก็ก้องไปทั่วห้องน้ำ เสียงก้องซ้อนจนผมต้องทวนคำให้แน่ใจ

“โรงเรียน T...”

“ใช่ โรงเรียน T คิรินคนที่นายเคยแย่งแฟนไปไงล่ะ”

“...!!

ตาผมเบิกกว้าง

คิริน... คิรินก็คือคิริน คิรินที่ผมเคยรู้จักคนนั้น?

ภาพเก่าๆ ที่ตัวเองเคยทิ้งมันไว้ข้างหลังกำลังค่อยๆ กลับมาในสมองอีกครั้ง

“ถ้าฉันไม่พูดนายก็จะไม่ยอมรับใช่มั้ยว่าเคยรู้จักฉันมาก่อน นายกำลังหาเรื่องฉัน ดึงพี่กาจออกไปจากฉันเหมือนตอนที่เคยแย่งพี่พัฒน์ไปตอนมอปลายใช่มั้ย”

“เฮ้ย เข้าใจผิดแล้ว เรื่องของพี่พัฒน์นายก็เข้าใจผิดเหมือนกัน”

“เข้าใจผิดอะไรอีก ก็เห็นๆ อยู่ สามปีก่อนนายแย่งพี่พัฒน์ ตอนนี้ก็ยังมาแย่งพี่กาจไปอีก”

ผมแทบอยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองแรงๆ “ตอนนั้นเราก็อธิบายไปหลายรอบแล้วไงว่าเข้าใจผิด”

ในที่สุดผมก็ได้คำตอบที่ใจลึกๆ ของตัวเองสงสัยมาตลอดจนได้

ที่ว่าผมรู้สึกคุ้นหน้าคิริน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก ...คิรินเปลี่ยนไปมากเกินไปจนผมจำไม่ได้

คิรินเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับผมตอนมอปลาย เราไม่ได้สนิทกัน ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันด้วย คิรินเป็นคนดังมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ถึงจะใส่แว่นตัดผมสั้นๆ แต่ก็ยังดูสวย ช่างพูด ใครๆ ก็ชอบหมอนี่ โดยเฉพาะไอ้พวกผู้ชายที่รู้ว่าคิรินเป็นเกย์ เท่าที่ผมจำได้รางๆ เพื่อนชายแท้ๆ บางคนในห้องผมยังพูดถึงคิรินไม่เว้นแต่ละวันเลยด้วยซ้ำ

คิรินเป็นคนที่รู้จักใช้เสน่ห์ตัวเอง มักชอบเข้าหาคนที่ไม่สนใจเหมือนอยากจะเอาชนะ ช่วงนั้นคิรินตามจีบรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่ และผมก็รู้จักกับคิรินเพราะว่า... พี่พัฒน์แฟนรุ่นพี่ของคิรินที่เจ้าตัวปลื้มใจมากดันมาสนใจผม

“เราจะบอกอีกครั้งก็ได้ว่าเรากับพี่พัฒน์ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ”

“ช่างหัวพี่พัฒน์เถอะ!

“...”

“เรื่องพี่พัฒน์มันจบไปแล้ว แต่ตอนนี้มันคือเรื่องของพี่กาจต่างหาก” คิรินขยับตัวเปลี่ยนเป็นยกแขนขึ้นมากอดอก เชิดหน้าสวยๆ นั่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองผม “ตอนนี้นายก็ยังจะแย่งพี่กาจไปจากฉันอีก”

“เฮ้ย!” ผมเกือบสำลักน้ำลาย “ไปกันใหญ่แล้ว! เราจะไปแย่งพี่กาจทำไม”

“เชื่อได้มาก นายก็รู้ว่าพี่กาจคุยๆ อยู่กับฉัน แถมเคยบอกว่าตัวเองไม่ใช่เกย์ แต่นายกลับมาจีบพี่เขา?”

“เราโดนลงโทษ เราโดดเชียร์ก็เลยโดนรุ่นพี่ทำโทษแค่นั้น” ผมไม่ปิดบัง

“นี่ เลิกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหอะเพชร”

“...”

“ถ้าฉันไม่บังเอิญเข้าไปขุดเฟซนายฉันก็คงไม่รู้ว่านายคือเพชรคนนั้น นายเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนี่”

“...” ผมยกมือขึ้นนวดขมับ นวดแม่งต่อหน้าคิรินเนี่ยแหละ อีกมือก็เอื้อมไปหมุนปิดก๊อกน้ำ ใช้ช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่หันไปสนใจอย่างอื่นทำให้ความรู้สึกเยอะแยะที่ตีกันอยู่ในหัวสงบลงบ้าง

เหี้ยเถอะ ผมไม่อยากนึกถึงเรื่องมอปลาย แต่เหมือนจะหนีไม่พ้นจริงๆ สิวะ!

ตอนนั้นผมเคยโกรธคิรินมากๆ เวลาทำให้ความรู้สึกนั้นหายไป แล้วนี่...

“เรื่องนี้นายเป็นคนผิดเองแท้ๆ แต่ยังทำแบบนี้กับฉันกับพี่กาจอีก ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันชอบพี่กาจ...” คิรินเงียบไปนิดนึงพอพูดมาถึงตรงนี้ “นายจะต้องแย่งคนที่ฉันชอบไปหมดเลยใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ เรื่องพี่กาจน่ะ...”

“นายก็เอาแต่พูดโกหกแก้ตัวตลอด ฉันเบื่อจะฟังแล้ว!

คิรินมองผมด้วยสายตาโมโหกึ่งคาดโทษ ไม่ยอมฟังที่ผมจะอธิบายจริงๆ ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาสีขาวก็หมุนตัวหันไปผลักประตูห้องน้ำอย่างแรงก่อนก้าวออกไปทันที

ตอนแรกผมทำท่าจะเดินตามไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก็เลือกจะยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแล้วสบถยาวพรืด

“แม่ง!

คิรินมันเป็นไอ้บ้าที่นิสัยเหมือนผู้หญิงชะมัด ถ้าผมเสล่อตามไปก็เหมือนผมไปตามง้อคนเอาแต่ใจอีก

และคิรินก็ยังหาว่าผมผิด ...เหมือนเดิม

ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ทำให้ผมลำบากไม่ต่างกันแท้ๆ ที่บอกว่าพี่พัฒน์สนใจผม คิรินอาจจะนึกว่าพี่พัฒน์ชอบผม แต่ผมว่าพี่เขาแค่อยากคุยด้วยเพราะเห็นว่าไลฟ์สไตล์ตัวเองคล้ายกับผมมากกว่า แต่คิรินดูท่าจะไม่เข้าใจ แถมคิดเตลิดไปใหญ่ตอนเห็นภาพพี่พัฒน์บังเอิญเข้าห้องน้ำหลังอาคารพร้อมกับผมพอดี

แต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาไว้ยืนยัน พี่พัฒน์ก็ไม่รู้ว่าไปทะเลาะอะไรกับคิรินหลังจากนั้น ถึงได้บอกเลิกกันจนยิ่งทำให้คิรินเกลียดผมมากขึ้นไปอีก อธิบายอะไรก็ไม่ฟัง แถมยังพลอยทำให้คนทั้งโรงเรียนเข้าใจผมผิดด้วย

ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ...ไม่อยากนึกถึงเลยโว้ย ไอ้เรื่องเก่าๆ พวกนี้

ถ้าผมรู้แต่วันแรกว่าคิรินคือคิรินคนนั้น ผมคงเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งกับพี่กาจให้จริงจังมากกว่านี้ แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้ว ความรู้สึกของผมตอนนี้ ผมเองก็ชอบ...

“เฮ้อ”

เสียงถอนหายใจของตัวเองดังก้องทั่วห้องน้ำ เหมือนความเครียดจะเริ่มเกาะกินทีละนิด

มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่เช็ดมือช้าๆ ก่อนจะกลับออกไปหาไอ้พวกนั้นด้านนอก สีหน้าผมอาจจะดูเครียด แต่ยังดีที่ทุกคนบนโต๊ะไม่ได้สังเกต ความร่าเริงรวมทั้งการพูดจาโต้เถียงปัญญาอ่อนของพวกมันทำให้ผมพอที่จะสงบใจขึ้นมาได้บ้าง

พอเข็มสั้นเลื่อนไปจนถึงราวๆ สองทุ่มผมก็กลับมาถึงห้อง เพราะเมืองไทยแม้จะค่ำแต่อากาศก็ยังร้อน ผมเลยเข้าไปอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลออก เปลี่ยนเป็นชุดนอนเดินออกมาตรงห้องนั่งเล่น ในตอนที่จิ้มปุ่มเปิดคอมฯ เพื่อหวังจะเล่นเกมคลายเครียดและทำให้ลืมเรื่องยุ่งๆ ในหัว ประตูก็ถูกใครบางคนผลักเปิดเข้ามา

ไอ้พี่กาจปลดล็อคด้วยคีย์การ์ดสำรองของผม

“แมวจ้อย”

“อ้าว งานเสร็จแล้วเหรอพี่”

ผมเงยหน้ามองเมื่อร่างสูงในชุดนักศึกษาที่เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ ขยับหัวตามมือของพี่มันที่วางลงมาลูบเบาๆ มือพี่กาจชอบทำให้ผมเคลิ้ม “เปล่าหรอก เมื่อวานกูวางชีทไว้ที่นี่ ...คืนนี้กูคงค้างหอไอ้น็อต”

“อ้อ โอเคครับ”

พี่กาจเดินกลับไปหยิบของตรงชั้นวางใกล้โซฟา ขณะที่ผมรอให้เครื่องติดก็มองตามอีกฝ่ายไปด้วย ตอนเล่นเกมเมื่อหลายวันก่อนก็ได้ยินพวกพี่เชสพี่เหรียญบ่นๆ เรื่องงานไม่หยุด ช่วงนี้ท่าทางจะยุ่งกันเอามากๆ

“พรุ่งนี้ถ้าพี่มาไม่ได้ก็ไม่ต้องมานะ เดี๋ยวผมไปมอเองได้”

พี่มันเงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจตอบ “อืม ไว้เดี๋ยวกูจะไลน์มาบอกก่อน”

กองเอกสารมากมายที่พี่แกเอามาวางไว้ที่นี่ก็ยังวางอยู่ที่เดิม พี่กาจหยิบไปแค่แฟ้มขนาดเอสี่ พอได้ของที่ต้องการแล้วก็เดินมาหาผมอีกรอบ กวาดสายตามองแล้วเลยไปทางจอคอมพิวเตอร์ “จะเล่นเกมอีกล่ะสิ”

ผมยิ้มแฉ่ง “นิดเดียว”

"อย่าดึกล่ะ”

“ครับ อ้อ พี่เองก็ทำงานสู้ๆ นะ”

พี่มันยิ้มนิดๆ วางมือบนหัวผมอีกครั้งแล้วว่าเสียงเบา “ฝันดี”

“ฝันดีครับ”


========================= 60%

ไหน มีใครเดาอะไรถูกมั่งมั้ยย 5555 นี้เป็นปมสุดท้ายแล้ว หมดนี่ก็ล้างถ้วยได้แล้วค่ะ (ว่าแต่ลืมปมนี้กันไปหมดแล้วใช่มั้ย 55)  ตอนนี้ 200% เราขอแบ่งเป็นสองพาร์ทนะคะ

ปล. ตอนแต่งบทนี้แรกๆ เราไปเสาะถามเพื่อนผู้ชายหลายๆ คนมาว่ากับเพื่อนผู้ชายไม่สนิทแทนตัวเองว่ายังไง ได้มาเป็นเรา-นายตามนี้ 555


วันต่อมา วันนี้ผมมีเรียนแค่สองคาบ ตอนแรกกะจะหยุดนอนอยู่ที่ห้องแล้ว เพราะมีใครบางคนอยู่ แต่ก็เปลี่ยนใจ...

พี่กาจไลน์มาตีสี่ตีห้าว่าเพิ่งละมือจากงาน พอผมเห็นตอนตื่นก็เลยบอกพี่แกกลับไปว่าจะไปเอง พิมพ์เถียงกันอยู่สักพักเพราะอีกฝ่ายก็ไม่ยอม ผมไม่อยากทรมานพี่กาจ เลยชิ่งปั่นจักรยานออกมาเองซะก่อน... แน่นอนว่าโดนดุไปตามระเบียบ

“นาย!

ตอนที่กำลังเดินลงบันไดจะเลี้ยวไปทางลานจอดรถ เสียงแหลมสูงปรี๊ดก็ดังขึ้น

ผมและทุกๆ คนรอบๆ พากันสะดุ้ง และเพราะไม่รู้ว่าเรียกใคร คนแถวนั้นจึงพากันหันไปมองเป็นตาเดียว

“...?”

ผมเลิกคิ้วอย่างงุนงงเมื่อเห็นผู้หญิงปีหนึ่งในชุดนักศึกษากระโปรงเอก้าวไวๆ พุ่งตรงมาทางนี้ ส้นสูงที่ใส่อยู่ตอกลงกับพื้นจนได้ยินเสียงก๊อกๆ ชัดเจน และพออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขึ้น สีหน้าผมก็เริ่มเปลี่ยนไป

ร่างเล็กๆ ที่เดินตามหลังผู้หญิงคนนี้มา ...คิริน

แม่งเอาอีกแล้วเหรอวะ

“นาย เพชร”

“...” พอเธอพูด สีหน้าผมแม้จะแสดงออกว่าทั้งเบื่อหน่ายและหนักใจแต่ก็ผงกหัวรับอย่างเชื่องช้า

“ฉันชื่อส้ม เป็นเพื่อนของคิริน”

คำพูดนั่นทำให้ผมเบี่ยงสายตาจากคนตรงหน้าไปทางคิรินอีกครั้ง เห็นว่าหมอนั่นกำลังจ้องมาทางนี้พอดี สีหน้าคิรินค่อนข้างอธิบายยาก มันก้ำกึ่งเสียใจ โกรธ แล้วก็เคร่งเครียด และนั่นมันทำให้ผมเองก็พลอยเครียดไปด้วย

“อืม มีอะไร”

“ฉันมาคุยเรื่องของนายกับไอ้รินเพื่อนฉัน”

“คิริน?”

“ใช่ ฉันรู้เรื่องนายกับไอ้รินหมดแล้ว”

รู้หมดแล้ว? ผมขมวดคิ้ว

รู้หมดแล้วที่ว่าหมายถึงเรื่องอะไร รู้จากคิรินน่ะเหรอ?

“ฉันฟังไอ้รินมันเล่าแล้วโคตรหัวเสีย นายเองก็ดูเป็นผู้ชายปกติ ไม่คิดเลยว่าจะสันดานงี้อ่ะ”

กูว่าแล้ว...

คิรินมันยังหลับหูหลับตาหาว่าผมผิดอยู่เลย พอเล่าให้คนอื่นก็ต้องเล่าไปแบบผิดๆ อยู่แล้ว ผมเข้าใจเรื่องเพื่อนเข้าข้างเพื่อนอยู่หรอกนะ แต่การที่ตัดสินคนที่ไม่รู้จักจากคำพูดแค่อย่างเดียวมันใช่เหรอวะ...

ผมเซ็งจนอยากจะเดินหนี แต่ก็เลือกที่จะไม่ทำ เพราะถ้าทำมันก็เท่ากับว่าผมยอมรับผิด

“เรื่องนี้อีกแล้วเหรอ เมื่อวานพูดไปก็ไม่ฟัง...”

“พูดไปก็ไม่ฟัง!? โห นายนี่ทำเป็นเหมือนมั่นใจว่าตัวเองไม่ผิดเนอะ” คนที่ชื่อส้มทวนเสียงสูงอย่างโกรธๆ ช่วงจังหวะหนึ่งหันไปจับมือคิรินเอาไว้ก่อนหันมาถลึงตาใส่ผม “ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเกลียดอะไรคิรินถึงได้มาหาเรื่องตามแย่งแฟนมัน ไม่เข้าใจด้วยว่าพวกที่เชียร์นายกับพี่กาจคือคิดอะไรอยู่ ไม่นึกถึงไอ้รินเลยว่ามันจะเสียใจแค่ไหนตอนเห็นคลิปที่ลงๆ กันในเฟซ”

แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่เธอก็ไม่ได้เก็บเสียงเลย ดังชัดเจนจนทุกคนแถวนี้ได้ยินกันหมด

“ไม่เคยมีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ ถึงได้พยายามบอกเนี่ยไง”

“โอ๊ย คนอื่นเขาก็เห็นก็รู้กันหมดอ่ะว่านายไปเร่จีบพี่กาจถึงตึกคณะพี่เขา ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าพี่กาจกับไอ้รินมีความสัมพันธ์กันยังไง อย่างงี้ไม่แย่งแล้วเรียกว่าอะไรได้”

ผมพ่นลมหายใจผ่านริมฝีปาก พยายามไม่ใส่อารมณ์ตามคู่สนทนา มาถึงตรงนี้ผมก็หันไปมองหน้าคิรินอีกครั้ง แต่เห็นว่าหมอนั่นมองสบตาแค่ชั่วแว้บก่อนจะเมินไปอีกทาง ...พ่อง

“ไปคุยที่อื่นก็แล้วกัน”

“ทำไม? อายคนด้วยเหรอ ทำตัวเองแท้ๆ!

“ไม่ใช่ว่าเธอจงใจทำให้อายอยู่รึไง” ผมถามกลับ

ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้

ผมเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง ไอ้การที่ถูกผู้หญิงมาชี้หน้าด่าเรื่องแย่งแฟนคนอื่นต่อหน้าคนเยอะแยะผมก็ต้องโคตรรู้สึกแย่อยู่แล้ว ...แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผมผิดแล้วด้วย ผมยิ่งไม่ชอบ

แต่จะให้ผมไปตวาดกลับ รึด่าผู้หญิงกลับมันก็ไม่ใช่ประเด็นด้วย จากคนที่มุงๆ งงๆ กันอยู่ คงหาว่าผมไปทำร้ายผู้หญิงอีก ทั้งที่หงุดหงิดคิรินกับเพื่อนอีกฝ่ายจะแย่

“แย่งของคนอื่นมันก็สมควรจะขายขี้หน้าอยู่แล้วป่ะ!

“แม่ง” ผมสบถเบาๆ “ฟังนะ เราไม่ได้แย่ง เราพูดแล้วพูดอีก อธิบายไปคิรินก็ไม่ยอมฟัง กับเรื่องพี่กาจ เรามีเหตุผลของเรา และที่เราเข้าหาก็เพราะรู้ว่าพี่เขายังไม่มีแฟน เพราะถ้าเรารู้ เราก็คงไม่ทำอยู่แล้ว!

“พี่กาจไม่มีแฟน?” ส้มทำหน้าพิลึก หันไปมองเพื่อนตัวเองทันที ตอนนี้คิรินยังเอาแต่ทำหน้าเครียดเงียบๆ คนเดียว ไม่เปิดปากว่าอะไรทั้งนั้น “ใครบอกนายว่าพี่กาจกับไอ้รินไม่ใช่แฟนกัน”

“...” ผมขมวดคิ้ว

“แค่ไอ้พวกโพสต์ในเพจรึคนอื่นคิดงั้นมันจะต้องเป็นแบบนั้นรึไง”

“...”

“ที่ฉันบอกว่านายแย่งพี่กาจก็เพราะ...!

“นี่ ยัยเสียงนกหวีด!

เสียงของส้มถูกกลบเพราะเสียงแหลมที่ดูจะทรงพลังกว่า

ร่างคุ้นเคยของพี่ปริ๊นเซสเดินเข้ามาใกล้ก่อนเท้าสะเอว แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มพี่แกหยุดห่างไปไม่ไกล

“มายืนแหกปากปาวๆ อะไรที่ตึกคณะฉันยะยัยเหล็กดัดฟัน มั่วทิศเหรอหล่อน”

ส้มเหมือนจะผงะไป “พี่มายุ่งอะไรด้วยคะ”

“ฉันต้องยุ่งอยู่แล้ว เธอเล่นแหกปากซะดังลั่น แถมมาใส่ไฟคนอื่นเขาไปทั่วอีก”

“หนูไม่ได้ใส่ไฟ!

“ไม่ได้ใส่? การที่มากุเรื่องว่าเพื่อนหล่อนกับกาจเป็นแฟนกันมันก็ใส่ไฟหาว่าน้องฉันแย่งแฟนนั่นแหละย่ะ โอ๊ยย ใครเชื่อก็ออกลูกเป็นช้างน้ำแล้ว ไอ้ที่เขารู้กันทั่วก็คือเพื่อนเธอกับกาจก็แค่คุยๆ กัน แถมเพื่อนเธอยังเล่นตัว คนคุยๆ ก็มีอีกตั้งหลายคน ทั้งคุณนิเทศ ทั้งศรคณะนิติ” พี่ปริ๊นเซสเดินเบียดเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ผม

ผมโคตรขอบคุณพี่ปริ๊นเซสมากๆ พี่แกเป็นอีกคนที่รู้เรื่องตารางลงโทษนั่น พี่แกเลยไม่คิดว่าผมจะไปจีบหรือไปแย่งพี่กาจอย่างที่ส้มพูดมาอยู่แล้ว พี่ปริ๊นเซสชี้นิ้วพูดรัวๆ กลับไปจนส้มหน้าเหวอตามไม่ทัน

ตอนแรกผมเถียงส้มไม่ทัน ตอนนี้เป็นเธอแล้วที่เถียงพี่ปริ๊นเซสไม่ทันบ้าง

“คนอื่นไอ้รินมันก็แค่คุยๆ เป็นรุ่นพี่ เป็นพี่ชายที่รู้จักก็แค่นั้น...”

“ก็บอกแล้วไงยะว่าถ้าเชื่อฉันก็ออกลูกเป็นช้างน้ำแล้ว เพชรน้องฉันมันจะไปแย่งใครได้ ฉันเห็นที่ลงเพจหลังๆ ก็มีแต่กาจมาตามจีบน้องฉันเอง ทั้งภาพทั้งคลิปก็มีอยู่ว่อนเฟซ”

“เพราะน้องพี่นั่นแหละยั่วพี่กาจ พี่เขาเลยทำให้ไอ้รินเสียใจไปคบ...!

“โอ๊ยย หยุดเป่านกหวีดซะที ที่นี่ฉันเป่าได้คนเดียวก็พอแล้วย่ะ มาด่าคนอื่นเขามั่วๆ ซั่วๆ แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

พอพี่ปริ๊นเซสแกว่าอย่างนี้ หลายๆ คนที่อยู่ใกล้ๆ และเห็นทุกอย่างก็ซุบซิบกันไปหลายๆ ทาง

ส้มเหมือนจะหน้าเหวอไป แต่ต่อมาเธอก็ทำหน้าบึ้ง หันไปกอดไหล่ปลอบคิรินที่ยืนหน้าเสียอยู่ด้านหลัง เค้นเสียงอย่างโมโห “นี่คือพวกพี่จะไม่เชื่อที่หนูบอกว่างั้น!?”

“ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็นค่ะหล่อน”

“เหอะ ก็ได้ค่ะ! งั้นเดี๋ยวรอดูเลยก็แล้วกัน แล้วจะได้รู้ว่าน้องพี่สันดานชอบแย่งของคนอื่น!

ส้มว่าทิ้งท้ายแบบนั้นก่อนจะหันหลังจูงมือคิรินเดินกลับไปที่ทางเชื่อมกับตึกนิเทศ ส่วนผมก็ได้แต่มองตามหลังทั้งคู่ไปโดยสีหน้าก็ยังยุ่งเหยิงอยู่อย่างนั้น

“...”

“เพชร น้องเพชรจ๊ะ”

“หือ ครับ”

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นสิจ๊ะ คิดซะว่ามีชะนีมาตะโกนโหวกเหวก เรื่องกาจคบเด็กคิรินอะไรนั่นก็สตอชัดๆ พี่ล่ะหมั่นไส้เด็กคิรินมานานละ ได้ตอกหน้ากลับบ้างแบบนี้ก็สะใจดีเหมือนกัน”

ผมยิ้มแหยๆ ให้ พยักหน้าเบาๆ พี่ปริ๊นเซสเลยยกมือขึ้นมาดึงแก้มผมทั้งสองข้างแล้วขยับให้ส่ายไปมา

“งั้นก็ไม่ต้องทำหน้าแบบนี้จ้ะลูกกก แล้วนี่ที่รักเราไปไหน เลิกเรียนแล้วนี่ วันนี้ไม่มารับเหรอ”

“อ๋มอับเองอั๊บ”

“อะไรนะ”

ผมดึงมืออีกคนออก “ผมว่าวันนี้ผมกลับเองครับ”

“อ๋อ งั้นก็กลับเถอะจ้ะ ถ้ายัยนกหวีดนั่นมาหาเรื่องอีกเรียกพี่ได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบปรี่มาใช้ฟันเฉาะให้หน้าหงายเอง”

คำพูดพร้อมการแสดงท่าทางของพี่ปริ๊นเซสทำให้ผมหัวเราะออกมาเบาๆ พยักหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณ จากนั้นจึงรีบหยิบกุญแจโซ่คล้องจักรยานออกมาก่อนหันไปยกมือไหว้ลาพี่เขา

พอเกิดเรื่องงี่เง่าอย่างนี้ขึ้น ผมแม่งรู้สึกทั้งเครียดทั้งเหนื่อยหน่ายใจจริงๆ

 

“แมวจ้อย”

“...”

“ได้ยินที่กูพูดมั้ย”

“...”

“เพชร”

“หือ” ผมชะงักเมื่อฝ่ามืออุ่นๆ ของใครบางคนแตะลงบนแก้มซ้าย พอเงยหน้ามองก็เห็นร่างสูงพร้อมใบหน้าหล่อๆ คุ้นเคยของพี่กาจในชุดช็อปทับเสื้อยืดยืนอยู่ ดวงตาคมๆ ของพี่แกกำลังก้มต่ำลงมามองผมซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา

“อ้าว พี่กาจ” ผมกะพริบตาปริบๆ “วันนี้ค้างห้องผมเหรอ มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

พี่มันขมวดคิ้วนิดๆ “สิบนาทีก่อน กูซื้อข้าวมาด้วย เรียกตั้งนานไม่ได้ยินเหรอ”

“เรียกตั้งนาน? ...อ้อ ผมคิดไรเพลินๆ นิดหน่อยอ่ะ”

“...” พี่กาจยังคงมองมาด้วยสายตานิ่งๆ สุดท้ายถึงขยับมือออกจากแก้มผม เปลี่ยนเป็นพลิกหงายพร้อมยื่นมาให้ผมจับเพื่อดึงตัวลุกขึ้น พี่มันเดินนำผมไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งตอนนี้บนโต๊ะมีถุงก๋วยเตี๋ยวถุงใหญ่สามถุงวางอยู่ก่อนแล้ว ผมมองเห็นถุงสีหวานบรรจุขนมเค้กกับโหลคุกกี้พลาสติกตั้งอยู่คู่กันด้วย พี่กาจหยิบถ้วยส่งมาให้ผมจัดการ

“มีขนมด้วย? พี่ไม่ชอบกินของหวานไม่ใช่เหรอ”

“ของมึงนั่นแหละ”

“ของผม? ไหน” มือเอื้อมไปทางถุงสีชมพูทันที แต่ยังไม่ทันแตะโดนพี่มันก็ดึงมือผมกลับไปวางแปะที่เดิม

“กินข้าวก่อน”

หน้าดุๆ นั่นทำให้ผมกลอกตาใส่ด้วยความหมั่นไส้ ยอมหันไปหยิบถุงก๋วยเตี๋ยวออกมาจัดการ ระหว่างแกะยางเหนียวๆ นี่ออก ผมก็ถามไปด้วย “ผมนึกว่าวันนี้จะออกไปกินข้างนอกเหมือนเดิมซะอีก”

“ดึกแล้วเลยซื้อมา ทำไม ไม่อยากกิน?”

“ผมกินได้หมดแหละ”

พี่มันยิ้มมุมปาก “ก็รู้อยู่แล้ว ถึงได้ซื้อมาให้มึงสองถุงนี่ไง”

“ดีครับ ตัวตนของพี่ที่มาวนเวียนอยู่ในห้องของผมจะได้ไม่สูญเอ่าาาา”

คำว่า เปล่าที่เอ่ยออกไปกลายเป็นเสียงเพี้ยนๆ เพราะไอ้พี่กาจเอื้อมมือข้างนึงมาดึงแก้มผม

“อย่าคิดว่าน่ารักแล้วจะพูดจากวนตีนกูได้นะ”

ผมนิ่งไปนิดนึง ก็ยังคงไม่ชินกับคำพูดที่นึกอยากจะพูดของพี่มันทุกครั้ง รีบขยับแก้มออกจากมืออีกฝ่าย “พูดความจริงจะมาเรียกว่าพูดจากวนตีนไม่ได้นะพี่กาจ”

หูผมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากคนตรงหน้า มือเลยเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวไปให้เพื่อตัดบท

ตั้งแต่กลับมาจากมหาลัย ผมอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆ ตั้งใจว่าจะนอนจนกว่าพี่กาจจะกลับมากินมื้อเย็นด้วยกัน แต่พอทิ้งตัวนอนแผ่หลาตากแอร์เย็นฉ่ำบนเตียงในห้องเงียบๆ แล้วผมกลับหลับไม่ลง...

ปัญหาเรื่องคิรินและสิ่งที่ส้มพูดมันแม่งไม่ยอมออกไปจากหัวผม

ความจริงผมไม่ใช่คนคิดมาก... แต่ผมจะคิดขึ้นมาถ้ามันเป็นเรื่องที่จี้จุดความกังวลได้ ยิ่งสมองว่างก็ยิ่งทำให้คิด

“ยกถ้วยมา”

ผมโบกมือ “พี่ไปอาบน้ำเหอะ เดี๋ยวผมล้างเอง”

ผมดันหลังพี่มันให้เข้าไปในห้องอาบน้ำ เป็นฝ่ายจัดการถ้วยชามทั้งหมดแทน รวมทั้งจานของเมื่อวันก่อนที่วางทิ้งไว้ตรงซิงค์ด้วย พอเรียบร้อยผมก็กลับไปนั่งบนโซฟา มองเห็นจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาพร้อมข้อความไลน์จากกรุ๊ป ชาวคณะเกมโต้รุ่ง ...ก็คงจะชวนเล่นเกมนั่นแหละ แต่ผมไม่ได้ตอบ เปลี่ยนเป็นหยิบรีโมททีวีขึ้นมากดดูแทน

อีกหลายนาทีต่อมา ผมก็สะดุ้งเมื่อร่างหนักๆ ของพี่กาจทิ้งตัวลงมานั่งเบียดข้างๆ

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”

พี่กาจเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ที่คอพาดผ้าขนหนูผืนเล็กไว้เช็ดผมสีดำสนิทที่ยังเปียกชื้น

“ก็เห็นอยู่”

“...” โอเค กูไม่น่าถามแบบนั้น

“เพชร”

“หือ”

“ขยับมานั่งนี่”

มือข้างนึงพี่กาจตบลงกับหน้าขาตัวเอง ส่วนอีกข้างก็กางออก

ผมถึงกับหน้าเหวอ “อะไรของพี่เนี่ย ไม่เอา”

“...”

พี่มันไม่พูดอะไร แต่ใช้มือดึงตัวผมเข้าไปหาเองเฉยเลย


============================== 100%

ตอนแรกว่าจะเปิดมาอัพวันเสาร์อาทิตย์ แต่ไม่ทันจริงๆ กลับมาก็ดึกมากแล้ว

ตอนนี้เป็นฉากที่เราเขียนไว้นานแล้ว เกือบเดือนได้เลย จริงๆ เราไม่ใช่คนชอบเขียนอะไรเครียดๆ พอมีฉากเครียดมันเลยใช้เวลานานมากกกก (ช่วงนี้ของเรื่องเราแต่งแล้วลบๆ อยู่ราวๆ สองอาทิตย์กว่า) และตอนนี้จะโดนไล่ต้นฉบับปัจจุบันทันแล้วค่ะ Orz ไฟลนก้นมาก


ทุกคนบ่นตัวละครได้ค่ะ เราให้อิสระ เปิดรับคห. (แม้บางคห.อ่านแล้วจะเจ็บปวด 555) แต่ก็อยากจะอธิบายนิดนึงคือ เพชรยังอยู่ในฐานะที่เป็นผู้ชายเพราะงั้นเราเลยถามข้อมูลจากผู้ชายหลายๆ คนที่รู้จักว่าถ้าเจอผู้หญิงรึเจอเหตุการณ์อย่างนี้จะมีปฏิกิริยายังไง แล้วเอามาประกอบกับนิสัยของเพชรเพื่อให้มันเมคเซ้นส์

ดังนั้นฉากบางฉาก เช่นด่ากลับ ฉะกลับ มันค่อนข้างจะยากนะคะ TT แต่สุดท้ายเป็นยังไง เพชรทำยังไง อยากให้รออ่านดีกว่า มาม่าเราไม่นานค่ะ ใจเย็นๆ น้า


ปล. พี่กาจแค่งานเยอะ 555



FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

มาติดๆ

#10ช่องตารางรัก

/กอดค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.414K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,954 ความคิดเห็น

  1. #5940 Spices_smile (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 09:14
    หนูคับ เเงงงง
    #5,940
    0
  2. #5895 NatapornJan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 15:16
    บอกพี่กาจเถอะลูก อย่าเก็บไว้คนเดียว มอหอนังส้มกับคิริน
    #5,895
    0
  3. #5865 Chanisa50510562 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 23:05
    รำคาญเด็กส้ม ลูกอีช่างมโน //ท่ดๆอินเกิ๊น
    #5,865
    0
  4. #5726 zCiel (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:31
    แอบโมโหแทนยัยน้องเลยนะเนี่ย
    #5,726
    0
  5. #5621 0818770547 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 17:30
    ต้องให่พี่กาจ จัดชุดใหญ่ ให้นายคีรินแล้ว ทำน้องได้งัย
    #5,621
    0
  6. #5608 TigKie_18 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 08:08
    อิชะนีอิตุ๊ดเด็กขี้อ่อย​ไปเพ้อเจ้อแสดงละครนอกโลกไป๊ ไปดาวพลูโตนู่นรำคาญ
    #5,608
    0
  7. #5337 Vmouth (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:38
    แม่มเอ้ย. อย่าน้ะส้ม-อย่าน้ะ นึกว่าจะไม่มีใครมาช่วยสะแล้ว
    #5,337
    0
  8. #5303 + SaiChil + (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:43
    ทีมพี่ปริ๊นเซสเลยค่ะอยากตบชะนีนัดได้เลยคันมือมากมาย
    #5,303
    0
  9. #5199 baekbow (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:09
    เบื่อพวกขี้มโนจริงๆเลย แต่ความจริงก็คือความจริงเพียงแต่เรื่องนี้ก็คงกวนใจเพชรไม่น้อยแหละ เพราะมันเป็นความเข้าใจผิดที่เป็นผลเสียให้เพชรก็ไม่รู้นางจะทำอะไร // ระวังออกตัวแรงแล้วหน้าแหกนะ
    #5,199
    0
  10. #5190 aqua.b (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 01:16
    เล่าให้คนอื่นเสียหายแบบนี้ต้องโดนนนนน
    #5,190
    0
  11. #5169 mr.chanpark61 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:30
    พี่ปริ๊นเซสมากอดที~
    #5,169
    0
  12. #5148 ojay2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    หูยยยย นั่งตักหรอออออ คิรินนี่เอาไปเก็บบบ
    #5,148
    0
  13. #5071 ตีฟอง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:43
    อยากให้เจ๊เอาฟันไปโขกสักที
    #5,071
    0
  14. #4985 Tongdchr (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 09:48
    ทำไมต้องนั่งตัก เห่นโหลว ที่ตั้งกว้าง!!
    #4,985
    0
  15. #4979 kettan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 00:38
    เจ๊ปริ้นเซสทำไมไม่แรงกว่านี้ เอาให้เถียงไม่ออกเลย มั่นหน้ามั่นโหนกดีนัก!
    #4,979
    0
  16. #4926 deilta (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 13:18
    เจ๊ปริ้นเซสสุดยอด!!ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเกลียดคิรินหยุดมโนสักทีฟังเหตุผลคนอื่นบ้าง
    #4,926
    0
  17. #4842 แกงส้มไข่เจียว (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:17
    เอาคิรินกับส้มเน่าไปเก็บ55555 ฟังความทั้ง2ข้างสิตัวเธอ~
    #4,842
    0
  18. #4630 mai146 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:03
    ชั้นชอบปริ้นเซส ชั้นรักนางงง ปล
    .แต่รักเพชนมากกว่านะ อิ้อิ้
    #4,630
    0
  19. #4255 Miki_milky (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:30
    ทำไมคิรินไม่ฟังเหตุผลของเพชรบ้าง เอาแต่โทษคนอื่น
    #4,255
    0
  20. #4071 BowAr_taeki (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 17:49
    โครตไม่ชอบส้มเลยก็รู้นะว่ารักเพื่อนแต่การที่ฟังแต่เพื่อนฝ่ายเดียวอย่างงี้ก็ไม่ถูกป่ะ ต้องฟังทั้งสองฝ่ายดิถึงจะถูก #อินจัด 5555 #เพชรสู้บ้างก็ได้ลูกกก
    #4,071
    0
  21. #4012 Yeme_sama (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 23:15
    คิรินไม่ได้นิสัยผู้หญิงค่ะ ผู้หญิงิย่างเราไม่ได้งี่เง่าไม่ฟังใครแบบนั้นทุกคน เพชรด่ามันกลับไปลูก รำไยยย
    #4,012
    0
  22. #3983 .ppp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 15:08
    ฮื่ออออ โคตรเกลียดคนแบบคิรินอ่ะ ว่างตัวเป็นคนดี ใสซื่อ ล่ะยืมมือคนอื่นมาร้าย ไม่ชอบๆๆๆๆๆๆ เพื่อนที่คบก็ไม่ได้จริงใจด้วยใช่มะ นิสัยไม่ดีเลย ไม่น่ารัก!!! //อย่าอินเกิ๊นนนนนนน
    #3,983
    0
  23. #3809 หลานเทียน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 01:20
    คือคิรินทำไมต้องให้ผู้หญิงด่าแทนอะ? ถ้าเพชรด่ากลับจะดูเลวเลย ตัวเองมีแต่ได้กับได้ เพื่อนออกมาปกป้อง ไม่เสียลุคน่าทะนุถนอม เหอะ
    #3,809
    0
  24. #3709 Peachz. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 22:04
    พี่เจ้าหญิงของโผมมม~~ ตอกกลับได้งานดีมากเลยจ้า บอกเลยว่าหน้าม่านกลับคณะแทบไม่ทันแน่นอน อะไรจะมั่นใจขนาดนั้นว่าโดนแย่ง คนแรกที่เป็นประเด็นคือก็มโนเอง มาว่าน้องชั้นผิด โกรธเพราะเห็นเข้าห้องน้ำพร้อมกันนี่คงคิดว่าไปมีซัมทิง แต่ทานโทดนะ เพชรเค้าจิ้นอ่ะ คิดว่าถ้ายอมจริงคงโดนแบกกลับบ้านแล้ว อย่าเทียบกันนะคิรินเอ้ย. แต่แม่จะไม่มองนางร้าง ขอคิดว่านางยังปลอดภัยถึงไม่รู้ ไรท์คงไม่ให้นางโดน฿¥€ อาจจะเอาไว้ต่อเรื่อง ส่วนพี่กาจ เค้าขอเป็นแฟนแล้วไม่เอาดูแลเทคแคร์ ก็เห็นอยู่ว่าตอนแรกๆดูเลยดี๊ดีจนหมันไส้ พอขอคบแล้วไม่เอาจีบคนใหม่ผิดหรือไง บร้าาา เยอะไปล่ะ ส้มส้มอีกคน ไม่มีใครสอนหรอว่าอย่าฟังความข้างเดียว แถมฟังจากปากคนอคติ จะว่าไปเราก็อคติใช่เล่นนะเนี้ยด่าคนอื่นซะ แต่รักหนูเพชรมาก ยาวไปล่ะ
    #3,709
    0
  25. #3607 JKWIFEz (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:47
    ไรท์เก่งมากเลยค่ะ เรื่องนี้เป็นนิยายวายเรื่องแรกที่เราชอบมากเลยค่ะ
    #3,607
    0