10 ช่องตารางรัก (Yaoi) END

ตอนที่ 12 : [9] ในตอนที่เหล้าเข้าปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,094 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63



[9] ตารางช่อง 8 ของขวัญแทนใจ : ในตอนที่เหล้าเข้าปาก

ผมนั่งฟุบหน้าใช้คางเท้ากับโต๊ะใต้ตึกกองการเงินอยู่คนเดียว หลังจากมาทำธุระแล้วเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องบอกให้รอก่อนราวๆ ยี่สิบนาที มือที่เล่นโทรศัพท์ก็เข้าเฟซอ่านข่าวสลับกับแอพไลน์ตอบพี่เชสไปด้วย

พี่แกเอาแต่ตื๊อให้ผมไปกินข้าวที่วิศวะไม่เลิก...

ต่อให้เป็นเด็กอนุบาลก็ยังเข้าใจเลยว่าพี่แกจงใจจะสร้างสถานการณ์ให้ผมกับพี่กาจ เพราะตั้งแต่วันที่ออกไปกินข้าวที่เซ็นทรัลเวิลด์ด้วยกันสองวันที่ผ่านมานี้ผมก็ไมได้เจอหน้าพี่กาจอีกเลย ผมไม่ได้คิดอะไรในเชิงชู้สาวกับพี่มันก็จริง แต่พอนึกไปถึงตอนที่อีกฝ่ายก้มลงมาหอมแก้มผมก็อดจะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ ...ก็พี่มันเล่นใหญ่ซะขนาดนั้นนี่หว่า

Cheshire Cat : เพชรรร เที่ยงนี้ต้องมานะเว้ยวันนี้ พี่คิดถึง ไอ้กาจก็คิดถึง

Petch : พี่คิดว่าผมจะเชื่อเหรอ

Cheshire Cat : เรื่องจริงนะเว้ย แถมเราก็ไม่ได้เจอกันหลายวันละด้วย เพชรไม่คิดถึงไอ้กาจงัยย

Petch : ไม่อ่ะ 555

Cheshire Cat : พิมงี้ไอ้กาจเสียใจแย่ หลังๆ มานี้ไม่มาตามจีบไอ้กาจมันเลยนะ ทำอะไรต้องทำให้สุดสิวะ ไม่ต่อเนื่องแบบนี้แล้วจะรุกคืบเข้าไปในหัวใจอันแข็งแกร่งของเพื่อนพี่ไหวได้ไง

“...” ผมอ่านแล้วรู้สึกปูเลี่ยนๆ แปลกๆ

Cheshire Cat : รึไอ้กาจมันทำอะไรให้เพชรไม่พอใจ นี่เรางอนอะไรมันรึเปล่าเนี่ย

Petch : ไปกันใหญ่ละพี่ ผมจะไปงอนไอ้พี่กาจเพื่อ

Cheshire Cat : งั้นก็มาดิ เที่ยงนี้พวกพี่พักห้าถึงหกเลย เรียนคาบเดียวแล้วเลิก รอโต๊ะเดิมนะ

Petch : มัดมือชกไปป่ะ

ผมส่งสติกเกอร์ไปอีกสองสามอัน แต่ก็อย่างที่พิมพ์ไป ไอ้พี่เชสมัดมือชกไม่อ่านข้อความของผมเรียบร้อย ได้แต่นั่งหน้ายุ่งแอบด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ โดนเล่นไม้นี้ใส่ก็มีแต่ต้องไปอ่ะดิ

“น้องเพชร? น้องเพชรนี่นา”

ผมที่นั่งหน้าม่อยอยู่หันไปตามเสียงเรียก และทันทีที่เห็นร่างคนทัก หน้าม่อยๆ ของผมก็เปลี่ยนเป็นแปลกใจ มือยกไหว้แทบไม่ทัน “อ้าว พี่นี่นา สวัสดีครับ”

ผมยังจำหน้าอีกฝ่ายได้ พี่คุณคนหล่อคณะนิเทศฯ ศัตรูของไอ้พี่โป้ที่เจอวันเล่นเกมล่าของอาทิตย์ก่อนๆ ไงล่ะ

พี่เขาเดินยิ้มแย้มเข้ามาใกล้ เป็นการแจกรอยยิ้มเรี่ยราดที่แบบว่าหากแถวๆ นี้มีสาวๆ อยู่พวกเธอคงละลายกันหมด

“พี่ขอนั่งด้วยนะ”

“ตามสบายเลยครับ”

“มาทำอะไรที่กองการเงินล่ะเรา”

“ผมมาทำเรื่องขอเงินคืนหน่วยกิตที่ผิดนิดหน่อยครับ แล้วพี่ล่ะ”

“พี่มาเป็นเพื่อนเพื่อนทำเรื่องขอผ่อนผันค่าเทอมน่ะ นี่รอเรื่องอยู่ด้านในนู้น” พี่เขาชี้นิ้วไปทางห้องทำการกรุกระจกใต้ตึก “แล้วนี่น้องเพชรมาคนเดียวเหรอ ไม่ให้เพื่อนมาเป็นเพื่อนล่ะ”

“ผมสะดวกคนเดียวมากกว่า เดี๋ยวเพื่อนต้องมานั่งรอ เกรงใจอ่ะ”

“น่ารักนะเราอ่ะ จริงด้วย นี่ก็จะเที่ยงแล้ว เพชรไปกินข้าวกับพวกพี่มั้ย ร้านหน้ามอใกล้ๆ นี่เอง”

“ไม่ดีกว่าครับ รุ่นพี่เพิ่งทักไลน์มาชวนตะกี้นี้เอง”

“ว้า แสดงว่าพี่ช้าไปนิดเดียวเองอ่ะสิ”

ผมฟังแล้วหัวเราะ แต่เป็นหัวเราะที่ผสมไปด้วยความงุนงง ผมกับพี่คุณไม่ได้เข้าข่ายสนิทกันเลยสักนิด เรียกว่าเพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งที่สองก็ว่าได้ จู่ๆ มาชวนไปกินข้าวด้วยกันก็เลยตั้งรับไม่ทัน

“งั้นเอาไว้คราวหน้าก็ได้ เรามาแลกไลน์ไว้ดีกว่าเนอะ”

“อืม” ผมนิ่งไปนิด แต่พอเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหายก็พยักหน้า “ก็ได้ครับ”

พี่คุณแอดมา ผมกดรับ และก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อ อาจารย์คนที่รับเรื่องของผมไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อนก็เปิดกระจกตะโกนเรียกนายณภูมิซะดังลั่น ผมเลยบอกลาพี่เขาแล้วเข้าไปจัดการธุระต่อ

สิบนาทีต่อมาผมก็มาถึงตึกวิศวะ พี่เชสบอกพวกพี่แกวันนี้ว่างสองคาบ ส่วนผมที่ว่างแค่คาบเดียวก็ต้องรีบกินรีบจัดการหน่อย อาจเลตได้สักยี่สิบสามสิบนาทีเพราะวิชาบรรยายไม่มีเช็คชื่อ แต่ก็ต้องรีบเผื่อมีให้จับกลุ่ม

ตามองเห็นแผ่นหลังกว้างคุ้นเคยของไอ้พี่กาจทันทีที่ก้าวขาก้าวแรกเข้ามาในโรงอาหาร เท้าหยุดนิ่งไปจังหวะหนึ่งเมื่อเห็นว่าพี่เขานั่งอยู่คนเดียว ไม่มีเงาของไอ้พี่เชสหรือคนอื่นๆ

พอเห็นพี่กาจ... สมองผมก็ดันเสร่อคิดไปถึงเรื่องหอมแก้มวันนั้นอีกแล้ว

หยุด! ไม่เอาน่า ผมไม่อยากประสาทหลอนตอนนี้

ผมสะบัดหัว คุมสมาธิให้เหมือนทุกทีขณะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย เลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้าม “พี่กาจ ผมมาแล้ว”

มันเงยหน้ามองผมทันที

“ช้า”

“ผมไปทำธุระอยู่ที่กองการเงินนู่น บอกแล้วว่ามีธุระแต่เพื่อนพี่แหละตื๊อ แล้วนี่พวกพี่เชสล่ะครับ”

“ไปกินกับไอ้เหรียญหน้ามอ”

“อ้าว!” ผมถึงกับหน้าเหลอ ...เดี๋ยวดิ แล้วพี่มันจะเรียกกูมาทำขี้อะไรเนี่ย

อ้อ ลืมไป ก็คงเพราะไอ้คนหล่อที่นั่งหน้านิ่งกดมือถืออยู่นี่สินะ

“แล้วพี่ไม่ไปกับพวกพี่เชสเหรอ”

“มึงไม่เห็นแดดเหรอ ร้อนขนาดนี้”

“พี่กลัวแดดด้วยไง ตากให้มันดำบ้างเหอะ แค่นี้คนก็หมั่นไส้จะตายอยู่ละ” ผมว่าขำๆ “นี่พี่กินรึยัง”

“ยัง”

“อ้าว ทำไมไม่กินอ่ะ ไหนพี่เชสบอกเลิกได้สักพักแล้ว”

“แล้วกูรอใครล่ะ ไม่หัดฉลาดซะบ้าง”

“อืม ก็จริงแหละ ผมโง่ ...แต่ผมก็ฉลาดกว่าพี่ที่มารอคนโง่อย่างผมนะ โอ๊ะ” ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อมือหนาๆ ของไอ้พี่กาจขยับเข้ามาใกล้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้เลยไหวตัวทัน “อย่าๆ อย่าได้คิด รอบนี้พี่ไม่ทันผมหรอก หึๆ”

ผมยืนยิ้มอย่างผู้มีชัยมองร่างสูงๆ ซึ่งยังนั่งทำตาดุๆ อยู่ที่เดิม ตอนนี้สามารถทำหน้าทำตากวนตีนมันเท่าไหร่ก็ได้ เพราะคนนิสัยเป็นผู้ใหญ่อย่างพี่มันคงไม่เคืองผมถึงขนาดลุกขึ้นมาวิ่งไล่กวดกันในโรงอาหารให้อายคนเล่นแน่นอน

“ก้มหน้าลงมาไอ้แมวจ้อย”

“เรื่องอะไรเล่า พี่จะได้สำนึกว่าที่จริงแล้วผมฉลาด”

“มึงนี่มันกวนตีนชิบหาย ไปซื้อข้าวมาได้แล้วไป ร้านที่สามจากขวามือสุด” เสียงทุ้มว่าพลางหยิบแบงค์ร้อยสองใบร่อนมาให้เช่นเคย “ป้าเขาทำไม่เผ็ด แล้วให้มันเร็วๆ บ้างล่ะ”

ท้ายประโยคยังไม่วายกำชับ แต่ผมก็คว้าเงินมันเดินไปซื้อตามที่สั่งอย่างว่าง่าย มันให้มาสองใบก็หมายความว่าจะออกให้ผมนั่นแหละ เพราะงั้นก็บริการเขาหน่อย อย่างน้อยก็อุตส่าห์มีน้ำใจรอกินข้าวพร้อมกัน

ผมสั่งข้าวผัดปูพร้อมแกงจืดให้ตัวเอง ส่วนของไอ้พี่กาจเป็นคะน้าราดข้าว พอเดินหิ้วสองจานกลับไปที่โต๊ะก็เห็นว่ามีน้ำแข็งเปล่าสองแก้วและน้ำขวดนึงมาวางเพิ่มไว้แล้ว

“พี่จะกินแกงจืดผมด้วยก็ได้ แต่ห้ามตักเยอะนะ”

“รู้ว่าตัวเองแดกมากก็ไม่ต้องชวน กินไป”

ผมยิ้มแยกเขี้ยว “ก็ดี”

มือใช้ส้อมดันข้าวขึ้นบนช้อนซะพูนแล้วตักเข้าปากคำใหญ่ ผมกับพี่กาจเวลากินข้าวก็ยังเหมือนทุกที ไม่มีใครเปิดปากหากไม่มีเรื่องจำเป็น กินไปก็ชำเลืองมองนาฬิกามือถือไป ยังเหลืออีกเกือบสี่สิบนาที

“พี่กาจ”

ผมชะงัก พี่กาจก็ชะงัก

เราหันไปมองตามเสียงพร้อมกัน แต่กลับต้องหลุดสีหน้าต่างกันออกไปเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาใกล้

“คิริน”

ไอ้พี่กาจเอ่ย ดูจะแปลกใจไม่น้อย ส่วนผมหน้าเริ่มเครียดขึ้นทีละนิด

ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยเนี่ย รออีกสักนิดไมได้รึไง เดี๋ยวผมก็กลับคณะแล้วแท้ๆ ให้ตาย...

“ช่วงนี้พี่กาจไม่ยอมทักรึโทรมาหาผมเหมือนเดิมเลยนะครับ” หน้าสวยๆ ของคิรินค่อนข้างบูดบึ้ง คิ้วชนกันด้วยความตัดพ้อระคนน้อยใจ พอได้มองระยะใกล้ๆ แบบนี้แล้ว ผมกลับยิ่งรู้สึกว่าคิรินนี่หน้าตาคุ้นๆ จริงๆ นะ คุ้นมากๆ

“...”

“เมื่อวานผมทักไลน์ไปกว่าพี่กาจจะตอบก็ดึกมากแล้ว”

“พี่ทำงาน ไอ้น็อตก็อัพลงเฟซ คิรินน่าจะเห็น”

“ผมเห็นครับ แต่เมื่อก่อนพี่มีงานก็ยังตอบไลน์ผมได้เลย มีแต่ช่วงหลังๆ ที่พี่กาจดูเงียบๆ ไป...”

“พี่อยู่ปีสามแล้วงานก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา อีกอย่างพี่บอกคิรินแล้วด้วยนี่ว่าพี่อยากจะคิดอะไรหน่อย” พี่กาจละสายตาออกจากใบหน้าอีกฝ่าย ขณะที่คิรินเม้มปากอย่างไม่พอใจ ผมก็ได้แต่นั่งนิ่งด้วยความอึดอัด อยากลุกแต่ไม่กล้า

“คิดอะไรครับ!?” เสียงคิรินเหมือนจะสูงขึ้นอีกระดับ “พี่กาจจะบอกว่า ที่พี่คิดขึ้นมาเป็นเพราะคนคนนี้เหรอครับ”

นัยน์ตาหวานเหมือนผู้หญิงตวัดมองมาทางผม ท่าทางเหมือนจะต่อว่านั่นทำเอาผมทำสีหน้าไม่ถูก

“เอ่อ...”

นี่มันเรื่องโจ๊กประเภทไหนกันวะเนี่ย อยู่ดีไม่ว่าดีดันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเหมือนมือที่สามของคนอื่นเขาอีก

ผมไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาพูดออกไปดี จะให้พูดปฏิเสธไปก็เป็นเรื่องยากแถมลำบากใจ เพราะตั้งแต่แรกก็เป็นผมเองที่เข้าหาพี่กาจก่อน ตะโกนบอกว่าจะจีบซะดังลั่นจนเป็นข่าวลือไปทั่ว มาพูดเอาตอนนี้อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อ ...ยังดีนะที่คิรินเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงไม่แน่ผมอาจจะโดนเธอกระชากหัวตบแล้วก็ได้

“ไม่เกี่ยวกับเพชร พี่ตัดสินใจเรื่องนี้เอง”

“ไม่เกี่ยว? พี่แน่ใจเหรอฮะว่าไม่เกี่ยว!” คิรินหยิบมือถือเครื่องหรูของตัวเองขึ้นมาเปิด ภาพผมกับไอ้พี่กาจในเพจคลังคนหน้าตาดีอะไรนั่นนับสิบรูปถูกแคปไว้ “แล้วนี่อะไรล่ะครับ พี่กาจกับคนคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แล้วพี่จะบอกว่าพี่ไม่ได้คิดไม่ได้พูดกับผมเรื่องความสัมพันธ์ของเราเพราะเรื่องนี้เหรอครับ?”

ผมว่าคิรินเริ่มงอแงแล้ว เขาตาแดงก่ำเหมือนโกรธหนัก เสียงกำลังทำให้ชาวคณะวิศวะพากันหันมามองอย่างสนใจ

“คิริน พี่ว่าเราพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ” ไอ้พี่กาจขมวดคิ้ว หน้ามันโคตรจะดุเลย “ก่อนหน้านี้เราก็คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันจะเป็นยังไง เรื่องไอ้คุณเองก็เหมือนกัน”

คุณ? ผมที่ไม่ได้อยากจะฟังแต่ก็ต้องมาได้ยินทุกประโยคแอบขมวดคิ้ว คงไม่ใช่...

“พี่กาจเคยบอกผมว่าจะรอ จะรอให้ผมมั่นใจว่าผมคิดยังไง...” ท้ายประโยคคิรินเหมือนจะเงียบไป วงหน้าสวยหวานเหมือนมีความคิดอึดอัดอยู่เต็มอกแต่ทำอะไรไม่ได้ คิรินเบี่ยงสายตาออกจากพี่กาจแล้วหันมามองผมอีกรอบ “ฉันรู้ว่านายกำลังตามจีบพี่กาจอยู่ เพราะฉันกับพี่กาจไม่ได้เป็นแฟนกันนายถึงมีโอกาสได้ นายก็ไม่ได้ผิด ฉันรู้”

“เดี๋ยว ไม่ใช่...”

“ถ้าพี่กาจจะเอาอย่างนี้ก็ได้ครับ” คิรินไม่รอฟังผม หันไปพูดเสียงอ่อนกับคนรักตัวเองต่อ ...คนรัก? น่าจะใช่นะ

ตอนนี้ผมสับสนกับเรื่องของทั้งคู่มาก แต่ช่างแม่งเถอะ นอกจากสับสนแล้วผมก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยหรอก

“ถ้าพี่อยากจะทบทวนก็ได้ ผมขอโทษที่ผมไม่หนักแน่นตั้งแต่แรก”

“...”

“แต่พี่อย่าลืมนะครับ เรื่องที่พี่บอกว่าพี่จะรอ ผมเองมีคำตอบแล้ว ผมจะรอพี่มาฟังนะครับ”

คนสวยว่าเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินตาแดงๆ ออกไปจากโรงอาหาร ตอนแรกผมนึกว่าพี่กาจจะตามไปรั้งเอาไว้ แต่พี่แกกลับนั่งนิ่ง

หน้าหล่อๆ ของพี่มันดูเคร่งเครียดจนผมเองก็พลอยอึดอัดไปด้วย

เกิดเป็นความเงียบอยู่อย่างนี้นานเกือบสิบนาที

“เอ่อ พี่กาจ...”

“...”

“ผมไปคุยกับคิรินให้ก็ได้นะว่าไอ้เรื่องที่ผมจีบพี่อ่ะมันแค่เรื่องล้อเล่น”

“ไม่ต้อง มันไม่ใช่เรื่องของมึง”

เสียงทุ้มที่สวนตอบกลับมาในทันทีทำเอาผมชะงัก รู้สึกเหวอไปนิดหน่อยจนต้องเสสายตาก้มลงมองจานข้าวที่ยังเหลืออีกตั้งครึ่งหนึ่งของตัวเอง ...พี่แกกำลังด่าผมว่าเสือกทางอ้อมนั่นแหละ

จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับผมก็ไม่ถูก ในเมื่อเด็กพี่มันเข้าใจผิดว่ามันเป็นเพราะผมไปแล้ว

ผมกัดกระพุ้งแก้มก่อนจะเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาบ้าง

เอาเหอะ เรื่องช่วยไปพูดอะไรนั่นถ้าพี่กาจไม่อยากก็ถือว่าเป็นเรื่องของพี่มัน แต่ถึงยังไงผมก็ยังรู้สึกแย่อยู่หน่อยๆ ที่ตัวเองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พี่มันทะเลาะกับคิรินจนต้องไม่สบอารมณ์อยู่ดี

“พี่กาจ พี่อยากจะได้... คนเลี้ยงเหล้าไหม”


===================== 50%

เมื่อวานไม่ได้อัพ Orz เนื่องจากเกลือกาชาเลยหนีไปพักใจมาค่ะ

(ทั้งไม่ได้อัพและไม่ได้จิ้มแป้นสักตัว ห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้าทั้งน้ำตา) 


“...” นัยน์ตาคมของพี่มันเหลือบขึ้นมองผม ตอนแรกนึกว่าพี่มันจะหงุดหงิดจนไม่อยากพูดด้วย แต่สุดท้ายเสียงนิ่งๆ นั่นก็ตอบกลับมา “มึงจะเลี้ยงกู?”

“อืมครับ พี่ดูเครียดๆ เพราะงั้นผมจะเสนอตัวเป็นคนคอยรับฟังพี่ระบายเอง” ผมว่า เสียงไม่ได้ดูจริงจังอะไร แต่ความหมายที่พูดไปน่ะจริงจังอยู่จริงๆ

ไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึเหมือนกับว่าต้องทำอะไรสักอย่างบ้างแค่นั้น

“ก็ดี”

“หะ พี่ตกลงเหรอ?”

“ทำไม? มึงเป็นคนเสนอขึ้นมาเองนี่”

“ก็แค่แปลกใจ... อ่ะ งั้นเอางี้ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเย็นด้วยเลย แต่ไปกินที่ห้องผมนะ ให้เปิดขวดที่ร้านผมไม่ไหวอ่ะ” พูดจบผมก็ยิ้มแหย ส่วนไอ้พี่กาจนั่งฟังนิ่ง มือหมุนไอโฟนในมือตัวเองไปมา “ดื่มเหล้าแล้วบางทีพี่อาจจะหายหงุดหงิด”

จบประโยคนี้ของผมพี่กาจก็หันมามอง มุมปากยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ

“กำลังปลอบใจกูรึไง”

“พี่จะคิดงั้นก็ได้นะ”

“เอาเถอะ เดี๋ยวเลิกแล้วกูโทรหา”

 

ผมปลดล็อคประตูคอนโดฯ ของตัวเองแล้วเดินนำร่างสูงเข้าไปข้างใน หอบของที่ซื้อมาทั้งหมดไปวางไว้บนโซฟา ไอ้พี่กาจไม่พูดอะไรมาก แต่ผมแอบเห็นว่ามันมองสำรวจที่พักผมตั้งแต่ก่อนขึ้นมาแล้ว

“พี่รอแป๊บนะ เดี๋ยวผมไปเอาแก้วมาให้ อ้อ ตามสบายนะครับ”

พอทั้งผมและพี่กาจเลิกเรียนปุ๊บก็ไปฝากท้องที่ร้านอาหารติดแอร์ง่ายๆ แถวมอ จากนั้นจึงแวะเลือกเครื่องดื่มที่ร้านสะดวกซื้อ ตู้เย็นห้องผมมีแต่เบียร์และเครื่องดื่มกระป๋องผสมแอลกอฮอลล์ เพราะบอกพี่มันว่าจะเลี้ยงเหล้าก็เลยต้องหาซื้อเพิ่ม ผมเลือกยี่ห้อเอาตามใจอีกคนมาแค่ขวดเดียวเท่านั้น ผมค่อนข้างจะคออ่อนกับเหล้า เลยกะว่าจะให้พี่กาจซัดคนเดียว

ตลอดหลายชั่วโมงที่อยู่ด้วยกัน ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันนะว่าพี่มันยังหงุดหงิดเรื่องคิรินอยู่รึเปล่า พี่กาจเป็นคนหน้านิ่งเก็บอารมณ์ค่อนข้างเก่ง แต่ต่อให้ไม่แสดงออกผมก็เดาว่าในใจพี่มันเองก็คงเฟลอยู่บ้าง

ถ้าทะเลาะกับคนที่ชอบก็ต้องคิดมากอยู่แล้วนี่ ธรรมดา

ความผิดไอ้พี่ปีโป้เลยนะเนี่ย” ผมพึมพำ เดินหน้ายุ่งถือแก้วกลับออกมา แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโซฟาว่างเปล่า พอจะตะโกนเรียก...

ไอ้พี่กาจก็เดินออกมาจากห้องนอนของผม ในมือถือตุ๊กตาพลิกไปพลิกมาไปด้วย

“พี่กาจ เข้าห้องนอนคนอื่นตามใจชอบได้ไงเนี่ย”

“มึงนี่ดูท่าจะชอบตุ๊กตามากเลยนะ”

“แค่ได้มาเยอะแล้วก็ไม่อยากทิ้งเพราะเสียดายแค่นั้นแหละ” ผมวางของลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา ตาก็ชำเลืองมองอีกคน “พี่จะเอากลับไปฝากคิรินสักตัวสองตัวก็ได้นะครับ”

“...”

พี่กาจถึงกับเงียบ

ท่าทางดูจะหนักใจเรื่องคิรินอยู่เหมือนกันแฮะ พอผมเอ่ยชื่อถึงได้มีท่าทีแบบนั้น

“เอ่อ มานั่งเร็ว เดี๋ยวผมผสมให้ เอาอะไรดี โค้กรึว่าโซดาดีพี่ อ้อ ห้องผมมีน้ำผึ้งด้วยนะ”

“เอาง่ายๆ พอ มึงไม่ต้องทำให้มันยุ่งยากหรอก”

“ได้ วันนี้ถือว่าเซอร์วิสให้นะเนี่ย”

มือผมจัดแจงผสมเครื่องดื่มแล้วยื่นไปให้อีกฝ่าย ส่วนของตัวเองตอนแรกกะว่าจะดื่มแค่เบียร์กระป๋องที่หยิบออกมาด้วย แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... ผมผสมให้ตัวเองเพิ่มอีกแก้ว แต่ใส่น้อยๆ แค่ครึ่งฝาเท่านั้น

“ให้เปิดบอลให้มั้ย คู่เมื่อคืน แต่ผมไม่ดูบอลนะ”

“ไม่ต้อง กูดูแล้ว”

โอ้โห นี่มันแฟนบอลตัวจริงนี่หว่า

“โอเค งั้น... พี่อยากจะพูดอะไรมั้ย”

มันทำหน้างง “พูดอะไร”

“อย่างระบายอะไรทำนองเนี้ย”

ไอ้พี่กาจฟังแล้วทำหน้าแปลกใจ

ผมไม่รู้ว่าผมกับพี่กาจสนิทกันถึงขั้นนี้รึยัง แต่ช่วงหลังๆ ความสัมพันธ์ของผมกับพี่มันก็ไมได้แย่อะไรขนาดนั้น ไอ้ต้าก็เคยชวนผมไปดื่มระบายเรื่องที่มันโดนแฟนเก่าทิ้งช่วงเข้ามหาลัยมาใหม่ๆ เห็นมันได้พูดได้เมาแล้วรู้สึกดีขึ้น ผมเลยจะให้พี่มันได้ระบายบ้าง ถ้าพี่มันโอเค ความรู้สึกหนักใจของผมจะได้น้อยตามไปด้วย

“นี่มึงกำลังจะปลอบใจกูจริงๆ เหรอไอ้แมวจ้อย”

“อ้าว ก็ผมเลี้ยงเหล้าพี่เพื่อจะไถ่โทษเนี่ยแหละ ผมล้างหูรอฟังพี่บ่นได้นะ”

“บอกแล้วว่าไม่ต้องทำอะไรไร้สาระแบบนั้น มันเป็นเรื่องของกูกับคิริน”

“ก็พี่ไปพูดกับคิรินแบบนั้น หมอนั่นจะคิดว่าพี่โลเลมาหาผมอ่ะดิ”

“เรื่องคิรินกูคิดมาสักพักแล้ว จะไอ้คุณ รึมึงก็ไม่เกี่ยวทั้งนั้น ยังไงสุดท้ายก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่ดี”

ผมฟังแล้วเผลอยกแก้วขึ้นซดหมดเกลี้ยงจนต้องผสมเพิ่ม ผมรับแก้วของพี่กาจมาจัดการพร้อมกัน “ทำไมพี่โป้กับพี่เชสถึงไม่ชอบคิรินของพี่อ่ะ”

“แล้วทำไมเสือก”

“ไม่ได้เรียกว่าเสือก ต้องบอกว่าถูกลากมามีเอี่ยวด้วยต่างหาก” ผมหมุนแก้วเหล้าในมือ “ตอนแรกพี่เชสก็ทำท่าจะเล่าให้ฟังอยู่หรอก แต่ตอนนั้นผมไม่ได้อยากรู้เพราะผมโคตรเกลียดพี่เลย”

“...”

ไอ้พี่กาจหรี่ตาลง ถึงจะไม่ได้หันมามองก็เถอะ ผมเลยรีบพูด

“จะมาว่าผมไม่ได้นะ พี่ยังไม่ลืมใช่ป่ะว่าตอนแรกพี่ด่าผมว่าไงบ้างอ่ะ”

“เถอะ เพราะตอนแรกกูก็รำคาญมึงเหมือนกัน”

“งั้นเราก็เจ๊ากัน”

“แต่ตอนนี้กูไม่ได้รำคาญ”

“ผมก็ไม่ได้เกลียดพี่แล้วเหมือนกัน”

“...” ไอ้พี่กาจยิ้มมุมปาก

ผมรู้สึกอายแปลกๆ ที่ปากไวเผลอพูดสวนไป “แต่ผมยังหมั่นไส้พี่อยู่นะ”

“เด็กกวนตีนแบบมึงกูรู้หรอกน่า”

“...”

“กูกับคิรินไม่ใช่แฟนกัน ไอ้เชสน่าจะเคยบอก”

คิ้วผมเลิกขึ้นเมื่อจู่ๆ คนข้างกายก็วกกลับมาเรื่องนี้เอง พยักหน้าเบาๆ “อืม เหมือนเคยพูดอยู่”

ไอ้พี่กาจเล่าว่าตัวเองรู้จักกับคิรินมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นตัวเองทะเลาะกับที่บ้านเลยออกไปนั่งดื่มเหล้าข้างนอก เลยบังเอิญได้เจอกัน พี่มันยังบอกอีกว่าตัวเองตามไปจีบอีกฝ่ายถึงโรงเรียนมอปลาย ผมฟังแล้วรู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน กะพริบตามองคนที่เริ่มติดลม กระดกแก้วเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่ข้างๆ ...ผมผสมให้พี่มันเยอะอยู่นะนั่น

“จีบ? ผมนึกภาพพี่จีบคนอื่นไม่ออกเลยแฮะ”

“มึงอยากเห็น?”

“ทำไมต้องยิ้มแบบนั้น ไม่อยากเห็นก็ได้” ผมรับแก้วที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้มารินเพิ่มให้ บางทีพี่มันอาจจะเริ่มมึนๆ แล้วถึงยอมเล่าทุกอย่างออกมาหมดเปลือก

คำพูดบางประโยคเหมือนดูข่มขู่ แต่สีหน้าและท่าทางก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนทุกที

ผมเองก็เริ่มมึนๆ ไม่ต่างกัน อย่างที่บอกไปว่าไม่ถูกกับเหล้า แค่ครึ่งช็อตมากกว่าห้าแก้วก็เริ่มงงๆ แล้ว

“หึ ไว้ถ้ากูจีบเมื่อไหร่แล้วกูจะบอก”

“ครับๆ แต่ก่อนอื่นอย่าไหลมาเบียดดิพี่”

“พิงแค่นี้อย่าขี้เหนียว”

พี่กาจพึมพำเบาๆ ดูท่าว่าจะเมาเอาการแล้ว

“มันไม่เกี่ยวกับขี้เหนียว แต่มันเกี่ยวตรงผมจะตกโซฟานี่แหละ” ผมพยายามใช้มือดันร่างสูงใหญ่ที่เอนพิงมาทางนี้ให้ถอยกลับไป แต่ดื่มมากไปก็เลยไม่ค่อยมีแรง

สุดท้ายก็เลยแนบติดอยู่กับโซฟาอีกด้าน ปล่อยให้อีกคนเบียดเอาตามใจชอบ

“ไอ้แมวจ้อย”

“อืม”

“เพชร”

“อะไรเล่...”

ริมฝีปากของพี่กาจแนบลงมาบนปากของผม

ตาที่หรี่ปรือทำท่าจะปิดลงในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นทันควัน ในตอนที่หันไปตามเสียงเรียกแผ่วๆ ของอีกฝ่ายกลับเห็นเพียงใบหน้าที่ก้มลงมาจนใกล้

ผมชะงักตัวแข็งทื่อ ตอนนี้หน้าของพวกเราอยู่ห่างกันไม่ถึงเซ็นฯ เพราะผมยังลืมตาอยู่เลยเห็นว่านัยน์ตาคมดุของพี่กาจปิดสนิท มองเห็นแพขนตาที่ทาบทับอยู่กับแก้ม ผมตกใจจนเผลอทำแก้วเหล้าในมือกลิ้งตกลงไปบนพื้น น้ำแข็งและโค้กผสมเหล้าสีดำสนิทเลอะกระจายไปทั่ว

“อืม พี่กาจ หยุ...”

ผมพยายามใช้มือดันอีกฝ่ายออกไปแต่ไม่เป็นผล

ริมฝีปากของไอ้พี่กาจขบเม้มย้ำๆ ที่ริมฝีปากล่างจนรู้สึกชา พี่มันเบี่ยงศีรษะไปอีกทางเหมือนจะให้ช่วงเวลาหายใจ ยอมถอยห่างออกไป แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะตอนที่ผมจะอ้าปากพูดให้ปล่อย มันก็ก้มลงมาอีกครั้ง

ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์ระหว่างคนจูบและคนโดนจูบเป็นยังไง รู้แค่ว่าตอนนี้สมองกลับขาวโพลนไปหมด...

ลิ้นของพี่กาจสอดผ่านไรฟันเข้ามา แตะโดนเข้ากับลิ้นของผมจนรู้สึกว่าผิวหนังทั้งหมดร้อนผ่าว หูได้ยินเสียงจูบน่าอายดังอยู่ใกล้ๆ แค่เบาๆ แต่เหมือนว่าจะกลบเสียงรถที่แล่นอยู่ข้างนอกจนหมด

ผมขัดขืน หรือโอนอ่อนตามไปก็ไม่แน่ใจ

ผมเมา พี่กาจก็เมา ใช่... พวกเราทั้งคู่คงจะเมา

 

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีตอนสายๆ พอลืมตาปุ๊บอาการปวดหัวก็แล่นเข้ามาจู่โจมก่อนอะไรเพื่อน นอนนิ่งกะพริบตาด้วยความมึนงงอยู่นาน ตอนที่จะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา ผมก็แทบจะร้องลั่นเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟา ...โดยที่มีร่างสูงๆ ของพี่กาจนอนเบียดทับอยู่ หน้าซุกอยู่ใกล้ๆ ใบหูซ้ายของผมอย่างน่าหวาดเสียว

ผมลนลานผลักคนที่ยังไม่ได้สติออกแล้วผวากระโดดลงไปยืนบนพื้น ขมวดคิ้วมองสภาพห้องที่ดูเละเทะอย่างสับสน ทั้งขวดเหล้า โถน้ำแข็งยังวางอยู่บนโต๊ะ บนพื้นยังมีคราบโค้กที่ตอนนี้แห้งกรังเหนียวติดพื้น

หน้าผมซีดเผือด

มือยกขึ้นกุมหัวเมื่อภาพเหตุการณ์ทั้งหมดย้อนกลับมา

เหี้ยเถอะ นี่ผมจูบ...กับไอ้พี่กาจ

ไม่ใช่หอมแก้มอย่างที่เคย แต่เป็น จูบจริงๆ จูบที่เรียกว่าลิ้นของผมกับลิ้นของมันสัมผัสกันนั่นแหละ

ผมรู้สึกว่าหน้าของตัวเองล้าจนต้องใช้มือที่เย็นเฉียบยกขึ้นมาลูบ อาการแฮงค์ที่เป็นอยู่แล้วยิ่งเหมือนหนักเข้าไปอีก พอเหลือบสายตาไปปะทะเข้ากับร่างของพี่กาจที่ยังนอนเอกเขนกบนโซฟาก็รู้สึกแปลกๆ จนต้องรีบหนีเข้าห้องน้ำ

เมื่อคืนผมคงมึนๆ อาจจะไม่ถึงกับเมาหนักเพราะยังนึกสิ่งที่เกิดขึ้นออกทุกอย่าง ตัวเองคอไม่แข็งกับเหล้าแต่เมื่อคืนไม่รู้อะไรดลใจให้ดื่ม ...ไอ้พี่กาจเองก็คงเมามาก เพราะผมยังจำสายตาพร่ามัวของมันได้อยู่เลย ไม่รู้ว่าพี่มันคิดว่าผมเป็นคิรินรึเปล่า ไม่แน่อาจจะเสียใจมากจนป้ำๆ เป๋อๆ เข้าใจผิดก็ได้ ผมไม่มีสิทธิ์จะเคืองเพราะพี่มันเมาผมก็เมา ที่แย่กว่านั้นก็คือ...

ผมไม่ได้รู้สึกรังเกียจ

ให้ตายเหอะ

หัวพยายามเลิกคิด พาตัวเองเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

หลังจากเมื่อกี้ล้างหน้าระบายอารมณ์มาทั้งผมเผ้าและเสื้อผ้าก็เลยเปียกไปหมด ผมตั้งใจว่าจะทำความสะอาดก่อนอาบน้ำเพื่อให้ลืมเรื่องน่าอายไปซะ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นร่างของคนในความคิดนั่งนิ่งอยู่ตรงโซฟา

พี่กาจตื่นแล้ว กำลังขมวดคิ้วหน้ายุ่งมองมาทางผม

“เอ่อ... พี่กาจ”

“อืม”

ผมอึกอัก “พี่... พี่ปวดหัวเหรอ ไหวมั้ย”

“อืม ห้องมึงมีกาแฟมั้ย”

“มีๆ มีครับ เดี๋ยวผมไปชงมาให้ พี่ไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน”

มันพยักหน้าหน่อยๆ ผมเลยรีบจ้ำเท้าไปทางห้องครัว พุ่งไปกดสวิชต์กาต้มน้ำแล้วหยิบแก้วมาจัดการ หูได้ยินเสียงเปิดประตู เดาว่าพี่มันคงเข้าไปอาบน้ำอย่างที่ผมบอก

ลมหายใจร้อนๆ ถูกพ่นออกมาเฮือกใหญ่

...ดูเหมือนพี่กาจจะจำไม่ได้

ก็ไม่น่าแปลกหรอก เพราะเมื่อคืนผมผสมให้มันไปตั้งเยอะ

ใจที่แกว่งอยู่บนอากาศเริ่มจะกลับสู่สภาวะปกติ ผมถือแก้วกาแฟร้อนๆ ออกไปวางไว้บนโต๊ะก่อนจะลงมือเก็บกวาดห้องให้เหมือนเดิม และเพราะคราบเหนียวบนพื้นต้องใช้ไม้ถูพื้น ผมเลยถือโอกาสถูห้องไปด้วยเลย

ประตูห้องนอนเปิดออกมาอีกครั้ง จมูกได้กลิ่นแชมพูตัวเองลอยฟุ้งตามออกมา

“ระวังลื่นนะพี่ ผมถู... เฮ้ย!

“เป็นอะไร”

“ใครใช้ให้พี่ใช้ผ้าเช็ดตัวของผมวะเนี่ย!

ผมว่าเสียงสูง หน้าเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเงยหน้าแล้วสายตาปะทะเข้ากับคนหยิ่งซึ่งบัดนี้เนื้อตัวและผมสีดำสนิทพราวระยับไปด้วยหยดน้ำ มีเพียงผ้าชัดตัวผืนเดียวพันเอาไว้ตรงท่อนล่าง ...ผ้าเช็ดตัวสีฟ้าอ่อนที่พาดอยู่ในห้องน้ำของกู

“ยืมมาพันไว้เฉยๆ น่า หรือมึงอยากให้กูเดินโทงๆ ออกมาเลย”

“แล้วทำไมพี่ไม่เอาผืนใหม่เล่า”

“หาไม่เจอ ไหนกาแฟกู” พี่มันทำหน้ายุ่งหน่อยๆ แต่ยังไม่วายทวงถาม

“บนโต๊ะโน่น!

แปะ ตอนที่เดินสวนมาพี่มันก็เอามือมาตีหน้าผากผมเบาๆ

“อย่ามาทำเสียงห้วนแต่เช้า แค่นี้กูก็ปวดหัวพอแล้ว”

ผมพ่นลมหายใจตามหลังใส่แม่ง ลืมไอ้อาการก่อนหน้าไปสิ้นเชิง ความหมั่นไส้พี่มันเริ่มกลับมาอีกครั้ง

“แล้วเสื้อตัวเก่าพี่ล่ะ วันนี้พี่มีเรียนถึงเย็นเลยไม่ใช่รึไง”

“ไว้ในตะกร้า เหม็นเหล้า”

“งั้นเดี๋ยวผมหาเสื้อยืดให้ พี่ใส่ช็อปทับไปละกัน”

ผมว่าก่อนจะเดินเข้าไปรื้อตู้เสื้อผ้า มีอยู่สองสามตัวซึ่งเป็นเบอร์ใหญ่ที่ผมใส่แล้วหลวมแต่พี่มันคงใส่แล้วพอดีเลยหยิบไปโยนให้ คนที่นั่งเปลือยจิบกาแฟตรงโซฟาหันมาทำหน้าดุใส่นิดหนึ่ง ผมไม่ใส่ใจ หยิบผ้าขนหนูผืนใหม่แล้วเข้าไปอาบน้ำบ้าง ผมกองเสื้อเก่าๆ ไว้ในตะกร้า ใช้เท้าดันไปใกล้เครื่องซักผ้า คิดว่าเย็นนี้จะกลับมาจัดการ

พอกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นพี่มันเปลี่ยนเป็นเสื้อตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้รีบร้อนนักเพราะยังไงก็ไปเรียนช่วงเช้าไม่ทันอยู่แล้ว กะจะเข้าแค่คาบบ่ายเท่านั้น

“เสื้อพี่เดี๋ยวผมซักแล้วค่อยเอาไปให้ เสื้อผมพี่ก็อย่าลืมคืนล่ะ”

คิ้วไอ้พี่กาจยังผูกเข้าหากันอยู่นิดหน่อย ท่าทางจะแฮงค์มากจริงๆ “อืม ออกได้ละ กูหิวข้าว”

“พี่ไม่ได้เอาพอร์ชมาหนิ เดี๋ยวผมขับไปส่งละกัน”

ผมหยิบกุญแจมาชู ก่อนที่พวกเราจะพากันเดินออกนอกห้อง ล็อคประตูให้เรียบร้อยขณะที่ไอ้พี่กาจเดินไปกดลิฟต์รอ

“อยากกินอะไร”

“จะเที่ยงแล้วร้านโจ๊กปิดแล้วด้วยอ่ะ พี่ล่ะอยากกินไร”

“เลือกสักอย่าง เอากุญแจมาด้วย เดี๋ยวกูขับเอง”

“ครับๆ งั้นอาหารตามสั่งใกล้ๆ นี่ก็ได้”

เสียงของผมกับพี่กาจก้องอยู่ตรงลานจอดรถ


====================== 100%

มันก็จะงงๆ หน่อย 55555 ว่ามาถึงขั้นนี้กันได้ยังไง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.094K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,954 ความคิดเห็น

  1. #5929 Spices_smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 13:44
    อิเวนคนร้ายกาจ
    #5,929
    0
  2. #5885 NatapornJan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 02:43
    ตั้งใจใช่มั้ยพี่กาจ
    #5,885
    0
  3. #5784 ratchani1738 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 23:09
    แหนะๆๆ
    #5,784
    0
  4. #5744 itsmememe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:17
    ทำไมเราเขินแปลกๆ >\\\\<
    #5,744
    0
  5. #5716 zCiel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:53
    วูบไปแล้วว ชั้นวูปปปป
    #5,716
    0
  6. #5646 อิบี๋คนสวย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 13:00
    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .
    #5,646
    0
  7. #5597 TigKie_18 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 15:00
    นี่ใจเต้นตึกตักๆๆๆๆนึกว่าต้องตัดฉับๆซะแล้ว
    #5,597
    0
  8. #5562 9494 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 20:58
    ผัวเมียสุด ตายแล้ว
    #5,562
    0
  9. #5447 onkgoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 05:56
    พี่กาจจจจจ!!!! ย่อมาจากร้ายกาจแน่ๆๆๆๆ
    #5,447
    0
  10. #5426 0986958101 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 18:12
    อีพี่ อีคนฉวยโอกาศ ฮือออ
    #5,426
    0
  11. #5400 Sweet_Memory (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:10
    เอ้าาาาา ได้หรอพี่กาจจจจจจจจจจจจจ
    #5,400
    1
    • #5400-1 อ๊ากกก (จากตอนที่ 12)
      28 ตุลาคม 2561 / 22:05
      5555คือ อุทานคำนี้เข้ามาในหัวเลย
      #5400-1
  12. #5385 HaeEun980 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:39
    อิพี่กาจจำไรได้ปะเนี้ย หรือกำลังตีมึนอยู่
    #5,385
    0
  13. #5335 Vmouth (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 12:33
    คริคริ ฮุๆๆๆๆๆๆๆ
    #5,335
    0
  14. #5219 Kttjj (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 16:59
    เขาจูบกันแร้ววววว บ้าจริงง
    #5,219
    0
  15. #5168 aqua.b (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:29
    โอ้ยยยยยยยยยยจะบ้าๆๆๆ เขาจูบกันนนนน
    #5,168
    0
  16. #5137 baekbow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 15:35
    ง่อวววววว มีความชวนกินเหล้าปลอบใจกัน แถมจูบกันไปอีกว่าแต่กาจจำไม่ได้จริงๆหรอ บางทีอาจจำได้แต่ไม่แสดงอาการ เพราะถ้าเพชรรู้ว่าจำได้คงทำตัวไม่ถูก 555 คิรินนี่ก็เหลือเกินแค่คำว่าไม่ใช่แฟนก็ไม่มีสิทธิ์ไปวุ่นวายแล้วป่ะ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ต่อให้เขาจะเคยบอกอะไรเราไว้ก็เถอะ มันไม่ได้เกี่ยวเลย เขาจำเป็นต้องเป็นของตายให้เธอหรอก็ไม่ใช่ป่ะ
    #5,137
    0
  17. #5126 ojay2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 13:10
    จูบแล้วววว จูบบบบบบ กรี้ดดดดด
    #5,126
    0
  18. #5056 Pinocchio's (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:11
    เขินนน
    #5,056
    0
  19. #5035 PATASIQI (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 03:21
    พี่กาจจจจจจจจจจ
    #5,035
    0
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #4948 kettan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:31
    จะกรี๊ดตอนที่พี่กาจขอขับเอง คือมันแบบ เออก้รถเพชรอะ เพชรขับก้ไม่แปลกใช่ปะ แต่อย่างพี่กาจน่าจะขัยให้ ละมันแบบ กี๊ดๆๆๆๆ ผขับรถให้ ม
    #4,948
    0
  22. วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:59
    ก้าวหน้าขึ้นเยอะนะคะ อ๊ายยย
    #4,925
    0
  23. #4897 ทวะ. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 12:14
    หน้าบานแล้ว..หึหึหึ
    #4,897
    0
  24. #4892 suchanya. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 05:45
    พยายามไม่ยิ้มตามแล้วค่ะ...
    #4,892
    0
  25. #4887 Ann Healy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 02:06
    เขิงงงงง
    #4,887
    0
  26. #3315 Kim-kibom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 08:22
    เหมือนใจมันพาไปเลยเนอะ
    #3,315
    1
    • #3315-1 xxxlilly(จากตอนที่ 12)
      29 เมษายน 2561 / 00:22
      จำได้แน่ๆ
      #3315-1