เหนือคุณเท่ากับแฟน (Yaoi) END

ตอนที่ 5 : [4] คนแบบนี้กี่ปีก็ยังเหมือนเดิม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,188 ครั้ง
    19 ส.ค. 62


[4] คนแบบนี้กี่ปีก็ยังเหมือนเดิม

ปี 3 เทอมหนึ่ง

ตั้งแต่วันที่แพ้โหวตไอ้คุณตอนปีสองเป็นต้นมา ผมก็ไม่เคยเสวนากับมันอีกเลย และโชคก็เหมือนจะเริ่มกลับมาดีขึ้นเพราะไม่เจอสถานการณ์ที่บังเอิญปะทะกับมันตรงๆ อีกเช่นกัน แน่นอนว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอกันด้วย เรื่องคนแพ้ทำตามคนชนะนั่นก็ไม่ได้ถูกพูดถึง เหมือนว่ามันก็ลืมไปเลย ถึงจะเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับว่าดีแล้ว

มองเห็นในเพจกับได้ยินไอ้อาร์ตคุยๆ กับพวกเพื่อนอยู่บ้างว่ามันไปกินข้าวกันร้านนี้ เมากันร้านนั้น คุยกับหญิงคนนี้กับชายคนนั้น แต่ผมไม่ได้สนใจ พวกไอ้พลไอ้สหัสมีไปดื่มกับมันอยู่บ้าง แต่พวกมันก็รู้ดี ครั้งไหนที่ไปกับไอ้คุณจะไม่ออกปากชวนผมให้โดนด่า ส่วนไอ้ตั๊ก ไอ้นี่แม่งสนิทกับพวกนิเทศมากกว่าเดิม ไม่ค่อยมาอยู่กับพวกผมแล้ว ไปอยู่กับไอ้อาร์ตแทน

เพื่อนเวร...

ขึ้นปีสาม ผมไปไหนมาไหนกับพวกกลุ่มวิศวะบ่อยกว่าเดิม แต่ก็บ่อยมากไม่ได้เพราะมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ นั่นคือ...

เฮ้ดว้าก

ไม่ได้เสนอตัว ไม่ได้โดนพวกเพื่อนในคณะโหวต แต่เป็นเพราะไอ้พี่รหัสตัวดีนั่นแหละ ผมไม่อยากทำเพราะมองว่าเหมือนยิ่งทำให้ตัวเองเหนื่อยตัวเองวุ่นวายมากกว่าเดิม ไม่สามารถใส่เสื้อแขนสั้นชายหลุดลุ่ยหรือกางเกงยีนส์ได้อีก ต้องถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องคอยแหกปากใส่เด็ก บวกกับต้องวางมาดโหดให้ได้ตลอดจนกว่ากิจกรรมจะจบ

ตอนอยู่ปีสองไอ้พวกน้องปีหนึ่งก็ไม่อยากเจอหน้าผมกันอยู่แล้ว กูอยู่ปีสามแล้วก็ไม่พ้นมาโดนพวกปีหนึ่งเกลียดอีก

คนที่ตะโกนด่าคนอื่น มีใครที่ไหนชอบล่ะ

แถมกว่าจะได้กลับหอก็ดึกดื่นทุกวัน อย่างวันนี้ก็ไม่ต่าง...

หลังจากปล่อยพวกน้องๆ กลับ พวกรุ่นพี่ก็ต้องเป็นฝ่ายมาจัดการข้าวของและประชุมหารือกันต่ออีกนิดหน่อย สุดท้ายกว่าจะได้กลับจริงก็ปาเข้าไปดึกดื่น หิวจนท้องไม่รู้จะร้องยังไงอยู่แล้ว

วันนี้ผมนัดกับไอ้เชสไว้อีกแล้ว ไม่ดิ ต้องบอกว่าไอ้เชสโทรนัดผมต่างหาก เห็นผมไปไหนมาไหนกับไอ้เชสบ่อยไม่ต้องแปลกใจหรอก ไอ้นี่มันเป็นพวกขี้เหงา วันที่ไม่ได้ไปกับผมมันก็เร่ไปกับคนอื่นไปทั่วนั่นแหละ มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรเป็นพิเศษที่คณะ เปิดมือถือดูก็เห็นมันไลน์มาบอกว่ารออยู่ตรงป้ายหน้าทางเข้าตึกศิลปกรรมแล้ว

ผมขับไอ้เซ็กเธาว์ออกไป พอมองเห็นมันก็ชะลอ

“ไง รอนานมั้ย”

มันอยู่ในสภาพช็อปเลือดหมูเหมือนปกติ แต่สีหน้ากลับหงุดหงิด ปากนี่จู๋จนเกือบแตะจมูกอยู่แล้ว “ทำหน้าอุบาทว์อะไรแบบนั้น แค่กูออกมาช้านิดหน่อยต้องหน้างอขนาดนี้เลยมั้ย”

“กูไม่ได้หน้างอเรื่องมึงเฟ้ย”

“งอนใครมาอีกล่ะ”

“ไอ้กาจ”

ผมเลิกคิ้ว สุดท้ายก็ยักไหล่ “กูไม่เสียเวลาปลอบมึงหรอกนะ งอนมันเดี๋ยวมึงก็หายเองอยู่ดี”

“สาดดด รอบนี้เพื่อนเครียดจริงๆ นะเว้ย”

“...”

“กูจริงจังงงงงง”

“เออๆ ไหน เรื่องอะไร”

พอสุดท้ายผมมีทีท่าจะรับฟัง มันก็เดินเข้ามาใกล้อีกก้าว “มึงก็ได้ยินใช่ป่ะที่ว่าไอ้กาจมันชอบน้องผู้ชายคนหนึ่งอ่ะ”

“อืม เหมือนพวกมึงจะพูดๆ กันอยู่ เห็นว่ารู้จักกับไอ้กาจมาก่อนนี่ เพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่ใช่ป่ะ”

“เออออ หน้าตาน่ารักนะ เพิ่งเข้ามาเพจก็ลงรูปเลย ตัวเล็กๆ”

“แล้วไง อย่าบอกนะว่ามึงหึงไอ้กาจ”

มันห่อไหล่ทำตัวสั่นเหมือนขนลุกเกรียวจนผมอดจะยิ้มมุมปากไม่ได้ เชี่ยนี่รีแอ็คชั่นโอเวอร์ตลอด “อย่าเพื่อนโป้ กูยังไม่ได้แดกข้าว พูดงี้ไปก็มีแต่น้ำย่อยที่จะออกมา ขมคอกูหมด”

ช่วงเปิดเทอมแรกๆ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนผมไปแดกข้าวกับพวกไอ้เชสมา เหมือนจะได้ยินพวกมันพูดๆ กันอยู่เรื่องเด็กปีหนึ่งและคนที่ไอ้กาจชอบแว่วๆ ในวงสนทนา แต่ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเพราะมัวแต่ตอบไลน์คุยธุระกับไอ้พี่รหัสตัวดีอยู่ ต้องบอกว่าพวกมันบังเอิญคุยกันตอนที่ผมไม่ว่างจะฟังพอดี

“ตอนแรกกูก็นึกว่าน้องมันดีนะเว้ย แต่แม่ง เห็นไอ้กาจเป็นของตายชัดๆ”

“หือ? ยังไง” ผมเริ่มสนใจขึ้นมา

“เด็กนั่นชื่อคิริน มันรู้ว่าไอ้กาจชอบมัน ตอนนี้พวกมันแบบคุยๆ กันอยู่อ่ะ ไอ้เด็กคนนั้นก็เหมือนจะเล่นกับไอ้กาจนะเว้ย แต่แม่งก็เล่นกับคนอื่นเหมือนกันไง ไอ้โป้ กูอ่ะรู้นะว่าแค่คุยกันไม่ถือว่าคบกัน แต่คุยกันมันก็ควรคุยทีละคนมากกว่ามั้ย มาทำเหมือนให้ความหวัง แต่สุดท้ายแม่งจะเอาใครกันแน่ กูสงสารไอ้กาจจัดๆ” มันร่ายยาว ใส่อินเนอร์เต็มที่อย่างกับตัวเองเป็นไอ้กาจซะเอง เพราะรู้ดีว่ามันเป็นห่วงเพื่อน (รึอาจจะขัดใจด้วย) เลยอมยิ้มนิดๆ

เห็นมันน่ารำคาญแบบนี้ แต่มันรักเพื่อนมากนะเว้ย

“แล้วไอ้กาจมันทำไง”

“มันเฉย!!!

“...”

“เนี่ยแหละคือสิ่งที่ทำให้กูโคตรจะหัวเสีย กูบอกมันนะเว้ยว่าให้เลิกคุยไปเหอะ แต่แม่งเหมือนจะรอดูท่าทีอ่ะ ทำให้กูคิดว่ารึมันชอบไอ้เด็กคิรินนั่นมากจริงๆ ไอ้เชี่ยนี่อุตส่าห์หล่อเลือกได้ขนาดนั้น ทำไมไม่เลือกให้ดีๆ หน่อยวะ”

“อืม” ผมพยักหน้า

ไม่รู้เพราะไอ้เชสเล่นใหญ่รึเปล่า แต่อารมณ์ก็เริ่มจะถูกมันชักจูงไป

“ไอ้กาจไม่ได้เล่าอะไรมากมายให้ฟังหรอก แต่เท่าที่รู้ๆ คือเหมือนจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่มันอยู่ปีหนึ่งแล้วมั้ง”

ได้ฟังอย่างนี้ เพราะผมเป็นเพื่อนกับไอ้กาจ ข้างที่จะเลือกเข้าเลยต้องเป็นไอ้กาจก่อนอยู่แล้วเป็นธรรมดา แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่ก็คิดว่าไอ้เชสมันไม่ได้โกหก

“คนไหนวะน้องคิรินอะไรเนี่ย มีรูปมั้ย”

“ในเพจมี มึงไม่ได้ดูเหรอ”

“กูอันไลค์ไปนานละ”

...ตั้งแต่แพ้โหวตอ่ะ

“มีภาพเด็กนั่นกับไอ้กาจ แล้วก็เด็กนั่นกับคนอื่นอีกตั้งหลายคน กับไอ้คุ... เฮ้ย!” มันยังพูดไม่ทันจบก็เปลี่ยนเป็นอุทานออกมาทันที ขยับมาใกล้ผมอีกหลายก้าวจนแทบจะขึ้นมากองกันบนเวสป้าอยู่แล้ว

มันหันหน้าไปทางตึกคณะที่อยู่ข้างๆ ศิลปกรรมของผม จากนั้นเขย่าไหล่ผมรัวๆ

“นั่นๆๆๆๆ ตายยาก พูดถึงปุ๊บแม่งก็มาเลย มึงดูๆๆ”

ผมหันไปตามเสียงกระซิบของมัน จากนั้นจึงเห็นร่างเล็กๆ ในชุดนักศึกษาเดินออกมาจากตึกนิเทศ

คณะนั่น...

“เด็กนั่นเรียนนิเทศเหรอ”

“อืม เป็นไง มึงว่า”

ผมเลิกคิ้วนิดหน่อย ตอบไปตามที่เห็น “หน้าอย่างกับผู้หญิง”

ไม่ได้จะจงใจเหยียดอะไรกับผู้ชายที่มีใบหน้าหวาน ตาหวาน หรือขนตายาวๆ อะไรหรอกนะ แต่แค่รู้สึกว่าดูแล้วไม่แข็งแรงสมเป็นผู้ชาย ถ้าตัวเองหน้าหวานแบบนั้นผมคงรีบแจ้นไปโมหน้าใหม่

“เห็นหน้างี้แต่แม่งไปทั่วเลย”

ผมขำ “ทั่วเลยเหรอ”

“ก็กูโมโหแทน! ถ้ามึงอยู่กับไอ้กาจแบบกูจะเข้าใจเลย!

ไม่ได้ว่าอะไรมัน จังหวะที่พวกเรากำลังคุยกัน น้องคิรินเด็กไอ้กาจที่เดินออกมาก็หันมาทางนี้พอดี เพราะว่าดึกแล้ว คณะต่างๆ ก็ปล่อยให้กลับกันหมด บรรยากาศวังเวงน่ากลัวอยู่บ้าง แม้ในตึกจะยังมีนักศึกษา แต่หน้าตึกที่เป็นถนนและต้นไม้ซึ่งปลูกสร้างให้ร่มเงาก็ไม่ค่อยมีคนมายืนมานั่งคุยเล่นแถวนี้ เลยสังเกตเห็นได้ง่าย

ผมกับไอ้เชสมองหน้าเด็กคิรินนั่น ซึ่งอีกฝ่ายก็มองมาเช่นกัน และเหมือนจะจำไอ้เชสได้ เลยยิ้มหวานแล้วก้าวเข้ามา

“พี่เชส หวัดดีครับ”

ไอ้เชสมุมปากกระตุก ผมที่มองมันอยู่เห็นว่ามันโคตรฝืนยิ้ม “เหอๆๆ หวัดดี”

“คนนี้... เพื่อนเหรอครับ”

น้องเขาหันมาทางผม ใช้ดวงตากลมๆ หวานๆ นั่นจ้องมองเหมือนสำรวจ ส่งยิ้มหวานกว่าเดิมให้ แต่ผมไม่สนใจท่าทางนั่น ไม่ได้ยิ้มตอบกระทั่งไอ้เชสเป็นฝ่ายเอ่ยปากแนะนำ “เพื่อนพี่เอง เฮ้ดว้ากสินกำ ลิโป้”

“อ๋อ ผมเคยได้ยินชื่อนะ ก็ตึกคณะอยู่ข้างๆ กันนี่นา”

“อืม มันมีแฟนแล้ว”

“...” ผม

ไอ้นี่ดูท่าทางจะไม่ชอบปีหนึ่งตรงหน้าจริงๆ ถึงขนาดโกหกกันฝ่ายนั้นมาสนใจผมด้วย แต่โทษทีเหอะ ถึงกูจะโสดก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะชอบเด็กผู้ชายไหม?

เด็กคิรินอะไรนี่ยิ้มหวานน่ารัก ก้าวเข้ามาใกล้อีก ยิ่งใกล้กันก็ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายตัวเล็กมาก “จะไปไหนกันเหรอครับ”

“กินข้าวน่ะ”

“เหมือนกันเลย ผมนัดรุ่นพี่เอาไว้ด้วย”

“อ้อๆ งั้นเหรอ”

ตลอดเวลาผมไม่ได้ตอบอะไรเลย มีแต่ไอ้เชสที่เหมือนไม่อยากจะคุยแต่ก็จำใจคุย “ไม่ได้นัดกับไอ้กาจไว้เหรอ”

“วันนี้พี่คุณชวนผมออกไปข้างนอกน่ะฮะ”

ผมชะงัก “พี่คุณ?”

ไอ้ชื่อที่ฟังดูน่าอ้วกนี่...

ทันทีที่ผมพึมพำทวนคำเด็กปีหนึ่งตรงหน้ากลับไป ยังไม่ทันจะมีใครพูดตอบโต้อะไรกลับมา เสียงเครื่องยนต์พร้อมไฟหน้าสว่างวาบก็โผล่มาจากด้านหลังพวกเราซะก่อน รถสปอร์ตคูเป้เลกซัสที่ผมไม่รู้จักรุ่นแล่นเข้ามาเทียบ และเพราะผมนั่งคร่อมเวสป้าอยู่ริมฟุตปาธ รถคันนี้เลยจอดนิ่งอยู่ใกล้ๆ ประตูฝั่งคนขับอยู่ตรงกับตำแหน่งผมพอดี

คิ้วขมวดแน่น หันไปมองกระจกที่ติดฟิล์มสีทึบอย่างงุนงง แต่เมื่อมันค่อยๆ เลื่อนลง สีหน้าผมก็เปลี่ยนทันควัน

“...”

มันอีกแล้ว!

“พี่คุณ กำลังรออยู่เลยครับ” เด็กคิรินส่งเสียงหวานเจี๊ยบ

คนที่นั่งหลังพวงมาลัยหันไปยิ้มให้น้องเขา ก่อนจะหันมาทางผม รอยยิ้มอ่อนโยนใจดีนั่นเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างบวกคิ้วข้างหนึ่งที่ยกขึ้นสูง

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“...” ผมเงียบ แต่ใช้สีหน้าและสายตาไม่สบอารมณ์ส่งไป พอผมไม่ตอบก็ได้ยินประโยคกวนตีนเพิ่มอีกหนึ่ง

“ไปตึกศิลปกรรมก็ไม่เจอหน้ามึงเลย ใจคอจะไม่ทักกันหน่อยเหรอ”

“กูไม่อยากเสียเวลาเสวนากับมึง”

มันพ่นลมหายใจขณะขำๆ “มึงนี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”

เจอกันครั้งสุดท้ายมันทำให้ผมโคตรจะหงุดหงิด เพราะงั้นพอเจอหน้าอีกหนในรอบเทอมผมก็ไม่อยากจะเห็นหน้ามันจนไม่รู้จะอยากยังไง “มึงเองก็ยังกวนตีนคนอื่นเหมือนเดิม กูนึกว่าโดนกระทืบตายไปตั้งแต่ปีก่อนแล้วซะอีก ไม่น่าจะยังอยู่รอด”

“สงสัยกวนตีนแค่มึงคนเดียวมั้ง เลยไม่โดนกระทืบสักทีนี่ไง”

“งั้นมึงลงมามั้ย เดี๋ยวกูจะกระทืบมึงเอง”

“เนี่ย พูดอยู่ไม่ถึงสามประโยคก็โมโหอีกแล้ว”

“เหอะ”

ผมหัวเสียมันนะ แต่กล้ำกลืนความหงุดหงิดลงไปก่อน มองไอ้คุณ จากนั้นหันไปมองเด็กคิรินนั่น ประกอบกับสิ่งที่ไอ้เชสเล่าก่อนหน้าก็เดาอะไรได้ไม่ยาก สีหน้าผมเปลี่ยนเป็นเยาะขึ้นมาทันควัน

ไอ้คุณปกติจะมีสีหน้าสบายๆ ตลอดเวลา แต่คราวนี้พอมันเห็นท่าทีผมกลับคลายรอยยิ้มลง คิ้วยกสูงขึ้น

ผมเห็นมันขยับปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่เปิดโอกาสให้มันกวนตีนอีก

“ไอ้เชส ขึ้นมา”

“หะ”

“อย่าอยู่ตรงนี้นานๆ มลพิษเยอะ”

“อ้อ เออ” ไอ้เชสแม้ยังตามปฏิกิริยาผมไม่ทัน แต่มันก็ขยับขึ้นมาซ้อนท้ายผมอย่างว่าง่าย

ไอ้คุณเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “จะไปแล้วเหรอ?”

“...” ผมเบ้ปาก ไม่ตอบ มือผมหมุนกุญแจสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง จากนั้นบิดคันเร่งขับออกมาจากตรงนั้นทันที ไม่เอ่ยลา และไม่แม้แต่จะหันไปสนใจไอ้คุณกับเด็กใหม่มัน

ไม่เจอมันมาตั้งเทอม ไม่เคยจะเปลี่ยนแม่งเลย...

 

หลังจากนั้น ไอ้เชสมันก็เล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกว่าคนที่มีรูปกับเด็กคิรินนั่นมีไอ้คุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ไอ้คุณ... ใช่ ไอ้คุณอีกแล้ว

ถึงจะไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทหรือคนรู้จักของมัน แต่ถ้าให้ลองวิเคราะห์... แม้จะไม่รู้ว่าสถานะที่ชัดเจนคืออะไร แต่ก็คงไม่พ้นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ ดูกรณีไอ้ตั๊กและแฟนเก่ามันได้ รอบนี้เด็กที่ชื่อคิรินอาจจะเข้าหาไอ้คุณก่อน ตามที่ไอ้เชสบอก และไอ้คุณเองก็ ...อืม อีหรอบเดิม ใครเข้าหาก็ไม่ปฏิเสธ

ไอ้คุณมันต้องรู้อยู่แล้วว่าเด็กที่ตัวเองคุยตอนนี้คุยกับไอ้กาจอยู่เหมือนกัน เพราะในเพจเองก็มีลงๆ ไว้ แต่เพราะไอ้กาจกับคิรินไม่ได้คบกัน เรื่องนี้เลยกลายเป็นว่า... จะว่าไอ้คุณผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ใช่

เด็กไอ้กาจไม่โอเค

ถึงผมจะเหม็นขี้หน้าไอ้เชี่ยคุณขนาดไหน แต่ก็เข้าใจว่าครั้งนี้ไม่ได้เหมือนรอบน้องน้ำหวานที่มันพูดเชิงจุดประกายให้เธอไปเลิกกับไอ้ตั๊ก ไอ้กาจมันควรจะเลิกยุ่งกับเด็กนั่น แล้วไปชอบคนอื่นที่ดีกว่านี้ดีกว่า อย่าเอาตัวไปยุ่งน่ะดีที่สุด แต่เพื่อนผมคนนี้มันเป็นประเภทไม่ค่อยเล่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของตัวเองให้ใครฟังอยู่แล้ว หลังจากวันนั้นพอออกไปเจอมันแล้วพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา มันก็แค่มองหน้าเงียบๆ ไม่ออกความเห็นอะไร ในใจคิดยังไงอยู่ก็ไม่รู้

มันไม่ได้มีทีท่ารักลึกซึ้งแบบขาดไม่ได้อะไรหรอก ผมลองเสนอให้มันเปิดใจกับคนอื่นบ้าง แนะนำอุ๋งอิ๋งน้องรหัสตัวเองให้มันไป ไอ้กาจก็เหมือนจะทั้งรำคาญแล้วก็รับฟัง คุยกันช่วงหนึ่งแต่ไปไม่รอด ส่วนกับเด็กคิรินแม่งก็ยังติดต่อกันอยู่ดี

(ไอ้โป้! วันนี้เด็กคิรินนั่นแม่งมาหาไอ้กาจที่ตึกคณะกูอีกแล้ว!)

พอรับสายไอ้เชส นี่คือประโยคแรกที่ได้ยิน

“อีกแล้ว?”

(เออ! ทั้งที่เมื่อวานมันไปกับไอ้คุณมาแท้ๆ นะ)

“เหอะ...” ได้ยินชื่อนี้ผมก็แบะปาก

เนี่ยแหละ เหตุผลสำคัญสุดที่ผมอยากให้ไอ้กาจเลิกยุ่งกับเด็กคิริน เพราะเด็กนั่นมันเกี่ยวข้องกับไอ้คุณนั่นแหละ

ไอ้เชสเองก็รู้ว่าผมไม่โอเค พอมีเพื่อนบ่นก็ยิ่งโทรมาเล่ามาบอกข่าวให้ฟังประจำ บางครั้งได้ยินแล้วผมก็เซ็ง เซ็งถึงขนาดบอกมันว่าไม่ต้องโทรมาแล้ว ฟังแล้วขัดใจเปล่าๆ แต่อีกใจก็เพราะเห็นไอ้กาจเป็นเพื่อน เลยยังอยากรู้เรื่องของมัน

บางครั้งผมก็งอนแม่งนะ เพราะเป็นห่วงไง ไอ้กาจเองก็รู้แหละ แต่มันคงอดจะรำคาญพวกผมไม่ได้

(โทรไปฟ้องไอ้โป้อีกแล้วเหรอวะ) ผมได้ยินเสียงไอ้น็อตลอยแว่วๆ แทรกเข้ามา

(ก็กูหงุดหงิดนี่หว่า!)

(พวกมึงสองตัวนี่ยังไง โดยเฉพาะมึงไอ้เชส กูบอกมึงกี่รอบแล้วว่าเรื่องของเพื่อนบางทีก็ให้เพื่อนมันมีเวลาคิดบ้าง ไอ้กาจมันไม่ได้โง่ มันรู้ตัวแหละว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่)

ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็ถอนหายใจ จะเอ่ยปากโต้เหตุผลกลับไปแต่ตาเหลือบไปเห็นเพื่อนส่งสัญญาณมือมาให้ซะก่อน “เออๆ ไอ้เชส อย่าไปยุ่งกับไอ้กาจแม่งเลย มันโง่เองก็ปล่อยๆ มันไป จบ”

(ไอ้นี่ก็งอนอีก)

“หะ? งอน? เปล่า กูไม่ได้งอน แต่กูจะเรียกรวมปีหนึ่งแล้ว”

(...) ไอ้น็อต

“ไว้ค่อยคุยกันละกัน”

ผมอยากหยุดคิดก่อน พักไว้ชั่วคราว ไม่รอให้พวกมันตอบก็กดวางสายแล้วยัดมือถือกลับลงกระเป๋ากางเกง

ขยับตัวลุกขึ้นไปยืนประจำที่หน้าอัฒจันทร์ แหกปากตะโกนว้ากพวกน้องปีหนึ่งให้รีบวิ่งมารวมตัวกันให้พร้อมภายในไม่กี่วินาที ใส่คำพูดประมาณชวนให้ด่าแม่อย่างถ้ามาไม่ทันจะทำโทษอะไรก็ว่าไปให้พวกเด็กๆ มันวิ่งขาขวิดลงไปด้วย ...ก็ไม่รู้หรอกว่าใส่ไปเพื่อ แต่เขาทำกันมาแบบนี้ ใจดีจะโดนพวกปีสี่เฉาะหัวเอา

ยืนตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ผมก็ปล่อยให้ปีสองที่ทำหน้าที่สอนน้องร้องเพลงเชียร์มาจัดการเป็นลำดับต่อไป ตัวเองเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะที่วางกระเป๋ากองสุมอีกทาง

ไอ้ปริ๊นเซสนั่งเช็คเอกสารอยู่ตรงนั้น พอเห็นผมมันก็ว่าทันที “นังโป้”

“เออ”

“มีคนไม่เข้าประชุมเชียร์อีกแล้วนะยะ วันนี้ไม่มาสองคน คนหนึ่งบอกว่าป่วย ไม่มามอตั้งแต่เช้าแล้ว แต่อีกคนฝากเพื่อนมาบอกว่าท้องเสีย แต่กลางวันมาเรียนนะ”

“ท้องเสีย? ใคร?”

“น้องที่ชื่อเพชร ที่หน้าตาน่ารักๆ อ้ะ”

“เพชร? ไอ้เด็กเพชรณภูมิหลานรหัสไอ้พลอ่ะนะ?”

มันพยักหน้า

“ไอ้เด็กนี่อีกแล้ว” คิ้วผมพันกันยุ่งทันที “วันก่อนมันก็ไม่มาใช่มั้ย ฝากเพื่อนมาบอกว่าท้องเสียเหมือนกัน”

เด็กนี่ข้ออ้างมันโง่ฉิบเป๋ง...

“แต่วันนี้ปีสองไปเจอน้องเขาที่เอ็มบีเคมา ถ่ายมาให้ดูด้วย” ไอ้ปริ๊นเซสมันเปิดโทรศัพท์แล้วหันมาให้ผมดู เห็นเป็นภาพเด็กคนหนึ่งกำลังมุ่งมั่นอยู่กับการคีบตุ๊กตาในตู้เครน

เห็นแล้วผมก็หน้าเคร่งกว่าเดิม

ไอ้เด็กเวรนี่หาเรื่องให้กูแล้วไง ถึงผมจะเป็นเฮ้ดว้าก แต่ถ้าไม่สามารถขู่เด็กให้มาเข้าร่วมทุกคนได้ เฮ้ดว้ากเองก็โดนปีสี่ด่าว่าไร้น้ำยาได้เหมือนกันนะโว้ย

“พรุ่งนี้ให้แตงกวาไปคุยกับมัน ลากไอ้พลไปด้วย ขู่ไปว่าถ้าโดดอีกจะสั่งทำโทษเพื่อนมันทั้งคณะ”

“ดั๋ยจ้า”

ความจริงแล้ว คณะศิลปกรรมไม่ได้รับน้องอะไรแบบจริงจังโอเวอร์มากขนาดนั้นหรอก อาจเพราะมีผมเป็นเฮ้ดว้ากด้วยละมั้ง เทียบกับคณะวิศวะแล้วพวกนั้นแรงกว่ามาก แต่ละวันซ่อมบ้าซ่อมบออะไรไม่รู้เป็นสิบ ซ่อมจนไม่ต้องรอเสีย เฮ้ดว้ากวิศวะปีนี้ก็คนใกล้ตัวกันเอง ไอ้น็อตนั่นแหละ

ไม่รู้ว่าเพราะห้องข้างกันรึเปล่า กูกับมันเลยดวงซวยเหมือนๆ กันอย่างนี้

เจ็บคอไอ้ห่า...

ถึงเวลาปล่อยน้องๆ พอปีหนึ่งทยอยออกไปจากห้องเชียร์จนหมด ผมก็คลายมาดลงทันควัน จากเดินหลังตรงสุดคูลกลายเป็นไหล่ตกไปทิ้งตัวนอนราบกับเก้าอี้ตัวยาว รับน้ำผึ้งผสมมะนาวมาจากมือใครสักคนมายกซดทีเดียวหมดเกลี้ยง ท้องก็ร้อง น้ำก็อยากอาบ ถึงจะอยากนั่งพักอีกหน่อยแต่ก็ฝืนตัวเองลุกขึ้นเตรียมโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน

...ถ้าไม่ติดว่าเสียงเพื่อนตัวเองจะดังขึ้นมาซะก่อน

“เฮ้ดว้าก มารับไปดื่มคร้าบ”

คนที่เดินอารมณ์ดีเข้ามาในห้องเชียร์คือไอ้สหัส มันหันไปรับไหว้จากพวกปีสองแล้วปรี่เข้ามานั่งคล้องคอผม ไม่รู้ไปแฮปปี้มาจากไหนเอ่ยชวนชาวบ้านไปทั่ว “พวกมึงไปกินข้าวด้วยกันมั้ย ใครว่างไปด้วยกันดิ ไอ้ปริ๊นเซสไปป่ะ”

“ต๊าย เลี้ยงรึเปล่าจ๊ะพ่อสหัส”

“เหอะ ไม่เลี้ยงอ่ะ”

“งั้นไม่ต้องชวนย่ะอีผี ฉันจะกลับบ้าน”

“รอให้ถูกหวยก่อนนะ รับรองแล้วจะเลี้ยง” มันฉีกยิ้มยิงฟัน จากนั้นหันมาเขย่าไหล่ผม “ไหน ไอ้โป้ เสร็จยัง ป่ะๆ”

“เดี๋ยว กูจำได้ว่าวันนี้กูไม่ได้นัดมึงไว้นะ”

“เนี่ย ก็กำลังนัดกันตอนนี้ไง นัดเรียบร้อยละ ไปกันเลย”

“สัด นัดเขาต้องล่วงหน้าเว้ย มึงไม่ได้ยินเสียงกูเหรอ แหบขนาดนี้ ยังให้กูดื่มอะไรอีก” ผมบ่น

“งั้นมึงก็ไม่ต้องดื่มดิ ไอ้ที่กูชวนเนี่ยไม่ใช่ร้านเหล้าร้านตื้ดนะเว้ย ร้านขายข้าวปกติเนี่ยแหละ ร้านนี้วันก่อนไอ้เชษฐ์มันแนะนำกูมา มันบอกสาวเชียร์เบียร์เซ็กซี่ นี่ไอ้พลมันมันไปรอที่ร้านแล้ว กูให้มันสั่งหอยเผากับปลาทอดซอสมะขามไว้ด้วย” มันยังเขย่าไหล่ผมไม่หยุด ใช้ใบหน้าเจ้าเล่ห์มองมา “มึงชอบนี่”

ผมปรายตามองมัน “...”

“ว่าไง ไปป่ะ”

“สั่งกับข้าวมาแล้วก็เหมือนมัดมือชกกูแล้วไหม”

“เยี่ยม! เยี่ยมๆๆ”

ไอ้สหัสเขย่าคอผมอีกหลายรอบ

ถึงจะอยากกลับไปอาบน้ำนอนพักผ่อน แต่เป็นเพราะตั้งแต่สิบเอ็ดโมงลากยาวมาจนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรหนักๆ ตกถึงท้องนอกจากนมกับขนมปังโง่ๆ ผมเลยโคตรหิว ได้ยินชื่ออาหารใจเลยเอนเอียงง่ายไปนิด

เพราะไอ้สหัสมันให้ไอ้พลไปรอที่ร้าน มันเลยต้องซ้อนเซ็กเธาว์ของผมไป ผมเองก็ไม่รู้ว่าร้านที่ว่านั่นอยู่ไหน เลยให้มันคอยบอกทางไปด้วย จากมอไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก ร้านอยู่ในซอยเล็กๆ เลี้ยวเข้าไปดับเครื่องจอดตรงลานโรยหินกรวด ผมก็มองเห็นว่าร้านนี้มันเป็นร้านโล่งกลางแจ้ง บรรยากาศเหมาะกับการกินเลี้ยงสังสรรค์

มีพวกคุณลุงวัยทำงานมานั่งก๊งเบียร์กันหลายโต๊ะ โดนสาวเชียร์เบียร์เชียร์ไปหลายยก เซ็กซี่จนผมต้องเอี้ยวคอมอง

ส่วนโต๊ะอื่นๆ ก็เป็นพวกนักศึกษา สังเกตจากกระดุมเงินของสาวๆ แล้วก็รู้ว่ามอเดียวกัน คงเพราะร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยด้วยนั่นแหละ

“กูรู้อยู่ละว่ามึงต้องมา ถ้ามึงไม่มากูแดกกับไอ้สหัสสองคนนี่โคตรอัปรีย์เลยนะ” ไอ้พลทัก

โต๊ะผมเป็นโต๊ะสำหรับสี่คนซึ่งติดกับรั้วพุ่มไม้ มีอาหารหลายจานวางไว้ก่อนแล้ว ...แน่นอนว่าเบียร์ด้วย

“ถ้าไม่หิวก็ไม่มาหรอก ยืนตะโกนแม่งเหนื่อยจะตายห่า”

“เหนื่อยอะไรวะ แค่ตะโกนขู่คนอื่น”

“มึงมาลองทำสักวันไหมล่ะ”

“โน่”

ผมกลอกตา “แล้วมึงนะไอ้พล ไอ้เพชรน้องรหัสแตงกวาแฟนมึงไม่เข้าเชียร์อีกแล้ว”

“หะ อีกแล้วเหรอ”

“เออ จัดการซะด้วย”

“เออๆ เดี๋ยวจะลองติดต่อดู มาๆ กินข้าวก่อน”

ผม รับช้อนส้อมที่เพื่อนส่งมาให้ เพราะหิวจัดก็เลยลงมือสวาปามทันที

ต้องเบิ้ลข้าวตั้งสองจานครึ่งจนกว่าจะอิ่ม ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ของกับข้าวบนโต๊ะเป็นผมที่จัดการ ไอ้พลกับไอ้สหัสเหมือนจะไม่ค่อยหิวมาก อิ่มไปก่อนผมนานแล้ว พวกมันเลยนั่งจิบเบียร์เม้าท์นู่นนี่เรื่อยเปื่อยอย่างกับสาวๆ

“เอาหน่อยมั้ย” เห็นผมรวบช้อนส้อมมันก็ชูแก้วเบียร์

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย”

พวกเรานั่งคุยกันอีกสักพัก กระทั่งผมเริ่มรู้สึกอยากพักผ่อนเลยบอกว่าจะขอกลับก่อน ให้พวกมันอยู่คุยกันไปเลย แต่เหมือนพอผมกลับก็ไม่อยากอยู่ต่อเหมือนกัน เลยกลายเป็นเฮโลกลับกันหมด

“พวกมึงยังไม่อยากกลับก็ดื่มกันสองคนไปเหอะ” ผมว่าหน้ายุ่งอย่างเกรงใจ

“ไม่ไร กลับเลยก็ดี เดี๋ยวยิ่งคุยแม่งจะยิ่งดื่มเยอะ กูไม่ได้ตั้งใจจะเมาด้วยวันนี้ เอาแค่กรึ่มๆ เคลิ้มๆ” ไอ้พลมันว่า รีบกวักมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน “เดี๋ยวกูออกไปดูดบุหรี่สักตัว สักสิบนาทีเดี๋ยวพวกมึงค่อยตามออกไปก็ได้”

“ดีเลย งั้นเดี๋ยวกูไปห้องน้ำแป๊บ”

ผมพยักหน้า ตัดสินใจรอที่โต๊ะ ให้ไอ้สหัสเข้าส้วมให้เรียบร้อยค่อยออกไปที่ลานจอดรถพร้อมกัน นั่งก้มหน้าเล่นมือถือตัวเองไปเงียบๆ ตอบไลน์ไอ้เชสที่บ่นค้างไว้ตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนไปพลางๆ ข้อความไม่ได้ขึ้นอ่านอย่างรวดเร็วเหมือนปกติ มองเวลาผมก็เข้าใจ นี่มันเวลาประจำที่พวกไอ้เชสไอ้เหรียญจะหายหัวไปเล่นเกมนี่นะ

มองสติกเกอร์อาม่าโกรธพ่นไฟของเพื่อนแล้วผมก็ส่ายหัว

ก่อนหน้านี้มันคงอยากบ่นผมเรื่องไอ้กาจอีกนั่นแหละ น่าหนักใจฉิบหาย

ผมตอบมันกลับมันไปแค่ข้อความสั้นๆ จมอยู่กับความคิดตัวเอง ต่อมาก็เงยหน้าเมื่อรู้สึกถึงแรงขยับเก้าอี้ นึกว่าเป็นไอ้สหัสปากก็เลยเอ่ย

“เสร็จแล้วเหรอ งั้นก็กลับ...!

“ไง”

“...” ผมนิ่งค้าง

เหมือนกลายเป็นรูปปั้นหินไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าของคนที่นั่งลงข้างๆ นี่ไม่ใช่เพื่อนตัวเอง

คนที่เลิกคิ้วส่งยิ้มให้ตอนนี้...

“ไอ้เชี่ยคุณ”

“เสือน้อยไม่สุภาพอีกแล้ว”

“เสือน้อยพ่องอ่ะ”

มันรู้ว่าผมได้ยินคำนี้ทีไรแล้วขนลุกอยากขย้อนของเสีย เลยได้ทีเอามาเรียกกวนตีนไม่เลิก

“มากินข้าว?”

ผมมองมันเหมือนคนโง่ “มาหาเสียงมั้ง ร้านข้าว”

“อย่าหาเลย เดี๋ยวแพ้อีก”

คิ้วผมกระตุก ถูกรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ที่ตัวเองก็นึกขึ้นมาทีไรยังเจ็บใจไม่หาย ตั้งแต่เจอไอ้คุณก็รู้สึกว่าตัวเองหัวร้อนปวดประสาท เทอมหนึ่งที่ห่างๆ ไป มาเจอกันอีกรอบอย่างนี้นี่ ...ดวงกูตกต่ำอีกแล้ว

“มึงจะมากวนตีนอะไรกูอีกล่ะ”

“กวนตีนที่ไหน กูเข้าร้านมาแล้วเห็นมึงเลยเข้ามาคุยด้วยแค่นั้นเอง”

“เพื่อ? สนิทกันมากมั้ง?”

“ตอนปีสองก็เล่นกันไปตั้งเยอะ น่าจะประมาณหนึ่งนะ”

ผมเบ้ปาก “ถามกูด้วย ใครอยากสนิทกับมึง”

ตาปรายไปอีกด้าน มองเห็นว่าโต๊ะยาวตัวใหญ่ถัดออกไปประมาณหนึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่มากับมัน นอกจากเพื่อนชายหญิงนิเทศที่เหมือนเคยเห็นผ่านๆ ตาแล้วตอนปีสอง ก็ยังมีคนจากคณะอื่นนั่งอยู่อีกประปราย ดูท่าทางไอ้คุณจะเป็นพวกเพื่อนเยอะอย่างที่ไอ้พลเคยบอกผมไว้เมื่อนานมาแล้วจริงๆ

เพื่อนเยอะ สันดานแย่ก็เยอะ ไอ้สาด

ผมดึงสายตากลับมาที่เดิม แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ามันจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้วด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“เชี่ยไรมึง”

มันนั่งเบี่ยงหันมาทางผม แขนข้างหนึ่งพาดไปตามความยาวของพนักพิงเก้าอี้ ส่วนอีกข้างค้ำอยู่กับโต๊ะ ระยะห่างจากผมไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น เห็นอย่างนั้นก็ขยับตัวจะลุกขึ้นทันควัน แต่ติดตรงที่ตัวเองนั่งอยู่ด้านใน ออกไม่ได้

“ถอยไป”

“รีบกลับเหรอ อยู่คุยกันก่อน วันก่อนเจอกันไม่ได้คุยกันเลยนี่”

ผมขยับห่างไปติดรั้วพุ่มไม้อย่างไม่พอใจ

...มันขยับตามเข้ามา

“สมองก้อนน้อยๆ ของมึงคิดว่าเราควรคุยกันเหรอ หรือที่คิดแบบนี้ได้เพราะมึงไม่มีสมอง?”

มันขำ “ปากจัดจริงนะมึงเนี่ย”

“ก็ดีกว่าปากหวานยิ้มหลอกผู้หญิงผู้ชายไปทั่วแบบมึงแล้วกัน”

“อิจฉาว่างั้น?”

“กูจะอิจฉาไปทำไม เด็กมึงนิสัยดีน่าอิจฉามากเลยมั้ง”

“...”

ผมยิ้มมุมปาก “แต่ก็เหมาะกับมึงแล้ว”

สมองกำลังนึกไปถึงเด็กมัน นึกถึงนิสัยและการกระทำนั่นผมก็ปรายตามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสมเพช

อาจเพราะไอ้คุณเห็นทีท่าผม มันเลยเลิกคิ้วขึ้นทันที “มึงหมายถึงคิริน?”

“แล้วจะหมายถึงใครได้อีก เด็กมึงเยอะมากงั้นดิ?”

“ถ้ามึงหมายถึงคิริน กูกับคิรินไม่ได้...”

“พอ ไม่ต้องอธิบาย” ผมยกมือ พูดถึงเรื่องนี้ก็หันไปมองตามันแบบไม่หลบ จงใจแสดงสีหน้าและความรู้สึกให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจได้ง่ายๆ “มึงคบกับเด็กคนนั้นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพื่อนกูเห็นพวกมึงอยู่ด้วยกันจะได้รู้ว่าอย่างมึงสองคนอ่ะเหมาะกันแล้ว ไอ้กาจมันจะได้เปิดใจให้คนอื่นที่ดีกว่านี้”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องไอ้กาจด้วยรึเปล่า ผมเลยอดจะเสียดสีมันไม่ได้

ยิ่งเห็นสีหน้าไอ้คุณที่แว้บแรกเปลี่ยนเป็นสงสัย ต่อมาก็ขมวดคิ้ว จากนั้นหน้าก็นิ่งไปเลย จับความรู้สึกได้ว่ามันไม่ได้สบายอารมณ์ยิ้มแย้มบ้าบอนั่นแบบทุกทีผมก็นึกอารมณ์ดีขึ้นมา

ไม่ต้องเกริ่นรึอธิบายอะไร ไอ้เดือนนี่มันก็เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร มันเองก็คงรู้ว่าเด็กคิรินคุยๆ อยู่กับไอ้กาจเหมือนกัน ถึงไอ้คุณมันจะเป็นพวกไม่ปฏิเสธคนที่เข้าหา แต่ถ้าคนที่เข้าหาไม่ได้มีแค่มันแต่ไปคุยกับคนอื่นเขาซะทั่ว ตามพื้นฐานมนุษย์ จะนึกไม่พอใจขึ้นมาก็ไม่แปลกหรอก

ต่อมาเห็นว่าไอ้คุณปรับอารมณ์ที่เผลอหลุดก่อนหน้าได้อย่างว่องไว โคลงศีรษะช้าๆ “เปิดใจให้คนอื่นที่ดีกว่านี้?”

“...”

“เมื่อวานกูยังเห็นสองคนนั่นอยู่ด้วยกันอยู่เลย”

“พวกนั้นรู้จักกันมานานแล้ว ไอ้กาจก็เข้าไปคุยด้วยก็แค่นั้นแหละ”

“พูดเหมือนอยู่กับไอ้กาจตลอดเวลาเลยนะ” มันว่าขำๆ

“แล้วทำไมกูจะไม่รู้ เพื่อนกูมันไม่ฉลาดน้อยแบบมึงหรอก”

พูดประโยคนี้จบ สีหน้าคนฟังเหมือนจะเปลี่ยนไปทันควัน รู้สึกว่าไอ้คุณมันมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้ไม่น้อยเลย และแน่นอน อะไรที่บลัฟให้อยู่เหนือมันได้ นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ

“สำหรับมึง กูฉลาดน้อยกว่าไอ้กาจ?”

“แค่ดูก็รู้แล้ว”

เพื่อนกูต้องฉลาดมากกว่าไอ้คนกวนตีนแบบมึงอยู่แล้ว

“อ้อ”

ไอ้คุณนิ่งไปพักหนึ่ง ต่อมามันก็ยิ้มมุมปาก ขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ในตอนที่ผมมองหน้ามัน มันก็ก้มลงมาใกล้ “เสือน้อยก็มั่วเก่งเหมือนกันนะ เห็นๆ อยู่ว่าไอ้กาจก็ยังคุยยังไปไหนกับคิริน”

“...”

“ไม่ใช่ว่าฉลาดน้อยเหมือนกันแล้วให้เพื่อนมาแก้ต่างให้เหรอ?”

“ไอ้คุณ!

ผมเรียกชื่อมันเสียงห้วนจัด ขยับตัวลุกขึ้นยืน

ไอ้คุณยังนั่งหน้าด้านปิดทางอยู่อย่างนั้น แม้รอยยิ้มตรงมุมปากจะไม่หายไป แต่ใบหน้ามันก็เหมือนจะนิ่งมากกว่าเดิม

“แค่กูว่าไอ้กาจ มึงต้องโมโหขนาดนี้เลย?”

“มึงปากหมาถึงเพื่อนกู จะให้กูยิ้มรับเหรอ?”

เห็นผมยืน มันเลยขยับลุกขึ้นยืนบ้าง “แล้วที่มึงพูดว่ากูแบบนี้ล่ะ ไม่คิดว่ากูจะโมโหบ้างเหรอ”

ได้ยินมันว่าอย่างนั้นผมก็ชะงักไป แต่ตลอดเวลาคิ้วยังคงขมวดเข้าหากันแน่น ผมเองก็มีจุดที่โดนสะกิดเหมือนทุกๆ คนนั่นแหละ ไอ้เชสมันก็พูดเชิงเป็นกังวลถึงไอ้กาจให้ฟังทุกวันจนผมพลอยเครียดตาม ได้ยินไอ้คุณมาพูดเหมือนจะบอกว่าไอ้กาจมันโง่แบบนี้ ได้ยินแล้วก็อดจะโมโหแทนเพื่อนไม่ได้

ผมจ้องหน้ามันเขม็ง มันเองก็มองมาเช่นกัน

สบตากันเหมือนกับว่าอีกครู่ต่อมาแม่งจะฆ่ากันให้ตาย

“โทษทีไอ้โป้ รอนานมั้ย กูท้องเสีย ไม่รู้ไปแดกอะไร... อ้าว ไอ้คุณ?”

เสียงไอ้สหัสทำให้บรรยากาศนั่นหยุดชะงักลง ผมหันไปมองมันก็เห็นว่าเพื่อนตัวเองที่เดินกลับมาที่โต๊ะทั้งที่มือสองข้างยังเปียกทำหน้ามึน เสียงมันสงบอารมณ์ผมได้หน่อยหนึ่ง เพราะงั้นเลยแค่นเสียงกับตัวเอง ขยับมือไปหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะก่อนจะเดินอ้อมร่างไอ้คุณออกมาจากตรงนั้นทันที

เทอมหนึ่งเต็มๆ ที่ไม่เห็นหน้ามัน ทำไมต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมมาเจอมันแบบนี้อีกวะ...


========================== 100%

(100%) ความยุ่งคืออะไร เกลียดความยุ่งจริงๆ 5555 ถ้าเด็กดีจะมีให้ตั้งเวลาลงได้บ้างคงสะดวกไม่น้อยเลยค่ะ TT



(50%) ตอนนี้มีแค่ 100% นะคะ

ขอชักจูงทุกคนให้มาอยู่ทีมพี่โป้ จงรักจงหลงพี่โป้เยอะเย้อะ <3 ดูแลพี่โป้ด้วยนะคะ อย่ายอมมม

ฝากแม่ๆ ดูแลเสือน้อยด้วยนะคะ ตัวนี้ขี้โมโหไปหน่อยแต่ขนนุ่มมากกกกก 555


แฮชแท็ก #เหนือคุณเท่ากับแฟน

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.188K ครั้ง

6,617 ความคิดเห็น

  1. #6550 The paradizy (@phattarasuchanat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 15:50
    แอแงงงงง เค้าขำมากกว่าอะ 55555555 กวนตีนทั้งคู่แหละเอาจริง
    #6550
    0
  2. #6545 tangja1 (@tangja1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:26
    นี้ถ้าเป็นโป้มีต่อยแล้วอะ รู้ว่าไม่อยากคุยยังจะทักอีก กวนเลยไปแล้วปะ
    #6545
    0
  3. #6506 เพราะรัก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:08

    เกลียดคนแบบพระเอกจัง

    #6506
    0
  4. #6498 รักไรท์ทุคน (@pichayapa-sk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 18:19
    แงงเองลูตรง ตัวนี้ขี้โมโหไปหน่อยแต่ขนนุ่มมาก555555
    #6498
    0
  5. #6497 supatsaree (@supatsaree) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 18:07
    5555 เจอพวกเฉยยย
    #6497
    0
  6. #6466 Megalodox (@bewtylove575) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 22:24
    คนอื่นดูโมโหอิพี่คุณกัน แต่นี่แบบ.... ขำอยู่555555 ถึงจะด่าอิพี่ไปว่ากวนตีนแต่ก็เฉยๆอ่ะ สงสัยเจอบ่อยจนชินละมั้ง555555 คนอ่านใจเย็นๆกันนะ55555
    #6466
    0
  7. #6432 mayaangel (@kanyadevil) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 13:23
    มีแต่คนไม่ชอบพระเอก ไม่ชอบด้วยน่ารำคาญมากๆ
    #6432
    0
  8. #6393 ฮันนี่พี (@chalis) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 07:42
    รำคาญอ่า
    #6393
    0
  9. #6172 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:37
    รำคาญ ต้องเป็นคนแบบไหนอะที่รู้ว่าเขาไม่ชอบก็ยังมายุ่งอยู่ได้ รำคานนนนนนนนนนนน โป้ก็ต่อปากต่อคำตลอด เงียบบ้าง คนแบบนี้จะได้เลิกมายุ่งสักที
    #6172
    0
  10. #6009 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 15:38
    สรุปคิรินเป็นน้องคุณ 5555555555 แต่ไม่ชอบพระเอกอะรำคาญ เลิกยุ่งเหอะ
    #6009
    0
  11. #5992 YouareDna (@YouareDna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 09:53
    ฮึ่ยหมั่นไสพระเอก555+ ไม่ไหวแล้วว้อยยยย
    #5992
    0
  12. #5861 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 11:47
    ลูกแม่ออกมาลูก อย่ายุ่งๆๆๆ
    #5861
    0
  13. #4779 orapim007 (@orapim007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:54
    หงุดหงิดแทนอ่ะ
    #4779
    0
  14. #4483 -แค่ฟ้า- (@blue-topaz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 00:03
    มีโควต้าเปลี่ยนพระเอกมั้ยคะ?
    #ทีมลิโป้
    #4483
    0
  15. #4425 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:22
    เมื่อไหร่จะเลิกทะเลาะกันง่ะ
    #4425
    0
  16. #4125 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:46
    โหหัวร้อนแรงมาก
    #4125
    0
  17. #3898 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 19:05
    โป้หัวร้อนแต่เรามองว่าน่ารัก555555
    #3898
    0
  18. #3720 tangthaiparichat (@tangthaiparichat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:58
    พี่โป้หัวร้อนเก่ง แต่ชอบอะอ่านตอนพี่โป้หัวร้อนแล้วชอบบ
    #3720
    0
  19. #3533 Joypattra8 (@Joypattra8) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 00:05
    อ่านมาหลายตอนแล้วไม่ชอบโป้อ่า ทำไงดี หัวร้อนเกิน
    #3533
    2
    • #3533-1 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 5)
      5 กันยายน 2562 / 06:53
      ไม่ได้นะคะ ต้องใจเย็น เขาเปนนายเอก 555555
      #3533-1
    • #3533-2 เมี๊ยว~ (@greenw) (จากตอนที่ 5)
      5 กันยายน 2562 / 15:14
      ใจเย็นๆนะคะตัวเอง พี่โป้มันน่ารัก อ่านต่อๆไปก่อนนะคะ 555555555555555
      #3533-2
  20. #3528 bambim (@bambim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 05:55
    &#196;mwyymZ my ymmymyymym
    #3528
    0
  21. #3163 M1WMIRACLE (@MiwMiracle) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 07:53
    คุณกับคีรินเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า คุณชอบโป้ใช่ไหม บอกมา
    #3163
    0
  22. #3123 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:26
    สมควรโดนตืบจริงๆ
    #3123
    0
  23. #3122 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:11
    เซ็กเธาว์คือชื่อรถมอไซที่ลิโป้ตั้งหรือ อะไร
    #3122
    0
  24. #2664 PPPTW_93 (@0854555187) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 00:34
    รำคารคุณว่ะ กวน-ชิปหาย โป้เอ้ยยยใจเย็นลงบ้างลูกก
    #2664
    0
  25. #1999 W U N K I M (@wanwisa2004) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 23:00
    คุณอาจจะไม่ได้ตั้งใจพูดกวนตีนก็ได้นะ นายโป้นี้ก็หัวร้อนเกิน
    #1999
    0