10 ช่องตารางรัก (Yaoi) END

ตอนที่ 13 : [10] คุมหัวใจไม่ได้ (กาจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,950 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63



[10] ตารางช่อง 8 ของขวัญแทนใจ : คุมหัวใจไม่ได้ (กาจ)

บางทีผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...

ผมคิดเรื่องตัวเองกับคิรินมาได้สักพัก สุดท้ายพอเห็นน้องไปกับไอ้คุณครั้งล่าสุด ผมก็ตัดสินใจบอกอีกฝ่ายไปว่าอยากจะทบทวนตัวเอง เฟดตัวเองออกมาจากคิรินเพื่อคิดให้ดีอีกครั้งว่าควรยุติความสัมพันธ์นี้จริงๆ

ในตอนที่รู้สึกแย่ พอได้เจอหน้าไอ้แมวจ้อยบ่อยๆ ผมกลับรู้สึกสบายใจขึ้นมา หลายครั้งที่ต่อปากต่อคำด้วยทำให้ลืมเรื่องแย่ๆ ได้ สุดท้ายก็เลือกจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามทางของมันเอง ...เมื่อคืนเองก็ไม่ต่างกัน

มือเลื่อนหารายชื่อเพื่อนที่เคยเมมฯ เอาไว้ในเครื่องก่อนกดโทรออก รอสัญญาณจากปลายสายอยู่นานกระทั่งมันตัดไป ขยับมือเลื่อนมาดูเวลาที่หน้าจอนิดหน่อยแล้วกดโทรออกอีกรอบหนึ่ง

ไม่นานนักเจ้าของเบอร์ก็รับ หูผมได้ยินเสียงงัวเงียตามมา

(ครับ...)

“ทำไมมึงยังนอนอยู่อีก”

(ใครอ่า แถมโทรมาซะเช้าเลย)

“เก้าโมงครึ่งของมึงเรียกว่าเช้าเหรอไอ้แมวจ้อย”

(แมวอะไร กูคน โทรผิดเปล่า นี่ไม่ใช่ศูนย์แมวเหมียวแห่งชาตินะ)

ผมถอนหายใจเบาๆ กับเสียงของคนที่ยังตื่นไม่เต็มที่ ดูเหมือนว่ามันจะรับสายโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา ...แถมตอนสะลึมสะลือก็ยังไม่วายพูดจายียวนคนอื่นได้อีก

“ถ้ายังไม่ตื่นดีๆ เดี๋ยวมึงจะโดน”

ปลายสายเงียบไปนิดนึง มีเสียงสวบสาบเหมือนขยับตัว ต่อมาก็กลายเป็นเสียงเบาหวิวเหมือนไม่แน่ใจ

(เอ่อ พี่... พี่กาจเหรอ?)

“รีบๆ อาบน้ำแต่งตัว กูรออยู่ข้างล่าง”

(เดี๋ยวๆ เดี๋ยวนะ อะไรของพี่เนี่ย ผมมีเรียนสิบเอ็ดโมงนะ)

“เมื่อวานมึงกับกูไลน์กัน”

(ครับ ก็ใช่ แล้ว...?)

“กูบอกว่าไง”

(ไปกินข้าวเช้าด้วยกัน... เฮ้ย พี่เอาจริงเหรอ) มันส่งเสียงตกอกตกใจมาตามสาย ถ้าให้เดาสีหน้าตอนนี้คงจะงุนงงน่าดู (ผมนึกว่าพี่พิมพ์กวนตีนไปงั้นๆ ตอนที่ผมบอกว่ามีเรียนสิบเอ็ดโมงอ่ะ)

“กูอยู่ล่างคอนโดฯ มึงนี่เรียกว่ากวนตีนเหรอ”

(ผมเพิ่งนอนไปได้ห้าชั่วโมงเองนะ)

คิ้วขมวดเข้าหากันทันทีพอได้ฟัง ตอนที่จะอ้าปากไล่ให้มันกลับไปนอน ไอ้แมวจ้อยก็แทรกขึ้นมาซะก่อน

(งั้นก็ได้ พี่รอแป๊บละกัน เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อก่อน)

ผมมองโทรศัพท์นิดหน่อยเมื่อสายถูกตัดไปทั้งๆ อย่างนั้น แต่พอเงยหน้าขึ้นเห็นพนักงานสาวนิติคอนโดฯ ส่งยิ้มหวานมาให้ก็ผงกศีรษะตอบรับ ตอนที่เห็นผมยืนอยู่หน้าประตูกระจกก็ได้เธอนั่นแหละที่เป็นฝ่ายสแกนบัตรบอกให้เข้าไปรอด้านใน คงเพราะจำได้ว่าผมคือคนเดียวกับเมื่อวานที่เดินหิ้วถุงใส่เหล้าเข้ามาพร้อมไอ้แมวจ้อย

ผมนั่งรออยู่ตรงโซฟาชุดได้ราวๆ ยี่สิบนาที ร่างเล็กก็เดินหน้าง่วงออกมาจากลิฟต์

มันอยู่ในเสื้อนักศึกษาปล่อยชายไม่เป็นระเบียบ แถมทั้งเข็มขัดและเนคไทก็ถือเอาไว้ในมือ ไม่ยอมใส่

“ทำไมเมื่อคืนนอนดึก”

“เล่นเกมนิดหน่อย”

“รู้ว่ามีเรียนก็ฉลาดเล่นไม่ดูเวลาอีก”

“ไม่ต้องมาว่าผมเลย ไปว่าเพื่อนพี่นู่น ไอ้พี่เชสแหละคนชวน” มันทำหน้าบึ้งได้น่าหมั่นไส้ซะจนชวนให้อยากดึงแก้มขาวนั่นแรงๆ สักที “แล้วนี่นึกยังไงจะมากินข้าวเช้ากับผม คนเหงาเหรอ”

“ไม่ต้องถามมาก ตื่นแล้วก็ไปแค่นั้น”

“ต่างคนต่างไปใช่ป่ะ เจอกันที่ร้าน”

“ไปด้วยกันนี่แหละ จะแยกให้ยุ่งยากทำไม”

ไอ้แมวจ้อยทำหน้างง “ไปด้วยกันเนี่ยแหละยุ่งยาก ถ้าเอารถพี่ไปตอนเย็นผมจะกลับไงล่ะ”

“งั้นก็รถมึง”

“งี้ค่อยโอเคหน่อย”

“แต่ตอนเย็นมารับกูที่คณะด้วย”

“ช่วงนี้ผมต้องมีเจ้ากรรมนายเวรชื่อกาจแน่... หยุดเลย” ร่างที่สูงแค่ลำคอผมรีบขยับถอยหลังไปหลายก้าวทันทีที่เห็นผมขยับแขน มันยกมือขึ้นมาบังหน้าผากตัวเองเอาไว้ทันควันจนผมอดยิ้มนิดๆ ไม่ได้

“หลบให้ได้ตลอดนะ”

“ผมอัพเลเวลเพราะพี่ชอบทำร้ายร่างกายนี่แหละ เอ้า กุญแจครับ”

เพชรยัดกุญแจไว้ในมือผม ก่อนจะเดินนำไปทางที่รถตัวเองจอดเอาไว้

ผมก้าวขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ โยนแฟ้มสีน้ำตาลของตัวเองไปไว้ที่เบาะหลัง พอเห็นว่าคนข้างตัวเรียบร้อยแล้วถึงได้เหยียบคันเร่ง ถึงจะเบื่อร้านอาหารรอบมอแล้ว แต่ผมก็ขับวนแถวนี้ให้คนข้างตัวเลือกเอาสักร้าน

ร้านชุดอาหารเช้าคือร้านที่มันเลือก ผมสั่งมาแค่ขนมปังปิ้งและกาแฟแก้วเดียวเพราะเห็นว่าเดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เที่ยงแล้ว ส่วนเพชรแดกมากยังไงก็ยังมากอย่างนั้น ตอนแรกพึมพำเป็นเชิงต่อว่าผมว่าเพิ่งถูกปลุกยังไม่หิว สั่งไข่กระทะไปแค่จานเดียว สุดท้ายก็ไม่อิ่ม ผมเลยต้องมานั่งรอน้องมันกินเพิ่มอีกจาน

“ตอนเย็นพี่เลิกกี่โมงนะ สี่โมงป่ะถ้าจำไม่ผิด”

“อืม ส่งตารางเรียนมึงมาด้วย”

เพชรพยักหน้า “วันนี้ผมเรียนไม่กี่คาบเอง ต้องรอรับพี่จริงๆ ใช่ป่ะ”

“แล้วมึงจะรีบไปไหน”

“กลับไปนอนไง”

“งั้นพอเลิกแล้วก็กลับไปนอนก่อน กูคุยงานกับไอ้น็อตเสร็จจะโทรเรียก”

“อ้าว งั้นพี่ก็ให้พี่น็อตแวะไปส่งไม่ดีกว่าเหรอ”

“รถกูจอดอยู่คอนโดฯ มึง” ผมว่าขณะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปจอดเลียบทางเดินใกล้ตึก “ตอนกูโทรไปรับด้วยล่ะ”

มันพยักหน้าหงึกหงัก พอผมลงจากรถร่างเล็กก็เดินอ้อมไปนั่งที่คนขับแทน

ผมมองมันถอยเลี้ยวกลับออกไปทางตึกศิลปกรรม พอเห็นว่าท้ายรถลับหายไปแล้วก็หมุนตัวก้าวขึ้นตึกเรียน ก้มมองนาฬิกาข้อมือเห็นว่าใกล้จะเริ่มคาบแล้ว ไม่แปลกที่เปิดประตูห้องเข้ามาแล้วจะเจอเพื่อนร่วมคลาสนั่งกันเกือบเต็ม

“ไอ้กาจ ทำไมวันนี้มาช้าจังวะ ดูคู่สุดท้าย?” ไอ้น็อนว่าอย่างแปลกใจที่เห็นผมมาหลังไอ้เชส

ผมไมใช่พวกประเภทเล่นเกมหรือติดโซเชียล ปกตินอนดึกสุดก็แค่ตีสองตีสาม เว้นแต่รอดูแข่งกีฬาหรือมีใครชวนไปดื่ม ไอ้น็อตมันถามเพราะช่วงนี้ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีคอังกฤษพอดี

“แมนซิ สเปอร์สเมื่อคืนอ่ะเหรอ” ไอ้เชสหยิบกระเป๋าออกเพื่อให้ผมนั่ง

“มึงเล่นเกมทั้งคืนยังเสือกรู้อีกนะ”

“ได้ยินมาเมื่อเช้าไง เห็นว่าสี่หนึ่ง ไม่มีใครหยุดอยู่จริงๆ นี่มันเรือใบติดเทอร์โบล้าววว”

“เสียงดังไปถึงหน้าห้องแล้วไอ้เชส ไม่เห็นหน้าไอ้หมีเหรอ อยากชิมหมัดมันเล่นว่างั้น” ไอ้น็อตว่า

“เอ่อ ไอ้หมีมันสเปอร์สเหรอวะ” มันหน้าเจื่อน รีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ไอ้กาจ มึงรู้ได้ไงว่ากูเล่นเกมโต้รุ่งเมื่อคืน”

“หน้าอย่างมึงแค่เดาเอาก็พอแล้ว”

“เมื่อวานกูเล่นกับไอ้น้องเพชรด้วยนะเว้ย อิจฉาบ้างป่ะ อิๆ”

“อิจฉาทำเหี้ยไร”

ไอ้เชสลอยหน้าลอยตา “ก็กับเรื่องเพชรมึงมันปากแข็งไง ต่อไปถ้าเกิดในอนาคตมึงหลงมึงชอบน้องมันขึ้นมาแล้วอยากเจออยากคุยด้วยก็คงทำฟอร์ม”

ฟังที่มันพูดแล้วได้แต่พ่นลมหายใจเบาๆ ด้วยความเบื่อหน่าย พอไอ้เชสเห็นท่าทางของผมก็ทำท่าจะอ้าปากว่าต่อ แต่ติดตรงที่ประตูหน้าถูกเปิดพร้อมร่างอวบๆ ของอาจารย์ชายประจำวิชาเดินเข้ามาขณะตะโกนเสียงดังลั่น

“นายก่อการ!

ผมสะดุ้งนิดๆ “ครับ?”

“มีคนมาหานู่น! รีๆ รอๆ อยู่หน้าห้องตั้งนานแล้ว” อาจารย์แกว่า ใช้นิ้วโป้งชี้ไปทางประตูที่เปิดค้างไว้

มองเห็นร่างเล็กๆ ในชุดนักศึกษาของคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อกี้ชะโงกหน้าเข้ามา พอสบตากับผมเข้าก็รีบกวักมือเรียกหน้ายุ่ง ผมที่เห็นแบบนั้นแม้จะยังแปลกใจแต่ก็รีบลุกไปหา

“มึงไม่ได้ไปที่คณะแล้วเหรอ” ผมกวาดสายตามองสำรวจอีกฝ่าย นึกว่าไอ้แมวจ้อยมันเกิดอุบัติเหตุอะไรกลางทางจนต้องวกกลับมา แต่มันก็ดูท่าทางสบายดี

“ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ทำให้ผมต้องวกกลับมาเนี่ย” มันว่าพลางปลดเป้รูดซิปแล้วหยิบแฟ้มออกมาให้

เป็นแฟ้มสีน้ำตาลของผมเอง

“พี่ลืมไว้ที่เบาะหลังรถ”

“อ้อ”

“ทำหน้างี้เพิ่งนึกได้เหรอครับ แถมยังให้ผมยืนโบกมืออยู่ตั้งนาน เพื่อนพี่ที่นั่งแถวหน้ามองผมเป็นคนบ้าหมดแล้ว”

“อย่าบ่นน่า กูไม่ทันมอง” ผมเอื้อมมือข้างนึงไปรับไว้ ส่วนอีกข้างก็ดึงแก้มมันอย่างมันเขี้ยวเพื่อให้หยุดพูด กระทั่งอีกฝ่ายร้องบอกเจ็บนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อย “ขอบใจ”

“หึ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมเรียกเก็บค่าจ้างทีหลัง”

“จะจีบกันอีกนานมั้ยหา กินเวลานานไปเดี๋ยวผมก็ปิดสรุปเนื้อหามิดเทอมไม่ทันคาบนี้หรอก” เสียงเข้มงวดแต่ฟังดูไม่ได้จริงจังนักลอดผ่านไมค์ออกมา ตามด้วยเสียงผิวปากแซวของไอ้พวกวิศวะคนอื่น

พอเบี่ยงหน้าหันไปก็เห็นว่าทั้งอาจารย์และคนในห้องพากันจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว ผมกระตุกยิ้มหน่ายๆ เพราะรู้แก่ใจดีว่าไอ้เพื่อนในคลาสมันเสือกขนาดไหน

ส่วนไอ้แมวจ้อยมันทำหน้าเหวอ ก่อนจะหลบสายตาหนี ปากเม้มเบาๆ แก้เก้อ

...น่ารัก

“ไอ้พี่กาจ มัวแต่ชวนผมคุย รีบเข้าไปเรียนเหอะ”

“ไม่ใช่เพราะมึงบ่นก่อนเหรอ”

“ไปเรียนได้แล้ว” มันดันแขนผมให้หมุนตัวกลับไปนั่งที่ หันไปไหว้อาจารย์ไวๆ ก่อนสาวเท้าเร็วๆ ลงบันไดไป

ผมมองตามหลังก่อนจะเอื้อมมือดึงลูกบิดประตูให้ปิดลง เดินถือแฟ้มกลับไปนั่งที่เดิม ไม่ใส่ใจสายตาล้อเลียนของใครทั้งนั้น หยิบชีทล่าสุดที่เรียนออกมาจากแฟ้มสีน้ำตาลที่เพชรเอามาให้ออกมาวาง

“ไอ้...ไอ้กาจ!” ไอ้เชสที่นั่งอ้าปากค้างตั้งแต่ที่เห็นว่าใครมาหาผมเพิ่งจะรู้สึกตัวหันมาเรียก “นี่มึงกับไอ้น้องเพชรไปกันถึงขั้นไหนแล้ววะ นี่เป็นแฟนกันแล้วเหรอ!?”

“ไม่ได้เป็น”

“เหี้ยเถอะ ถ้าไม่ใช่มึงกูต้องคิดว่าโกหกไปละสัด! นี่มันเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ตอนที่กูนัดไอ้น้องเพชรให้ไปกินข้าวเที่ยงกับมึงวะ ทำไมกูไม่รู้เรื่อง แล้วทำไมเพจมันไม่อัพข่าวมึงเลยฟะ!” ไอ้เชสมันโวยวาย

ท่าทางมันอยากจะผูกชีวิตติดไว้กับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของผมน่าดู

“ไอ้กาจ”

“มึงจะอะไรนักหนา”

มันยักมือมาตบไหล่ผมหนักๆ สองสามที “กูขอเรียกคืนคำพูดที่บอกว่ามึงทำฟอร์ม มึงแม่งไวไฟเหี้ยๆ อ่ะ!


=================== 50%

 

“พวกมึงเอาไปให้จารย์ดูรอบแรกแล้วเหรอวะ” ไอ้เหรียญถามหน้าเครียด

หลังจากคาบสุดท้ายเลิกตอนสี่โมงครึ่ง ผมกับไอ้พวกนี้ยังมีเรื่องที่ต้องปรึกษากันเกี่ยวกับโครงงานนิดหน่อย เป็นเพราะใกล้จะสอบมิดเทอมแล้ว งานบางส่วนต้องทำให้ตรงตามตารางที่คนสอนเขากำหนดไว้

ความจริงเทอมนี้มีวันหยุดราชการค่อนข้างเยอะ อาจารย์ที่สอนไม่ทันก็จะมาเพิ่มคาบเอาเองตามใจชอบจนหลายๆ คนบ่นไม่หยุด แต่ถึงบ่นยังไงก็ต้องเข้าเพราะปีสามมีวิชาสำคัญเยอะมาก วิชาแลบเองก็เยอะไม่ต่างกัน

“พอหัวข้อผ่านกูก็ร่างเลย” ไอ้น็อตตอบ

“แล้วฟลูอิดของจารย์ภูผาล่ะ”

“วันจันทร์มั้ง บอกรายละเอียดก่อนมิดเทอม”

“กู... กูยังไม่ได้ทำสักกะอย่างเลยอ่ะ”

“ไม่ใช่เพราะมึงกับไอ้เชสเอาแต่เล่นเกมรึไง” ผมว่าบ้าง ก่อนจะหยิบชีทออกมาจากแฟ้มโยนแปะไว้ตรงหน้ามัน ซึ่งไอ้เหรียญเองก็รีบตะครุบไปเปิดดูเป็นตัวอย่าง

“พวกมึงช่วยกูคิดหัวหน่อย จารย์แกน่าจะยังไม่กลับ เดี๋ยวกูเอาขึ้นไปเลย”

ผมก้มมองนาฬิกานิดหน่อยแล้วตัดสินใจตอบรับ ถ้าถึงหกโมงไอ้แมวจ้อยน่าจะนอนได้สักสองสามชั่วโมงพอดี

พวกผมรอไอ้เหรียญวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างโต๊ะกับห้องพักอาจารย์อยู่หลายรอบ กระทั่งฟ้าเริ่มมืด สุดท้ายมันก็โดนสะโหลสะเหลลงบันไดมาพร้อมกับรอยยิ้มเหนื่อยๆ มือยกนิ้วโป้งให้ทุกคน

“ขอบใจมากเพื่อน”

“สัด กูกะว่าถ้ารอบนี้ยังไม่ได้อีกจะทิ้งมึงละเนี่ย หิวข้าวจะตายห่าแล้ว” ไอ้เชสบ่น รีบเก็บของทันที

“เออ เดี๋ยวเสาร์นี้กูเลี้ยงเหล้าก็ได้อ่ะ”

“แล้วนี่มึงจะกลับเลยเหรอ ไม่ไปกินข้าวเย็นรึไง” ไอ้น็อตถามพอเห็นว่าเหรียญมันหยิบกุญแจรถตัวเองออกมา

“กูขอกลับไปคิดโครงไล่พวกมึงให้ทันก่อนละกัน”

ราวๆ หกโมงกว่าๆ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับ เพราะเหรียญมันต้องรีบกลับไปเคลียร์งาน ส่วนผมก็นัดกับไอ้แมวจ้อยไว้แล้ว ไอ้น็อตกับไอ้เชสเลยต้องไปแดกกันเองสองคน ผมไม่ได้บอกพวกมันว่ามีธุระอะไร แต่ติดรถมันไปลงหน้ามอก่อนจะโทรเรียกเพชรให้ออกมารับ ดีหน่อยที่น้องมันตื่นขึ้นมาอาบน้ำรออยู่ก่อนแล้วพอดี รอไม่กี่นาทีก็มาถึง

ผมหรี่ตาลงตอนที่ซีวิคขับเข้ามาใกล้แล้วแกล้งเปิดไฟสูงใส่ ...ไอ้เด็กนี่

ไอ้แมวจ้อยมันเปลี่ยนไปนั่งที่ข้างคนขับโดยไม่ต้องให้บอก สีหน้าดูสดชื่นขึ้นเยอะ ท่าทางอารมณ์ก็น่าจะดีด้วยเพราะเจ้าตัวฉีกยิ้มกว้างได้อย่างน่าหมั่นไส้

“กินข้าวมั้ยพี่”

“อยากกินที่ไหน”

“เบื่อแถวมอแล้วอ่ะ” น้องมันนิ่งคิด “ตอนนี้ผมหิวมากด้วย เอาร้านที่ให้เยอะๆ ก็ดีนะ”

“ต่อให้มึงไม่หิวก็แดกมากอยู่ดีนั่นแหละ ไปในห้างก็แล้วกัน”

“เอาดิ พี่จะได้ซื้อของให้ผมด้วยเลย”

“ซื้อของ?”

“ก็ตารางช่องที่แปดที่วันก่อนไม่ได้ซื้อนั่นไง”

ผมเงียบไป ลืมไปเลยว่าระหว่างตัวเองกับเพชรยังมีเรื่องบทลงโทษไร้สาระของไอ้ลิโป้คั่นอยู่ตรงกลาง พอคิดแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้ รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาเมื่อคิดว่าตอนนี้ที่ไอ้แมวจ้อยมันยอมเข้าหาผมเป็นเพราะไอ้ตารางสับปะรังเคนั่น

“ทำหน้าตึงทำไม เฮ้ย ถ้าพี่เปลี่ยนใจเสียดายตังค์ก็บอกได้เลยนะ” เพชรมันรีบร้อนบอก สีหน้าดูจะกังวลนิดๆ ผมเห็นแล้วถอนหายใจ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปตีหน้าผากมันเบาๆ คราวนี้เจ้าตัวไม่ได้ขยับหลบ

“ของมึงจะกี่บาทเชียว”

“คิดว่าน่าจะแพงพอให้พี่ทำหน้าเหมือนขี้ไม่ออกอยู่แหละ”

“มึงว่าอะไรนะ”

“พี่กาจรวย ต่อให้แพงหูฉี่ก็ไม่คณามือพี่แน่นอนครับ”

ไอ้แมวจ้อยหลบสายตาตอนที่ผมปรายตามองดุๆ ไม่พูดจากวนน้ำให้ขุ่นอีก ไม่กี่นาทีต่อมาผมก็หมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าเซ็นทรัลพระรามเก้า ผมกับเพชรเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบนที่เป็นส่วนโซนอาหาร

“จะกินอะไร รีบเลือก กูขี้เกียจเดินวน”

“เนื้อย่างดีกว่า อยากกินเนื้อ”

“หัวเหม็น กูเพิ่งสระมาเมื่อเช้า”

“แล้วพี่จะถามผมเพื่อ ...เหม็นก็สระใหม่ดิ แค่นี้เอง” ท้ายประโยคมันอุบอิบ หน้างี้บูดเชียวพอผมไม่เห็นด้วย ถึงยังไงสุดท้ายผมก็ต้องตามใจมันอยู่ดี แม้หน้ามุ่ยๆ นี่จะดูชวนให้อารมณ์ดีก็ตาม

“กูก็ยังไม่ได้พูดสักคำเลยว่าไม่เข้า”

“แล้วพี่มาพูด... เฮ้ย!

จู่ๆ ไอ้แมวจ้อยก็ร้องอุทานออกมา หมุนตัวหันหน้าเข้าหาจนผมได้แต่มองมันอย่างไม่เข้าใจ “เป็นอะไร”

วงหน้าเล็กดูตื่นๆ นิ้วโป้งยกชี้ไปด้านหลังย้ำๆ “นู่นๆๆ เพื่อนพี่อ่ะ”

ผมมองตามนิ้วของมันไป และแทบไม่ต้องกวาดสายตาหาเพราะร่างสูงๆ ของไอ้น็อตที่เดินอยู่โดดออกมาจากบรรดาผู้คน คิ้วเลิกขึ้นข้างหนึ่งเมื่อเห็นว่าไอ้น็อตกับไอ้เชสที่เพิ่งแยกกันเมื่อชั่วโมงก่อนดันบังเอิญมาเดินอยู่ที่นี่

“พี่โทรนัดมาเหรอ”

“เปล่า”

ผมจะโทรให้พวกแม่งมาทำไม ก็ก่อนหน้านี้เพิ่งจะหาข้ออ้างแยกกับพวกมันมานี่เอง

“งั้นไปทางนู้นเหอะ ตกลงกินเนื้อย่างนะ” ไอ้แมวจ้อยว่าแล้วจับมือผมลากอ้อมไปอีกทางด้วยความรวดเร็ว ท่าทางจะไม่อยากเจอไอ้สองคนนั้นอยู่เหมือนกัน ก้มมองมือขาวที่กุมอยู่บนมือตัวเองแล้วไม่ได้พูดอะไร ยอมให้อีกฝ่ายลากจูงไป

น้องมันพาผมเข้าบาร์บีคิวพลาซ่า โชคดีที่วันนี้ไม่ใช่ศุกร์เสาร์อาทิตย์คนเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นัก พนักงานเลยเลือกโต๊ะสำหรับสี่คนที่ค่อนข้างกว้างติดกระจกมุมด้านในให้

“พวกพี่นี่สมเป็นเพื่อนกันจริงๆ ดันใจตรงกันมาที่เดียวกันอีก”

“มันอยากจะมามันก็มา” ผมว่าขณะฉีกซองหลอดเสียบแก้วน้ำทั้งสอง “มึงนั่นแหละหลบทำไม”

“ไม่หลบได้เหรอ เดี๋ยวเพื่อนพี่ก็มาแซวผมอีก พี่เชสนี่ตัวดีเลย เวลาเล่นเกมอยู่นี่อะไรๆ ก็ต้องมีชื่อพี่ผุดขึ้นมาอ่ะ”

“หึ...” ผมหัวเราะในลำคอ

ก็พอจะนึกสถานการณ์ออกอยู่หรอก

“รำคาญก็ไม่ต้องไปสนใจมัน ให้มันพูดไปเดี๋ยวก็หยุดเอง”

“ก็ทำอยู่ รำคาญแต่บางทีก็ตลกเหมือนกัน พี่มันแม่งจะยุให้ผมปล้ำพี่ท่าเดียวเลยอ่ะ” เพชรว่าเสียงกลั้วหัวเราะ ขยับแขนเพื่อช่วยเคลียร์โต๊ะตอนที่พนักงานลำเลียงถาดเนื้อมาวางเสิร์ฟ

“จะว่าไปพี่นี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ”

“เรื่อง?”

“ชอบใครแต่เพื่อนไม่ชอบตามไง” เพชรมันว่า คีบเนื้อลงบนเตาแล้วก็หัวเราะออกมา หน้าที่แสดงออกเหมือนล้อเลียนดูน่ามันเขี้ยว “เรื่องแบบนี้ส่วนมากมันต้องกับพวกผู้หญิงต่างหาก กลุ่มพี่เป็นผู้ชายเรียนวิศวะที่ดูสาวมาก”

ไอ้ปากเล็กๆ นี่... ถ้ามันนั่งอยู่ใกล้ๆ มือจะจัดการให้สักที

“แต่ถ้ามองอีกมุมมันก็ดีนะ เพราะถ้ากับคิรินเป็นเหมือนที่พี่เคยเล่า ผมก็คงไม่อยากให้พี่คบเหมือนกัน”

ฟังแล้วนิ่งไป ใจรู้ว่าน้องมันหมายความว่ายังไง แต่ก็เลือกที่จะพูดไปอีกทาง

“ทำไม มึงหึง?”

“บ้าดิ ผมจะไปหึงพี่ทำไม ผมไม่ได้ชอบพี่สักหน่อย”

“...”

คิ้วผมขมวดแน่น

ไอ้แมวจ้อยมันคีบเนื้อเข้าปากอีกคำ แต่พอเห็นว่าผมไม่พูดอะไรเลยก็เงยหน้าขึ้นมอง ตากลมๆ ของมันกะพริบปริบๆ

“เอ่อ นี่อย่าบอกนะว่าพี่ยังไม่ได้คืนดีกับคิรินอ่ะ”

“เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้”

“ก็หน้าพี่ดูหงุดหงิดโคตร”

“...” ผมพ่นลมหายใจเบาๆ ผ่านริมฝีปาก ไม่พูดอะไร มือเอื้อมไปพลิกเนื้อหมูบนเตา เพิ่งสังเกตว่ามื้อนี้ผมกับไอ้แมวจ้อยกินไปพูดกันไป อาจเพราะมันเป็นอาหารประเภทต้องคอยดู พอเนื้อยังไม่สุกมันก็ต้องรอ

นานๆ ทีผมจะคีบเข้าปาก ส่วนมากจะย่างให้ไอ้แมวจ้อยที่นั่งอยู่ตรงข้ามมากกว่า แรกๆ มันก็แบ่งอาณาเขตบนเตา แต่พอเห็นว่าผมคีบไว้ในจานให้ก็หันมาตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว

ก๊อก ก๊อก

“อึ๋ย”

ผมเงยหน้าขึ้นจากเตาตอนที่ได้ยินเสียงพิลึกหลุดจากลำคอร่างเล็ก พอหันมองตามสายตาไปก็แทบจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นร่างคุ้นเคยของคนสองคนยืนเคาะกระจกอยู่ด้านนอกร้าน

ไอ้เชสมีสีหน้ากรุ้มกริ่ม ส่วนไอ้น็อตยิ้มนิดๆ พวกมันมองผมกับเพชรผ่านกระจกใส

“ทำไมพี่ไม่บอกให้พนักงานพาไปโต๊ะด้านในเนี่ย” มันหน้ามู่ทู่

“ไม่ใช่มึงเหรอที่ลากกูเข้ามา”

ไอ้สองตัวนั่นพากันเดินเข้ามาในร้าน ผมเห็นมันชี้มือมาทางนี้บอกพนักงานว่ามีโต๊ะแล้วโดยไม่ถามกันสักคำ

“แหมๆ ไอ้กาจ บอกพวกกูว่ามีธุระ ที่แท้...” ไอ้เชสยิ้มมีเลศนัย “หุๆ พวกกูขอแจมด้วยก็แล้วกันนะเว้ย ตอนแรกกำลังเดินวนๆ อยู่เลย ดีนะที่เถียงกับไอ้น็อตนานว่าจะแดกอะไรดี ลาภตา เอ๊ย ลาภปากเลยนะเนี่ย”

ผมมองมันแบบเอือมๆ ขยับกายเว้นที่ว่างข้างตัว แต่ก่อนที่ไอ้น็อตมันจะหย่อนก้น ผมก็พูดขัดขึ้น

“ไอ้แมวจ้อย มานั่งนี่ ฝั่งนั้นให้ไอ้สองตัวนั้นลงเนื้อของตัวเอง”

เพชรพยักหน้าแล้วขยับมาอย่างว่าง่าย ผู้ชายตัวเท่าควายสองคนอย่างพวกมันเลยต้องนั่งเบียดกันอยู่อีกด้าน พวกมันเรียกพนักงานมาสั่งอาหารของตัวเอง สั่งซะหลายอย่างแบบที่ไม่รู้ว่าไปตายอดตายอยากมาจากไหน

“พวกพี่มันดูหิวมาก อย่าเอาไปย่างโซนฝั่งนั้นนะพี่กาจ เดี๋ยวโดนแย่ง”

“มึงมากกว่าจะไปแย่งของคนอื่นเขา” ผมว่าอย่างหมั่นไส้ ก่อนหันไปอีกทาง “ว่าแต่พวกมึงออกมาทำอะไรแถวนี้”

“ก็กะจะแดกแถวหอนั่นแหละ แต่ไอ้เชสมันเสือกอยากเอาโน้ตบุ๊คมาซ่อมที่ฟอร์จูน”

“ช่าย แล้วกูกับไอ้น็อตก็แจ็กพอต หึๆ” ไอ้เชสมันมองหน้าผมสลับกับเพชรเป็นเชิงบอกใบ้ “ไอ้กาจ มึงรู้มั้ยว่าตัวเองกำลังขึ้นระดับสองแล้ว”

“ระดับสองอะไร”

“มึงไม่ปฏิเสธเวลากูพูดแซวไง ที่กูบอกว่ามึงมาดู๋ดี๋กับไอ้น้องเพชร...”

“ไม่ได้ดู๋ดี๋เหอะ”

คราวนี้เป็นร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ แทรกขึ้นมาเหมือนทนฟังต่อไม่ไหว

“ไม่ดู๋ไม่ดี๋อะไร พี่เห็นตั้งแต่นอกร้านแล้วเว้ย มีคีบให้ด้วย ไอ้กาจบริการขนาดนี้ตกร่องปล้องชิ้นกันได้แล้วมั้ง”

“พี่กาจอิ่มแล้วหรอกน่าก็เลยคีบให้ผม เนอะพี่” น้องมันรีบหาแนวร่วม หันมาพยักพเยิดกับผม

“เนอะอะไรแมวโง่ กูคีบให้มึงยังไม่ได้กินเลย”

“อ้าว”

“กินไปเหอะ ไม่ต้องสนใจมัน”

ยังดีที่ไอ้เชสไม่ได้พูดแซวอยู่ตลอดเวลา หัวข้อสนทนายังถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นๆ รอบตัว ทั้งบอล เกม ข่าวอาชญากรรม ลามไปจนถึงเรื่องการเมืองของประเทศอื่นๆ รอบโลก

กระทั่งจานและถาดอาหารทุกถาดถูกกวาดจนหมดเกลี้ยงถึงได้เรียกเช็คบิล พอไอ้เชสรู้ว่าเพชรจะเข้าไปเลือกซื้อเสื้อยืดก็ขอตามมาด้วย ช่วงนี้ผมไม่ได้จะซื้อเสื้อใหม่อะไรเลยปล่อยให้พวกมันเลือกกันไป นั่งเล่นมือถือรออยู่บนเก้าอี้ยาวอีกด้าน จากตรงนี้มองเห็นไอ้แมวจ้อยและไอ้เชสเดินเข้าๆ ออกๆ ห้องลองเป็นว่าเล่น

“ไอ้กาจ” ไอ้น็อตเดินถือถุงเสื้อเข้ามานั่งลงข้างๆ

“เสร็จแล้ว?”

“เออ กูซื้อแค่บ๊อกเซอร์ไม่ต้องลองอะไรจริงจัง” มันว่าขณะสอดบัตรเครดิตเก็บลงในช่องกระเป๋าสตางค์ “ว่าแต่มึงเหอะ ทำไมมากับไอ้น้องเพชรได้ แปลกนะ”

“แปลกตรงไหน หิวข้าวก็ออกมากิน”

“แปลกตรงที่ตอนแรกมึงต่อต้านน้องมันจะเป็นจะตายแต่ดันมาด้วยกันเนี่ยแหละ ...แล้วเรื่องคิรินว่าไง”

ผมส่ายหน้าแกนๆ กดปุ่มพักหน้าจอโทรศัพท์ “ยังไม่ได้คุย”

“ไอ้บอลปีสองมาบอกให้กูฟังว่าเมื่อวันก่อนมึงเห็นทะเลาะกับคิรินลั่นโรงอาหาร ตัดสินใจได้แล้วมั้ง”

“อาจจะ คิรินเองก็บอกว่าจะให้คำตอบ” ผมยกยิ้มเหนื่อยๆ “ถ้าน้องมันมาพูดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนกูคงดีใจ”

ใช่... ผมจำได้ว่าช่วงแรกๆ เคยบอกคิรินเอาไว้ว่าจะยอมรอให้คิรินตอบรับวันที่ตัดสินใจจะคบกับผม แต่ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าไม่เกิดเรื่องผมกับเพชรขึ้น คิรินก็คงยังปล่อยให้ผมรออยู่แบบนั้น

...อย่างที่ว่าไป ผมไม่รู้สึกจริงๆ ว่าคิรินชอบผม

“เออ เห็นท่าทางมึงดูไม่ได้ดีใจกูก็พอจะเดาได้อยู่หรอก”

“...”

ไอ้น็อตเอื้อมมือมาตบบ่าผมหนักๆ “กูจำได้ว่ามึงเคยอธิบายให้พวกไอ้โป้ฟังตอนที่มันถามว่าทำไมมึงต้องปักใจกับคิรินด้วย มึงตอบว่ามึงสั่งความรู้สึกไม่ได้ ชอบก็คือชอบ”

“...”

“กูหวังว่ากับคนนี้มึงจะยอมเห็นด้วยกับความรู้สึกมึงนะเว้ย รีบๆ ตัดสินใจก็แล้วกัน”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป สายตายังหยุดนิ่งอยู่ที่โซนล็อคเสื้อยืดที่เดิม

ดูเหมือน... ใจลึกๆ ผมก็ค่อนข้างมั่นใจความรู้สึกตัวเองแล้วเหมือนกัน


=========================== 100%

มาาๆๆ กาจกี้เริ่มมั่นใจตัวเองแล้วนาาา มันอาจจะยาวมากกก นี่ตอนที่สิบเข้าไปแล้ว 555

แต่ทั้งคู่เป็นผู้ชายแท้ๆ เหมือนกัน เลยต้องมีความค่อยเป็นค่อยไปนิดหน่อย


ขอบคุณสำหรับเม้นท์มากๆ เลยจ้าาา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.95K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,954 ความคิดเห็น

  1. #5930 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 23:30
    เห้ยยยยยยย นาย-55555555
    #5,930
    0
  2. #5886 NatapornJan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 03:05
    รีบเคลียร์ แล้วเดินหน้าจีบน้องค่ะ
    #5,886
    0
  3. #5817 teddybear33 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 13:37
    ทำไมแอบสงสารกาจ คนอะไรหล่อแต่อาภัพรักแต่คนที่ไม่รักตัวเอง สู้ๆ ต่อไปนะลูกนะ555 เร่งจีบน้องก่อนที่ใครจะมาตัดหน้าไปซะก่อนล่ะยิ่งน่ารักอยู่ ตอนนี้อยู่ใก้ลตัวเราตัองรีบทำคะแนน
    #5,817
    0
  4. #5775 a.mm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 09:28
    พี่กาจเริ่มรู้ใจแล้วว เหลือแต่แมวจ้อยเนี่ยลูกกก
    #5,775
    0
  5. #5717 zCiel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:36
    เรียนโยธาสินะ จากชื่อวิชาชั้นรู้ ชั้นดูออก!!
    #5,717
    0
  6. #5674 Biekps99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:40
    ทำไมตอนี่14อ่าน​ไม่​ได้​อะครับ
    #5,674
    0
  7. #5667 TKP.123. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:10
    ทำไมนี่ชอบนอตกับเชสจัง..555555555
    #5,667
    0
  8. #5645 maytanyawan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:00
    อินไปเรื่อยๆ
    #5,645
    0
  9. #5615 0818770547 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:05

    พี่กาจ สู้ๆๆ จีบน้องให้ได้
    #5,615
    0
  10. #5598 TigKie_18 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 15:15
    พี่กาจรู้ใจตัวเองละ​ เหลือแต่แมวโง่ละ​ เมื่อไหร่จะลงเอยกัน

    ช้านรอ
    #5,598
    0
  11. #5529 mmaijii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 18:23
    คนพี่เนี่ยหวั่นไหวเช้าจังๆ แตาคนน้องเนี่ยดูเหมือนจะไม่ แอบหวั่นๆละ
    #5,529
    0
  12. #5492 Rangsima Anne (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 04:52
    น้องเพชรน่ารักจริงๆนะ สมควรที่พี่กาจจะตกหลุมรัก 😁
    #5,492
    0
  13. #5468 jomjjamm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:42
    พี่กาจ เอาเลย !!!!!!!!!!!!
    #5,468
    0
  14. #5448 onkgoon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 06:13
    เอาละเว้ยๆๆๆๆๆ โดนเข้าแร้วพี่กาจจจจ
    #5,448
    0
  15. #5427 0986958101 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 18:26
    แหม่ หมั้นไส้
    #5,427
    0
  16. #5401 Sweet_Memory (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:18
    พี่กาจจจจ สู้นะคะ
    #5,401
    0
  17. #5317 Sspringlove (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 15:17
    แอบสงสารพี่กาจนะคะ คิรินเป็นพวกล่าแต้มหรอ? หรือยังไง? =^=
    #5,317
    0
  18. #5253 ZIQHLEO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 15:13
    แงง พิกาจจจจจจ บุกให้เต็มที่เลยค่า
    #5,253
    0
  19. #5171 aqua.b (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:48
    ฮื่ออออน่ารักกกกกกกก
    #5,171
    0
  20. #5140 baekbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:53
    ง่อววววววว มีความนัดน้องกินข้าว แถมไปมอด้วยกันอีก ดูมีความพัฒนา เรื่องคิรินกาจก็ดูออกนี่แต่ที่พูดก็ใช่ว่าบังคับความรู้สึกไม่ได้ งั้นก็หวังว่าครั้งนี้จะทำตามที่น็อตพูดนะ
    #5,140
    0
  21. #5127 ojay2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 13:25
    น่ารักกก ไม่ชอบคิริน
    #5,127
    0
  22. #5063 Mr-mztxx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 23:28
    มีความแมวโง่วววววววนั้ลลั้คคคค
    #5,063
    0
  23. #5036 PATASIQI (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 03:41
    แมวโง่ยังไม่รู้ตัวอีกง่า น่ารักดี
    #5,036
    0
  24. #5017 xxxlilly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:50
    แมวโง่555555 คิรินต้องมีอะไรแน่ๆเพชรถึงคุ้นหน้า
    #5,017
    0
  25. #4939 หมาป่าผู้กระหายเลือด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:45
    เกลียดคิรินเกลียดมานนนนนน
    #4,939
    0