เหนือคุณเท่ากับแฟน (Yaoi) END

ตอนที่ 16 : [15] พี่โป้สินกำมีผัวแล้ว (140%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,199 ครั้ง
    25 ส.ค. 62


[15] พี่โป้สินกำมีผัวแล้ว

“วันอาทิตย์ก็ยังครึกครื้นดีนี่”

“เพราะพรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรกนั่นแหละ ไอ้ที่เฮียเห็นน่ะเด็กหอทั้งนั้น”

พอรถยนต์ของพี่ชายขับมาจอดสนิทอยู่หน้าหอก็เอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าเป้ใบเดิมมาถือ เฮียโจโฉไม่ได้สนใจมองพิจารณาหอผม เพราะตอนที่ย้ายเข้าช่วงปีหนึ่งเฮียมันก็แวะมาช่วยขนของไปแล้ว ส่วนตอนนี้เอาแต่เหล่มองสาวๆ หน้าซอย

ผมเปิดประตูรถก้าวลงไป พยักหน้าส่งให้ “ขอบคุณมากเฮีย กลับดีๆ ล่ะ”

“เออ มึงก็ตั้งใจเรียนล่ะ”

มองตามท้ายรถที่เลี้ยวหายไปแล้วถึงได้หมุนตัวเดินเข้าหอ อาทิตย์กว่าๆ ที่ปิดเทอมอยู่บ้าน ได้หยุดน้อยเกินไม่จุใจแม่งเลยจริงๆ ปิดสิบสามวันไม่เหมือนปิดเทอม เหมือนแค่หยุดปีใหม่มากกว่า แถมผม... พักก็เหมือนไม่ได้พัก

ไขกุญแจขึ้นมาถึงห้องก็คว้ารีโมทแอร์มาเปิดก่อนเพื่อน

อาบน้ำเรียบร้อยก็เปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋อง ปีนขึ้นเตียงไปนั่งพิงตากแอร์เย็นฉ่ำๆ รู้สึกทรมานใจอยู่บ้างพอคิดว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเข้าสู่วนลูปเดิมๆ ผมยังไม่พร้อมเลย ไม่ค่อยพร้อมหลายๆ อย่าง ไม่พร้อมเรียน ไม่พร้อมมีงาน ไม่พร้อมเจอคน... เสียงพ่นลมหายใจตัวเองดังแผ่วๆ สุดท้ายก็โคลงศีรษะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จอยู่ตรงหัวเตียงขึ้นมา

เห็นแจ้งเตือนผมก็เลิกคิ้ว สายที่ไม่ได้รับจากไอ้อาร์ต?

ตั้งแต่วันที่ปิดเสียงปิดสั่นไปครั้งก่อน ผมก็ทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ เพราะรู้สึกว่าปิดไว้ทำให้ตัวเองจับมือถือน้อยลงกว่าเดิม เวลากลับบ้านผมต้องช่วยพ่อแม่ดูแลร้าน ทำแบบนี้แล้วสมาธิดีขึ้นเยอะ

...จะได้ไม่ต้องคิดอะไรแม่งให้วุ่นวายด้วย

เพราะงั้นหลังๆ เลยมีหลายคนทักมาบ่นใส่ว่าผมตอบข้อความช้ามั่งล่ะ นู่นนี่ แต่ถ้าเพื่อนสนิทผมอย่างไอ้พลหรือไอ้สหัสจะรู้ว่าถ้าวันหยุดยาวผมจะไม่ค่อยเล่นมือถืออยู่แล้ว

“ฮัลโหล มีอะ...”

(ไอ้โป้) ไอ้อาร์ตรับสายแทบจะทันทีที่ผมโทรกลับ และมันก็สวนขึ้นมาทันทีเช่นกัน

“เออ ว่าไง มีอะไร”

(ทำไมมึงไม่ตอบไลน์ไอ้คุณวะ)

“หา” คิ้วผมขยับชนกัน

ทำไมถึงเป็นเรื่องนี้ละวะ...

“ก็ตอบไปแล้วนี่”

(หลายชั่วโมงสองสามวันตอบทีใช่มั้ย) มันถอนหายใจลอดมา (เมื่อวานผู้ชายคนที่แท็กรูปมึงลงในเฟซบุ๊คน่ะใคร ไอ้คุณมันหึงจนบรรยากาศแม่งแช่แข็งชาวบ้านเขาได้หมดแล้ว ถ้ารู้ที่อยู่บ้านมึงคงรีบแจ้นไปแล้ว)

“...”

(ไปตอบมันหน่อยละกัน)

“เดี๋ยวนะ ทำไมกูต้องสาธยายด้วยว่าคนนั้นคนนี้เป็นใคร?” ผมขยับตัวนิดหน่อย ใช้อีกมือดึงสายชาร์จออกขณะที่มือถือก็ยังถือแนบหู “กูกับไอ้คุณก็ไม่ได้สนิทอะไรถึงขนาดนั้น ขนาดพวกไอ้พลมันก็ไม่เห็นจะถามอะไร”

(ไอ้คุณมันไม่ใช่เพื่อนมึงแบบไอ้พลสักหน่อย...) พูดแบบนั้นแล้วมันก็นิ่งไป ต่อมาถึงเลียบๆ เคียงๆ ถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างอ่อน (เรื่องที่พวกกูรู้เรื่องของมึงกับไอ้คุณ... มึงยังคิดมากอยู่เหรอวะ)

“หือ เปล่านี่ กูไม่ได้คิดไรแล้ว มึงก็ขอโทษแล้วนี่”

(งั้นมึงยังทะเลาะกับไอ้คุณอยู่?)

ผมเลิกคิ้ว มือลดกระป๋องเบียร์ลง “ก็เปล่า มึงก็เห็นว่ากูก็ตอบ กูกับมันก็เคลียร์กันแล้วเหมือนกัน”

(มึงเคลียร์กันแบบไหนวะเนี่ย จริงๆ กูเองก็เป็นคนนอก ไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้คุณเป็นแบบนี้เนี่ยดิ) น้ำเสียงจากปลายสายติดจะหนักใจ (พี่มินดาวปีสี่แม่งก็มาบ่นไม่หยุด พอดีช่วงนี้เปิดเทอมใหม่ กองกิจฯ เขามีกิจกรรมจะให้พวกดาวเดือนมหาลัยร่วมงาน แต่ว่าไอ้คุณมันบอกปัดว่าช่วงนี้มีปัญหา ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น)

“...”

(ปกติมันให้ความร่วมมือดี แต่ช่วงนี้โทรไปหาแม่งหงุดหงิดทุกวันเลย กูว่า...)

ผมส่งเสียงหาวจนปลายสายชะงักคำพูดไป “ง่วงฉิบ โอเค กูเข้าใจละ เดี๋ยวจะเข้าไปไลน์บอกมันว่าอย่าหงุดหงิดมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้แค่ไหนนะ มึงลองทักไปหาหลายๆ คนดู ว่าให้ช่วยเข้าไปปลอบใจมัน” สายตาชำเลืองไปทางนาฬิกาเรือนกลม “วิชาเรียนที่กูลงทะเบียนไปพรุ่งนี้ต้องเข้าโคตรเช้า นี่ดึกละ ไว้ค่อยว่ากัน”

ว่าอย่างนั้น ไม่รอให้มันมีจังหวะเอ่ย รีบกดตัดสายทันที

...สีหน้าตัวเองตอนนี้ตรงข้ามกับน้ำเสียงราบเรียบที่ใช้เมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง

เรื่องที่มีคนแท็กผมในเฟซบุ๊คเมื่อวานซืน ผมไม่รู้ว่าไอ้คุณมันทักมาถามรึเปล่า เพราะนอกจากจะปิดเสียงปิดสั่นทั้งเครื่องแล้ว ผมยังปิดแจ้งเตือนโซเชียลจากไอ้คุณด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ตอบ ก็ตอบมันนั่นแหละ แต่อาจจะนานๆ ตอบสักครั้ง แล้วก็ตอบแค่สั้นๆ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

พยายามทำแบบที่ทำกับคนรู้จักคนอื่นๆ ทั่วไป...

ผมกำลังพยายามจัดระเบียบความรู้สึกและความสัมพันธ์ทั้งหมดให้ดี

“...” เสียงถอนหายใจตัวเองดังขึ้นเบาๆ

นิ้วขยับสัมผัสจอมือถือในมือ กดเข้าแอพฯ ไลน์แล้วก็เห็นว่าไอ้คุณมันทักมาจริงๆ นอกจากทักมาเกี่ยวกับเรื่องรูปในเฟซบุ๊ค ยังมีข้อความต่างๆ ส่งมาทุกวัน

เห็นตัวอักษรแล้วความรู้สึกแปลกๆ ก็แล่นเข้ามาอีก

เพราะวันนี้ผมต้องกลับมาที่หอ เมื่อวานไอ้เฮียโจเลยชวนไปดื่มเลี้ยงส่งท้ายวันหยุด ไม่ได้มีแค่ผม เฮียโจแล้วก็ไอ้จิว แต่พี่ชายผมมันโทรเรียกเพื่อนตัวเองมาด้วย ผมแค่บังเอิญได้รู้จักกับคนที่เชียร์บอลทีมเดียวกัน แล้วก็คุยกันถูกคอเท่านั้นเอง พี่เขาเป็นพวกอารมณ์ดี รูปที่เพื่อนเฮียโจแท็กเป็นภาพผมกับพี่เขาชนแก้วกอดคอกัน

เหมือนสนุกกันอยู่สองคน แต่จริงๆ ยังมีไอ้จิวยี่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย

ผมกลับมาอยู่กับปัจจุบัน มองจอหน้าต่างไลน์อีกรอบ

Lubu (lipo) : ไอ้อาร์ตทักมาบอกว่าช่วงนี้มึงหงุดหงิดง่าย เมื่อก่อนกูก็เป็น

Lubu (lipo) : (ส่งลิงค์)

Lubu (lipo) : ลองทำใจเย็นๆ อ่านดูก็ดี

พิมพ์ไปแค่นั้นผมก็กดออก ล็อคหน้าจอแล้ววางมือถือไว้นิ่งๆ ทันที พยายามไม่ไปเล่นมากเหมือนเดิม ใช้เท้าเขี่ยรีโมทตรงปลายเตียงมากดเปิดดูโทรทัศน์แทน

ทำสมาธิอยู่กับรายการที่ฉาย ไม่คิดวอกแวกอย่างอื่น กะว่าอีกสองสามชั่วโมงจะค่อยนอน แต่ไม่รู้เพราะว่ารายการมันน่าเบื่อรึเปล่า เลยกลายเป็นว่าแทนที่ผมจะดูทีวี ทีวีกลับกลายเป็นดูผมนอนแทน

รู้สึกตัวอีกทีก็ต้องสบถด่าตัวเองในใจยาวเหยียด เพราะว่าเผลอหลับไปโดยไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุก ยังดีที่ตื่นมาแล้วไม่เซอร์ไพรส์แต่เช้าด้วยการไปมอวันแรกของเทอมสาย

ผมเข้าไปอาบน้ำลวกๆ เปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยก็พกแค่ปากกาด้ามเดียวเข้ามหาลัย ไอ้เซ็กเธาว์ไม่ได้ใช้มาตั้งหลายวัน ฝุ่นจับเบาะเป็นชั้น เพิ่งจะมาสังเกตตอนที่ขับมาจอดไว้ใต้ตึกแล้ว วันนี้กูใส่เดฟสีดำด้วยไง เดินมาตรงที่นั่งใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์พลางก็ปัดกางเกงตัวเองหน้ายุ่งไปพลาง

“เชี่ยเอ๊ย วันแรกก็...”

เท้าผมเหมือนถูกสตัฟฟ์

เสียงพึมพำในลำคอของตัวเองถูกอุดไว้กลางคัน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับใครบางคนเข้า

“...”

“...”

ไอ้คุณ...

ร่างสูงอยู่ในชุดนักศึกษาคุ้นตา อีกฝ่ายนั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวประจำ ข้างๆ คือไอ้อาร์ตกับไอ้ดริว ใบหน้าหล่อๆ ของมันก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่สิ่งที่แปลกแตกต่างออกไปคือ...

มันไม่ได้ยิ้ม ตาคมคู่นั้นเหมือนฉาบน้ำแข็งเอาไว้ ท่าทางดูทั้งไม่พอใจและเคร่งเครียด

ผมไม่ได้คิดว่ามาถึงมอปุ๊บแล้วคนแรกที่ได้เจอจะเป็นไอ้คุณ เลยหลุดสีหน้าชะงักนิ่งอยู่ตรงนั้น บอกความรู้สึกที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน และการกระทำต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นคำพูดไม่ออก

เกือบจะทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง กระทั่งมันลุกขึ้นยืน สาวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

“...”

“ไง” ผมทัก เบี่ยงสายตาออกจากหน้ามันแล้วหันไปทางพวกไอ้อาร์ตด้านหลัง แต่ยังไม่ทันเดินอ้อมไอ้คุณไปทักทายให้ดูเป็นธรรมชาติ ข้อมือข้างหนึ่งก็ถูกมือหนากุมเอาไว้ก่อน

“ไงเหรอ?”

“...”

ไอ้คุณแค่นยิ้ม “มานี่”

“เฮ้ย! อะไรของมึงเนี่ย” ผมหน้ายุ่ง เพราะยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกอีกฝ่ายดึงให้เดินตามไปจนตัวแทบปลิว ขาผมพยายามเกาะพื้นฝืนตัวเองเอาไว้ มือก็สะบัดไปมา “ปล่อย! ทำบ้าอะไรของมึงวะ”

ไอ้คุณไม่ตอบอะไรทั้งนั้น ยังออกแรงลากผมไปตามที่ตัวเองต้องการ ไม่รู้มันไปเอาแรงมากมายมาจากไหน ผมเองก็ไม่ใช่ผู้ชายเอวบางร่างน้อย แต่ทำให้มันหยุดไม่ได้แม่งแม้สักจังหวะ

เพิ่งเคยเจอมันที่เป็นแบบนี้ เพราะงั้นพอไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหนจะทำอะไร ผมเลยแหกปากไม่ยอมแพ้ดังลั่นจนหลายๆ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามอง ไม่แคร์สายตาใครด้วย เพราะหวังจะให้มันอายจนยอมปล่อย

แต่มันก็ไม่ปล่อย ถูกลากมาจนถึงด้านข้างตึกส่วนที่เป็นสุดทางเดินแคบๆ ไม่มีใครผ่านไปผ่านมา มันก็ค่อยๆ คลายฝ่ามือออก ผมที่หน้ายุ่งเหยิงไปนานแล้วรีบขยับถอยห่างทันที ยกอีกมือนวดข้อมือตัวเองเบาๆ ไม่สนใจท่าทีโกรธเคืองของมัน ว่าเสียงห้วนจัดพร้อมคำสถบ “มึงเป็นบ้าไปแล้วรึไง!

“...” ไอ้คุณจ้องหน้าผม รอบๆ ตัวเหมือนแผ่ออร่าบางอย่างจนผมที่เตรียมจะอ้าปากด่าอีกหลายคำต้องมองอย่างแปลกใจ “หงุดหงิดง่ายอาจเป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้า?”

ผมชะงักไปอีกหน เมื่อมันเอ่ยหัวข้อลิงค์เมื่อวานที่ผมส่งให้ทางไลน์ ตาตัวเองเบี่ยงออกทางด้านข้าง “มึงโมโหเรื่องนี้เนี่ยนะ กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงเป็นโรคซึมเศร้านี่ ไอ้อาร์ตบอกช่วงนี้มึงหงุดหงิด กูก็แค่ลองเสิร์ชดู”

“กูไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า”

ไอ้คุณมันขยับเท้าก้าวเดินมาใกล้ ขณะที่ผมมองการกระทำของมันทุกอิริยาบถ เพราะด้านหลังผมเป็นผนังสุดทางเดิน เลยรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง ใจหนึ่งอยากจะหนีไปอีกทาง แต่แบบนั้นมันดูเหมือนกลัว เลยเลือกจะยืนนิ่ง

“เออ ไม่ได้เป็นก็ไม่ได้เป็นดิวะ แค่นี้ทำไมต้อง...”

“ที่กูเป็นแบบนี้ มึงก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ”

“...”

“โป้ หลบหน้ากูทำไม?”

“ใครหลบหน้ามึง?”

“ยังจะถามอีก?” คิ้วข้างหนึ่งของคนพูดเลิกขึ้นสูง “กูโทรไปไม่รับ พอไลน์ไปก็ไม่ค่อยตอบ ตอบก็แค่สั้นๆ ถ้าไม่หลบหน้าแล้วให้เรียกว่าอะไร”

“ก็กูเคยไลน์ตอบมึงไปแล้วนี่ว่ากูกลับบ้าน ไม่ว่างตอบใคร”

“ไม่ว่างตอบใคร? มึงรู้มั้ยว่าตัวเองตอบไลน์พวกไอ้พลบ่อยกว่ากูซะอีก คำถามอย่างวันนี้อาบน้ำกี่หนของไอ้สหัสมึงยังตอบมันเร็วกว่ากูด้วยซ้ำ”

ทีแรกผมเกือบหลุดสีหน้า แต่ต่อมาก็เม้มปาก

วันที่สามของช่วงปิดเทอม ผมเริ่มจะไม่ค่อยตอบไลน์คนนู้นคนนี้ เย็นวันนั้นจู่ๆ ก็ได้รับข้อความแปลกๆ ของไอ้สหัสที่ทักมาถามว่าอาบน้ำไปกี่หนแล้ว ถึงจะเห็นแจ้งเตือนในอีกสี่ชั่วโมงต่อมา แต่ผมก็ตอบมันกลับไปแบบงงๆ ว่าสองรอบ

ไอ้สหัสแม่ง...

“โป้”

“...”

“ทำไมต้องหลบหน้ากู เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ใช่” หน้าผมเคร่งหน่อยๆ “ก็เพราะคุยกันรู้เรื่องแล้วไง กูจะทำแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไรนี่ เวลาเพื่อนทักมา กูก็ต้องตอบมันก่อนอยู่แล้ว แปลกตรงไหน”

“ตอบเพื่อนก่อน...” มันทวนคำผม เดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม จังหวะที่ผมกำลังยกมือขึ้นเตรียมจะผลักมันให้ถอยไป ไอ้คุณก็ขยับมาจับแขนผมเอาไว้อีกรอบ ริมฝีปากหยักยกยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “มึงคงไม่เหมือนคนอื่นเขา ที่ไม่รู้ว่าเพื่อนกับผัว มึงต้องตอบและใส่ใจผัวตัวเองก่อนทุกครั้ง”

“...” ผมอ้าปากค้าง รู้สึกว่าอุณหภูมิฝ่ามือไอ้คุณที่แนบสนิทอยู่กับผิวเนื้อร้อนจัดจนต้องรีบสะบัดออกอย่างแรง “ผัวบ้านมึงเหอะ กูเป็นผู้ชาย!

“ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ไม่เกี่ยวหรอก ใจลึกๆ มึงก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”

“ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นแหละ มึงก็แค่คนคนหนึ่งที่กูรู้จัก เราไม่ได้สนิทอะไรกัน แล้วก็ไม่... อื้อ!


==================== 50%


เสียงกลายเป็นเสียงหลุดอุทานสั้นๆ ในลำคอเมื่อจู่ๆ คนตรงหน้าก็เอื้อมมือมารวบตัวผมไป ฝ่ามือข้างหนึ่งที่คลายออกจากข้อมือผมยกขึ้นไปกดที่ท้ายทอยแทน พอศีรษะหงายขึ้นไอ้คุณก็แนบริมฝีปากตัวเองลงมา

ตาผมเบิกโพลง

เพราะอ้าปากพูดและขาดการระมัดระวังตัว รู้สึกอีกทีก็เพราะลิ้นตัวเองถูกลิ้นไอ้คุณสอดเข้ามาพัวพันแล้ว มันกวาดไปทั่วโพรงปาก ดูดดึงแล้วชักนำให้ลิ้นผมดุนกลับไป จังหวะนั้นถึงขบฟันลงมาเบาๆ เหมือนจงใจจะทำให้ทั้งเจ็บและไม่เจ็บ

“มีเมียดื้อแบบมึง กูต้องทำยังไงให้หัดเข้าใจอะไรง่ายๆ หือ...” น้ำเสียงที่ใช้อ่อนลงหลายระดับ ผมจับความเคร่งเครียดกังวลใจสุมอยู่ได้จากข้างในนั้น

ใบหน้ามันขยับเอียงไปตามแก้มขวามือ ริมฝีปากลากไปเรื่อย สูดลมหายใจลึกและกดแรงๆ บางจังหวะ ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนชื้นของน้ำลายจางๆ ตรงมุมปาก

ผมยังหอบอยู่ แต่พอมันกระซิบลงที่ข้างหูสติก็พลันกลับมา

มือยกขึ้นยันร่างสูงตรงหน้าทันที จะยกไปผลักให้ถอยไปแรงๆ แล้ววาดขาเตะสักทีแต่ก็หยุดนิ่งกะทันหันเพราะทำไม่ลง ความไม่พอใจแล่นพุ่งขึ้นมาทำให้ต้องส่งเสียงอย่างอดไม่อยู่

ถูกบังคับแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงรึผู้ชายก็เหมือนฝ่ายตรงข้ามไม่ใส่ใจความรู้สึก ผมเลยเปลี่ยนจากกำหมัดเป็นกำคอเสื้อที่มันสวมไว้แทน

“ไอ้คุณ มึงทำแบบนี้ทำเชี่ยไร กูเกลียดไอ้การ...!

ไอ้คุณมันโน้มลงมาใกล้อีกครั้ง แต่คราวนี้ผมรู้อยู่แล้วถึงได้กัดฟันเอาไว้แน่น อาจเพราะความโมโห ทั้งมือและตัวผมออกแรงเต็มร้อย คราวนี้ไม่สนใจแล้วว่ามันจะเจ็บมั้ย

แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะมือผมถูกจับเอาไว้แน่น ส่วนตัวก็ถูกดันไปที่ผนังด้านหลัง

ผมขัดขืนมันไม่ได้ จนกระทั่งปากชาไปหมดมันถึงถอยห่างออกไป

“เสือน้อย กูไม่อยากฟังมึงพูดว่าเกลียด”

ผมถลึงตา “กูเกลี...”

“ถ้าพูดอีกมีรอบสองนะ”

“ไอ้...”

“แล้วก็ถ้าด่ากูก็จะเปลี่ยนเป็นปล้ำแทน”

“...” ฟันกรามผมขบเข้าหากัน

ไอ้คุณเห็นแล้วเหมือนจะคลายสีหน้าลงบ้าง ไม่มีออร่าโมโหปกคลุมเหลืออยู่แล้ว มันถอนหายใจเบาๆ แขนทั้งสองข้างยังรวบกอดตัวผมเอาไว้แน่น “เรามาคุยกันดีๆ อีกทีดีกว่า กูมีเรื่องจะถามมึงเยอะแยะ โดยเฉพาะ... ผู้ชายที่ถ่ายรูปคู่กับมึง”

ท้ายประโยคเสียงมันติดจะห้วนเล็กน้อย แต่ผมไม่ได้สนใจ ส่งเสียงลอดไรฟันโต้กลับ

“มึงคิดว่าทำแบบนี้แล้วกูจะอยากคุยกับมึงเหรอ!

ไอ้คุณชะงักไป เหมือนจะรู้สึกตัวหลังจากนั้น แขนถึงได้กระชับแน่นเข้าหาตัวผม รีบเอ่ย “โป้ กูไม่ได้...”

“แน่ใจเหรอว่าของอยู่ใต้บันไดข้างตึกอ่ะ”

“เออ อาจารย์บอกมา มันอยู่ในกล่องลังเบอร์สิบสามมั้ง”

“...!

จากที่โมโหไม่พอใจอยู่กลับต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ได้ยินเสียงพูดคุยดังเข้ามาใกล้ สถานการณ์ไม่ทันตั้งตัวนี่ทำให้แขนหนาๆ ของคนตรงหน้าคลายแรงออกชั่วขณะ เลยสบโอกาสให้ผมปัดทิ้งไปให้ไกลๆ ได้อย่างง่ายดาย

โชคดี ตอนที่ขยับตัวออกห่างไปหลายก้าว เจ้าของเสียงปริศนาสองคนนั่นก็เดินผ่านมาถึงทางเดินนี่พอดี เห็นผมกับไอ้คุณยืนอยู่สองคนนั่นก็ชะงัก เหมือนจะจำหน้าผมได้ เลยยกมือไหว้ด้วยสีหน้างงๆ

ผมแค่ผงกศีรษะรับ แต่สีหน้ายังดูไม่ได้ ไอ้คุณที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ไม่ได้ทำอะไรต่อเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย

ตาผมเคลื่อนไปทางมัน จากนั้นพูดด้วยเป็นประโยคสุดท้ายก่อนเดินไวๆ กลับออกไป “ไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยแล้ว แล้วอย่าทำแบบนี้อีกก่อนที่กูจะยันมึงจริงๆ”

 

ผมรู้สึกว่าชีวิตตัวเองวนลูป ไม่ใช่เรื่องชีวิตที่ตื่น กิน เรียน ทำงาน นอน แต่เป็นเรื่องของผมกับไอ้คุณเนี่ยแหละ...

ตั้งแต่คืนวันเกิดไอ้อาร์ตมา ไอ้คุณมันตามราวีผม สถานการณ์เหมือนตอนนี้แทบไม่มีอะไรต่าง

เหี้ยเถอะ ต่างดิ เพราะตอนนี้มันทำเหมือนผมแต่งงานกับมันไปแล้ว และเรากำลังมีเรื่องทะเลาะกันเหมือนคู่สามีภรรยา ใครถามว่ามาหาผมทำไมก็ตอบแบบไม่มีลังเลเลยว่ามาง้อ

สามวันมานี้ดีหน่อยที่มันไม่ได้มีท่าทีโมโหบังคับเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกกันแบบวันแรกที่เปิดเทอม นอกจากการมาหาพร้อมใบหน้าออดอ้อนแบบที่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับผู้ชายตัวโตเท่าควายแบบนั้นเลยสักนิด ถึงจะทำเมินไม่สนใจมัน แต่พอเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้าทุกเช้าเย็น สีหน้าผมก็คงสภาพดีๆ เอาไว้แทบจะไม่ได้

ไอ้พลไอ้สหัสก็ถามผมว่าทะเลาะอะไรกับไอ้คุณอีก ผมเล่า แต่ไม่ได้เล่าทุกอย่าง และไม่ได้เป็นคนดีถึงขนาดไม่เล่าเรื่องไอ้ทิมนั่นด้วย ถึงไอ้คุณจะอธิบายไว้ว่าที่เพื่อนมันไม่พอใจผมเพราะแฟนเก่าไอ้คุณ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลสมควรที่จะทำนิสัยแบบนั้นใส่คนอื่นได้ เพราะงั้นผมถึงด่ามันเละเทะให้พวกไอ้พลฟัง กูไม่ใส่ไคล้เพิ่มให้ก็บุญแล้ว

เหอะ... ผ่านไปหลายวันแล้วคิดขึ้นมายังหงุดหงิดอยู่เลยเนี่ย

ผมจิ๊ปาก เหน็บปากกาที่เพิ่งใช้เก็บไว้ตรงกระเป๋าเสื้อ ดันกระดานวาดเขียนของตัวเองไปอีกทาง ในตอนที่ขยับตัวบิดขี้เกียจ ไอ้อาร์ตก็เอาจานฮันนี่โทสต์มาวางไว้ตรงหน้า

“ไอ้โป้ กูให้”

ผมเลิกคิ้ว “มาแปลกนะมึงอ่ะ”

“จริงๆ กูซื้อมาให้น้องเดือน แต่น้องเขาอิ่มแล้ว”

“สัด” ด่ามันด้วยความหมั่นไส้ไปที

ไอ้อาร์ตขยับมานั่งลงตรงข้าม ผมยังไม่ทันอ้าปากถามว่ามาทำอะไรโรงอาหาร เก้าอี้ข้างๆ มันก็ถูกเลื่อนออก พร้อมๆ กับไอ้ดริวที่ทิ้งก้นนั่งลงมาอีกคนในสภาพหอบๆ

เห็นหน้าคนจากคณะนิเทศแบบนี้ผมก็ตื่นตัวขึ้นมาโดยพลัน กวาดตามองไปรอบๆ เพราะนึกว่าจะเจอไอ้คุณด้วย แต่พอไม่เห็นใคร อาการในอกก็ค่อยๆ เบาบางลงจนกลับมาเป็นปกติ

“ไอ้เชี่ยแม่งโคตรร้อน” ไอ้ดริวบ่น ยกมือพัดๆ ตามคอ แต่เหมือนไม่สะใจแม่งหยิบกระดานกูไปใช้แทนเฉย “กูไปส่งงานตึกแปดมา แวะผ่านโรงอาหารเจอพวกมึงพอดีเลย ว่าแต่ไอ้โป้ มึงไม่ได้อยู่กับพวกไอ้พลไอ้สหัสอ่อ”

“เปล่า ทำไม?”

“ไอ้คุณหามึงอยู่ แต่ไอ้พลโกหกว่ามึงกลับไปแล้ว”

“อ้อ”

“กูโทรบอกมันนะว่ามึงอยู่นี่”

“...” ผมปรายตามอง

“เอ่อ ฮ่าๆ ล้อเล่น”

ผมไม่ได้ตอบอะไร ใช้ส้อมจิ้มฮันนี่โทสต์เข้าปาก

หวานฉิบ พวกผู้หญิงแดกกันไปได้ไงวะเนี่ย

ไอ้ดริวยังจ้องมาทางผม ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจออกมา แน่นอนว่าตาก็ยังไม่ละไปไหน ขยับตัวยึกยักไปมา อาการมันผมเห็นจากทางหางตาหมดแล้ว “เอ่อ ไอ้โป้ กูขอพูดอะไรหน่อยได้ป่ะ”

“...”

“คือกูก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่ายเรื่องของพวกมึงสองคนหรอกนะเว้ย แค่อยากจะอัปเดตนั่นนี่ให้นิดหน่อย...”

“...”

“ถ้าให้พูดตรงๆ กูดันบังเอิญไปรู้เรื่องของพวกมึงอยู่คนเดียวเลย ทั้งตอนวันเกิดไอ้อาร์ต...” มันเหลือบสายตามองผมนิดหนึ่งเหมือนจะกลัวผมพุ่งเข้าไปต่อย “แล้วก็วันที่มึงมีปัญหากับไอ้ทิมด้วย กูขอโทษมึงจริงๆ ว่ะ ถ้าไม่เพราะกูพูดกับไอ้อาร์ตวันนั้นไอ้ทิมมันคงไม่มาบังเอิญได้ยิน มึงอาจจะฟังเหมือนกูแก้ตัว แต่ตอนนั้นกูสนใจที่ไอ้คุณมันดูสนใจมึงเป็นพิเศษ ก็เลยคุยกับไอ้อาร์ตว่าไอ้คุณมันเปลี่ยนไปอะไรทำนองนี้...”

ต้องมาเห็นสีหน้ารู้สึกผิดและคำพูดจริงจังจากปากมัน ผมก็ถอนหายใจ “กูรู้แล้ว มึงบอกกูรอบที่สองแล้ว ตอนปีใหม่ก็โทรมาขอโทษแล้วไม่ใช่รึไง”

“ก็... ที่กูพูดอีกรอบเพราะกูเห็นว่ามึงกับไอ้คุณยังไม่เคลียร์กันนั่นแหละ กูรู้สึกผิดอ่ะ”

“เคลียร์แล้ว” ผมว่า ทั้งที่ความหวานมันบาดลิ้น แต่ก็ยังจิ้มฮันนี่โทสต์เข้าปากอีกคำ พอกลืนลงคอไปหมดก็ถาม “ทำไม ไอ้คุณมันให้มึงมาพูดกับกูรึไง”

มันสั่นศีรษะ “เปล่า กูเนี่ยแหละอยากจะพูดเอง”

“...”

“มึงยังเคืองเรื่องไอ้ทิมอยู่เหรอวะ? ไอ้คุณมันได้บอกมึงรึเปล่าว่าหลังจากวันนั้นมันก็เคลียร์กับไอ้ทิมไปแล้ว” พอเป็นหัวข้อสนทนานี้ คนพูดก็ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย สีหน้าติดจะยุ่งเหยิงหน่อยๆ “กูก็ไม่ได้อยากจะเอามาพูดหรอก เพราะไอ้ทิมมันก็เพื่อนกู แต่ไอ้คุณมันไม่พอใจมากเลยนะเว้ย หลังจากวันนั้นมันก็ไปคุยกับไอ้ทิมอีกรอบ เห็นไอ้คุณแบบนั้น มันโกรธยากมาก แต่พอมันโกรธขึ้นมาทีน่ากลัวจะตายห่า ไอ้ทิมนี่แม่งก็บ้า นิสัยมันเป็นงี้แหละ พอปักใจเชื่ออะไรแล้วมันก็จะเชื่อแบบนั้น ไอ้คุณก็อธิบายไปหลายรอบแล้วแหละแต่มันไม่ฟัง”

ไปคุยกันอีกรอบ?

“พวกมันทะเลาะกัน?” หลังจากเงียบอยู่นาน ผมก็เอ่ยถามออกไปอย่างช่วยไม่ได้

“ไม่ขนาดนั้น มันก็เคลียร์กันไปแล้วแหละ ไอ้ทิมแม่งหัวแข็ง มันงอนไม่มาคุยกับไอ้คุณเลย ไอ้คุณก็ไม่สนใจมัน กูเป็นคนกลางไง เห็นงี้แล้วแม่งอึดอัดใจฉิบหาย เอาฮันนี่โทสต์มาแบ่งเลย”

จานของหวานตรงหน้าโดนดึงไป ผมไม่ได้ว่า เห็นท่าทีอัดอั้นตันใจของมันก็ยื่นส้อมให้ด้วย

ไอ้คุณไม่ได้ไลน์มาบอกผมเรื่องนี้...

ผมเข้าใจ มันก็ทำถูกแล้ว นี่เป็นเรื่องของพวกมัน พวกมันสองคนเป็นเพื่อนกัน ถึงในทีแรกผมจะยังไม่พอใจ แต่ถ้ามองในมุมมองอื่นผมว่าไอ้คุณก็น่าสงสารเหมือนกันที่มีเพื่อนแบบนี้ ไอ้เหี้ยทิมเหมือนใส่ใจกับแฟนเก่าไอ้คุณมาก มากจนตอนนี้มันไม่ใส่ใจความรู้สึกเพื่อนตัวเองแล้วด้วยซ้ำ

ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาหน่อยๆ ถึงเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับผม แต่เรื่องที่พวกมันทะเลาะกันก็มีผมไปเอี่ยวด้วยอยู่ดี จู่ๆ กลายมาเป็นตัวที่ทำให้คนอื่นเขาทะเลาะกัน ใครแม่งจะไปรู้สึกดีได้วะ

“มึงไม่โกรธไอ้คุณเรื่องไอ้ทิมแล้วใช่ป่ะ” คงเพราะเห็นผมถอนหายใจเหมือนจะปลงๆ ไอ้ดริวเลยถามขึ้นมาอีกหน

“กูก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเรื่องไอ้เหี้ยทิมนั่นตั้งนานแล้ว”

“แล้วมึงเมินมันทำไมอ่ะ”

“...”

“อย่าหงุดหงิดนะเว้ย ถึงพูดตามจริงว่ากูเป็นเพื่อนไอ้คุณถึงลำเอียงเชียร์มัน แต่เหตุผลหลักๆ คือกูอยากรู้แค่นั้นเลย”

ตามองหน้าคนพูด แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป

ผมไม่ได้เมิน ถึงจะยอมรับว่าหงุดหงิดเพราะมันมาทำเหมือนบังคับแบบในวันแรกที่เปิดเทอม แต่ใจจริงก็ไม่ได้อะไรมากขนาดนั้น แต่ที่เลือกจะทำแบบนี้ บอกแล้วว่าผมต้องการจัดระเบียบความสัมพันธ์กับใครต่อใครใหม่อีกหนก็เท่านั้น ถ้าผมทำตัวเหมือนเดิมกับไอ้คุณอีกหน สุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นอะไรล่ะ ความรู้สึกของมันเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่านั่นก็ด้วย

“ไอ้โป้...”

ไอ้ดริวทำท่าจะเอ่ยอะไรออกมาอีก แต่โดนไอ้อาร์ตที่นั่งเงียบอยู่นานส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้พอ

สุดท้ายหัวข้อสนทนาก็จบไปทั้งๆ อย่างนี้

ไอ้อาร์ตกลายมาเป็นคนคลายบรรยากาศชวนอึดอัดสับสนนี่ทิ้งไป มันลงทุนถึงขนาดไปซื้อโค้กมาเลี้ยงผมกับไอ้ดริวคนละแก้ว แล้วเปิดบทสนทนาใหม่เกี่ยวกับเรื่องที่มันไปเที่ยวสวนสนุกหวาดเสียวติดอันดับโลกช่วงปีใหม่มา พวกผมถึงได้หันมาสนใจแกมอิจฉาที่ไอ้คนรวยนี่มันได้ไปเที่ยวต่างประเทศมาอีกแล้วแทน

คุยกับพวกมันนานเกือบชั่วโมง มองนาฬิกาอีกทีก็เห็นว่าแดดเริ่มอ่อนแล้ว ถึงได้ลุกขึ้นเอ่ยลาคว้าข้าวของและกระดานของตัวเองมาไว้ในมือ เดินไปทางประตู แต่แค่ใช้ศอกดันผลักเปิดมันเท่านั้นแหละ...

“เสือน้อย”

ผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนยิ้มอยู่หน้าโรงอาหารคือสิ่งแรกที่ได้เห็น...

แสงอาทิตย์ด้านหลังส่องย้อนเข้ามากระทบกับเงารูปร่างสมส่วนของมัน แม่งเล่นเอาตาพร่า

ไอ้คุณมันยื่นมือมา แต่ผมยกแขนขวาออกไปสกัดไว้อย่างรวดเร็ว “ไอ้เวร”

มันทำตาดุนิดหน่อย แต่พอเห็นผมขมวดคิ้วก็รีบยิ้ม “พูดจาไม่น่ารักอีกแล้ว จูบนะ”

“ทำดิ กูจะต่อยให้”

“ไม่ดื้อแล้ว หามึงตั้งนาน กูมารับ ไอ้สหัสบอกว่ามึงไม่ได้เอารถมานี่วันนี้”

ความจริงผมเอารถมา แค่เมื่อเช้าให้ไอ้สหัสเปรยๆ ให้ได้ยินว่าว่าตัวเองไม่ได้เอาไอ้เซ็กเธาว์ออกมา เพื่อไม่ให้มันหาผมเจอเหมือนเย็นเมื่อวาน และรู้ว่าถ้าผมจะออกจากตึกต้องแวะไปเอามอเตอร์ไซค์ของตัวเอง

“ไม่ต้อง กูกลับเองได้”

ผมเดินอ้อมมันเพื่อจะออกจากเขตใต้โรงอาหาร

อ้อมกลับไปทางตึกศิลปกรรม เดินผ่านใต้ตึกก็มีบรรดานักศึกษาคนอื่นมองมาและมองตามแทบจะเหลียวหลัง บางคนยิ้มกว้าง แต่ไม่ได้ยิ้มหรือมีสีหน้าหลงใหลอะไรใส่ผม เป็นไอ้เดือนมหาลัยที่เอาแต่เดินตามหลังมานั่นแหละ

ผมเดินมาจนถึงส่วนทางเดินใกล้กับบ่อติดน้ำพุตรงสวนเล็กๆ ข้างตึก สุดท้ายก็ทนไม่ไหว

“เลิกตามกูได้แล้ว มึงจะเอาไง”

“ไปกับกู”

ตัวเองพยายามคุมอารมณ์ไม่ให้รู้สึกแย่ “ไปทำไม”

“กูบอกแล้วว่าเราควรจะคุยกันอีกหน” มันว่า คราวนี้สีหน้าดูไม่ได้มีแววโกหกหรือล้อเล่น “เพราะกูไม่อยากบังคับให้มึงหงุดหงิดกว่าเดิม ถึงได้ทำแบบนี้ ไม่งั้นกูฉุดมึงขึ้นรถกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

ผมถลึงตา ถึงน้ำเสียงที่มันใช้จะไม่ได้คุกคามและจงใจแสดงให้เห็นถึงความคิดจริงๆ ในใจแต่ก็ทำให้ผมว่าอีกรอบด้วยเสียงห้วน “กูก็บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว กูตัดสินใจไปแล้ว บอกไปแล้วด้วยว่ามึงอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก”

คราวนี้ไอ้คุณเดินเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ใช้น้ำเสียงพูดเชิงปลอบ “โป้ ไม่เอา ไม่อายคนเหรอ”

“ถ้ามึงอายก็ไปไกลๆ ตีนกู”

ท่าทางของมันทำให้ผมเซ็งมากกว่าเดิม คิดว่างี่เง่ามากที่ตัวเองมายืนเถียงกับมันอยู่หน้าตึก ดังนั้นเลยเตรียมจะหันหลังเดินไปขึ้นรถกอล์ฟรับส่งของมหาลัยแทนไอ้เซ็กเธาว์อยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าจู่ๆ ไอ้คุณก็หันไปกวักมือเรียกใครบางคน

“น้องเพชร”

อะไรนะ?

ผมหันขวับ แล้วก็เห็นร่างเล็กของรุ่นน้องยืนยิ้มแหยๆ อยู่แถวใต้ตึก “ไอ้เพชรณภูมิ?”

เพราะเป็นรุ่นพี่ น้องมันเลยจำต้องเดินเข้ามาหา ยกมือขึ้นไหว้ ไอ้คุณเบนเป้าหมายสายตาไปทางไอ้เพชรทันที เห็นแล้วผมก็หรี่ตา ขยับเดินไปหยุดยืนบังตรงหน้าแฟนเพื่อน

ไม่ได้คิดว่าไอ้คุณมันจะสนใจจีบไอ้เพชรเหมือนตอนแรกหรอก แต่ไอ้เดือนมหาลัยนี่มันเป็นตัวปัญหา เพราะงั้นผมเลยไม่อยากให้เพชรมันไปยุ่งด้วยมากนัก

ไอ้คุณยิ้ม “เลิกเรียนแล้วเหรอครับน้องเพ...”

“ไปเพชร ถ้าเลิกแล้วเดี๋ยวกูไปส่งแทนไอ้กาจเอง” ผมแทรกขึ้นมา

“วันนี้มึงไม่ได้เอารถมาไม่ใช่เหรอ กูถึงได้มารับมึงนี่ไง ถ้าจะไปส่งน้องเพชรด้วยก็ได้ แล้วเดี๋ยวไปส่งมึงอีกที”

“กูไปส่งเอง มึงไม่ต้องยุ่ง”

ไอ้คุณเหมือนจะเปลี่ยนทีท่าพอเห็นไอ้เพชร เพราะมันรู้ว่าผมไม่อยากให้มันยุ่งอะไรกับน้องมัน ถึงได้พูดจากวนประสาทอย่างทำไมผมไม่พูดจาน่ารักแบบเพชรบ้างล่ะ ยืนยันว่าจะไปส่งแน่ๆ บ้างล่ะ แต่สีหน้าที่มันจงใจแสดงให้ผมเข้าใจคือถ้าผมไม่อยากให้มันยุ่มย่ามเยอะ ก็รีบตามไปคุยกับมันได้แล้ว ซึ่งแม่งทำให้ผมโคตรหมั่นไส้

เพราะงั้นตอนมันเดินเข้ามาใกล้ผมถึงได้เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อมันเอาไว้เป็นเชิงห้าม ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยมันจริงๆ รู้สึกสมเพชตัวเองเหมือนกันที่ช่วงหลังๆ มานี้แม้จะไม่พอใจมันขนาดไหนแต่ก็ไม่ได้มีความคิดอยากทำร้ายร่างกายมันเลย

หมับ!

ผมกำคอเสื้อนักศึกษามันไว้ แต่แขนยันหน้าอกหนาๆ นั่นไม่ให้ก้าวเข้ามาใกล้มากกว่านี้

หน้าหล่อๆ ที่อยู่ใกล้ๆ มีรอยยิ้ม ตาคู่คมวิบวับ มือขวามันเอื้อมมาวางทาบกับเอวผม ปลายนิ้วที่กดลงมาผมสัมผัสแบบหยอกล้อได้ชัดเจนแม้จะสวมเสื้อกั้น มันใช้มือรั้งให้เข้าหา เอ่ยกระซิบเบาๆ ด้วยเสียงนุ่มๆ

“คนเก่ง อย่าให้ผัวปวดหัว กลับบ้าน...”

“เชี่ยคุณ!

“พี่โป้ ใจเย็น... เชี่ย!

ซ่า!

“ไอ้เพชร!

“น้องเพชร!

ผมกับไอ้คุณตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจแทบจะพอๆ กัน ตอนที่กำลังยื้อยุดอยู่กับคนตรงหน้า เหมือนไอ้เพชรณภูมิมันจะเข้าใจผิดว่าผมกับมันจะต่อยกันตายห่าหน้าตึก เลยพรวดพราดเข้ามาดึงแขนห้ามไว้ ผมไม่คิดว่าน้องจะเข้ามาใกล้กะทันหัน มือที่ดึงแขนไอ้คุณอยู่ถึงขยับไปชนจนน้องมันไถลตัวจุ่มก้นลงไปในบ่อน้ำพุใกล้ๆ

หน้าผมซีดเผือด

“ไอ้เพชรณภูมิ เดี๋ยวกูลงไป” ผมรีบผละออกจากไอ้คุณขยับเตรียมจะลุยน้ำลงไปช่วย

“ไม่ต้องๆ” น้องมันห้ามไว้ “เปียกคนเดียวพอครับ”

สุดท้ายผมก็เอื้อมมือไปดึงน้องมันขึ้นมา มองสภาพแฟนเพื่อนที่เสื้อเปื้อนคราบตะไคร่น้ำแล้ว ในหัวสมองมีภาพตอนที่ไอ้กาจรู้เรื่องนี้เข้าแล้วตวัดมีดมาถลกหนังผมทั้งเป็น

“ขอโทษ กูไม่ทันเห็นมึง”

“ไม่เป็นไรๆ ช่างมันพี่ แค่อย่าคลุ้มคลั่งอีกเป็นพอ ผมอยากกลับไปอาบน้ำแล้วเนี่ย” น้องมันพูดกับผม จากนั้นหันไปทางไอ้คุณที่มองมาเงียบๆ ด้วยความเป็นห่วง “เดี๋ยวผมให้พี่โป้ไปส่งก็ได้ครับพี่ ไอ้พี่โป้มันเป็นคนทำ พี่โป้ก็ต้องรับผิดชอบ จะได้ไม่ต้องรบกวนพี่ด้วย”

เพชรพูดตัดปัญหา แต่คำพูดนั่นกลายเป็นเข้าทางผมพอดี จังหวะที่ไอ้คุณยังไม่ทันพูดอะไร ปากก็รีบขยับ

“เออ งั้นก็รีบไป เดี๋ยวเป็นหวัด”

มือเอื้อมไปจับแขนไอ้เพชรเอาไว้ จากนั้นรีบพามันไปทางจุดจอดมอเตอร์ไซค์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว

และอาจเพราะกลัวโดนไอ้กาจเฉ่งเอา ผมเลยเลือกจะพาน้องมันกลับมาที่หอตัวเองก่อนเพื่อปกปิดความผิด จัดการรื้อหาผ้าขนหนูผืนใหม่และเสื้อตัวเองให้เพชรมันเข้าไปอาบน้ำ เพราะตอนนั่งรถมาน้องมันบอกว่าตอนไถลลงไปแขนไปครูดโดนขอบปูน เลยได้แผลเล็กๆ มา ผมก็รีบรื้อยาและสำลีออกมาทำแผลให้ด้วย

“มึงนั่งเล่นห้องกูก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูค่อยไปส่งเอง ไม่ก็โทรให้ไอ้กาจมารับที่นี่” ผมกระแอมเบาๆ จากนั้นเอ่ยเอาใจ “จะกินข้าวมั้ย เดี๋ยวกูออกไปซื้อให้”

ไอ้เพชรทำสีหน้ารู้ทัน อ่านผมออกเลยสั่งซะไม่เกรงใจ

เพราะคนทำน้องมันตกบ่อคือผมเอง ค่าปิดปากแพงหน่อยแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรมาก ลงไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แวะซื้ออาหารตามสั่งสองกล่องและขนมติงต๊องอีกอย่าง แต่พอกลับขึ้นมาที่ชั้นห้องพักตัวเอง ผมกลับเลิกคิ้วเมื่อเห็นไอ้พวกวิศวะอยู่กันครบที่ห้องไอ้น็อต แน่นอนว่ารวมทั้งไอ้กาจด้วย

มันไม่ได้ว่าอะไรผม คงเพราะเพชรมันไม่ได้บอกนั่นแหละ มีแฟนอยู่ด้วยแบบนี้ข้าวกล่องที่ผมอุตส่าห์ซื้อให้น้องมันก็ไม่ได้กิน กลายเป็นไอ้เชสกับไอ้เหรียญคว้าไปแดกอย่างกับปอบลง

ตั้งแต่ไปดื่มฉลองสอบเสร็จวันนั้นก็ไม่ได้เจอพวกมันอีกเลย ไอ้กาจมันออกไปกินข้าวสองต่อสองกับแฟนแล้ว แต่ผมยังนั่งคุยด้วยกับพวกที่เหลือในห้องไอ้น็อตต่ออีกสักพัก

“เห็นว่าไอ้คุณตามจีบมึง?”

“...” ผมที่กำลังหัวเราะกับเรื่องเล่าปัญญาอ่อนของไอ้เหรียญถึงกับกรามค้างกับคำพูดไอ้เชส

ก่อนหน้าตอนทำแผลให้ไอ้เพชร น้องมันก็ถามขึ้นมาแล้วรอบหนึ่ง... หลังจากนี้จะมีคนถามกูอีกมั้ย จะได้อัดเสียงแม่ง

“ไม่ต้องถามว่ากูรู้ได้ไง เดือนมหาลัยทำอะไรชาวบ้านเขาก็รู้หมดแหละ เห็นว่าตั้งแต่เมื่อวันเปิดเทอมวันแรกก็ลากถูฉุดกระชากอิฮ้าๆ อยู่หน้าตึกสินกำ คนเห็นเป็นสิบ”

“อิฮ้าพ่อง”

“อย่าโมโหเด่ะ มึงดูหงอยแดกมากช่วงนี้ มีไรบอกได้”

“...”

“เดี๋ยวกูส่งไอ้น็อตไอ้เหรียญไปจัดการให้เอาป่ะ”

ไอ้เหรียญหันขวับ ผมจะขำกับท่าทีเพื่อนก็ไม่รู้ทำไมขำไม่ออก สุดท้ายขยับฝ่าเท้าไปยันก้นมันไม่เบาไม่แรงนัก “มึงนั่งแดกดีๆ ไป ก่อนที่กูจะคว่ำกล่องโฟม”

เห็นสีหน้างอนๆ ของมันอยู่ได้ไม่กี่วินาทีก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม ยังไม่ทันจะด่าให้หายหมั่นไส้ เสียงประตูห้องไอ้น็อตก็ถูกเคาะ พวกเราหันไปมองพร้อมกัน จากนั้นไม่ได้สนใจอีก ปล่อยให้เจ้าของห้องเดินไปจัดการเอาเอง

“ไอ้โป้”

“หือ?” ผมนั่งหันข้างเข้าหาประตู พอไอ้น็อตเรียกถึงได้เอี้ยวตัวไปมอง

ร่างสูงใหญ่ของเพื่อนยืนบังอยู่ สีหน้ามันราบเรียบไม่ปรากฏอารมณ์อะไรเหมือนทุกที แต่พอเบี่ยงกายถอยห่างให้เห็นคนที่มาเคาะประตูเท่านั้นแหละ ทั้งตาทั้งปากตัวเองก็ขยายกว้าง

พวกไอ้เชสไอ้เหรียญที่หันมองตามไปก็นิ่งเงียบ

ไอ้คุณในชุดนักศึกษาแบบเดียวกับที่เห็นก่อนหน้านี้ ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย แต่นัยน์ตาและคิ้วที่แสดงออกกลับปะปนความเคร่งเครียดไว้ มันจ้องมองมาที่ผม แต่ไม่ได้ก้าวเข้ามา

ผมทำสีหน้าไม่ถูกอยู่บ้าง อ้าปากเตรียมจะบอกให้ไอ้น็อตปิดประตู ถ้าพูดไอ้น็อตมันต้องทำอยู่แล้ว แต่ก็หยุดเอาไว้ก่อน เลือกจะยันกายลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินออกไปนอกห้อง

ไอ้พวกเพื่อนก็เหมือนจะเข้าใจ พวกมันมองสำรวจท่าทีเต็มใจไม่เต็มใจของผมเล็กน้อย ผมพยักหน้า ออกมาแล้วพวกมันก็ปิดประตูตามหลัง หันไปคุยกันต่อ

พอมีแค่ผมกับไอ้คุณ ผมก็ชักสีหน้า “กูต้องพูดยังไงให้มึงเข้า...”

“กูชอบมึง”

“...”

“ที่กูโผล่หน้ามาให้มึงเห็นบ่อยๆ เพราะกูชอบมึง”

ชอบ?

ผมเหมือนถูกคำพูดกระแทกต่อยท้อง

“มึงอาจจะหงุดหงิดที่กูทำแบบนี้ แต่ถ้ากูไม่ได้ยุ่งกับมึงอีก ...กูทนไม่ได้”

“หะ... เดี๋ยว” มือขยับยกขึ้น “อะไรของมึงเนี่ย”

ไอ้คุณยังจ้องหน้าผมนิ่ง คราวนี้ไม่มีท่าทียียวนแบบก่อนหน้านี้แล้ว “ก่อนหน้านี้กูก็พูดไปหลายรอบแล้วว่ากูคิดยังไงกับมึง แต่เห็นมึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็เคยคิดว่าต้องให้เวลา แต่ตอนนี้...”

“...”

“ถ้ามึงยังไล่กูให้ไปไกลๆ อีก กูก็มีคำตอบให้กับคำถามเวลามึงถามกูได้แล้วว่ามายุ่งกับมึงทำไม”

“...”

“กูชอบมึง”

“ไม่ต้องพูดแล้ว!” เสียงผมห้วนขึ้นมา คิ้วเริ่มขยับเข้าหากัน

มันจ้องหน้าผม ผมเองก็มองหน้ามันไม่ละสายตา บริเวณระเบียงหน้าห้องแต่ละชั้นของหอนี้ค่อนข้างเงียบ สุดทางเดินซึ่งเป็นผนังส่วนที่ไม่ติดบันไดคือหน้าต่างติดลูกกรงเหล็ก มันมักจะเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา ลมพัดโกรกเข้ามาจนได้ยินเสียงหวีดหวิว พอจะกลบเสียงก้องของผมกับมันลงไปได้บ้าง

วินาทีหนึ่งตัวเองรู้สึกไม่พอใจ เมื่อในใจคิดไปถึงความเป็นไปได้ของคำพูดของคนตรงหน้า

“ก่อนหน้านี้กูเคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ พอคิดดูดีๆ ถึงหลังๆ กูกับมึงจะไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่ก่อนหน้านี้จะว่าไม่มีเลยก็ไม่ได้ กูไม่เคยทำอะไรดีๆ ให้มึง แต่มึงมาบอกว่าชอบกู มึงคิดว่ามันเป็นไปได้เหรอ?”

ไอ้คุณที่ตอนแรกนิ่งไปเพราะท่าทีของผมตอนนี้กลับยิ้มออกมานิดหน่อย พูดเสียงนุ่ม “โป้ คนจะชอบกันไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำเรื่องดีๆ ให้กันนี่ ตอนแรกกูไม่ได้ชอบมึงก็ใช่อยู่ แต่พอได้รู้จักมึงมากขึ้น เข้าใจนิสัยมึงมากขึ้น ตัวมึงจริงๆ เป็นยังไง มันก็ทำให้กูรู้สึกชอบได้เหมือนกัน”

ผมฟังคำพูดของมันแล้วพยายามทำความเข้าใจให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง

ก็ใช่ว่า... จะเป็นไปไม่ได้

ท่าทีตัวเองอ่อนลงบ้าง แต่หัวคิ้วยังไม่คลาย

ก่อนหน้านี้ใจลึกๆ ผมเองก็คิดว่ามันรู้สึกดีๆ กับผมเหมือนกัน แต่หลังจากได้ยินเรื่องลูกตาลความคิดมันก็สั่นคลอนไม่แน่ใจไปหมดแล้ว

ผมมองมัน เผลอหลุดสีหน้าสับสน “เพราะงั้นมึงเลยชอบกูเนี่ยนะ?”

“ใช่”

“กู... ไม่เข้าใจมึงเลย”

“มึงไม่ต้องเข้าใจหรอก เพราะตัวกูเองก็ยังไม่เข้าใจเลย” มันพูดแล้วเว้นช่วงไปจังหวะหนึ่ง “กูรู้ว่ามึงเป็นคนใจร้อน ดูไม่ค่อยสนใจคนนอกอยู่บ้าง แต่มึงเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน เวลามึงว่าหรือทำหน้าดุใส่คนอื่น แต่ลับหลังมึงก็เป็นห่วง ใจดีกับเพื่อน โมโหกูแทนไอ้ตั๊ก เป็นกังวลเรื่องคิรินแทนไอ้กาจ...”

“...”

ดวงตาผมเบิกกว้างขึ้น จ้องหน้าคนพูดเหมือนเห็นสัตว์ประหลาด ไอ้คุณเองก็เห็นสีหน้าผมแล้ว มันถึงได้ขยับมุมปากทั้งสองข้างขึ้นเป็นรอยยิ้มชัดมากกว่าเดิม

“ถึงบางอย่างมึงจะไม่ได้ทำอะไรดีๆ ให้กู แต่แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วมั้งที่ทำให้กูรู้สึกชอบมึง”

“กู...”

ผมพูดได้แค่นั้นแล้วก็ไม่มีเสียงหรือคำไหนๆ หลุดออกมาอีก ปากเม้มเข้าหากัน

เพราะไอ้คุณทำให้รู้สึกแปลกๆ นั่นแหละ ตาที่จ้องสบกับแววตาคู่นั้นของมันถึงขยับเบี่ยงไปทางอื่น วาจาเจือคำชมทำให้ผิวเนื้อตรงใบหูรู้สึกร้อนๆ ขึ้นมา

ผมยกปลายนิ้วที่เริ่มเย็นขึ้นไปแตะคลึง แต่พอเหลือบสายตามองร่างสูงตรงหน้าก็เห็นว่าไอ้คุณทำสายตาวิบวับ เพราะงั้นถึงได้รีบเปลี่ยนสีหน้า ถลึงตาจ้องมันเขม็ง

“ขำเชี่ยไร”

“เปล่า แค่คิดว่า...” มันทอดสายตามองมา ไม่มีแววตาหยอกล้อหรือเย้าแหย่แบบที่ชอบทำ มันก็ดู... อบอุ่นอยู่บ้าง “กูไม่เคยเห็นมึงเขิน เมื่อก่อนกูคิดว่าคนที่หน้าแดงแล้วด่าเพราะเขินน่ารัก แต่ตอนนี้กูคิดว่าแบบมึงเนี่ยแหละ...”

“...”

“น่ารักที่สุดสำหรับกูแล้ว”

น่ารัก...?

ไอ้คุณไม่เคยชมผมว่าน่ารัก ผมมองหน้ามันเหมือนเห็นผี พูดไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่ จะรู้สึกว่าหูมันร้อนๆ หรือจะรู้สึกขนลุกดี ลูกตาดำตัวเองได้แต่ขยับไปมา ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง เอ่ยอะไรกลับไปไม่ถูก

“แล้วคำตอบล่ะ?”

“คำตอบอะไร”

“กูบอกชอบมึง แล้วคำตอบจากมึงล่ะ”

“กูไม่...” ผมหยุดปากตัวเองเอาไว้ ทีแรกจะเอ่ยบางอย่าง แต่สุดท้ายใจลึกๆ กลับรั้งเอาไว้ก่อน เปลี่ยนคำพูดเป็นความคิดตรงๆ อยู่ในใจตอนนี้ “กูไม่รู้ กูรู้แค่ว่ามึงบอกว่าชอบกู แต่ก่อนหน้านี้มึงชอบแฟนเก่าตัวเองมาตั้งนาน”

ไอ้คุณไม่ได้คบกับใครอีกต่อจากนั้น เริ่มแรกที่มันคุยกับคนอื่นที่เข้าหาตัวเองไม่ใช่เพราะชอบคนพวกนั้น แต่เพราะมันยังนึกถึงแฟนเก่าอยู่ จนกระทั่งมาบอกว่าชอบผม

ส่วนผม ไม่มีความคิดในเรื่องเพศเดียวกันเป็นอุปสรรค ถึงพูดแล้วจะน่าขายหน้าอยู่บ้าง ผมเองก็อาจจะรู้สึกดีด้วย ทัศนคติต่อมันก็เปลี่ยนไปมากแล้ว แม้จะต่อยสักหมัดยังไม่อยากทำ แต่เพราะเรื่องไอ้ทิมทำผมคิดว่าไอ้คุณอาจจะยังรู้สึกดีๆ กับแฟนเก่า ถึงจะไม่ได้ชอบ แต่ความตัดไม่ขาดยังอยู่ ผมไม่อยากให้ตัวเองถลำลึก เลยตัดสินใจห่างๆ ออกมา

จู่ๆ มาถามแบบนี้ ผมแม่งจะหาคำตอบจากที่ไหน? จะเอาความมั่นใจมาจากไหน?

“มึงคิดว่ากูยังชอบลูกตาล?”

ผมจ้องหน้ามัน จากนั้นขยับมือข้างหนึ่งที่ปลายนิ้วยังเย็นอยู่สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตัวเอง

“เอาตรงๆ ก็คงใช่”

“กูเคยบอกแล้วนี่ว่ากูไม่ได้ชอบลูกตาลแล้ว ที่กูบอกชอบมึง ก็แปลว่ากูชอบแค่มึง”

“...”

ไอ้คุณถอนหายใจเบาๆ “จริงๆ กูอยากให้มึงรับคำกูตอนนี้เลย แต่ก็ช่วยไม่ได้”

“...”

“ถ้ามึงไม่มั่นใจกู ก็ให้กูไปหา ให้กูอยู่ข้างๆ จะได้คอยดูได้ว่าที่กูพูดไปก่อนหน้านี้จริงรึเปล่า”

“...” ผมมองหน้ามันนิ่งๆ

“หลังจากนั้น... กูค่อยทวงคำตอบมึงอีกที”

ผมยังคงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ไอ้คุณก็น่าจะเดาท่าทีได้อยู่แล้ว

ก่อนกลับมาที่หอผมตั้งใจกับตัวเองไว้ในใจอย่างดีแล้วว่าจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้อีก แต่พอมันใช้คำว่าชอบมารั้ง มันเลยกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ผมต้องรื้อความคิดความรู้สึกที่สลัดทิ้งไปจนหมดแล้วกลับมาใหม่

“โป้” เงียบไปครู่หนึ่ง ไอ้คุณก็ขยับปากเอ่ยออกมาอีกหน

“...?”

“สำหรับมึง เรื่องของกูยังไม่แน่นอน แต่เรื่องของมึงสำหรับกูมันชัดเจนแล้ว เข้าใจด้วยนะคนเก่ง”

ชัดเจนแล้ว?

วาจาของมันทำให้คิ้วผมขยับทันควัน “หมายความว่าไง”

“กูชอบมึง และเป็นสามีมึง เพราะงั้นช่วงปิดเทอมที่ไม่ได้คุยกัน...” แววตาคู่คมของมันเปลี่ยนไป “กูอยากจะรู้ว่า... ผู้ชายที่ถ่ายรูปด้วยกันในเฟซนั่นเป็นใคร?”

คราวนี้เป็นสีหน้าของผมที่เปลี่ยนไปบ้าง


====================== 140%

สิบหน้าไหมล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าดึงเช็ง 555555555

ทีนี้ขอหนีไปปั่นต้นฉบับอื่นต่อแล้ว


แฮชแท็ก #เหนือคุณเท่ากับแฟน (คนที่ติดแฮชแท็กแล้วเราไม่ได้ตอบหรือรีทวิต บางทีทวีตขึ้นไม่ครบนะคะ TT)

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.199K ครั้ง

6,616 ความคิดเห็น

  1. #6566 The paradizy (@phattarasuchanat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 02:05
    55555555ขำดึงเช็ง555555เนี่ยจบเลย บอกชอบทุกอย่างจบ แสนตื๊อ แสนตาม ต้องได้แล้ว! ฮืออ ปาทับจัย!
    #6566
    0
  2. #6098 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 23:21
    คุณแบบ นับถือว่ะ โป้หนีขนาดนี้ละยังตามมาจนได้ แสนตื้อ แถมยังไม่เลิกคาใจเรื่องพวกนี้อีก 5555555
    #6098
    0
  3. #6013 naynoey00 (@naynoey00) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 16:11
    เป็นนี่ คือพออ่ะ งี่เง่าเกินบรรยาย คุณเธอควรหาแฟนที่โอเคกับชีวิตมากกว่านี้นะ ถึงจะเป็นแค่นิยายก็เถอะ ทนกับคนแบบนี้ได้ยังไง
    #6013
    0
  4. #5860 JKCGV (@LITTLETATATAETAE) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 11:46

    ชอบตอนพี่คุณหึงคนเก่งอ่ะ น่ารักกกกกกก

    #5860
    0
  5. #4774 Cryingforcake (@cnnn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 00:47
    แงงงงงงงงง เขิน ตลกที่สุดท้ายก็วกกลับมาถามได้ว่าใครคือผช ในเฟส5555555
    #4774
    0
  6. #4477 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:05
    นี่คือจะถามเรื่องนี้ใช่มั้ย... ตอบ!!!
    #4477
    0
  7. #4121 Cream_2546 (@Cream_2546) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 12:25
    กรี้ดดดดดดด ชั้นเขิล
    #4121
    0
  8. #4103 DJPK55 (@DJPK55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 08:27
    พี่ดูข้องใจจจ
    #4103
    0
  9. #4102 tantanium31 (@tantanium31) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 02:50
    จะรู้ให้ได้เลยใช่มั้ยว่าเป็นใคร55555
    #4102
    0
  10. #4078 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 18:39
    ว้ากกก เขิลพี่คุณ พี่เค้าชัดเจนมากอ่ะ
    #4078
    0
  11. #3709 M1WMIRACLE (@MiwMiracle) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 09:29
    พี่คุณหึงแรงมากกกกก แง้ เขินนนน
    #3709
    0
  12. #3521 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 13:12

    ไม่น่าเชื่ออะ อิพี่คุณ ขี้หึงมากกกก ฮ่าๆๆๆ

    #3521
    0
  13. #3515 Nanutluckyfour (@nutnaree04121994) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:15
    เอ้ออออเนี้ยยย คือแบบอยากอ่านเรื่องอิพี่เชสเลยอ่ะ 5555555555555 อยากรู้เลยว่าแบบเอ้อถ้าแบบนางมีคู่จะเป็นยังไง 55555555555
    #3515
    0
  14. #3329 Am_BigBear (@porapha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 13:11
    เออเนี่ย บอกชอบแล้วว
    #3329
    0
  15. #3288 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 00:16
    ชอบคุณตอนนี้ดีอ่ะ
    #3288
    0
  16. #3158 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:42
    ยังไม่ทิ้งเรื่องผช.ในเฟส55555
    #3158
    0
  17. วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:38
    มาต่อเร็วๆเถอะไรท์ใจจะขาดแล้วววววววว
    #3157
    0
  18. #3152 bammpt_ (@bamm_mglof) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 21:19
    พี่คุ๊ณณณณณณ!!!ฮือออออน่ารักมากไม่ไหวแล้ว
    #3152
    0
  19. #3135 za.topz (@i-stupid) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 00:46
    ไรท์มาต่อหน่อยยยยยย
    #3135
    0
  20. #3132 cloudy93 (@cloudy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:44
    ตรงดีพี่เอ้ย 555555
    #3132
    0
  21. #3129 Pp-OnlyOne (@pp-onlyone) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:54
    ยังคุณเค้ายังไม่จบเรื่อง ผช.ในรูป ตอบดีๆนะเสือน้อย^^
    #3129
    0
  22. #3127 shamash_y (@shamash_y) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:37
    คุณหึงหนักมากกกกก
    #3127
    0
  23. #3125 markbamz (@markbamz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:36
    หึงเก่งงงง
    #3125
    0
  24. #3120 priyatida_tt (@priyatida_tt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:06
    หึงเก่งจริ๊งงงงง
    #3120
    0
  25. #3115 Flying-pig (@Flying-pig) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 12:45
    จบท้ายด้วยความหึง5555
    #3115
    0