10 ช่องตารางรัก (Yaoi) END

ตอนที่ 17 : [14] จำได้ว่าจะจีบให้บอก (กาจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,992 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63



[14] ตารางช่อง 9 เชิญชวนเป็นผล : จำได้ว่าจะจีบให้บอก (กาจ)

ผมเดินถือโทรศัพท์ไปยังที่นั่งประจำใต้ตึกขณะที่หัวคิ้วยังผูกเข้าหากันไม่ยอมคลาย ไอ้เชสที่เงยหน้าขึ้นมาอ้าปากจะส่งเสียงทักทายถึงกับชะงัก แม้หน้าผมจะยังเรียบเฉย แต่มันคงสังเกตได้จากอารมณ์รอบๆ ตัว

“เอ่อ ไอ้กาจ ไปอารมณ์เสียอะไรมาวะเนี่ย”

มือวางไอโฟนของตัวเองลงบนโต๊ะ ต้องบอกว่าเป็นการใส่อารมณ์กระแทกลงไม่แรงนักมากกว่า

“...”

“อย่าบอกนะว่า... น้องเพชรของกูยังไม่ยอมตอบไลน์รึรับโทรศัพท์มึงอีกอ่ะ”

ผมไม่ตอบ ไม่มองหน้ามันเพราะยังรู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวาย

ใช่ เพชรไม่ยอมรับสายรึตอบข้อความของผมมาได้สามวันแล้ว จู่ๆ ก็เงียบไปตั้งแต่วันที่สอบวันแรกผ่านไป ตอนแรกผมคิดว่าน้องคงจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะตัวผมเองก็วุ่นๆ อยู่กับการอ่านเหมือนกัน แต่การที่ไม่ตอบ หรือไม่แม้กระทั่งเข้ามาอ่านข้อความเลยหลายๆ วันทำให้ผมรู้สึกร้อนรนขึ้นมา

ผมโทรศัพท์ไปหา มีสัญญาณ แต่ไม่มีคนรับ เมื่อวานเองก็ทนไม่ไหวแวะไปหาที่คอนโดฯ แต่นิติเคาน์เตอร์แจ้งว่าไอ้แมวจ้อยไม่ได้อยู่ห้องราวๆ สองสามวันแล้ว ไม่รู้ว่ากลับบ้านรึไปค้างห้องใครที่ไหน

ผมเป็นห่วง...

ปกติเพชรจะตอบทุกครั้ง ตอบช้าบ้างแต่ก็ตอบ แต่นี่น้องมันเงียบไปตั้งแต่วันที่ผมไม่ได้ไปรับ

“ถามไอ้ฉัตรรึยัง” ไอ้น็อตว่า

ตอนที่ผมหน้ายุ่งเอาแต่จ้องโทรศัพท์เป็นเวลาเดียวกับที่นั่งอ่านชีททบทวนอยู่กับพวกมันในห้องไอ้น็อตพอดี เรื่องที่ผมตามดูแลตามจีบไอ้แมวจ้อยไม่ใช่ความลับอะไร ผมเลยไม่ได้รู้สึกอายที่ไอ้พวกนี้เข้ามารับรู้ด้วย

“แล้ว ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน มันบอกว่าเพชรน่าจะกลับบ้าน”

“กูว่าเพชรงอนมึงเรื่องคิรินแน่ๆ” ไอ้เชสใช้ปลายปากกาเคาะแก้มตัวเองขณะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “หึ ถ้าเป็นงั้นจริงก็สมน้ำหน้าแล้ว เสือกไปเดตกับไอ้เด็กบ้านั่นทำไม”

“ไม่ใช่เดต” ผมว่า

เพชรงอน? คิดตามคำพูดของมัน แต่แล้วก็ต้องปฏิเสธในใจเงียบๆ

เพชรไม่ได้มีทีท่าชอบผม อาจเป็นเพราะตอนแรกความสัมพันธ์ของเราเริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก และอีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงเต็มตัว ถึงผมจะเข้าหาและทำให้ตัวเองค่อยๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมันทีละนิด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เพชรเปลี่ยนความรู้สึกมารักชอบเพศเดียวกันได้

วันที่คิรินไลน์มาตอนที่ผมอยู่กับเพชร ผมแอบดีใจที่เห็นท่าทีขุ่นเคืองเล็กๆ ของน้องมัน แต่ก็เหมือนดีใจเก้อ เพราะหลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงอะไรจากเพชรอีกเลย

ผมไม่คิดว่าเพชรเงียบไปเพราะหึงผมกับคิริน...

เพราะไอ้เด็กฉัตรรึไอ้เชสที่ติดต่อไปก็ไม่ได้รับการตอบรับกลับมาเหมือนกัน พอคิดว่าตัวเองถูกจัดความสัมพันธ์ไม่ต่างอะไรกับไอ้พวกนี้ก็รู้สึกใจแป้วไม่ได้

“ไม่ใช่เดตแล้วมึงเสล่อไปกับคิรินสองคนให้มันลงรูปทำไม กูเห็นหลังๆ มึงอยู่กับเพชรก็นึกว่าเลิกยุ่งแล้วซะอีก”

ผมพ่นลมหายใจพรืด ค่อนข้างเครียด “ที่กูไปก็เพราะจะไปคุยให้รู้เรื่องเนี่ยแหละ”

“หืม? มึงคุยกับคิรินรู้เรื่องแล้ว?”

“...” ผมพยักหน้า

นึกย้อนไปถึงเมื่อสามวันก่อนที่ตัวเองออกไปเจอกับคิริน

คิรินนัดผมที่ร้านขนมหวานในตัวเมืองที่ผมกับน้องเคยไปกินด้วยกันหลายครั้ง ผมรู้ว่าคิรินเองก็พยายามอยากจะรื้อฟื้นให้ผมคิดถึงว่าที่ผ่านมาผมกับอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้าง เมื่อก่อนผมอาจนึกดีใจ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่

ในตอนที่น้องเขาพูดถึงเรื่องเก่าๆ ผมก็เหนื่อยจนต้องรีบเอ่ยขัดขอยุติความสัมพันธ์คาราคาซังนี้ ...คิรินดูจะอึ้งไป

“มึงพูดจริงเหรอ” ไอ้เชสมองหน้าผมเหมือนอยากขอคำยืนยัน

“วันนั้นกูก็ไปกับไอ้กาจ แต่กูแค่รออยู่บนรถ ไอ้กาจมันไปคุยไม่ถึงชั่วโมงเลย”

ผมพยักหน้ายืนยันคำพูดไอ้น็อต

คิรินสั่งขนมมาให้ผม แต่ผมไม่ได้แตะมันเลยด้วยซ้ำ

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้กาจ มึงตัดสินใจได้ดีมาก กูก็คิดอยู่แล้วว่าตอนที่มึงมีคนใหม่รึชอบคนอื่นคิรินมันจะต้องรีบมาบอกมึงว่าพร้อม กูไม่ได้อยากจะว่านะเว้ย น้องมันมีคนมาชอบเยอะแยะ มึงกับคิรินก็รู้จักกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คิรินมันคงคิดว่ายังไงซะมึงก็ไม่มีทางเลิกชอบตัวเอง ก็เลยเล่นตัวอยู่แบบนี้”

“...”

ผมไม่พูดอะไร เพราะรู้ดีว่าที่เพื่อนพูดมาก็ถูก

คิรินเป็นคนทะนงตนเล็กๆ แม้จะไม่พอใจตอนที่ผมพูดว่าจะหยุดเรื่องนี้ลง แต่น้องก็เชิดหน้าตาสวยๆ ของตัวเองขึ้นเพื่อบอกว่าแค่ไม่มีผมไม่ได้กระทบอะไรกับชีวิต ...นั่นก็ดีแล้ว

ให้มันจบแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมยังจำความรู้สึกได้ว่าโล่งอกขนาดไหนตอนกลับมาขึ้นรถที่ไอ้น็อตนั่งรออยู่

“มึงจะหันมาตามจีบไอ้น้องเพชรแบบจริงจังแล้วใช่มั้ย”

“มึงก็น่าจะเห็นนี่”

“โอ้วว ยอมรับกับปากแบบนี้พออภัยได้” มันรัวศีรษะอย่างพึงพอใจ “แต่เพชรมันอาจจะเข้าใจผิดไปแล้วว่ามึงไปดู๋ดี๋กับคิริน น้องมันไม่ได้รู้เรื่องสัมพันธ์งงๆ ของมึงกับไอ้เด็กคิรินนั่นเท่าไหร่นี่หว่า”

“หลังๆ กูไม่ได้ติดต่อกับคิรินแล้ว”

“แต่เพชรมันก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วยนี่ มันอาจจะคิดว่ามึงยังชอบคิรินอยู่ก็ได้”

“...”

“เอ่อ อย่าทำหน้าเครียดงั้นดิฟะ เอางี้ ถามก่อน มึงกับน้องมันไปถึงขั้นไหนกันแล้ววะ”

“จูบ”

“จูบ!!!?” ไอ้เชสเบิกตาโตจนแทบถลน แม้แต่ไอ้น็อตไอ้เหรียญก็หันมามองเป็นตาเดียว “จูบ... จูบ... เอ่อ จูบสินะ แล้วใครจูบใครวะ เพชรจูบมึงรึมึงจูบน้องมัน”

“กูจูบ”

“เอิ่ม โอเค อันนี้กูไม่น่าถาม แล้วไงต่อ แล้วหลังจากนั้นไอ้น้องเพชรมันทำท่ายังไง”

พอได้ยินคำถามนี้ผมก็นิ่งไปสักพัก “ไม่ได้ทำท่าอะไร”

“ไม่ได้ทำท่าอะไร? ไม่ได้ทำท่าอะไรเนี่ยนะ ไอ้น้องเพชรไม่ชอบมึงถึงขนาดเฉยชาแบบนี้เลยเหรอวะ”

“...”

คำพูดของไอ้เชสทำเอาผมรู้สึกโหวงแปลกๆ

ผมนึกไปถึงตอนที่พาเพชรมาที่คอนโดฯ ของตัวเอง เพราะคอยสังเกตอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลาเลยรู้ว่าน้องมันดูเหนื่อยๆ คงเพราะเพิ่งกลับมาจากดูหนัง วันนั้นผมเลยเสนอให้มันนอนพักในห้อง

ตอนเข้าไปเช็คดูอีกรอบก็เห็นว่าไอ้แมวจ้อยมันนอนหลับไปแล้ว ภาพใบหน้าน่ารักๆ ที่นอนซุกอยู่กับกองหมอนของตัวเองทำให้ผมทนไม่ไหว ผมไม่ค่อยแน่ใจกับคำว่าแค่จูบก็มีความรู้สึกมีความสุขเหมือนถูกเติมเต็มเป็นยังไง แต่ผมคิดว่าตอนที่ได้จูบเพชรตัวเองรู้สึกแบบนั้น เลยยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าผมชอบไอ้แมวจ้อยจริงๆ

เพชรเหมือนแมวอย่างที่ผมเรียก กับคนไม่สนิทจะตั้งกำแพงใสล้อมไว้ พอสนิทและเข้าหาแบบเป็นมิตรถึงจะตอบโต้กลับมา มีทีท่าเหมือนไม่ใส่ใจใครแต่พอผมมีปัญหาเรื่องคิรินก็ยื่นมือเข้ามาช่วยปลอบ บางครั้งเพชรชอบอยู่คนเดียว แต่เป็นผมเองที่ระยะหลังๆ เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของน้องมัน

เห็นเพชรดูร่าเริงแสดงสีหน้าเปิดเผย แต่เชื่อเถอะว่ามันเป็นคนเดาใจยาก บางทีอาจยากกว่าผมด้วยซ้ำ

ถึงงั้นผมก็มองว่าน่ารัก...

อย่างตอนที่เห็นมันคุยโทรศัพท์ส่งเสียงอ้อนใส่พี่สาวก็รู้สึกว่าอยากให้ไอ้แมวจ้อยมันมาทำแบบนั้นกับตัวเองบ้างเหมือนกัน ผมคง...อาการหนักแล้ว

“โธ่เพื่อนกาจผู้น่าสงสาร แม้กูจะแอบสะใจแต่ก็ไม่รู้จะปลอบใจมึงยังไงดี ไอ้น็อต พูดไรหน่อยสิวะ”

“อืม... อยู่มอเดียวกัน ไม่ยอมรับสายก็ไปหาตัวเหอะ”

“กูต้องทำอยู่แล้ว” ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ “แต่กูไม่รู้ตารางสอบมัน”

“อ้าว แล้วไมไม่ขอไว้ละวะ!” ไอ้เชสว่าเสียงสูง สายตามองมาเหมือนผมเป็นคนโง่ “เดี๋ยวกูก็ยุให้เพชรจีบคนอื่นซะเลย”

“ไอ้เชส”

“เวลานี้ยังดุกูได้อีกนะ อุตส่าห์จะช่วยแท้ๆ” มันทำปากยื่น แต่แล้วก็หันไปทางไอ้น็อตไอ้เหรียญซึ่งนั่งมองหน้าผมอยู่อีกทาง “พวกมึงลองโทรไปหาไอ้น้องเพชรดิ๊ มีไลน์น้องมันกันหมดนี่”

“กูเหรอ? พวกกูโทรได้เหรอ” ไอ้เหรียญถามประสาคนซื่อ มันใช้สายตามองมาเหมือนกลัวว่าผมจะหึง

ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงนึกขำอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ผมพยักหน้าส่งไปให้

“กับไอ้ฉัตรมันยังไม่รับ แล้วพวกกูมันจะรับรึไง” ไอ้น็อต

“ลองดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอวะ” ไอ้เชส

ไอ้น็อตเป็นฝ่ายโทรก่อน แต่ก็เหมือนหลายๆ คนคือไอ้แมวจ้อยมันไม่รับ ความรู้สึกร้อนรนของผมเริ่มกลับมา เพราะแม้กระทั่งไอ้น็อตอีกฝ่ายก็ไม่รับมันน่าเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ

ไอ้เหรียญกดต่อ แต่ผมเลิกสนใจเพราะคิดว่าก็คงไม่ต่างกัน

(ฮัลโหล ครับ)

แต่เสียงคุ้นเคยกลับดังขึ้นผ่านมือถือที่ถูกเปิดสปีกเกอร์โฟน

เพชรไม่รับสายของใครสักคน แต่... รับของไอ้เหรียญ?

คิ้วผมผูกกันแทบเป็นโบว์ขณะจ้องมองหน้าเหลอหลาของคนโทรอย่างข้องใจ

“...”

“กูไม่รู้เรื่องนะ!” มันโพล่งเสียงหลง

(หือ? ไม่รู้เรื่องอะไรพี่)

“เอ่อ เปล่าๆ โทษที กูคุยกับป้าร้านข้าว”

อ้อ กูเป็นป้าร้านข้าว

ผมรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองยิ่งเรียบเฉยมากขึ้น ใจรู้ดีว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดเพราะอะไร

(มีอะไรเปล่าพี่เหรียญ เป็นอะไรป่ะเนี่ย) น้ำเสียงไอ้แมวจ้อยมันดูเป็นห่วงเป็นใย

“เปล่าๆ กูสบายดี ได้โปรดมึงอย่าเป็นห่วงกูเลย”

(ดูเพี้ยนๆ นะ รึว่าพี่ไม่สบาย?)

“เอาเป็นว่าหยุดสนใจเรื่องของกูดีกว่า เอ่อ ไอ้น้องเพชร วันนี้มึงมีสอบเปล่า”

(วันนี้เหรอ มีครับ)

“อ้อ ดีๆ ดีเลย มึงมามอรึยัง”

(ถามทำไมอ่ะ มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า)

เหมือนว่าไอ้แมวจ้อยจะเทคแคร์เพื่อนซื่อบื้อของผมคนนี้เป็นพิเศษเลยนะ

ไอ้เหรียญมันอึกๆ อักๆ กับคำถามของน้อง อาจเพราะความซื่อของมันเลยไม่รู้จะตอบไปว่ายังไง ผมกลืนทั้งความไม่พอใจและน้อยใจกลับเข้าอกไปก่อน ขยับปากไม่มีเสียงเพื่อบอกมัน

“อ๋อๆ อ้อ ไอ้น้องเพชร กูมีปัญหานิดหน่อยอ่ะ ตอนนี้มึงอยู่ไหน”

(ปัญหา? พี่หลงกับพี่น็อตเหรอ เห็นพี่เขาก็โทรมา)

“เปล่าหรอก กูมีอย่างอื่น...”

(งั้นมาหาผมก็ได้ ผมอยู่หน้ามอ)

“ขอบใจๆ ขอบใจมึงมากๆๆ”

ไอ้เหรียญไม่แม้แต่จะรอน้องมันตอบ รีบกดตัดสายแล้วปล่อยโทรศัพท์ลงกับโต๊ะทันที แบมือสองข้างออกแล้วจ้องหน้าผมตาปริบๆ ด้วยสายตาเหมือนจะบอกว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์

ผมยิ้มมุมปากอย่างเย็นชืด ไม่ได้ต่อว่าอะไรมัน ทำแค่เอ่ยขอบคุณสั้นๆ แล้วก้าวไวๆ ไปทางลานจอดรถ

“ไอ้กาจ! กลับมาให้ทันสอบนะโว้ย เหลือชั่วโมงกว่าๆ”

ปอร์เช่คันเดิมของผมถูกเหยียบคันเร่งจนแทบเกิดกำหนดความเร็วในอาณาเขตสถานศึกษาตรงไปยังหน้ามหาวิทยาลัย สายตามองซ้ายขวาเพื่อหาร่างจ้อยๆ ที่ไม่ได้คุยด้วยตั้งสามวัน ...และสุดท้ายผมก็เห็น

ไอ้แมวจ้อยยืนอยู่หน้ารถเข็นขายลูกชิ้นที่เป็นหนึ่งในบรรดารถขายของซึ่งจอดรวมกลุ่มเป็นแนวยาว น้องมันกำลังพูดคุยอยู่กับพ่อค้าอย่างเมามัน แม้หน้ามอวันนี้จะมีบรรดานักศึกษาใส่ยูนิฟอร์มแบบเดียวกันมาสอบอออยู่เยอะแยะ แต่แค่กวาดตาผ่านๆ รอบเดียวผมกลับหามันเจออย่างง่ายดาย

ผมจอดรถไว้ตรงหน้าร้านชานมที่วันนี้มีที่ว่าง เดินไวๆ ฝ่าสายตาคนมากมายที่มักจะเจอไปทางนั้นทันที

“เพชร”

“...!

อีกฝ่ายสะดุ้ง เมื่อหันมาแล้วเจอหน้าผม

ร่างเล็กทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี ขณะที่ผมจะคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ มันกลับหยุดนิ่งแล้วหันกลับมาซะก่อน

“พี่กาจ หวัดดีครับ”

ผมชะงัก

ท่าทางยกมือไหว้เหมือนไม่มีอะไรของเพชรทำให้ผมวูบๆ ในอก ไอ้แมวจ้อยมันทำเหมือนว่าที่ตัวเองไม่รับโทรศัพท์ไม่ตอบไลน์ตลอดสามวันที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“มึงไม่รับสายกู”

“อ๋อ... โทดทีครับ ผมกลับบ้านน่ะ”

“เมื่อชั่วโมงก่อนกูก็โทรหามึง” ผมว่า ก้าวเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามากขึ้นอีกก้าว

หัวกลมๆ ของน้องมันที่แสร้งทำเป็นเอียงคอเหมือนไม่มีอะไรนั่นทำให้ผมทั้งน้อยใจ ทั้งเป็นห่วง ทั้งโมโห และทั้งๆ ที่มันทำให้ผมกังวลไปต่างๆ นาๆ แต่ผมก็ยังอยากคว้าตัวมันเข้ามากอดให้หายคิดถึงแรงๆ


============================ 50%

น้องกาจกี้ลูกเราโดนด่าเละเป็นขี้เลยทีเดียวเชียว 5555


อย่าหัวร้อนนน

มาๆ กินน้ำ



“มือถือคงบังเอิญไม่สั่นอ่ะ”

“มึงรับสายไอ้เหรียญ”

“เอ่อ...”

คิ้วที่มุ่นเข้าหากันเหมือนกำลังนึกข้อแก้ตัวของน้องมันทำให้ผมเข้าใจได้ไม่ยาก

เพชรจงใจไม่รับสายจริงๆ

แม่ง... รู้สึกแย่ฉิบหาย

“กูบอกมึงแล้วว่าจะไปไหน ทำอะไรให้ไลน์บอกทุกครั้ง...”

“ก็... ผมมาคิดๆ ดูแล้วไม่เห็นจะต้องทำแบบนั้นเลย ผมโตแล้วด้วย คงไม่ต้องไลน์บอกพี่กาจตลอด”

“...”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

ผมก้าวเข้าไปใกล้มันมากขึ้นจนเรายืนห่างกันแค่นิดเดียว ร่างเล็กเหมือนอยากจะถอยหนีแต่ก็ไม่ทำ

“ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“ถ้าเป็นรุ่นพี่รุ่...”

“กูเป็นคนที่กำลังจีบมึง”

“...!

“แล้วมึงก็เป็นคนที่ถูกกูจีบ”

“...”

“และถ้ามึงยอมรับ มึงจะเป็นมากกว่านั้น”

“เป็น... เป็นอะไร”

“เป็นเมี...”

ตากลมๆ นั่นเบิกกว้าง มือทั้งสองข้างของคนตรงหน้าถูกยกขึ้นมาอุดปากผมเอาไว้อย่างรวดเร็ว คงจะร้อนรนมาถึงขนาดทำเอาผมเกือบจะหงายหลังล้มลงไปบนพื้น

เพชรเหมือนจะตกใจ แต่ผมก็ยังเห็นหน้าเหวอๆ นั่นเริ่มมีสีแดงลามไปจนถึงใบหู

ผมอาจจะเป็นคนที่นิสัยแย่โคตรๆ ก็ได้ ทั้งที่เห็นน้องมันไม่พอใจอยู่ แต่ปฏิกิริยานั้นก็ทำให้ผมรู้สึกดีเอามากๆ ...อย่างน้อยไอ้แมวจ้อยมันก็รู้สึกอะไรกับผมบ้าง

“ไอ้พี่กาจ! พี่พูดบ้าอะไรวะเนี่ย” เพชรถาม แต่ดูไม่ได้อยากได้คำตอบ มือยังปิดปากผมเอาไว้แน่น ตาสอดส่ายไปมารอบๆ ซึ่งเวลานี้มีนักศึกษาปนอยู่เต็มไปหมด

ผมจับมือมันให้คลายออก

“กูก็พูดความจริงไง”

“พี่... จีบผมเนี่ยนะ” ไอ้แมวจ้อยทำหน้าสับสน “พี่จะจีบผมได้ไง”

“ทำไมจะไม่ได้”

“ก็พี่ชอบคิริน พี่รอคิรินมานานขนาดนั้นแล้วมาบอกว่าจีบผมอยู่เนี่ยนะ!

เสียงเพชรสูงขึ้นอีกระดับ ยังเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ คำพูดและท่าทางของมันทำให้ผมถอนหายใจออกมา ในอกทั้งรู้สึกโล่งใจและหนักใจไปพร้อมๆ กัน

ถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง น้องมันก็คงรู้สึกอะไรกับผมอยู่บ้างจริงๆ แต่เรื่องของคิรินคงกลายเป็นกำแพงสูงกั้นไว้

“แม่ง... โอเคพี่กาจ ถ้าพี่แกล้งผม ผมให้โอกาสรีบบอกความจริงแล้วจะไม่โกรธ”

ผมขมวดคิ้วอีกครั้ง “กูไม่ได้แกล้ง”

“ผมไม่ว่าหรอกนะถ้าพี่จะบอกว่าโดนเพื่อนให้ทำอะไรแบบที่พี่โป้สั่งทำโทษผมน่ะ”

“...”

ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย

ความสัมพันธ์ของผมกับเพชรเกิดขึ้นจากเรื่องวุ่นวายจนกลายเป็นแบบนี้ เพชรมีสิทธิ์จะสงสัย

“เอาเหอะ กูไม่คิดจะบังคับให้มึงเชื่อ” ผมกระชับมือที่กุมกับมือมันให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ยกยิ้มนิดๆ “ถ้ามึงไม่ปฏิเสธ เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละว่าที่กูจีบมันจริงรึไม่จริง”

“...”

“อีกอย่าง... ถ้ากูแกล้ง กูคงไม่จูบ”

“พี่จะพูดทำไมเนี่ย!

“หน้าแดง”

เพชรพยายามดึงมือตัวเองออกจากมือผม แต่ผมไม่ยอม “ไอ้พี่กาจ อย่ากวนตีน”

“เพชร กูจีบมึงอยู่จริงๆ เลิกทำเป็นไม่รู้ได้แล้ว”

จบคำพูดของผม ปากเล็กๆ ก็เม้มเข้าหากันแน่น  “ก็ผมไม่รู้นี่หว่า”

“ไม่รู้เรื่อง?”

“ไม่รู้ว่าพี่จีบ ผมรู้แค่พี่ชอบคิริน ใครจะไปคิดว่าพี่จะมาจีบผม”

เพชรทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ ใช่ ผมไม่เคยบอกเพชรว่าตัวเองกำลังจีบ

นั่นสินะ... ผมผิดเอง ผมไม่ยอมทำให้อะไรๆ มันแน่นอนแต่กลับมานึกว่าเพชรไม่ได้เปิดใจให้ น้องมันไม่มีทางกล้าเปิดใจ และคงไม่มั่นใจว่าที่ผมทำไปหมายความว่าอะไร คิดมาถึงตรงนี้ผมก็กระชับมืออีกฝ่ายให้แน่นขึ้น

“กูผิดเอง”

ตากลมๆ ของเพชรเหลือบมองมา ไม่ถึงนาทีก็เบี่ยงออกไปที่พื้นถนนด้านข้าง “พี่กาจ พี่เองก็ยังคุยกับคิรินอยู่ รูปก็มีลง พี่ก็น่าจะเห็นไม่ใช่เหรอ”

ฟังประโยคที่เหมือนจะสนใจเรื่องของผมกับคิรินของเพชรแล้วมุมปากก็อดจะยกขึ้นสูงกว่าเดิมไม่ได้ ผมยิ้มกับตัวเอง แต่เหมือนว่าจะทำให้เพชรที่เห็นเข้าใจผิด

“อารมณ์ดีมั้ง”

“อย่าหึงแล้วพาล”

“ไม่ได้พาล!

ผมปรับสีหน้าเป็นจริงจัง “เรื่องคิรินกับกูมันไม่มีอะไรแล้ว”

“...”

“วันที่มึงเห็นคิรินลงรูปคือวันที่กูไปคุยกับคิรินให้รู้เรื่องนั่นแหละ”

“...”

“กูไม่ได้ชอบคิรินแล้ว”

“...”

“กูไม่ได้บังคับให้มึงเชื่อหรอกนะไอ้แมวจ้อย ในเมื่อกูบอกว่ากูจีบมึง หลังจากนี้มึงก็พิจารณาดูเองก็แล้วกันว่าที่กูพูดไปทั้งหมดเป็นเรื่องจริงรึเปล่า”

เพชรเงียบไป สุดท้ายก็ยอมเปิดปาก “อ้อ”

“อ้อคือ?”

“ก็คืออ้อ”

คนพูดแสร้งทำเหมือนไม่ได้หึงไม่ได้อารมณ์เสีย แต่ผมก็ยังสังเกตเห็นว่าคิ้วน่ารักนั่นยังชนกันอยู่เล็กน้อย แม้สีหน้าจะดีขึ้นกว่าเก่า แต่ก็ทำให้อยากฝังจมูกซุกแก้มนั่นเพื่อทั้งขอโทษและดึงความสนใจไม่ให้มันคิดมาก

คิดแล้วผมก็ขยับหน้าเข้าไปใกล้ แต่ไอ้แมวจ้อยกลับถอยห่างไปก่อน

คิ้วน่ารักผูกกันจนแทบเป็นโบว์ “จะทำอะไร”

“หอมแก้ม”

มันเบิกตาโต “นี่มันหน้ามอนะ”

“มึงจะได้เชื่อว่ากูกำลังจีบอยู่จริงๆ”

เพชรกวาดสายตาไปรอบๆ เหมือนจะทั้งเขินทั้งกังวลกับคนรอบๆ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะเยอะกว่าเดิมอีก หลายคนหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปอย่างไม่กลัวเสียมารยาท

“ไอ้พี่กาจ... ไปเหอะ” มันหันมากระตุกมือที่ยังถูกผมกุมไว้

“ตกลงมึงเชื่อ?”

“อืม เข้ามอเหอะพี่”

“อืมคือ?”

คนตรงหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ  สายตายังหลบเลี่ยงเหมือนกำลังประหม่า “อืมคือครับ ผมรู้แล้ว”

เท่านั้นแหละผมถึงยิ้มออกมาอย่างพอใจ รวบมือที่เล็กกว่าของตัวเองให้ยิ่งแนบสนิทกันมากขึ้น ยอมตามใจเป็นฝ่ายรั้งให้น้องมันก้าวตามไปที่รถเพื่อหลบสายตาของคนอื่น

หากเป็นทุกทีผมคงจะนึกรำคาญถ้ามีใครเห็นว่าผมตามจีบหรือมีท่าทีสนใจใครอยู่ แต่กับเพชรไม่ใช่

“สอบเสร็จก็ไลน์บอก อย่าให้กูกังวลอีกล่ะ”

“...”

ผมเอื้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ “ตั้งใจสอบ”

“ครับ พี่กาจก็เหมือนกัน”

เพชรบอกด้วยประโยคสั้นๆ ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถไป

แต่เชื่อเถอะ... แค่ประโยคนี้ของมันก็ทำให้ผมมีกำลังใจสอบจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

 

ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในตอนที่เดินลงมาจากตึกหลังสอบเสร็จพร้อมพวกไอ้น็อตแล้วเห็นร่างเล็กๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ เพชรนั่งอยู่กับปีหนึ่งอีกคน ผมจำหน้าได้เพราะมันเป็นหลานรหัสของไอ้เหรียญ พอเข้าไปใกล้มันก็ยกมือไหว้

ผมพยักหน้ารับ แล้วหันไปตีหน้าผากนูนๆ ของไอ้แมวจ้อยเบาๆ

“กูบอกว่าสอบเสร็จให้ไลน์ไม่ใช่เหรอ”

ตึกศิลปกรรมกับวิศวะอยู่ห่างกันเป็นโยชน์ ทำไมมันดื้อแบบนี้วะ

“ก็ผมสอบเสร็จก่อนพี่ตั้งนานนี่” เพชรว่าขณะขยับตัวให้ผมนั่งลงข้างๆ “พี่แหละทำให้ผมลืมรถไว้หน้ามอ นี่เพิ่งไปเอาก่อนขับกลับเข้ามาที่ตึกวิศวะเนี่ย”

“แล้วเพราะใครงอนไม่ตอบไลน์ล่ะ รู้อยู่ว่ากูไปรับทุกวัน”

“ไม่ต้องมาพูดเหมือนผมเป็นคนผิดเลย”

หน้าน้องมันเริ่มจะบึ้งหน่อยๆ แม้จะคุยกันรู้เรื่องแล้วแต่เหมือนยังขุ่นเคืองอยู่นิดๆ บางทีตลอดสามวันที่ผ่านมาเพชรเองก็อาจคิดมากเหมือนผมอยู่ก็ได้

“อืม กูรู้ กูบอกแล้วกูผิดเอง”

เพชรไม่ตอบ แต่ไอ้พวกเพื่อนๆ ของผมที่ได้ยินเข้าพากันมองมาเป็นตาเดียว

“ไม่ตามใจน้องมันเกินไปหน่อยเรอะ ถึงมึงจะผิดจริงๆ ก็เหอะ”

“อือฮึ” ไอ้เหรียญพยักหน้า “แววตามใจเมีย”

“พี่เหรียญ” คนข้างตัวผมได้ยินเลยเงยหน้าขึ้นมายิ้มแยกเขี้ยว “ผมยังไม่ได้สะสางเรื่องที่พี่โทรมาโกหกผมว่ากำลังเดือดร้อนก่อนหน้านี้เลยนะ”

“เฮ้ย กูโดนไอ้กาจมันบังคับต่างหากเล่า! ...ไอ้น้อง มึงก็รู้ว่ามันน่ากลัวจะตาย เกิดพุ่งเข้ามาสูบเลือดกูจะทำไงล่ะ”

ท้ายประโยคมันแอบหันไปซุบซิบ แต่ผมได้ยินเต็มสองรูหู

ตาผมหรี่ลงนิดๆ และนั่นทำให้ไอ้เพื่อนซื่อบื้อของผมเข้าใจผิดว่ากำลังหึงจนต้องรีบถอยกรูดออกห่างเพชร ตอนนี้ผมไม่ได้หึงอะไรหรอก แต่พอนึกถึงตอนที่น้องมันรับสายไอ้เหรียญแค่คนเดียวก็หงุดหงิดขึ้นมาเหมือนกัน

รู้ดีว่าระหว่างสองคนนี้ไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น แต่ก็อดไม่พอใจไม่ได้

“หึ เป็นเด็กเลี้ยงแกะบ่อยๆ ระวังต่อไปจะไม่มีคนเชื่อนะพี่”

“กูผิดทุกทางง่า...”

“เอาน่าไอ้น้องเพชร ไอ้เหรียญมันก็เหมือนทำให้มึงได้คุยกับไอ้กาจไง ตอนนี้ก็เข้าใจกันดีแล้วนี่” ไอ้เชสยื่นมือมาพูดจาดีๆ อย่างที่หาได้ยาก “ว่าแต่ทำไมไม่รับสายใครสักคน แต่ดันมารับสายไอ้เหรียญวะ”

มันถามคำถามเดียวกับที่ผมตั้งใจจะถามน้องมันหลังจากนี้ขึ้นมาพอดี

“ก็ผมนึกว่าพี่เหรียญมีปัญหาเหมือนตอนที่เคยโทรมาถามเรื่องวิธีใช้งูเหล็กทะลวงส้วมอ่ะดิ”

“ไอ้น้องเพชร ไหนสัญญาว่าจะไม่บอกใครไง!

ท่าทางซุกหน้าลงกับเป้ล้างอายของมันทำให้หลายคนบนโต๊ะหัวเราะเสียงดังลั่น ผมเพิ่งจะรู้ว่าไอ้เหรียญก็เคยโทรไปขอความช่วยเหลือจากน้องมันด้วย อาจเพราะเพชรไม่ใช่คนชอบล้อชอบแซวคนอื่น มันถึงได้ไว้ใจ

“งั้นถือว่าแลกกันนะ” เพชรยิ้ม “เพราะพี่เหรียญดูน่าเป็นห่วงนี่แหละ ผมก็เลยรับสาย”

“แล้วที่ไม่รับสายกู ไม่คิดบ้างเหรอว่ากูก็อาจจะมีปัญหา” ผมอดถามไม่ได้

คนฟังเลื่อนตากลมๆ มามองหน้าผม “ถ้าพี่มีปัญหาคงไม่มาขอช่วยคนอย่างผมหรอกมั้ง อีกอย่างผมว่าแบบพี่น่าจะจัดการปัญหาด้วยตัวเองอยู่แล้วแหละน่า”

ผมส่ายหน้าทั้งที่ปากยังยิ้มน้อยๆ เพราะเรานั่งอยู่ใกล้กัน แค่ชะโงกหน้าเข้าไปอีกนิดปลายจมูกผมก็แทบชนกับแก้มมัน “ไม่เสมอไปหรอกแมวจ้อย”

“...”

“บางทีกูก็อยากอ้อนให้มึงช่วยกูบ้างเหมือนกัน”

แล้วผมก็ต้องยกมุมปากสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าของคนข้างตัว

 

“ส่งตารางสอบของมึงมาให้กู ตอนนี้เลย”

ผมพูดขึ้นหลังจากขับรถเพื่อพามันไปส่งที่คอนโดฯ หลังมอ หลังจากออกไปกินข้าวเย็นพร้อมกัน ส่วนรถของน้องมันเป็นไอ้แทน หลานรหัสไอ้เหรียญอาสาเป็นฝ่ายขับมาจอดคืนไว้ให้

“เหลือสอบแค่วันเดียวเอง ไม่ต้องเอาแล้วมั้ง”

“สอบอีกทีวันไหน”

“วันหัสอ่ะ อีกตั้งสองวัน”

“ถ้าไม่ส่ง รู้ใช่มั้ยว่าวันนั้นต้องไลน์บอกกู”

น้องมันพยักหน้า แต่ก็ยังไม่วายขอให้ได้พูดค้านผม “ที่จริงพี่ไม่ต้องมารับผมทุกวันก็ได้ สอบรึเลิกบางวันก็ไม่ตรงกัน ถ้าผมมีเรียนเช้าพี่อยากจะตื่นเช้ามารับไง”

“แล้วมันหนักหนาตรงไหน”

“นี่ผมอุตส่าห์เสนอไม่ให้พี่ต้องลำบากนะเว้ย”

“คิดแทนกูอีกแล้ว” ผมว่าเสียงเรียบ “กูจีบมึงอยู่ เป็นห่วงอยากรู้เรื่องของมึง ถ้าไม่มาหาจะได้เจอหน้าเหรอ”

มันหันหน้ามามองผมด้วยสายตาเหลือเชื่อ

“หน้าพิลึก”

“หน้าพี่ดิพิลึก” ไอ้แมวจ้อยเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้ง “ผมมองเพราะพี่พูดออกมาโต้งๆ ต่างหาก”

“เรื่อง?”

“ก็... จีบ”

“พูดย้ำให้มึงจำไว้น่ะดีแล้ว” ผมละสายตาจากถนนกว้างหันไปจ้องใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ในตอนที่ติดไฟแดง “กูไม่อยากให้มึงเข้าใจผิดแล้วเงียบไปแบบนี้อีก”

“...”

สีหน้าเหมือนจะรู้สึกผิดนิดๆ ของเพชรทำให้ผมเอื้อมมือไปดึงแก้มมัน “เรื่องนี้กูผิดเอง กูบอกมึงแล้วแต่กูไม่ได้ทำ”

“บอกแล้ว? เรื่องอะไรครับ”

“ถ้าจีบแล้วจะบอก”

เพชรขมวดคิ้วเข้าหากันทันที นิ่งไปเหมือนจะนึกทบทวน ต่อมาก็เบิกตากลมๆ ของมันกว้างขึ้น “ที่พี่พูดวันนั้นนี่... เดี๋ยวนะ ทำไมพี่จำได้อ่ะ วันนั้นพี่ไม่ได้เมารึไง”

เมาเหรอ... ผมยิ้มนิดๆ

“เมาสิ ไม่ใช่มึงรึไงที่ผสมให้กูตั้งหลายแก้ว”

พอผมพูดแบบนั้นมันก็หัวเราะออกมา “เห็นแบบนี้พี่ก็ไม่ได้คอแข็งแบบโคตรแข็งนี่นา”

“กินเหล้าไม่ได้ชิงแชมป์ กูจำเป็นต้องคอแข็งขนาดนั้น”

มือเล็กตบบ่าผมแปะๆ “โธ่ๆ แต่ก็แข็งกว่าผมเยอะ ไม่ต้องเสียใจ”

“หึ...”

ผมกวาดตามองหน้ามันอย่างหมั่นไส้ หันกลับไปเหยียบคันเร่งอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยน

ในรถไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก รู้สึกได้ว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากพูดทุกอย่างออกไป แม้เพชรจะไม่พูดอะไร แต่ผมก็เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา


=========================== 120%

มาจ้ะ ทีนี้ก็เหลือแต่เพชร และเช่นเคย เข้าใจเหล่าลูกๆ เราด้วยยย 5555


ปล. ทุกคนใจร้ายกับน้ำเรามาก

เรากินบ่อยมากเลยนะยี่ห้อนี้ (เพราะมีแต่ยี่ห้อนี้เต็มตู้ร้านขายแถวหออ่ะ 555)

ไม่อยากบอกว่าตอนเริ่มเขียนแล้วคิดชื่อหนึ่งในตัวเอกไม่ออกนี่... หันไปทางซ้ายมือแล้วเจอคิรินที่กำลังกินอยู่นี่แหละ (นี่จะไม่โดนค่าลิขสิทธิ์ใช่มะ 5555)


กอดค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.992K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,954 ความคิดเห็น

  1. #5943 Soo Gass (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 19:50
    เหรียญคู่กับใคร พร่แกน่ารักชิบหายเลยโว๊ย แงงง น่ารักพี่เหรียญของน้อง555
    #5,943
    0
  2. #5934 Spices_smile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 08:24
    เเงงง น้อนนนนร
    #5,934
    0
  3. #5889 NatapornJan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 08:45
    น้องรู้สักทีฮืออ
    #5,889
    0
  4. #5831 JaJah9397 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 01:01
    โอ๊ยยยย เหรียญน่ารักมาก
    #5,831
    0
  5. #5809 tarun_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 09:14
    เหรียญน่ารักวร้อยยยยย
    #5,809
    0
  6. #5777 a.mm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 14:20
    ถถถถถพี่เหรียญ😂😂😂😂
    #5,777
    0
  7. #5734 tantanium31 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:38
    ชอบการไม่รู้จะให้ชื่ออะไร แล้วหันไปเห็นขวดน้ำ55555
    #5,734
    0
  8. #5688 Ann_ket (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:56
    มาทวงคุณโป้ค่ะ รออ่านอยู่นะคะ
    #5,688
    0
  9. #5682 theskyandsea (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:19
    พี่เหรียญโคตรน่ารัก เจ้าคนซื่อโดนกดดัน
    #5,682
    0
  10. #5602 TigKie_18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 16:14
    สงสารพี่เหรียญ
    #5,602
    0
  11. #5531 mmaijii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 19:12
    เกบียดคิรินค่ะ ยัยแรด
    #5,531
    0
  12. #5522 NaMMFoNN95 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:52
    เอ็นดูไรท์ใรในการตั้งชื่อคิรินซึ่งมาจากยี่ห้อน้ำ5555555
    #5,522
    0
  13. #5511 galepn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 17:59
    คิรินนนี่สวยมากเลยสินะ ถึงมีแต่คนหล่อๆมาชอบ ทั้งพี่กาจ พี่คุณ โธ่ววว คนหล่ออย่างพี่กาจตามคิรินต้อยๆเนี้ยหรอ เสียเวลาไปตั้งเปนปี555555
    #5,511
    0
  14. #5452 onkgoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 07:29
    เพชรๆๆๆใจอ่อนๆๆๆได้แล้วๆๆๆ
    #5,452
    0
  15. #5405 Sweet_Memory (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:49
    แหมมมมม พี่กาจน่าจะโดนมากกว่านี้ นี่หมันไส้!!
    #5,405
    0
  16. #5181 aqua.b (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:37
    เรืดดดดค่าาา
    #5,181
    0
  17. #5161 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 19:37
    ง่อววววว ในที่สุดก็ได้บอกน้องสักทีนะ ที่เหลือก็รอสัญญาณจากน้องว่าจะโอเคเมื่อไหร่ แต่งานนี้ไม่น่ายากดูจากน้องงอนไปก็แปลว่ามีใจอยู่
    #5,161
    0
  18. #5135 ojay2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:15
    จะเริ่มรุกจริงจังแล้วใช่ปะ กาจจจจ
    #5,135
    0
  19. #5021 xxxlilly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 03:27
    เหรียญน่าห่วงจริงแหละ5555555
    #5,021
    0
  20. #4617 mai146 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 16:33
    มาว่ะ555555
    #4,617
    0
  21. #4477 Tongdchr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 01:20
    พี่มันชัดเจนแล้วจ้าา กลับมารักพี่กาจเหมือนเดิมมมม
    ปล. เราอ่านในแอพค่ะ
    #4,477
    0
  22. #4440 RainTide (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 03:32
    ยี่ห้อนี้เราก็กินนน ใช่น้ำแร่รึเปล่าคะ
    #4,440
    0
  23. #4248 Miki_milky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 18:05
    เข้าใจกันสักที
    #4,248
    0
  24. #4088 Yckrise (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 17:42
    ขอขำฝาขวดน้ำได้ไหมคะ 55555
    #4,088
    0
  25. #4057 raiwawa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 00:57
    คือกำลังเลื่อนๆอ่านอยู่เจอน้ำคิรินเข้าไปเกือบหลุดขำไรท์5555 //แต่ต่อจากนี้คงคิดถ้าว่าดื่มน้ำตรานี้คงคิดถึงแต่นิยายเรื่องนี้แน่ๆ
    #4,057
    0